Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ททท. แจงดราม่าโซเชียล ผู้ว่าฯ ลงโฆษณาสื่อ ย้ำสื่อสารยุทธศาสตร์

    ททท. แจงดราม่าโซเชียล ผู้ว่าฯ ลงโฆษณาสื่อ ย้ำสื่อสารยุทธศาสตร์

    ททท. แจงดราม่าโซเชียล ผู้ว่าฯ ลงโฆษณาสื่อ ย้ำสื่อสารยุทธศาสตร์ นโยบายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

    หลังเพจชื่อดังออกมาโพสต์เมื่อวาน 10 ต.ค.68 โดยมีภาพคลิปวิดีโอของผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งระบุว่า ผอ.ททท. จ่ายเงิน 4 แสนให้ The Standard Wealth สัมภาษณ์ตัวเองจริงหรือไม่ ? โพสต์ล่าสุดจากเพจ THE STANDARD WEALTH (3 ต.ค.) ระบุชัดว่าเป็น [ADVERTORIAL]

    หรือก็คือ “บทความโฆษณา” ที่มีผู้สนับสนุนจ่ายเงินให้เพื่อเผยแพร่เนื้อหา โดยเนื้อหานำเสนอ “3 กลยุทธ์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” คำถามคือ…เนื้อหานี้ “ใครเป็นผู้จ่าย?”

    คือ งบของ ททท. หรือ เงินส่วนตัวของ ผอ.ททท.? เพราะถ้าใช้งบหลวงจริง ก็หมายถึงการนำเงินภาษีประชาชนมา “โปรโมตตัวบุคคล”

    ซึ่งเข้าข่ายการใช้งบประชาสัมพันธ์ของรัฐในทางส่วนตัว และต้องเปิดเผยต่อสาธารณะว่า

    • ใช้งบเท่าไหร่

    • ผ่านขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่

    • และเหตุผลที่ต้องสัมภาษณ์ ผอ. เองคืออะไร

    ล่าสุด วันนี้ 11 ต.ค.68 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า ประเด็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการดำเนินงาน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์องค์กรของ ททท. ตามที่ มีการเผยแพร่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการดำเนินงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ภาพลักษณ์องค์กร ของ ททท. ในสื่อ social media บางราย นั้น

    ททท. ขอชี้แจงว่า การสัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นไปเพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์นโยบายรวมถึงยุทธศาสตร์การดำเนินงานของ ททท. เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีแก่ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อันจะทำให้เกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนโยบายทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศอย่างกว้างขวาง รวมถึงการเสริมสร้างความมั่นใจของนักลงทุนและผู้ประกอบการรวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศด้วย

    ทั้งนี้มีการนำเสนอเนื้อหาที่หลากหลายแง่มุม ในรูปแบบที่หลากหลาย นอกเหนือจากการสัมภาษณ์ มุมมองผู้บริหารของ ททท. แล้ว ยังมีการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ อาทิ ผู้ประกอบการโรงแรม และผู้ประกอบการชุมชนท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อสร้างความตระหนักของสาธารณะถึงความสำคัญ ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่มีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้างต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2888513&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Mw0gx7FDPaBNtUtJWIWBS

  • “ธรรมนัส”ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ขับเคลื่อนภาคเกษตร เน้นลดต้นทุนผลิต หนุนความเข้มแข็งให้เกษตรกร พร้อมสร้างเศรษฐกิจจากท่องเที่ยว

    “ธรรมนัส”ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ขับเคลื่อนภาคเกษตร เน้นลดต้นทุนผลิต หนุนความเข้มแข็งให้เกษตรกร พร้อมสร้างเศรษฐกิจจากท่องเที่ยว

    วันที่ 11 ต.ค. 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึง นายอนุรัตน์ ตันบรรจง และนายจีรเดช ศรีวิราช สส.พะเยา พรรคกล้าธรรม และคณะผู้บริหารทั้ง 2 กระทรวง ลงพื้นที่ตรวจราชการที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จ.เชียงราย เพื่อนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติให้กับผู้นำท้องถิ่นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 145 แห่ง และผู้นำชุมชนในพื้นที่กว่า 1,753 หมู่บ้าน เพื่อรับฟังนโยบายและแนวทางการปฏิบัติด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา และการเกษตรในระดับพื้นที่

    ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้กำกับและติดตามการดำเนินงานในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนทั้งหมด รวมถึงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนกำกับดูแล 4 กระทรวงตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เพื่อให้การบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกล่าวยืนยันว่า เราไม่มีวันหยุด ต้องทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

    “รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานต้องลงพื้นที่ เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง คลุกคลีกับพี่น้องในพื้นที่ เพื่อเข้าใจปัญหาจากของจริง เราต้องนำปัญหามาเป็น ‘โจทย์หลัก’ แล้วจัดทำแผนเพื่อจัดสรรงบประมาณให้ตรงจุด สำหรับจังหวัดเชียงราย มีปัญหาหลักๆ ที่พบ เช่น ปัญหาน้ำท่วมแม่สายที่เกิดซ้ำซาก รวมถึงสารเจือปนในแหล่งน้ำที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยจะนำเข้าหารือในที่ประชุม ครม. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางเจรจาในระดับการทูต เพื่อหาทางออกร่วมกัน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

    ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า จังหวัดเชียงราย ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว จึงต้องการพัฒนาให้เมืองเชียงรายกลับมาคึกคักอีกครั้ง สร้างรายได้ให้เกษตรกรสามารถลืมตาอ้าปากได้ ลดหนี้สิน เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และพัฒนาเศรษฐกิจในทุกมิติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และสวัสดิการประชาชน โดยได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำแนวทางนโยบายไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ในส่วนของการพัฒนาภาคการเกษตร ได้เน้นย้ำให้ลดต้นทุนการผลิต โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำเกษตรกรเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และชีวภัณฑ์อย่างเหมาะสม พร้อมสั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยให้แก่สมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศนอกจากนี้ ยังมอบแนวนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อบริหารจัดการผลผลิตและหาตลาดจำหน่าย โดยให้สหกรณ์ทำหน้าที่เชื่อมโยงกับตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสินค้าปศุสัตว์ โดยได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมปศุสัตว์และกรมวิชาการเกษตร ทำงานร่วมกันเพื่อดันราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น โดยราคาวัวจะต้องอยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม และข้าวนาปี อยู่ที่ 8,000-10,000 บาทต่อตัน และให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน โดยยืนยันว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างตั้งใจ เชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุผลได้ตามเป้าหมาย

    ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ต้องได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ให้เป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ แต่นั้นบ้านพักครูหลายแห่งที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม และไม่ปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย เพราะติดข้อจำกัดตามระเบียบราชการเก่า ตนจึงได้เน้นย้ำว่า ต้องเร่งปรับปรุงให้ดี ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง ครูที่ดีคือรากฐานสำคัญของเด็กไทย การสร้างคุณภาพการศึกษาที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี แต่ต้องเริ่มจากการทำให้ครูมีความมั่นคงในชีวิต มีบ้านพักที่ปลอดภัย และมีขวัญกำลังใจที่ดี

    จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เดินทางตรวจติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำกก ณ เขื่อนเชียงราย ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ก่อนเดินทางต่อไปยังที่ว่าการอำเภอเวียงชัย เพื่อรับฟังปัญหาความต้องการในพื้นที่ พร้อมมอบสิ่งของและปัจจัยการผลิต เช่น มอบโฉนดเพื่อการเกษตร พันธุ์สัตว์น้ำ น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ รวมทั้งป้ายปัจจัยการผลิตโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/248404&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20NktCcu9TsUXzppLwF60Z

  • พลาดตรงไหน? “คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียนไม่ผ่านต้องแก้ไขยังไง? | เดลินิวส์

    พลาดตรงไหน? “คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียนไม่ผ่านต้องแก้ไขยังไง? | เดลินิวส์

    เมื่อพูดถึงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งสำคัญของรัฐบาล ที่เตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิร่วมจ่าย 50% สูงสุด 2,400 บาท ตลอดโครงการ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเพียง 20 ล้านสิทธิ เท่านั้น

    เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ คนละครึ่งพลัส

    โครงการคนละครึ่งพลัส มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการบริโภคในประเทศ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
    – คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน สัญชาติไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
    – วงเงินสนับสนุน รัฐร่วมจ่าย 50% ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน
    – วงเงินรวมสูงสุด 2,400 บาท (สำหรับผู้ยื่นแบบภาษี) และ 2,000 บาท (สำหรับประชาชนทั่วไป)
    – ช่วงเวลาลงทะเบียน 20-26 ตุลาคม 2568 (เวลา 06.00-22.00 น.)
    – ช่วงเวลาใช้จ่าย 29 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2568
    – กำหนดใช้ครั้งแรก ภายใน 11 พฤศจิกายน 2568 (23.00 น.) มิฉะนั้นจะถูกตัดสิทธิ

    คู่มือ ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง

    การลงทะเบียนและการใช้จ่าย จะต้องทำผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น โดยแบ่งขั้นตอนตามสถานะผู้ใช้งาน ดังนี้

    1.สำหรับผู้ที่เคยรับสิทธิ คนละครึ่ง เฟส 5 มาก่อน

    – อัปเดตแอปเป๋าตัง ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
    – เปิดแอปและกดที่แบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส”
    – กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขเพื่อยืนยันการรับสิทธิ
    – รอรับการแจ้งเตือนผลการลงทะเบียนผ่านแอป
    – เติมเงินเข้า G-Wallet และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568

    2.สำหรับผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิ หรือไม่เคยเข้าร่วมเฟส 5

    – ติดตั้งและเปิดแอปเป๋าตัง จากนั้นดำเนินการผูกบัญชี G-Wallet ให้สำเร็จ
    – กดที่แบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส”
    – อ่านเงื่อนไขและกดปุ่ม “ลงทะเบียน”
    – รอผลการตรวจสอบคุณสมบัติผ่าน SMS และการแจ้งเตือนบนแอปภายใน 3 วัน
    – เมื่อได้รับสิทธิ ให้เติมเงินเข้า G-Wallet และเริ่มใช้จ่าย

    หมายเหตุ: สามารถเริ่มใช้สิทธิสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรีบนแอปเป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

    วิธีแก้ปัญหา เมื่อลงทะเบียนไม่สำเร็จ หรือมีปัญหาแอปเป๋าตัง

    5 สาเหตุหลักที่อาจทำให้ลงทะเบียนไม่สำเร็จ
    – สิทธิเต็ม : โควตา 20 ล้านสิทธิ ถูกลงทะเบียนครบแล้ว
    – ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : ระบบตรวจสอบพบว่าเป็นผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
    – คุณสมบัติไม่เข้าเงื่อนไข : เช่น อายุไม่ถึง 16 ปี หรือเคยถูกระงับสิทธิในโครงการเดิม
    – ลงทะเบียนนอกเวลา : ลงทะเบียนนอกช่วงเวลาที่กำหนด (06.00-22.00 น.)
    – อายุไม่ถึงเกณฑ์ : อายุต่ำกว่า 16 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ลงทะเบียน

    แนวทางแก้ไขปัญหาการใช้งานแอปเป๋าตัง (ลืมรหัส, สแกนหน้าไม่ผ่าน)

    หากพบปัญหาในการเข้าใช้งานแอปเป๋าตัง เช่น ลืมรหัสผ่าน, เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ หรือยืนยันตัวตน/สแกนใบหน้าไม่สำเร็จ วิธีแก้ไข คือ :
    – ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ไปติดต่อ ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ
    – ควรดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จ ก่อนวันที่ 20 ตุลาคม 2568 เพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาการลงทะเบียน..

