Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • WSOL ผนึก FPT ไอทียักษ์ใหญ่เวียดนาม ขยายโอกาสด้านเทคโนโลยี

    นายเลวี่ เหงียน (Mr. Levi Nguyen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT Thailand – FPT Taiwan, FPT Corporation บริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีและบริการไอทีระดับโลกจากประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า บริษัทส่งตัวแทนร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (MOA) กับ บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพดิจิทัลและผลักดันโอกาสใหม่ด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย

    โดยความร่วมมือนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ  FPT ในการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีครบวงจร ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มธนาคารและการเงิน พลังงาน โทรคมนาคม ค้าปลีก การผลิต ตลอดจนการให้บริการแก่ภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในด้าน (Infrastructure), Core Platform, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud, Cybersecurity และ Enterprise Solutions ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

    ขณะที่ WSOL มีเครือข่ายลูกค้าและจุดเชื่อมต่อบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งระบบชำระเงิน บริการทางการเงิน โครงสร้างร้านค้า รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ WSOL ทำหน้าที่เป็น “Go-to-Market Gateway” ที่สำคัญในการขยายโอกาสนำเทคโนโลยีระดับภูมิภาคของ FPT เข้าสู่ตลาดประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยี โดยเริ่มจากกลุ่มธุรกิจทางการเงินและการใช้ประโยชน์จากข้อมูล พร้อมต่อยอดไปยังหลายภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการยกระดับการให้บริการดิจิทัลและเทคโนโลยีในประเทศไทย

    “การร่วมมือกับ WSOL จะช่วยให้ FPT สามารถผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยของ WSOL เราเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาดไทยได้อย่างแท้จริง ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย”

    นายอิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL กล่าวเสริมว่า “WSOL เชื่อว่าความร่วมมือกับ FPT จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีของไทย ด้วยประสบการณ์ของ FPT ที่ครอบคลุมในหลากหลายอุตสาหกรรม ผสานกับเครือข่ายของ WSOL ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ จะช่วยให้เราพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์องค์กรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขยายโอกาสใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต

    นอกจากนี้ FPT และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ต่างๆ จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ WeiD แพลตฟอร์มแบบบูรณาการและผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจรที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปี 2569  โดยเฉพาะในการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของธุรกิจ B2B2C และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในการเข้าร่วมประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจของ WSOL เติบโตอย่างมั่นคงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล”

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/pr/803494&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KVYuoSGeevCY_vTgvs6ua

  • ดาวโจนส์เปิดแดนลบ สหรัฐเผยตัวเลขเศรษฐกิจแกร่ง ดับฝันเฟดหั่นดอกเบี้ย

    ดาวโจนส์เปิดแดนลบ สหรัฐเผยตัวเลขเศรษฐกิจแกร่ง ดับฝันเฟดหั่นดอกเบี้ย

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ธ.ค. 68)

    ดัชนีดาวโจนส์เปิดตลาดในแดนลบ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

    ณ เวลา 21.36 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลบ 87.05 จุด หรือ 0.18% สู่ระดับ 48,275.63 จุด

    นักลงทุนพากันลดน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนม.ค.และมี.ค.2569 หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในวันนี้

    กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2568 ในวันนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 4.3% ในไตรมาสดังกล่าว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.2% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง

    ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 3.5% ในไตรมาส 3 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.5% ในไตรมาส 2

    นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของการส่งออกและการใช้จ่ายในภาครัฐก็ได้เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ขณะที่การลงทุนของภาคเอกชนในสินทรัพย์ถาวรที่ลดลงน้อยกว่าคาดก็เป็นปัจจัยบวกเช่นกัน

    ก่อนหน้านี้ สหรัฐมีกำหนดเผยแพร่ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับ GDP ประจำไตรมาส 3/2568 ในวันที่ 30 ตุลาคม แต่ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์

    นอกจากนี้ ตัวเลข GDP ประจำไตรมาส 3/2568 ที่มีการเผยแพร่ในวันนี้ ถือเป็นตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ซึ่งเดิมมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 26 พฤศจิกายน

    เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 0.5% ในไตรมาส 1 ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี ก่อนที่จะมีการขยายตัว 3.8% ในไตรมาส 2

    การหดตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 1 มีสาเหตุจากการนำเข้าที่พุ่งขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจต่างรีบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ก่อนที่มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะมีผลบังคับใช้

    อย่างไรก็ตาม การนำเข้าลดลง 29.8% ในไตรมาส 2 และเป็นปัจจัยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสดังกล่าว

    ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กจะเปิดทำการซื้อขายเพียงครึ่งวันในวันที่ 24 ธันวาคม ก่อนปิดทำการในวันที่ 25 ธันวาคมเนื่องในวันคริสต์มาส

    โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IRBM0IQCOH8RYP4ZGR8NWLFUH4B25GCN&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FEz9b4PwK70qPKA5ti7qJ

  • ‘วันนอร์-ทวี’ นำพรรคประชาชาติเปิดตัว ‘ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ’ เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรค

    ‘วันนอร์-ทวี’ นำพรรคประชาชาติเปิดตัว ‘ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ’ เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรค

    ‘วันนอร์-ทวี’ นำพรรคประชาชาติเปิดตัว ‘ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ’ เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคและเตรียมลงสมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ชูประสบการณ์ด้านวิศวกรรมและเศรษฐศาสตร์ หวังแก้วิกฤตเศรษฐกิจ-ความเหลื่อมล้ำ-ทุจริตคอร์รัปชัน

    วันนี้ (23 ธันวาคม 2568) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ, นายวิทยา พานิชพงศ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ในฐานะแกนนำพรรคประชาชาติ ร่วมกันแถลงข่าว นโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมเปิดตัว รศ.ดร. รุ่งเรือง พิทยศิริ ในฐานะทีมเศรษฐกิจ เข้าสู่พรรคประชาชาติอย่างเป็นทางการ โดย รศ.ดร.รุ่งเรือง ได้ตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคและมีความประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อของพรรค

    พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถสูง มีประวัติการศึกษาโดดเด่นทั้งในด้านวิศวกรรมศาสตร์ และปริญญาโท-เอก ด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์การทำงานที่ยาวนาน โดยเคยร่วมงานกับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ตั้งแต่สมัยพรรคความหวังใหม่ และเคยเป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจที่สำคัญของพรรคเพื่อไทยในเวลาต่อมา

    “ปัญหาที่ใหญ่และวิกฤตที่สุดในขณะนี้คือเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง และความเป็นอยู่ของประชาชน พรรคประชาชาติจึงจำเป็นต้องมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จริง ดร.รุ่งเรือง คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนโยบายระดับประเทศมาแล้วหลายนโยบาย” พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ระบุ

    พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้ามาร่วมงานของ ดร.รุ่งเรือง ในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรคในการวางนโยบายเพื่อแก้ปัญหาสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

    1. ปัญหาเศรษฐกิจ และการหารายได้เข้าประเทศโดยไม่เบียดเบียนภาษีประชาชน

    2. ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ในสังคม

    3. ปัญหาความยากจน

    4. ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

    โดยในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ตัวแทนของพรรคประชาชาติพร้อมที่จะขึ้นเวทีดีเบตและนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าพรรคมีทีมงานที่พร้อมจะขับเคลื่อนประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นกว่าเดิม

    นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และแกนนำพรรคประชาชาติ กล่าวแสดงความยินดีที่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง หลังเคยทำงานร่วมกันมาตั้งแต่สมัยพรรคความหวังใหม่เมื่อกว่า 20 ปีก่อน พร้อมกล่าวถึงความประทับใจในตัว ดร.รุ่งเรือง ว่าเป็น “ต้นกล้าของคนรุ่นใหม่” ตามที่พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เคยปรารภไว้ และเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งในด้านวิศวกรรมศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ 

