Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘สภาพัฒน์’ กางโจทย์หินเศรษฐกิจปี 69  ชี้ 5 ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า เสี่ยงฉุด GDP โตต่ำ

    ‘สภาพัฒน์’ กางโจทย์หินเศรษฐกิจปี 69 ชี้ 5 ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า เสี่ยงฉุด GDP โตต่ำ

    สศช. กางโจทย์หินเศรษฐกิจปี 69 คาดจีดีพีโตต่ำเพียง 1.7% ท่ามกลาง 5 ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ทั้งส่งออกชะลอตัว-บาทแข็งค่า-ภูมิรัฐศาสตร์โลกเดือด

    • “สภาพัฒน์”กางโจทย์หินเศรษฐกิจปี 69 ฉุดจีดีพีโตในกรอบ 1.2 – 2.2%ท่ามกลาง 5 ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ทั้งส่งออกชะลอตัว-บาทแข็งค่า-ภูมิรัฐศาสตร์โลกเดือด
    • พร้อมเตือนรับมือสุญญากาศงบประมาณปี 70 ช้าเหตุเป็นปีที่มีการเลือกตั้ง
    • ชี้ต้องวางแผนแก้ภัยพิบัติด้วนแผนลงทุนระยะยาว ย้ำไทยต้องเร่งรื้อโครงสร้างสู่ High-Tech และ Wellness 
    • ชูธงเร่งเข้าสมาชิก OECD ภายใน 3 ปีเพื่อยกระดับมาตรฐานสากลดึงความเชื่อมั่นโลก

    นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ว่าภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 สศช.คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 1.2 – 2.2% หรือมีค่ากลางอยู่ที่ 1.7% อย่างไรก็ตามในปี 2569 เศรษฐกิจไทยถือว่าเผชิญกับความท้าทาย และมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังหลายด้านทั้งจากภายใน และภายนอกประเทศที่ต้องเร่งเตรียมความพร้อมรับมือ โดยปัจจัยต่างๆที่ประเทศไทยต้องรับมือในปี 2569 ได้แก่

    1.การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยภาพรวมของปริมาณการค้าโลกและเศรษฐกิจโลก ในปี 2569 คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3.1 – 3.2% ซึ่งแม้ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในระดับ 3% จะดูมากกว่าการเติบโตของจีดีพีประเทศไทย แต่ในมุมมองของเศรษฐกิจโลกถือว่า ไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงมากนัก และเป็นระดับที่คงตัวเช่นนี้มาหลายปีนับตั้งแต่โลกเริ่มประสบปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ นอกจากนี้ปริมาณการค้าโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปี 2568 เช่นกัน 

    โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปริมาณการค้าโลกชะลอตัวมาจากผลกระทบของสงครามการค้า (Trade War) ที่ยังไม่จบสิ้น รวมถึงมีการเร่งนำเข้าสินค้าไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยการชะลอตัวของปริมาณการค้าโลกส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกของไทยที่ในปี2569 ที่จะชะลอตัวลงจากในปี 2568

    2.ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง โดยสถานการณ์ค่าเงินบาทของไทยที่แข็งค่าของไทยถือว่าผิดปกติและเร็วกว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาค ซึ่งคาดว่าปัญหานี้จะลากยาวไปจนถึงไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 ซึ่งสาเหตุที่ ธปท.และกระทรวงการคลังพบว่ามาจากวอลุ่มการเทรดทองคำที่มีผลต่อค่าเงินบาทอย่างมาก โดยวอลุ่มการเทรดทองคำในปัจจุบันบางช่วงสูงกว่าวอลุ่มในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากคนหันไปเก็งกำไรในทองคำที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ผลจากค่าเงินบาทแข็งค่านั้นแม้ว่าผู้ที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มผู้นำเข้าสินค้า โดยเฉพาะน้ำมันและสินค้าทุน แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือกลุ่มผู้ส่งออก ซึ่งจะได้รับผลกระทบพอสมควรในแง่ของรายได้เมื่อแลกกลับมาเป็นเงินบาท

    ขณะเดียวกันค่าเงินบาทที่แข็งค่านั้นกระทบกับภาคการท่องเที่ยวโดยในปี2569 สศช.เช่นกัน โดยคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทย 35 ล้านคน ซึ่งในระยะต่อไปหนีไม่พ้นที่ประเทศไทยต้องเร่งยกระดับไปสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness & Medical Tourism) เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อหัวมากขึ้น

    แนะผู้ส่งออกเร่งเพิ่มมูลค่าสินค้า

    เลขาธิการ สศช. มองว่าการที่ผู้ประกอบการไทยจะรับมือกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าในระยะยาวไม่ใช่แค่การดูที่ค่าเงินอย่างเดียว แต่ต้องปรับที่ตัวโครงสร้างสินค้าและบริการ โดยต้องเน้นคุณภาพและความแตกต่าง (Differentiation) ของสินค้าผู้ส่งออกไม่สามารถขายสินค้าแบบเดิมที่เน้นปริมาณได้อีกต่อไป เพราะประเทศเพื่อนบ้านสามารถผลิตสินค้าเลียนแบบไทยได้เกือบหมดแล้ว ดังนั้นต้องเปลี่ยนจากเน้นปริมาณการส่งออก เช่น การเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 มาเน้นที่การเพิ่มมูลค่า (Value Creation) และต้องผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพที่ตรงความต้องการของประเทศปลายทางแทนซึ่งทำให้เราสามารถขายสินค้าที่ราคาสูงกว่าตลาดทั่วไปได้

    ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมที่ไทยเคยมีฐานการผลิต ตอนนี้อยูในขั้นตอนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสู่ High-Tech ที่เป็นอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยต้องเร่งเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมแบบเดิมไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) สมาร์ทเซนเซอร์ และสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้รัฐต้องเร่งสร้างห่วงโซ่คุณค่าในภูมิภาค (Regional Value Chain – RVC) และรัฐต้องเร่งดึงห่วงโซ่ ของอุตสาหกรรมไฮเทคเข้ามาในไทยให้ครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นคง (Security) และความเสถียรในการผลิต ลดความเสี่ยงจากเงื่อนไขทางการค้าโลก

    แนะกระตุ้นการใช้ และผลิตสินค้าในประเทศ

    ขณะที่การเจรจาการค้าที่ยังคงดำเนินการอยู่ประเทศไทยต้องเร่งการทำเกณฑ์ Local Content ต่อเนื่อง โดยเมื่อสร้าง RVC ได้แล้ว จะทราบสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ ซึ่งสามารถนำมาใช้กำหนดมาตรการจูงใจ (Incentive) ให้คนไทยใช้สินค้าไทยมากขึ้น และช่วยกระตุ้นการผลิตภายในประเทศเพื่อชดเชยส่วนต่างจากค่าเงินได้ ขณะเดียวกันต้องมีการยกระดับภาคบริการและการท่องเที่ยว เน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มรายได้สูงผ่าน Wellness และ Medical Tourism ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย และเป็นการส่งออกภาคบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป

    สำหรับการหาตลาดเพิ่มเติมนายดนุชา กล่าวต่อไปว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเจรจาเปิดเสรีการค้า (FTA) โดยเฉพาะ FTA ไทย – EU เพื่อเปิดตลาดใหม่ๆ และเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันให้กับสินค้าไทยในเวทีโลก

    ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์กระทบเศรษฐกิจโลก 

    3.ความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)  ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องจับตามอง และถือว่ายังเป็นความเสี่ยงที่สำคัญในเวทีโลก ปัจจุบันสงครามในยูเครนที่ยังไม่จบและความขัดแย้งในจุดต่าง ๆ ของโลกสร้างความหวาดกลัวว่าจะลุกลามและขยายวงกว้างขึ้น ประเทศในยุโรปหลายแห่งเริ่มมีการเพิ่มงบประมาณทางทหาร และดูเรื่องการเกณฑ์ทหาร ขณะที่สหรัฐเริ่มมีการส่งสัญญาณว่ากำลังจะส่งกำลังทหารเข้าไปในเวเนซุเอลาที่อาจบานปลายเป็นความขัดแย้งในระดับภูมิภาคได้ ซึ่งเป็นสัญญาณความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลกที่ต้องมีการจับตาดูสถานการณ์มากขึ้น เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งต่างๆเหล่านี้อาจนำไปสู่การใช้เงื่อนไขกดดันที่จะกระทบการค้าเพิ่มเติมซึ่งจะทำให้ระบบการผลิตหรือซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลกเกิดการหยุดชะงัก (Disruption) ได้

    4.ความเสี่ยงจากกำลังซื้อในประเทศชะลอตัว ซึ่งมาจากแรงส่งในเรื่องมาตรการทางเศรษฐกิจที่ลดลงภายหลังจากที่มีการยุบสภาฯ ขณะที่ระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและรายได้ที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ยากที่จะพึ่งพาการบริโภคของประชาชนมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก

    ขณะที่การจัดทำงบประมาณปี 2570 จะมีความล่าช้า เนื่องจากในปี 2569 เป็นปีที่มีการเลือกตั้ง ทำให้การจัดทำพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 มีความล่าช้าเนื่องจากต้องรอ ครม.ชุดใหม่เข้ามาทำงบประมาณต่อ การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 จะสามารถเบิกจ่ายได้ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. ซึ่งในช่วงเวลานี้จำเป็นต้องอาศัยการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ และการลงทุนของรัฐวิสาหกิจเพื่อให้มีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

    และ 5.ความเสี่ยงเรื่องภัยพิบัติที่มีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งปัจจัยนี้มาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายหลักที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเป็นแรงกดดันต่องบประมาณของประเทศ เนื่องจากต้องใช้วงเงินในการจ่ายเยียวยาภัยธรรมชาติปีละประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท ดังนั้นการลงทุนในเรื่องระบบน้ำของประเทศ และการหาระบบการประกันภัยที่เหมาะสมให้กับประเทศ จึงถือว่ามีความจำเป็นในระยะต่อไป

    ทั้งนี้ประเด็นเรื่องของการบริหารจัดการน้ำที่เป็นโครงการลงทุนในระยะยาวจะมีความจำเป็นมากขึ้นเพื่อให้สามารถลดภาระงบประมาณในการเยียวยาในระยะยาว โดยต้องเริ่มต้นมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เช่น โครงการคลองระบายน้ำเพื่อตัดยอดน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ หรือโครงการที่ตัดยอดน้ำในพื้นที่เจ้าพระยาตอนบน เช่น คลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก-อ่าวไทย เพราะหากไม่ลงทุนโครงการลักษณะนี้จะกลายเป็นภาระงบประมาณที่ซ้ำซาก และทำให้หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงจากการกู้ยืมมาซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมความเปราะบางของครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติด้วย

