Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ส.อ.ท.วิเคราะห์ฉากทัศน์สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ห่วงยืดเยื้อเสี่ยงต่อรายได้-หนี้สิน

    ส.อ.ท.วิเคราะห์ฉากทัศน์สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ห่วงยืดเยื้อเสี่ยงต่อรายได้-หนี้สิน

    ส.อ.ท.วิเคราะห์ฉากทัศน์สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ห่วงยืดเยื้อเสี่ยงต่อรายได้-หนี้สิน

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งกับ “เศรษฐกิจ” ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจชายแดน การดำรงชีวิตของประชาชน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายมิติ

    ทั้งนี้ จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ความตึงเครียดในครั้งนี้มีลักษณะของการยั่วยุ การละเมิดสนธิสัญญาออตตาวา เกี่ยวกับการลักลอบวางทุ่นระเบิดสังหารในเขตประเทศไทย ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บขาขาดถึง 7 ราย 

    และการใช้กำลังโจมตีที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดการปะทะทางทหาร รวมถึงก่อให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลของฝ่ายไทย โดยถือเป็นประเด็นที่กระทบต่ออธิปไตยและความปลอดภัยของประเทศโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยเราไม่สามารถยอมรับได้ถึงแม้จะมีการลงนามข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ไปแล้ว

    ในภาพรวม ส.อ.ท. ประเมินว่าการปะทะชายแดนครั้งล่าสุดส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน ซึ่งสถานะปัจจุบันจากการปิดด่านที่ผ่านมา มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจเบื้องต้นไม่ต่ำกว่าวันละ 500 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายและการค้าชายแดนไทย–กัมพูชาลดลงเหลือเพียง 0.5% หรือกล่าวได้ว่ากิจกรรมทางการค้าหดหายไปถึง 99.5%

    ส.อ.ท.วิเคราะห์ฉากทัศน์สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ห่วงยืดเยื้อเสี่ยงรายได้-หนี้สิน

    ขณะเดียวกันในช่วง 10 เดือนแรกของปี (มกราคม–ตุลาคม) มูลค่าการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา มีมูลค่ารวม 95,554 ล้านบาท ลดลง 36.68% โดยเฉพาะมูลค่าการส่งออกที่อยู่ที่ 72,844 ล้านบาท ลดลงในอัตราเดียวกัน สะท้อนผลกระทบที่รุนแรงต่อผู้ประกอบการรายย่อย SMEs และแรงงานในพื้นที่ชายแดนโดยตรง

    จากการปะทะกันรอบ 2 เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคมเป็นต้นมา ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่ชัดเจนที่สุด คือ การต้องอพยพประชาชนชาวไทยออกนอกพื้นที่เสี่ยงในหลายจังหวัดชายแดนเป็นจำนวนหลายแสนคน เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและความปลอดภัย การอพยพดังกล่าวทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนหยุดชะงักอย่างรุนแรง ทั้งภาคการค้า การบริการ การท่องเที่ยว การเกษตร และการจ้างงาน ส่งผลให้เศรษฐกิจชายแดนหดตัวลง

    นายเกรียงไกร กล่าวต่อไปอีกว่า ส.อ.ท.ได้ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจใน 2 ฉากทัศน์ของสถานการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมเชิงนโยบายและมาตรการรองรับ ดังนี้ 

    • ฉากทัศน์ที่ 1 สถานการณ์ยุติภายใน 10 วัน หากภารกิจด้านความมั่นคงสามารถจัดการได้อย่างรวดเร็ว และสถานการณ์คลี่คลายภายในระยะเวลาอันสั้น คาดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมจะยังอยู่ในวงจำกัด โดยความเสียหายจะกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ชายแดนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนบางส่วนได้รับความเสียหาย ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการเยียวยา ฟื้นฟู และช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้โดยเร็ว
    • ฉากทัศน์ที่ 2 สถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1 เดือน หากสถานการณ์ความตึงเครียดยังคงยืดเยื้อออกไป จะส่งผลให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจขยายวงกว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่จะสูญเสียรายได้ต่อเนื่อง ธุรกิจบริการ โรงแรม และร้านอาหารในพื้นที่ชายแดนจะเผชิญปัญหาสภาพคล่อง ภาคธุรกิจโดยเฉพาะกิจการในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่พึ่งพาการค้าชายแดน จะเผชิญความไม่แน่นอนสูง เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสินทรัพย์ และแรงงาน ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ภาคเกษตรกรรมจะได้รับผลกระทบจากการที่เกษตรกรไม่สามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามปกติ นำไปสู่ความเสี่ยงต่อรายได้ครัวเรือนและหนี้สิน 