    “วันนี้พรรคประชาชาติได้เพชรเม็ดงามอีกเม็ดหนึ่ง ทั้งในฐานะนักการศึกษาและนักเศรษฐศาสตร์ ที่จะนำความคิดมาพัฒนาเป็นนโยบายที่สำคัญของพรรคต่อไป” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

    นอกจากนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แกนนำพรรคประชาชาติ ได้ย้ำถึงจุดยืนของพรรคว่า แม้จะเป็นพรรคขนาดไม่ใหญ่ แต่มีความเข้มแข็งด้วยอุดมการณ์และผลงานที่ชัดเจน โดยยกตัวอย่างการทำงานที่ผ่านมาที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมให้กับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนไทยเชื้อชาติต่างๆ คนชายขอบ หรือแม้แต่ผู้ที่อยู่ในเรือนจำ โดยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เคยลงไปนั่งรับประทานอาหารร่วมกับผู้ต้องขังเพื่อแสดงถึงการให้เกียรติและสร้างความหวังให้คนไทยทุกคน

    สำหรับภารกิจสำคัญ นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า นอกเหนือจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญแล้ว ปัญหาเศรษฐกิจคือเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้ เพราะปัจจุบันตัวเลขทางเศรษฐกิจของไทยเติบโตต่ำที่สุดในอาเซียน การได้ ดร.รุ่งเรือง มาร่วมทีมจะช่วยให้พรรคพร้อมนำเสนอนโยบายที่แก้ปัญหาได้จริง และพร้อมสำหรับการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมต่อไป

    B2F101A6-BFE3-4578-B4CD-92B230D17770.jpg

    ทางด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ เผยเหตุผลตัดสินใจร่วมงานพรรคประชาชาติ ว่า ศรัทธาในตัว นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลทางการเมืองที่มีคุณธรรม มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลและทันสมัยอยู่เสมอ แม้จะอยู่ในวัยอาวุโสแต่ไม่เคยหยุดนิ่งในการเรียนรู้ และมีความประทับใจในตัว พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาชาติ จากการเฝ้าติดตามการทำงาน ตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรี โดยมองว่าเป็นนักการเมืองที่ขยัน ลงรายละเอียดในทุกปัญหาที่รับผิดชอบ และมีความแอคทีฟในการคิดค้นนโยบายเพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง

    รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ กล่าวว่า พรรคประชาชาติแม้จะเป็นพรรคขนาดไม่ใหญ่ แต่มีการมองปัญหาของประเทศในภาพใหญ่ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาในพื้นที่ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรง ทั้งปัญหาปากท้อง สภาพคล่องของประชาชน และระดับ GDP ที่ยังไม่ฟื้นตัวกลับสู่สภาวะปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งจากการที่ได้ร่วมขบคิดนโยบายกับพรรคประชาชาติ ขณะนี้มีความคืบหน้าไปกว่า 99% แล้ว

    “ผมมั่นใจว่าเมื่อเปิดนโยบายออกมา ทุกคนจะเห็นถึงความทันสมัยและพร้อมที่จะยกระดับประเทศไทยให้ทัดเทียมอารยประเทศ ขณะเดียวกัน นโยบายนี้ยังมีความลึกซึ้งและรู้ใจพี่น้องชาวมุสลิมทั่วประเทศเป็นอย่างดี เพราะผ่านการศึกษาและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านหลักศาสนาและผู้ที่เข้าใจปัญหาในพื้นที่จริง” รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งเรือง กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://voicetv.co.th/read/RrIhy4L1_&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kxAc2HEZAl5KwN32ApZLe

  • SET ปิดบวก 1.43 จุด วอลุ่มบาง-รอตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐคืนนี้

    10 หุ้นดันดัชนีวันนี้

    ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ที่ 1,271.11 จุด เพิ่มขึ้น 1.43 จุด (+0.11%) มูลค่าซื้อขาย 31,407.37 ล้านบาท

    นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งในกรอบ ช่วงเช้าแกว่งขึ้นแต่ช่วงบ่ายเจอปัจจัยกดดันจากแรงขายหุ้น DELTA ทำให้ลดช่วงบวกลง แม้ว่าหุ้นใหญ่ในกลุ่มอื่นๆ มมีแรงซื้อเข้ามาหนุน