    ตั้งเป้า 3 ปีเข้าเป็นสมาชิก OECD 

    เลขาธิการ สศช.ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ของประเทศไทยในปัจจุบันมีความคืบหน้าสำคัญ โดยไทยได้ยื่นแสดงเจตจำนง (Initial Memorandum – INM) ไปเรียบร้อยแล้ว และได้เข้าสู่ขั้นตอนการตรวจทานด้านเทคนิค (Technical Review) ซึ่งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ของ OECD จะเข้ามาตรวจสอบข้อมูลและหาข้อเท็จจริง (Finding) ภายในประเทศ เพื่อประเมินมาตรฐานและจัดทำข้อเสนอแนะในการปรับปรุงด้านต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์สากล

    โดยหัวใจสำคัญของการเข้าเป็นสมาชิกคือความรวดเร็วในการ ปิดช่องว่าง (Close Gap) ตามคำแนะนำของ OECD ซึ่งครอบคลุมทั้งการปรับปรุงกฎระเบียบ ขั้นตอนการทำงาน และการแก้ไขกฎหมายที่จำเป็น โดย สศช. ได้มีการประสานงานกับทางสภาเพื่อเตรียมความพร้อมในการเร่งรัดกระบวนการทางกฎหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าหมายจะเข้าเป็นสมาชิกให้ได้เร็วขึ้นคือภายใน 3  ซึ่งถือว่ารวดเร็วเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยสากลที่ 5 ปี โดยปัจจุบันในอาเซียนมีเพียงอินโดนีเซียที่อยู่ในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกเช่นเดียวกับไทย

    “การเข้าเป็นสมาชิก OECD เปรียบเสมือนการที่ประเทศไทยได้รับ ใบรับรองมาตรฐาน ISO ในระดับประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการทำงานทุกภาคส่วนให้เป็นสากลและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันระดับโลก นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกปัจจุบันทั้งในยุโรปและเอเชีย เช่น อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย และอังกฤษ ต่างให้การสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ เนื่องจากต้องการเห็นประเทศจากภูมิภาคเอเชียเข้าไปมีบทบาทในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกผ่านองค์การนี้มากขึ้น” นายดนุชา กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1215098&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1f05syb8gPchpc_wfnb-12

  • เปิดจำนำทรัพย์ฟรีดอกเบี้ย 3 เดือน รัฐช่วยเพิ่มสภาพคล่องต้นปี

    เปิดจำนำทรัพย์ฟรีดอกเบี้ย 3 เดือน รัฐช่วยเพิ่มสภาพคล่องต้นปี

    นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) ในฐานะหน่วยงานภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ขานรับนโยบายของรัฐบาล มุ่งเน้นให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียม 

    ขอเชิญชวนประชาชนใช้บริการจำนำทรัพย์ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน วงเงินจำนำ ไม่เกิน 5,000 บาท  1 คน 1 สิทธิ์ต่อ 1 รอบตั๋วจำนำ สามารถใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 

    ทั้งนี้ เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่อง รับต้นปีแบบสบายใจ โปร่งใส และเป็นธรรม

    “สำนักงานธนานุเคราะห์  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมดูแลประชาชนทุกคน ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้บริการไดั ณ  สถานธนานุเคราะห์ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และสาขาส่วนภูมิภาค ในพื้นที่ที่ประชาชนสะดวก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/648163&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LVqzQ6RshQKbac8_9-uzc

  • “ณัฐพงษ์” ลุยเมืองหลวงเสื้อแดง  ขอแรงหนุนพรรคประชาชน เลือกพรรคสีส้มทั้งสองใบ


    แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน ลุยอุดรธานี เมืองหลวงเสื้อแดง มั่นใจจุดยืนประชาธิปไตย–นโยบายตอบโจทย์ทุกกลุ่ม ขอเลือกพรรคสีส้มทั้งสองใบ ดันรัฐบาลประชาชน

    นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี พบปะประชาชนและขอเสียงสนับสนุน โดยย้ำความเชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนหรือพรรคสีส้มมีจุดเด่นรอบด้าน ทั้งจุดยืนประชาธิปไตยที่มั่นคง นโยบายที่ออกแบบมาเพื่อประชาชนทุกกลุ่ม ผู้สมัคร สส. ที่มีศักยภาพ และทีมบริหารที่ทำงานได้จริง

    นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อุดรธานีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งแหล่งธรรมชาติอย่างป่าคำชะโนด ทะเลบัวแดง อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท แหล่งศาสนาสำคัญ เช่น วัดป่าภูก้อน วัดโพธิสมภรณ์ รวมถึงแหล่งวัฒนธรรมอย่างพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง ศาลเจ้าปู่ย่า และแหล่งเศรษฐกิจอย่างตลาดกลางคืนยูดีทาวน์ พร้อมย้ำว่าแม้จะมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากมาย แต่เสียงของประชาชนคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของพรรค

    สำหรับนโยบายท่องเที่ยว พรรคประชาชนเสนอ “เที่ยวไทยได้ทุกเดือน” ผ่านกลไกร่วมจ่าย ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามจริงสูงสุด 500 บาทต่อวัน รวมไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อทริป รับสิทธิปีละ 1 ครั้ง พร้อมระบบหมุนเวียนเมืองรองทุก 4 เดือน เพื่อกระจายจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีแผนสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่แบบ Man-Made Destination เมกะโปรเจกต์มูลค่า 5,000–10,000 ล้านบาท อย่างน้อย 5 แห่งภายใน 4 ปี และสนับสนุนงบ 200 ล้านบาทต่อเมืองรอง ให้ชุมชนร่วมออกแบบแหล่งท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์พื้นที่

    ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนอุดรธานี โดยผลักดันเกษตรสมัยใหม่ ลดการเผา ใช้เทคโนโลยี ผ่านนโยบาย “12 คูปองเกษตร” ครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แก้ปัญหาฐานราก และยกระดับมาตรฐาน การแปรรูป และทักษะเกษตรกร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/39157&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MDwPemTWBcemmpqRHukzY

  • มหาวิทยาลัยชั้นนำจากอังกฤษ3แห่ง  ขนหลักสูตรแห่งอนาคตแลนดิ่งที่อีอีซี-กทม.

