Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • 4 หน่วยงานลุย “สะพานสมุย” พ่วงน้ำ-ไฟ-เน็ต แก้ปัญหาระยะยาว

    4 หน่วยงานลุย “สะพานสมุย” พ่วงน้ำ-ไฟ-เน็ต แก้ปัญหาระยะยาว

    คมนาคมนำทีม 4 หน่วยงานศึกษาสะพานสมุยโมเดลใหม่ บูรณาการวางท่อประปา-สายไฟ-เน็ตบนโครงสร้างเดียว จบปัญหาขาดแคลนสาธารณูปโภค รับมือท่องเที่ยวเติบโต

    เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 กระทรวงคมนาคม นำโดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA), การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) เพื่อศึกษาความเหมาะสมโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย หรือ “สะพานเกาะสมุย”

    สาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการวางแผนก่อสร้างสะพานที่ไม่ใช่เพียงแค่ทางรถวิ่ง แต่จะออกแบบให้รองรับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานไปพร้อมกัน ทั้งท่อส่งน้ำประปา สายไฟฟ้าแรงสูง และโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนและการซ่อมบำรุงที่ยุ่งยากจากการวางสายใต้น้ำในอดีต

    ผู้บริหารจากทั้ง 4 หน่วยงานเห็นตรงกันว่า โครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื้อรังของเกาะสมุย ทั้งเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ปัญหาไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง การขาดแคลนน้ำจืดในช่วงฤดูท่องเที่ยว และสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียร นอกจากนี้ยังช่วยกระจายความเจริญสู่อำเภอขนอมและสิชล

    นายพิพัฒน์ ย้ำว่าโครงการนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งนี้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคใต้อย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/735291&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pHYtDCdBLxnCiVgHmYT-U

  • ขอกำลังใจด้วยนะคะ ธิษะณา โพสต์พร้อมสมัครงานใหม่ หลังพรรคไม่ส่งสมัครสส.กทม.

    ขอกำลังใจด้วยนะคะ ธิษะณา โพสต์พร้อมสมัครงานใหม่ หลังพรรคไม่ส่งสมัครสส.กทม.

    ขอกำลังใจด้วยนะคะ ธิษะณา โพสต์พร้อมสมัครงานใหม่ หลังพรรคไม่ส่งสมัครสส.กทม.

    วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.43 น.

    วันที่ 20 ธันวาคม 2568 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาชน ซึ่งในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ไม่ได้รับการคัดเลือกให้ลงสมัครส.ส.อีกต่อไป

    ล่าสุด ได้โพสต์ข้อความ พร้อมประวัติการศึกษา และประสบการณ์ยาวเหยียด 

    ระบุว่า  พร้อมสมัครงานใหม่ค่า กำลังใจให้แก้วด้วยนะคะ 

    สรุปคุณสมบัติ (Professional Summary)
    นักวิเคราะห์นโยบายและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีประสบการณ์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ นโยบายการพัฒนา สิทธิมนุษยชน และการแก้ปัญหาความยากจนในเขตเมือง มีความเชี่ยวชาญในการวิจัย วิเคราะห์เชิงนโยบาย และประสานงานหลายภาคส่วน สามารถทำงานในประเด็นที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับสังคม เศรษฐกิจ และประชาชนระดับพื้นที่

    การศึกษา (Education)
    SOAS University of London — สหราชอาณาจักร
    ปริญญาโท สาขากฎหมายระหว่างประเทศสาธารณะ
    พ.ศ. 2560–2561
    UCL University College London — สหราชอาณาจักร
    ปริญญาโท สาขากฎหมายระหว่างประเทศและธุรกิจ
    พ.ศ. 2559–2560
    Mahidol University International College (MUIC)
    ปริญญาตรี สังคมศาสตร์
    พ.ศ. 2552–2558