    อย่างไรก็ตาม นักลงทุนอาจเริ่มชะลอลงทุนช่วงเข้าใกล้เทศกาลคริสมาสต์ ทำให้มูลค่าซื้อขายค่อนข้างเบาบาง ขณะที่รอติดตามรายงาน GDP ไตรมาส 3/68 ของสหรัฐ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.ของสหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดรอในคืนนี้ ส่วนตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวบวกและลบสลับกัน

    แนวโน้มพรุ่งนี้ขึ้นกับการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ หากออกมาเป็นไปตามที่ตลาดคาดก็อาจช่วยหนุน Sentiment ของตลาดหุ้นได้ โดยให้แนวต้าน 1,280 จุด แนวรับ 1,260 จุด

    ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

    DELTA มูลค่าการซื้อขาย 2,097.63 ล้านบาท ปิดที่ 175.00 บาท ลดลง  7.00 บาท

    PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,777.80 ล้านบาท ปิดที่  31.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

    AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,350.22 ล้านบาท ปิดที่  55.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท

    GULF มูลค่าการซื้อขาย 1,180.27 ล้านบาท ปิดที่  43.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท

    KTB มูลค่าการซื้อขาย 1,107.92 ล้านบาท ปิดที่  28.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/summary/803876&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DDg9EzBmJKiWPPYYJG8eM

  • เปิดนโยบายเศรษฐกิจปากท้อง 8 แคนดิเดตนายกฯ เอาไงดีกับค่าแรงขั้นต่ำ

    เปิดนโยบายเศรษฐกิจปากท้อง 8 แคนดิเดตนายกฯ เอาไงดีกับค่าแรงขั้นต่ำ

    เปิดนโยบายเศรษฐกิจปากท้องของ 8 “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ใครคิดเห็นอย่างไรกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

    เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ไทยรัฐทีวีเริ่มการดีเบตเป็นเวทีแรกก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 2569 โดยมี กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 8 คน จากพรรคการเมือง ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขณะที่อีก 2 พรรคการเมือง คือ พรรคกล้าธรรม และพรรคภูมิใจไทย ไม่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาร่วมดีเบต

    โดยช่วงหนึ่งของการดีเบตได้มีคำถามเกี่ยวกับเศรษฐกิจปากท้อง คำถามคือ “ถ้าคุณได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลจะมีนโยบายเรื่องค่าแรงขั้นต่ำหรือไม่” โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคที่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แสดงวิสัยทัศน์ ดังนี้

    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องการให้ค่าแรงและรายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น ซึ่งนโยบายของพรรคไทยสร้างไทยเราจะไม่ขึ้นค่าแรงโดยตรง แต่จะเพิ่มโอกาส เพิ่มรายได้ให้กับประชาชน อย่างเช่น คนที่อยู่ในระบบ SME หรือคนตัวเล็กที่ทำมาหากินวันนี้เขาไม่สามารถไปกู้ธนาคารได้ ก็ต้องไปกู้นอกระบบด้วยดอกเบี้ยสูง ดังนั้นเราจะใช้กองทุนเครดิตประชาชนและกองทุน SME เพื่อทำให้เขาตั้งตัวได้ จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ เมื่อระบบสมดุลก็จะทำให้ค่าแรงขึ้นนั่นเอง ซึ่งนี่เป็นแค่ตัวอย่างส่วนเดียวที่เราต้องสร้างรายได้ แต่เป็นการพูดรวมๆ ไม่ว่าใครจะต้องมีสิทธิเข้าถึงเงินกู้ต้นทุนต่ำ เพื่อทำให้เขาสร้างงานสร้างอาชีพ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากไปด้วยกัน

    นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อันดับแรก คือการคุ้มครองแรงงานสำคัญที่สุด หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือ พรรคเรามีนโยบายบัตรประชาชนใบเดียว สามารถกู้ได้ 2 หมื่นบาททันที ไม่มีอะไรซับซ้อน

