Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • กลับมาอีกครั้ง !! นิทรรศการ ‘ศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย ครั้งที่ 3’ UNHCR ระดมทุนเพื่อการศึกษาแก่เยาวชนผู้ลี้ภัยทั่วโลก

    กลับมาอีกครั้ง !! นิทรรศการ ‘ศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย ครั้งที่ 3’ UNHCR ระดมทุนเพื่อการศึกษาแก่เยาวชนผู้ลี้ภัยทั่วโลก

    วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR), พระเมธีวชิโรดม (ท่านว.วชิรเมธี) ผู้อุปถัมภ์ด้านสันติภาพและเมตตาธรรมของ UNHCR และพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) นิทรรศการศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย : Art for Refugees ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “ความหวัง…ใช้ชีวิตให้ดี ทำโลกให้งาม” โดยมีเป้าหมายในการระดมทุนสนับสนุนแคมเปญ “Aiming Higher” ของ UNHCR ที่จัดขึ้นทั่วโลก เพื่อมอบทุนการศึกษาให้เยาวชนผู้ลี้ภัยที่มีความรู้ความสามารถได้สานต่อความหวังและความฝันสำหรับการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาและฝึกทักษะวิชาชีพเฉพาะด้าน

    กว่าทศวรรษที่ผ่านมา จำนวนผู้ลี้ภัยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกกว่า 123 ล้านคน ที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่น เพราะความขัดแย้ง การประหัตประหาร ความรุนแรง หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน สำหรับเด็กและเยาวชนผู้ลี้ภัย การศึกษา เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคง ความปลอดภัย ช่วยให้พวกเขาได้มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อชุมชนของตนเอง

    อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงการศึกษายังคงมีความท้าทายอยู่มาก มีเยาวชนผู้ลี้ภัยเพียงร้อยละ 7 เท่านั้นที่ได้เรียนต่อระดับอุดมศึกษา แคมเปญ Aiming Higher ของ UNHCR มีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างในส่วนนี้ และสนับสนุนวิธีการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2030 และขยายผลเพื่อให้ถึงเป้าหมาย เพื่อให้เยาวชนผู้ลี้ภัยร้อยละ 15 ได้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา  ซึ่งงรู้จักกันในชื่อเป้าหมาย “15by30”

    “ท่ามกลางภาวะงบประมาณด้านมนุษยธรรมลดลงทั่วโลก โครงการที่ดำริโดยพระเมธีวชิโรดม พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) และศิลปินไทยทั้ง 31 ท่าน ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการมอบความหวังและโอกาสสำหรับเยาวชนผู้ลี้ภัย”  แทมมี่ ชาร์ป ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย กล่าว “รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากนิทรรศการครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและการฝึกทักษะวิชาชีพเฉพาะด้าน นี่ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างวุฒิการศึกษา แต่คือการเปลี่ยนแปลงเพื่อเสริมพลังให้เยาวชนผู้ลี้ภัยได้แสดงศักยภาพและแสดงความคิดเห็น   เตรียมความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมกับชุมชนของพวกเขาอย่างมีความหมาย และแบ่งปันอนาคตที่ดีร่วมกันทั่วโลก”

    แนวคิดของนิทรรศการ “ศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย” เริ่มต้นขึ้น 8 ปี ที่ผ่านมา โดยพระเมธีวชิโรดม ซึ่งให้การสนับสนุน UNHCR ประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ช่วยเผยแพร่เมตตาธรรมและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและผู้ที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่น

    “งานสร้างคน สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด การศึกษาคือสิ่งที่อาตมาเน้น และให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะการศึกษาคือพลังคือโอกาส คือการให้ชีวิตใหม่กับเด็ก และเยาวชน ในครั้งนี้ ได้ขยายความช่วยเหลือมาถึงน้องๆ ผู้ลี้ภัยให้ได้รับการศึกษาขั้นสูงเพื่อให้พวกเขาได้รับโอกาสครั้งที่สอง และเป็นประชากรที่มีคุณภาพของโลก” พระเมธีวชิโรดม ผู้อุปถัมภ์ด้านสันติภาพและเมตตาธรรมของ UNHCR กล่าว

    นิทรรศการ “ศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย ครั้งที่ 3” ได้รับการสนับสนุนจากศิลปินไทยจำนวน 31 ราย  ได้แก่ กวีนิพนธ์โดย พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี)  ศ. เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปํญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) กิตติศักดิ์ เทพเกาะ ศิลปินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดดเด่น และสุดสวิง ด้วยการใช้การวาดเส้นผสมตัดเส้นเทคนิคใหม่ๆ อย่างการกรีดและสร้างร่องรอยในผืนผ้าใบ  เกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์ ศิลปินชาวไทยฉายา LINECENSOR โดดเด่นงานจิตรกรรม และภาพพิมพ์  คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) จักรพงษ์ เทพเกาะ ศิลปินจิตรกรรมชาวไทยที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการสะท้อนอารมณ์ และความคิดผ่านเทคนิคสีน้ำมัน และอะคริลิกบนผ้าใบ จักรี คงแก้ว ศิลปินภาพพิมพ์แกะไม้ที่สร้างสรรค์ผลงานมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการแกะไม้เป็นหิน ชัชวาล รอดคลองตัน ศิลปินจิตรกรรมและประติมากรรมชาวไทยที่มีชื่อเสียงในวงการศิลปะ  ชัชวาลย์ วรรณโพธิ์ ศิลปินจิตรกรรมและภาพพิมพ์ชาวไทยที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการถ่ายทอดความงามในบรรยากาศของแสงธรรมชาติผ่านเทคนิคสีน้ำมันและภาพพิมพ์เทคนิคผสม

