Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • BEDO และ UNDP จัด

    BEDO และ UNDP จัด

    วันจันทร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.30 น.

    BEDO และ UNDP จัด“BioMart Hua Hin 2025” ชูประจวบคีรีขันธ์สู่พื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวชีวภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนฐานรากอย่างยั่งยืน

    สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO จับมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNDP Thailand) ประกาศจัดงาน “Bio Mart Hua Hin 2025” มหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าชีวภาพและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 1 – 5 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้า Market Village Hua Hin จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) มีเป้าหมายเพื่อสร้างต้นแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน 

    ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ BEDO กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการว่า BEDO มุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศ โดยมีหัวใจสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไม่เพียงแต่เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียง แต่ยังเป็นคลังมหาสมบัติด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของประเทศ งาน BioMart Hua Hin 2025 จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ได้นำความหลากหลายทางชีวภาพมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์และบริการ 

    “เราต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘การอนุรักษ์’ สามารถสร้าง ‘รายได้’ ที่มั่นคงให้กับชุมชนได้จริง เป็นการเปลี่ยนต้นทุนทางธรรมชาติให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ เราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบที่แข็งแกร่งในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชน และรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศไว้สำหรับคนรุ่นหลังต่อไปในอนาคต” 

    นีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทยกล่าวถึงบทบาทของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติในการสนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่โอบรับผู้คนและธรรมชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals)

    “การท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศไทย ซึ่งโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ทำงานร่วมกับประเทศไทยเพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนในภาคการท่องเที่ยวนั้นควบคู่ไปกับธรรมชาติ ที่จะช่วยอนุรักษ์สัตว์ป่าและการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น โดยประสบการณ์จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับจังหวัดอื่น ๆ รวมถึงเมืองท่องเที่ยวทั่วโลกเห็นแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างประโยชน์ทั้งต่อผู้คนและธรรมชาติไปพร้อมกันได้”

    โดยในปีพ.ศ. 2570 ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) UNDP เตรียมร่วมมือกับ BEDO นำ Access and Benefit Sharing (ABS) มาสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถจัดการการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างครอบคลุม และทำให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรายได้หรือองค์ความรู้ จะถูกแบ่งปันอย่างเป็นธรรม ซึ่งระบบนี้ช่วยปกป้องสิทธิของประเทศและชุมชนท้องถิ่น และส่งเสริมการใช้ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยุติธรรมและยั่งยืน
     การจัดงานครั้งนี้ยังถือเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยตรง  คาดว่าจะช่วยส่งเสริมรายได้ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นมีช่องทางการตลาดที่เข้มแข็งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริม ‘เศรษฐกิจชีวภาพ’ (Bio-economy) ตามนโยบายของประเทศที่มุ่งเน้นการนำทรัพยากรชีวภาพมาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งงานนี้จะเป็นการนำเสนอตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพในมิติของการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยได้เลือกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดต้นแบบ

    นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า “จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก มีทั้งพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ยาวสวยงาม อุทยานแห่งชาติทางบกและทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ มีศักยภาพอันโดดเด่นทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่เป็นบ้านของสัตว์ป่านานาชนิด, อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ที่มีระบบนิเวศทั้งทางบกและทางทะเลอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงพื้นที่ชุ่มน้ำและปากน้ำปราณบุรี ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนทางธรรมชาติที่ประเมินค่ามิได้ จึงเป็นความท้าทายในการพัฒนาโมเดลการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง เราสามารถเป็นต้นแบบที่แสดงให้เห็นว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อมสามารถเดินไปด้วยกันได้”

