Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • คณะกรรมการอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ลงพื้นที่ “หินงูใหญ่” ริมลำน้ำเข็กเตรียมวางแผนจัดการพื้นที่รองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน | TOPNEWS

    คณะกรรมการอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ลงพื้นที่ “หินงูใหญ่” ริมลำน้ำเข็กเตรียมวางแผนจัดการพื้นที่รองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน | TOPNEWS

    คณะกรรมการอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ได้ลงพื้นที่บริเวณ ริมลำน้ำเข็ก ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อสำรวจและหารือแนวทางการจัดการพื้นที่ “หินงูใหญ่” แหล่งธรณีที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง
    “หินงูใหญ่” มีลักษณะเป็นโขดหินรูปร่างคล้ายหัวงูขนาดใหญ่ เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า “ซันแครก (Suncrack)” ซึ่งเกิดจากการหดตัวของหินเมื่อถูกความร้อนจากแสงอาทิตย์สลับกับความเย็นในช่วงกลางคืน จนเกิดรอยแยกเป็นแนวรูปทรงเฉพาะตัว ปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้นอกจากจะมีคุณค่าทางธรณีวิทยา ยังกลายเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้ความสนใจ บางกลุ่มมองว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเดินทางมาสักการะขอพร

    ในการประชุมภาคสนามครั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาและจัดการพื้นที่อย่างรอบคอบ เพื่อให้สอดคล้องทั้งมิติทางการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น การจัดระเบียบพื้นที่จอดรถให้ปลอดภัย การปรับปรุงเส้นทางเดินเท้าเพื่อความสะดวกและลดผลกระทบต่อธรรมชาติ การจัดสรรพื้นที่สำหรับผู้มีความเชื่อในการประกอบพิธีกรรม การคัดเลือกวัสดุที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม การบริหารจัดการขยะและร้านค้าชุมชนไม่ให้กระทบระบบนิเวศ การติดตั้งป้ายข้อมูลทางวิชาการและป้ายเตือนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้มาเยือน

    ที่ประชุมยังเน้นย้ำถึงการสร้าง “สมดุลระหว่างความเชื่อกับวิชาการ” ให้ประชาชนในพื้นที่และนักวิชาการได้มีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางการใช้พื้นที่ร่วมกัน เพื่อให้ “หินงูใหญ่” ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามเท่านั้น แต่ยังเป็น แหล่งเรียนรู้ธรณีวิทยาและวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่เติบโตบนฐานของความเข้าใจและการอนุรักษ์อย่างแท้จริง ทั้งนี้ คณะกรรมการอุทยานธรณีเพชรบูรณ์จะดำเนินการจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่ในระยะต่อไป โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการรักษาความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน เพื่อให้ “หินงูใหญ่” กลายเป็นอีกหนึ่ง จุดหมายใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในเพชรบูรณ์ ที่ยั่งยืนและมีคุณค่าทางวัฒนธรรม

    ภาพ/ข่าว วิริทธิ์พล หิรัญรัตน์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.เพชรบูรณ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1350842&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2L46muMBI9bAiZwli1rB9n

  • ลดขยะ ชุมชนป่าต้นน้ำ ชวนลอยกระทงใบไม้ บูชาลำตะคอง เขาใหญ่ | TOPNEWS

    ลดขยะ ชุมชนป่าต้นน้ำ ชวนลอยกระทงใบไม้ บูชาลำตะคอง เขาใหญ่ | TOPNEWS

    ลดขยะ ชุมชนป่าต้นน้ำ ชวนลอยกระทงใบไม้ บูชาลำตะคอง เขาใหญ่

    • เผยแพร่ : 10/10/2025 11:33

    นครราชสีมา ชุมชนป่าต้นน้ำ ชวนลอยกระทงใบไม้ บูชาลำตะคอง เขาใหญ่ สืบสานวัฒนธรรม ขอขมาสายน้ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้ใบไม้และวัสดุธรรมชาติ ลดขยะ ลดโลกร้อน

    วันที่ 10 ตุลาคม 2568 ที่ท่าน้ำบ้านท่ามะปรางค์-คลองเพล ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายสมหมาย ประเสริฐสงค์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่ามะปรางค์-คลองเพล เรียกประชุมชาวบ้านเพื่อเตรียมสถานที่จัดงานสืบสานประเพณีไทย งานลอยกระทง ประจำปี 2568 วันที่ 5 พฤศจิกายน

