Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “นฤมล”ย้ำ Home School ต้องขออนุญาตก่อนได้รับเงินอุดหนุน

    “นฤมล”ย้ำ Home School ต้องขออนุญาตก่อนได้รับเงินอุดหนุน

    “นฤมล”ถก กศจ.กทม.ย้ำ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว หรือ Home School ต้องขออนุญาตก่อน รับเงินอุดหนุนตามรอบเรียน

    ศ. ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร (กศจ.กทม.) ครั้งที่ 6/2568 โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบการประชุมทางไกลอิเล็กทรอนิกส์

    ที่ประชุมฯ เห็นชอบการขออนุญาตจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร (สพป.กรุงเทพมหานคร) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 (สพม.กรุงเทพมหานคร เขต 2) ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ. 2547 

    ศ. ดร. นฤมล เปิดเผยว่า ตนสนับสนุนข้อสังเกตของคณะกรรมการเกี่ยวกับการยื่นขออนุญาตจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัวใน 2 ประเด็น ได้แก่ 

    1.ผู้จัดการศึกษาที่จะดำเนินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัวได้ ต้องได้รับการอนุญาตก่อน จึงจะดำเนินการจัดการศึกษาได้ตามที่ขออนุญาต แม้ว่าจะดำเนินการยื่นขออนุญาตได้ตลอดเวลา 

    2.ผู้ที่ได้รับการอนุญาตให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัวแล้ว จะได้รับเงินอุดหนุนการจัดการศึกษา ตามรอบที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดสนับสนุนให้ เช่น ในภาคเรียนที่ 1 (พฤษภาคม) หรือ ภาคเรียนที่ 2 (พฤศจิกายน) หากขออนุญาตระหว่างภาคเรียน จะได้รับเงินอุดหนุนในภาคเรียนต่อไป ไม่สามารถให้ย้อนหลังได้ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/731200&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MbzMAi_OjA1z8PgRGIO2X

  • สจด. จัดฝึกอบรมผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 2 (หลักสูตร 18 ชั่วโมง) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. จัดฝึกอบรมผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 2 (หลักสูตร 18 ชั่วโมง) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115592/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09JBpTqFyT8G7_5Uz_YH09

  • เชียงใหม่จับมือเกาหลี ตั้งเป้าเชียงใหม่เป็น ‘เสือเศรษฐกิจเอเชีย’ อีกครั้ง!

    เชียงใหม่จับมือเกาหลี ตั้งเป้าเชียงใหม่เป็น ‘เสือเศรษฐกิจเอเชีย’ อีกครั้ง!

    เชียงใหม่จับมือเกาหลี ตั้งเป้าเชียงใหม่เป็น ‘เสือเศรษฐกิจเอเชีย’ อีกครั้ง! ภาคเอกชนนำร่อง เปิดตัวเทคโนโลยีท่องเที่ยวครบวงจร ปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐานรับนักลงทุน Social Impact จากทั่วโลก

    เชียงใหม่, ประเทศไทย – (วันที่ 26 กันยายน 2568) – จังหวัดเชียงใหม่ประกาศภารกิจระดับชาติในการปรับทิศเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อทวงคืนสถานะ ‘เสือเศรษฐกิจแห่งเอเชีย’ ผ่านการยกระดับภาคการท่องเที่ยว โดยมีภาคเอกชนเป็นผู้นำ และภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ ในงาน “Chiang Mai Alive: Become The New Economic Tiger of Asia”

    การพลิกเกมสู้ความท้าทายด้วยกลยุทธ์เชิงรุก

    งานนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐจากไทยและเกาหลีใต้โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาที่ภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญหน้า:

    • เป้าหมายหลัก คือการดึงดูด นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ที่ต้องการมาสัมผัสจิตวิญญาณของเชียงใหม่อย่างแท้จริง และกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวลงสู่รากหญ้า
    • ภารกิจสำคัญ คือการนำความสำเร็จของ Soft Power และ เทคโนโลยี ของเกาหลีใต้มาเป็นบทเรียน เพื่อ “ปฏิวัติ” โครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ในทุกมิติ