    ภายในงาน “Bio Mart Hua Hin 2025” ผู้เข้าชมจะได้พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายทางชีวภาพที่เราไม่ค่อยรู้” ประกอบด้วย:
    • โซนตลาดชีวภาพ (Bio Market): พบกับการรวมตัวของผู้ประกอบการกว่า 40 ราย ที่จะมานำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพสูง อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ สินค้าหัตถกรรม และสมุนไพร อาทิ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากว่านหางจระเข้ ชาใบหม่อน สิ่งทอจากเส้นใยธรรมชาติและย้อมสีธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลไม้อบแห้ง กาแฟรสเข้ม หอมกรุ่นสดจากไร่ และอื่นๆ อีกมากมาย
    • โซนสาธิตและเวิร์คชอป (Demo & Workshop): เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสกับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมสาธิตสุดสนุก เช่น การสาธิตทำสิ่งประดิษฐ์วัสดุธรรมชาติ ได้แก่ กระเป๋ากระจูด เข็มกลัดผ้าย้อมสีห้อม ลิปบาล์มจากไขผึ้งชัณโรง การทำก้านไม้หอมจากน้ำมันหอมระเหยกลิ่นดอกไม้ไทย 
    • โซนนิทรรศการและบริการท่องเที่ยว: เรียนรู้ความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ผ่านนิทรรศการให้ความรู้ และเลือกซื้อแพ็คเกจบริการการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมโดยตรงจากผู้ประกอบการในพื้นที่
    • กิจกรรมส่งเสริมการขาย: พิเศษสำหรับผู้ร่วมงาน เพียงร่วมกิจกรรมถ่ายภาพและติดแฮชแท็ก #BioMartHuaHin2025 รับคูปองเงินสดมูลค่า 100 บาท สำหรับใช้จ่ายภายในงานได้ทุกวัน.

    นอกจากกิจกรรมในตลาดแล้ว โครงการฯ ยังได้ริเริ่มกิจกรรมนำร่องสุดพิเศษ “BEDO Reach to Love:   เที่ยวให้ลึกเพื่อที่จะรักษ์” ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ แบบ One Day Trip ที่จะนำนักท่องเที่ยวไปสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนและธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป โดยตลอดการเดินทางจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางร่วมให้ความรู้ อาทิ คุณเจท-อธิปัตย์ อู่ศิลปกิจ นักวิจัยจากมูลนิธิโลกสีเขียว ผู้เชี่ยวชาญด้านแมลงและแมงมุม และคุณแวนชัย ประมาณ นักถ่ายภาพนกและสัตว์ป่าชื่อดัง เพื่อสร้างความเข้าใจและความผูกพันระหว่างนักท่องเที่ยวกับทรัพยากรท้องถิ่นอย่างแท้จริง และยังมี Influencer ชื่อดัง คุณเคธี เพจ Kethy and George และคุณนิว ชยพล จูเลียน พูพาร์ต ร่วมเดินทางสัมผัสประสบการณ์ที่น่าค้นหาและซาบซึ้งไปกับการท่องเที่ยวอย่างไรให้ยั่งยืน

    การจัดงาน ‘Bio Mart Hua Hin 2025’ ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวชีวภาพให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืน สร้างผลกระทบเชิงบวกที่ชัดเจนทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยจะเป็นต้นแบบที่พิสูจน์ว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งสามารถอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และตอกย้ำศักยภาพของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนานโยบายการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบและยั่งยืนของประเทศต่อไป 
    #ท่องเที่ยวชีวภาพ #เที่ยวแบบปังไม่พังธรรมชาติ #เที่ยวประจวบ_จบป้ะ

    ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของ BEDO ได้ทาง Facebook page: BEDO Thailand และเว็บไซต์ www.bedo.or.th

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/919216&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1P6dKca4y95ulweo7ruRqB

  • เปิดฤดูกาลปี 2568 เขาช้างเผือก กาญจนบุรี ชมวิวสันคมมีดสุดอลังการ

    เปิดฤดูกาลปี 2568 เขาช้างเผือก กาญจนบุรี ชมวิวสันคมมีดสุดอลังการ

              เขาช้างเผือก 2568 จังหวัดกาญจนบุรี เปิดการท่องเที่ยวกิจกรรมการเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะไกลเขาช้างเผือก เส้นทางยอดนิยมของสายลุยที่เต็มไปด้วยความงามของธรรมชาติและวิวสันคมมีดสุดอลังการ

              เขาช้างเผือก จังหวัดกาญจนบุรี เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวปี 2568 ต้อนรับสายลุยกับกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะไกล เส้นทางยอดฮิตที่ทั้งสวยและท้าทาย จุดหมายปลายทางในฝันของนักผจญภัยที่อยากสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด ใครที่กำลังมองหาทริปเติมพลังให้หัวใจ เข้ามาเช็กรายละเอียด แล้วเตรียมตัวฟิตร่างกายให้พร้อมได้เลย

    เขาช้างเผือก 2568

    เขาช้างเผือก

    เขาช้างเผือก 2568 เปิดวันไหน

             จากข้อมูลเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – Thongphaphum National Park แจ้งประกาศเปิดการท่องเที่ยวกิจกรรมการเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะไกลเขาช้างเผือก ประจำปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569