    โดย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่ามะปรางค์-คลองเพล เตรียมจัดงาน “ลอยกระทงใบไม้ บูชาลำตะคอง” เป็นครั้งที่ 2 นับเป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นครั้งแรกของพื้นที่ บ้านท่ามะปรางค์-คลองเพล เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา โดยเน้นใช้ใบไม้ลอยกระทง เพื่อเป็นกระทงรักษ์โลกสอดรับกับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และลดขยะ ลดการสร้างมวลภาวะเรือนกระจก

    นายสมหมาย ประเสริฐสงค์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่ามะปรางค์-คลองเพล เปิดเผยว่า งาน “ลอยกระทงใบไม้ บูชาลำตะคอง” เน้นสืบสานวัฒนธรรมการลอยกระทงอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้กระทงที่ทำจากใบไม้และวัสดุธรรมชาติ ลดขยะและโลกร้อน โดยงานนี้จะจัดขึ้นในวันลอยกระทง (วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568) ณ ท่าน้ำลำตะคอง บ้านท่ามะปรางค์-คลองเพล เขาใหญ่

    โดยรายละเอียดงาน กิจกรรม: ลอยกระทงใบไม้ บูชาลำตะคอง มีวัตถุประสงค์: เพื่อขอขมาสายน้ำ ลำตะคอง และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ โดยใช้กระทงจากวัสดุธรรมชาติ จัดขึ้นโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่ามะปรางค์-คลองเพล มีความสำคัญ อนุรักษ์ธรรมชาติ: เป็นการขอขมาพระแม่คงคาด้วยวัสดุจากธรรมชาติแทนการใช้กระทงพลาสติกหรือโฟม สืบสานประเพณี: เป็นการอนุรักษ์และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีลอยกระทงให้ยั่งยืน สร้างอัตลักษณ์ชุมชน: เป็นการสร้างอัตลักษณ์การท่องเที่ยวชุมชนป่าต้นน้ำเขาใหญ่ ที่สำคัญมีการประกวดกระทงรักษ์โลก ซึ่งทำจากใบไม้ ด้วยแนวคิด “ กระทงรักษ์โลก รักษ์แม่น้ำลำธาร ” อีกด้วย.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    SOCAIL 16-9 copy

    8965368

    “สีหศักดิ์” นำทีมกต.ถกภาคเอกชนไทยในกัมพูชา ยันห่วงใยผลกระทบ ย้ำปัญหาเกิดจาก“เขมร” ไม่ขัดสหรัฐขอจุ้นแต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข

    สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับ SCG กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดโครงการ “Go Together” เติบโตไปด้วยกัน สู่ โลกยั่งยืน

    แถลงข่าวการจัดงานแข่งขัน อุตรดิตถ์โตโยไทร์ เอ็กซ์พลอร่าร์ เรซซิ่งคาร์ไทยแลนด์ เฟสติวัล ครั้งที่ 2

    “เมื่อเด็กๆ เรียนรู้จากไข่” ซีพีเอฟส่งต่อความมั่นคงทางอาหาร จากรั้วโรงเรียนสู่รั้วชุมชน

    ฉะเชิงเทรา ไฟไหม้ นายกขวัญ ส่งหน่วยดับเพลิงระงับเหตุเพลิงไหม้ อบต.โสธร

    “สันติ” เตรียมเปิดช่องทางร้องเรียน เอาผิดผู้ประกอบการฉวยโอกาส ขึ้นราคาสินค้า “คนละครึ่งพลัส”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1350633&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oeo2loUf-3-mg-t-tGEKg

  • SPREME ดีด 2% คว้าโปรเจกต์ “ภาครัฐ” ปล่อยเช่าอุปกรณ์ไอที

    SPREME ดีด 2% คว้าโปรเจกต์ “ภาครัฐ” ปล่อยเช่าอุปกรณ์ไอที

    ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (10 ต.ค.68) ราคาหุ้น บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SPREME ณ เวลา 14:29 น. อยู่ที่ระดับ 1.46 บาท บวก 0.03 บาท หรือ 2.10% สูงสุดที่ระดับ 1.46 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.43 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 0.45 ล้านบาท

    โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสืบเนื่องมาจาก นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPREME ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร ในฐานะผู้ออกแบบ จัดหา และติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในงานเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร (System Integrator) รวมถึงให้บริการดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซม และให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง เปิดเผยว่า  บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาเช่ารวม 2 สัญญา มูลค่ารวม 833,797,200 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตอกย้ำความเชื่อมั่นของหน่วยงานภาครัฐต่อศักยภาพของ SPREME ในการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง และให้บริการดูแลบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

    สำหรับสัญญาเช่าใหญ่ทั้ง 2 ฉบับมีรายละเอียดดังนี้ 1. สัญญาเช่าอุปกรณ์ Handheld กับ ไปรษณีย์ไทย โดย SPREME ในนาม กิจการร่วมค้า SPAC” (ร่วมกับ บริษัท อะเคเซีย ไอ.ที.เซอร์วิสเชส (ประเทศไทย) จำกัด) ได้ลงนามสัญญาเช่าอุปกรณ์ Handheld จำนวน 23,480 เครื่อง กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยมีมูลค่าจ้างงานตามสัญญา 417,000,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สัญญาฉบับนี้มีระยะเวลาให้เช่าถึง 5 ปี (ลงนามเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568)

    2.สัญญาเช่าคอมพิวเตอร์นักเรียน กทม. โดยบริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาเช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาพร้อมอุปกรณ์ ในโครงการการเช่าคอมพิวเตอร์พกพาสำหรับพัฒนานักเรียนกรุงเทพมหานครในยุคดิจิทัลกับ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร มูลค่าสัญญา 416,797,200 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สัญญาเช่านี้ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) อุปกรณ์ประมวลผลระบบคอมพิวเตอร์ โปรแกรมประยุกต์ และการให้บริการ โดยมีระยะเวลาเช่า 3 ปี (ลงนามเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568)

    นายภานุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPREME กล่าวอีกว่า  การคว้างานใหญ่ทั้งจากรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานราชการ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ SPREME ในการส่งมอบโซลูชั่นด้าน IT ครบวงจร ทั้งการให้เช่า การติดตั้ง และบริการบำรุงรักษา ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลการดำเนินงาน  ผลักดันให้งานในมือรอรับรู้รายได้ เพิ่มเป็น 2,200 ล้านบาท สร้างฐานรายได้ที่มั่นคงในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/breakingnews/788414&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21EQmORoXzhDe7-sUBNkDX

  • ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดแทบไม่ขยับ หุ้นการเงินบวกนำตลาด

    ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดแทบไม่ขยับ หุ้นการเงินบวกนำตลาด

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ต.ค. 68)

    ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดแทบไม่ขยับในวันนี้ (10 ต.ค.) โดยหุ้นกลุ่มการเงินบวกนำตลาด ขณะที่หุ้นกลุ่มไอทีขยับขึ้นเล็กน้อย ขานรับผลประกอบการของ Tata Consultancy Services (TCS) ที่ประกาศรายได้ประจำไตรมาสสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์

    ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 82,075.45 จุด ลดลง 96.65 จุด หรือ -0.12% แต่ต่อมา ณ เวลา 10.56 น. ตามเวลาไทย ดัชนี Sensex ดีดตัวขึ้น +0.24% มาเคลื่อนไหวที่ระดับ 82,370.41 จุด

    หุ้น 12 ใน 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มการเงินที่บวกขึ้น 0.4% และกลุ่มไอทีที่ปรับขึ้น 0.2%

    หุ้น 9 ใน 10 บริษัทของดัชนีย่อยกลุ่มไอทีปรับตัวขึ้น สวนทางกับหุ้น TCS ที่ร่วงลง 0.7% หลังปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 6% ในช่วง 6 วันทำการก่อนหน้าที่จะมีการรายงานผลประกอบการ

    ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางปรับตัวขึ้น 0.4% และ 0.3% ตามลำดับ

    โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/รัตนา พงศ์ทวิช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR990IQ2C08EKAJV4QJ777KNLD6IQ30V&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0B71zEPrPNUL89_lK7fR6a

  • รมช.ศธ. “องอาจ” หารือผลการดำเนินงาน-ทิศทางการทดสอบของประเทศ ชู สทศ. เป็นหนึ่งแกนหลักการศึกษาไทย – กระทรวงศึกษาธิการ

    รมช.ศธ. “องอาจ” หารือผลการดำเนินงาน-ทิศทางการทดสอบของประเทศ ชู สทศ. เป็นหนึ่งแกนหลักการศึกษาไทย – กระทรวงศึกษาธิการ