    ชัยรัตน์ แสงทอง ศิลปินผู้สะท้อนสัจธรรมและความงามอันเรียบง่ายของวิถีชนบทไทย ผ่านจิตรกรรมเหมือนจริง  งดงามในเชิงทัศนศิลป์ เปี่ยมด้วยความรู้สึก และเรื่องราวที่ลึกซึ้ง เญอรินดา แก้วสุวรรณ ศิลปินจิตรกรรมและศิลปะประดิษฐ์ชาวไทยที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการใช้เทคนิค เย็บปักถักร้อย เพื่อสะท้อนประเด็นสิ่งแวดล้อมและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ แทน โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชาวไทย ผู้มีผลงานโดดเด่นในด้าน จิตรกรรมและศิลปะดิจิทัล ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ ศิลปินชาวไทยผู้มีผลงานโดดเด่นในด้านจิตรกรรมและประติมากรรมไทยร่วมสมัย ธณกฤษภ์ ทิพย์วารี ศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงทางด้านจิตรกรรม ธนชัย อุชชิน ศิลปินที่มีความโดดเด่นในด้าน จิตรกรรมสไตล์แอบสแตรกต์ (Abstract)  ธีร์พาทิศ บุญวิจิตรนิธิธร อาจารย์และศิลปินชาวไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมที่สะท้อนประเด็นด้านความเท่าเทียมทางเพศ  นที อนันทะประดิษฐ์ ศิลปินไทย ผู้มีผลงานโดดเด่นในด้าน ประติมากรรมดินเผา โดยเฉพาะ “ตุ๊กตาดินเผา” ปรีชา ชัยสร ศิลปินผู้ถ่ายทอดชีวิตใหม่ให้แก่ก้อนหินไร้ชีวิต ผ่านปลายพู่กัน เปลี่ยนสิ่งธรรมดาให้กลายเป็นภาษาศิลป์ ที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณและความหมาย

    พลวัฒน์ สามิดี ศิลปินไทยรุ่นใหม่ ที่ทำงานด้านจิตรกรรม ภาราดา วิรัสวีร์ ศิลปินอิสระ (และอาจารย์พิเศษ) ซึ่งโดดเด่นด้านงาน ประติมากรรม / สื่อประสม 3 มิติ ลำพู กันเสนาะ ศิลปินหญิงชาวไทย ที่โดดเด่นในแนวงานจิตรกรรมล้อเลียน (caricature-influenced) ผ่านภาพใบหน้าและร่างกายที่มีสัดส่วน “หัวโต” วรสันต์ สุภาพ ศิลปินไทย ผู้มีชื่อเสียงในวงการศิลปะ จิตรกรรม วิษณุพงษ์ หนูนันท์ศิลปินร่วมสมัยที่มีผลงานโดดเด่นในนิทรรศการ “Mammals” ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ  สุรสิทธิ์ เสาว์คง ศิลปินไทย ที่มีชื่อเสียงในวงการจิตรกรรม   สุริยา นามวงษ์           ศิลปินไทย และภัณฑารักษ์ (Curator) ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) สุวัฒน์ชัย ทับทิม ศิลปินที่ทำงานในรูปแบบของงานจิตรกรรมไทยที่มีความร่วมสมัย  เสงี่ยม ยารังษี ศิลปินเชียงราย กับการนำเสนอผลงานศิลปะ ที่วาดรูปในแนวธรรมชาติ อนันต์ยศ จันทร์นวล ศิลปินไทยที่มีผลงานโดดเด่นในด้านจิตรกรรม เอกชัย ลวดสูงเนิน ศิลปินแนวอิมเพสชั่นนิสม์อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย  โอม รัชเวทย์ นักวาดการ์ตูนอิสระ ผลิตผลงานนิยายภาพ พุทธประวัติ และบุคคลสำคัญในพุทธศาสนา

    นิทรรศการเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2568 ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น G พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย โดยไม่มีค่าเข้าชม  รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้ UNHCR เพื่อนำไปสนับสนุนแคมเปญ “Aiming Higher” มอบทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและฝึกทักษะวิชาชีพเฉพาะด้านแก่เยาวชนผู้ลี้ภัยต่อไป

    ในขณะที่การศึกษาระดับสูงคือการบ่งชี้เส้นทางชีวิตของเราทุกคน สำหรับผู้ลี้ภัย การศึกษาคือ โอกาสครั้งที่สองในการสร้างชีวิตใหม่และอนาคตที่ดีขึ้นของพวกเขา ครอบครัว และชุมชนที่มอบที่พักพิง ร่วมมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ลี้ภัยทั่วโลก โปรดติดต่อ อมรศรี พัฒนศิษฎางกูร ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมความร่วมมือภาคเอกชน  โทร. 063-270-9334

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/919947&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wcVwXiaifjlrZ944_45K3

  • ขอรอฟังก่อน! กมธ.สภา กำลังศึกษายกเลิก MOU : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./วันที่ 11 ต.ค.68

    ขอรอฟังก่อน! กมธ.สภา กำลังศึกษายกเลิก MOU : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./วันที่ 11 ต.ค.68

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/ST54DzVsgYY&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fl3T5scm4eLoqHAqkay3D

