Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “ศุลกากรช่องจอม” กวักมือเรียกเอกชนลงทุน “โคราช” ชี้เส้นทางธุรกิจยังสดใส !! .. โวลั่นปีงบฯ 69 มีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจกว่า 3,500 ล้านบาท ดันจ้างงานทะลุ 2,000 อัตรา ลุยจับของเถื่อนได้กว่า 101.5 ล้านบาท และเก็บภาษีเฉียด 75 ล้านบาท ทำยอดเกินเป้า 568% !!

    “ศุลกากรช่องจอม” กวักมือเรียกเอกชนลงทุน “โคราช” ชี้เส้นทางธุรกิจยังสดใส !! .. โวลั่นปีงบฯ 69 มีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจกว่า 3,500 ล้านบาท ดันจ้างงานทะลุ 2,000 อัตรา ลุยจับของเถื่อนได้กว่า 101.5 ล้านบาท และเก็บภาษีเฉียด 75 ล้านบาท ทำยอดเกินเป้า 568% !!

    “ศุลกากรช่องจอม” กวักมือเรียกเอกชนลงทุน “โคราช” ชี้เส้นทางธุรกิจยังสดใส !! .. โวลั่นปีงบฯ 69 มีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจกว่า 3,500 ล้านบาท ดันจ้างงานทะลุ 2,000 อัตรา ลุยจับของเถื่อนได้กว่า 101.5 ล้านบาท และเก็บภาษีเฉียด 75 ล้านบาท ทำยอดเกินเป้า 568% !!


    4/10/2569 | 8 |

    ตามนโยบายรัฐบาลและกรมศุลกากรที่ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคเอกชนผู้ผลิตและส่งออกเพื่อขยายฐานตลาดต่างประเทศและเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าซึ่งเป็นหัวใจหลักในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร น.ส.สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีฯ และ น.ส.ลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศุลกากรภาค 2 ได้มอบนโยบายให้ด่านศุลกากรช่องจอม ซึ่งรับผิดชอบ 3 จังหวัด คือ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา เร่งยกระดับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนเพื่อเร่งส่งเสริมการลงทุนและการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรให้ได้มากที่สุด

    นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม เปิดเผยว่าแม้ด่านพรมแดนจะปิดอย่างถาวรแต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้การกำกับดูแลของศุลกากรช่องจอมที่ จ.นครราชสีมา และ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งประกอบด้วย 2 สนามบินนานาชาติ 3 เขตปลอดอากร และ 1 คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า ยังคงดำเนินไปอย่างปกติและมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตรถโดยสาร , เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ , เครื่องมือและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ฯลฯ

    นายประสิทธิ์กล่าวต่อไปว่า จากนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลและกรมศุลกากรทำให้เราได้ลงไปช่วยดูแลภาคเอกชนในการส่งเสริมสนับสนุนการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการสื่อสารและตอบสนองความต้องการที่ถูกต้องตรงประเด็นได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที ซึ่งส่งผลให้ในปีงบประมาณ 69 ที่ผ่านมา เราสามารถจัดเก็บรายได้ศุลกากรกว่า 33,400,000 บาท ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดถึง 568% และ จัดเก็บรายได้แทน กรมสรรพากร , กรมสรรพสามิต , กระทรวงมหาดไทย รวมกว่า 74,700,000 บาท ตลอดจนได้รับการเปิดเผยจากภาคเอกชนว่าเรามีส่วนร่วมและผลักดันมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเพื่อการส่งออกได้มากกว่า 3,500,000,000 บาท อีกทั้งเกิดการจ้างงานจ้างอาชีพรวมแล้วราว 2,000 อัตรา 

    นายประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่านอกจากเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้าแล้วก็ยังมีเรื่องการปกป้องสังคมซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของกรมศุลกากรด้วยเช่นกันโดยสามารถจับกุมสินค้าเถื่อน อาทิเช่น เครื่องสำอางเถื่อน เสื้อผ้ากระเป๋าแบรนด์เนมปลอม อาหารไม่มี อย. เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มี มอก. บุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า พลุดอกไม้ไฟ ฯลฯ ได้กว่า 55 คดี จำนวน 79,000 รายการ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 101,400,000 บาท ซึ่งเมื่อคดีสิ้นสุดจะเร่งทำลายและจำหน่ายเพื่อนำส่งเป็นรายได้เข้ารัฐต่อไป