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5195065/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AbGDO_NPpgwVfPM6yeTRY

  • “ทุ่งทานตะวัน” แปลงแรกของลพบุรี บานสะพรั่งแล้ว รอรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว

    “ทุ่งทานตะวัน” แปลงแรกของลพบุรี บานสะพรั่งแล้ว รอรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว

    สวยงามมาก “ทุ่งทานตะวัน” แปลงแรกของ จ.ลพบุรี บานสะพรั่งแล้ว พร้อมรอรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว

    วันที่ 11 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุ่งดอกทานตะวัน แปลงแรกของจังหวัดลพบุรี บานสะพรั่งแล้ว ณ ไร่จำรัส เฟส 2 ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวยาวต่อเนื่อง ถึงวันที่ 20 ต.ค.นี้ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวต่าง ๆ ทยอยเดินทางไปเก็บภาพความประทับใจและเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันอย่างคึกคัก

    นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี เผยว่า ทานตะวันแปลงแรกของจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นการเพาะปลูกทานตะวันนอกฤดูกาล ปกติจะบานช่วงปลายเดือน พ.ย. – ม.ค. ซึ่งทุ่งทานตะวันแปลงนี้มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร โดยทุ่งดอกทานตะวันของคุณจำรัส อินทร์เผือก เกษตรกรผู้มากประสบการณ์วัย 54 ปี ใช้พื้นที่กว่า 4 ไร่ ปลูกทานตะวันเพื่อการท่องเที่ยวแบบเกษตรวิถีไทย ซึ่งจะมีฉากหลังภูเขาสามลูกสุดอลังการ

    ทั้งนี้ ดอกทานตะวันไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ยังมีทัศนียภาพอันโดดเด่นที่ยากจะหาที่ใดเหมือน โดยมีเทือกเขาที่สลับซับซ้อนถึง 3 ลูก ได้แก่ เขาจีนแล, เขากระดึง และ เขาโหนกวัว เป็นฉากหลังสุดอลังการ ตัดกับท้องฟ้าสีคราม ทำให้ภาพถ่ายที่นี่สวยงามและมีมิติที่ไม่ซ้ำใคร นักท่องเที่ยวจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เงียบสงบและงดงามราวกับภาพวาดจากธรรมชาติ และสัมผัสความงดงามของทุ่งดอกทานตะวันแรกของฤดูกาล

    สำหรับดอกทานตะวัน ไม่ใช่แค่ความสวย แต่ยังมีประโยชน์หลากหลายจาก “ทานตะวัน” พืชเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สำหรับการปลูกดอกทานตะวันแปลงนี้ นอกเหนือจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนให้มาเยือนแล้ว ดอกทานตะวันยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีประโยชน์หลากหลายและสนับสนุนการเกษตรอย่างยั่งยืน เป็นพืชน้ำมันคุณภาพสูง เมล็ดทานตะวัน สามารถนำไปสกัดเป็นน้ำมันทานตะวัน ซึ่งอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เช่น กรดไลโนเลอิก ที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และยังใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ กากเมล็ดทานตะวันที่เหลือจากการสกัดน้ำมัน เป็นผลพลอยได้ที่มีโปรตีนสูง สามารถนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ เป็นแหล่งอาหารสุขภาพ ต้นอ่อนทานตะวันเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มผู้รักสุขภาพ เพราะมีโปรตีน วิตามิน (A, B2, E, D, K) และสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ และชะลอความชรา

    อย่างไรก็ตาม ทานตะวันยังเป็นพืชเพื่อการฟื้นฟูดิน มีระบบรากที่ลึก ช่วยปรับปรุงสภาพดินให้มีความร่วนซุย และเพิ่มฮิวมัสให้กับดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เหมาะสำหรับการปลูกพืชหมุนเวียนในรอบต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2888480&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QMruetBbrpVC9QYzYalIB

  • ผู้ว่าฯศรีสะเกษนำคณะเยี่ยมภูมะเขือ เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลังศึกสงบ

    ผู้ว่าฯศรีสะเกษนำคณะเยี่ยมภูมะเขือ เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลังศึกสงบ

    ผู้ว่าฯศรีสะเกษนำคณะเยี่ยมภูมะเขือ เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลังศึกสงบ

    วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 21.26 น.

    ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ นำคณะเยี่ยมภูมะเขือ ตรวจติดตามงานพัฒนา น้ำ ไฟฟ้า ถนน หนุนความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา

    วันที่ 11 ตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุม กันทรลักษ์เรืองรอง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการประชุมหารือสำคัญ ว่าด้วยแนวทางการพัฒนาเพื่อความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วย นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ และ จ่าเอกสมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์

    ภายในที่ประชุมยังมีหัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงผู้แทนจาก กองทัพภาคที่ 2 เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาในพื้นที่ชายแดนให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน ทั้งในมิติของ ถนน แหล่งน้ำ และระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญ

    การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการ รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างแนวทางการขับเคลื่อนที่เป็นเอกภาพ พร้อมเชื่อมโยงการพัฒนาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง และส่งเสริมให้พื้นที่ชายแดนเป็นทั้ง “แนวหน้าแห่งความมั่นคง” และ “แนวร่วมแห่งการพัฒนา”