    ความน่าตื่นเต้น

    Chiang Mai Alive ในครั้งนี้ มิได้มาเพียงเพื่อตั้งเป้าหมายเพียงเพื่อมีอยู่ในกระดาษ แต่มาเพื่อจุดฉนวนความตื่นตัวของผู้คนทั่วเชียงใหม่ ให้มีแรงบัลดาลใจในการร่วมกับพัฒนาเมืองนี้อีกครั้ง ในงานจึงมีผู้เข้าร่วมกว่า 250 ราย ที่มีครบทุกรูปแบบทั้งภาครัฐทุกระดับ ภาคเอกชนขนาดใหญ่ขนาดเล็ก กลุ่มการเมือง ภาคประชาสังคม และบุคคลทั่วไป มาร่วมจับมือกันภายใต้แนวคิดเดียวกันกับการทำให้เชียงใหม่กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง แม้ต้องใช้เวลาอีกหลายปีก็ตาม

    โดยมี คุณวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นเกียรติมาร่วมในงานครั้งนี้ พร้อมทั้งแขกสำคัญ คุณ พรวิภา ตั้งเจริญมั่นคง ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือ , คุณ ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ , คุณ วัชรายุธ์ กัววงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ , คุณ อี กวัง-ซู (Lee Kwang-soo) ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ประจำประเทศไทย , คุณจองแท คิม (Jeongtae KIM) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทกองทุนสร้างผลกระทบทางสังคม Merry Year Social Company Korea (เข้าร่วมรูปแบบออนไลน์) , คุณเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ และ ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง Canvas Ventures International Thailand รวมทั้งองค์กรหน่วยงานต่างๆอีกมากมาย


    ดึงดูด ‘ทุนแห่งความรับผิดชอบ’: วาง Impact Investment เป็นรากฐาน

    ใน Session สำคัญช่วงบ่าย ผู้เชี่ยวชาญได้เน้นย้ำว่า การเป็นเสือเศรษฐกิจในยุคใหม่ต้องใช้ Impact Investment (การลงทุนเพื่อสังคม) เป็น DNA หลัก ในการสร้างธุรกิจที่สามารถทำกำไรและสร้างคุณค่าได้พร้อมกัน โดยเฉพาะในเชียงใหม่ ซึ่งถูกเรียกว่า “เมืองปราบเซียน” เนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการเติบโตที่ไม่สมดุลในอดีต

    • ปฏิวัติทุนสู่การ “สร้างความดี” อย่างจริงใจ: Impact Investment แตกต่างจากการลงทุนที่แค่มองข้ามความรับผิดชอบ (ESG/SRI) โดยต้องมี ความตั้งใจ (Intentionality) ในการสร้างผลกระทบ และมี การวัดผล (Measurability) ที่เข้มงวด เพื่อให้ธุรกิจสร้างผลตอบแทนทางการเงินที่คุ้มค่าไปพร้อมกับการแก้ไขปัญหาสังคม
    • สนามรบที่รอ Impact Tech: เชียงใหม่คือสนามรบที่สมบูรณ์แบบที่ต้องเผชิญกับ PM 2.5 และ Over Tourism/Low Value ดังนั้น Impact Fund จะพุ่งเป้าไปที่ Travel Tech Startup เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการดึงดูดกลุ่ม FIT ที่ต้องการประสบการณ์ที่มีความหมายและรับผิดชอบ
    • ยกระดับสู่ Regenerative Tourism: การลงทุนจะสนับสนุนโมเดล Regenerative Tourism ที่เน้นการ คืนกำไรสู่ชุมชนโดยตรง เพื่อเปลี่ยนการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าต่ำ (Low Value) สู่มูลค่าสูง (High Value)