    อันดับแรกคือต้องหยุดเลือดให้ได้ จากนั้นค่อยไปทำธุรกิจแบบก้าวกระโดดลงทุนเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าพรรคเรารู้อย่างจริงจัง และมีมืออาชีพ ทำให้รู้ว่าถ้าเราทำสำเร็จ ประชาชนจะได้รับเงินเดือนสูงขึ้นกว่าเดิมแน่นอน แต่วันนี้จำเป็นที่สุดคือประชาชนต้องเข้าถึงเงินได้ก่อน ส่วนจะขึ้นเท่าไรต้องดูเรื่องความเหมาะสมด้วย ไม่เช่นนั้น ไม่ใช่แค่ประชาชนลำบาก ธุรกิจ SME ที่จ้างคนกว่า 85% ถ้าเขาล้มก็ตายหมู่

    นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พรรคของเราจะมีกองทุนฉุกเฉินให้ประชาชน ไม่ต้องไปกู้นอกระบบ เรื่องค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ เหมือนมีด 2 คม ถ้าทำไม่ถูกก็จะกระทบเศรษฐกิจ ถ้าทำถูกก็จะเป็นผลบวก ผมมองว่ารายได้ขั้นต่ำเป็นแค่ถ้อยคำ แต่สิ่งที่ผู้ใช้แรงงานต้องการคือ ทำอย่างไรให้มีรายได้เพิ่ม สิ่งที่จะดำเนินการคือ เราจะใช้ระบบการแบ่งกำไร (Profit Sharing) เป็นแรงกระตุ้นให้แรงงานทำงานทุ่มเทเพื่อบริษัท เมื่อกิจการดีขึ้นแล้ว แรงงานก็จะได้รับผลตอบแทนส่วนนี้ที่บริษัทแบ่งมาให้ด้วย

    นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปรัชญาของเราคือ ลดรายได้ เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เรื่องเกี่ยวกับการแก้หนี้ เรื่องการช่วยเหลือจะมีตั้งแต่วัยเด็ก วัยแรงงาน วัยทำงานไปจนถึงวัยชรา ซึ่งจะทยอยเปิดออกมาในช่วงเดือนมกราคม

    ในส่วนของการเพิ่มค่าแรง เรามองทั้งระบบเพราะสิ่งสำคัญจริงๆ คือ ทั้งวินัยการเงิน การคลัง ที่จะทำให้เราเดินไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ เรามี 3 เรื่องที่จะทำ ซึ่งค่าแรงขั้นต่ำเป็นเรื่องของกฎหมายที่มีการทบทวนทุกปี ซึ่งแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี 2. เราจะมีการสำรวจค่าครองชีพของทุกจังหวัดว่าค่าครองชีพขั้นต่ำจะต้องอย่าง ในกรณีที่ค่าครองชีพสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ แต่กรรมการไตรภาคีบอกว่ายังขึ้นไม่ได้ เราจะให้รัฐบาลชดเชยเพื่อให้สามารถครองชีพในจังหวัดนั้นได้ 3. ระบบการรับรองทักษะ ขยายให้มากขึ้น ซึ่งจะเอาไปผูกกับค่าแรง เพิ่มขึ้นตามทักษะที่มี และจะเชื่อมโยงกับเรื่องเปิดโอกาสให้คนอัปสกิลได้

    นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำว่า ผมคิดว่าใจความสำคัญอาจจะไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข แต่อยู่ที่การปรับระบบการขึ้นค่าแรงทั้งฝ่ายนายจ้าง และลูกจ้าง

    ทางส่วนของลูกจ้าง ซึ่งเป็นนโยบายตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ สิ่งที่เราต้องการทำคือปรับตัวเลขเพิ่มขึ้น ซึ่งจะต้องดูความเหมาะสมแต่ละพื้นที่ และการทำให้ลูกจ้างได้รับความเป็นธรรม ซึ่งควรจะบัญญัติในกฎหมายเลยว่า ค่าแรงควรต้องได้ปรับอัตโนมัติทุกปีตามค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น หรืออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่พัฒนาไป สิ่งนี้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ระบบมากกว่า การที่แต่ละพรรคเอาเรื่องค่าแรงมาเป็นนโยบายหาเสียง เพื่อเอาค่าแรงมาแลกคะแนนเสียงหรือไม่? ซึ่งผมคิดว่า การแก้ปัญหาที่ระบบเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนมากกว่า