    ส.อ.ท.วิเคราะห์ฉากทัศน์สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ห่วงยืดเยื้อเสี่ยงรายได้-หนี้สิน

    นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า ในทุกฉากทัศน์ ภาครัฐต้องดำเนินการบนหลักการ โดยให้ความสำคัญกับ การรักษาอธิปไตย ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน ควบคู่กับการเตรียมมาตรการช่วยเหลือทางด้านการเงิน เพื่อรองรับผลกระทบอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการเร่งเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนอย่างรวดเร็วและตรงจุด ทั้งการชดเชยความเสียหาย การช่วยเหลือด้านรายได้ การพักชำระหนี้ การเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการดูแลแรงงานและกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งการเรียกขวัญและกำลังใจ

    ท้ายที่สุด ภาคอุตสาหกรรมเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องบริหารจัดการสถานการณ์ด้วยความรอบคอบ หนักแน่น  รวดเร็วและมีเอกภาพ  พร้อมทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาจะยุติลงโดยเร็ว เพื่อจำกัดความสูญเสีย และนำเศรษฐกิจชายแดนของไทยกลับสู่ภาวะปกติอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/646283&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eOiQKlLLNrl5k9WDFF1tP

  • ไทยก้าวสู่ฮอลลีวูด ปั้นคอนเทนต์สู่เวทีโลก

    รมว.พาณิชย์เปิดงาน “VISION to SCREEN: HOLLYWOOD EDITION” จับมือ UCLA – จุฬาฯ ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลคอนเทนต์เอเชีย

    อุตสาหกรรมภาพยนตร์ โทรทัศน์ และดิจิทัลมีเดีย กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของโลก โดยอัตราการเติบโตพุ่งสูงตามความต้องการคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ขยายตัวไม่หยุด ประเทศไทยเองก็ได้รับอานิสงส์จากกระแสนี้ ทั้งในด้านการผลิตคอนเทนต์ แอนิเมชัน รวมถึงการถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคพาณิชย์และภาคสร้างสรรค์กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมดาวรุ่งของเศรษฐกิจไทยยุคใหม่

    วันนี้ (11 ธันวาคม 2568) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ เป็นประธานเปิดงาน “VISION to SCREEN : HOLLYWOOD EDITION – Advancing Thai Media with World-Class Professional Training” ที่จัดโดยสถาบันวิชาชีพด้านภาพยนตร์ โทรทัศน์ และสื่อดิจิทัลแห่งประเทศไทย (Professional Academy of Film, TV & Digital Media Thailand) ณ โรงแรม The Ritz-Carlton Bangkok

    moc-vision-to-screen-hollywood-edition-SPACEBAR-Photo01.jpg

    งานนี้จัดขึ้นในโอกาสสำคัญ เมื่อ UCLA School of Theater, Film & Television (UCLA TFT) ประกาศเตรียมเปิดสาขาในประเทศไทยร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเปิดหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานฮอลลีวูด และต่อยอดให้ไทยเป็น “ศูนย์กลางดิจิทัลคอนเทนต์แห่งเอเชีย”

    เดินหน้า 3 กลยุทธ์ ‘3E’ สู่ฮับคอนเทนต์ระดับภูมิภาค

    รมว.ศุภจี ระบุว่า รัฐบาลกำลังเร่งปักหมุด “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยกระทรวงพาณิชย์ดำเนินงานผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

    1) Empowering People – พัฒนาคนและทักษะอนาคต

    มุ่งสร้างบุคลากรคุณภาพสูงให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลก ผ่านการจับมือกับภาคการศึกษาและสถาบันฝึกอบรม โดยเฉพาะความร่วมมือกับ UCLA TFT ซึ่งมีประสบการณ์กว่า 75 ปี ในการปั้นบุคลากรฮอลลีวูด ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง นักเขียนบท โปรดิวเซอร์ ไปจนถึงช่างเทคนิคระดับโลก

    moc-vision-to-screen-hollywood-edition-SPACEBAR-Photo02.jpg

    2) Elevating Entrepreneur – เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย

    สนับสนุนผู้ผลิตไทยให้ก้าวสู่ตลาดสากล ผ่านการร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กิจกรรมเจรจาธุรกิจ ความร่วมมือกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และการผลักดันผลงานไทยบนเวทีโลก

    3) Enabling a World-Class Ecosystem – สร้างระบบนิเวศระดับสากล

    ยกระดับมาตรฐานการผลิต ร่วมผลิตภาพยนตร์ (Co-production) ออกมาตรการจูงใจนักลงทุน และคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มแข็ง สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย

    moc-vision-to-screen-hollywood-edition-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ไทยมีศักยภาพขึ้นเป็น “ประตูคอนเทนต์เอเชีย”

    รมว.พาณิชย์ชี้ว่า ไทยพร้อมก้าวสู่ฮับดิจิทัลคอนเทนต์ ด้วยข้อได้เปรียบสำคัญ ได้แก่
    • ทำเลที่ตั้งเป็นประตูเชื่อมเอเชีย
    • ฐานการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลกที่ต่อเนื่อง
    • โครงสร้างพื้นฐานด้านโปรดักชันและเทคนิคที่ได้มาตรฐาน
    • บุคลากรฝีมือดี เรียนรู้เร็ว
    • วัฒนธรรมโดดเด่นที่ต่อยอดคอนเทนต์ได้
    • ภาครัฐที่สนับสนุนนโยบายสร้างสรรค์อย่างจริงจัง

    รมว.ศุภจี ย้ำว่า “คน” คือพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนไทยสู่จุดหมาย แม้ผู้กำกับ นักแสดง และผู้ผลิตไทยจะมีผลงานโดดเด่นอยู่แล้ว แต่ไทยยังมีศักยภาพอีกมากในการพัฒนาทักษะเชิงลึกระดับสากล

    ยกระดับ Soft Power สร้างเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศ

    ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ UCLA ถือเป็นก้าวใหญ่ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์-ดิจิทัลมีเดียของไทย ผลลัพธ์ไม่เพียงสะท้อนผ่านมูลค่าวัฒนธรรม แต่ยังขยายเป็นผลทางเศรษฐกิจในหลายด้าน ทั้งการสร้างงานทักษะสูง การท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และรายได้จากดิจิทัลคอนเทนต์ที่จะเติบโตต่อเนื่อง

    “ความร่วมมือนี้คือโอกาสทองในการยกระดับความสามารถแข่งขันของไทยในตลาดโลก และช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลคอนเทนต์แห่งเอเชียอย่างยั่งยืน”

    — รมว.ศุภจี กล่าว

    moc-vision-to-screen-hollywood-edition-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/moc-vision-to-screen-hollywood-edition&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qLy6Xg1UCTNR4Xnw-WHHu

  • ttb เตือน GDP ไทยจ่อชะลอต่อเนื่อง คาดปีหน้าโตเพียง 1.6%

    ttb เตือน GDP ไทยจ่อชะลอต่อเนื่อง คาดปีหน้าโตเพียง 1.6%

    ttb analytics คาดเศรษฐกิจไทยปี 2569 โตเพียง 1.6% หลังปัจจัยหนุนแผ่วลง-ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ฉุดเศรษฐกิจขยายตัวต่ำสุดในรอบ 5 ปี พร้อมชี้จะเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยต้อง ‘เผชิญกับความจริงมากกว่าปีที่ผ่านมา’

    วันนี้ (11 ธันวาคม) ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะอยู่ที่ 1.6% ชะลอลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะขยายตัว 2% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตต่ำสุดในรอบ 5 ปี จากปัจจัยชั่วคราวที่เคยช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการเร่งส่งออกสินค้าจะทยอยหมดลง ขณะที่แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอื่นที่เคยผลักดันเศรษฐกิจในอดีตก็มีข้อจำกัดในการเติบโต

    ทั้งนี้ แม้ว่าการท่องเที่ยวและการลงทุนต่างชาติจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในปีหน้า แต่เพดานการฟื้นตัวเริ่มจำกัดเช่นกัน จากรายได้ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ ขณะที่การลงทุนจากต่างชาติที่เข้ามาในระยะหลังเน้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจน้อย