    จังหวัดศรีสะเกษได้จัดตั้ง ศูนย์สั่งการชายแดน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการการทำงานระหว่างฝ่ายปกครองและฝ่ายทหาร โดยมีภารกิจหลักในการสนับสนุนการรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ และเป็นศูนย์กลางในการประสานงานเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตชายแดน

    หลังจากการประชุม นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ พร้อมคณะผู้บริหารจังหวัดและหัวหน้าหน่วยงาน ได้เดินทางลงพื้นที่ ภูมะเขือ ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งถือเป็น จุดยุทธศาสตร์สำคัญทางทหาร และเคยเป็นพื้นที่เกิดเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ในปัจจุบัน สถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าวได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยกองกำลังทหารไทยได้เข้าดูแลพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จและต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าชายแดนไทยมีความสงบ ปลอดภัย และมั่นคง

    เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่มีเสถียรภาพมากเพียงพอ ทางจังหวัดศรีสะเกษมีแผนที่จะพัฒนา “ภูมะเขือ” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และความมั่นคงของชาติ เพื่อให้ประชาชนทั่วไป รวมถึงเยาวชนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้และสัมผัสถึงความเสียสละ ความกล้าหาญ และความหวงแหนในอธิปไตยของแผ่นดินไทย ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความสงบและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน ซึ่งไม่เพียงเป็นแนวป้องกันประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความสามัคคี และความภาคภูมิใจในผืนแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นเจตนารมณ์สำคัญของการประชุมและการลงพื้นที่ในครั้งนี้

    พร้อมกันนี้ คณะได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่เจ้าหน้าที่ทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบในพื้นที่บนภูมะเขือ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกล ก่อนร่วมกันถ่ายภาพแห่งประวัติศาสตร์ความภูมิใจกับธงชาติไทยที่โบกสะบัดเหนือยอดภูมะเขือ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/920501&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BN6st6GeJ2Nvd2U1hRxsJ

  • ทรัมป์จุดชนวนสงครามการค้ากับจีนครั้งใหม่ จ่อขึ้นภาษี 100% – คุมส่งออกซอฟต์แวร์ : อินโฟเควสท์

    ทรัมป์จุดชนวนสงครามการค้ากับจีนครั้งใหม่ จ่อขึ้นภาษี 100% – คุมส่งออกซอฟต์แวร์ : อินโฟเควสท์

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กลับมาจุดชนวนความตึงเครียดด้านการค้ากับจีนอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ (10 ต.ค.) ด้วยการประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอย่างมาก และควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญ เพื่อตอบโต้มาตรการจำกัดการส่งออกแร่หายากของจีน

    ทรัมป์ระบุว่าจะเก็บภาษีเพิ่มเติม 100% กับสินค้าจีนที่ส่งไปยังสหรัฐฯ พร้อมทั้งควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญทุกประเภท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ ซึ่งเป็นเวลา 9 วันก่อนมาตรการระงับภาษีเดิมจะหมดอายุ

    มาตรการการค้าใหม่ของทรัมป์เกิดขึ้น หลังจากจีนขยายการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากอย่างมาก ซึ่งจีนเป็นผู้ครองตลาดแร่เหล่านี้ที่จำเป็นต่อการผลิตด้านเทคโนโลยี ซึ่งทรัมป์ระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเรื่องน่าตกใจและมีผลเสียต่อเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่สหรัฐฯ โดยตรง

    เมื่อถูกถามถึงการประชุมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่มีกำหนดจัดขึ้นอีกสามสัปดาห์ข้างหน้าในเกาหลีใต้ ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า เขายังไม่ได้ยกเลิกและคิดว่าน่าจะมีการประชุมเกิดขึ้น ขณะที่จีนยังไม่ยืนยันการประชุมดังกล่าว

    ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การจำกัดการส่งซอฟต์แวร์สหรัฐฯ ไปยังจีนอาจสร้างผลกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีน รวมถึงระบบคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

    นอกจากนี้ ทรัมป์ยังขู่ควบคุมการส่งออกเครื่องบินและชิ้นส่วนเครื่องบิน และมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณากลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย

    ทั้งนี้ การดำเนินการล่าสุดของทรัมป์ถือเป็นสัญญาณความแตกหักครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหกเดือนระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดของโลก หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าข้อตกลงทางเศรษฐกิจที่ทำไว้ในช่วงฤดูร้อนจะยังคงอยู่ต่อไปหรือไม่ หลังจากที่ทั้งสองประเทศเคยบรรเทาความตึงเครียดทางการค้าในช่วงต้นปีด้วยความพยายามทางการทูตอย่างรอบคอบ

    ด้านจีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการจำกัดการค้าฝ่ายเดียวซึ่งจีนระบุว่าบ่อนทำลายระบบการค้าโลก

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/536580&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PqcCqzniyudZkv9PW_2M4

  • ดูดวงรายวันประจำวันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันเสาร์

    ดูดวงรายวันประจำวันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันเสาร์

    ดูดวงรายวันประจำวันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันเสาร์

    • การงาน : ทุ่มเททำงานหนักจนส่งผลต่อสุขภาพ
    • การเงิน : จะได้โชคสามชั้น
    • ความรัก : สุขสมหวังเรื่องความสัมพันธ์

    เคล็ดลับเสริมดวงประจำวันนี้

    • ทำบุญบริจาคอุปกรณ์การศึกษาในถิ่นทุรกันดาร
    • อัญมณีมงคล : มรกต
    • สีมงคล : สีชมพู
    • เลขนำโชค : 0, 2, 3, 4, 5, 6

    ฤกษ์ดีประจำสัปดาห์มีผลตั้งแต่วันที่ 8 – 14 ตุลาคม 2568 (ช่วงเวลาที่เหมาะสม)