    กระทรวงศึกษาธิการ – เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ในฐานะได้รับมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการในการกำกับดูแลฯ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทศ.) เป็นประธานการประชุมหารือผลการดำเนินงาน และทิศทางในอนาคตของ สทศ. โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศิริดา บุรชาติ ผู้อำนวยการ สทศ. และคณะ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ

    รมช.ศธ. กล่าวว่า ผมมองว่า สทศ. เป็นแกนหลักหนึ่ง ในการขับเคลื่อนการศึกษาไทย ซึ่งเห็นว่ามีความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณเกี่ยวกับการจัดหาบุคลากรที่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ และไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ในการจัดทำฐานข้อมูล การตรวจ และการประมวลผลคะแนนการทดสอบทุกประเภท รวมทั้งการปรับปรุงระบบ เทคโนโลยี และอุปกรณ์ที่จำเป็น นอกจากนี้ ตนยังเป็นห่วงเกี่ยวกับการแฮ็กข้อมูลในระบบ หากในอนาคต สทศ. มีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ หรือ AI มาใช้สร้างข้อสอบ ตรวจให้คะแนน และรายงานผลมากขึ้น จึงอยากฝาก สทศ. ให้ช่วยดูแลและบริหารจัดการการดำเนินงาน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ตามมา

    “ทั้งนี้ ขอชื่นชมผู้บริหารและบุคลากรทุกท่านจาก สทศ. ที่สามารถขับเคลื่อนงานของ สทศ. ให้ออกมาอย่างดี ในช่วงปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงบประมาณที่ได้รับมาจำกัด ตนเองคงไม่ได้มอบนโยบายใด เพราะเห็นว่า สทศ. ทำดีอยู่แล้ว แต่ให้สัญญาว่าจะช่วยเหลือและให้ความร่วมมือในทุก ๆ ด้านแก่ สทศ. เพื่อการพัฒนา และทำให้หน่วยงานเดินทางต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” รมช.ศธ. กล่าว

    ประชาสัมพันธ์ สร.ศธ. / ข่าว-ภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/moe-niets-2/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Nsc-gBeAsp1MRfZDJtCc-

  • ไขความลับทางพันธุกรรมที่ทำให้ตุ่นหนูไร้ขนอายุยืนกว่าหนูทั่วไปกว่าสิบเท่า – BBC News ไทย

    ไขความลับทางพันธุกรรมที่ทำให้ตุ่นหนูไร้ขนอายุยืนกว่าหนูทั่วไปกว่าสิบเท่า – BBC News ไทย

    ไขความลับทางพันธุกรรมที่ทำให้ตุ่นหนูไร้ขนอายุยืนกว่าหนูทั่วไปกว่าสิบเท่า

    The image is a close-up of a naked mole rat. It is a small, pink, bald rodent that is being held by a person's hand. The rodent has large, protruding front teeth, tiny eyes, whiskers on its face and small, clawed feet.

    ที่มาของภาพ, Washington Post via Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ตุ่นหนูไร้ขนมีชีวิตอยู่ได้ถึงอายุ 40 ปี ทั้ง ๆ ที่เพื่อนร่วมสายพันธุ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในกลุ่มฟันแทะอย่างหนูทั่ว ๆ ไป มีชีวิตอยู่ได้แค่เพียง 3 ปี
      • Author, วิกตอเรีย กิลล์
      • Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์ บีบีซีนิวส์

    พวกมันคือสัตว์ฟันแทะที่อาศัยอยู่ใต้ดินและมีรูปร่างประหลาด ไร้ขน ดูคล้ายไส้กรอกที่มีฟัน และล่าสุด พวกมันยังได้เผยความลับทางพันธุกรรมของการมีอายุยืนยาวออกมา

    งานวิจัยใหม่เกี่ยวกับตุ่นหนูไร้ขนสุดแปลกนี้พบว่า สัตว์ชนิดนี้ได้วิวัฒนาการกลไกซ่อมแซมสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของตนเอง ซึ่งอาจอธิบายได้ว่า ทำไมพวกมันถึงมีอายุยืนขนาดนั้น

    ตุ่นหนูใต้ดินเหล่านี้มีอายุขัยสูงสุดเกือบ 40 ปี ถือเป็นสัตว์ฟันแทะที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก

    ผลการค้นพบใหม่นี้ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Science ยังอาจช่วยอธิบายได้ด้วยว่า ทำไมตุ่นหนูไร้ขนจึงต้านทานโรคที่เกี่ยวข้องกับความชราได้หลากหลายชนิด

    ตุ่นหนูไร้ขนมีภูมิต้านทานต่อโรคมะเร็ง การเสื่อมของสมองและไขสันหลัง รวมถึงโรคข้ออักเสบ นี่จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากอยากเข้าใจมากขึ้นว่า ร่างกายของพวกมันทำงานอย่างไร

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • King Faisal of Saudi Arabia (Faisal bin Abdulaziz Al Saud) speaking at a press conference at the Dorchester hotel, London, in May 1967.  He is seated behind a table with multiple microphones, dressed in traditional Saudi attire, including a head covering and robe.

    • The sun rises over the carved stone stairways and columns of the terrace at the ruined ancient Persian city of Persepolis. A raised stone area contains many giant stone columns and lintel structures. Figures are carved into the base of the platform.

    • SISAKET, THAILAND - 2025/01/06: A local Thai looks on the Preah Vihear castle of Cambodia at the Mo I Daeng cliff in Sisaket. (Photo by Seksan Rochanametakul/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)

    • .

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    การศึกษานี้นำโดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยถงจี้ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยมุ่งเน้นไปที่การซ่อมแซมดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นกระบวนการตามธรรมชาติในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต

    เมื่อสายดีเอ็นเอซึ่งเป็นหน่วยพื้นฐานของพันธุกรรมเกิดความเสียหาย ร่างกายจะใช้สายดีเอ็นเอที่ยังไม่เสียหายอีกเส้นหนึ่งเป็นต้นแบบในการซ่อมแซม

    หัวใจสำคัญของงานวิจัยนี้อยู่ที่โปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งมีบทบาทในกระบวนการตรวจจับและซ่อมแซมความเสียหายของดีเอ็นเอ

    เมื่อเซลล์หนึ่ง ๆ ตรวจพบความเสียหาย มันจะสร้างโปรตีนที่ชื่อว่า “c-GAS” ซึ่งทำหน้าที่หลายอย่าง แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์สนใจคือ ในมนุษย์ โปรตีนชนิดนี้กลับ “รบกวน” กระบวนการเชื่อมต่อสายดีเอ็นเอกลับคืนเข้าด้วยกัน ทำให้การซ่อมแซมเกิดได้ไม่สมบูรณ์

    นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการรบกวนดังกล่าวอาจส่งให้เกิดโรคมะเร็งและทำให้อายุสั้นลง

    ทว่าในตุ่นหนูไร้ขน ทีมวิจัยกลับพบว่า โปรตีนชนิดเดียวกันนี้ทำหน้าที่ตรงข้าม พวกมันช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมสายดีเอ็นเอได้ดีขึ้น และช่วยคงความสมบูรณ์ของรหัสพันธุกรรมในแต่ละเซลล์เอาไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    The image shows a naked mole rat - a small, pink rodent - in an undeground burrow eating a chunk of corn on the cob.

    ที่มาของภาพ, Chicago Tribune via Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ตุ่นหนูไร้ขนอาศัยอยู่ในเครือข่ายอุโมงค์และช่องใต้ดินที่พวกมันขุดขึ้นเอง

    ศาสตราจารย์กาเบรียล บัลมัส ผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมแซมดีเอ็นเอและความชราจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์กล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้น่าตื่นเต้นมาก และเป็นเพียง “ยอดของภูเขาน้ำแข็ง” เท่านั้น เมื่อพูดถึงการทำความเข้าใจว่า เหตุใดตุ่นหนูไร้ขนจึงมีอายุยืนยาวเป็นพิเศษ

    “คุณอาจมองว่า cGAS เป็นเหมือนชิ้นเลโก้ [ตัวต่อ] ทางชีววิทยา [พวกมัน] มีรูปร่างพื้นฐานเหมือนกันทั้งในมนุษย์และตุ่นหนูไร้ขน แต่ในเวอร์ชันของตุ่นหนูนั้น ข้อต่อบางส่วนกลับด้าน ทำให้มันสามารถประกอบขึ้นเป็นโครงสร้างและทำหน้าที่ที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง” เขากล่าว