  • รู้จัก 3 คนในข่าว สุริยะ – วราวุธ – ณัฐพงศ์ ลือนั่งแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

    รู้จัก 3 คนในข่าว สุริยะ – วราวุธ – ณัฐพงศ์ ลือนั่งแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

    3 ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย “สุริยะ” เก๋าเกมการเมือง “วราวุธ” ทายาทบ้านใหญ่ และ “ณัฐพงศ์” เขยชินวัตร กำลังถูกพูดถึงในหน้าสื่อตอนนี้ หลังพรรคยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    เพื่อไทยจะกลับมา สนามการเมืองไทยกำลังเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นเรื่อยๆ นับถอยหลังอีกราว 5 เดือน สำหรับการเลือกตั้งใหญ่ในช่วงต้นปี 2569 ความเคลื่อนไหวใน “พรรคเพื่อไทย” เพิ่งเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ในงาน “ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย” แต่ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ที่แน่ๆ จะไม่มีคนนามสกุล “ชินวัตร” ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคได้กล่าวไว้บนเวที

    โดยในช่วงที่ผ่านมา มีหลายคนที่ถูกเชื่อมโยงว่า มีโอกาสจะมานั่งแคนดิเดตนายกฯ ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นักการเมืองมากประสบการณ์ ผอ.การเลือกตั้งป้ายแดงของพรรคเพื่อไทย, นายวราวุธ ศิลปอาชา ทายาทการเมืองจากบ้านใหญ่สุพรรณบุรี ลูกชายอดีตนายกฯ บรรหาร และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา คนสุดท้ายคือ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ลูกเขยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

    สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ: นักการเมือง “เก๋าเกม”

    นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2497 อายุ 70 ปี โลดแล่นอยู่ในแวดวงการเมืองไทยมายาวนาน ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชน ผ่านการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญมาแล้วหลายสมัย สำเร็จการศึกษาแพทย์ มหิดล รุ่นเดียวกับ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขานายกฯ ยุคทักษิณ เศรษฐา และแพทองธาร ก่อนไปศึกษาต่อวิศวกรรมอุตสาหการ ที่ University of California, Berkeley สหรัฐอเมริกา และกลับมาสานต่อธุรกิจ “ซัมมิท กรุ๊ป” ของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ

    นายสุริยะ เริ่มเข้าสู่การเมืองครั้งแรกในปี 2541 ในตำแหน่ง รมช.อุตสาหกรรม สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย โควตาของพรรคกิจสังคม ก่อนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2544 เมื่อเขาย้ายมาร่วมงานกับพรรคไทยรักไทย และกลายเป็นหนึ่งในขุนพลคนสำคัญของนายทักษิณ ชินวัตร โดยได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรค และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการในหลายกระทรวง

    ล่าสุด ในเวที “ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย” น.ส.แพทองธาร ประกาศให้ นายสุริยะ เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย นักวิเคราะห์ทางการเมืองจึงมองว่า นี่คือตำแหน่งแม่ทัพคนสำคัญ ที่อาจถูกวางไว้เป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับที่ 1 ได้เลย ด้วยความอาวุโสและบารมีในแวดวงการเมืองมานานร่วม 30 ปี

    วราวุธ ศิลปอาชา: ลูกชายบรรหาร บ้านใหญ่สุพรรณฯ

    นายวราวุธ ศิลปอาชา หรือ “ท็อป” เกิดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2516 อายุ 52 ปี เขาคือทายาททางการเมืองของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และ สส.บัญชีรายชื่อ สมัยที่ 2 ต่อเนื่อง

    นายวราวุธ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมเครื่องกลจาก University College London (UCL) ประเทศอังกฤษ และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (การเงินและการธนาคาร) จาก University of Wisconsin-Madison สหรัฐอเมริกา มีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม จนเป็นที่ชื่นชมของผู้คนในสังคมเป็นวงกว้าง

    สำหรับเส้นทางการเมืองของนายวราวุธ เริ่มต้นในปี 2544 โดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสุพรรณบุรี สังกัดพรรคชาติไทย และได้รับเลือกตั้งต่อเนื่องหลายสมัย เขาเคยดำรงตำแหน่ง รมช.คมนาคมในปี 2551 ก่อนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี จากการยุบพรรคชาติไทย ก่อนจะกลับมาเป็น รมว. 2 สมัย ในยุค พล.อ.ประยุทธ์ และเพื่อไทย ในเก้าอี้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

    นอกจากนี้ นายวราวุธ ยังรับไม้ต่อจากพี่สาว (กัญจนา) เป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ได้ สส.อยู่เพียง 10 คนเท่ากันในสนามเลือกตั้ง ปี 2562 และ 2566 จะไปถึงตำแหน่งนายกฯ จึงเป็นไปได้ยาก เพราะต้องมี สส.ในพรรคมากกว่า 25 คน และด้วยชื่อเสียงส่วนตัวที่ไม่ค่อยมีข่าวเสียหายอะไรมากนัก จากการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อเนื่อง 6 ปี จึงถูกจับตามองว่า ด้วยสายสัมพันธ์อันดีของนายวราวุธ กับพรรคเพื่อไทย จึงเป็นอีกหนึ่งชื่อที่โผล่มาในหน้าข่าวขณะนี้ว่าอาจจะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้

    ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์: คนธุรกิจรุ่นใหม่ ความหวัง “ชินวัตร”

    นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2523 อายุ 45 ปี เป็นที่รู้จักในฐานะนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการเป็นสามีของ น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ บุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