    มหาวิทยาลัยชั้นนำจากอังกฤษ3แห่ง ขนหลักสูตรแห่งอนาคตแลนดิ่งที่อีอีซี-กทม.

    Economics

    05 ม.ค. 2026 เวลา 5:21 น.

    ประเทศอังกฤษ นับเป็นแหล่งการศึกษาที่มีคุณภาพมาอย่างยาวนาน และยังคงใช้ประสบการณ์ในอดีตมาเชื่อมต่อกับโลกอนาคตจนสามารถยืนระยะเป็นผู้จัดการด้านการศึกษาที่ดีแห่งหนึ่งของโลก

    ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนประชากรลดลงจากปัญหาอัตราการเกิดน้อย จำนวนผู้สูงวัยมากขึ้น การพัฒนาเชิงคุณภาพประชากรจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้สอดรับกับการยกระดับด้านอุตสาหกรรมและการหารายได้ของประเทศทำให้การพัฒนาการศึกษาแบบทางลัดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

    ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 23 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศจัดการศึกษาในประเทศไทย (Global Link Institute) ตามความในข้อ 4 แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 29/2560 ลงวันที่ 26 พ.ค. 2560 ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ

    ตามที่ บริษัท โกลบอล เอ็ดดูเคชั่นแนล เอ็กเซลเลนซ์ จำกัด (ผู้ยื่นคำขอ) ได้มีหนังสือถึงสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ (คพอต.)นั้น  เพื่อยื่นคำขอ จัดตั้งมหาวิทยาลัยตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ (คำสั่งหัวหน้า คสช.) ในชื่อมหาวิทยาลัยโกลบอลลิงก์ (Global Link University)

    โดยจะนำหลักสูตรของมหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักร 3 แห่ง ได้แก่ University of Manchester University of Birmingham และ University of Reading มาจัดการศึกษาในประเทศไทย (ไทย) ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในไทย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาตรี จำนวน 3 หลักสูตร และระดับปริญญาโท จำนวน 4 หลักสูตร

    ประกอบด้วย University of Manchester  จัดการหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีชีวภาพกับการเป็นผู้ประกอบการ

    และหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีชีวภาพและการประกอบการ

         University of Birmingham  จัดการหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจและการจัดการการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ

    หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ  หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการตลาด

         University of Reading  จัดการหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจและการจัดการแบบบูรณาการหลักสูตรปรับพื้นฐาน

    หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการ

         ทั้งนี้ ในการประชุม คพอต. ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2568 ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคำขอได้เสนอจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศในไทยตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ฯ และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2560 เรื่อง หลักเกณฑ์ รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ (หลักเกณฑ์ฯ) ได้แก่ University of Manchester University of Birmingham และ University of Reading ได้รับการรับรอง ในสาขาวิชาจากการจัดอันดับของ Quacquarelli Symonds และ Times Higher Education 

            มีการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่เป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อการพัฒนาไทยตามประกาศ คพอต. เรื่อง การกำหนดศาสตร์วิทยาการและสาขาวิชาที่เป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศที่สถาบันอุดมศึกษามีศักยภาพสูงจากต่างประเทศสามารถจัดการศึกษาในไทย 

            มีการจัดการศึกษาในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) และกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าวกำหนดให้การดำเนินการจัดการศึกษาในไทยต้องไม่ทำให้เกิดองค์กร ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชนในเรื่องสถานะความเป็นสถาบันอุดมศึกษาและต้องไม่ใช้คำว่ามหาวิทยาลัย (University) เป็นส่วนหนึ่งของชื่อ ทั้งนี้ อาจใช้คำว่า Center หรือ Academy หรืออื่น ๆ แทน

           “ ดังนั้น คพอต. จึงมีมติอนุมัติให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ (Global Link University) จัดการศึกษาในไทย ตามความในข้อ 4 แห่งคำสั่งหัวหน้า คสช.ฯ ภายใต้ชื่อ Global Link Institute แทน”

    ทั้งนี้  คาดว่าประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินการ เช่น ส่งเสริม สนับสนุนเละพัฒนาระบบการศึกษาของไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล สามารถตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศในด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะในบริบทของ EEC สร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูง พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเป้าหมายในไทย เช่น หลักสูตรด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เพื่อรองรับการแพทย์สมัยใหม่

     หลักสูตรด้านการจัดการธุรกิจและการเงินเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการ และหลักสูตรด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการตลาดดิจิทัลซึ่งเป็นทักษะสำคัญในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล 

    สามารถช่วยยกระดับศักยภาพของสถาบันอุดมศึกษาไทยผ่านกระบวนการร่วมสอน (Co-teaching) การพัฒนาหลักสูตรร่วมกันและการทำวิจัยในระดับสากล เกิดโครงสร้างถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เอื้อต่อการยกระดับมาตรฐานวิชาการของคณาจารย์และสถาบันอุดมศึกษาไทยอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการขยายโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร ความรู้ และเครือข่ายวิชาชีพระดับโลก อันจะนำไปสู่การพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับภูมิภาคอาเซียน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1214429&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0D7ZwqnyXG4tYXBlTtLEKX

  • ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีสิงห์

    ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีสิงห์

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีสิงห์ ราศีธาตุไฟ ที่มีดาวอาทิตย์ ดาวธาตุไฟเช่นกันเป็นเจ้าราศี ที่บอกถึงความสนุกสนาน ร่าเริง มีชีวิตชีวา ชีวิตคือการต่อสู้ ถึงจะสู้อย่างเคร่งเครียดเอาจริงเอาจัง แต่ชาวราศีสิงห์ก็สนุกที่จะสู้ด้วย

    การเงิน หากจะหารายได้เพิ่มเติม ก็อยู่ในเกณฑ์ดี และวันที่ 5-6 อาจได้โชคมีลาภ แต่เป็นระยะที่ “ทำมาหาได้ให้ผู้อื่น” มากกว่า ซึ่งหากไม่ตั้งสติให้ดี ๆ ก็อาจทำให้สูญเสียเงินจำนวนมากได้

    การงาน ผลประโยชน์ขัดกัน โดยเฉพาะกับกิจการที่มีหุ้นส่วน ที่ควรระวังว่าหากไม่โปร่งใส ก็อาจถูกหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจ ที่จะนำไปสู่การทะเลาะวิวาท จนแตกหักกัน ฉีกสัญญาหุ้นส่วน รวมถึงอาจถูกฟ้องร้อง เป็นคดีความ ที่จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้

    ความรัก เงินทองของบาดใจ ที่ควรระมัดระวัง และ รอบคอบ ที่จะใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เปย์ไม่อั้น รวมถึงให้มิตรสหายกู้ยืมเงินอย่างง่าย ๆ เพราะอาจทำให้ทะเลาะวิวาทกับคู่ครองจนบ้านแตกได้ สำหรับคนโสด อยู่ในระยะการสังสรรค์ เฮฮา ปาร์ตีกับมิตรสหาย อาจทำให้พบรัก เจอใครบางคนที่จะทำให้หลงใหล คลั่งไคล้ แต่ก่อนจะทุ่มเทให้ทั้งหมดที่มี ก็ควรตั้งสติให้ดี ๆ เพราะเขา/เธอ ผู้นั้น แค่ผ่านมาผ่านไป!      

    ครอบครัว อย่าประมาท เงินทองของมีค่า อาจสูญหาย บริวาร คนรับใช้ที่เป็นสตรี อาจก่อเรื่อง ทำให้เดือดร้อน เสียหายได้ ซึ่งวันที่ 5-6 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 14 มกราคม ดาวอาทิตย์ ขุมพลังแห่งจักรวาล และที่เป็นดาวประจำตัวของชาวราศีสิงห์ จะโคจรมาสถิต ณ เขตราศีธนู ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ..เล็ง! อย่างมีเป้าหมายอย่างชัดเจน แล้วถึงจะลงมือกระทำ กับการเริ่มต้นใหม่ ทั้งเรื่องการศึกษา กีฬา หรือกับงาน ภารกิจใด ๆ ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะนำลาภ ผลสำเร็จมาให้ได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/320063/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hYEckLyKhLy4sQkrBQC1R

  • ‘ยศชนัน-สุริยะ’ สวมเสื้อเบอร์ 9 นำทีมเพื่อไทยพร้อม ‘บุณยกร’ ผู้สมัคร สส.กทม.เบอร์ 4 เขต 4 ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย เยี่ยม ‘ครูประทีป’ พบปะประชาชน

    ‘ยศชนัน-สุริยะ’ สวมเสื้อเบอร์ 9 นำทีมเพื่อไทยพร้อม ‘บุณยกร’ ผู้สมัคร สส.กทม.เบอร์ 4 เขต 4 ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย เยี่ยม ‘ครูประทีป’ พบปะประชาชน

    ‘ยศชนัน-สุริยะ’ สวมเสื้อเบอร์ 9 นำทีมเพื่อไทยพร้อม ‘บุณยกร’ ผู้สมัคร สส.กทม.เบอร์ 4 เขต 4 ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย เข้าเยี่ยม ‘ครูประทีป’ พร้อมพบปะประชาชน ชูนโยบายบ้านเพื่อคนไทย-เชื่อมขนส่งกับชุมชน-ยกเครื่องอาชีวะ-เมืองที่เท่าเทียม เพื่อคนชุมชนคลองเตย

    วันที่ 4 ม.ค 2569 ที่มูลนิธิดวงประทีป ‘ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ แคนดิเดตนายกฯ และ ‘นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ’ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย นำคณะพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและพบปะประชาชนในชุมชนคลองเตย พร้อมแนะนำ ‘นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์’ ผู้สมัคร สส.กทม. เบอร์ 4 เขต 4 คลองเตย-วัฒนา

    โดย นายยศชนัน ได้นำทีมพรรคเพื่อไทย เข้าเยี่ยม ‘นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ’ หรือ ‘ครูประทีป’ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป ท่ามกลางประชาชนที่มารอต้อนรับทีมเพื่อไทย โดยมอบดอกไม้และให้กำลังใจทีมพรรคเพื่อไทย

    ทั้งนี้คณะพรรคเพื่อไทยได้ร่วมรับฟังเสียงสะท้อนจากตัวแทนชุมชน โดยมีข้อเสนอให้แก้ไขทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย,ปัญหาการเข้าถึงการบริการด้านสาธารณสุข รวมถึงปัญหาด้านคมนาคม และปัญหาการศึกษา

    นายยศชนัน กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยเรามีหัวใจคือประชาชน ยืนยันว่าจะทำตามข้อเรียกร้องของประชาชน และผลิตนโยบายออกมาให้เติมเต็มกับความต้องการของประชาชน 