    ประสบการณ์ทำงาน (Professional Experience)
    สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
    พ.ศ. 2566–2568
     • วิเคราะห์นโยบายสาธารณะและเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ ความเหลื่อมล้ำ และสิทธิมนุษยชน
     • ศึกษาความยากจนในเขตเมืองในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ 2 ครอบคลุมปทุมวัน สาทร และราชเทวี
     • ประสานงานกับหน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน และองค์กรภาคประชาสังคม
     • อภิปรายเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเสรี เช่น EU–Thailand, CPTPP, RCEP, TAFTA, TNZCEP
     • ทำงานด้านสันติภาพและสิทธิมนุษยชนในคณะกรรมาธิการฯ ชายแดนใต้
     • เป็นผู้แทนรัฐสภาในการประชุม Asia-Pacific Parliamentary Forum (APPF)
    โครงการวิจัย — ความยากจนในเขตเมือง (กรุงเทพฯ เขต 2)
    พ.ศ. 2566–2568
     • ออกแบบและดำเนินการวิจัยภาคสนาม
     • วิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงบริการรัฐ
    กระทรวงการต่างประเทศ — กรมอาเซียน กองการเมืองและความมั่นคง
    พ.ศ. 2557
     • สนับสนุนงานด้านสิทธิมนุษยชน แรงงานข้ามชาติ และสาธารณสุข
     • จัดทำเอกสารทางการและงานประสานงานระหว่างประเทศ
    มูลนิธิฟรีแลนด์ —ทีมหุ้นส่วนและการสื่อสาร 
    พ.ศ. 2559
     • งานรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์และลักลอบค้าสัตว์ป่า
     • ประสานงานด้านสื่อสารและพันธมิตร

    ผลงานและสิ่งตีพิมพ์ (Publications & Contributions)
     • ประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่ได้มาฟรี — มติชนสุดสัปดาห์ (2566)
     • Eviction Notices: Thailand’s troubled land laws harm the country’s vulnerable — Thai Enquirer (5 พฤศจิกายน 2564)
    — วิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมายที่ดินและการไล่รื้อที่ไม่เป็นธรรมต่อชุมชนเปราะบาง และเสนอแนวทางปฏิรูป
     • The never-ending struggle against the drug trade in Thailand and the culture of impunity around it — Thai Enquirer (2564)
     • บทความเชิงนโยบายด้านการเมือง สังคม และสิทธิ ใน Thai Enquirer ภายใต้ Author: Tisana
     • ผู้ร่วมเสวนาเปิดตัว Freedom of Expression Toolkit โดย UNESCO และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ทักษะ (Skills)
     • วิเคราะห์นโยบาย
     • การวิจัยภาคสนามและการสังเคราะห์ข้อมูล
     • การประสานงานและบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
     • การสื่อสารสาธารณะและการเขียนเชิงนโยบาย
     • ภาษาไทย (เจ้าของภาษา) และภาษาอังกฤษ (คล่องแคล่ว)

    การฝึกอบรม (Training)
     • กระบวนการนิติบัญญัติ
     • นโยบายอาเซียน
     • สิทธิมนุษยชนและการสื่อสาร
     • งานรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์

    ความสนใจ (Interests)
    การพัฒนาเมือง • สิทธิมนุษยชน • นโยบายสาธารณะ • การลดความเหลื่อมล้ำ • การค้าระหว่างประเทศ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/936147&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw314h4JAx7dLT7Xi8HUaJe7

  • เวทีแลกเปลี่ยน งานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ระดับปฐมวัย

    เวทีแลกเปลี่ยน งานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ระดับปฐมวัย

    เปิดเวทีแลกเปลี่ยน งานมหกรรมการศึกษาท้องถิ่น ระดับปฐมวัย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 1(สามอำเภอสายใต้)

    เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 นายผะอบ บินสะอาด ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เดินทางเป็นประธานใน พิธีเปิดงาน มหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ระดับปฐมวัย ครั้งที่ 1 (สามอำเภอสายใต้) จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม ณ หอประชุมอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

    โดย นายสมเกียรติ มะขาม ผู้อำนวยการกองการศึกษาเทศบาลตำบลแม่ยวมในนามคณะกรรมการจัดโครงการมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ระดับปฐมวัย ครั้งที่ 1 (สามอำเภอสายใต้) จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวถึง โครงการมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ระดับปฐมวัย ครั้งที่ 1 (สามอำเภอ สายใต้) จังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า จัดขึ้น เนื่องจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่สามอำเภอสายใต้ ได้แก่ อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย ซึ่งเป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพครูและผู้ดูแลเด็ก

    กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูผู้จัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย รวมทั้งส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และสามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนาและต่อยอดการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีสำหรับแสดงผลงานทางวิชาการด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดบูธนิทรรศการทางวิชาการ เวทีเสวนาในหัวข้อ ท้องถิ่นกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเป็นองค์รวม การพัฒนาศักยภาพในการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยของครู และ แนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัยของท้องถิ่นให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน รวมถึงการแข่งขันกีฬา และกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ ครู ผู้ดูแลเด็ก และผู้ดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยในระดับท้องถิ่นอย่างเข้มแข็ง

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/maehongson/3851423/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Q4rUixZC4U2lCaMU4aoFj

  • ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้ 700 ล้านดอลลล์ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจปากีสถาน : อินโฟเควสท์

    ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้ 700 ล้านดอลลล์ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจปากีสถาน : อินโฟเควสท์

    ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้มูลค่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ปากีสถาน ภายใต้โครงการหลายปีที่มุ่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจมหภาคและการให้บริการของประเทศ โดยการสนับสนุนด้านเงินกู้ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Public Resources for Inclusive Development – Multiphase Programmatic Approach (PRID-MPA) ซึ่งสามารถให้เงินกู้รวมได้สูงสุดถึง 1.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    ในจำนวนเงิน 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐจะนำไปใช้กับโครงการของรัฐบาลกลาง ส่วนอีก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐสนับสนุนโครงการของจังหวัดสินธ์ (Sindh) ทางตอนใต้ของประเทศ

    การอนุมัติครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากธนาคารโลกมอบเงินช่วยเหลือ 47.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนส.ค. เพื่อปรับปรุงการศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัดปัญจาบ (Punjab) ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดของปากีสถาน

    รายงานร่วมระหว่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลกที่เผยแพร่โดยกระทรวงการคลังปากีสถานในเดือนพ.ย. ระบุว่า การกำกับดูแลที่กระจัดกระจาย การจัดทำงบประมาณที่ไม่โปร่งใส และการแทรกแซงทางการเมือง กำลังจำกัดการลงทุนและทำให้รายได้ของรัฐอ่อนแอลง

    ทั้งนี้ ความตึงเครียดระดับภูมิภาคอาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนระหว่างประเทศให้แก่ปากีสถาน โดยก่อนหน้านี้ในเดือนพ.ค. มีรายงานว่า อินเดียคัดค้านการจัดหาเงินทุนจากธนาคารโลกสำหรับปากีสถาน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ธ.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/555171&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2E_lN1dI88hIzot6TZlq_5

  • สร้างพอร์ตโฟลิโอให้โดดเด่นแบบมืออาชีพในคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม – คณะศิลปศาสตร์

    สร้างพอร์ตโฟลิโอให้โดดเด่นแบบมืออาชีพในคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม – คณะศิลปศาสตร์

    ฮัลโหลชาว #DekLiberalArtsSPU ทุกคน! 👋 เคยสงสัยมั้ยว่าเรียนคณะสายภาษาและบริการแบบเราๆ เนี่ย ต้องทำ Portfolio ด้วยเหรอ? บอกเลยว่า “ต้องมี!” และวันนี้พี่ๆ จะมาแชร์เคล็ดลับการสร้างพอร์ตโฟลิโอให้โดดเด่นแบบมือโปร สไตล์นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่จะทำให้อาจารย์ทึ่ง! กรรมการตะลึง! พร้อมคว้าทุกโอกาสดีๆ ที่เข้ามาเลยจ้า!

    1. ทำไม Portfolio ถึงเป็น Game Changer ของชาวศิลปศาสตร์?

    คิดง่ายๆ เลยนะ! Resume คือการ “บอก” ว่าเราทำอะไรได้ แต่ Portfolio คือการ “โชว์” ให้เห็นว่าเราทำได้จริง! สำหรับเด็กคณะศิลปศาสตร์ มันคือพื้นที่แสดงศักยภาพรอบด้าน ทั้งทักษะภาษา, การสื่อสาร, การคิดวิเคราะห์, การจัดการ และความคิดสร้างสรรค์ ที่เรียนรู้จากรั้ว มหาวิทยาลัยศรีปทุม ของเรา การมีพอร์ตสวยๆ ก็เหมือนมีอาวุธลับไว้พิชิตใจกรรมการตอนยื่นฝึกงานหรือสมัครงานนั่นเองจ้า

    2. ใส่ผลงานอะไรดี? รวมไอเดียเด็ดสำหรับชาว SPU!