    สำหรับฝ่ายนายจ้าง เมื่อจ่ายค่าแรงสูงขึ้นก็ต้องอยากได้แรงงานที่มีทักษะสูงขึ้น ซึ่งเรามีนโยบายอัปสกิลทุกช่วงวัย เพื่อให้เป็นแรงงานที่มีคุณภาพในอนาคต

    อย่างไรก็ตาม พรรคที่มีนโยบายขึ้นค่าแรง มีนโยบายด้านต่างๆ ทั้งทางตรง ทางอ้อม แต่ยังไม่มีพรรคใดระบุตัวเลข และประกาศตัวเลขชัดๆ 

    สำหรับในส่วนของพรรคที่ไม่ยกมือพูดถึงนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ มี 2 พรรค โดยนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ค่าแรงต้องควบคู่กับประสิทธิภาพในการทำงาน ก่อนที่เราจะคิดเพิ่มค่าแรงต้องหาคำตอบว่าเราต้องช่วย SME พวกโรงงานต่างๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นก็จะมีแต่ต้นทุนเพิ่ม แต่ค่าใช้จ่ายไม่ได้ลด

    ส่วนพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกวันนี้ปัญหาเศรษฐกิจของเราคือหนี้ 55 ล้านล้าน เราต้องฟื้นฟูก่อน หากเศรษฐกิจดี ค่าแรงขึ้นค่าครองชีพอยู่แล้ว แต่ถ้าเราขึ้นแบบนี้จะทำให้อุตสาหกรรมพังหมด ซึ่งผมอยากให้เศรษฐกิจหลุดจากกับดักหนี้ก่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2903773&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2b8PZMvzh3DBvWN5R8Wx1I

  • จีนเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 11 ข้อ หวังผลักดันการบริโภค | เดลินิวส์

    จีนเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 11 ข้อ หวังผลักดันการบริโภค | เดลินิวส์

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ว่ามาตรการ 11 ข้อ รวมถึงขั้นตอนในการขยายการให้สินเชื่อส่วนบุคคลแก่ผู้บริโภค และจัดสรรสินเชื่อไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงมากขึ้น เช่น การบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ดิจิทัล และ “เอไอ พลัส” ตามประกาศที่เผยแพร่โดยกระทรวงพาณิชย์ ธนาคารประชาชนจีน (พีบีโอซี) และสำนักงานกำกับดูแลทางการเงินแห่งชาติ

    นอกจากนั้น ยังมีการสนับสนุนให้รัฐบาลท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ใช้ “ซองแดง” เงินหยวนดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการกระตุ้นการบริโภค

    ประกาศดังกล่าวซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (21 ธ.ค.) แนะนำให้หน่วยงานการค้าท้องถิ่น ใช้ช่องทางการระดมทุนที่มีอยู่ให้เต็มที่ ดำเนินโครงการกระตุ้นการบริโภคอย่างแข็งขัน และทำงานร่วมกับมาตรการสนับสนุนทางการเงิน เพื่อปลดล็อกความต้องการของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น

    นายสวี เทียนเฉิน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศจีนของ “ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต” ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายกำลังพิจารณาการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ ด้วยโครงการกระตุ้นการบริโภคฝังอยู่ในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (เคพีไอ) ของหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง

    สวีเสริมว่า การสนับสนุนทางการเงินที่ระบุไว้ในนโยบายล่าสุดนั้นเพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตาม ความต้องการสินเชื่อยังคงอ่อนแอ แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจของผู้บริโภคน่าจะยังคงแข็งแกร่งในปีหน้า นำโดยภาคบริการ เช่น การฝึกอบรมทักษะ บริการดูแลแม่และเด็ก การดูแลสุขภาพ และการดูแลผู้สูงอายุ ท่ามกลางสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว.