    • 09:11 – 12:59 : ฤกษ์ดีในการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ 
    • 09:00 – 12:00 : ฤกษ์ดีในการซื้อรถยนต์คันใหม่ 
    • 08:29 – 12:59 : ฤกษ์ดีในการติดต่อเจรจางานต่าง ๆ           
    • 09:09 – 11:59 : ฤกษ์ดีในการเปิดร้านเริ่มธุรกิจใหม่         
    • 05:59 – 14:00 : ฤกษ์ดีในการเดินทางทำบุญ

    ดูดวงเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://www.sanook.com/horoscope/315231/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ro5JKigQpICdw5DP8j5KA

  • สธ. ชงบอร์ดแพทยสภา เพิ่มค่าตอบแทนแพทย์ แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร

    สธ. ชงบอร์ดแพทยสภา เพิ่มค่าตอบแทนแพทย์ แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร

    สธ. ชงบอร์ดแพทยสภา เพิ่มค่าตอบแทนแพทย์ แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร

    วันนี้ (11 ตุลาคม 2568) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอแนวทางการจัดสรรแพทย์ใช้ทุนปีงบประมาณ 2569 ต่อที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา และรายงานสถานการณ์และแนวทางการจัดสรรแพทย์ผู้ทำสัญญาชดใช้ทุนของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความเข้าใจและหาทางออกร่วมกันในการกระจายแพทย์ลดปัญหาขาดแคลนในบางพื้นที่ 

    ทั้งนี้ในปัจจุบันพบว่า สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีแพทย์ปฏิบัติงานจริง 25,490 คน หรือ 72% ของกรอบอัตรากำลังแพทย์ปี 2565-2569 ที่มี 35,578 อัตรา โดยเขตสุขภาพที่ 2, 4 และ 8 มีแพทย์ปฏิบัติงานจริงเพียง 61%, 63% และ 66% ตามลำดับ และมี 10 จังหวัด ที่มีแพทย์ปฏิบัติงานจริงน้อยกว่า 60% ได้แก่ บึงกาฬ 44% สระแก้ว 48% เลย 54% อ่างทอง, แม่ฮ่องสอน 55% ตาก, เพชรบูรณ์, ปทุมธานี 58% ระนองและน่าน 59% 

    หากเทียบสัดส่วนแพทย์ต่อประชากร จังหวัดที่ขาดแคลนแพทย์มากที่สุด คือ บึงกาฬ สมุทรปราการ หนองบัวลำภู นครพนม นนทบุรี สระแก้ว เลย ชัยภูมิ และแม่ฮ่องสอน ขณะที่แนวโน้มแพทย์ลาออกเพิ่มขึ้นจาก 789 คน ในปีงบประมาณ 2563 เป็น 1,201 คน ในปีงบประมาณ 2567

    นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ปัญหาในการจัดสรรพื้นที่ปฏิบัติงานของแพทย์ผู้ทำสัญญาฯ ในปี 2568 พบว่า เมื่อจัดสรรให้เขตสุขภาพที่ 8 และ 10 เต็มศักยภาพ ทำให้บางเขตสุขภาพ เช่น เขตสุขภาพที่ 4, 5 และ 6 ได้รับแพทย์ไปฝึกเพิ่มพูนทักษะปีที่ 1 ไม่เพียงพอ จึงต้องจัดสรรทดแทนด้วยแพทย์ที่ไม่ใช่ทุนรัฐบาลและแพทย์นอกสังกัด (ฝากฝึก) 

    รวมถึงมีแพทย์ผู้ทำสัญญาฯ ที่ผ่านการคัดเลือกและได้จัดสรรโควตาแล้ว แต่คุณสมบัติไม่ครบถ้วนจำนวนมาก ทำให้โควตาในบางเขตสุขภาพลดลงในรอบจัดสรรปกติ ต้องจัดสรรทดแทนในรอบพิเศษและหลังรอบพิเศษ จึงมีข้อเสนอแนวทางการจัดสรรแพทย์ใช้ทุนปีงบประมาณ 2569 ดังนี้

    1. ปรับการจัดสรรให้พื้นที่ขาดแคลนเป็นอันดับแรก โดยมองภาพรวมเป็นระดับจังหวัด 

    2. ปรับระเบียบการจัดสรรทุน เช่น ทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) / โครงการกระจายแทพย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOD) สามารถข้ามเขตหรือจังหวัดไปยังจังหวัดที่ขาดแคลนแพทย์ได้ หรือปรับกฎระเบียบการชดใช้ทุน 

    3. ใช้หลักการ One Province/One Region One Hospital จัดสรรอัตรากำลังแพทย์ในภาพรวม แพทย์ทั่วไปหรือเฉพาะทางสามารถย้ายข้ามอำเภอหรือจังหวัดมาช่วยเหลือในพื้นที่ขาดแคลน 

    4. สนับสนุนเรื่องค่าตอบแทน/ความก้าวหน้าขั้นพิเศษ โดยเน้นพิจารณาภาระงานและผลจากการทำงาน ให้พื้นที่ขาดแคลนแพทย์และมีภาระงานมากได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ 

    5. สร้างแรงจูงใจเข้ารับการศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางในพื้นที่ขาดแคลนแพทย์เป็นกรณีพิเศษ เช่น การศึกษาต่อที่ใช้ระยะเวลาชดใช้ทุนสั้นลง หรือมีคะแนนพิเศษในการเข้ารับการศึกษาต่อ 

    6. สนับสนุนงบประมาณในภาพรวม เช่น กองทุนระดับเขตเพื่อเพิ่มค่าตอบแทนหรือช่วยสนับสนุนการทํางานในส่วนของแพทย์ในพื้นที่ขาดแคลนมากขึ้น

    นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า นักศึกษาแพทย์ผู้ทำสัญญาฯ ที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาปี 2568 (ปีงบประมาณ 2569) มี 2,795 คน คณะกรรมการจัดสรรฯ อนุมัติโควตาเมื่อ วันที่ 5 กันยายน 2568 ให้กระทรวงสาธารณสุข 1,980 อัตรา อยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 1,973 อัตรา จึงได้เสนอว่าพื้นที่ขาดแคลนแพทย์ให้มีมาตรการเพิ่มค่าตอบแทน, ทำงานครบ 2 ปี เลือกศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางสาขาหลักได้ 

    หากทำงานครบ 3 ปี เลือกได้ทั้งสาขาหลักและสาขารอง, ปรับหลักเกณฑ์การจัดสรรทุนรัฐบาล CPIRD, ปรับเปลี่ยนการหมุนเวียนของแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ไปยังพื้นที่ขาดแคลนหรือต้องการเพิ่มศักยภาพในพื้นที่ และเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอนในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป 

    ส่วนพื้นที่ไม่ขาดแคลน ให้แพทย์โรงพยาบาลชุมชนในปี 2 และ 3 สามารถมาปฏิบัติงานในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปได้  และปรับการจัดสรรแพทย์เพิ่มพูนทักษะในปี 2 และ 3

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/health-wellness/641192&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0EUyUtGkFgTNZjUyiwgdV6

  • “รมว.นฤมล” ประกาศปฏิรูปคุณภาพชีวิตครู ดูแลบ้านพัก 4.1 หมื่นหลัง ตั้งสหกรณ์กลางแก้หนี้ ดอกเบี้ยปีแรก 0% ให้ทันใน รบ.นี้

    “รมว.นฤมล” ประกาศปฏิรูปคุณภาพชีวิตครู ดูแลบ้านพัก 4.1 หมื่นหลัง ตั้งสหกรณ์กลางแก้หนี้ ดอกเบี้ยปีแรก 0% ให้ทันใน รบ.นี้

    การศึกษา

    “รมว.นฤมล” ประกาศปฏิรูปคุณภาพชีวิตครู ดูแลบ้านพัก 4.1 หมื่นหลัง ตั้งสหกรณ์กลางแก้หนี้ ดอกเบี้ยปีแรก 0% ให้ทันใน รบ.นี้

    วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.52 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    “รมว.นฤมล” ประกาศปฏิรูปคุณภาพชีวิตครู ดูแลบ้านพัก 4.1 หมื่นหลัง ตั้งสหกรณ์กลางแก้หนี้ ดอกเบี้ยปีแรก 0% ให้ทันใน รบ.นี้ หวังสร้างความมั่นคงและความภาคภูมิใจในอาชีพ 

    เมื่อวันที่ 11 ต.ค.68 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมคณะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ อาทิ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)และนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดเชียงราย โดยได้เดินทางไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และโรงเรียนเวียงชัยวิทยาคม เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาจากผู้บริหาร คณะครู อาจารย์

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตครู ซึ่งถือเป็นกลไกหลักของระบบการศึกษาไทย เพราะหากครูเองยังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่มั่นคง ก็ยากที่จะดูแลและสร้างอนาคตของชาติให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพ โดยรองนายกฯธรรมนัส ย้ำมาตลอดว่าครูคือพ่อแม่คนที่สองของเด็กไทย และรัฐบาลต้องเริ่มต้นการปฏิรูปการศึกษาจากการดูแลครูอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงพูดถึงการยกระดับหลักสูตรหรือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แต่ต้องแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา โดยเฉพาะเรื่อง สวัสดิการ ความมั่นคง รายได้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา

    ขณะนี้ สพฐ.มีบ้านพักครูอยู่ในความดูแลกว่า 41,000 หลัง โดยพบว่า บ้านพักทรุดโทรมกว่า 14,900 หลัง ขณะที่อีกหลายหมื่นหลังอยู่ในสภาพพอใช้เท่านั้น ซึ่งเราตั้งเป้าจะดำเนินการปรับปรุง ก่อสร้างใหม่ในพื้นที่จำเป็น โดยทำงานร่วมกันระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) การเคหะแห่งชาติ โดยเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบก็จะสามารถดำเนินการได้ทันทีภายในรัฐบาลนี้

    ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวถึง การแก้ไขปัญหาหนี้สินของครู สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งประเทศไทย เราจะมีการจัดตั้งสหกรณ์กลางสำหรับรวมหนี้สินครูจากทั่วประเทศเข้ามาบริหารจัดการร่วมกัน โดยให้ครูย้ายหนี้จากสหกรณ์ต่าง ๆ เข้าสู่สหกรณ์กลาง เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ และจะช่วยเหลือด้านดอกเบี้ยให้ครูที่เข้าร่วมโครงการ โดยปีแรกดอกเบี้ย 0% ปีที่สอง 1% ปีที่สาม 2% ปีที่สี่ 3% และปีต่อไปไม่เกิน 4% ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะเสนอของบชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาลวงเงินราว 6,000 ล้านบาท เราขอเพียงอย่างเดียวคือ ขอให้ครูอย่าก่อหนี้เพิ่มอีก