    ใครว่าเด็กสายศิลป์ไม่มีผลงานให้โชว์? ไม่จริงเลย! ที่ SPU เราเรียนรู้แบบลงมือทำจริง (Real Hands-on Experience) มีโปรเจกต์เจ๋งๆ ให้ทำเพียบ ลองดูไอเดียพวกนี้สิ!

    รวมไอเดียเด็ดสำหรับเด็กคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

    • งานเขียน (Writing Samples): บทความ, รายงาน, งานแปล, สคริปต์วิดีโอ หรือแม้แต่แคปชันโซเชียลมีเดียปังๆ ที่เคยทำ
    • โปรเจกต์กลุ่ม (Group Projects): สรุปโปรเจกต์ที่เคยทำในคลาส บอกหน้าที่ของเรา และผลลัพธ์ที่ได้ อาจจะเป็นแผนการตลาด, แผนจัดอีเวนต์
    • ผลงานการนำเสนอ (Presentations): แคปเจอร์สไลด์สวยๆ ที่เราภูมิใจ หรือถ้ามีคลิปวิดีโอตอนนำเสนอก็ยิ่งดี!
    • กิจกรรมนอกหลักสูตร: ภาพการเป็นพิธีกร, การจัดค่าย, การเป็น Staff งานอีเวนต์ของมหาวิทยาลัย โชว์สกิลการจัดการและทำงานร่วมกับผู้อื่น
    • ใบประกาศนียบัตร (Certificates): ใบเซอร์ฯ การอบรมต่างๆ หรือผลสอบวัดระดับภาษา โชว์ไปเลยว่าเราไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง!

    3. เคล็ดลับ ডিজাইন (Design) ให้สวยว้าว! น่าเปิดอ่าน

    • คุมโทน: เลือก Mood & Tone ที่เป็นตัวเรา อาจจะใช้สีประจำของ SPU มาเป็นแรงบันดาลใจก็ได้นะ!
    • เรียบง่ายและสะอาดตา: Less is More! ไม่ต้องใส่เอฟเฟกต์เยอะแยะ เน้นการจัดวางที่อ่านง่าย สบายตา
    • เล่าเรื่อง: จัดเรียงผลงานเป็นหมวดหมู่ มีคำอธิบายสั้นๆ ว่าโปรเจกต์นั้นเกี่ยวกับอะไร เราได้เรียนรู้อะไรจากมัน
    • พิสูจน์อักษร: สำคัญมาก! โดยเฉพาะเด็กคณะศิลปศาสตร์ พอร์ตต้องเป๊ะ ห้ามมีคำผิดเด็ดขาด!

    4. เครื่องมือคู่ใจ ช่วยให้การทำพอร์ตเป็นเรื่องง่าย

    สมัยนี้มีเครื่องมือฟรีและใช้ง่ายเยอะมาก ไม่ต้องเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ก็ทำพอร์ตสวยๆ ได้!

    • Canva: ตัวแม่แห่งการออกแบบ! มีเทมเพลต Portfolio สวยๆ ให้เลือกเพียบ แค่ลาก-วาง-แก้ข้อความ ก็เสร็จ!
    • Google Slides: ใครถนัดทำสไลด์ ก็ใช้ Google Slides หรือ PowerPoint นี่แหละ แล้วเซฟเป็น PDF ได้เลย
    • Behance: สำหรับคนที่อยากทำเป็นเว็บไซต์ออนไลน์ ลองเข้าไปดูแรงบันดาลใจและสร้างโปรไฟล์บน Behance ได้เลย เป็นแพลตฟอร์มที่มืออาชีพใช้กันทั่วโลก!

    น้องๆ สามารถนำโปรเจกต์ต่างๆ ที่ได้เรียนรู้จาก หลักสูตรของคณะศิลปศาสตร์ SPU มาใส่ในพอร์ตได้เลยนะ รับรองว่าน่าสนใจสุดๆ

    เห็นมั้ยว่าการสร้าง Portfolio ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย! แค่เริ่มต้นรวบรวมผลงานและลงมือทำ น้องๆ ชาวคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ก็จะมี Portfolio สุดปังไว้เป็นใบเบิกทางสู่อนาคตที่สดใสแล้ว! สู้ๆ นะคะทุกคน! ❤️

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/liberal-arts/news-activity/25282/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OHvUvADriL9no8PKFO33Z