    ศ.บัลมัสอธิบายว่า ตลอดช่วงเวลาหลายล้านปีของวิวัฒนาการ ตุ่นหนูไร้ขนดูเหมือนจะปรับเปลี่ยนเส้นทางเดิม ๆ และ “ใช้มันให้เป็นประโยชน์”

    “การค้นพบครั้งนี้นำไปสู่คำถามพื้นฐานหลายข้อ ได้แก่ วิวัฒนาการทำอย่างไรถึงปรับเปลี่ยนให้โปรตีนเดียวกันทำงานกลับด้านได้ อะไรที่เปลี่ยนไป และนี่เป็นกรณีเฉพาะของตุ่นหนูไร้ขน หรือเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบวิวัฒนาการที่กว้างกว่านั้น”

    ที่สำคัญที่สุดที่นักวิทยาศาสตร์ต้องการรู้คือ พวกเขาจะเรียนรู้อะไรจากตุ่นหนูเหล่านี้เพื่อพัฒนาสุขภาพของมนุษย์และยืดอายุคุณภาพชีวิตเมื่อแก่ชราได้หรือไม่

    “ผมคิดว่าถ้าเราสามารถย้อนรอยทางชีววิทยาของตุ่นหนูไร้ขนได้” ศ.บัลมัสกล่าว “เราอาจจะสามารถนำความรู้ดังกล่าวมาปรับใช้ในการรักษาที่จำเป็นสำหรับสังคมผู้สูงอายุได้ในอนาคต”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cqlzqzeggngo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UgCyrOCZNL6u8KSwb1WF0

  • “ดีเจแมน” ทวงถามผลประโยชน์จากหุ้นคลินิกดังเผยเคยเซ็นเอกสารขณะถูกจองจำ – ดาราเดลี่

    “ดีเจแมน” ทวงถามผลประโยชน์จากหุ้นคลินิกดังเผยเคยเซ็นเอกสารขณะถูกจองจำ – ดาราเดลี่

    อ่านข่าวต่อ: “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ไกล่เกลี่ย “ดีเจแมน” สำเร็จลงตัว ถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท. ดีเจแมน พัฒนพล. ล่าสุด “ดีเจแมน” โพสต์ เคยเป็น …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.daradaily.com/news/155253/read&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gTof96hJs_2AjGuUuRGdz

  • เปิดฤดูกาลเที่ยว “บ้านรักไทย” ชมวิถีชาวบ้าน ล่องเรือชมบรรยากาศ ฉลองติดโผหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก

    เปิดฤดูกาลเที่ยว “บ้านรักไทย” ชมวิถีชาวบ้าน ล่องเรือชมบรรยากาศ ฉลองติดโผหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก

    เปิดฤดูกาลเที่ยว “บ้านรักไทย” ชมวิถีชาวบ้าน ล่องเรือชมบรรยากาศ ฉลองติดโผหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก

    แม่ฮ่องสอนเปิดซีซันเที่ยว บ้านรักไทย หมู่บ้านจีนยูนนานริมทะเลสาบ ฉลองติดโผหมู่บ้านสวยของโลกอันดับ 34 จากฟอร์บส์ (Forbes) พร้อมชวนล่องเรือโคมแดงรับลมหนาวช่วง ต.ค.–ก.พ.

    เวลายามเย็นบนสันเขา ต.หมอกจำแป่ “บ้านรักไทย” เปิดซีซันท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ชุติพร เสชัง พร้อมขบวนชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น ร่วมเฉลิมฉลองกับนักท่องเที่ยว หลักไมล์สำคัญปีนี้ คือการที่บ้านรักไทย ติดโผ 50 หมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก ตามการจัดอันดับของฟอร์บส์ ในอันดับที่ 34 ของโลก และเป็นหนึ่งเดียวของไทยที่ติดโผ

    บ้านรักไทย ติดโผ 50 หมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก ตามการจัดอันดับของฟอร์บส์ ในอันดับที่ 34 ของโลก
    บ้านรักไทย ติดโผ 50 หมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก ตามการจัดอันดับของฟอร์บส์ ในอันดับที่ 34 ของโลก