    นายณัฐพงศ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจาก DePaul University เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเครือชินวัตร

    แม้นายณัฐพงศ์จะยังไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมือง แต่ถูกจับตามองว่า เป็นคนในเครือญาติชินวัตร ใกล้ชิดนายทักษิณที่มีโปรไฟล์น่าสนใจที่สุดแล้ว จึงเป็นไปได้ว่าจะเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของบ้านที่มารับไม้ต่อจาก น.ส.แพทองธาร ที่ประกาศว่าไม่สามารถลงแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยได้อีกแล้ว แต่ครั้งหนึ่งเคยตอบนักข่าวว่า ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2888375&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BIlg0dWKTTjp3gVZ-7ujJ

  • ภารกิจใหม่ “แม่ทัพกุ้ง” จากสนามรบสู่ผืนนา คิกออฟ “ข้าวแม่ทัพไทย-สิรินข้าวสีสด” ยกระดับคุณภาพชีวิตทหารและเกษตรกรไทยสู่เศรษฐกิจสูงวัย

    ภารกิจใหม่ “แม่ทัพกุ้ง” จากสนามรบสู่ผืนนา คิกออฟ “ข้าวแม่ทัพไทย-สิรินข้าวสีสด” ยกระดับคุณภาพชีวิตทหารและเกษตรกรไทยสู่เศรษฐกิจสูงวัย

    พลโท บุญสิน พาดกลาง (แม่ทัพกุ้ง) อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นายทหารผู้ทุ่มเทปกป้องแผ่นดิน ได้ประกาศภารกิจครั้งสำคัญในด้านความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้บริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ ด้วยเกษตรอินทรีย์  ทั้งนี้ ได้มีการเปิดตัวแบรนด์ข้าวคุณภาพ “ข้าวแม่ทัพไทย” และ “สิรินข้าวสีสด” สร้างมิติใหม่ให้กับวงการเกษตรและสุขภาพสู่เศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) เมื่อเร็วๆ นี้ ณ สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา ทาวน์อินทาวน์

    การเปิดตัวแบรนด์ข้าวนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการสิรินฟาร์มมาร์เก็ต (Sirin Farm Market) และ Grow Longevity Ecovillage ที่มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ได้บริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ และนำไปสู่ “สังคมสุขยืนยาว” (Longevity Society) อย่างยั่งยืน ผ่านการเน้นย้ำถึงการใช้เกษตรอินทรีย์ 100%

    พลโท บุญสิน พาดกลาง (แม่ทัพกุ้ง) อดีตแม่ทัพภาคที่ 2

    จากนักรบสู่ชาวนาผู้พิทักษ์ : ปณิธานเพื่อสุขภาพคนไทย

    พลโท บุญสิน ได้กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “จากลูกชาวนาสู่ภารกิจความมั่นคงของแผ่นดินไทย ก้าวสู่ภารกิจใหม่สร้างความมั่นคงทางอาหารและสังคมไทย” โดยเน้นย้ำว่า การเข้าร่วมสนับสนุนโครงการนี้ เพราะประทับใจในแนวคิดที่จะทำเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง และไม่มุ่งเน้นผลกำไรสูงสุด โดยชี้ว่าโครงการนี้คือ “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงอีกแขนงหนึ่งของประเทศชาติ” นอกเหนือจากการป้องกันชายแดน และยังมีความชื่นชมในจุดยืนที่ต้องการสร้าง “บลูโซน” (Blue Zone) ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยมีอายุยืนยาว สุขภาพดี ด้วยการบริโภค อาหารดี อากาศดี และอารมณ์ดี
    “โครงการนี้จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ โดยเฉพาะระบบ AI มาใช้ในการสั่งสินค้าและบริหารจัดการผลผลิต เพื่อแก้ปัญหาการตลาดของโครงการทหารพันธุ์ดีและโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่ก่อนหน้านี้ทหารต้องนำสินค้าไปจำหน่ายเองตามตลาด มาเป็นการจำหน่ายใน สิรินฟาร์มมาร์เก็ต (Sirin Farm Market)  ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผักไร้สารเคมี และข้าวสีสด ซึ่งเป็นข้าวบริสุทธิ์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งทหาร ประชาชนและเกษตรกร” พลโท บุญสิน กล่าว
    นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา และ Grow Longevity Ecovillage
    ด้าน นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา และ Grow Longevity Ecovillage กล่าวว่า โครงการ Grow Longevity Ecovillage ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แห่งนี้ เป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบ Longevity Living และ Social Enterprise ที่ผสมผสานการทำฟาร์มแบบ Smart Farm เข้ากับการสร้างชุมชนเพื่อการมีสุขภาพดี โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการผลักดันให้พื้นที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการเกษตรระดับโลก หรือ “Blue Zone” แห่งใหม่ของประเทศไทย ซึ่งจะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
    “เศรษฐกิจของประเทศไม่ควรพึ่งพาแค่การส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างระบบที่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้คนหนุ่มสาวสามารถกลับไปอยู่ต่างจังหวัดได้อย่างมีความสุข นำไปสู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใหม่ Longivity Economy โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับการมีชีวิตยืนยาวและสุขภาพดี มีการออกแบบชีวิตใหม่ให้คนได้มีอากาศที่ดี อาหารที่ไร้สารเคมี และสามารถทำงานได้ในทุกที่ ท่ามกลางชุมชนที่เกื้อกูล จะทำให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น”  นายชยดิษฐ์กล่าว

    การผนึกกำลัง สู่ Grow Longevity Ecovillage

    ในงานยังได้มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือภาคีเครือข่าย (MOU) การพัฒนารูปแบบนวัตกรรมและระบบของการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวความคิด “Longevity Farm Stay Destination” ต่อการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรมไทยและอัตลักษณ์ของวิถีชุมชน เพื่อการยกระดับเศรษฐกิจคุณภาพชีวิตและการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ในเขตพื้นที่ Blue Zone เพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ระหว่างสถาบันทิวา, กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2, Grow Longevity Ecovillage และ Grow Longevity Ecovillage : Khao Yai โดยมีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ให้เกียรติมอบกระเช้าแสดงความยินดีและร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้วย
    (ซ้าย) นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. // (ขวา) พลโท บุญสิน พาดกลาง (แม่ทัพกุ้ง) อดีตแม่ทัพภาคที่ 2

    “สิริน ข้าวสีสด” : นวัตกรรมสีข้าวโชว์ ตอบโจทย์รสชาติและคุณค่า

    ผลิตภัณฑ์เรือธงในงานนี้คือ “สิริน ข้าวสีสด” ชูจุดเด่นด้วยนวัตกรรม “สีสดใหม่ตามคำสั่งซื้อ” โดยในงานมีการนำโรงสีขนาดเล็กมาสีข้าวให้ชมและชิมกันสดๆ เพื่อยืนยันถึงความสดใหม่และคุณภาพที่คงไว้ครบถ้วน “ข้าวสีสด” ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยรสชาติที่หอม อร่อย นุ่มหนึบ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
    หลักการคือการเก็บข้าวในรูปแบบ “ข้าวเปลือก” และสีเป็นข้าวสารเมื่อลูกค้าสั่งเท่านั้น ซึ่งตอกย้ำถึงคุณภาพปลอดภัย 100% เก็บในรูปแบบข้าวเปลือกที่จะรักษาคุณค่าได้ดีที่สุดและสีสดส่งตรงถึงมือผู้บริโภค
    คุณค่าเต็มเมล็ด กระบวนการสีถูกออกแบบมาเพื่อรักษาส่วนของ “จมูกข้าว” และเยื่อหุ้มเมล็ดไว้

    สิรินฟาร์มมาร์เก็ต (Sirin Farm Market) : เพื่อสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    แบรนด์ข้าวเรือธงทั้งสองชนิดจัดจำหน่ายผ่าน สิรินฟาร์มมาร์เก็ต (Sirin Farm Market) ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก 3 มิติ ได้แก่
    ยกระดับคุณภาพชีวิตทหารและเกษตรกร : เป็นช่องทางหลักในการจัดจำหน่ายสินค้าจากโครงการ “ทหารพันธุ์ดี” ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ใน 20 ค่ายทหารภาคอีสาน เพื่อสร้างรายได้และอาชีพที่ยั่งยืน รวมถึงรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรและชุมชนในราคาที่เป็นธรรม
    สร้างความมั่นคงทางอาหาร : ทำให้คนไทยเข้าถึงอาหารอินทรีย์ปลอดภัยและมีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้
    ขับเคลื่อน Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ : มุ่งเน้นการใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานของ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ผ่านแนวคิด Grow Low Carbon City และ Grow Organic AI Smart Farming
    สิรินฟาร์มมาร์เก็ต (Sirin Farm Market) ประกอบด้วยพื้นที่บริการหลัก ได้แก่ SIRIN Market, SIRIN Gindee Restaurant และ สิรินข้าวสีสด
    ทั้งนี้ งานดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข. และ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการดำเนินงานเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพ และดำเนินต่อไปด้วยความยั่งยืน

    Post Views: 119

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/10/11/sirin-farm-market-grow-longevity-ecovillage/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Vs5qNRoU2VOBegsw0juWm

  • สาวฝรั่ง รีวิวเข้า รพ. ที่ไทย ทึ่งทำเอกซเรย์-MRI รู้ผลไวไปไหน เห็นราคายิ่งช็อก

    สาวฝรั่ง รีวิวเข้า รพ. ที่ไทย ทึ่งทำเอกซเรย์-MRI รู้ผลไวไปไหน เห็นราคายิ่งช็อก

      
                สาวต่างชาติ รีวิวเข้า รพ. ที่ไทย ทึ่งจัด ทำเอกซเรย์-MRI ทั้งหมดนี่ใช้เวลาไม่กี่ ชม. แถมจ่ายไม่ถึง 20,000 หมื่น เทียบกับอเมริกาเหมือนฟ้ากับเหว 

    เรื่องราวดี ๆ
    ภาพจาก TikTok @wheretonextyall

    เรื่องราวดี ๆ
    ภาพจาก TikTok @wheretonextyall

                  นอกเหนือจากเรื่องแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ดึงดูดใจคนต่างชาติให้มาเยือนประเทศไทยแล้ว ภาคงานบริการและการแพทย์ในประเทศไทย ก็ยังเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้ไทยกลายมาเป็นจุดหมายของชาวต่างชาติให้ตัดสินใจบินมาเช่นกัน 

                  ขณะที่ไม่นานมานี้ คลิปของหญิงต่างชาติรายหนึ่งที่ได้ลงรีวิว ขณะมาเข้าโรงพยาบาลในประเทศไทย พร้อมเปิดค่ารักษาที่ทำให้ตัวเองถึงกับอึ้ง ได้กลายมาเป็นไวรัลที่ได้รับความสนใจอย่างมาก จนมีผู้เข้ามาชมกว่า 4.6 แสนวิว 