    เตือน ‘ภาคส่งออก’ จ่อชะลอจากหลายสาเหตุ

    ttb analytics กล่าวเตือนว่า ในปี 2569 การชะลอตัวของภาคส่งออกจากหลายสาเหตุ ได้แก่

    (1) ผลของการเร่งตัวผิดปกติในช่วงต้น (Front-loading) ในการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา จึงทำให้ปริมาณสต็อกสินค้าในต่างประเทศค่อนข้างสูง
    (2) การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและสหรัฐฯ จากผลกระทบของภาษีทรัมป์ที่จะเห็นชัดเจนขึ้นในปี 2569 และความกังวลจากภาวะฟองสบู่ในการลงทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
    (3) ความเสี่ยงจากการถูกตั้งกำแพงภาษีเพิ่มเติมภายใต้ข้อกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะครอบคลุมกลุ่มสินค้าที่มีความเสี่ยงจะถูกสวมสิทธิ (Transshipment Risk) และสินค้าที่สำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (Strategic Products)
    (4) การแข่งขันในสินค้าส่งออกของไทยในตลาดสหรัฐฯ และตลาดหลักอื่นที่จะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จากความเสียเปรียบด้านราคา โดยเป็นผลพวงหลังสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการลดอัตราภาษีสูงเป็นระยะเวลา 1 ปี อีกทั้งจีนยังมีแนวโน้มกระจายการส่งออกไปยังประเทศอื่นมากขึ้นจากกำลังการผลิตที่อยู่ในระดับสูง

    ห่วง! การใช้จ่ายภาครัฐมีความเสี่ยงจาก ‘ความไม่แน่นอนทางการเมือง’

    ttb analytics กล่าวต่อว่า แม้มีการส่งสัญญาณเลือกตั้งใหม่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองคาดว่าจะยังคงอยู่และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะต่อไป ซึ่งนอกจากจะกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการภาครัฐจำนวนมากในปีงบประมาณ 2569 แล้ว ยังอาจส่งผลให้การจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 มีความเสี่ยงที่จะล่าช้าออกไปจากช่วงเวลาปกติ

    นอกจากนี้ ข้อจำกัดด้านงบประมาณและความพยายามลดการขาดดุลทางการคลัง จะทำให้พื้นที่ทางการคลังที่เหลืออยู่ถูกดึงไปใช้แก้ไขปัญหาแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อประคองภาพเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่

    จับตา! การบริโภคภาคเอกชนมีข้อจำกัดในการเติบโตมากขึ้น

    ttb ระบุต่อว่า ส่วนหนึ่งจากเม็ดเงินกระตุ้นการจับจ่ายถูกดึงมาใช้ตั้งแต่ปลายปี 2568 มาจนถึงต้นปี 2569 และอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อประชาชนและเม็ดเงินที่จะนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี

    นอกจากนี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูงเกินกว่า 80% ของ GDP มาเป็นระยะเวลายาวนานมากกว่า 10 ปี จะยังคงบั่นทอนกำลังซื้อของประชาชนต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้แรงซื้อในหมวดสินค้าคงทน (เช่น รถยนต์และที่อยู่อาศัย) อาจยังไม่สามารถกลับสู่ระดับเดิมเหมือนในอดีต

    คาดกนง.ลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในรอบธ.ค.2568

    ในด้านเสถียรภาพทางการเงิน ttb analytics ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในรอบการประชุมเดือนธันวาคมสู่ระดับ 1.25% ณ สิ้นปี 2568 พร้อมกับการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อลงในปี 2568-2569

    มองไปข้างหน้า ttb analytics ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงอยู่ที่ 0.75-1% ณ สิ้นปี 2569 ซึ่งจะเป็นการปรับนโยบายทางการเงินให้มีความสมดุล (Recalibration) และสอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอลงในหลายภาคส่วน จากเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำลง อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีคาดว่าจะอยู่ต่ำกว่ากรอบล่างเป้าหมายต่อไป

    นอกจากนี้ การผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่องจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระหนี้แก่ภาคครัวเรือนและ SMEs ควบคู่ไปกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้แบบเฉพาะเจาะจงอื่น ๆ เช่น โครงการ ‘คุณสู้ เราช่วย’ โครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ เป็นต้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thai-gdp-forecast-2569-lowest-5-years/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01tc6A5pcqBti4EexRZSuT

  • ไทยก้าวสู่ฮอลลีวูด ปั้นคอนเทนต์สู่เวทีโลก

    รมว.พาณิชย์เปิดงาน “VISION to SCREEN: HOLLYWOOD EDITION” จับมือ UCLA – จุฬาฯ ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลคอนเทนต์เอเชีย