    ฟอร์บส์ เขียนคำอธิบายถึงหมู่บ้านรักไทยเอาไว้ว่า สูงขึ้นไปบนเนินเขาใกล้ชายแดนพม่า บ้านรักไทยต้อนรับยามเช้าด้วยกลิ่นชาอู่หลง เรือนดินสไตล์จีนเรียงรายริมทะเลสาบ หลังคาโค้งสะท้อนบนผิวน้ำที่นิ่งสนิท ขณะที่เรือพายไม้ค่อยๆ ล่องผ่านโคมลอย อีกมุมหนึ่งชาวบ้านเคี่ยวหมูสามชั้นบนเตาดินเผา ส่วนนักท่องเที่ยวจิบชาที่ศาลาริมน้ำ แวะชมศูนย์วัฒนธรรมยูนนาน หรือเดินเล่นตามไร่ชานาขั้นบันได ครั้นยามสนธยา เด็กๆ ปล่อยโคมลอยจากริมฝั่ง แสงไหวๆ ที่ค่อยๆ ลอยสูงสะท้อนบนผืนน้ำด้านล่าง เป็นพิธีเรียบง่ายที่เชื่อว่าจะพัดพาความไม่ดีออกไปและเชิญชวนความโชคดีให้เข้ามา

    หมู่บ้านชาวจีนยูนนานริมอ่างน้ำเล็กๆ แห่งนี้จะงดงามที่สุดในช่วงตุลาคม จนถึงกุมภาพันธ์ เช้าๆ เราจะได้เห็นทะเลหมอกลอยเหนือน้ำ แสงแรกสะท้อนหลังคาดินสีอุ่น นักท่องเที่ยวลงเรือไม้ล่องชมวิวเงียบสงบ ก่อนขึ้นฝั่งจิบชาอุ่นๆ แล้วชิม อาหารยูนนาน อย่างขาหมู หมี่ยูนนาน หรือเกี๊ยวร้อนๆ จากครัวของชุมชน

    เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว “บ้านรักไทย”
    เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว “บ้านรักไทย”

    บ้านรักไทยได้เตรียมพร้อมที่พักแบบโฮมสเตย์ ร้านอาหาร รอบเรือชมวิว เพื่อรองรับนักเดินทางตลอดซีซันการท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2888234&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RN3yRe-D_Q8xzn_bXrY03

  • ‘เอทิฮัด’ บินตรง ‘อาบูดาบี-กระบี่’ 4 เที่ยว/สัปดาห์ บูมท่องเที่ยวภาคใต้

    ‘เอทิฮัด’ บินตรง ‘อาบูดาบี-กระบี่’ 4 เที่ยว/สัปดาห์ บูมท่องเที่ยวภาคใต้

    ‘พิพัฒน์’ ตอนรับ ‘เอทิฮัด’ บินตรง ‘อาบูดาบี-กระบี่’ 4 เที่ยว/สัปดาห์ ดึง นทท.จากตะวันออกกลางเที่ยวไทย คาดทะลุ 8.5 แสนคนปีนี้ ดันเงินสะพัดกว่า 480 ล้านบาท ด้าน ทย.ลุยอัปเกรดสนามบินรับผู้โดยสาร 8 ล้านคน/ปี เนื้อหอมแอร์ไลน์แห่ขอสลอตบินเพียบ

    10 ต.ค. 2568 – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคมเป็นประธานในพิธีต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Etihad Airways (เอทิฮัด แอร์เวย์) เส้นทาง “อาบูดาบี – กระบี่” เที่ยวบินที่ EY424 ณ ท่าอากาศยานกระบี่ จ.กระบี่ ว่า การเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างอาบูดาบีและกระบี่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ถือเป็น “ก้าวสำคัญของระบบคมนาคมไทย” ที่ช่วยเชื่อมโยงประเทศกับภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งมีศักยภาพสูงทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน ซึ่งหลังสถานการณ์โควิด ตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเติบโตอย่างชัดเจน โดยใน 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.–ก.ย. 2568) มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าไทยกว่า 618,000 คนและคาดว่าจะเพิ่มเป็น 850,000 คนภายในสิ้นปี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย

    นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่าเที่ยวบินตรงจากอาบูดาบีจะเป็นจุดเริ่มต้นในการเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูงเข้าสู่จังหวัดกระบี่และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น พังงา ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมที่โดดเด่น ทำให้เกิด “การท่องเที่ยวแบบหลายจุดหมาย” ช่วยกระจายรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างงานให้กับประชาชนในภูมิภาคอันดามันโดยรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินและระบบขนส่งทุกมิติตามแนวคิด “คมนาคมเพื่อประชาชน – เดินทางสะดวก ปลอดภัย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ซึ่งท่าอากาศยานกระบี่มีความพร้อมเต็มที่ในการรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็น “ศูนย์กลางการบินภาคใต้ของไทย”

    ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานกระบี่มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารหลังจากดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่ 3 แล้วเสร็จ ทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 3,000 คนต่อชั่วโมง หรือ 8 ล้านคนต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากขีดความสามารถเดิมที่สามารถรองรับได้ 4.32 ล้านคนต่อปี ความยาวทางวิ่งขนาด 3,000 x 45 เมตร ทางขับขนาน สามารถรองรับการขึ้นลงของอากาศยานได้ 24 ลำต่อชั่วโมง ลานจอดอากาศยานที่ปรับปรุงใหม่สามารถรองรับอากาศยานแบบ B737 หรือ A330 ได้ถึง 34-40 ลำ และสามารถจอดรถยนต์ได้ 3,672 คัน มีพื้นที่รวมทั้งหมด 68,000 ตารางเมตร

    สำหรับท่าอากาศยานกระบี่ได้รับความสนใจอย่างมากจากสายการบินทั้งในและต่างประเทศ โดยมีสายการบินจำนวนมากขอจัดสรรตารางเวลาบิน เพื่อเปิดเส้นทางบินใหม่หรือเพิ่มเที่ยวบิน ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเปิดเส้นทางบินตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคสำคัญ ได้แก่ เอเชียใต้ (อินเดีย) มีเที่ยวบินตรงจากเมืองใหญ่ เช่น มุมไบและบังคาลอร์ ตะวันออกกลางมีสายการบินจากตะวันออกกลาง เช่น Etihad Airways และ Air Arabia เอเชียตะวันออก/เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีเที่ยวบินจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และจีน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/876686/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eT8LwhMmfgQVUpwHWuNbX

  • หนองบัวลำภูเปิดเส้นทางท่องเที่ยว ชู ธรรมะธรรมชาติ“แพรพรรณลุ่มภู”

    หนองบัวลำภูเปิดเส้นทางท่องเที่ยว ชู ธรรมะธรรมชาติ“แพรพรรณลุ่มภู”

    หนองบัวลำภูเปิดเส้นทางท่องเที่ยว ชู ธรรมะธรรมชาติ“แพรพรรณลุ่มภู”

    วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศ ณ ลานหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อนายศศิน พัฒนภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ประธานในพิธีเปิดทริปทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ผสมผสาน ทั้งสาย “ธรรมะ” สำหรับนักเดินทางที่แสวงหาความสงบ และสาย “ธรรมชาติ” สำหรับผู้ที่รักการผจญภัยและดื่มด่ำกับความเขียวขจี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สื่อมวลชน และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ร่วมในกิจกรรม

    สำหรับทริปทดสอบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 ตุลาคมนี้ ได้เชิญเหล่าผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ มาร่วมคาราวานสำรวจศักยภาพของเส้นทางต่างๆ ในรูปแบบทริป 2 วัน 1 คืน 2 เส้นทาง 1.เส้นทางอำเภอโนนสัง อำเภอศรีบุญเรือง และอำเภอเมือง ในจุดท่องเที่ยวสำคัญอาทิ วัดถ้ำกลองเพล Skywalk ภูแอ่น สะพานเชื่อมฮักบ้านตาดไฮ เป็นต้น 2.เส้นทางอำเภอสุวรรณคูหา อำเภอนากลาง และอำเภอนาวัง ชมแหล่งท่องเที่วสำคัญอาทิ สถานีภูซาง แพดงสวรรค์บ้านสระแก้ว วัดถ้ำเอราวรรณ วัดภูผายาว บ้านภูผาเจาะ เพื่อเก็บข้อมูลและรับฟังความคิดเห็น สำหรับนำไปพัฒนาและปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบที่สุด ก่อนเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ

    การเปิดเส้นทางครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัด ภายใต้โครงการ “ยกระดับการท่องเที่ยวสร้างสรรค์” ที่ไม่ได้มีดีแค่การสร้างเส้นทางใหม่ๆ แต่เป็นการชุบชีวิตการท่องเที่ยวทั้งระบบ โดยเชื่อมโยงมนต์เสน่ห์ของ “วิถีแพรพรรณลุ่มภู” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เข้ากับการเกษตรและเทรนด์การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อปูทางสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าจับตามอง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/920028&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2g7YCGum03MqJfMxTguf-p