    ”เราพยามสร้างบรรยากาศที่ดีแห่งการลงทุนและอยากเชิญชวนบริษัททั้งไทยและต่างชาติมาลงทุนกันที่นี่เยอะๆเพราะโคราชมีจุดเด่นตรงที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมทางภูมิรัฐศาสตร์ใกล้แหล่งทรัพยากรในภาคกลางและอีสานอีกทั้งไม่ไกลจากท่าเรือในภาคตะวันออก ตลอดจนมีโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบสาธารณูปโภคที่เข้มแข็ง เช่น มอเตอร์เวย์ M6 หรือ มีปริมาณแรงงานจำนวนมาก และเมื่อรวมกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรตามกฎหมายศุลกากรแล้วย่อมเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นนโยบายที่กรมศุลกากรสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างชัดเจน“ นายประสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/547791&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3l5RFSS34hhlLOIae63AGm

  • “เอกนิติ” นัดถกด่วนพรุ่งนี้ รับมืออุทกภัยภาคกลาง จับตาสถานการณ์น้ำ-วางแผน 4 ลุ่มน้ำ – สยามรัฐ

    “เอกนิติ” นัดถกด่วนพรุ่งนี้ รับมืออุทกภัยภาคกลาง จับตาสถานการณ์น้ำ-วางแผน 4 ลุ่มน้ำ – สยามรัฐ

    “เอกนิติ” นัดหารือพรุ่งนี้ด่วนแนวทางรับมืออุทกภัยภาคกลาง จับตาแนวโน้มสถานการณ์–บริหารจัดการน้ำ 4 ลุ่มน้ำ

    วันที่ 4 ต.ค.69 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง มีกำหนดนัดประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 5/2569 ในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือแนวทางรับมืออุทกภัยภาคกลาง จับตาแนวโน้มสถานการณ์–บริหารจัดการน้ำ 4 ลุ่มน้ำ

    โดยการประชุมที่จะเกิดขึ้นคณะกรรมการฯ จะมีการติดตามแนวโน้มสถานการณ์อุทกภัยและการคาดหมายลักษณะอากาศล่วงหน้า 7–10 วัน พร้อมหารือการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงรับฟังปัญหา อุปสรรค และความต้องการขอรับการสนับสนุนของจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ และกาญจนบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่

    #เอกนิติ #อุทกภัย #น้ำท่วมภาคกลาง #น้ำท่วม #บริหารจัดการน้ำ #4ลุ่มน้ำ #สถานการณ์น้ำ #รับมือน้ำท่วม #ข่าวน้ำท่วม #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/326330&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qs0c-lSZ4Q2eoDJWfLgnz

  • เศรษฐกิจเวียดนามโตแรง จีดีพีไตรมาส 3 พุ่ง 9.95% สูงสุดรอบ 4 ปี | เดลินิวส์

    เศรษฐกิจเวียดนามโตแรง จีดีพีไตรมาส 3 พุ่ง 9.95% สูงสุดรอบ 4 ปี | เดลินิวส์

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่าสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 3 ปี 2569 ขยายตัว 9.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2565

    ทั้งนี้ เศรษฐกิจเวียดนามช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย. ปีนี้ ขยายตัว 9.01% เร่งตัวขึ้นจาก 7.8% ในช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    ขณะเดียวกัน สำนักงานสถิติแห่งชาติยังปรับเพิ่มตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกจาก 7.94% เป็น 8.15% และไตรมาส 2 จาก 8.39% เป็น 8.81% สะท้อนการขยายตัวที่เร่งขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 ไตรมาสของปีนี้

    เฉพาะไตรมาส 3 ภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างขยายตัว 12.5% โดยภาคการผลิตและแปรรูปเพิ่มขึ้น 12.28% การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า 13.13% และการก่อสร้าง 14.22%

    ขณะที่ภาคบริการขยายตัว 9.54% ส่วนภาคเกษตร ป่าไม้ และประมง เติบโต 4.21% ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา หรือระหว่างเดือน ม.ค.-ก.ย. มีแรงส่งจากภาคการผลิตเป็นสำคัญ

    ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย. ภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างขยายตัว 11.21% และมีสัดส่วนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม 49.62% ขณะที่ภาคบริการขยายตัว 8.69% มีสัดส่วน 45.03% และภาคเกษตร ป่าไม้ และประมง ขยายตัว 4.02% มีสัดส่วน 5.35%

    นอกจากนี้ ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในช่วง 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 12.3% ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า เป็นอัตราการเติบโตในช่วงดังกล่าวที่สูงที่สุดในรอบหลายปี

    ในระดับท้องถิ่น มีเมืองและจังหวัด 12 แห่งจากทั้งหมด 34 แห่งของเวียดนามที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมระดับจังหวัด (จีอาร์ดีพี) ช่วง 9 เดือนแรก ขยายตัวอย่างน้อย 10% ขณะที่กรุงฮานอยและเมืองโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ มีการเติบโตในช่วง 9 เดือนแรกที่ 8.85% และ 9.06% ตามลำดับ.

    เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

    เครดิตภาพ : REUTERS

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6248152/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MzhsZuAEdc2r9CHRGpW6F

  • ฝรั่งเศสเจอ ‘กันยายน 2026’ ร้อนสุดอันดับ 2 กระทบเกษตร-เศรษฐกิจ

    ฝรั่งเศสเจอ ‘กันยายน 2026’ ร้อนสุดอันดับ 2 กระทบเกษตร-เศรษฐกิจ

    ปารีส, 4 ต.ค. ซินหัว รายงานว่า — เมื่อวันศุกร์ (2 ต.ค.) สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติฝรั่งเศสรายงานว่าเดือนกันยายน 2026 เป็นเดือนกันยายนที่อากาศร้อนที่สุดอันดับ 2 ของฝรั่งเศสนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลในปี 1900 โดยอุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนกันยายนสูงกว่าค่าปกติของช่วงปี 1991-2020 ราว 3.1 องศาเซลเซียส และเป็นรองจากเดือนกันยายน 2023 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าค่าปกติ 3.6 องศาเซลเซียส

    รายงานระบุว่าเดือนกันยายน 2026 ยังมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติเกิน 3 องศาเซลเซียสติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 เป็นครั้งแรก ขณะเดียวกันเดือนกันยายน 2026 ยังเป็นเดือนกันยายนที่มีฝนตกน้อยที่สุดอันดับ 3 นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล โดยปริมาณฝนตกทั่วฝรั่งเศสต่ำกว่าค่าปกติเกือบร้อยละ 70 นอกจากนั้นเดือนกันยายน 2026 เป็นเดือนกันยายนที่มีแสงแดดมากที่สุดอันดับ 2 ด้วยปริมาณแสงแดดมากกว่าค่าปกติกว่าร้อยละ 30

    ทั้งนี้ คลื่นอากาศร้อนและภัยแล้งที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและเศรษฐกิจโดยรวมของฝรั่งเศส โดยโมนิก บาร์บูต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนผ่านทางนิเวศวิทยาของฝรั่งเศส กล่าวว่าคลื่นความร้อนช่วงฤดูร้อนอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจราว 1-1.5 หมื่นล้านยูโร (ราว 3.76-5.65 แสนล้านบาท)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/79894&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kWzA9tE1KyMWZOYHutxnK

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (5 ต.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (5 ต.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (5 ต.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (5 ต.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล 75 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 49.68 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 47.79 บาท (โออาร์)
    • เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 98+  ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 31.63 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 40.69 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 40.32 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 35.69 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 42.19 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 37.19 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 50.05 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 42.19 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 37.19 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (5 ต.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/670621&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VK9UFMr55vN963X0IeL4z

  • “ยศชนัน” โชว์กึ๋นเวทีระดับโลก STS Forum! ท้านักวิจัยปั้น ‘ทุนธรรมชาติ’ ไทยให้มีมูลค่าเทียบชั้นแร่ธาตุ-น้ำมัน พร้อมเดินเครื่อง 3 โปรเจกต์ยักษ์ ดันเศรษฐกิจไทยสู่ประเทศรายได้สูง

    “ยศชนัน” โชว์กึ๋นเวทีระดับโลก STS Forum! ท้านักวิจัยปั้น ‘ทุนธรรมชาติ’ ไทยให้มีมูลค่าเทียบชั้นแร่ธาตุ-น้ำมัน พร้อมเดินเครื่อง 3 โปรเจกต์ยักษ์ ดันเศรษฐกิจไทยสู่ประเทศรายได้สูง

    การศึกษา

    “ยศชนัน” โชว์กึ๋นเวทีระดับโลก STS Forum! ท้านักวิจัยปั้น ‘ทุนธรรมชาติ’ ไทยให้มีมูลค่าเทียบชั้นแร่ธาตุ-น้ำมัน พร้อมเดินเครื่อง 3 โปรเจกต์ยักษ์ ดันเศรษฐกิจไทยสู่ประเทศรายได้สูง