    ในส่วนเรื่องการศึกษา ถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยพรรคเพื่อไทยจะผลักดันในเรื่องอาชีวะสร้างชาติ และแหล่งการศึกษาใกล้บ้าน ยืนยันว่าเด็กไทยอยากเรียนต้องได้เรียน

    นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยจะให้คนเข้าถึงการเรียนรู้เรื่อง AI ถ้าวันนี้เราไม่มีความรู้เรื่อง AI จะมีความเสี่ยงตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ได้

    อย่างไรก็ดีพรรคเพื่อไทยจะสร้างเมืองที่เท่าเทียม หรือ Universal Design ผ่านการผลักดัน พ.ร.บ. การออกแบบที่เป็นสากล เพื่ออำนวยให้คนพิการหรือคนสูงวัยเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

    ขณะที่การเข้าถึงการบริการสาธารณสุข นอกเหนือจากข้อเสนอเพิ่มเครื่องฟอกไต พรรคเพื่อไทยจะมีนโยบายที่อำนวยความสะดวกผู้ป่วยทุกโรคให้เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

    “วันนี้ทีมนโยบายในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเรามากันหลายคน ซึ่งหลายคนเขียนนโยบายดีๆได้ แต่จะมีกี่คนที่เคยทำสำเร็จแบบพรรคเพื่อไทย” ยศชนัน กล่าว

    ด้านนายสุริยะ กล่าวเสริมว่าถ้าพรรคเพื่อได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยืนยันว่าเรื่องบ้านเพื่อคนไทยจะทำทันที ขณะที่การอำนวยความสะดวกเรื่องการเข้าถึงระบบสาธารณสุข จะนำเรื่องนี้ดำเนินการทันที ขณะที่เรื่องคมนาคมจะมีการผลักดันการเชื่อมต่อระบบขนส่งกับชุมชน ด้วยฟีดเดอร์และนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในทันทีเช่นเดียวกัน

    จากนั้นคณะพรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่พูดคุยทักทายกับประชาชน เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนในเรื่องต่างๆ ซึ่งช่วงหนึ่งนายยศชนัน ได้พูดคุยกับผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน และได้รับฟังปัญหาในการใช้ชีวิต จึงให้กำลังใจพร้อมจะผลักดันนโยบายเพื่อคนเปราะบางในทุกภาคส่วน โดยในช่วงท้ายของการลงพื้นที่คณะพรรคเพื่อไทยได้ร่วมกันเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชนที่ศาลเจ้าพ่อพระประแดง 

    สำหรับทีมพรรคเพื่อไทยที่ร่วมคณะลงพื้นที่ ประกอบไปด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ , นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ, นายชนินทร์ รุ่งธนเกีรยติ รองเลขาธิการฯ และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ, นายดนุพร ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรค และ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นางสาวธีราภา ไพโรจน์กุล ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ, นางญาณิกา เทียนทอง ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ, นายประเมศฐ์ พิชญ์พันธ์เดชา ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ, นายพีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ, น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ, ผู้สมัคร สส.กทม.เบอร์ 2 เขต 3

    ยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกรยศชนัน สุริยะ คลองเตย พรรคเพื่อไทย บุณยกร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://voicetv.co.th/read/4Je476m6P&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0n_A-0kR2TtoRi9hG-d4Sa

  • ทบ. แจงปมกัมพูชากล่าวหาไทยยึดครองพื้นที่ ยัน เป็นการจัดระเบียบพื้นที่ในเขตไทย | เดลินิวส์

    ทบ. แจงปมกัมพูชากล่าวหาไทยยึดครองพื้นที่ ยัน เป็นการจัดระเบียบพื้นที่ในเขตไทย | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 4 ม.ค. พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (โฆษก ทบ.) กล่าวชี้แจงกรณีกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชายื่นหนังสือประท้วงฝ่ายไทย โดยระบุว่าไทยเข้าไปยึดครองพื้นที่ซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชาใน 4 จังหวัด ว่า ยืนยันว่าฝ่ายไทยไม่ได้เข้าไปยึดครองพื้นที่ในเขตแดนของกัมพูชา ทุกพื้นที่ที่ฝ่ายไทยเข้าควบคุมดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ ล้วนอยู่ในเขตดินแดนประเทศไทย ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายสิบปี ฝ่ายกัมพูชาอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนในแนวตำแหน่งเส้นเขตแดนในหลายพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา 

    พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า จึงทำให้ฝ่ายกัมพูชาได้มีการรุกล้ำเขตแดนไทย ด้วยการเข้ามาวางกำลังและตั้งฐานทหาร รวมถึงในบางพื้นที่มีการสนับสนุนให้มีการตั้งอาคารบ้านเรือนและชุมชนพลเรือนรุกล้ำเข้ามาในเขตดินแดนฝั่งไทยหลายจุดหลายพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายไทยได้เคยยื่นประท้วงฝ่ายกัมพูชามานับร้อยครั้งผ่านกลไกบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU 2543 (เอ็มโอยู 2543)

    พล.ต.วินธัย กล่าวย้ำว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยในปัจจุบัน อยู่ในขอบเขตอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน เชื่อว่าฝ่ายกัมพูชาได้ทำการรุกล้ำพื้นที่บางจุดของไทยมาเป็นเวลานาน จนเข้าใจผิดและคุ้นชินคิดไปเองว่าพื้นที่เหล่านี้อยู่ในเขตแดนของกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันฝ่ายกัมพูชายอมรับความจริงว่า พื้นที่ดังกล่าวแท้จริงแล้วคือเขตอธิปไตยของไทย มิใช่ดินแดนของฝ่ายกัมพูชาตามที่กล่าวอ้าง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5467961/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-qc43EGKe4V7QbtiPQCWx