    อุตสาหกรรมภาพยนตร์ โทรทัศน์ และดิจิทัลมีเดีย กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของโลก โดยอัตราการเติบโตพุ่งสูงตามความต้องการคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ขยายตัวไม่หยุด ประเทศไทยเองก็ได้รับอานิสงส์จากกระแสนี้ ทั้งในด้านการผลิตคอนเทนต์ แอนิเมชัน รวมถึงการถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคพาณิชย์และภาคสร้างสรรค์กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมดาวรุ่งของเศรษฐกิจไทยยุคใหม่

    วันนี้ (11 ธันวาคม 2568) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ เป็นประธานเปิดงาน “VISION to SCREEN : HOLLYWOOD EDITION – Advancing Thai Media with World-Class Professional Training” ที่จัดโดยสถาบันวิชาชีพด้านภาพยนตร์ โทรทัศน์ และสื่อดิจิทัลแห่งประเทศไทย (Professional Academy of Film, TV & Digital Media Thailand) ณ โรงแรม The Ritz-Carlton Bangkok

    moc-vision-to-screen-hollywood-edition-SPACEBAR-Photo01.jpg

    งานนี้จัดขึ้นในโอกาสสำคัญ เมื่อ UCLA School of Theater, Film & Television (UCLA TFT) ประกาศเตรียมเปิดสาขาในประเทศไทยร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเปิดหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานฮอลลีวูด และต่อยอดให้ไทยเป็น “ศูนย์กลางดิจิทัลคอนเทนต์แห่งเอเชีย”

    เดินหน้า 3 กลยุทธ์ ‘3E’ สู่ฮับคอนเทนต์ระดับภูมิภาค

    รมว.ศุภจี ระบุว่า รัฐบาลกำลังเร่งปักหมุด “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยกระทรวงพาณิชย์ดำเนินงานผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

    1) Empowering People – พัฒนาคนและทักษะอนาคต

    มุ่งสร้างบุคลากรคุณภาพสูงให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลก ผ่านการจับมือกับภาคการศึกษาและสถาบันฝึกอบรม โดยเฉพาะความร่วมมือกับ UCLA TFT ซึ่งมีประสบการณ์กว่า 75 ปี ในการปั้นบุคลากรฮอลลีวูด ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง นักเขียนบท โปรดิวเซอร์ ไปจนถึงช่างเทคนิคระดับโลก

    moc-vision-to-screen-hollywood-edition-SPACEBAR-Photo02.jpg

    2) Elevating Entrepreneur – เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย

    สนับสนุนผู้ผลิตไทยให้ก้าวสู่ตลาดสากล ผ่านการร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กิจกรรมเจรจาธุรกิจ ความร่วมมือกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และการผลักดันผลงานไทยบนเวทีโลก

    3) Enabling a World-Class Ecosystem – สร้างระบบนิเวศระดับสากล

    ยกระดับมาตรฐานการผลิต ร่วมผลิตภาพยนตร์ (Co-production) ออกมาตรการจูงใจนักลงทุน และคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มแข็ง สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย

    moc-vision-to-screen-hollywood-edition-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ไทยมีศักยภาพขึ้นเป็น “ประตูคอนเทนต์เอเชีย”

    รมว.พาณิชย์ชี้ว่า ไทยพร้อมก้าวสู่ฮับดิจิทัลคอนเทนต์ ด้วยข้อได้เปรียบสำคัญ ได้แก่
    • ทำเลที่ตั้งเป็นประตูเชื่อมเอเชีย
    • ฐานการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลกที่ต่อเนื่อง
    • โครงสร้างพื้นฐานด้านโปรดักชันและเทคนิคที่ได้มาตรฐาน
    • บุคลากรฝีมือดี เรียนรู้เร็ว
    • วัฒนธรรมโดดเด่นที่ต่อยอดคอนเทนต์ได้
    • ภาครัฐที่สนับสนุนนโยบายสร้างสรรค์อย่างจริงจัง

    รมว.ศุภจี ย้ำว่า “คน” คือพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนไทยสู่จุดหมาย แม้ผู้กำกับ นักแสดง และผู้ผลิตไทยจะมีผลงานโดดเด่นอยู่แล้ว แต่ไทยยังมีศักยภาพอีกมากในการพัฒนาทักษะเชิงลึกระดับสากล