  • รัฐบาลเตือนผู้กู้ กยศ. กว่าแสนราย เร่งชำระหรือปรับโครงสร้างหนี้ภายใน ธ.ค.นี้

    รัฐบาลเตือนผู้กู้ กยศ. กว่าแสนราย เร่งชำระหรือปรับโครงสร้างหนี้ภายใน ธ.ค.นี้

    รัฐบาลเตือนผู้กู้ กยศ. กว่า 100,000 ราย เร่งชำระปิดบัญชีตามยอดหนี้ที่ปรากฏในแอป กยศ. Connect หรือปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ภายใน ธ.ค.นี้ หากพ้นกำหนดจะถูกดำเนินคดี

    วันที่ 20 ธันวาคม 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ในปี 2559 และศาลได้พิพากษาให้ชำระหนี้แล้วจำนวนกว่า 100,000 ราย โดยขณะนี้ผู้กู้ยืมเงินกลุ่มดังกล่าวยังไม่ได้ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นตามคำพิพากษา นั้น

    นางสาวอัยรินทร์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กยศ. ได้มีการแจ้งให้ผู้กู้ยืมเงินและผู้ค้ำประกันทราบทั้งทางจดหมาย ทางโทรศัพท์ และได้ดำเนินการตามขั้นตอนการติดตามหนี้มาโดยตลอด แต่ผู้กู้ยืมเงินก็ยังไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล หรือไม่ได้มีการติดต่อกลับมายัง กยศ. และระยะเวลาได้ล่วงเลยมา 9 ปีแล้ว จนในที่สุด กยศ. มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยเตรียมออกหมายบังคับคดีผู้กู้ยืมเงินกลุ่มดังกล่าวแล้ว

    “หากผู้กู้ยืมเงินไม่ต้องการให้ กยศ. ดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมาย โดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้กู้ยืมเงินและ/หรือผู้ค้ำประกัน ขอให้ผู้กู้ยืมเงินชำระหนี้ปิดบัญชีตามยอดหนี้ที่ปรากฏในแอป กยศ.Connect หรือหากผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถชำระหนี้ปิดบัญชีตามคำพิพากษาได้ สามารถเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ได้ที่ www.studentloan.or.th ภายในเดือนธันวาคม 2568 ทั้งนี้ ขอให้ผู้กู้ยืมเงินกลับมาชำระหนี้เนื่องจากเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชนและจำเป็นต้องนำมาหมุนเวียนเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้องต่อไป”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2903100&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Q8RNbYK8Vr7QCqijWwGvf

  • เปิดประวัติ “แจน พลอยชมพู” หรือ “นา” จาก “MuTeLuv ตอน เบอร์ว่ารักแถบ Hello, Is This Luck?”

    เปิดประวัติ “แจน พลอยชมพู” หรือ “นา” จาก “MuTeLuv ตอน เบอร์ว่ารักแถบ Hello, Is This Luck?”

    เปิดประวัติ

    เปิดประวัติ “แจน พลอยชมพู” หรือ “นา” จาก “MuTeLuv ตอน เบอร์ว่ารักแถบ Hello, Is This Luck?”

    เปิดประวัติ “แจน พลอยชมพู” หรือ “นา” จาก “MuTeLuv ตอน เบอร์ว่ารักแถบ Hello, Is This Luck?”ออนแอร์ให้ได้ติดตามกันแล้วสำหรับซีรีส์ “MuTeLuv ตอน เบอร์ว่ารักแถบ Hello, Is This Luck?” ที่ในครั้งนี้จะนำเสนอเรื่องราวของนักศึกษาแพทย์หญิงปี 6 ที่เป็นคนเก่งแต่ไม่เฮง โดยในเรื่องรับบทโดย “แจน พลอยชมพู ศุภทรัพย์” ซึ่งเกิดเป็นเรื่องราวขึ้นเมื่อเธอได้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ทำให้ได้เจอกับความรักที่ตามหา รับรองว่าซีรีส์เรื่องนี้จะเป็นอีกหนึ่งเรื่องให้แฟนๆ ได้ยิ้มตามไปกับความสนุกอย่างแน่นอน ก่อนจะรับชมแบบเต็มๆ ไม่พลาดที่จะขอหยิบเอาประวัติของสาว “แจน” มาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันก่อน 

    “แจน พลอยชมพู ศุภทรัพย์” เกิดวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2538 ด้านการศึกษาเธอจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาปรัชญา การเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงด้วยการแข่งขันรายการเฟ้นหานักแสดงที่จะมาร่วมแสดงโฆษณาตัวใหม่ของเครื่องดื่ม B-ing โดยในครั้งนั้นเธอชนะการประกวดพร้อมทั้งยังได้แสดงโฆษณา ทำให้เป็นที่รู้จักของแฟนๆ หลังจากนั้นเธอก็เริ่มมีผลงานการแสดงมิวสิควีดีโอหลายเพลง ในปีพ.ศ. 2559 ได้ร่วมแสดงในซีรีส์เรื่อง รุ่นพี่ Secret Love ตอน Puppy Honey ยิ่งทำให้สาว “แจน” กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก ในปัจจุบันเธอได้เซ็นสัญญาอยู่ในค่าย GMMTV พร้อมทั้งมีผลงานการแสดงออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามหลายเรื่อง 

    สำหรับเรื่องล่าสุดกับ “MuTeLuv ตอน เบอร์ว่ารักแถบ Hello, Is This Luck?” ในบทบาทของ “นา” ที่บอกได้เลยว่าแฟนซีรีส์จะต้องไม่พลาด ติดตามได้ใน “MuTeLuv ตอน เบอร์ว่ารักแถบ” ทุกวันจันทร์ เวลา 20:30 น. ทางช่อง GMM25 และทางแอปพลิเคชั่น TrueVisions NOW เท่านั้น

    gmmtv

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://truevisions.co.th/movieseries/27520/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01GsfFdbgwFh3DNxcBb9AS

  • ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ ขึ้นเหนือสุดร่วมประชุมปัญหาท่องเที่ยวกีฬา ผอ.กกท.ภาค 5 นำทีมร่วมประชุม

    ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ ขึ้นเหนือสุดร่วมประชุมปัญหาท่องเที่ยวกีฬา ผอ.กกท.ภาค 5 นำทีมร่วมประชุม

    ผอ.กกท.ภาค 5 นำทีม ขึ้นเหนือสุดในสยามเชียงราย ประชุมรับฟังประเด็น ปัญหาการท่องเที่ยวและกีฬาฯ จากที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด เชียงราย ให้การต้อนรับ มีรองผู้ว่าการ กกท. ผู้จัดการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติร่วม

    เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 น. นายสงค์ศักย์ คำดีรุ่งริรัตน์ ผอ.กกท.ภาค 5 เชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผอ.กกท. จังหวัด, พนักงานและผู้ช่วยปฏิบัติงานฯ ในสังกัด กกท.ภาค 5 เข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือประเด็น ปัญหาการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (พลตำรวจเอกประจวบ วงศ์สุข) เพื่อรับฟังทิศทางและนโยบายในการส่งเสริม พัฒนาด้านการท่องเที่ยวและกีฬาของหน่วยงานภาคราชการและภาคเอกชน ในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาภาคเหนือ ณ ห้องประชุมพระญาพิภักดิ์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย

    โดยมี นายสุรศักดิ์ จันทึก รองผู้ว่าการ ฝ่ายส่งเสริมกีฬา, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ และนายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบนโยบายและรับฟังปัญหาด้านการบริหารงาน ด้านงบประมาณและพื้นที่ในส่วนที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ เพื่อรวบรวมนำเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ในแต่ละสายงานต่อไป

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/sport/3850893/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qussm2KmCJpYms_Vn28JN

  • 4 หน่วยงานลุย “สะพานสมุย” พ่วงน้ำ-ไฟ-เน็ต แก้ปัญหาระยะยาว

    4 หน่วยงานลุย “สะพานสมุย” พ่วงน้ำ-ไฟ-เน็ต แก้ปัญหาระยะยาว

    คมนาคมนำทีม 4 หน่วยงานศึกษาสะพานสมุยโมเดลใหม่ บูรณาการวางท่อประปา-สายไฟ-เน็ตบนโครงสร้างเดียว จบปัญหาขาดแคลนสาธารณูปโภค รับมือท่องเที่ยวเติบโต

    เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 กระทรวงคมนาคม นำโดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA), การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) เพื่อศึกษาความเหมาะสมโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย หรือ “สะพานเกาะสมุย”

    สาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการวางแผนก่อสร้างสะพานที่ไม่ใช่เพียงแค่ทางรถวิ่ง แต่จะออกแบบให้รองรับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานไปพร้อมกัน ทั้งท่อส่งน้ำประปา สายไฟฟ้าแรงสูง และโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนและการซ่อมบำรุงที่ยุ่งยากจากการวางสายใต้น้ำในอดีต

    ผู้บริหารจากทั้ง 4 หน่วยงานเห็นตรงกันว่า โครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื้อรังของเกาะสมุย ทั้งเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ปัญหาไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง การขาดแคลนน้ำจืดในช่วงฤดูท่องเที่ยว และสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียร นอกจากนี้ยังช่วยกระจายความเจริญสู่อำเภอขนอมและสิชล

    นายพิพัฒน์ ย้ำว่าโครงการนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งนี้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคใต้อย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/735291&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pHYtDCdBLxnCiVgHmYT-U

  • หนาวจัดปลายปี! เชียงใหม่คึกคัก ยอดดอยฮิต ‘อินทนนท์’ น้ำค้างแข็งติดลบ ดอยผ้าห่มปกซากุระบานรับนักท่องเที่ยว

    หนาวจัดปลายปี! เชียงใหม่คึกคัก ยอดดอยฮิต ‘อินทนนท์’ น้ำค้างแข็งติดลบ ดอยผ้าห่มปกซากุระบานรับนักท่องเที่ยว

    ท่องเที่ยวฤดูหนาวเชียงใหม่กลับมาคึกคัก ยอดดอยอินทนนท์อุณหภูมิติดลบ เกิดเหมยขาบต่อเนื่อง ขณะดอยผ้าห่มปกดอกพญาเสือโคร่งบานกว่า 50% ดึงนักท่องเที่ยวแห่กางเต็นท์รับลมหนาวปลายปี

    20 ธันวาคม 2568 – บรรยากาศการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ช่วงฤดูหนาวยังคงคึกคัก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวบนดอยสูงหลายแห่งที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวอย่างต่อเนื่อง

    ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ วันนี้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุดบนยอดหญ้าลดลงถึงติดลบ -3.5 องศาเซลเซียส ขณะที่บริเวณยอดดอยอุณหภูมิ 3 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งหรือเหมยขาบปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง โดยพบทั้งบนยอดหญ้า หลังคารถยนต์ อาคาร และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ

    ส่วนจุดท่องเที่ยวอื่น ๆ บนอินทนนท์ อุณหภูมิกิ่วแม่ปานอยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยานฯ 9 องศาเซลเซียส ซึ่งปีนี้เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งแล้วรวม 13 วัน ขณะเดียวกันดอกไม้เมืองหนาวหลายชนิด รวมถึงซากุระเมืองไทย เริ่มทยอยเบ่งบานเพิ่มสีสันให้กับยอดดอยอย่างสวยงาม

    ขณะที่อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก อำเภอฝาง และอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่อุทยานรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังดอกพญาเสือโคร่งในพื้นที่โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ เริ่มผลิบานแล้วประมาณร้อยละ 50 สีชมพูอ่อนของดอกไม้สร้างเสน่ห์ให้กับยอดดอยในช่วงปลายปี

    ทั้งนี้ ดอกพญาเสือโคร่งจะทยอยบานต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนมกราคม และอาจยาวถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากางเต็นท์พักแรมทุกวัน โดยพื้นที่ดังกล่าวได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในลานกางเต็นท์ใต้ต้นพญาเสือโคร่งที่สวยงามติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ นักท่องเที่ยวสามารถนำเต็นท์มาเองหรือใช้บริการเต็นท์ของอุทยานฯ เพื่อสัมผัสอากาศหนาวยามค่ำคืน ซึ่งบางวันอุณหภูมิลดลงเหลือเลขตัวเดียว พร้อมตื่นเช้าชมทะเลหมอกเหนือแนวเทือกเขาเป็นฉากหลังของดอกพญาเสือโคร่งสีชมพู

    ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่า ช่วงนี้ภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวและมีหมอกในตอนเช้า เนื่องจากลมตะวันตกเฉียงเหนือในระดับบนพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ร่วมกับความกดอากาศสูงที่ปกคลุมพื้นที่ ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ โดยจังหวัดเชียงใหม่มีอุณหภูมิต่ำสุด 17 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและอาจเกิดน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 4–11 องศาเซลเซียส และคาดว่าอากาศเย็นจะต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี โดยอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/918778/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ROUIxC9-yn_gIL_C-5DPN