    วันอาทิตย์ ที่ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 16.22 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่  4 ตุลาคม 2569  ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขึ้นเวทีระดับโลกปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุม Science and Technology in Society forum (STS forum) ครั้งที่ 23 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Navigating Tectonic Shifts in Science, Technology, and Society” โดยมีนักวิจัยชั้นนำ ผู้ได้รับรางวัลโนเบล และรัฐมนตรีด้านวิจัยและนวัตกรรมจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

    ไฮไลต์สำคัญของการปาฐกถาครั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้จุดประกายให้นักวิจัยทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับ “การเงินบนฐานทุนธรรมชาติ” (Natural Capital Financing) โดยเปรียบเทียบว่า ในขณะที่กลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมันหรือแร่ธาตุสามารถนำทรัพยากรเหล่านั้นมาตีเป็นมูลค่าทางบัญชี (Book Value) เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ ประเทศไทยซึ่งมีความโดดเด่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพและมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ก็ควรสามารถจัดทำบัญชีทรัพยากรเหล่านี้เพื่อสร้างความมั่นคงของชาติได้เช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยได้เริ่มเดินหน้าโครงการนำร่องแล้วในพื้นที่จังหวัดน่าน

    ทั้งนี้ การจัดทำบัญชีทุนธรรมชาติ (Natural Capital Accounting : NCA) คือระบบการวัดและรายงานปริมาณการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงบริการของระบบนิเวศอย่างเป็นระบบ ทั้งในเชิงกายภาพและมูลค่าทางการเงิน เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายและการลงทุน โดยอ้างอิงมาตรฐานสากลจากระบบบัญชีสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ (SEEA) ของสหประชาชาติ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้น เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารโลก (World Bank) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และมูลนิธิกสิกรไทย ที่ร่วมกันพัฒนาระบบโดยใช้จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ต้นแบบ

    นอกจากนี้ ในการประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี (Ministerial Roundtable) ร่วมกับผู้แทนจากกว่า 30 ประเทศ ศ.ดร.ยศชนัน ได้นำเสนอแผนยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “ประเทศรายได้สูง” โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน ผ่าน 3 โครงการหลัก ประกอบด้วย

    Siam Silica – ยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ มุ่งยกระดับไทยจากการเป็นเพียงฐานประกอบและทดสอบอุตสาหกรรมชิป ก้าวขึ้นสู่ขั้นที่มีมูลค่าสูงขึ้นในห่วงโซ่อุปทานของโลก ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรม

    Siam Medica – ยุทธศาสตร์ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness Hub) ของโลก โดยมีวิทยาศาสตร์เป็นฐานรากสำคัญ

    Siam Terra – ยุทธศาสตร์พลิกโฉมภาคการเกษตร ด้วยการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มผลิตภาพและรายได้ เปลี่ยนโมเดลจากการขายผลผลิตดิบ สู่การแปรรูปเป็นอาหารและยา โดยตั้งเป้าให้เกษตรกรเป็นเจ้าของห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อย่างแท้จริง ซึ่งเตรียมเปิดตัวนำร่องในปี 2570

    สำหรับการประชุม STS forum ถือเป็นเวทีหารือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติที่สำคัญ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ นครเกียวโต โดยในปีนี้ถือเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของบุคลากรระดับมันสมอง ทั้งผู้ได้รับรางวัลโนเบลถึง 12 ท่าน รัฐมนตรี ผู้นำภาคธุรกิจ ผู้บริหารสถาบันวิจัย และอธิการบดีมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะมีผลต่ออนาคตของมนุษยชาติในอีก 100 ถึง 500 ปีข้างหน้า

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/education/493060&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0E3uiLv805vJfPVbqPBl5T

  • ฮ่องกงขึ้นค่าแรง “ผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ” แตะ 2.3 หมื่นบาทต่อเดือน | เดลินิวส์

    ฮ่องกงขึ้นค่าแรง “ผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ” แตะ 2.3 หมื่นบาทต่อเดือน | เดลินิวส์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่ารัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีนประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติในฮ่องกง อยู่ที่ 5,220 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 23,000 บาท) ต่อเดือน เพิ่มขึ้น 2.35%

    อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่จะมีผลกับสัญญาจ้างผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติทั้งหมด ซึ่งลงนามตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา ส่วนเงินค่าอาหารที่นายจ้างต้องจ่ายในกรณีไม่ได้จัดอาหารให้ฟรี ยังคงอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 1,236 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 5,200 บาท) ต่อเดือน

    รัฐบาลฮ่องกงได้ทบทวนอัตราค่าจ้างครั้งนี้ตามกลไกที่กำหนดไว้ โดยรับฟังความคิดเห็นจากทั้งนายจ้างและผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ พร้อมพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ อาทิ ภาวะเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของฮ่องกง แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะใกล้ กำลังในการจ่ายเงินของนายจ้าง และความต้องการพื้นฐานในการดำรงชีวิตของผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ.

    เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

    ข้อมูล : XINHUA

    เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6248058/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0keZBibVj6ZA4s6i5Dxs6h

  • สืบสานภูมิปัญญาใต้! ดร.ธนภณ นำทีมหนุนวิจัยวัฒนธรรม ดัน “เป-ตะ เฟสติวัล” ปลุกเมืองทุ่งสง

    สืบสานภูมิปัญญาใต้! ดร.ธนภณ นำทีมหนุนวิจัยวัฒนธรรม ดัน “เป-ตะ เฟสติวัล” ปลุกเมืองทุ่งสง

    🔵ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ทุนวัฒนธรรมสร้างชาติ”

    การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจากโครงการวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญ “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” ซึ่งมุ่งเน้นการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ตามปณิธาน “ทุนวัฒนธรรม สร้างชาติ” และ “ทุนทางวัฒนธรรมชุมชน = ทุนชาติ”

    โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณและบูรณาการความร่วมมือจาก

    • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
    • กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.)
    • สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.)
    • หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.)
    • โดยมีมูลนิธิสื่อสานพลังชุมชนเป็นผู้ดำเนินงาน

    🔵สืบสานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ “รับตายาย”

    สำหรับประเพณีทำบุญรับตายาย เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของภาคใต้ ตามความเชื่อที่ว่าในวันแรม 1 ค่ำ ถึงแรม 15 ค่ำ เดือน 10 บรรพบุรุษผู้ล่วงลับจะกลับมายังโลกมนุษย์ โดยวันแรม 1 ค่ำ เรียกว่า “วันรับตายาย” และวันแรม 15 ค่ำ เรียกว่า “วันส่งตายาย” ลูกหลานจะจัดเตรียมอาหารและขนมจัดเป็น “หมรับ” บนถาด ก่อเป็นรูปพระธาตุ โดยมีหัวใจสำคัญคือขนมเดือนสิบ 5 ชนิด ได้แก่ ขนมพอง, ขนมลา, ขนมกง, ขนมดีซำ และขนมบ้า เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ

    🔵ต่อยอด “เป-ตะ เฟสติวัล ครั้งที่ 3” กระตุ้นเศรษฐกิจ

    เพื่อเป็นการต่อยอดนโยบายการเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้เป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม คณะขับเคลื่อนงานวิจัยยังได้เตรียมจัดงาน เทศกาล เป-ตะ เฟสติวัล ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 11 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ หลาดยิบ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นพื้นที่นำร่องในการใช้สื่อวัฒนธรรมชุมชนกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับเมืองรองอย่างยั่งยืน
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/social/378984360&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fQczhYJBATCScWTaJ9jFT

  • ‘ศุลกากรช่องจอม’ กวักมือเรียกเอกชนลงทุน ‘โคราช’ ชี้เส้นทางธุรกิจยังสดใส ลุยจับของเถื่อนเกินเป้า 568% | เดลินิวส์

    ‘ศุลกากรช่องจอม’ กวักมือเรียกเอกชนลงทุน ‘โคราช’ ชี้เส้นทางธุรกิจยังสดใส ลุยจับของเถื่อนเกินเป้า 568% | เดลินิวส์

    ตามนโยบายรัฐบาลและกรมศุลกากรที่ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคเอกชนผู้ผลิตและส่งออกเพื่อขยายฐานตลาดต่างประเทศและเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าซึ่งเป็นหัวใจหลักในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร น.ส.สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีฯ และ น.ส.ลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศุลกากรภาค 2 ได้มอบนโยบายให้ด่านศุลกากรช่องจอม ซึ่งรับผิดชอบ 3 จังหวัด คือ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา เร่งยกระดับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนเพื่อเร่งส่งเสริมการลงทุนและการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรให้ได้มากที่สุด

    นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม เปิดเผยว่าแม้ด่านพรมแดนจะปิดอย่างถาวรแต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้การกำกับดูแลของศุลกากรช่องจอมที่ จ.นครราชสีมา และ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งประกอบด้วย 2 สนามบินนานาชาติ 3 เขตปลอดอากร และ 1 คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า ยังคงดำเนินไปอย่างปกติและมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตรถโดยสาร , เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ , เครื่องมือและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ฯลฯ

    นายประสิทธิ์กล่าวต่อไปว่า จากนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลและกรมศุลกากรทำให้เราได้ลงไปช่วยดูแลภาคเอกชนในการส่งเสริมสนับสนุนการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการสื่อสารและตอบสนองความต้องการที่ถูกต้องตรงประเด็นได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที ซึ่งส่งผลให้ในปีงบประมาณ 69 ที่ผ่านมา เราสามารถจัดเก็บรายได้ศุลกากรกว่า 33,400,000 บาท ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดถึง 568% และ จัดเก็บรายได้แทน กรมสรรพากร , กรมสรรพสามิต , กระทรวงมหาดไทย รวมกว่า 74,700,000 บาท ตลอดจนได้รับการเปิดเผยจากภาคเอกชนว่าเรามีส่วนร่วมและผลักดันมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเพื่อการส่งออกได้มากกว่า 3,500,000,000 บาท อีกทั้งเกิดการจ้างงานจ้างอาชีพรวมแล้วราว 2,000 อัตรา 

    นายประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่านอกจากเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้าแล้วก็ยังมีเรื่องการปกป้องสังคมซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของกรมศุลกากรด้วยเช่นกันโดยสามารถจับกุมสินค้าเถื่อน อาทิเช่น เครื่องสำอางเถื่อน เสื้อผ้ากระเป๋าแบรนด์เนมปลอม อาหารไม่มี อย. เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มี มอก. บุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า พลุดอกไม้ไฟ ฯลฯ ได้กว่า 55 คดี จำนวน 79,000 รายการ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 101,400,000 บาท ซึ่งเมื่อคดีสิ้นสุดจะเร่งทำลายและจำหน่ายเพื่อนำส่งเป็นรายได้เข้ารัฐต่อไป

    ”เราพยามสร้างบรรยากาศที่ดีแห่งการลงทุนและอยากเชิญชวนบริษัททั้งไทยและต่างชาติมาลงทุนกันที่นี่เยอะๆเพราะโคราชมีจุดเด่นตรงที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมทางภูมิรัฐศาสตร์ใกล้แหล่งทรัพยากรในภาคกลางและอีสานอีกทั้งไม่ไกลจากท่าเรือในภาคตะวันออก ตลอดจนมี

    โครงสร้างพื้นฐานด้านระบบสาธารณูปโภคที่เข้มแข็ง เช่น มอเตอร์เวย์ M6 หรือ มีปริมาณแรงงานจำนวนมาก และเมื่อรวมกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรตามกฎหมายศุลกากรแล้วย่อมเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นนโยบายที่กรมศุลกากรสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างชัดเจน“ นายประสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6246855/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3C8lwI4EgiVJJ2tm7iyedV

  • ค้าภายใน สั่งผู้ผลิต-ฟาร์มไข่ไก่ ลดส่งออกไข่ไก่ออกนอก 30-50% เน้นบริโภคในประเทศให้พอ | เดลินิวส์

    ค้าภายใน สั่งผู้ผลิต-ฟาร์มไข่ไก่ ลดส่งออกไข่ไก่ออกนอก 30-50% เน้นบริโภคในประเทศให้พอ | เดลินิวส์

    นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัย กรมฯ ได้ติดตามผลกระทบต่อปริมาณไข่ไก่อย่างใกล้ชิด โดยขอความร่วมมือฟาร์มผู้เลี้ยงไก่ไข่เร่งส่งไข่ไก่เข้าสู่ช่องทางการค้าปกติ และกำชับไม่ให้มีการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือผู้ส่งออกชะลอการส่งออก  โดยลดปริมาณลงประมาณ 30–50% ในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อให้มีไข่ไก่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ

    สำหรับในพื้นที่ที่เริ่มคลี่คลายถึงระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดกิจกรรมไทยช่วยไทย–ธงฟ้า นำสินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ทำความสะอาด และวัสดุซ่อมแซมบ้านเรือนมาจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนประชาชนให้สามารถฟื้นฟูที่อยู่อาศัยกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ หากประชาชนพบปัญหาสินค้าไม่เพียงพอ จำหน่ายไม่เป็นธรรม ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือสงสัยว่ามีการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6247317/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3p72jslUYBQ-ImB_mX027O