    “ในเรื่องของวิทยฐานะ เราจะต้องช่วยกันส่งเสริมให้บุคลากรทางการศึกษาทุกประเภท สามารถยื่นขอวิทยฐานะได้สำหรับคนที่มีความพร้อม ให้มีช่องทางพิเศษ มีช่องทางเพิ่มเติม โดยไม่ต้องรอระยะเวลา หากผลงานของเขาพร้อมและดีจริง ก็ให้ยื่นขอวิทยฐานะได้เลย ส่วนช่องทางเดิม ๆ ที่ต้องทำงานวิชาการในรูปแบบของงานวิจัย ก็ขอช่องทางที่หลากหลายตามความถนัด และเป็นไปตามลักษณะงานของครูทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในทุกสังกัดของ ศธ. รวมทั้งครู สกร. หรือครูการศึกษาพิเศษ ที่มีลักษณะการทำงานไม่เหมือนกับครูทั่วไป เมื่อครูมีวิทยฐานะ ก็จะได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต มีความก้าวหน้าและความภาคภูมิใจในอาชีพ แต่หลักเกณฑ์ตรงนี้จะเป็นอย่างไร ฝากสำนักงาน ก.ค.ศ. หารือร่วมกับองค์กรหลัก เพื่อให้ได้หลักเกณฑ์ที่เหมาะสมและถูกต้องตามระเบียบ เป็นการส่งเสริมให้พวกเราทุกคนสามารถมีวิทยฐานะเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานและมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น“

    รมว.ศึกษาธิการ กล่าวทิ้งท้ายว่า นโยบายทั้งหมดนี้คือความตั้งใจของรองนายกฯธรรมนัส และกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตครูไทยให้เป็นรูปธรรมในรัฐบาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้านพักครู หนี้สินครู หรือความก้าวหน้าในอาชีพ เพื่อให้ครูสามารถทำหน้าที่ สร้างคนของชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/450139&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3o6Ee7t2yqVzqR7PdS6Y2N

  • ส่องพระยอดนิยม ประจำวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568 | เดลินิวส์

    ส่องพระยอดนิยม ประจำวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568 | เดลินิวส์

    ส่องพระยอดนิยม วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2568  พุทธสุภาษิตวันนี้ “โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา” หมายถึง ความเมตตาคือสิ่งที่ช่วยค้ำจุนให้โลกนี้อยู่ได้  

    รูปหล่อหลวงพ่อเงิน พิมพ์นิยมA (ไม่มีมือรองนั่ง)

    ชมพระสวยร่ำรวยเงินทอง เริ่มด้วย รูปหล่อโบราณหลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดบางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร พิมพ์นิยมA (ไม่มีมือรองนั่ง) ติดทำเนียบพระหล่อที่มูลค่าเปลี่ยนมือเกินหลักล้านและหลาย ๆ ล้านในองค์ที่สวยสมบูรณ์ ประวัติการจัดสร้างมีบันทึกไว้ว่า หลวงพ่อเงิน จ้างช่างจากบ้านช่างหล่อ กรุงเทพฯ คือ นางวัน สุทัศน์ ณ อยุธยา ออกแบบและหล่อพระรูปหล่อพิมพ์นิยม และเหรียญพิมพ์จอบใหญ่ เหรียญพิมพ์จอบเล็ก ประมาณปี พ.ศ.2451-2459 องค์นี้สมัยก่อนอยู่ในรังนายแพทย์คนดัง ตอนนี้ไม่รู้เปลี่ยนมือหรือยัง ขออนุญาตนำมาลงให้ชมเป็นวิทยาทานเพื่อการศึกษา พระหลวงพ่อเงินทุกพิมพ์ทุกแบบพุทธคุณเด่นเรื่องโชคลาภ มหาอำนาจ แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี หนึ่งไม่มีสอง ใครมีล้วนหวงแหนเอาไว้บูชาติดตัว 

    เหรียญหล่อหลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน 2477

    ถัดมา เหรียญหล่อแซยิด หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน จ.สมุทรสาคร สร้างปี 2477 ในงานแซยิดของหลวงปู่รอด ทำการเททองหล่อแบบโบราณภายในวัดบางน้ำวน ที่สำคัญไม่มีหล่อเป็นโลหะทองคำแน่นวล นักนิยมพระเครื่องที่รู้จริงให้ความสำคัญมาก ค่านิยมดียิ่ง ถือได้ว่าเป็นเหรียญหล่อเนื้อทองผสมยอดนิยมเบญจภาคีอันดับที่ 5 ของเมืองไทย เหรียญนี้ได้ชื่อว่าสวยแชมป์เหรียญหนึ่งในวงการพระเครื่องในปัจจุบัน พุทธคุณครบถ้วนดีนักแล พ.ต.อ.พรชัย อมรสวัสดิ์ศิริ ฝากโชว์ 

    สิงห์สร้อยสังวาลย์งาแกะ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่

    หนึ่งในสุดยอดเครื่องรางยอดนิยม สิงห์สร้อยสังวาลย์งาแกะ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จ.สุพรรณบุรี สิงห์ยอดนิยมตัวใหญ่ อ้วน ล่ำ สมบูรณ์หาชมยาก คุณชัย โพรงอากาศ รองประธานชมรมพระเครื่องเมืองแปดริ้ว ขอเผยแพร่เกียรติคุณ โดยหลวงพ่อมุ่ยติดทำเนียบพระเกจิขลังขมังเวทอีกรูปหนึ่ง เชี่ยวชาญชำนาญสรรพวิชาไม่เป็นรองใคร มีของดีท่านติดตัวไว้ ไม่อดอยาก ไม่ยากจน ร่ำรวย ๆ ปัง ๆ ทุกคืนวัน 

    พระปิดตายันต์ดวงเล็ก เนื้อผงเกสรผสมว่าน 108 พระญาณสังวร

    พระปิดตายันต์ดวงเล็ก เนื้อผงเกสรผสมว่าน 108 สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน ปธ.9) 3 ตุลาคม 2523 มีการจัดเสกและปลุกเสกพิธีใหญ่จริง มีบันทึกประวัติชัดเจน มวลสารศักดิ์สิทธิ์มากมาย ผสมเกศา 5 พระเถระ ทุกวันนี้เริ่มนิยมกว้างขวางและเริ่มมีประสบการณ์บันดาลเงินทองให้เห็นบ้างแล้ว ของดีไม่ไกลเกินเอื้อม อนาคตไกลไม่ธรรมดา 

    พระกริ่งศรีศากยมุนี-พระชัยวัฒน์ศรีศากยมุนีปี 2516 วัดสุทัศน์ ในหลวง ร.9 เสด็จฯเททอง

    พระกริ่งศรีศากยมุนี-พระชัยวัฒน์ศรีศากยมุนีปี 2516 วัดสุทัศน์ เนื้อทองผสมกะไหล่ทอง ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษกเททอง ในวันมหาสงกรานต์ 14-15 เมษายน 2516 ณ มณฑลพิธีหน้าพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม และเชื่อมต่อสายสูตรจากองค์พระศรีศากยมุนีภายในพระวิหารพระศรีศากยมุนี เนื้อหาพระกริ่งเข้มข้นตามสูตรของวัดสุทัศน์ดั้งเดิมที่สืบมาแต่สมัยสมเด็จพระสังฆราชแพ ผสมชนวนพระกริ่งเก่าของวัดสุทัศน์รุ่นแรก-เจ้าคุณศรี (สนธิ์)-เจ้าคุณศรี  (ประหยัด) เป็นรุ่นที่มีชนวนพระกริ่งเก่าของวัดสุทัศน์ เข้มข้นที่สุดและมีชิ้นส่วนศากยมุนี อปร. มาผสมผสานรวมพระยันต์ 108 และนะปถมัง 14 นะที่ลงโดยอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอักขระเลขยันต์ อธิษฐานจิตโดยพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณแห่งยุค 49 รูป ได้แก่ 1.หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง 2.หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี 3.หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช 4.หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี 5.หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง 6.หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ 7.หลวงพ่อรอด วัดประดู่พัฒนาราม 8.หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก 9.หลวงพ่อชื้น วัดตำหนักเหนือ 10.เจ้าคุณเข็ม วัดสุทัศน์ 11.เจ้าคุณประหยัด วัดสุทัศน์ 12.หลวงพ่อสุพจน์ วัดสุทัศน์ 13.พระมหาอำนวย วัดสุทัศน์ 14.พระมงคลทิพย์มุนี วัดพระเชตุพน 15.พระอาจารย์นอง วัดจักรวรรดิ์ (สามปลื้ม) 16.พระครูพิทักษ์วิหารกิจ วัดราชนัดดา 17.หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร 18.หลวงพ่อฉาย วัดศรีสาคร 19.หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน 20.หลวงแสนเมือง วัดท่าแหน 21.พระครูพรหมจักรสุนทร วัดธรรมจักร 22.หลวงพ่อมี วัดสิงห์ 23.หลวงปู่ทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง 24.หลวงพ่อพล วัดหนองคณฑี 25.หลวงพ่อลมูล วัดเสด็จ 26.หลวงพ่อเที่ยง วัดม่วงชุม 27.หลวงพ่อไผ่ วัดพันอ้น 28.หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอร์เหนือ 29.หลวงพ่อชื้น วัดญาณเสน 30.หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู 31.พระอาจารย์ใหญ่ วัดถ้ำใหญ่คูหาสวรรค์ 32.หลวงพ่อคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน 33.หลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย 34.พระครูวิมลคุณาทร วัดประสาทนิกร 35.พระราชญาณวที วัดขันเงิน 36.หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน 37.พระมุจลินทโมลี วัดมุจลินทวาปีวิหาร 38.หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดอู่ทอง 39.หลวงพ่อสาลี วัดสองพี่น้อง 40.หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส 41.หลวงพ่อนคร วัดอิติสุคโต 42.หลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต 43.หลวงพ่อธีร์ จ.ขอนแก่น 44.พระมหาโฮม วัดปทุมวนาราม 45.พระอาจารย์สมพล วัดปทุมคงคาราม 46.หลวงพ่อเกตุ วัดเกาะหลัก 47.อาจารย์นำ แก้วจันทร์ วัดดอนศาลา 48.พระครูอมร วัดศิลาชลเขต 49.หลวงพ่อเจริญ วัดทองนพคุณ จึงเข้มขลังเอกอุทุกประการ ผู้สนใจติดต่อ 06-4014-8555 

    หลวงปู่ทวด หนึ่งในชุดแจกทะเลซุง ปี 2508

    เหรียญเสมาหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด หนึ่งในชุดแจกทะเลซุง ปี 2508 สร้างน้อยมาตรฐานวงการสะสม เคยลงในหนังสือพระเครื่องหลวงปู่ทวดองค์ครูหลายเล่ม พระอาจารย์ทิมสร้างและแจกในงานประจำปี สรงน้ำรูปหล่อหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยอัญเชิญดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ขององค์หลวงปู่ทวดประทับทรงปลุกเสก เป็นเหรียญในชุดประสบการณ์พายุไซโคลนกาวาลีหรือไต้ฝุ่นชื่อว่า “เกย์” ถล่มจังหวัดชุมพรในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2532 เกิดน้ำพัดพาท่อนซุงที่ถล่มหมู่บ้านมีผู้รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ รุ่นนี้เดิม ๆ สวยมาก สนใจติดต่อ 09-3807-6682 

    ลาด้วยคำคม “กัลยาณมิตรที่ดี ดลบันดาลชีวีเป็นสุข” สวัสดี

    หมู มหาเวทย์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5189994/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2wICgdVEqg_qvrU-nblbsc