    เขาช้างเผือก 2568 เปิด

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – Thongphaphum National Park

    เขาช้างเผือก 2568 เงื่อนไขการจอง

              สำหรับใครที่อยากไปพิชิตเขาช้างเผือก 2568 มีเงื่อนไขในการจองดังนี้

    เขาช้างเผือก 2568 วิธีจอง

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – Thongphaphum National Park

    • เปิดรับจองลงทะเบียนร่วมกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ Google Form เท่านั้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกวันจองตามประกาศเปิดรับจองในแต่ละรอบผ่านระบบออนไลน์ Google Form ได้ที่หน้าเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ-Thongphaphum National Park

    • การจองผ่านระบบออนไลน์ Google Form กำหนดจำนวน 60 คน ต่อวัน จองได้ **ครั้งละไม่เกิน 1 คน** 

    • รอบการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ระหว่างวันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2568 จะเริ่มเปิดระบบให้จองวันที่ 15 ตุลาคม 2568

    • ประกาศรายชื่อ ผ่านทางหน้าเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ-Thongphaphum National Park

    เขาช้างเผือก

    เขาช้างเผือก 2568 ข้อปฏิบัติ

    เขาช้างเผือก 2568 ข้อปฏิบัติ

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – Thongphaphum National Park

    • ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด

    • เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่ง คำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด

    • ผู้มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติระยะไกล ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด 

    • ลงทะเบียนที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิเท่านั้น

    • ห้ามน้ำภาชนะที่ทำด้วยโฟม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท สัตว์เลี้ยงทุกชนิด และพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดี่ยวแล้วทิ้งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ 

    • จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสัมภาระเท่าที่จำเป็นและเพียงพิเท่านั้น พร้อมตรวจสอบสัมภาระและทรัพย์สินก่อนส่งมอบให้ลูกหาบบริการนำขึ้นเขาช้างเผือก

    • การแต่งกายให้รัดกุมเหมาะสมสำหรับการเดินป่า จัดเตรียมอุปกรณ์การป้องกันแดด การขีดข่วน และการดึงโหนเชือกสลิง

    • ใช้เส้นทางเดินเป็นกลุ่ม ตามเส้นทางเดินที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิกำหนดไว้เท่านั้น

    • ไม่กระทำด้วยกระการใด ๆ อันเป็นการทำลายธรรมชาติ เช่น เก็บพันธุ์ไม้ หรือขีดข่วนข้อความตามต้นไม้ โขดหิน เป็นต้น

    • ห้ามทิ้งขยะมูลฝอย หรือสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ตามเส้นทางเดินและที่พักค้างแรม

    • ห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น และก่อเหตุทะเลาะวิวาทในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ

    • ห้ามเล่นการพนันทุกชนิด

    • หากมีหรือพบเหตุการณ์ผิกปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติโดยทันที

              เขาช้างเผือก 2568 ปีนี้รอสายลุยมาเช็กอินอยู่ เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม แล้วออกไปเดินป่ากัน จะเป็นอีกหนึ่งทริปที่ประทับใจไม่รู้ลืม ^ ^ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – Thongphaphum National Park หรือโทรศัพท์ 09 8252 0359)

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่เที่ยวธรรมชาติ เส้นทางเดินป่า อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view295527.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cEgupyLT1DEAGeiFqWxQv

  • กกท. เปิด มาสคอตซีเกมส์ 2025 เวอร์ชันใหม่ สื่อถึงเอกลักษณ์ไทยในสีธงชาติ

    กกท. เปิด มาสคอตซีเกมส์ 2025 เวอร์ชันใหม่ สื่อถึงเอกลักษณ์ไทยในสีธงชาติ

    มาสคอตซีเกมส์ 2025 เวอร์ชันใหม่ การกีฬาแห่งประเทศไทย เผยสื่อถึงเอกลักษณ์ไทยในสีธงชาติ

    ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงการปรับโฉมมาสคอตประจำการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ และอาเซียนพาราเกมส์ 2025 รูปแบบใหม่เพิ่มเติมว่า สืบเนื่องจากนโยบายของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องการให้มาสคอตประจำการแข่งขันกีฬาซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ 2025 เป็นที่จดจำง่าย เข้าใจง่าย เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม และมีอัตลักษณ์สื่อถึงความเป็นไทยอย่างแท้จริง 