    ยกระดับ Soft Power สร้างเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศ

    ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ UCLA ถือเป็นก้าวใหญ่ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์-ดิจิทัลมีเดียของไทย ผลลัพธ์ไม่เพียงสะท้อนผ่านมูลค่าวัฒนธรรม แต่ยังขยายเป็นผลทางเศรษฐกิจในหลายด้าน ทั้งการสร้างงานทักษะสูง การท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และรายได้จากดิจิทัลคอนเทนต์ที่จะเติบโตต่อเนื่อง

    “ความร่วมมือนี้คือโอกาสทองในการยกระดับความสามารถแข่งขันของไทยในตลาดโลก และช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลคอนเทนต์แห่งเอเชียอย่างยั่งยืน”

    — รมว.ศุภจี กล่าว

    moc-vision-to-screen-hollywood-edition-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/moc-vision-to-screen-hollywood-edition&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qLy6Xg1UCTNR4Xnw-WHHu

  • ไทยก้าวสู่ฮอลลีวูด ปั้นคอนเทนต์สู่เวทีโลก

    รมว.พาณิชย์เปิดงาน “VISION to SCREEN: HOLLYWOOD EDITION” จับมือ UCLA – จุฬาฯ ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลคอนเทนต์เอเชีย

    อุตสาหกรรมภาพยนตร์ โทรทัศน์ และดิจิทัลมีเดีย กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของโลก โดยอัตราการเติบโตพุ่งสูงตามความต้องการคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ขยายตัวไม่หยุด ประเทศไทยเองก็ได้รับอานิสงส์จากกระแสนี้ ทั้งในด้านการผลิตคอนเทนต์ แอนิเมชัน รวมถึงการถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคพาณิชย์และภาคสร้างสรรค์กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมดาวรุ่งของเศรษฐกิจไทยยุคใหม่

    วันนี้ (11 ธันวาคม 2568) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ เป็นประธานเปิดงาน “VISION to SCREEN : HOLLYWOOD EDITION – Advancing Thai Media with World-Class Professional Training” ที่จัดโดยสถาบันวิชาชีพด้านภาพยนตร์ โทรทัศน์ และสื่อดิจิทัลแห่งประเทศไทย (Professional Academy of Film, TV & Digital Media Thailand) ณ โรงแรม The Ritz-Carlton Bangkok

    moc-vision-to-screen-hollywood-edition-SPACEBAR-Photo01.jpg

    งานนี้จัดขึ้นในโอกาสสำคัญ เมื่อ UCLA School of Theater, Film & Television (UCLA TFT) ประกาศเตรียมเปิดสาขาในประเทศไทยร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเปิดหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานฮอลลีวูด และต่อยอดให้ไทยเป็น “ศูนย์กลางดิจิทัลคอนเทนต์แห่งเอเชีย”

    เดินหน้า 3 กลยุทธ์ ‘3E’ สู่ฮับคอนเทนต์ระดับภูมิภาค

    รมว.ศุภจี ระบุว่า รัฐบาลกำลังเร่งปักหมุด “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยกระทรวงพาณิชย์ดำเนินงานผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

    1) Empowering People – พัฒนาคนและทักษะอนาคต

    มุ่งสร้างบุคลากรคุณภาพสูงให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลก ผ่านการจับมือกับภาคการศึกษาและสถาบันฝึกอบรม โดยเฉพาะความร่วมมือกับ UCLA TFT ซึ่งมีประสบการณ์กว่า 75 ปี ในการปั้นบุคลากรฮอลลีวูด ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง นักเขียนบท โปรดิวเซอร์ ไปจนถึงช่างเทคนิคระดับโลก

    moc-vision-to-screen-hollywood-edition-SPACEBAR-Photo02.jpg

    2) Elevating Entrepreneur – เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย

    สนับสนุนผู้ผลิตไทยให้ก้าวสู่ตลาดสากล ผ่านการร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กิจกรรมเจรจาธุรกิจ ความร่วมมือกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และการผลักดันผลงานไทยบนเวทีโลก

    3) Enabling a World-Class Ecosystem – สร้างระบบนิเวศระดับสากล

    ยกระดับมาตรฐานการผลิต ร่วมผลิตภาพยนตร์ (Co-production) ออกมาตรการจูงใจนักลงทุน และคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มแข็ง สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย

    moc-vision-to-screen-hollywood-edition-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ไทยมีศักยภาพขึ้นเป็น “ประตูคอนเทนต์เอเชีย”