    เครดิตภาพ : AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5433961/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bg0013P47fSvp3Q2d1ReN

  • บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง จับตาตัวเลขเศรษฐกิจ,การประมูลพันธบัตร

    บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง จับตาตัวเลขเศรษฐกิจ,การประมูลพันธบัตร

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ธ.ค. 68)

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งการประมูลพันธบัตรในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อตราสารหนี้สหรัฐ และทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อในปี 2569

    ณ เวลา 19.50 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.147% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 4.819%

    ทั้งนี้ สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจจำนวนมากในคืนนี้ ได้แก่ รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2568 (ประมาณการครั้งที่ 2), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำไตรมาส 3/2568 (ประมาณการครั้งที่ 2), การผลิตภาคอุตสาหกรรม และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก Conference Board

    กระทรวงการคลังสหรัฐจะทำการประมูลพันธบัตรอายุ 5 ปี วงเงิน 7.0 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันนี้ รวมทั้งประมูลพันธบัตรอายุ 7 ปี วงเงิน 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันพรุ่งนี้

    นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ

    โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IRBM0IQ9NQPZ4EZY0FWOHOFCU2G66VXT&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Nhuknrw3RILdORJifUMfA

  • เปิดแผนยกระดับ ‘พัทยา’ รุกสร้างเศรษฐกิจใหม่วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

    เปิดแผนยกระดับ ‘พัทยา’ รุกสร้างเศรษฐกิจใหม่วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

    เปิดแผนยกระดับ ‘พัทยา’ รุกสร้างเศรษฐกิจใหม่วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

    นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับพัทยาให้เป็นเมืองแห่งโอกาสที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและนักท่องเที่ยวตลอดปี

    โดยมีการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมใน 4 มิติหลัก เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ประกอบด้วย 

    1. โครงสร้างพื้นฐาน โดยแก้ปัญหาน้ำท่วมเบ็ดเสร็จ-ปรับภูมิทัศน์เมืองระดับโลก เมืองพัทยาขับเคลื่อนวาระเร่งด่วนในการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนผ่านยุทธศาสตร์บล็อกน้ำนอก เร่งระบายน้ำใน ลดพื้นที่และเวลาท่วมขัง ซึ่งใช้เทคโนโลยี ดันท่อลอด (Pipe Jacking) และงานดึงท่อลอดใต้ดินโดยไม่เปิดหน้าดิน เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจร ควบคู่กับการเสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำด้วย สถานีสูบน้ำและงานวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมระดมเครื่องจักรขุดลอกท่อระบายน้ำครอบคลุมระยะทางกว่า 324 กิโลเมตร

    ผลลัพธ์คือประสิทธิภาพการระบายน้ำที่รวดเร็วขึ้นเท่าตัว ลดเวลาท่วมขังในพื้นที่ซ้ำซากเหลือไม่เกิน 2 ชั่วโมง และลดจุดเสี่ยงจาก 24 จุด เหลือเพียง 3 จุด 

    เปิดแผนยกระดับ ‘พัทยา’ รุกสร้างเศรษฐกิจใหม่วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

    นอกจากนี้ ยังปรับภูมิทัศน์สู่ความเป็นสากล โดยนำสายไฟลงดิน 10 เส้นทางหลัก ยกระดับจุดแลนด์มาร์คให้สวยงาม และติดตั้งไฟส่องสว่าง LED กว่า 11,000 ดวง สร้างความปลอดภัยและความสวยงามระดับโลก

    2. สร้างเศรษฐกิจใหม่ด้วยเทคโนโลยีและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วยระบบ CCTV AI กว่า 2,500 ตัว เชื่อมโยงฐานข้อมูลตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด พร้อมยกระดับงานบริการผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุ 1337 ตลอด 24 ชั่วโมง และ LINE OA @pattayaconnect ที่ให้ประชาชนดูกล้อง CCTV แบบเรียลไทม์ได้ 400 ตัว พร้อมเข้าถึงบริการภาครัฐได้ทันที ในด้านเศรษฐกิจ พัทยาก้าวสู่เมืองแห่งเทศกาลระดับโลก สร้างรายได้หมุนเวียนมหาศาลจากงาน Pattaya Countdown กว่า 5,000 ล้านบาท และ เทศกาลพลุนานาชาติ กว่า 2,290 ล้านบาท รวมถึงผลักดันพัทยาสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของ UNESCO เพื่อเปิดตลาดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ใหม่