    จึงได้มอบหมายให้การ กีฬาแห่งประเทศไทย ดำเนินการปรับโฉมมาสคอตรูปแบบใหม่ ซึ่งแนวทางดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจาก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    “สำหรับมาสคอตที่มีการปรับแต่งเพิ่มเติมจะยังคงใช้ชื่อ “เดอะสาน” เช่นเดิม แต่ปรับรูปแบบให้กระชับและสื่อถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น จากเดิมมาสคอต “เดอะสาน” มีทั้งหมด 7 ตัว แบ่งเป็นมาสคอตของซีเกมส์ 5 ตัว และอาเซียนพาราเกมส์ 2 ตัว โดยใช้แนวคิด “7 วัน 7 สี” ซึ่งแต่ละตัวมีลวดลายเครื่องสานไทย สื่อถึงภูมิปัญญา และเอกลักษณ์ของชาติ

    โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ได้มีดำริให้ปรับปรุงมาสคอตใหม่เพื่อให้จดจำง่าย เข้าใจง่าย และมีอัตลักษณ์ไทยอย่างแท้จริง จึงได้มอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทย ดำเนินการปรับโฉมมาสคอตรูปแบบใหม่ โดยใช้แนวคิด “5 ตัวรวมเป็น 1 ตัว” สำหรับซีเกมส์ และ “2 ตัวรวมเป็น 1 ตัว” สำหรับอาเซียนพาราเกมส์ พร้อมนำ “สีธงชาติไทย” มาเป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบ โดยแนวทางดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล และ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงได้รับการผลักดันอย่างเต็มที่จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้มาสคอตรุ่นใหม่นี้เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างชัดเจนและจดจำได้ง่ายในระดับนานาชาติ”

    สำหรับมาสคอตเวอร์ชันใหม่นี้จะใช้ลายธงชาติไทยทั้งในส่วนของซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ และจะถูกนำไปใช้เป็นแบบทางการในพิธีมอบเหรียญรางวัลและกิจกรรมหลักของการแข่งขัน ส่วนมาสคอตแบบเดิมที่เป็น “7 ตัว 7 สี” จะยังคงนำมาผลิตเป็นของที่ระลึกและสินค้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับซีเกมส์ เพื่อเพิ่มสีสันและสร้างความประทับใจแก่เด็กและประชาชนทั่วไปอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/sport/news/258614/amp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RSuZ0arXPRmkozzN-ewri

  • นักท่องเที่ยวแห่ชมน้ำตกม่านฟ้า กลางผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวแห่ชมน้ำตกม่านฟ้า กลางผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวแห่ชมน้ำตกม่านฟ้า กลางผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน

    • เผยแพร่ : 06/10/2025 18:16

    นักท่องเที่ยวแห่ชมน้ำตกม่านฟ้า กลางผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน

    วันนี้ (6 ตุลาคม 2568) ที่บริเวณน้ำตกม่านฟ้า อุทยานแห่งชาติทับลาน บ้านสวนห้อม ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางไปท่องเที่ยวน้ำตกม่านฟ้า เพื่อชื่นชมความงามในช่วงปลายฝนต้นหนาว ส่งผลให้มีรถนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเดินทางมุ่งเข้าสู่พื้นที่ ทำให้เกิดรายได้กับชุมชน และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโดยนักท่องเที่ยวเดินทางทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ เข้าไปเที่ยวชมน้ำตกม่านฟ้า ทำให้มีปริมาณรถจำนวนมาก ก่อให้เกิดรายได้ในส่วนของค่าธรรมเนียมของกรมอุทยานฯ รวมถึงสร้างรายได้ให้กับร้านค้าในชุมชนด้วย

    ทั้งนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้ติดตามข้อมูลจากสื่อโซเชียล ที่มีการนำเสนอภาพ และคลิปความสวยงามของน้ำตกม่านฟ้า หลายคนจึงอยากเดินทางไปสัมผัสความสวยงามของน้ำตกม่านฟ้าสักครั้งหนึ่งของชีวิต เนื่องจากความสวยงามเหล่านี้จะเกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูฝนเท่านั้น

    สิบเอก ธงชัย ชัยฉิมพลี ประธานจักรยานเพื่อการท่องเที่ยววังน้ำเขียว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้จิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปพัฒนาทำความสะอาดบริเวณน้ำตกม่านฟ้า เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางเข้ามาเที่ยวชมในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ โดยกิจกรรมของจิตอาสาดังกล่าวเป็นความร่วมมือของชุมชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งคาดว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวนี้ก็จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่วังน้ำเขียวเป็นจำนวนมาก

