Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ไล่จับกันวุ่น!ชาวจีนถือวีซ่าท่องเที่ยวแฝงตัวทำงานอาคารมหา’ลัยดังเชียงราย

    ไล่จับกันวุ่น!ชาวจีนถือวีซ่าท่องเที่ยวแฝงตัวทำงานอาคารมหา’ลัยดังเชียงราย

    ไล่จับกันวุ่น!ชาวจีนถือวีซ่าท่องเที่ยวแฝงตัวทำงานอาคารมหา’ลัยดังเชียงราย

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


    เชียงราย – ตม.เชียงราย-จัดหางาน ไล่กวดกันวุ่น..ชาวจีนถือวีซ่าท่องเที่ยวแฝงทำงานอาคารมหาลัยดัง จนท.เข้าตรวจสอบพากันวิ่งหนี สุดท้ายโดนรวบหมด 9 คน


    วันนี้ (14 พ.ย.68) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์,พ.ต.ท.วิชัย ปันนา,สว.ตม.จว.เชียงราย ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวและจัดหางาน จ.เชียงราย เข้าตรวจสอบการใช้แรงงานต่างด้าวเพื่อการก่อสร้างอาคารภายในบริเวณศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มคนสัญชาติจีนลักลอบเข้ามาทำงานปะปนกับแรงงานคนอื่นๆ

    พบหัวหน้าคนงานและแรงงานชาวสัญชาติพม่าที่ทำงานอยู่ภายในจำนวนประมาณ 30 คน ผลการตรวจเอกสารพบว่าถูกต้อง อย่างไรก็ตามขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเสร็จและแรงงานกำลังแยกย้ายกลับไปทำงาน ปรากฎว่าได้มีกลุ่มคนรูปพรรณสันฐานเป็นชาวจีนพากันวิ่งหลบหนีจะออกจากอาคารก่อสร้าง ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จว.เชียงราย ต้องวิ่งไล่จับเอาไว้ได้จำนวน 9 คน ทุกคนมีเดินทางระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตแต่ขอวีซ่าเป็นนักท่องเที่ยว

    เจ้าหน้าที่จึงควบคุมชาวจีนทั้งหมดส่ง สภ.บ้านดู่ อ.เมือเชียงราย เพื่อทำการบันทึกจับกุมพร้อมแจ้งข้อหาเดียวกันว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนตัวนายจ้างพบว่าเป็นนิติบุคคลในนามบริษัทกิจการร่วมค้า TPC JOINT ถูกแจ้งข้อหา “รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน” ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวกลุ่มบุคคลทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/local/detail/9680000108969&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XkB_i9OfTL-1s60Ucuu18

  • แอดไวซ์ ผนึกกำลัง Viu มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าดู Viu PREMIUM ฟรีสูงสุด 1 ปี

    แอดไวซ์ ผนึกกำลัง Viu มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าดู Viu PREMIUM ฟรีสูงสุด 1 ปี

    แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีและสมาร์ทดีไวซ์ครบวงจรของประเทศไทย จับมือ Viu ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งยอดนิยมแห่งเอเชีย จัดแคมเปญสุดพิเศษด้วยการมอบสิทธิ์ดู Viu Premium ฟรีสูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าไอทีที่ร่วมรายการจากแอดไวซ์ มุ่งเป้าขยายฐานลูกค้าใหม่และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด

    คุณชนัญญา จัยสิน ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Viu ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของแอดไวซ์ในการก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกไอทีที่มองหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจอยู่เสมอ เราเห็นว่าไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

    เราจึงไม่เคยหยุดที่จะศึกษา Customer Insight เพื่อเข้าใจถึงแก่นแท้ถึงสิ่งที่ลูกค้ากำลังสนใจ ซึ่งการผนึกกำลังกับ Viu ที่เป็นผู้นำด้านคอนเทนต์ความบันเทิงระดับโลกในครั้งนี้  เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักของเราในการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานยุคดิจิทัลที่ชื่นชอบซีรีส์และภาพยนตร์เอเชีย

    พร้อมทั้งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัย และมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าเพื่อสร้างความแตกต่างและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเสริมไปกับการผลักดันสินค้าที่เป็นแกนหลักของธุรกิจเรา ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และกลุ่มสินค้าโน๊ตบุ๊ค ที่ลูกค้ามักจะใช้เพื่อทั้งการทำงานและความบันเทิง”

    คุณอคิรากร อิกิติสิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Viu กล่าวว่า “ความร่วมมือกับแอดไวซ์ในครั้งนี้  นับเป็นก้าวสำคัญที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักของ Viu ในการขยายฐานสมาชิกและขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ เราเล็งเห็นจุดแข็งที่โดดเด่นของแอดไวซ์ ในฐานะผู้นำด้านไอทีที่มีช่องทางการจำหน่ายที่กว้างขวางและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ทั่วประเทศ

    การมอบสิทธิ์ดู Viu Premium ฟรีสูงสุด 1 ปี ผ่านการซื้อสินค้าไอทีที่ร่วมรายการนั้น จะยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงแบบไร้รอยต่อให้กับผู้ใช้งาน ทั้งการรับชมแบบไม่มีโฆษณาคั่นและภาพระดับ Full HD ซึ่งไม่เพียงแต่จะเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ไอทีของ แอดไวซ์ เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ Viu จะสามารถขยายฐานผู้ชมในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่แสวงหาความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดไปพร้อมกัน”

    Advice x Viu ซื้อสินค้าไอทีกับแอดไวซ์ รับฟรี! Viu Premium

    สิทธิประโยชน์เฉพาะลูกค้า Advice เพลิดเพลินไปกับการรับชมภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการวาไรตี้โชว์แบบเต็มอิ่ม ไม่มีโฆษณาคั่น สูงสุด 1 ปีเต็ม เพียงซื้อสินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ทวอทช์ ตามเงื่อนไขราคาที่กำหนด รับสิทธิ์ชม Viu Premium ฟรีทันที

    ·       รับฟรี Viu Premium 1 ปี เมื่อซื้อสินค้า 20,000 บาทขึ้นไป

    ·       รับฟรี Viu Premium 90 วัน เมื่อซื้อสินค้า 10,000 – 19,999 บาท

    ·       รับฟรี Viu Premium 30 วัน เมื่อซื้อสินค้าราคาต่ำกว่า 10,000 บาท

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่นได้ที่ https://www.advice.co.th/article/advice_viu_premium

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mobileocta.com/advice-joins-forces-with-viu/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1r2kuIw4D14E3CnjSkLpPn

  • พัชรินทร์ดวลอัญชิสาตัดเชือกหญิงเดี่ยว เทนนิส แคล-คอมพ์ หัวหิน 2025

    พัชรินทร์ดวลอัญชิสาตัดเชือกหญิงเดี่ยว เทนนิส แคล-คอมพ์ หัวหิน 2025

    ศึกเทนนิส แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 เดือดสนั่น อัญชิสา ฉันทะ- พัชรินทร์ ชีพชาญเดช ผ่านเข้าตัดเชือกหญิงเดี่ยว ขณะเดียวกันไทยการันตีแชมป์หญิงคู่หลังสองคู่ไทยทะลุชิง

    การแข่งขันเทนนิสนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ รายการ แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 509,700 บาท) ที่อารีน่า หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 มีนักเทนนิสไทยทำผลงานโดดเด่นทั้งประเภทหญิงเดี่ยวและหญิงคู่

    ในประเภทหญิงเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ พัชรินทร์ ชีพชาญเดช มือ 451 ของโลก และมือวางอันดับ 1 ของรายการ ใช้เวลาแข่งขันกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะเอาชนะ หวัง เจีย อี้ มือวาง 5 จากจีน มือ 759 ของโลก 6-3, 7-6 (ไทเบรก 7-2) ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศสำเร็จ

    อีกคู่ อัญชิสา ฉันทะ มือ 510 ของโลก มือวาง 3 ของรายการ นักหวดเจ้าถิ่นจากประจวบคีรีขันธ์ หวดเอาชนะรุ่นพี่ เพียงธาร ผลิพืช มือวาง 8 ของรายการ มือ 836 ของโลก 7-5, 6-4 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเช่นกัน ส่งผลให้รอบตัดเชือกเป็นการพบกันเองของนักหวดไทยระหว่าง อัญชิสา พบ พัชรินทร์

    อีกคู่ของรอบรองชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่าง หลี่ จงหยู มือวาง 2 จากจีน กับ หวัง หยู่หาน มือวาง 7 จากจีน ซึ่งในรอบก่อนรองฯ เอาชนะ ทรรศพร นาคหล่อ ของไทย 6-3, 6-0

    ขณะที่ประเภทหญิงคู่ รอบรองชนะเลิศ ทรรศพร นาคหล่อ จับคู่กับ ลีเดียร์ พอดโกริชานี่ ลูกครึ่งไทย–รัสเซีย โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม พลิกโค่นคู่มือวาง 1 จากญี่ปุ่น นัตสึโฮะ อาราคาวะ กับ เมเรล โฮดท์ จากเนเธอร์แลนด์ 6-1, 6-2 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศเป็นคู่แรก

    ด้านคู่มือวาง 3 ของรายการ พัชรินทร์ ชีพชาญเดช จับคู่กับ กมลวรรณ ยอดเพ็ชร ทำผลงานร้อนแรงไม่แพ้กัน เอาชนะคู่มือวาง 2 จากญี่ปุ่น นานะ คาวากิชิ กับ มิยุ นาคาชิมะ 6-3, 6-4

    ทำให้รอบชิงชนะเลิศหญิงคู่เป็นการพบกันของสองคู่ไทย ได้แก่ ทรรศพร–ลีเดียร์ พบกับ พัชรินทร์–กมลวรรณ การันตีแชมป์ประเภทหญิงคู่อยู่ในประเทศไทยแน่นอน

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/94248/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MKVEhkPbzQxccWe-HrExI

  • แอดไวซ์จับมือ Viu มอบสิทธิ์ดู Viu Premium ฟรีสูงสุด 1 ปี เมื่อซื้อสินค้าไอทีที่ร่วมรายการ

    แอดไวซ์จับมือ Viu มอบสิทธิ์ดู Viu Premium ฟรีสูงสุด 1 ปี เมื่อซื้อสินค้าไอทีที่ร่วมรายการ

    แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท เดินหน้าขยายประสบการณ์ให้ผู้ใช้ไอที ประกาศความร่วมมือกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง Viu เปิดแคมเปญพิเศษมอบสิทธิ์ดู Viu Premium ฟรีสูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าในหมวดสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และสมาร์ตวอทช์ที่ร่วมรายการ เริ่มให้สิทธิ์แล้ววันนี้ที่ร้านแอดไวซ์ทั่วประเทศ

    ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนกลยุทธ์ของแอดไวซ์ที่ต้องการเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้ใช้งาน โดยเชื่อมผลิตภัณฑ์ไอทีเข้ากับบริการด้านความบันเทิงที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้ดิจิทัล ขณะที่ Viu เองก็ได้ขยายโอกาสเข้าถึงฐานผู้ชมใหม่ผ่านเครือข่ายร้านค้าของแอดไวซ์ทั่วประเทศ

    เติมความคุ้มค่าให้ผู้ซื้อสินค้าไอที

    คุณชนัญญา จัยสิน ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดของแอดไวซ์ ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากการติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการอุปกรณ์สำหรับทำงานควบคู่กับความบันเทิง จึงต้องการเพิ่มสิทธิ์เสริมให้ลูกค้าสามารถใช้งานอุปกรณ์ได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ตโฟนและโน้ตบุ๊กที่ได้รับความนิยมในช่วงปีที่ผ่านมา

    ด้าน Viu เสริมว่า สิทธิ์ที่แอดไวซ์มอบให้ลูกค้าครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงคอนเทนต์คุณภาพสูง ทั้งซีรีส์เอเชีย ภาพยนตร์ และวาไรตี้ พร้อมรับชมแบบไม่มีโฆษณาคั่นและความละเอียดระดับ Full HD ซึ่งช่วยขยายฐานผู้ใช้ของแพลตฟอร์มให้เติบโตขึ้นในกลุ่มผู้ใช้สมาร์ตดีไวซ์

    เงื่อนไขสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าแอดไวซ์

    ลูกค้าที่ซื้อสินค้าในหมวดสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ตวอทช์จากแอดไวซ์ จะได้รับสิทธิ์ใช้งาน Viu Premium ฟรี ตามมูลค่าการซื้อดังนี้:

    • ฟรี 1 ปี เมื่อซื้อสินค้า ตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป

    • ฟรี 90 วัน เมื่อซื้อสินค้า 10,000 – 19,999 บาท

    • ฟรี 30 วัน เมื่อซื้อสินค้า ต่ำกว่า 10,000 บาท

    สิทธิ์สามารถใช้ได้ทันทีหลังลงทะเบียนผ่านช่องทางที่กำหนด โดยโปรโมชันมีจำนวนจำกัดและขึ้นอยู่กับสินค้าในแต่ละสาขา

    ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านเว็บไซต์แอดไวซ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.appdisqus.com/advice-viu-premium-free-campaign/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17bUNrWu7lz89XHGzHTjeZ

  • เปิดทริกแอบอ่านไลน์ได้ทั้งแชต ไถดูข้อความใหม่ได้แบบที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว

    เปิดทริกแอบอ่านไลน์ได้ทั้งแชต ไถดูข้อความใหม่ได้แบบที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว

    เปิดทริกแอบอ่านไลน์ได้ทั้งแชต ไถดูข้อความใหม่ได้แบบที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว

    ญี่ปุ่นเปิดทริก แอบเข้าไปอ่านข้อความใหม่ในไลน์ได้ทั้งแชต แบบอีกฝ่ายไม่รู้ตัว แถมแจ้งเตือนก็ไม่หาย ไม่ใช่แค่กดแถบแชตค้าง แค่เลื่อน “Control Center” ค้างไว้ระหว่างส่อง!