    รมว.พาณิชย์ชี้ว่า ไทยพร้อมก้าวสู่ฮับดิจิทัลคอนเทนต์ ด้วยข้อได้เปรียบสำคัญ ได้แก่
    • ทำเลที่ตั้งเป็นประตูเชื่อมเอเชีย
    • ฐานการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลกที่ต่อเนื่อง
    • โครงสร้างพื้นฐานด้านโปรดักชันและเทคนิคที่ได้มาตรฐาน
    • บุคลากรฝีมือดี เรียนรู้เร็ว
    • วัฒนธรรมโดดเด่นที่ต่อยอดคอนเทนต์ได้
    • ภาครัฐที่สนับสนุนนโยบายสร้างสรรค์อย่างจริงจัง

    รมว.ศุภจี ย้ำว่า “คน” คือพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนไทยสู่จุดหมาย แม้ผู้กำกับ นักแสดง และผู้ผลิตไทยจะมีผลงานโดดเด่นอยู่แล้ว แต่ไทยยังมีศักยภาพอีกมากในการพัฒนาทักษะเชิงลึกระดับสากล

    ยกระดับ Soft Power สร้างเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศ

    ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ UCLA ถือเป็นก้าวใหญ่ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์-ดิจิทัลมีเดียของไทย ผลลัพธ์ไม่เพียงสะท้อนผ่านมูลค่าวัฒนธรรม แต่ยังขยายเป็นผลทางเศรษฐกิจในหลายด้าน ทั้งการสร้างงานทักษะสูง การท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และรายได้จากดิจิทัลคอนเทนต์ที่จะเติบโตต่อเนื่อง

    “ความร่วมมือนี้คือโอกาสทองในการยกระดับความสามารถแข่งขันของไทยในตลาดโลก และช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลคอนเทนต์แห่งเอเชียอย่างยั่งยืน”

    — รมว.ศุภจี กล่าว

    moc-vision-to-screen-hollywood-edition-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/moc-vision-to-screen-hollywood-edition&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qLy6Xg1UCTNR4Xnw-WHHu

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    51121

    19

    พุทธา–เทวาภิเษก “เหนือดวง องค์พ่อจตุคามรามเทพ” 108 พระเกจิปลุกเสกเข้มขลัง

    “Phuket Detox 18 ปีแห่งความไว้วางใจ” สู่ก้าวใหม่ของนวัตกรรมเพื่อคนภูเก็ต

    “สันติสุข” โพสต์เดือด “ยุบสภาไปเลยก็ดี” คนไทยได้เห็นธาตุแท้ฝ่ายค้านบางพรรค สนใจแค่แก้รธน.ไม่ห่วงความเป็นตายชาติ

    ภูเก็ตประชุมกองทุนยุติธรรมช่วยประชาชน

    ร่วมฉลองคริสต์มาส กับบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสุดพิเศษที่ โรงแรมแคนทารี อยุธยา

    หนุ่มห้อยเหรียญ”คงกระพันชาตรี” ขับรถชนต้นไม้รถพังยับ รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    SOCAIL 16-9

    15

    ร่วมฉลองคริสต์มาส กับบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสุดพิเศษที่ โรงแรมแคนทารี อยุธยา

    หนุ่มห้อยเหรียญ”คงกระพันชาตรี” ขับรถชนต้นไม้รถพังยับ รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์

    “มูลนิธิยังมีเรา” ระดมพลังด่วน! ส่งเสบียงชุดใหญ่ ช่วยผู้ประสบภัยคนไทย พื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ‘หุ่นยนต์อัจฉริยะ’ ช่วยงานโบกรถตามลานจอด

    ผู้การ ตม.6 ส่งถุงยังชีพช่วยชาวสงขลาน้ำท่วมใหญ่

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ผู้คนแห่ปีน ‘ต้นถังหูลู่ยักษ์’ ในเทศกาลหิมะที่มองโกเลียใน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    image

    ascacw

    พรรคไทยก้าวใหม่เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ชุดแรกทั่วประเทศ

    แชร์ว่อน!! คลิปพ่อทาสยาทำร้ายลูกวัย 7 ขวบ ต่อหน้าปู่

    ปชช.ชาวน่าน กลุ่มที่ 2 มุ่งหน้าสู่สนามหลวง เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    สลด พิษรัก แรงหึง ยิงด้วย 9 มม. ดับคู่ในห้องนอน