    ภาพ/ข่าว ศรัณย์ วงศ์สารสิน ผู้สื่อข่าว topnews ทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    51151

    ปก web ประชุมเตรียมงาน

    น้ำน่านล้นตลิ่ง-พนังแตก-น้ำป่าไหลสมทบ ท่วม รพ.สมเด็จพระยุพราชตะพานหิน

    พิธีไหว้พระจันทร์ สืบสานวัฒนธรรมจีน สะท้อนพหุวัฒนธรรมเมืองภูเก็ต

    มูลนิธิเทพกวนอู แถลงซื้อที่ดินใหม่ รับบริจาคกว่า 2.1 ล้าน

    ตร.-ปกครอง สนธิกำลัง จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติด 10,000 เม็ด

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) หางโจวเปิดสถานี ‘แท็กซี่บินได้’พาชมวิวและบินรับ-ส่ง

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ชาวอันฮุยเชิด ‘มังกรฟาง’ ฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1344983&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vta5SB__8lqUsrUkfEQz1

  • เขาใหญ่ไม่ขาดเลือด ครั้งที่ 4 นักท่องเที่ยวแห่บริจาคเลือด สร้างความเชื่อมั่นด้านปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ | TOPNEWS

    เขาใหญ่ไม่ขาดเลือด ครั้งที่ 4 นักท่องเที่ยวแห่บริจาคเลือด สร้างความเชื่อมั่นด้านปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ | TOPNEWS

    สำหรับกิจกรรมดังกล่าว เป็นความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในเขาใหญ่ เพื่อจัดตั้งคลังเลือดไว้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ในห้วงเวลาต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่เขาใหญ่ รองรับการจัดงานพืชสวนโลก ประจำปี 2572 ที่จังหวัดนครราชสีมา จะเป็นเจ้าภาพ

    สำหรับผู้ที่ประสงค์จะบริจาคโลหิต ครั้งต่อไป วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 ในโครงการ เขาใหญ่ไม่ขาดเลือด ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 โดยโปรดเตรียมร่างกายก่อนการบริจาคโลหิต อย่างน้อย 3 วัน งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารที่มีไขมันสูง ในกิจกรรมดังกล่าว ผู้ที่บริจาคโลหิตจะได้รับเสื้อที่ระลึก ผู้ให้ยิ่งใหญ่ในใจผู้รับเสมอ.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1344951&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yRlv7jcazZRfve2K0c1Gz

  • คาดจีนเที่ยวไทยช่วง Golden Week ราว 2 แสนคน สร้างรายได้ 9.1 พันลบ. : อินโฟเควสท์

    คาดจีนเที่ยวไทยช่วง Golden Week ราว 2 แสนคน สร้างรายได้ 9.1 พันลบ. : อินโฟเควสท์

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนายหยาง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในงาน Amazing Thailand, Mid-Autumn Night 2025 พร้อมต้อนรับคณะ Content Creators และ KOLs จากสาธารณรัฐประชาชนจีน รวม 100 ราย ภายใต้โครงการ “Nihao Month” ซึ่งเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทย เพื่อนำไปสร้างสรรค์คอนเทนต์ประชาสัมพันธ์ กระตุ้นแรงบันดาลใจและแรงจูงใจในการเดินทาง

    นายอรรถกร กล่าวว่า ประเทศไทยพร้อมอย่างยิ่งในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน ผ่านพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นในทุกมิติ ทั้งด้านความปลอดภัย มาตรฐานบริการ และคุณภาพของประสบการณ์การเดินทาง ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและยั่งยืน หรือ Smart & Sustainable Tourism

    โดยได้เร่งขับเคลื่อนตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักและมีศักยภาพสูง ตามนโยบายสำคัญ Big Impact Act Fast ที่กระทรวงฯ มุ่งผลักดันเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงรูปธรรมอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับการดำเนินโครงการ Nihao Month ของททท. ที่ต้องการกระตุ้นความสนใจและการเดินทางจากนักท่องเที่ยวจีนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างการรับรู้และส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม มิตรภาพ และส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าแก่นักท่องเที่ยวในทุกครั้งที่มาเยือน

    ประกอบกับเป็นโอกาสสำคัญในการเฉลิมฉลองมิตรภาพ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และช่วงวันชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ในมิติของประชาชนสู่ประชาชน สร้างความเชื่อมโยงผู้คนทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน ด้วยรอยยิ้ม ความจริงใจ และความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม

    สำหรับวันชาติจีนประจำปี 2568 (China Golden Week) ตรงกับวันที่ 1-8 ต.ค. 68 ซึ่งเป็นวันหยุดเทศกาลไหว้พระจันทร์ ถือเป็นช่วงเวลาเดินทางท่องเที่ยวที่สำคัญของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวราว 200,000 คน สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 9,100 ล้านบาท

    โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยรายวันมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น เห็นได้จากยอดจองบัตรโดยสารเครื่องบินล่วงหน้าในช่วง Golden Week ที่เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 67 โดยส่วนใหญ่เดินทางมาจาก เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เฉิงตู คุนหมิง และปักกิ่ง ตามลำดับ รวมไปถึงเมืองรอง (Second Tier) ที่มีเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ได้แก่ เซินเจิ้น หางโจว ซีอาน เซียะเหมิน และฉงชิ่ง อีกทั้งยังมีเที่ยวบินใหม่ ทั้งเที่ยวบินพาณิชย์และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ รวมไม่น้อยกว่า 30 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะจากเมือง คุนหมิง ต้าหยง ซีอาน เฉิงตู ซีหนิง และเอิ้นชี ที่จะเข้ามาสมทบตั้งแต่กลางเดือนก.ย. 68 เป็นต้นไป

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ากระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีนอย่างเต็มที่ พร้อมมุ่งฟื้นฟูและสร้างความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวไทยภายใต้โครงการ “Trusted Thailand” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีคุณภาพ ตอบสนองความคาดหวังของนักท่องเที่ยวจีน และส่งเสริมให้ประเทศไทยยังคงเป็น Top of Mind จุดหมายปลายทางยอดนิยมในใจนักท่องเที่ยวจีนอย่างต่อเนื่อง

    สำหรับกิจกรรม “Amazing Thailand, Mid-Autumn Night 2025” จัดขึ้นในวันที่ 6 ต.ค. 68 ณ One Bangkok กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ในโอกาส 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ไทย-จีน โดยได้นำครีเอเตอร์จากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่คัดเลือกจากกิจกรรม Thailand, Told by You-UGC Challenge & FAM Trip ที่ใช้กลไก User-Generated Content (UGC) Selection ร่วมผลิตคอนเทนต์สะท้อน “เสน่ห์ไทย” ภายใต้แนวคิด “5 Must Do in Thailand” และ “Soft Power 5F” จำนวน 50 คน ร่วมกับ Mega Influencer อีก 50 คน รวม 100 คน เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมเดินทางทดสอบสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และร่วมสัมผัสประสบการณ์ใน 4 เส้นทาง ได้แก่ เชียงใหม่ พัทยา (ชลบุรี) ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) ในวันที่ 5-10 ต.ค. 68

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/535038&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34AdBjzlDXITW3qpME2lIb

  • จับกระแส หุ้นท่องเที่ยว – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    จับกระแส หุ้นท่องเที่ยว – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    1. พัชรนันท์ สิงหรา (พี่เรย์) 064-954-9826

    2. ปวิตรา วงศ์สวาสดิ์ (โอ๊ย) 082-550-0253

    3. มลฤดี สิงหรา (หนูเล็ก) 081-9923266

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/10/06/584122/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dzgPz7ruqjrJ5pfEOPuBh

  • สกัดต้นตอป่วนค่าเงินบาท ‘เอกนิติ’ จ่อชง ครม.เศรษฐกิจ หาช่องคุมด่วน

    สกัดต้นตอป่วนค่าเงินบาท ‘เอกนิติ’ จ่อชง ครม.เศรษฐกิจ หาช่องคุมด่วน

    สกัดต้นตอป่วนค่าเงินบาท ‘เอกนิติ’ จ่อชง ครม.เศรษฐกิจ หาช่องคุมด่วน

    วันนี้ (6 ตุลาคม 2568) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ เร็ว ๆ นี้ กระทรวงการคลัง จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาแนวทางการดูแลความผิดปกติของตลาดการเงินไทย ภายหลังเกิดกรณีตัวเลขค่าความคลาดเคลื่อนสุทธิ (Net Errors and Omissions : NEO) ในบัญชีดุลการชำระเงินของไทยเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติจนกระทบกับค่าเงินบาท

    “ในการประชุมครม.วันที่ 7 ตุลาคม นี้ จะมีการตั้ง ครม.เศรษฐกิจขึ้นมา จากนั้น กระทรวงการคลัง จะเสนอเรื่องนี้เข้าไปยัง ครม.เศรษฐกิจ รับทราบแนวทางการกำกับดูแล ล่าสุดได้คุยกับปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อวันก่อนและมอบหมายให้เป็นประธานไปหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ เกี่ยวกับเม็ดเงินซึ่งอาจดูผิดปกติ ปรากฏอยู่ในส่วนของความคลาดเคลื่อนทางสถิติ หรือ NEO ซึ่งที่ผ่านมาตัวเลขดังกล่าวมีมูลค่าสูงเป็นพิเศษ” นายเอกนิติ ระบุ

    นายเอกนิติ กล่าวว่า การกำกับดูแลเรื่องดังกล่าว จำเป็นต้องร่วมมือกับหน่วยยงานที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลัง หารือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อติดตามเส้นทางเงินว่าเงินเหล่านั้นอยู่ตรงไหน

    อีกส่วนคือหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าเม็ดเงินเหล่านี้อาจจะเข้ามาในช่องทางที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่หรือช่องทางอื่นที่ผิดปกติหรือไม่

    รองนายกฯ กล่าวว่า การดำเนินการทั้งหมดนี้เกิดจากการที่ได้รับข้อมูลและข้อเสนอแนะมาจาก สมาคมธนาคารไทย รวมถึง สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ซึ่งสะท้อนข้อมูลให้เห็น ขณะเดียวกันยังมีข้อมูลที่ต้องเชื่อมโยงจากหลายแหล่ง ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย, กลต., ปปง., และกรมศุลกากร

    “เรื่องนี้เป็นภารกิจสำคัญที่จะต้องเชื่อมโยง และนำข้อมูลเหล่านี้มาบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนที่สุด โดยมีเป้าหมายที่ตั้งใจไว้คือการนำเรื่องนี้เข้ารายงานต่อ ครม.เศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นการคุยกันในรูปแบบของชุดย่อย และจะทำงานอย่างเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากนายกฯ ได้มอบนโยบายและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ” รองนายกฯ กล่าว

    รองนายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับเสถียรภาพการคลังและกรอบวินัยทางการเงินการคลังของรัฐ โดยเตรียมทบทวนกรอบวินัยการเงินการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2569 – 2572) ซึ่งปัจจุบันเป็นแผนระยะเวลา 5 ปี แต่เบื้องต้นอาจขยายให้ยาวกว่านั้นเพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งด้านรายได้ รายจ่าย และภาระหนี้ของภาครัฐ ซึ่งภายในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้ จะนัดประชุมเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/640757&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3F8B4xGr8ae0eMu0WHXfok

  • ประเทศไทยถูกปรับ Outlook – สัญญาณเตือนเศรษฐกิจ – การคลัง

    ประเทศไทยถูกปรับ Outlook – สัญญาณเตือนเศรษฐกิจ – การคลัง

    ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากทั้งภายนอกและภายในประเทศ ซึ่งส่งผลลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ส่งผลให้มุมมองของประเทศจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศอย่าง Fitch Ratings มีความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและฐานะการคลังของไทย ดังนั้นจึงได้ประกาศปรับมุมมองของประเทศไทยจาก “Stable” เป็น “Negative” แม้จะยังคงยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือ (BBB+) ไว้เช่นเดิมก็ตาม

    แม้การปรับมุมมองดังกล่าวมีผลมาจากหลายปัจจัย แต่ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการปรับครั้งนี้ คือ หนี้สาธารณะของไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังช่วง โควิด-19 อันเป็นผลจากการที่ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบาย เช่น การแจกเงิน และ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งมีมูลค่าการใช้จ่ายในระดับที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลให้เกิดการขาดดุลมาอย่างต่อเนื่อง โดยหนี้สาธารณะของไทยปรับเพิ่มขึ้นมาจากราว 40% สู่ระดับ 59.4% ของ GDP ในเดือน สิงหาคม 2568 ขณะที่ Fitch คาดว่าตัวเลขดังกล่าวยังมีแนวโน้มที่จะปรับสูงขึ้นสู่ระดับ 65% ในอนาคต ซึ่งสูงกว่าที่เคยมองไว้ในปีที่แล้วว่าจะอยู่ในระดับเพียง 61.8% ในปี 2571 จึงเป็นเหตุผลสำคัญในการปรับมุมมองในครั้งนี้ 

    ความอ่อนแอทางเศรษฐกิจของไทยเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ถูกจับตามอง โดย Fitch คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตเพียง 2.2% ในปี 2568 และ 1.9% ในปี 2569 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศที่มีระดับความน่าเชื่อถือ BBB โดยการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่เมื่อมองไปข้างหน้า การส่งออกเผชิญความท้าทายจากภาษีการค้าสหรัฐฯ ที่จะส่งผลให้การค้าโลกหดตัวลง ในขณะที่การท่องเที่ยวไทยเริ่มอิ่มตัว เติบโตได้ช้าลงเมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเข้าใกล้จุดสูงสุดช่วงก่อนโควิด-19 และนักท่องเที่ยวจีนที่ปรับตัวลดลง นอกจากนั้นการเมืองภายในประเทศยังประสบกับความไม่แน่นอนซึ่งอาจจะส่งผลลบต่อทั้งการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มเติม

    ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือทันที เนื่องจากยังมีความแข็งแกร่งไม่ว่าจะเป็น เงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูง โครงสร้างหนี้ที่มั่นคง ซึ่งหนี้เกือบทั้งหมดเป็นสกุลบาท อายุเฉลี่ยยาว และภาระดอกเบี้ยต่ำกว่ากลุ่มประเทศ BBB อื่นๆ อย่างไรก็ดี การส่งสัญญาณเตือนครั้งนี้ถือเป็นข้อความสำคัญให้แก่ภาครัฐ ที่จะต้องกลับมาพิจารณาถึงความเหมาะสมของแผนการคลังระยะปานกลาง ที่เคยมองการเพิ่มหนี้สาธารณะไว้สูงถึง 69.3% ในปี 2572 

    ในระยะข้างหน้า ประเทศไทยยังคงต้องจัดการกับความท้าทายเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้แก่ ความล่าช้าในการควบคุมการขาดดุลงบประมาณจนทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัญหาการเมืองที่กระทบต่อการท่องเที่ยว และการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่าคาดเป็นเวลานาน 

    หากพิจารณาผลกระทบต่อการลงทุนตราสารหนี้ เราประเมินว่า ถึงแม้ว่าประเทศไทยอาจจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือไปสู่ระดับ BBB (จากระดับปัจจุบันที่ BBB+) พันธบัตรรัฐบาลไทยยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มหุ้นกู้ที่มีความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับน่าลงทุน (Investment Grade) ดังนั้นความผันผวนที่จะเกิดขึ้นต่อพันธบัตรรัฐบาลไทย มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น อย่างไรก็ดี ในระยะยาวพันธบัตรรัฐบาลไทยยังคงมีแรงสนับสนุนจากทั้ง ความสามารถในการชำระหนี้ที่ยังคงแข็งแกร่ง โอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง และสภาพคล่องในประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะสามารถสนับสนุนการลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลไทยของนักลงทุนต่างชาติได้ โดยปัจจุบัน การถือครองพันธบัตรรัฐบาลไทยของนักลงทุนต่างชาติอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก ดังนั้นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยยังคงมีความน่าสนใจในระยะข้างหน้า 

    ภาพ: Nuthawut Somsuk/Getty Images

    TAGS:  


    ABOUT THE AUTHOR

    ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย

    ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thailand-outlook-downgrade-economy/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Wfu7TnKWylaMHIx_7Ay8O

  • เริ่มลงทะเบียนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10000 บาท ว่อนโซเชียล แจงด่วน

    เริ่มลงทะเบียนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10000 บาท ว่อนโซเชียล แจงด่วน

    ทั่วไป

    06 ต.ค. 2025 เวลา 13:56 น.

    เริ่มลงทะเบียนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10000 บาท ว่อนโซเชียล แจงด่วน

    ว่อนโซเชียล เริ่มลงทะเบียนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10000 บาท กระทรวงการคลัง ชี้แจงด่วน

    กรณีโซเชียลว่อน เริ่มลงทะเบียนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10000 บาท ชี้แจงด่วน

    ปัจจุบัน กระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ยังไม่มีการดำเนินการโครงการ”ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะที่ 3 ทั้งนี้ หากมีการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประชาสัมพันธ์แจ้งต่อประชาชนให้รับทราบต่อไป

    ตรวจสอบโดย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง และ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

    เริ่มลงทะเบียนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10000 บาท ว่อนโซเชียล แจงด่วน

    ตรวจสอบโดย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง และ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1201926&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0p2GO8JgZ-QiGFvNQSi_Te