    เรื่องราวดี ๆ
    ภาพจาก TikTok @wheretonextyall

                  “พวกคุณ 6 ล้านคนต้องช็อกเหมือนเรา ในวันที่ฉันมาโรงพยาบาลในประเทศไทย” ผู้ใช้ TikTok @wheretonextyall ระบุ 

                  หญิงสาว เริ่มด้วยการบอกว่า “ให้รอฟังราคาได้เลย” พร้อมเล่าว่า เธอมีปัญหาที่หลัง อาการปวดหลังแย่มากจนรู้สึกลำบากสุด ๆ ตอนนั่งบนเครื่องบิน แม้แต่เดินยังเจ็บ แถมยังไม่สามารถแบกกระเป๋าได้ ซึ่งเป็นปัญหากับสายท่องเที่ยวรอบโลกอย่างเธอ ซึ่งต้องย้ายที่ทุก ๆ 4-5 วัน เธอพยายามใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาอาการแล้ว แต่ก็ไม่ดีขึ้น สุดท้ายก็เลยตัดสินใจมาโรงพยาบาล 

                  เธอยอมรับว่า ตอนแรกก็รู้สึกประหม่าที่ต้องมาโรงพยาบาลในต่างแดน เธอได้ยินเรื่องน่ากลัวมามากมาย แต่ก็เคยได้ยินมาว่าประเทศไทยมีการดูแลทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม จึงตัดสินใจมาลอง และนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง พร้อมย้ำว่ามันเหลือเช่ามาก 

    เรื่องราวดี ๆ
    ภาพจาก TikTok @wheretonextyall

                  เมื่อได้เจอคุณหมอ หญิงสาวก็เล่าอาการผิดปกติต่าง ๆ ที่กระดูกสันหลัง และอาการปวดให้หมอฟัง ซึ่งหมอก็สั่งให้ทำเอกซเรย์และ MRI ทันที มันรวดเร็วมาก เธอเข้าออกห้องต่าง ๆ จนรู้สึกเหมือนทั้งโรงพยาบาลมีแค่เธอเพียงคนเดียว มันน่าทึ่งที่ได้รับการรักษารวดเร็วขนาดนี้ ทั้งที่เธอไม่ได้นัดหมายด้วยซ้ำ ต่างจากที่อเมริกา ซึ่งจะต้องใช้เวลานานกว่านี้มาก 

                  ภายใน 4 ชั่วโมง หมอก็อ่านผลให้ฟังพร้อมสั่งจ่ายยา และที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือทางโรงพยาบาลยังส่งภาพ MRI ทั้งหมดให้เธอทางอีเมล รวมถึงนำผลเอกซเรย์ใส่ลง CD เผื่อเธอต้องไปหาหมอเรื่องอาการปวดหลังอีก เนื่องจากพวกเธอต้องเดินทางไปเที่ยวโลก  

    เรื่องราวดี ๆ
    ภาพจาก TikTok @wheretonextyall

                  ขณะมาเข้าโรงพยาบาลในประเทศไทย เธอได้พบแพทย์ 3 คน ทำเอกซเรย์ ทำ MRI โดยทราบผลการตรวจภายใน 4 ชั่วโมง 

                  ทั้งนี้ สรุปแล้วว่าการมาโรงพยาบาลในประเทศไทยครั้งนี้ เธอได้พบกับคุณหมอ 3 รอบ ทำเอกซเรย์ ทำ MRI โดยตราบผลการตรวจภายใน 4 ชั่วโมง ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ มีราคาเพียง 19,812 บาท เท่านั้น ซึ่งประสบการณ์ครั้งนี้ เธอขอให้คะแนนเต็ม 10 ไม่หัก

    เรื่องราวดี ๆ
    ภาพจาก TikTok @wheretonextyall

    เรื่องราวดี ๆ
    ภาพจาก TikTok @wheretonextyall

    เรื่องราวดี ๆ
    ภาพจาก TikTok @wheretonextyall

                  ขณะที่ชาวเน็ตคนอื่น ๆ พากันเข้ามาคอมเมนต์ ทึ่งมากกับค่ารักษาที่ถือว่าถูกสุด ๆ เมื่อเทียบกับค่ารักษาในอเมริกา ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดนี่อาจต้องจ่ายถึง 4,000 ดอลลาร์ (ราว 130,000 บาท) และใช้เวลานานถึง 4 เดือน 

                  มีชาวเน็ตบางคนเข้ามาแชร์ประสบการณ์ ทำ MRI ในนอร์ธแคลิฟอร์เนีย ได้รับแจ้งว่าต้องรอ 2 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น เพราะคนไม่พออ่านผล ซึ่งสุดท้ายกว่าจะรู้ผลก็ปาเข้าไป 2 เดือน 

                  นอกจากทึ่งในส่วนของความเร็วและค่ารักษาแล้ว บางคนยังแอบสะดุดตา กับร้านขนมที่มีเปิดขายในโรงพยาบาลด้วย ซึ่งก็มีคนเข้ามาตอบว่า โรงพยาบาลในไทยไม่ได้มีเพียงร้านโดนัทเท่านั้น แม้แต่ร้านกาแฟ หรือ 7-11 ก็มี ทั้งในโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลรัฐ 

                  อย่างไรก็ตาม คนไทยบางส่วนเข้ามายืนยันว่าบริการจากโรงพยาบาลเอกชนในไทยนั้น ถือว่ายอดเยี่ยมสุด ๆ จริง แต่ในส่วนค่ารักษาที่ชาวต่างชาติมองว่าถูก ก็ยังนับว่าสูงและใช่จะเข้าถึงได้ทุกคน เนื่องจากค่าครองชีพและรายได้ของคนที่นี่ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/249876&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24DeGq9WLJ5rN5G_91AiVl

  • ‘เอ็มไอที’ ปฏิเสธข้อเสนอเงินทุน ชี้นโยบายสถาบันไม่สอดคล้องกับรัฐบาลสหรัฐ | เดลินิวส์

    ‘เอ็มไอที’ ปฏิเสธข้อเสนอเงินทุน ชี้นโยบายสถาบันไม่สอดคล้องกับรัฐบาลสหรัฐ | เดลินิวส์

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ว่าข้อเสนอของรัฐบาลกลางที่ส่งเป็นลายลักษณ์อักษร ไปยังมหาวิทยาลัย 9 แห่งของสหรัฐ เมื่อต้นเดือนต.ค. ที่ผ่านมา กำหนดให้สถาบันแต่ละแห่ง หยุดพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเพศ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ และปัจจัยอื่น ประกอบการพิจาณารับนักศึกษา หากต้องการรับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาล

    นอกจากนั้น เงื่อนไขยังกำหนดให้สถาบันต่าง ๆ สร้างสภาพแวดล้อมทางวิชาการ ที่เอื้อต่อแนวคิดอนุรักษ์นิยมอีกด้วย

    อย่างไรก็ตาม นางแซลลี คอร์นบลูธ อธิการบดีเอ็มไอที ส่งหนังสือถึงนางลินดา แมคแมน รมว.ศึกษาธิการของสหรัฐ ว่าเอกสารของรัฐบาลมีหลักการที่มหาวิทยาลัยไม่เห็นด้วย ซึ่งรวมถึงการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก และความเป็นอิสระ

    MIT has become the first school to reject the Trump administration’s proposal that offered a select few universities preferential access to federal funds in exchange for agreeing to a set of demands. https://t.co/vgyQDQO08U

    — NBC News (@NBCNews) October 10, 2025

    โดยพื้นฐานแล้ว หลักการของเอกสารฉบับนี้ไม่สอดคล้องกับความเชื่อหลักของเอ็มไอทีว่า เงินทุนสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ ควรพิจารณาจากคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ “เพียงอย่างเดียว”

    นอกจากนี้ ข้อตกลงที่รัฐบาลทรัมป์เสนอให้มหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกหน่วยงานสถาบัน ซึ่งเจตนาลงโทษ ดูถูก หรือจุดชนวนความรุนแรงต่อ “แนวคิดอนุรักษนิยม”

    ในเวลาเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐส่งหนังสือแบบเดียวกับที่ส่งถึงเอ็มไอที ไปยังมหาวิทยาลัยแอริโซนา มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย มหาวิทยาลัยเทกซัส มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย มหาวิทยาลัยบราวน์ วิทยาลัยดาร์ตมัธ และมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ กำหนดให้สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งต้องตอบกลับ ภายในวันที่ 20 ต.ค. นี้.

    เครดิตภาพ : AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5196205/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tKAPWXe8jux5ouVXAf4OT

  • ชาวเน็ตแซวชุดเจ๊แต๋วคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนนะอังเคิล? | คมชัดลึก

    ชาวเน็ตแซวชุดเจ๊แต๋วคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนนะอังเคิล? | คมชัดลึก

    กลายเป็นเรียกเสียงฮือฮากันทั้งโซเชียล เมื่อ filmguruth บริษัท ฟิล์ม กูรู จำกัด ปล่อยทีเซอร์ของภาพยนตร์ “หอแต๋วแตกแหกหลีหู” ภาพยนตร์แนวตลกเสียดสี …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/social/608490&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sbgFB3IDyRJZJ0V2x1Le3

  • “อนุทิน” ขอรอฟังข้อสรุป “กมธ.สภา” ศึกษาปมยกเลิก MOU 43-44

    “อนุทิน” ขอรอฟังข้อสรุป “กมธ.สภา” ศึกษาปมยกเลิก MOU 43-44

    “นายกฯอนุทิน” ชี้ “กมธ.สภา” กำลังศึกษาปมยกเลิก MOU 43-44 หลัง “พิธา”ถาม เหตุใดใช้กลไกสภาไม่ได้ ขอ รอฟังข้อสรุปแล้วค่อยพิจารณาทีหลัง

    วันที่ 11 ต.ค.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่าเหตุใดจึงใช้กลไกของรัฐสภาไม่ได้ในการยกเลิก MOU 43-44 โดยระบุว่า ขณะนี้รัฐสภากำลังศึกษาอยู่ ทั้ง 2 สภา

    เมื่อถามว่า จริงๆแล้วสามารถใช้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการยกเลิกได้เลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีขั้นตอน

    ผู้สื่อข่าว พีพีทีวี
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

    ส่วนจะต้องรอข้อสรุปของกรรมาธิการใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในเมื่อกรรมาธิการทั้ง 2 สภา ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรกำลังศึกษาอยู่ เราก็รอฟังผลการศึกษา

    ส่วนหากผลออกมาเป็นทางบวกกับประเทศไทยมีโอกาสไม่ต้องทำประชามติใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รอให้ผลการศึกษาออกมาก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาร่วมกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/258989&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw32BNyJR3GlANs9cb42woeC

  • ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2568

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2568

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2568

    – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง

    – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์น อำนวยพรไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟีจี ในโอกาสวันฟีจีของสาธารณรัฐฟีจี

    – กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ในการพระราชทานปริญญาบัตร และประกาศนียบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2567 เป็นวันที่ 2

    – พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ทรงบำเพ็ญพระกุศลถวาย พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ 6 เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ ปีที่ 40

    – องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง ประจำปีการศึกษา 2566 เป็นวันแรก

    – องคมนตรี เป็นประธานในพิธีบําเพ็ญกุศล น้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช

    – องคมนตรีประชุมเตรียมงานเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และงานโครงการหลวงเชียงใหม่ ประจำปี 2568

    – สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค “สัมมาทิฏฐิ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/royal/royalnews/449442&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TFKE5500Ee9bK8GfTSsjj

  • “ธรรมนัส”ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ขับเคลื่อนภาคเกษตร เน้นลดต้นทุนผลิต หนุนความเข้มแข็งให้เกษตรกร พร้อมสร้างเศรษฐกิจจากท่องเที่ยว

    “ธรรมนัส”ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ขับเคลื่อนภาคเกษตร เน้นลดต้นทุนผลิต หนุนความเข้มแข็งให้เกษตรกร พร้อมสร้างเศรษฐกิจจากท่องเที่ยว

    วันที่ 11 ต.ค. 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึง นายอนุรัตน์ ตันบรรจง และนายจีรเดช ศรีวิราช สส.พะเยา พรรคกล้าธรรม และคณะผู้บริหารทั้ง 2 กระทรวง ลงพื้นที่ตรวจราชการที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จ.เชียงราย เพื่อนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติให้กับผู้นำท้องถิ่นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 145 แห่ง และผู้นำชุมชนในพื้นที่กว่า 1,753 หมู่บ้าน เพื่อรับฟังนโยบายและแนวทางการปฏิบัติด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา และการเกษตรในระดับพื้นที่

    ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้กำกับและติดตามการดำเนินงานในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนทั้งหมด รวมถึงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนกำกับดูแล 4 กระทรวงตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เพื่อให้การบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกล่าวยืนยันว่า เราไม่มีวันหยุด ต้องทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

    “รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานต้องลงพื้นที่ เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง คลุกคลีกับพี่น้องในพื้นที่ เพื่อเข้าใจปัญหาจากของจริง เราต้องนำปัญหามาเป็น ‘โจทย์หลัก’ แล้วจัดทำแผนเพื่อจัดสรรงบประมาณให้ตรงจุด สำหรับจังหวัดเชียงราย มีปัญหาหลักๆ ที่พบ เช่น ปัญหาน้ำท่วมแม่สายที่เกิดซ้ำซาก รวมถึงสารเจือปนในแหล่งน้ำที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยจะนำเข้าหารือในที่ประชุม ครม. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางเจรจาในระดับการทูต เพื่อหาทางออกร่วมกัน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

    ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า จังหวัดเชียงราย ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว จึงต้องการพัฒนาให้เมืองเชียงรายกลับมาคึกคักอีกครั้ง สร้างรายได้ให้เกษตรกรสามารถลืมตาอ้าปากได้ ลดหนี้สิน เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และพัฒนาเศรษฐกิจในทุกมิติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และสวัสดิการประชาชน โดยได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำแนวทางนโยบายไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ในส่วนของการพัฒนาภาคการเกษตร ได้เน้นย้ำให้ลดต้นทุนการผลิต โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำเกษตรกรเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และชีวภัณฑ์อย่างเหมาะสม พร้อมสั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยให้แก่สมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศนอกจากนี้ ยังมอบแนวนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อบริหารจัดการผลผลิตและหาตลาดจำหน่าย โดยให้สหกรณ์ทำหน้าที่เชื่อมโยงกับตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสินค้าปศุสัตว์ โดยได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมปศุสัตว์และกรมวิชาการเกษตร ทำงานร่วมกันเพื่อดันราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น โดยราคาวัวจะต้องอยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม และข้าวนาปี อยู่ที่ 8,000-10,000 บาทต่อตัน และให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน โดยยืนยันว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างตั้งใจ เชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุผลได้ตามเป้าหมาย

    ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ต้องได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ให้เป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ แต่นั้นบ้านพักครูหลายแห่งที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม และไม่ปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย เพราะติดข้อจำกัดตามระเบียบราชการเก่า ตนจึงได้เน้นย้ำว่า ต้องเร่งปรับปรุงให้ดี ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง ครูที่ดีคือรากฐานสำคัญของเด็กไทย การสร้างคุณภาพการศึกษาที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี แต่ต้องเริ่มจากการทำให้ครูมีความมั่นคงในชีวิต มีบ้านพักที่ปลอดภัย และมีขวัญกำลังใจที่ดี

    จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เดินทางตรวจติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำกก ณ เขื่อนเชียงราย ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ก่อนเดินทางต่อไปยังที่ว่าการอำเภอเวียงชัย เพื่อรับฟังปัญหาความต้องการในพื้นที่ พร้อมมอบสิ่งของและปัจจัยการผลิต เช่น มอบโฉนดเพื่อการเกษตร พันธุ์สัตว์น้ำ น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ รวมทั้งป้ายปัจจัยการผลิตโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/248404&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20NktCcu9TsUXzppLwF60Z