    ฉะเชิงเทรา คณะกรรมการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดฯ ร่วมต้อนรับ ผู้กำกับการ ตม.ฉะเชิงเทรา คนใหม่

    “กองทัพภาคที่ 2” อัปเดต เหตุปะทะ 13 แนวรบ สมรภูมิอีสาน 4 วัน ปลิดชีพทหารเขมรแล้ว 125 ราย ทำลายโดรน 64 ลำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • ทางด่วนฟรี-มอเตอร์เวย์ฟรี ปีใหม่ 2569 เส้นไหนไม่เสียเงิน

    รวมทางด่วนฟรี-มอเตอร์เวย์ฟรี ปีใหม่ 2569 เปิดให้รถยนต์ใช้งานเพื่อเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา มีเส้นไหนบ้างพร้อมวางแผนก่อนออกเดินทางได้เลย

    ทางด่วนฟรี

    ภาพจาก : shutterstock.com / SARIN KUNTHONG

    ปีใหม่ 2569 ใครมีแผนเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาเช็กด่วน ทางด่วนฟรีและมอเตอร์เวย์ฟรีมีเส้นไหน เปิดให้รถยนต์ใช้บริการโดยไม่เสียค่าผ่านทางในช่วงเทศกาล เพื่อช่วยให้เดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายไปพร้อม ๆ กัน

    ทางด่วนฟรี ปีใหม่ 2569

    วันที่ 31 ธ.ค. 68 ถึง 1 ม.ค. 69 

    • ทางด่วนเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) จำนวน 21 ด่าน

    • ทางด่วนศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) จำนวน 32 ด่าน

    • ทางด่วนอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) จำนวน 10 ด่าน

    วันที่ 31 ธ.ค. 68 ถึง 1 ม.ค. 69 

    • ทางด่วนเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) จำนวน 21 ด่าน

    • ทางด่วนศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) จำนวน 32 ด่าน

    • ทางด่วนอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) จำนวน 10 ด่าน

    มอเตอร์เวย์ฟรี ปีใหม่ 2569

    วันที่ 30 ธ.ค. 68 ถึง 5 ม.ค. 69

    • มอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา
      • ช่วงต้นเทศกาลปีใหม่ เปิดบริการเฉพาะขาออก บางปะอิน-ปากช่อง รวม 110 กิโลเมตร)

      • ช่วงปากช่อง-นครราชสีมา เปิดขาออก-ขาเข้า รวม 86 กม. (ปัจจุบันเปิดบริการแล้ว)

      • ช่วงปลายเทศกาลปีใหม่ เปิดเฉพาะขาเข้า ปากช่อง-บางปะอิน รวม 110 กิโลเมตร

    • มอเตอร์เวย์ M7 กรุงเทพฯ-มาบตาพุด

    • มอเตอร์เวย์ M9 ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร

    มอเตอร์เวย์ทดลองวิ่งฟรี

    • มอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี (เปิดบริการแล้ว)

    • มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย (เฟสแรก)

    บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน่ารู้รถยนต์

    ขอบคุณข้อมูลจาก : กระทรวงคมนาคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://car.kapook.com/view297188.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nF2YEr5v768L6XY24eOFm

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    ปก web เชียงรายดอกไม้งาม ปีที่ 22

    7

    ทอ.ทำถึง! ส่ง F-16 ทิ้ง 2 ไข่ ถล่มบ่อนกาสิโนเขมร บ้าน 3 หลัง ชายแดนตราด

    สืบเมืองนครสวรรค์ไม่ปล่อยผ่าน ติดตามตัวผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นกลางสี่แยกไฟแดงพหลโยธินได้แล้ว เตรียมดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายตามกฏหมาย

    กัมพูชาเตรียมยื่นคำร้องสองแม่ทัพไทยต่อยูเอ็น

    “กระทรวง อว.– ทปอ.” แถลงเลื่อนสอบ TCAS 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา “สุรศักดิ์” ชี้ความปลอดภัยต้องมาก่อน ย้ำเลื่อนสอบเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเพื่อไม่ให้กระทบส่วนรวม

    วัดเขาโรจัดพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ประจำปี ลูกศิษย์ร่วมบวงสรวงแน่นวัด

    “ซาบีดา” ยัน โบราณสถาน เสียหายซ่อมใหม่ได้ ชี้ต้องรักษาประเทศไว้ก่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN