Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เมื่อสุขภาพคือความลักชัวรีแบบใหม่

    เมื่อสุขภาพคือความลักชัวรีแบบใหม่

    โดยงานวิจัย “ภูมิทัศน์การดูแลสุขภาพของคนไทย” ชี้ให้เห็นว่า Gen Z จัดเป็นกลุ่ม “ผู้ปรับตัวเร็ว” ที่เติบโตมากับโลกดิจิทัลและเปิดรับเทรนด์ใหม่ก่อนใคร นิยมค้นหาข้อมูลสุขภาพผ่านโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลัก ในด้านการบริโภค แม้กำลังซื้อยังไม่สูง โดยมีค่าใช้จ่ายด้านอาหารสุขภาพเฉลี่ย 262 บาทต่อมื้อ และค่าใช้จ่ายด้านวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเฉลี่ย 2,592 บาทต่อเดือน แต่ก็สะท้อนแนวโน้มความสนใจในการลงทุนเพื่อสุขภาพ ด้านการออกกำลังกาย นิยมกิจกรรมที่ใช้พลังงานสูง โดยเลือกวิ่งมากที่สุด มีแรงจูงใจมาจากต้องการมีสุขภาพแข็งแรงและภาพลักษณ์ที่ดี แต่มีความสม่ำเสมอต่ำกว่าเจเนอเรชันอื่น โดยมีเพียง 61.99% ที่ออกกำลังกายอย่างน้อย 3-4 วันต่อสัปดาห์ ในด้านการดูแลสุขภาพจิต Gen Z 33.83% นิยมผ่อนคลายผ่านงานอดิเรกและกิจกรรมพักใจมากที่สุด

    Gen Y มีบทบาทเป็น “นักลงทุนในสุขภาพของตนเองอย่างสมดุล” และเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงที่สุด โดยมีพฤติกรรมการหาข้อมูลสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลักเช่นเดียวกับ Gen Z ด้านการบริโภค พบว่า Gen Y ใช้จ่ายด้านวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูงถึง 4,608 บาทต่อเดือน และมีค่าใช้จ่ายด้านอาหารสุขภาพสูงสุดเมื่อเทียบกับเจเนอเรชันอื่น เฉลี่ย 320 บาทต่อมื้อ ด้านการออกกำลังกาย จัดเป็นกลุ่มที่มีวินัยสูง โดย 81.99% ของ Gen Y ออกกำลังกายอย่างน้อย 3-4 วันต่อสัปดาห์ มีแรงจูงใจสำคัญมาจากต้องการมีสุขภาพแข็งแรง และเป็นเจเนอเรชันที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคมากที่สุด ด้านการดูแลสุขภาพจิต กิจกรรมหลักของ Gen Y ส่วนใหญ่ 32.50% เป็นงานอดิเรกและการพักผ่อนจิตใจ

    ส่วน Gen X ถูกนิยามให้เป็น “ผู้รักษาสมดุลสุขภาพ” ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน และมีความเชื่อมั่นในข้อมูลสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น คลินิกหรือโรงพยาบาล มากกว่าช่องทางดิจิทัล ในด้านการบริโภค Gen X เป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายด้านวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูงที่สุด เฉลี่ย 4,846 บาทต่อเดือน และมีค่าใช้จ่ายด้านอาหารสุขภาพเฉลี่ย 297 บาทต่อมื้อ ด้านการออกกำลังกายเป็นกลุ่มที่มีระเบียบวินัยสูงสุด โดย 91.34% ออกกำลังกายอย่างน้อย 3-4 วันต่อสัปดาห์ และนิยมเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับร่างกายในระยะยาวอย่างการเดินหรือเดินเร็ว ด้านสุขภาพจิต Gen X ส่วนใหญ่ 32.46% ให้ความสำคัญกับกิจกรรมทางศาสนามากที่สุด และยินดีจ่ายเพื่อกิจกรรมสร้างความสงบทางจิตสูงสุด เฉลี่ย 13,993 บาทต่อครั้ง

    เมื่อมองลึกลงไปในแต่ละเจเนอเรชัน จะเห็นโอกาสทางธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z แม้ยังไม่ใช่กำลังซื้อหลัก แต่ก็เป็นกลุ่มที่เปิดรับและกล้าทดลองสินค้าและบริการด้านสุขภาพใหม่ๆ ได้เร็ว ส่วน Gen Y ข้อมูลชี้ชัดว่ากลุ่มนี้มีความพร้อมและมีกำลังจ่ายสูงจึงเป็น “Sweet Spot” หรือกลุ่มทองคำ ของธุรกิจที่ต้องการพัฒนาแพ็กเกจสุขภาพเชิงประสบการณ์ แบรนด์ที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างสรรค์เนื้อหาเพื่อสื่อสารได้อย่างที่ชัดเจนและเชื่อมโยงกับคุณค่าด้านความยั่งยืน มีโอกาสครองใจกลุ่มนี้ ขณะที่ Gen X ก็เป็นกลุ่มที่พร้อมใช้และพร้อมจ่ายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะบริการ Longevity Center, Longevity Retreat และ Longevity Residence เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่เน้นบริการเชิงลึกและเชื่อถือได้.

    รุ่งนภา สารพิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/919272/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SJV8FCMhBMr5U2IMIxXRc

  • เมียนมาจะก้าวสู่บทใหม่หลังการเลือกตั้ง

    เมียนมาจะก้าวสู่บทใหม่หลังการเลือกตั้ง

    เมียนมาจะก้าวสู่บทใหม่หลังการเลือกตั้ง พลเอกอาวุโส  มิน ออง ไลง์ รักษาการประธานธิบดีเมียนมา ได้พบกับสมาชิกและครอบครัวของกองทัพ โดยได้กล่าวว่าขอให้เข้าใจบทบาทของกองทัพในทางการเมืองเมียนมา เพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของเมียนมา ซึ่งเมียนมาจะดำเนินการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในปลายปีนี้ (28 ธ.ค. 68)  และต้นปีหน้าช่วงเดือน ม.ค. 69 โดยการเลือกตั้งเป็นสิ่งสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ที่ผ่านมารัฐบาลเมียนมาได้เตรียมการที่จำเป็น ได้สำรวจสำมะโนประชากรและครัวเรือนในปี 2567 เพื่อให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งประชาธิปไตย แบบหลายพรรคจะสามารถดำเนินการได้สำเร็จ ขอให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งและเลือกผู้สมัครที่มีความสามารถและตั้งใจทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ขอให้เลือกผู้สมัครที่มีมุมมองด้านการเมือง การบริหาร เศรษฐกิจ ความมั่นคง และหลักนิติธรรม รวมทั้งเป็นผู้ที่สามารถร่วมมือกับกองทัพเพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของเมียนมา โดยเมียนมา จะก้าวสู่บทใหม่ภายหลังการเลือกตั้ง ขอให้ทุกคนร่วมมือกันและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศชาติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การเกษตร สังคม และเรื่องต่างๆ ต่อไป

    ผลกระทบ/โอกาส การเลือกตั้งในเมียนมาที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็น“โอกาสที่ดี” ต่อประเทศเมียนมา ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ความสัมพันธ์และการยอมรับกับประเทศต่างๆ ที่ดีมากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน รวมทั้งการยอมรับจากคนเมียนมาและประเทศต่างๆ ด้วย โดยหวังว่าการเลือกตั้งเมียนมาจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้เมียนมาเปลี่ยนผ่านทางการเมืองสู่ระบอบประชาธิปไตและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพในเมียนมา รวมทั้ง หวังว่าหลังจากเลือกตั้งแล้ว เมียนมาจะมีการปรับนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ผ่อนคลายมากขึ้น ให้เป็นกลไกตลาดมากขึ้นตามลำดับหรือตามความเหมาะสมต่อไป

    ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งเมียนมาที่จะเกิดขึ้น และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งหากการเมืองเมียนมาเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย มีเสถียรภาพและได้รับการยอมรับมากขึ้น รวมทั้งหากผ่อนคลายนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและประเทศต่างๆ โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป

    ********************************************

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง

    นสพ.Global New Light of Myanmar

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/bxw2egsu9w62x03q9te03pgd&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1E0XMepi3TVfVLXmA4mQha

  • วิกฤติเศรษฐกิจเยอรมันกำลังเลวร้ายลง

    วิกฤติเศรษฐกิจเยอรมันกำลังเลวร้ายลง

    ดัชนีตลาดหุ้นเยอรมัน (DAX) เกือบแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และในปีนี้ราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นฯ 40 แห่ง ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเพิ่มขึ้น 19% ประเด็นเหล่านี้ได้สร้างความหวังต่อภาคธุรกิจเยอรมันและผู้ถือหุ้น แต่จริง ๆ แล้วเป็นแค่ภาพลวงตาเท่านั้น เพราะรายได้ที่เกิดขึ้นจริงถึง 4 ใน 5 ของบริษัทดังกล่าวเกิดขึ้นในต่างประเทศ ดังนั้น การขยายตัวของพวกเขาจึงไม่ได้สะท้อนถึงสถานะที่แท้จริงของภาวะเศรษฐกิจในเยอรมนี สำหรับ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยยังคงดำเนินต่อไปไม่หยุดในตลาดภายในประเทศ โดยสะท้อนจากข้อมูลของสำนักข่าว Handelsblatt ที่ระบุว่า ในไตรมาสที่ 3 รายได้ของภาคอุตสาหกรรมในเยอรมนีลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือ 5.25 แสนล้านยูโร โดยกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์มีรายได้ลดลงมากที่สุด ซึ่งลดลง 3.2% (ถือว่า ลดลงมากเมื่อเทียบกับภาคส่วนอุตสาหกรรมโดยรวม) เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปี 2022 รายได้ของบริษัทต่าง ๆ ลดลง 6.2% และนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2023 เป็นต้นมา ในทุกไตรมาสรายได้ของภาคอุตสาหกรรมเยอรมันลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยแบบสำรวจนี้อิงจากข้อมูลดิบของสำนักงานสถิติประจำประเทศเยอรมนี (Statistisches Bundesamt) ซึ่งได้รับการวิเคราะห์โดยบริษัท EY บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ โดยการวิเคราะห์นี้มุ่งเน้นไปที่บริษัทที่มีพนักงานขั้นต่ำ 50 คน ซึ่งในเยอรมนีคิดเป็น 22,000 บริษัท (โดยประมาณ) ด้านนาย Jan Brorhilker สมาชิกคณะกรรมการบริหารของบริษัทที่ปรึกษา EY กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในภาคอุตสาหกรรมยังคงดำเนินต่อไป และยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว” ซึ่งสาเหตุของวิกฤตมีหลายสาเหตุ เช่น (1) ความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอเรื้อรัง (2) การขาดแคลนการลงทุน (3) ราคาพลังงานที่สูงขึ้น (4) ต้นทุนแรงงานที่ไม่ใช่ค่าจ้าง (Non-Wage Labour Costs) (5) อุปสรรคทางการค้าเนื่องจากภาษีศุลกากร และ (6) การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น สาเหตุเหล่านี้สร้างแรงกดดันให้กับภาคเอกชนอย่างหนัก นาย Brorhilker มองว่า โครงการลงทุน 500 พันล้านยูโร ของรัฐบาลกลางอาจจะไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด “ความหวังที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในระยะสั้นนั้นริบหรี่ลงเรื่อย ๆ” อีกทั้ง วิกฤตการณ์เศรษฐกิจเริ่มเลวร้ายลงไปอีก เนื่องจากตลาดส่งออกที่สำคัญที่สุดของบริษัทเยอรมันอย่างตลาอสหรัฐฯ ได้ทยอยหายไป หลังจากที่ในไตรมาสที่ 2 การส่งออกของเยอรมนีไปยังสหรัฐฯ ได้ลดลงไปแล้ว 10% ซึ่งการส่งออกที่ลดลงนี้ได้ขยายเป็น 16% ในไตรมาสที่ 3 สาเหตุหลักมาจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าภายใต้นโยบายของนาย Donald Trump ซึ่งภาษีนำเข้าปัจจุบันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 15% สำหรับสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) และคาดการณ์ว่า จะลดลงเหลือระหว่าง 2.5  5% ในอนาคต โดยตั้งแต่ปี 2024 ภาษีในสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นทำให้ราคาสินค้าเยอรมันมีราคาสูงขึ้น ซึ่งทำให้สินค้าเหล่านี้ลดกำลังในการแข่งขันลง

    มีการลดจำนวนพนักงานในแทบทุกอุตสาหกราม ยกเว้นอุตสาหกรรมอาหาร – ปัญหาต่าง ๆ ได้ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อยอดขายในจีนก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน เพราะจีนเป็นตลาดที่สำคัญเป็นอันดับสองสำหรับบริษัทเยอรมัน โดยในไตรมาสที่ 3 การส่งออกไปจีนลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ปัจจุบันจีนตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 8 ของตลาดส่งออกของเยอรมนี ในขณะที่เมื่อ 5 ปีก่อน จีนยังคงเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญเป็นอันดับ 2 ของเยอรมนี ภาคเอกชนกำลังตอบสนองต่อวิกฤตเศรษฐกิจด้วยการลดจำนวนพนักงาน โดยตัวเลข ณ วันที่ 30 กันยายน 2025 จำนวนพนักงานในภาคอุตสาหกรรมลดลง 2.2% เมื่อเทียบกับช่วง 12 เดือนก่อนหน้า ซึ่งภายในหนึ่งปีคำนวณเป็นจำนวนตำแหน่งงานที่หายไปรวมกันมากถึง 120,300 ตำแหน่ง โดยนับตั้งแต่ปี 2019 หรือเป็นช่วงก่อนการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรน่า จำนวนพนักงานสุทธิลดลง 271,700 คน หรือลดลง 4.8% ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจำนวนตำแหน่งงานในภาคอุตสาหกรรมหายไปเกือบ 1 ใน 20 ตำแหน่ง โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ เมื่อเทียบกับปีที่แล้วปริมาณการจ้างงานลดลง 6.3% ซึ่งเป็นการลดลงที่รุนแรงกว่าภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยมีจำนวนตำแหน่งงานหายไปกว่า 48,800 ตำแหน่ง และเมื่อเทียบกับปี 2019 จำนวนตำแหน่งงานลดลง 112,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 13% หมายความว่า ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาเกือบ1 ใน 7 ของตำแหน่งงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนีหายไป นอกเหนือจากอุตสาหกรรมอาหารซึ่งเป็นเพียงอุตสาหกรรมเดียวที่มีจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เพิ่มขึ่นเป็น 510,500 คน ในไตรมาสที่ 3 แต่ในภาคส่วนอุตสาหกรรมอื่น ๆ ประสบกับตำแหน่งงานภาวะลดลงทุกภาค (1) อุตสาหกรรมยานยนต์ : ลดลง 6.3% – ปัจจุบันมีพนักงาน 721,400 คน (2) อุตสาหกรรมการผลิตและการแปรรูปโลหะ : ลดลง 5.4% – ปัจจุบันมีพนักงาน 215,400 คน (3) อุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ประมวลผลข้อมูล ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมเลนส์ : ลดลง 3.0% – ปัจจุบันมีพนักงาน 310,300 คน (4) อุตสาหกรรมพลาสติก : ลดลง 2.6% – ปัจจุบันมีพนักงาน 321,400 คน (5) อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ : ลดลง 2.5% – ปัจจุบันมีพนักงาน 491,500 คน (6) อุตสาหกรรมวิศวกรรมเครื่องกล : ลดลง 2.2% – ปัจจุบันมีพนักงาน 934,200 คน (7) อุตสาหกรรมเคมี : ลดลง 1.2% – ปัจจุบันมีพนักงาน 323,600 คน โดยนาย Brorhilker กล่าวว่า การลดจำนวนพนักงานในอุตสาหกรรมของเยอรมนียังไม่มีแนวโน้มที่จะสิ้นสุดลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ (1) กำไรที่ลดลง (2) กำลังการผลิตที่มากเกินไป (3) อุปสรรคทางการค้า และ (4) ตลาดต่างประเทศที่อ่อนแอลง ทำให้การลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นต่อไป โดยเฉพาะในเยอรมนี ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางสำนักงานบริหาร และแผนกวิจัยและพัฒนา ผู้ผลิตยานยนต์หลายแห่งได้เริ่มโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด และแพ็คเกจค่าชดเชยหากพนักงานลาออกก่อนเวลา โดยผลกระทบจากโครงการเหล่านี้จะปรากฏให้เห็นในสถิติการจ้างงานในระยะยาวเท่านั้น ภายในปี 2030 บริษัท Volkswagen เพียงบริษัทเดียววางแผนที่จะลดจำนวนการจ้างงาน 35,000 ตำแหน่ง ในโรงงาน 10 แห่ง ในเยอรมนี ภายในปี 2030 บริษัท Bosch ตั้งใจที่จะลดจำนวนพนักงานในแผนกธุรกิจยานยนต์ในโรงงานในเยอรมนีลง 22,000 ตำแหน่ง แม้แต่ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายเล็กอย่าง Mahle เองก็วางแผนที่จะลดตำแหน่งงานลงถึง 1,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม แม้ว่า อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศจะเฟื่องฟู และในสายการผลิต (ของยานยนต์กับของการป้องกันประเทศ) จะมีคุณสมบัติที่ซ้ำซ้อนกันอยู่บ้าง แต่ความต้องการบุคลากรก็ยังไม่สูงมากพอที่จะชดเชยปริมาณการจ้างงานที่ลดลงได้ ความหวังที่ภาควิศวกรรมเครื่องกลจะพลิกฟื้นคืนชีพนั้นน้อยมาก จากข้อมูลจากรายงานล่าสุดของบริษัทตรวจสอบบัญชี PwC ก่อนช่วงฤดูร้อนแจ้งให้ทราบว่า มีเพียงผู้บริหาร 1 ใน 4 ที่คนมองสถานการณ์พัฒนาเศรษฐกิจของเยอรมนีในอีกสิบสองเดือนข้างหน้าเชิงบวก แต่ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือเพียงหนึ่งในห้าเท่านั้น แรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น และความต้องการสินค้าที่อ่อนแอลง กำลังสร้างปัญหาให้กับอุตสาหกรรมวิศวกรรมเครื่องกลหลายแห่ง ในไตรมาสที่สามอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 80.8% ซึ่งเรียกได้ว่า ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนาหนักที่สุด จากผลสำรวจล่าสุดของสถาบันเศรษฐศาสตร์เยอรมนี (IW – das Institut der deutschen Wirtschaft) พบว่า ในปีหน้าบริษัทเยอรมัน 1 ใน 3 วางแผนที่จะลดจำนวนพนักงาน โดย 36% ของบริษัทที่ตอบแบบสำรวจตั้งใจที่จะลดตำแหน่งงานในปีหน้า และในภาคการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 41% แนวโน้มการพัฒนาเชิงลบนี้ได้รับการยืนยันจากดัชนีชี้ตรวจวัดปริมาณการจ้างงานของสถาบันเพื่อการวิจัยทางเศรษฐกิจของมหาวิทยาลัยมิวนิค (Ifo – Institut für Wirtschaftsforschung an der Universität München) ซึ่งลดลงหนึ่งจุดเหลือ 92.5 จุด ดัชนีชี้อิงจากการสำรวจบริษัทมากกว่า 9,000 แห่ง โดยครั้งสุดท้ายที่ตัวเลขดัชนีดังกล่าวต่ำเช่นนี้คือ มากกว่าห้าปีที่แล้ว และอยู่ในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสไวรัสโคโรนานั้นเอง นาย Klaus Wohlrabe หัวหน้าฝ่ายสำรวจของ Ifo กล่าวว่า หลายบริษัทยังคงลดจำนวนพนักงานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเศรษฐกิจที่ซบเซา ตลาดแรงงานจึงยังคงความอ่อนแอต่อไปเนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ภาคเอกชนจำนวนมากขึ้นกำลังพิจารณาที่จะย้ายฐานการผลิตทั้งหมด หรือบางส่วนออกจากเยอรมนี นี่คือผลการสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยบริษัทตรวจสอบบัญชี Deloitte และสหพันธ์อุตสาหกรรมเยอรมนี (BDI – Bundesverband der Deutschen Industrie) จากการสำรวจกลุ่มผู้บริหารธุรกิจที่เกี่ยวของในห่วงโซ่อุปทานภาคการผลิตจำนวน 148 คน พบว่า 68% ของบริษัทอุตสาหกรรมที่ตอบแบบสอบถามชี้แจงว่า พวกเขามีแผนที่จะย้ายฐานการผลิตทั้งหมด หรือบางส่วนภายใน 2 – 3 ปีข้างหน้าเนื่องจากประสบปัญหาจากภาษีนำเข้า โดยภูมิภาคเป้าหมายที่สำคัญที่สุดนอกยุโรปคือ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นชื่อประเทศถูกกล่าวถึงบ่อยกว่าการสำรวจครั้งก่อน ๆ มาก โดย 26% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า พวกเขาวางแผนที่จะย้ายฐานการผลิตไปที่นั่น นาย Wolfgang Niedermark สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ BDI แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการสำรวจดังกล่าวว่า รัฐบาลเยอรมันต้องเร่งดำเนินการอย่างเด็ดขาด และเร็วขึ้น วิธีนี้เท่านั้นจึงจะสามารถลดความเสียเปรียบด้านการแข่งขันได้ ตัวอย่างเช่นบริษัท BASF ผู้ผลิตสารเคมีรายใหญ่ที่สุดของยุโรปได้ลดการผลิตสารเคมีพื้นฐานซึ่งเป็นการผลิตที่ใช้พลังงานสูงเป็นพิเศษในโรงงานหลักในเมือง Ludwigshafen และปิดโรงงานย่อยบางแห่งไปเรียบร้อยแล้ว ในทางกลับกัน BASF ก็เพิ่มการลงทุนนอกยุโรป เช่น ในประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา ขึ้นแทน นาย Wolfgang Große Entrup ซีอีโอของสมาคมอุตสาหกรรมเคมี (VCI – Verband der chemischen Industrie) รายงานเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า อัตราการใช้กำลัง การผลิตเฉลี่ยของภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 70% ซึ่งหมายความว่า โรงงานต่าง ๆ กำลังดำเนินการผลิตต่ำกว่าจุดคุ้มทุนมาก เนื่องจากในปัจจุบันสารเคมีจากจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตสารเคมีรายใหญ่ที่สุดในโลกไม่สามารถส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้อีกต่อไป เนื่องจากพวกเขาประสบปัญหาภาษีศุลกากรเช่นกัน ทำให้สินค้าของผู้ผลิตชาวจีนจำนวนมากทะลักเข้ามาในตลาดยุโรป นอกจากนี้ประเทศเยอรมนียังเป็น “ประเทศที่มีต้นทุนในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value added) ทางอุตสาหกรรมสูงที่สุดของโลกตะวันตก” ยกตัวอย่างเช่นในปัจจุบันค่าไฟฟ้าในสหรัฐฯ ถูกกว่าในเยอรมนีประมาณ 1 ใน 4 นี่ก็เป็นสาเหตุให้ภาคเอกชนต้องการที่จะย้ายฐานการผลิตเช่นกัน

    ตลาดเดียวของยุโรป (European Single Market) ปัจจัยหลักที่สามารถสร้างเสถียรให้เยอรมนีได้– ในทางตรงกันข้ามมีการพัฒนาการเชิงบวกในตลาดสำคัญ ๆ ใน EUจากข้อมูลของ EY Industry Barometer ในไตรมาสที่ 3 การส่งออกของภาคอุตสาหกรรมเยอรมันไปยังประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร (ยูโรโซน) เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว การส่งออกไปยังฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 6% และส่งออกไปยังเนเธอร์แลนด์เพิ่มขึ้น 8% การที่ห่วงโซ่อุปทานที่สั้นลง และเหนือสิ่งอื่นใด การค้าปลอดภาษีภายใน EU ส่งผลดีต่อบริษัทที่มุ่งเน้นการส่งออก นอกจากนี้ ประเทศและบริษัทในยุโรปยังลงทุนอย่างหนักในด้าน (1) ดิจิทัล (2) ระบบอัตโนมัติ และ (3) เทคโนโลยีสีเขียว นโยบาย “Green Deal” ของ EU กำลังเพิ่มความต้องการสินค้าให้กับภาคอุตสาหกรรมหลัก (Key Industry) ของเยอรมนี เช่น วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า และเทคโนโลยีพลังงาน นอกจากนี้ กรอบการประกอบธุรกิจทั่วไปก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเช่นกัน ธนาคารกลางยุโรปได้ลดอัตราดอกเบี้ยหลักลงแปดครั้งนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 จาก 4% เหลือ 2% ซึ่งทำให้เอกชน และประเทศที่มีหนี้สินสามารถเข้าถึงเงินทุนเพื่อการลงทุนใหม่ได้ง่ายขึ้น นาย Brorhilker ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมของ EY กล่าวว่า การที่อุตสาหกรรมของเยอรมันมีความเป็นสากลสูง และมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งกับประเทศอื่น ๆ ในยุโรป ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรมเยอรมันบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลก เช่น บริษัทที่จดทะเบียนใน DAX กำลังใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบนี้อย่างเต็มที่ แม้ว่าเยอรมนีจะอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) และภาวะเศรษฐกิจไม่เติบโต (Stagnation) ตลอดสามปีที่ผ่านมา แต่บริษัทส่วนใหญ่ก็ยังคงทำกำไรได้ดี จากการเปิดเผยงบการเงินเก้าเดือน และประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ สำนักข่าว Handelsblatt คาดการณ์ว่า บริษัท 40 บริษัทหลักที่เป็นผู้กำหนดค่าดัชนี DAX จะมีกำไรสุทธิ 115 พันล้านยูโร ในปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งต่ำกว่าปีที่ทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2021 เพียง 7% เท่านั้น

    จาก Handelsblatt 22 ธันวาคม 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ooc5i8meq59j2besrer3tz5u&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0F5RkQX-rQoU8LweOYxxNk

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    sgsegs

    11

    วชิระภูเก็ตเปิดมิติใหม่ รักษาลิ้นหัวใจตีบด้วยเทคโนโลยี TAVI

    สตม.จับมือ ททท. ระดมกำลังดูแลนักท่องเที่ยวคริสต์มาส–ปีใหม่ 2569

    ภูเก็ตสู่เวทีโลก จัด InterPride 2026 ครั้งแรกในทวีปเอเชีย

    ป.ป.ช.พิจิตร-แขวงทางหลวงชนบทพิจิตร ตรวจเร่งรัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจงานก่อสร้างถนนงบ 9.69 ล้านบาท

    ททท. ชูกาญจนบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวสุขภาพแนวธรรมชาติใกล้กรุง

    เทศบาลบางปู จัดแข่งขันเรือพายพื้นบ้าน คลองศาลาแดง ส่งเสริมให้เป็นงานประเพณี จังหวัดสมุทรปราการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ

  • ไม่ถูกใจไรเดอร์  ทำ อิสริยะ สะดุดการเมือง

    กระบวนการรับรอบผู้สมัครส.ส.พรรคประชาชน เพื่อรอบรองผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เกิดประเด็นที่หลายคนสนใจ โดยเฉพาะคนสายเทค เมื่อ อิสริยะ ไพรพ่ายฤทธิ์ อดีตรองประธาน LINE MAN Wongnai ไม่ผ่านไพรมารี โหวดด้วยเหตุผล ทัศนคติไม่สอดคล้องกับนโยบายของพรรค โดยเฉพาะประเด็น นิยามลูกจ้าง การคุ้มครอบแรงงาน และการไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับไรเดอร์​ 

    ย้อนไป มาร์ค อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ วิศวกรจากคณะวิศวะกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผันตัวมาทำงานสื่อ blognone หลังจากมีประสบการทำงานกับอินเทอร์เน็ตประเทศไทย มาร์ค ถูกจดจำ ในฐานะการเป็นสื่อไอที ที่มีความแตกต่างจากสื่อไอที ทั่วไป เคยปรากฎ วิวาทะ กับ สื่อ ด้วยกัน ด้วยมุมมองในการทำหน้าที่ที่แตกต่างกันมาแล้ว แต่ก็เป็นการไม่ตรงกันในการทำหน้าที่

    อิสริยะ มีความสนใจการเมืองมากมาสักพักใหญ่  ความสัมพันธ์กับพรรคประชาชน มีความเข้มแข็ง จนทำให้ตัดสินใจทิ้งงานเอกชน ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง แล้วมาทำงานการเมือง

    เหตุผลที่ทำให้ อิสริยะ ไม่ผ่านไพรมารี โหวด จริงๆ แล้วน่าจะมาจาก การทำหน้าที่ผู้บริหารของ Lineman Wongnai ที่ต้อง ติดต่อ พบเจอ กับ ไรเดอร์ อยู่ตลอด มาระยะหลังที่ ธุรกิจบริการรถสาธารณะไม่เหมือนเดิม ธุรกิจไรเดอร์ที่เคยเติบโตมาก ช่วงโควิด กลายเป็นไม่เหมือนเดิม เมื่อคนเมืองกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แพลตฟอร์มที่แบกต้นทุนไว้ก็เริ่มมีผลกระทบ สุดท้ายจึงทำให้ผลตอบแทนที่ไรเดอร์เคยได้ลดลง และตรงนี้เองทำให้ เหล่าไรเดอร์ไม่พอใจมากๆ  อิสริยะ ในฐานะคนที่ดีลตรงกับไรเดอร์ จึงถูกจดจำจากไรเดอร์ เรื่อง ผิดสสัญญาที่เคยให้ไว้

    ทีมเศรษฐกิจ ของแคนดิจเดตนายกรัฐมนตรี

    การไม่ผ่านไพรมารีโหวต ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ที่สุด ยังมีการขอฟังความคิดเห็นของประชาชนจากภาคอื่น และไม่ว่าจะเป็นยังไง อนาคตของ มาร์ค อิสริยะ กับพรรคประชาชน น่าจะยัแเดินหน้าต่อไปแบบไม่มีปัญหา เพราะมาร์ค อยู่ในทีมเศรษฐกิจ ของพรรค ที่มีหัวเรือ คือ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนเดตนายกรัฐมนตรี

    ความสำคัญของอิสริยะ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคด้านไฮเทค ความรู้ความเชี่ยวชาญ มีส่วนสำคัญในกับพรรคประชาชน ดังนั้น เรื่องไม่ถูกใจไรเดอร์ของ อิสริยะ จึงเป็นความ ไม่ถูกใจ ของคนบางส่วน และเหมือนเป็นวิบากกรรมที่ต้องเผชิญ ไม่ได้มีอะไรต้องน่ากังวล ถ้าทะเลาะกับใครในพรรค ในมุมมองที่แตกต่างกัน อันนี้น่าเป็นห่วง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/displeased-riders-causing-issariya-stumble-politics&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gxuNwc7gZzMFcEKg4mmbL

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    image

    604516750_900210935770356_6498720240477330746_n

    “สีหศักดิ์” เผยยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิง ซัดกัมพูชาพ่นทั่วอยากเจรจา แต่ไม่เคยคุยตรงไทย ย้ำเวที “กต.”อาเซียน เขมรต้องทำตาม 4 เงื่อนไข

    รพ.ตำรวจ เปิดโครงการ “CYCT x White Ribbon Police/รวมพลังใจ ต้านภัยความรุนแรงในสถานศึกษา”

    เหตุระเบิดรถยนต์ปลิดชีพนายพลรัสเซียกลางกรุงมอสโก

    สีหศักดิ์แจงสื่อนอกไทย-กัมพูชาจะพูดคุยอีกรอบ 24 ธค.

    มาเลฯชี้อาเซียนต้องกดดันไทย-กัมพูชาหนักขึ้นเพื่อยุติสู้รบ

    “ภูมิใจไทย” จัดทัพใหญ่ ส่งผู้สมัคร สส.สงขลาครบ 9 เขต มั่นใจพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    SOCAIL 16-9_2o-Recovered

    ปก web ต้านภัยความรุนแรงในสถานศึกษา

    เหตุระเบิดรถยนต์ปลิดชีพนายพลรัสเซียกลางกรุงมอสโก

    สีหศักดิ์แจงสื่อนอกไทย-กัมพูชาจะพูดคุยอีกรอบ 24 ธค.

    มาเลฯชี้อาเซียนต้องกดดันไทย-กัมพูชาหนักขึ้นเพื่อยุติสู้รบ

    “ภูมิใจไทย” จัดทัพใหญ่ ส่งผู้สมัคร สส.สงขลาครบ 9 เขต มั่นใจพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง

    “รมว.ซาบีดา” เปิดงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีเที่ยวงานบัวลอย “ไข่หวาน” นมัสการหลวงพ่อมอญ ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    รมว.ต่างประเทศอาเซียนทยอยถึงที่ประชุมเพื่อถกปมไทย-กัมพูชา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    622

    ประชุมอาเซียน

    สิงคโปร์วิตกสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

    ท่าอากาศยานเชียงใหม่คุมเข้มอำนวยความสะดวกช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568

    กาญจนบุรี///จับคาด่าน!!ลักลอบขนต่างด้าวสาวอัดแน่นเต็มคัน ค่าจ้างคนละ 3 พัน รถเถื่อนทะเบียนปลอม

    ป.ป.ช.ลุยสอบข้อเท็จจริง ปมคลิปเสียง อ้างเป็น “บิ๊กตำรวจ” เรียกรับผลประโยชน์จาก ธุรกิจผิดกฎหมาย พื้นที่นครศรีฯ

    ไอเอฟดีโพล เปิดผลสำรวจ คนไทยไม่ยอมควักจ่ายร่วมทำบุญการเมือง ชี้ประชาชนมีส่วนร่วมป้องทุนเทาแทรกแซง

    โค้ชแม็ก ชัชวาล นำทัพศิษย์เก่า สกร. จัดเทควันโดชิงแชมป์นานาชาติ มุ่งสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    SOCAIL 16-9

    avavw

    เปิดภาพ กกล.บูรพา ลุยทำลายเป้าหมายอาคาร 2 หลัง ฝั่งปอยเปต เครือข่ายสแกมเมอร์ ใช้เป็นฐานพลซุ่มยิงทหารไทย

    สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์ จัดอบรมเพิ่มทักษะแรงงานอิสระและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ

    อดีต สส. ชลบุรี แจ้งความเอาผิด เงินฝากกว่า 2 แสนหายจากบัญชี ทั้งที่ไม่เคยถอน ธนาคารพบปลอมเอกสารเบิกเงิน

    “นายกฯอนุทิน” ลั่นไม่อยากกลืนน้ำลาย ไม่ขอพูดเงื่อนไขจับมือตั้งรัฐบาล เผย “เอกนิติ-ศุภจี” ยังร่วมทำงานภูมิใจไทย

    รังสิมันต์ โรม’ รอง หน. พรรค ปชน. เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในนามพรรคชิงเก้าอี้ สส.ระยอง อ้อนขอให้เลือก สส.พรรคยกจังหวัดอีกครั้ง และถล่มทลายทั้งประเทศ

    กต.ตร.สภ.บัวเชด จัดประชุมร่วม สภ.บัวเชด เพื่อร่วมกันแก้ไขและรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ปก web ออกหน่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุข

    75289

    ตม.จว.มุกดาหาร บูรณาการร่วมกับ หน่วยงานความมั่นคงจังหวัดมุกดาหาร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม และ ปิดล้อมตรวจค้น แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

    “สุดารัตน์” ประกาศจุดยืน “ไทยสร้างไทย” เดินหน้าสงครามล้างบางคนโกง ลั่น 3 มาตรการเด็ดขาด ปราบโกงทันทีถ้าได้เป็นรัฐบาล

    ชายแดนยังเดือด ภ.3 งัดมาตรการรับเทศกาลปีใหม่ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ เปิดมอเตอร์เวย์เต็มเส้นทาง อีสานเดินทางปลอดภัย

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    กฟผ. คว้า 5 รางวัล SOE Awards ประจำปี 2568 ตอกย้ำความมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กฟผ. ได้รับ 5 รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2568 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมดูแลรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เดินหน้าสู่ความยั่งยืน

    ชลบุรีฮือฮา! ชาวบ้านแห่ขอพร ท้าวเวสสุวรรณทรงราหู วัดเขาช่องลม ให้โชครางวัลที่ 1 แล้ว 18 ราย หวัง เป็นรายที่ 19 ส่องเลขธูปรับปีใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