    เปิดตัวเทคโนโลยีและแบรนด์ครบวงจร: โอกาสท้องถิ่นในโลกใหม่

    ใน Session 2: Chiang Mai Launch Solution ได้มีการเปิดตัวเครื่องมือและแพลตฟอร์มสำคัญ ที่จะช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นและชุมชนสามารถเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน:

    • Launch City Branding: เปิดตัวแบรนด์เมืองใหม่ “Chiang Mai Alive, The Destination of Life” เป็นหัวใจหลักในการทำการตลาด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเชียงใหม่
    • Launch Eiiga OTA: เปิดตัวแอปพลิเคชันท่องเที่ยวประจำจังหวัด ที่เน้นการมอบ ประสบการณ์จริงในราคาที่เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ธุรกิจ ชุมชน และประชาชนท้องถิ่นได้เติบโตผ่านฟีเจอร์ต่างๆ ได้แก่
      • Eiiga OTA Phase 1 (25 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2025)
        • “Eiiga Reserve” Reserve your seat, savor the moment จองง่าย ได้ชัวร์
          • ระบบจองโต๊ะร้านอาหาร ทั้งร้านดังยอดฮิตและร้านที่มีดีที่หลบซ่อนอยู่ โดยคิดค่าโต๊ะแบบเป็นธรรม รวมถึงพร้อมขายเซ็ทอาหารที่ทำให้นักเดินทางทั่วโลกไม่ต้องรอนานในราคาที่ดีกว่าใครๆ
        • “Eiiga Experience with Thai Price” Fair price, priceless in experience ราคาที่จริงใจ พร้อมประสบการณ์ถึงใจจริง
          • ระบบจองกิจกรรมประสบการณ์ทุกรูปแบบ สปา นวด เวิร์คชอป ตั๋วแหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย ที่มาพร้อมราคาที่เป็นธรรมกับนักท่องเที่ยว เพราะทางอี้ก่ะต้องการสู้สงครามราคากับ OTA ระดับโลก โดยจะบวกค่าคอมมิชั่นเพื่อเพียงพอสำหรับจ่ายค่าภาษีและค่าดำเนินการบางส่วนเท่านั้น เพื่อให้เงินส่วนต่างทำสำคัญต้องอยู่ในระบบไทย
        • “Eiiga Original Experience” Discover the local secrets…exclusive to Eiiga ประสบการณ์โลคอลเหนือชั้น…ที่มีแค่เรา
          • ชูจุดเด่นความเป็นแพลตฟอร์มท้องถิ่นด้วยกิจกรรมที่ขายเฉพาะอี้ก่ะเท่านั้น โดยมีเป้าหมายจับมือเครือข่ายภาควัฒนธรรมล้านนา เพื่อสร้างอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุและเครือข่ายวัฒนธรรมทุกรุ่น และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญในไลฟ์สไตล์ต่างๆเช่นผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ ด้านการทำอาหาร เพื่อให้วัฒนธรรมทั้งแบบดั้งเดิมและสมัย ได้เติบโตไปพร้อมๆกัน และสร้างความแตกต่างให้อี้ก่ะในเวทีโลกอีกด้วย
    • Eiiga OTA Phase 2 (1 ธันวาคม 2025 – มีนาคม 2026)
      • “Eiiga Pass” 1 Pass Around Chiang Mai บัตรเดียวเที่ยวทั้งเชียงใหม่
        • บัตรรับสิทธิประโยชน์จากพาทเนอร์ธุรกิจท้องถิ่นในเชียงใหม่ ราคาประหยัด เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเก็บเงิน เพื่อกระจายไปเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆในจำนวนที่มากขึ้น มาพร้อมกับดีไซน์น่าสะสมและมีเอกลักษณ์
      • “Eiiga Stamp Pass” “Sawasdee Jao Passport”
        • พาสปอร์ตแสตมป์ที่มาคู่กับ Eiiga Pass ออกแบบมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ไปตามเก็บแสตมป์อักษรล้านนาสุดเอกลักษณ์ ณ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญและมีเรื่องราวทั่วเชียงใหม่ รวมถึงตามแหล่งพาทเนอร์ธุรกิจของอี้ก่ะเช่นกัน
      • “Eiiga Transport” Gateway to move around
        • ช่องทางซื้อบัตรโดยสารการเดินทางกับทุกพาหนะ เช่น ตั๋วรถบัสประจำทางในตัวเมือง (City Bus) และรถเช่าพร้อมคนขับ
    • Eiiga Friend: Linking People, Scaling Impact
      • อี้ก่ะมาพร้อมระบบพาทเนอร์กับเหล่าอินฟูลและครีเอเตอร์จากทุกมุมโลก ที่พร้อมทำ affliate marketing ร่วมกัน เพื่อให้เหล่าครีเอเตอร์มาเป็นเพื่อนร่วมนำเสนอของดีท้องถิ่น ที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
    • Eiiga For Business
      • หัวใจสำคัญของอี้ก่ะคือพาทเนอร์ธุรกิจท้องถิ่น โดยอี้ก่ะตั้งใจสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการผ่านระบบ Eiiga For Business เพื่อมอบเครื่องมือและบริการที่มีคุณภาพ มาช่วยยกระดับธุรกิจทุกรูปแบบ มีบริการทั้งแบบฟรีและเสียเงิน เพื่อสร้างมาตรฐานการทำธุรกิจแบบไม่เอารัดเอาเปรียบใคร
    • Launch RIKAride Thailand: เปิดตัวแอปพลิเคชันเดินทางด้วยเทคโนโลยีระดับโลก จากพาทเนอร์เกาหลีใต้ บริษัท Stuido Galilei ที่มีเทคโนโลยีด้าน DLT ติดอันดับ 2 ของเอเชีย เริ่มเปิดตัวพฤศจิกายนนี้ กับเป้าหมายที่ต้องการให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง ตอบโจทย์คำว่า SMART CITY ด้วยบริการเรียกรถพร้อมคนขับ ในราคาที่คุ้มค่า มีมาตรฐาน เพื่อกระจายการท่องเที่ยวสู่พื้นที่อำเภออื่นๆรอบเชียงใหม่ เช่น แม่ริม ดอยสะเก็ต สันกำแพง หางดง เชียงดาว และอื่นๆ
    • Launch iChiangmai: 1 ตุลาคมนี้ อี้ก่ะช่วยต่อยอดสื่อ iChiangmai ที่ครบรอบ 5 ปี มาเป็น Official Tourist Information Center สื่อและแพลตฟอร์มที่เป็น ประตูบานเดียว ให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงข้อมูลท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ พร้อมชูเสน่ห์ท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเมือง โดยได้เปิดสื่อโซเชียลมีเดียถึง 5 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ เกาหลี จีน และ ญี่ปุ่น ผู้ติดตามรวมกันกว่า 130,000 ราย พร้อมเว็บไซต์ www.ichiangmai.co.th ที่สามารถเข้าถึงได้จากทั่วโลก และที่สำคัญ ยังพร้อมเปิดลิสต์ “iChiangmai Selected” ตราสัญลักษณ์ที่พร้อมเปิดตัว 100 ธุรกิจแรกในเชียงใหม่ ที่ได้รับเลือกจากทีมงาน iChiangmai โดยมีเป้าหมายให้ธุรกิจท้องถิ่นที่มีคุณภาพ มีเรื่องราว มีมาตรฐานสากล ได้เข้าถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมากขึ้น เพื่อเป็นแรงบัลดาลใจให้ร้านค้าอีกมากมาย ได้ตั้งใจพัฒนาธุรกิจไปอีกขั้น

    ดึงดูดการลงทุน Social Impact และการเรียกร้องให้ร่วมมือ

    งานยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดึงดูดการลงทุนเพื่อสังคม (Social Impact Investment) ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่สามารถสร้างทั้งผลกำไรและความยั่งยืน โดยเชิญชวนนักลงทุนทั่วโลกให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเริ่มต้นธุรกิจในเชียงใหม่

    ผู้จัดงานและผู้บริหารทุกภาคส่วนเน้นย้ำว่า:

    “ภารกิจพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่นี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมืออันแข็งแกร่ง และจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อคนเชียงใหม่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน ทำเพื่อบ้านเมืองของเราเอง เราขอเชิญชวนผู้ประกอบการทุกท่านเข้าร่วมเครือข่ายธุรกิจที่พร้อมเติบโตและสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน”


    ติดตามการเป็นเสือเศรษฐกิจของเอเชียของเชียงใหม่ผ่านทาง

    Facebook: Chiang Mai Alive
    Facebook: iChiangmai
    Facebook: Eiiga อี้ก่ะ
    Facebook: Eiiga for Business


    #ChiangMaiAlive2025 #NewEconomicTiger #ChiangMaiLiveLifeYourWay #SocialImpactInvestment

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3782742/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1a7d1HPGNdn6Bpmv5jEzYt

  • แม่สะเรียงอ่วมจากพิษพายุบัวลอย

    แม่สะเรียงอ่วมจากพิษพายุบัวลอย

    (30 ก.ย.68) จากกรณีเมื่อเย็นวานนี้ (29 ก.ย.) ฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้น้ำป่าไหลหลาก มีก้อนหินและดินโคลนไหลมาทับถมบ้านเรือนชาวบ้าน โดยบ้านห้วยทรายขาว หมู่ที่3 ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 6 ครัวเรือน และลงมาถมถนน ปิดทางกลางหมู่บ้าน รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้

    นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า เช้านี้สภาพพื้นที่ บ้านป่าหมาก ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีบ้านเรือนเสียหาย หลายหลัง และ มีทรัพย์สินเสียหาย เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/disaster/NojYaNNxi&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JoQZ2E8pgAok8hpTK8rK1

  • “ศุภจี” หวังกู้ เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา | โชว์ข่าวเช้านี้ | 30 ก.ย. 68

    “ศุภจี” หวังกู้ เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา | โชว์ข่าวเช้านี้ | 30 ก.ย. 68

    “ศุภจี” โชว์ฝีมือลุกแจงครั้งแรกหลังนั่งเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ฯ เผยมาตรการ “ดันธงฟ้า–ขนส่งฟรี–มหกรรมการค้าชายแดน“ หวังกู้ เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา

    #ศุภจี #ชายแดนไทยกัมพูชา #กระทรวงพาณิชย์ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #โชว์ข่าวเช้านี้

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/202013&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YmBeKREBYI6mNCNU3q_TM

  • นายก อบจ.อุบลฯ เปิดโครงการ ส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

    นายก อบจ.อุบลฯ เปิดโครงการ ส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

    ภูมิภาค

    นายก อบจ.อุบลฯ เปิดโครงการ ส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

    วันอังคาร ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.51 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 30 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 68 นายกานต์ กัลป์ตินันท์ นายก อบจ.อุบลราชธานี เป็นประธาน เปิดโครงการส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ภายใต้กิจกรรม”เกษตรผสมผสานตามรอยพ่อ : ปลูกผัก-เลี้ยงปลา สู่ความมั่งคั่งพอเพียง” ณ สนามกีฬาทุ่งบูรพา องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ต.หนองขอน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภา อบจ.อุบลราชธานี ตลอดจน ประธานชมรมผู้สูงอายุ อบจ.อุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ ในสังกัดฯ ร่วมงานจำนวนมาก
                 
    โดยภายในงานดังกล่าว  มีพิธีเปิดบ่อบาดาล สาธิตการใช้งานระบบน้ำ เพื่อการเกษตร ปล่อยพันธุ์ปลา (ปลาตะเพียรทอง) จำนวน 3,000 ตัว ปลูกต้นราชพฤกษ์ ต้นทองอุไร จากนั้น เยี่ยมชมภายในโครงการส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
                   
    ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงานการขับเคลื่อนกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา ของประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/448609&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tVoDZ7Mjfgm3o1Yx508EM

  • ลำพูน เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    ลำพูน เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    จังหวัดลำพูน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน จัดพิธีเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน ภายใต้แนวคิด “วิถีถิ่น วิถีลำพูน อัตลักษณ์ชาติพันธุ์สู่ท่องเที่ยวสร้างสรรค์”

    เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 07.30 น. ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเชิงสะพานท่าขาม อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานภายใต้โครงการลำพูนเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์วิถีสู่เศรษฐกิจสรรสร้าง กิจกรรมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี ของจังหวัดลำพูน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

    นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธี ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 15 ชุมชน ในจำนวน 5 เส้นทาง ที่ผ่านกระบวนการลงพื้นที่สำรวจและศึกษาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ผ่านกระบวนการประชุมคัดเลือกเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ และกระบวนการอบรมพัฒนาเส้นทาง พัฒนากิจกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ประกอบด้วย

    1. เส้นทาง “เยือนวิถีถิ่นชาติพันธุ์ลำพูน” (พื้นที่อำเภอบ้านธิ – อำเภอแม่ทา)
    2. เส้นทาง “สายไหม 106 วิถีแห่งศรัทธา” (พื้นที่อำเภอบ้านโฮ่ง – อำเภอลี้)
    3. เส้นทาง “หัตถศิลป์ – ดิน – ฝ้าย – ไหม” (พื้นที่อำเภอป่าซาง – อำเภอเวียงหนองล่อง)
    4. เส้นทาง “วิถีชีวิตคนเมืองหล่ายดอย” (พื้นที่อำเภอแม่ทา – อำเภอทุ่งหัวช้าง)
    5. เส้นทาง “เที่ยวดีวิถีคนเมือง 106 ลำพูน ป่าซาง บ้านโฮ่ง” (พื้นที่อำเภอป่าซาง – อำเภอบ้านโฮ่ง)

    นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังการจัดพิธีเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวฯ ยังมีการดำเนินกิจกรรมทัวร์ชุมชน (Fam trip) เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เส้นทางที่ 1 “เยือนวิถีถิ่นชาติพันธุ์ลำพูน” พื้นที่อำเภอเมืองลำพูน อำเภอแม่ทา และอำเภอบ้านธิ ในลักษณะทัวร์ท่องเที่ยว มีองค์กรและเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และสื่อมวลชน รวมจำนวน 70 คน  ร่วมทดลองท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวฯ และเพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ ในวงกว้างแก่ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่อไป

    นภาพร ขัติยะ ผู้สื่อข่าวTopNewsทั่วไทย จ.เชียงใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1337298&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XfT0l51ijPCDMU8hdlGE7

  • “สมชาย” ชี้ คนละครึ่งพลัสดีกว่ารัฐบาลก่อน ชี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจขาลงดึงคนเข้าระบบภาษี

    “สมชาย” ชี้ คนละครึ่งพลัสดีกว่ารัฐบาลก่อน ชี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจขาลงดึงคนเข้าระบบภาษี

    v.prd:0.0.141

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/th/news/list/125857&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZjvXfJ3mwYkukHqVWlGGr

  • “เอกนิติ” ยืนยันจำเป็นต้องเร่งใช้จ่ายภาครัฐ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    “เอกนิติ” ยืนยันจำเป็นต้องเร่งใช้จ่ายภาครัฐ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109560&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06bcOwKDsBuLW7awx-sKcK

  • สกมช. เผยผลการประเมินความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ปี 2568

    สกมช. เผยผลการประเมินความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ปี 2568

    ไอที

    สกมช. เผยผลการประเมินความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ปี 2568

    วันอังคาร ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.31 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สกมช. เผยผลการประเมินความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ปี 2568

    เร่งยกระดับมาตรฐานป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ สู่ประเทศที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ

    สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดงาน Cyber Security Forum 4/2025: Risk & Self-Assessment เพื่อเปิดเผยรายงานผลการประเมินความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และรายงานการประเมินความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ของประเทศไทย ประจำปี 2568 โดยมี พลอากาศตรี จเด็ด คูหะก้องกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการ สกมช. เป็นประธานเปิดงาน

    ภาพรวมการประเมินและผลลัพธ์สำคัญ
    ในปี 2568 มีหน่วยงานสมัครเข้าร่วมโครงการประเมินตนเอง 298 หน่วยงาน ส่งผลการประเมิน 191 หน่วยงาน ครอบคลุมทั้งหน่วยงานภาครัฐ (GOV) หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) และหน่วยงานกำกับดูแล (REG) ผลการประเมินพบว่า
    หน่วยงานภาครัฐ (GOV): ค่าเฉลี่ยลดลงจาก 65% เหลือ 59%
    หน่วยงาน CII: ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 83% เป็น 89%
    หน่วยงาน REG: ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 85% เป็น 91% ช่องว่างสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ
    แม้หน่วยงาน CII และ REG จะมีความก้าวหน้า แต่ในส่วนหน่วยงานภาครัฐการทีมีค่าเฉลี่ยลดเนื่องจากมีหน่วยงานเข้าร่วมเพิ่มขึ้นจากหลายภาคส่วนรวมทั้งหน่วยงานที่เพิ่งเริมดำเนินงานด้านนี้ สะท้อนว่ายังมีหน่วยงานจำนวนมากที่ต้องพัฒนาศักยภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ช่องว่างสำคัญที่ต้องเร่งปรับปรุง ได้แก่
    การบริหารจัดการความเสี่ยงและช่องโหว่ การจัดทำและทดสอบแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์
    การจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจและการสื่อสารในภาวะวิกฤต การกำกับดูแลผู้ให้บริการภายนอก  การจัดทำทะเบียนทรัพย์สินสารสนเทศ
    ภัยคุกคามที่ตรวจพบและแนวโน้มความเสี่ยง
    จากโครงการ TH-NCRAF ที่ สกมช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลดำเนินการ พบภัยคุกคามสำคัญ 3 อันดับแรก คือ
    การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ภายในองค์กร
    การเข้าถึงระบบหรือข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
    การบ่อนทำลายหรือปฏิเสธการให้บริการ นอกจากนี้ยังพบภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ได้แก่ Ransomware, Supply Chain Attack, Cloud Misconfiguration และ Phishing ซึ่งสะท้อนว่าหน่วยงานไทยต้องเร่งปิดช่องโหว่และเสริมสร้างมาตรการเชิงป้องกันและเชิงรุกอย่างจริงจัง

    ด้านคุณเบญจ เบญจรงคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (ยูไอเอช)กว่าวว่า “ในมุมมองของภาคเอกชน  ผมมีความเห็นว่า  โครงการนี้ถือว่ามีความสำคัญยิ่ง เพราะช่วยให้องค์กร โดยเฉพาะภาครัฐ สามารถประเมินความพร้อมด้าน Cyber Security ของตนเองได้อย่างเป็นระบบ การมีข้อมูลที่ชัดเจนจะช่วยให้การวางกลยุทธ์และการลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างอันดีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการสร้างระบบนิเวศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย”

    “ไซเบอร์อีลีท  ภายใต้ ยูไอเอช ให้บริการไซเบอร์ซีเคียวริตี้ มีความมุ่งมั่นที่จะต่อยอดโครงการนี้ ผ่านการพัฒนาเครื่องมือ สร้างองค์ความรู้ และการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้องค์กรไทยทุกระดับสามารถปรับตัวและรับมือกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย โดยสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายสำคัญของประเทศ”  

    ผลการประเมินในปีนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างจริงจัง แนวทางหนึ่งคือการพัฒนา “National Threat Intelligence Platform” หรือศูนย์กลางข้อมูลภัยคุกคามไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และแบ่งปันข้อมูลจากทุกภาคส่วนตามมาตรฐานสากล แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้องค์กรโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและหน่วยงานรัฐตอบสนองภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/448599&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Nv-zqGpF9xpra0FPcL-XL