    เฟซบุ๊กเพจ ญี่ปุ่นเบาเบา เผยคลิปในช่วงหนึ่งของรายการวาไรตี้ญี่ปุ่น 上田と女が吠える夜 Girl’s Barking Night ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ระบุถึงวิธีอ่านไลน์แบบไม่ให้อีกฝ่ายรู้ โดยระบุว่า ปกติเมื่อเรากดแถบแชตไลน์ค้างไว้ จะสามารถอ่านได้แค่ข้อความที่ถูกส่งมาล่าสุด หรือข้อความช่วงท้าย ๆ แต่ทริกนี้ทำให้สามารถอ่านแชตไลน์ได้ทั้งหมด!

    เพจ ญี่ปุ่นเบาเบา ระบุขั้นตอนว่า ให้ใช้มือข้างหนึ่งดึงแถบ Control Center ลงมาจากด้านบนของจอ แล้วอีกมือกดเข้าไปอ่านแชตไลน์ สามารถเลื่อนขึ้นอ่านได้หมดเลย

    FB/ญี่ปุ่นเบาเบา
    ญี่ปุ่นเปิดทริกแอบอ่านไลน์ได้ทั้งแชต ไถดูข้อความใหม่ได้แบบที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว

    จากนั้นให้กดออกก่อน ค่อยปล่อยมือจาก Control Center อีกฝ่ายก็ไม่รู้ว่าไลน์ถูกอ่านไปแล้ว ซึ่งเราต้องดึง Control Center ค้างไว้ตลอดการอ่านจนกว่าจะกดออกจากแชต

    ซึ่งเมื่อเราออกจากแชตแล้ว แถบแจ้งเตือนข้อความจะยังอยู่ เสมือนว่าเรายังไม่ได้กดเข้าไปอ่านแชตนั้น ๆ นั่นเอง

    อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวทดลองทริกดังกล่าว พบว่า สามารถทำได้เฉพาะบน iPhone เท่านั้น หรือหากใครใช้มือถือรุ่นอื่น ๆ แล้วสามารถทำได้ มาแชร์กันได้เลย!

    ที่มา: FB/ญี่ปุ่นเบาเบา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/261466&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fdiwhEySsbMoyIGGNguXW

  • ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบ กังวลเศรษฐกิจโลก-ดอกเบี้ยเฟด-ข้อมูลศก.จีน : อินโฟเควสท์

    ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบ กังวลเศรษฐกิจโลก-ดอกเบี้ยเฟด-ข้อมูลศก.จีน : อินโฟเควสท์

    ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบในวันนี้ (14 พ.ย.) หลังจากที่ซื้อขายค่อนข้างสดใสมาตลอดทั้งสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก รวมถึงความเป็นไปได้ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่ออกมาค่อนข้างอ่อนแอ

    • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ระดับ 578.74 จุด ลดลง 1.93 จุด หรือ -0.33%
    • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดที่ระดับ 8,186.14 จุด ลดลง 46.35 จุด หรือ -0.56% และ
    • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดที่ระดับ 23,977.72 จุด ลดลง 63.9 จุด หรือ -0.27%

    นักลงทุนลดความคาดหวังที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในการประชุมเดือนธ.ค. หลังจากที่ไม่กี่วันมานี้ เจ้าหน้าที่เฟดหลายคนได้แสดงความลังเลที่จะสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และสัญญาณที่บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานค่อนข้างมีเสถียรภาพหลังจากที่เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้

    ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 47% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 70% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

    สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจอ่อนแอลงมากกว่าคาด โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค.ปรับตัวขึ้น 4.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนก.ย.ที่เพิ่มขึ้น 6.5% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 5.5%

    ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนต.ค. ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนก.ย.ที่ปรับตัวขึ้น 3% และเป็นการชะลอตัวติดต่อกันเดือนที่ 5 ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564 อย่างไรก็ดี ยอดค้าปลีกเดือนต.ค.ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8%

    การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ลดลง 1.7% ซึ่งชะลอตัวลงอย่างมากจากช่วงเดือนม.ค.-ก.ย. ที่ลดลงเพียง 0.5% และย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจลดลง 0.8%

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/545989&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LZIbpBiAdRTUB1MNQgpPX

  • 4 สุราพื้นบ้าน จาก 4 ประเทศ สร้างเม็ดเงินเศรษฐกิจฐานราก รวมภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างรายได้

    4 สุราพื้นบ้าน จาก 4 ประเทศ สร้างเม็ดเงินเศรษฐกิจฐานราก รวมภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างรายได้

    จากเหล้าขาวขวดละไม่กี่สิบบาทในร้านของชำ ไปจนถึงไวน์ฝรั่งเศสราคาหลักหมื่นต่อขวด ทั้งหมดคือ “สุราพื้นบ้าน” ที่สะท้อนวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ และกลายเป็นสินค้าส่งออกที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

    ในประเทศไทย สุราพื้นบ้านเคยเป็นสินค้าต้องห้าม สามารถผลิตได้เฉพาะรายใหญ่ตามกฎหมายควบคุมสุรา พ.ศ.2493 

    แต่หลังจากช่วงปี 2565 – 2568 ที่มีการผลักดันการ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถผลิตสุราได้ โดยไม่ต้องเป็นบริษัททุนใหญ่ 

    แม้ว่าร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ยังไม่ได้ถูกประกาศใช้ในรูปแบบของกฎหมายฉบับเต็มโดยตรง แต่เจตนารมณ์หลักของการปลดล็อกได้ถูกนำมาบังคับใช้ ผ่านพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ 6 มิถุนายน 2568 หรือที่เรียกว่า “พ.ร.บ.สุราชุมชน”

    โดยมีสาระสำคัญในประเด็น ดังนี้

    • ห้ามการผูกขาดทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนผู้ผลิตรายย่อย ชุมชน และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน
    • การสนับสนุนวัตถุดิบในประเทศ
    • ข้อกำหนดด้านการอนุญาตและอายุใบอนุญาต

    การปรับกฎหมายนี้ส่งผลให้ภูมิปัญญาไทยด้านการผลิตสุราพื้นบ้านสามารถพัฒนาเป็นสินค้าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมได้

    จากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มูลค่าตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2568 มีตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 1.93 แสนล้านบาท แม้ว่าจะมีแนวโน้มหดตัวลง 1.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ก็ยังคงเป็นแหล่งรายได้ขนาดใหญ่ของประเทศ ที่ไม่ควรมีเพียงผู้เล่นยักษ์ใหญ่อยู่ไม่กี่กลุ่ม 

    เช่นเดียวกับในต่างประเทศ สุราชุมชนถือเป็นอีกหนึ่งสินค้าส่งออกที่สร้างมูลค่าให้แก่เศรษฐกิจฐานราก และในหลาย ๆ ประเทศก็มีความตั้งใจผลักดันให้เป็นสินค้า Soft Power ที่สามารถส่งมอบคุณค่าทางประวัติศาสตร์และชุมชน     

    ไทย – เหล้าขาว ของดีภาคอีสาน

    เหล้าขาวถือเป็น สุราพื้นบ้านของภาคอีสาน ที่มีเอกลักษณ์ โดยใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นเป็นหลัก เช่น ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า และบางสูตรผสมสมุนไพรพื้นบ้าน ผ่านกระบวนการนึ่ง หมัก และกลั่นหลายรอบจนได้ปริมาณแอลกอฮอล์ที่เหมาะสม 

    เหล้าขาวจึงเป็นทั้งเครื่องดื่มและสินค้าวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ความนิยมของเหล้าขาวเริ่มขยายออกนอกชุมชน ผ่านงานประเพณีท้องถิ่น งานบุญสงกรานต์ และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รวมถึงพัฒนาเป็น สินค้า OTOP และ Craft Liquor 

    ญี่ปุ่น – สาเก เครื่องดื่มแห่งประวัติศาสตร์

    สาเก (Sake) ผลิตจากข้าวพันธุ์พิเศษสำหรับทำสาเก น้ำสะอาด ยีสต์ และเชื้อราโคจิ (Koji) ผ่านกระบวนการหมัก โดยแป้งในข้าวถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและหมักเป็นแอลกอฮอล์ในเวลาเดียวกัน ทำให้ได้เครื่องดื่มที่มีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัว และมีความท้องถิ่นสูงเนื่องจากในแต่ละภูมิภาคมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    ปัจจุบันสาเกไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มในพิธีกรรมหรือการเฉลิมฉลองของคนญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังได้รับความนิยมในตลาดโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ยุโรป และจีน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกระแสอาหารญี่ปุ่นและการท่องเที่ยว

    ข้อมูลจาก Businesswire ระบุว่า มูลค่าการส่งออกสาเกในปี 2567 สูงถึง 43.5 พันล้านเยน หรือประมาณ 9.19 พันล้านบาท รวมถึงส่งออกไปกว่า 80 ประเทศทั่วโลก โดยในตลาดสหรัฐฯ เป็นแหล่งที่เติบโตมากที่สุด สะท้อนศักยภาพของสาเกในฐานะสินค้าพรีเมียมจากท้องถิ่น

    ฝรั่งเศส – ไวน์   สินค้าพรีเมียมจากฐานรากท้องถิ่น

    ไวน์ฝรั่งเศสไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่ยังสะท้อนความเป็นท้องถิ่นและเอกลักษณ์ของชุมชนผู้ผลิตอย่างชัดเจน โดยไวน์แต่ละชนิดมีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันยูโร ขึ้นอยู่กับภูมิภาคและกระบวนการผลิต เช่น Bordeaux, Burgundy, Champagne และ Alsace ใช้องุ่นพันธุ์เฉพาะของแต่ละพื้นที่ ใช้น้ำและดินของท้องถิ่น 

    รวมถึงเทคนิคการหมักและบ่มที่ถ่ายทอดกันรุ่นต่อรุ่น ทำให้ไวน์แต่ละขวดสะท้อนความแตกต่างของ Terroir (แปลว่า ดินแดน หรือ พื้นที่ แต่ในบริบทการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม มักหมายถึง ลักษณะเฉพาะของพื้นที่ที่ส่งผลต่อรสชาติและคุณภาพของผลิตภัณฑ์)

    ไวน์เหล่านี้ถือเป็นสุราท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับชุมชน เช่น wine tour และ harvest festival นอกจากนี้รายได้โดยตรงที่เกิดจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรงไวน์ เช่น การซื้อไวน์และการเข้าชมโรงบ่ม สร้างรายได้รวม 5.4 พันล้านยูโร หรือ 2 แสน ล้านบาทต่อปี

    จีน – เหมาไถ สุราพื้นบ้านจากมณฑลกุ้ยโจว

    เหมาไถ (Moutai) เป็น สุราพื้นบ้านของจีน มีต้นกำเนิดจากเมือง ไถโจว มณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ 

    เครื่องดื่มชนิดนี้เกิดจากวัฒนธรรมการกลั่นเหล้าข้าวขาวและข้าวสาลีแบบดั้งเดิม ใช้วัตถุดิบเฉพาะของท้องถิ่น ได้แก่ ข้าวขาวท้องถิ่น น้ำจากแหล่งแม่น้ำท้องถิ่น และยีสต์ธรรมชาติที่สืบทอดกันรุ่นต่อรุ่น ผ่านกระบวนการหมักหลายขั้นตอนและบ่มในถังดินเผาหรือไม้ ทำให้ได้รสชาติและกลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่างจากสุราอื่น ๆ

    เหมาไถได้รับความนิยมในฐานะเครื่องดื่มสำหรับพิธีการและงานเฉลิมฉลองสำคัญ เช่น งานแต่งงาน งานรัฐพิธี และเทศกาลประจำปี รวมถึงเป็น สินค้า GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ของจีนอย่างเป็นทางการ

    ในเชิงเศรษฐกิจ เหมาไถไม่เพียงเป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในประเทศ แต่ยังถูกผลักดันเป็นสินค้าส่งออกพรีเมียมไปยังหลายประเทศทั่วโลก 

    เนื่องจากมูลค่าของเหมาไถถูกกำหนดจากรูปลักษณ์ภายนอก ปีที่ผลิต ความหายาก และการรับรองความถูกต้อง โดยมูลค่าสามารถสูงถึงขวดละ 300,000 หยวน หรือราว 1.3 ล้านบาท

    เรื่องราวของสุรารอบโลกสะท้อนให้เราเห็นว่า เครื่องดื่มมึนเมาเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในความบันเทิงของมนุษย์ที่สามารถสร้างเม็ดเงินมหาศาล ไม่แพ้สินค้าส่งออกอื่น ๆ การผลักดันให้กลุ่มคนตัวเล็กเข้ามาได้ลองผิดลองถูกในสนามนี้ จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยมีแรงขับเคลื่อนจากหลากหลายภาคส่วน 

    เมรัยไทยแลนด์ 

    งานมหกรรมสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ทั่วประเทศไทยงานที่เชิดชูอัตลักษณ์ของการหมักและการกลั่นแอลกอฮอล์พื้นบ้านงานที่จะยกระดับความคราฟต์ ขับเคลื่อนความเจ๋งของสุราเมรัยไทยพร้อมกิจกรรมมากมาย ที่จะทำให้คุณได้มีเรื่องเม้าเรื่องเล่ากับมิติใหม่ๆ ของสุราไทย

    มาเม้าเหล้า เม้าเบียร์ เม้ามันส์ กันได้ที่เมรัยไทยแลนด์

    🗓️วันที่ 26 – 30 พ.ย. 2568 จัดเต็มกว่าเดิม!📌พบกันที่ EM WONDER & SPHERE HALL , 5th Floor @EMSPHERE

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/marketing_trends/2895587&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uVrQ8HdGxqOezOIp3UdC0

  • ”คนละครึ่งพลัส“ ดึง ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ต.ค.68 ดีขึ้นในรอบ 9 เดือน 

    ”คนละครึ่งพลัส“ ดึง ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ต.ค.68 ดีขึ้นในรอบ 9 เดือน 

    ”คนละครึ่งพลัส“ ดึง ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ต.ค.68 ดีขึ้นในรอบ 9 เดือน 


    14/11/2568 | 113 |

    แม้โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เริ่มใช้ในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ส่งผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน 

    โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (CCI) ประจำเดือนตุลาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 51.9 ปรับตัวดีขึ้นในรอบ 9 เดือน และดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2  เนื่องจากผู้บริโภคคาดหวังว่าเศรษฐกิจ จะฟื้นตัวได้จากนโยบายคนละครึ่งพลัส รวมกับนโยบายอื่น แต่ค่าดัชนียังต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภค ยังกังวล ต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมที่ยังฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาสงครามทางการค้า และชายแดนไทย-กัมพูชา 

    สอดคล้องกับ ความคิดเห็นของภาคธุรกิจ จากสมาชิกหอการค้าไทยทุกจังหวัดทั่วประเทศ จากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (Thai Chamber  of Commerce Confidence Index:TCC-CI)  ในเดือนตุลาคม 2568 ที่กลับมาปรับตัวดีขึ้นครั้งแรก แต่ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 44.1 จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 44.0 ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากโครการคนละครึ่งพลัส / เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  และเที่ยวดีมีคืน โดยความเชื่อมั่นเริ่มดีขึ้นในทุกภูมิภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากยังกังวลถึงสถานการณ์การปะทะบริเวณชายแดน รวมทั้งหลายภูมิภาคยังเจอผลกระทบจากน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก  ซึ่งตัวชี้วัดที่ปรับตัวดีขึ้นส่วนใหญ่ ในด้านการบริโภค  การท่องเที่ยว  การค้า  ภาคบริการ แต่ตัวชี้วัดที่ปรับลดลง มีทั้งการลงทุน  อุตสาหกรรม  การค้าชายแดน  และการจ้างงาน 
    ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหา  ทาง ภาคเอกชน เสนอให้เร่งทำมาตรการป้องกันและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ  และแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทยกัมพูชาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัว
    นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ บอกว่า มีความเป็นไปได้ เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 จะโตได้ 1.1% ตามมุมมองของกระทรวงการคลังล่าสุด และทั้งปี จะโต 2.4% จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งอยู่ในกรอบที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์เศรษฐกิจปี 2568 จะโต 2-2.5%  จากเม็ดเงินคนละครึ่งพสัล 88,000 ล้านบาท / เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 22,000 ล้านบาท  รวมทั้งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลัก-เมืองรอง อีก 50,000 ล้านบาท 

    ส่วนในปีหน้า ต้องติดตามช่วงรอยต่อ ที่รัฐบาล ประกาศจะยุบสภาในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะได้รัฐบาลใหม่ในเดือนพฤษภาคม ดังนั้น สิ่งสำคัญที่จะพยุงเศรษฐกิจในช่วงเลือกตั้ง คือ เม็ดเงินจากการหาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้ง หากมี การขยายโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะเป็นตัวมาประคองเศรษฐกิจที่สำคัญ  รวมกับการท่องเที่ยว ที่เริ่มดีขึ้นในไตรมาสแรก ของปี 2569  โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่จะกลับมาเพิ่มขึ้นการฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 50 ปีไทย-จีน   ขณะเดียวกัน รัฐบาล ต้องเร่งจัดซื้อจัดจ้าง  และโครงการลงทุน ก่อนยุบสภา เพราะสิ่งที่น่ากังวลขณะนี้หลายหน่วยงาน ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะชะลอตัวลง เนื่องจากเป็นช่วงสูญญากาศทางการเมือง  รวมทั้ง ยังมีปัจจัยลบ ที่สำคัญ มีทั้งการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ  สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา  และปัญหาน้ำท่วม  โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังมองเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวได้ 2% 
    ที่มา ข่าวอโนชา  อู่สุวรรณ nbt


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/442667&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10NjUZVBsYVf9bVLcP1pnK

  • รมช.มหาดไทย ลุยอุดรธานี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผสานเสน่ห์วัฒนธรรมอีสาน

    รมช.มหาดไทย ลุยอุดรธานี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผสานเสน่ห์วัฒนธรรมอีสาน

    รมช.มหาดไทย ลุยอุดรธานี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผสานเสน่ห์วัฒนธรรมอีสาน


    14/11/2568 | 42 | |

    รมช.มหาดไทย ลุยอุดรธานี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผสานเสน่ห์วัฒนธรรมอีสาน

    นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) และอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ได้ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อเดินหน้าภารกิจสำคัญในการส่งเสริม เศรษฐกิจฐานราก ควบคู่ไปกับการ สืบสานวิถีวัฒนธรรมอีสาน เพื่อสร้างความอยู่ดีมีสุขอย่างมั่นคงและยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่

    เมื่อเวลา 13.00 น. รมช.มหาดไทย ได้เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เพื่อตรวจราชการและมอบนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากแก่ผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกลุ่มสบาย หัวใจสำคัญของการมอบนโยบายในครั้งนี้คือการเน้นย้ำแนวคิดที่ว่า “ประชาชนมีรายได้มั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง พัฒนาเกิดผลจริงในพื้นที่” โดยมีผู้ว่าราชการจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ทั้ง 5 จังหวัด เข้าร่วมรับฟังอย่างพร้อมเพรียง

    รมช.มหาดไทย ได้กล่าวถึงภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยที่กำลังเร่งดำเนินการอย่างจริงจังในพื้นที่ ได้แก่ การปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด การขับเคลื่อนโครงการคนละครึ่งพลัสเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก การยกระดับศักยภาพชุมชนในการรับมือกับภัยพิบัติ โดยเฉพาะการ ป้องกัน ฟื้นฟู และเยียวยาหลังอุทกภัย โครงการท่องเที่ยวชุมขน เพื่อให้ประชาชนสามารถก้าวเดินต่อไปในชีวิตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนยังทิ้งท้าย ขอความร่วมมือจังหวัดทุกจังหวัดเร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ otop ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส การกระตุ้นเศรษฐกิจระดับพื้นที่ผ่านโครงการตลาดนัดสร้างสุขคนไทยยิ้มได้ และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อให้งบประมาณได้ดำเนินการผ่านกิจกรรม/โครงการให้พี่ น้อง ประชาชนได้รับประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากต่อไป

    นอกจากภารกิจด้านเศรษฐกิจแล้ว ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ รมช.มหาดไทยยังมีกำหนดการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เพื่อร่วมกิจกรรมสำคัญในการ สืบสานความเชื่อ วิถีวัฒนธรรม และความศรัทธาของชาวอีสาน ที่คำชะโนด พร้อมทั้งให้กำลังใจประชาชนและกลุ่มเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่ด้วยตนเอง

    #กระทรวงมหาดไทย

    #กรมการพัฒนาชุมชน


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/287804&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XwDwl23lckqWo90zjhX24

  • ดัชนีเชื่อมั่นฯบวกต่อเนื่อง หวัง‘คนละครึ่่ง พลัส’กระตุ้นเศรษฐกิจ

    ดัชนีเชื่อมั่นฯบวกต่อเนื่อง หวัง‘คนละครึ่่ง พลัส’กระตุ้นเศรษฐกิจ


    ม.หอการค้าฯมองแนวโน้มความเชื่อมั่นขาขึ้นเริ่มมีหวัง หลังรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นใช้จ่าย มองต้นปีหน้ากิจกรรมเลือกตั้งทำเงินสะพัดได้ 4-5 หมื่นล้าน

    ร.ศ.ดร.ธนวรรธน์   พลวิชัย  อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนตุลาคม 2568 โดยรวมปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 9 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความหวังและมีความเชื่อมั่นว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะทำให้ฟื้นตัวได้ในระยะสั้น

    ทั้งนี้แม้ว่ายังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามการค้าที่สหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาที่อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวได้ช้าก็ตาม

    ด้านดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 45.5 49.7 และ 60.6 ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นทุกรายการเป็น ครั้งแรกในรอบ 9 เดือน โดยปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนกันยายน ที่อยู่ในระดับ 44.4 48.5 และ 59.3 ตามลำดับ

    การที่ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจนแม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไม่มีผลงานที่ออกมาเป็นรูปธรรมและค่าครองชีพที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

    ตลอดจนปัญหาเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงจากสงครามการค้า และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง

    สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 50.7 เป็น 51.9 โดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง ตลอดจนปัญหาสงครามการค้าและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี

    ด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน จากระดับ 34.4 เป็น 35.3 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 9 เดือน จาก 58.7 มาอยู่ที่ระดับ 60.1 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน แต่ผู้บริโภคเริ่มมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้จากนโยบายคนละครึ่งพลัสและนโยบายอื่นๆ ของรัฐบาล ซึ่งจะต้องตามดูสถานการณ์ต่อไปว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนถัดไปจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องมากน้อยเพียงใด  คาดว่าผู้บริโภคจะเริ่มจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นในไตรมาสที่ 4 นี้

    “ต้นปีหน้าเศรษฐกิจยังเผชิญกับสุญญากาศทางการเมืองเพื่อรอการเลือกตั้งครั้งใหม่ ดังนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ น่าจะเกิดอีกครั้งในช่วงพ.ค.-มิ.ย. สำหรับการเลือกที่จะเกิดขึ้นประเมินว่ากิจกรรมต่างๆจะทำให้เงินสะพัดเพิ่มขึ้นเป็น 4-5 หมื่นล้านบาท ในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งจะช่วยค้ำยันเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปีได้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/37543&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sGP8wJK8q-gtHloICLKhU