    3. ยกระดับคุณภาพชีวิตและการศึกษา ดูแลสุขภาพเชิงรุก และใช้เทคโนโลยีดูแลสุขภาพและอำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มเปราะบาง ด้านการศึกษาได้เสริมสร้างทักษะแห่งอนาคตใหม่ ด้วย AI Coding ผสานการสร้างนวัตกรรมนำสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬาและวิชาการ

    4. พัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน มุ่งจัดการสิ่งแวดล้อมครบวงจร โดยเฉพาะพื้นที่เกาะล้านที่ยกระดับสาธารณูปโภคผลิตน้ำจืดเพิ่มเป็น 1,000 ลบ.ม./วัน และเปิดใช้เตาเผาขยะชุมชนมาตรฐานสูงแห่งแรกที่กำจัดขยะได้ 50 ตัน/วัน โดยไร้มลพิษ พร้อมขยายระบบบำบัดน้ำเสียเมืองเป็น 150,000 ลบ.ม./วัน และนำร่องใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในระบบขนส่งและงานราชการ เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้เมืองพัทยา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/647325&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NQv1RBSeuzMj69_v7fdck

  • ฉะเชิงเทรา กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง | TOPNEWS

    ฉะเชิงเทรา/กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง

    วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ศูนย์เกษตรครบวงจร (อาคารโดม) องค์การบริหารส่วนตำบลหนองจอก ตำบลหนองจอก อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้นำท้องที่และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ โอกาสนี้
    นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

    กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ระดับชุมชน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว พัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชน

    สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ออกแบบให้เน้นการเรียนรู้ควบคู่การฝึกปฏิบัติจริง โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 200 คน เข้ารับการพัฒนาทักษะอาชีพผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ หลักสูตรปาท่องโก๋–สังขยาใบเตย หลักสูตรขนมปั้นขลิบ
    ไส้ปลาหลากรส หลักสูตรปลายอ และหลักสูตรน้ำมันหอมระเหยเพื่อการนอนหลับ (Sleep Oil) โดยมีเป้าหมาย
    ในการเสริมสร้างทักษะอาชีพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพประชาชนในระดับชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ
    สร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” มุ่งหวังให้สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพหรือธุรกิจ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน อันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ข่าวที่น่าสนใจ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1432647&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CHV7kW7yOvOTq54jNy4Yf

  • ฉะเชิงเทรา เปิดกิจกรรมฝึกอบรมโครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” | เดลินิวส์

    ฉะเชิงเทรา เปิดกิจกรรมฝึกอบรมโครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ศูนย์เกษตรครบวงจรองค์การบริหารส่วนตำบลหนองจอก ต.หนองจอก อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รักษาการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้นำท้องที่และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ โอกาสนี้ นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

    กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ระดับชุมชน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว พัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชน 

    สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ออกแบบให้เน้นการเรียนรู้ควบคู่การฝึกปฏิบัติจริง โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 200 คน เข้ารับการพัฒนาทักษะอาชีพผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ หลักสูตรปาท่องโก๋-สังขยาใบเตย หลักสูตรขนมปั้นขลิบ ไส้ปลาหลากรส หลักสูตรปลายอ และหลักสูตรน้ำมันหอมระเหยเพื่อการนอนหลับ (Sleep Oil) โดยมีเป้าหมาย ในการเสริมสร้างทักษะอาชีพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพประชาชนในระดับชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” มุ่งหวังให้สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพหรือธุรกิจ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน อันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5433151/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3efzlx4w2X2b1Xr78MslNu