  • เปิดขุมทรัพย์พลังงาน น้ำมันดิบสำรองกว่า 3 แสนล้านบาร์เรลในเวเนซุเอลา | เดลินิวส์

    เปิดขุมทรัพย์พลังงาน น้ำมันดิบสำรองกว่า 3 แสนล้านบาร์เรลในเวเนซุเอลา | เดลินิวส์

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่าข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานสหรัฐ (อีไอเอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน ระบุว่า เวเนซุเอลาถือครองทรัพยากรน้ำมันดิบมหาศาลถึง 303,000 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลก มากกว่าซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

    ทั้งนี้ น้ำมันดิบที่พบในเวเนซุเอลานั้นเป็นประเภท “น้ำมันดิบหนักและมีกำมะถันสูง” ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรพิเศษและเทคโนโลยีขั้นสูงในกระบวนการผลิต

    แม้สหรัฐเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน แต่ผลผลิตส่วนใหญ่เป็นประเภท “น้ำมันดิบเบาและมีกำมะถันต่ำ” ซึ่งเหมาะสำหรับการผลิตน้ำมันเบนซินเป็นหลัก แต่สำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์อื่น เช่น น้ำมันดีเซล ยางมะตอย และเชื้อเพลิงสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมหรือเครื่องจักรหนัก จำเป็นต้องใช้น้ำมันดิบชนิดหนักจากเวเนซุเอลาเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระบวนการกลั่น

    ปัจจุบัน เวเนซุเอลามีแหล่งน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้ว ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่รายงานระบุว่า ศักยภาพดังกล่าวยังไม่ได้รับการนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยเวเนซุเอลาผลิตน้ำมันได้เพียงประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นเพียง 0.8% ของกำลังการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลกเท่านั้น

    รายงานของอีไอเอระบุด้วยว่า มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศต่อรัฐบาลเวเนซุเอลาและวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรง คือสาเหตุหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศถดถอย แต่อีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือการขาดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และการขาดการซ่อมบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ.

    เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5468895/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cIfvPLjWgP94r7dXt4mLU

  • ‘ยศชนัน’ควง‘สุริยะ’ นำทีม‘เพื่อไทย’บุกคลองเตย รับฟังปัญหาปชช.

    ‘ยศชนัน’ควง‘สุริยะ’ นำทีม‘เพื่อไทย’บุกคลองเตย รับฟังปัญหาปชช.

    วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.45 น.

    “ยศชนัน”ควง”สุริยะ” นำทีม”เพื่อไทย”บุกคลองเตย รับฟังปัญหาปชช. ด้านชาวบ้านเสนอขอดันนโยบายบ้านเพื่อคนคลองเตย ขณะที่”สุริยะ”รับลูกหากเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลสามารถทำได้จริง ด้านชาวบ้านอวยพร”ยศชนัน”ขอให้สำเร็จ แซว”ดังไว” ดูทุกวันติดตามตั้งแต่สมัย”ทักษิณ”

    เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 4 มกราคม 2569 ที่มูลนิธิดวงประทีป เขตคลองเตย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย , นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี , นายจักรพงษ์ แสงมณี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ , นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ , นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ , น.ส.ธีราภา ไพโรจน์กุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ , นายประเมศฐ์ พิชญ์พันธ์เดชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ , นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ที่ปรึกษารองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายพีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วย น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 4 หาเสียง และรับฟังปัญหาจากชาวบ้านในพื้นที่

    โดยเมื่อนายยศชนัน เดินทางมาถึง ได้เดินทักทายกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับ และรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ช่วงหนึ่งมีการขึ้นสไลด์​ฉายภาพถึงแนวทางการเวรคืนที่ดิน​ สอดรับกับนโยบายเอ็นเตอร์เทน​เมนต์​คอมเพล็กซ์​ ซึ่งอาจใช้คลองเตยเป็นสถานที่​ตั้ง แต่ท้ายที่สุดก็ถูกพับไปแล้ว​ พร้อมเสนอข้อเสนอแบ่งที่ดิน​ 20% ของท่าเรือคลองเตย​ จากการศึกษาใน​ 3 รูปแบบในการทำชุมชนสร้างใหม่​ พร้อมระบุว่า หากพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจให้จัดตั้งรัฐบาล​ ขอให้แบ่งที่ดินของการท่าเรือมาสร้างเมืองใหม่ให้คนจน​ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อย่างชัดเจน รวมถึงการต่อสู้เรื่องที่อยู่อาศัยของชาวคลองเตยที่มีมาอย่างยาวนาน เพราะเวลาคือโอกาสที่จะเห็นว่าประเทศไทยเสียเวลาเรื่องความขัดแย้งกับการพัฒนามาอย่างยาวนาน และเรื่องที่อยู่อาศัยลูกหลานก็จะเสียอนาคตไปด้วย

    ตัวแทนชาวบ้าน​ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับประชาชนชาวรากหญ้ามากที่สุด​ เช่นโครงการบ้านเอื้ออาทร​ และโครงการบ้านเพื่อคนไทย​ ที่ต้องยอมรับไอเดียในการใช้ที่ดินการรถไฟมาสร้าง​ ถือเป็นโครงการที่ดีที่สุด​ หลังจากนี้จะเป็นโจทย์ของพรรคเพื่อไทยว่าทำอย่างไรก็ได้ให้นำโครงการ “บ้านเพื่อคนคลองเตย” เข้าไปบรรจุในนโยบายของรัฐบาล เพราะคนคลองเตยอยากมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง เราไม่ได้แบมือขอ แต่มีแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โดยรัฐบาลไม่ต้องออกเงินสักบาท เพียงแต่ขอแบ่งปัน 20% ของที่ดินทั้งหมดมาพัฒนาตนเอง

    ขณะที่ปัญหาด้านการสาธารณสุข​ ตัวแทนชาวบ้านสะท้อนว่า อยากให้มีศูนย์ล้างไตในคลองเตย​ หรือสนับสนุนเครื่องมือล้างไตในพื้นที่​ รวมถึงการขยายโรงพยาบาล​ และสร้างศูนย์กายภาพ​ แม้ว่าจะมีประชาชนอาศัยในพื้นที่จำนวนมาก แต่กลับไม่มีบริการรถขนส่งสาธารณะ​ และคาดว่ารัฐบาลที่มาจากพรรคนี้จะช่วยให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น​

    ส่วนปัญหาด้านการศึกษา​ ตัวแทนชาวบ้านสะท้อนว่า ในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กกลุ่มเปราะบาง ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่การศึกษาก็จำเป็น ฉะนั้น จึงควรมีโรงเรียนอาชีวะในพื้นที่​ เนื่องจากกว่าร้อยละ​ 80 เด็กส่วนใหญ่เรียนสายอาชีพ และเชื่อว่าการศึกษาจะสามารถนำพาชีวิตไปสู่อนาคตได้​ พรรคเพื่อไทยอย่างไรหัวใจก็คือประชาชน ขณะเดียวกันที่หลายคนบอกว่าการเมืองกินไม่ได้​ แต่ตนคิดว่าตั้งแต่ 20 ปีที่​ผ่าน​มา ในปี​ 2547 การเมืองนั้นกินได้คือตั้งแต่มีนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ในตอนนั้น ตนจึงเข้าใจ

    สำหรับปัญหาด้านการเดินทาง ตัวแทนชาวบ้านสะท้อนว่า รถเมล์อยู่ดีคืนดีสาย 72 ก็หายไป ไม่เคยแจ้งประชาชนว่าจะไม่วิ่ง ทำให้ประชาชนลำบาก อยากให้เอารถเมล์สาย 72 กลับมาได้หรือไม่ ในช่วงเช้าหรือเย็นที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้รถ อยากให้รถกลับมาวิ่งได้หรือไม่

    ด้าน นายสุริยะ​ กล่าวว่า​ ตั้งแต่มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้ นางมนพร​ เจริญ​ศรี​ ผู้สมัคร สส.นครพนม ในฐานะอดีตรัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​คมนาคม เข้ามาดูแล ซึ่งมี 3 เรื่องที่ทางประชาชนเสนอมา​ เรื่องที่อยู่อาศัยตนคิดว่าข้อเสนอต่างๆ อยากให้เอกชนมาก่อสร้าง เรื่องนี้หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนยืนยันว่าจะทำให้เป็นจริง​ ส่วนเรื่องการรักษาพยาบาล ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าพรรคเพื่อไทยตั้งแต่เริ่มทำ 30 บาทรักษาทุกโรค ต้องรักษาได้ทุกที่​ เพื่อให้นโยบายเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนทั่วประเทศ

    นายสุริยะ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอแนะในการสร้างศูนย์กายภาพ หรือศูนย์ล้างไต​ ตนคิดว่าหากได้รับการเลือกตั้งเข้ามาพร้อมทำทันที​ ขณะที่เรื่องที่อยู่อาศัย บ้านเพื่อคนไทย เมื่อเป็นคนไทยก็ต้องมาสนองโครงการบ้านเพื่อคนไทย และความเป็นไปได้​ แต่ที่ผ่านมาเรามีการทำที่อยู่อาศัยตามเส้นทางรถไฟ แต่ในเมื่อชาวคลองเตยไม่มีที่อาศัย ก็จะสามารถดัดแปลงทำโครงการนี้ ส่วนเรื่องการเดินทางเห็น ป้ายหาเสียงรถไฟฟ้า 20 บาท​ รถเมล์ติดแอร์ 10 บาท​ หรือไม่​ ต่อไปนี้เราจะมีรถเมล์ติดแอร์ ส่งไปถึงรถไฟฟ้า ซึ่งจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่าย เรื่องที่สำคัญที่สุด พรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยกันและจะทำให้คนไทยหายจน หากประกาศออกมาก็เชื่อว่าประชาชนชาวคลองเตยจะปรบมือให้กับพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน

    โดย นาย​ยศชนัน กล่าวว่า​ พรรคเพื่อไทยหัวใจประชาชน อย่างไรก็ต้องทำให้อยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ 2​ เรื่อง​คือ​ การศึกษาและสาธารณสุข ซึ่งเรารับไว้ทั้งหมด​ ทั้งนี้ นอกจากเรื่องโรคไตแล้ว จะมีเรื่องโรคหัวใจและมะเร็งด้วย บางคนเป็นผู้ป่วยติดเตียงบางคนต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียง ขอให้รอนิด วันที่ 8 มกราคม นี้ ตนจะเปิดนโยบาย ขอให้จองที่แถวหน้าได้เลย ตนจะเป็นคนประกาศเอง

    ขณะที่เรื่องการศึกษา จะทำโครงการส่งเสริมอาชีวศึกษา ที่จะต้องไประดับโลกให้ได้และกลับมาสร้างอาชีพให้กับคนไทย ซึ่งมีหลายแนวทางที่จะทำได้ แต่สิ่งสำคัญที่จะพยายามเน้นย้ำคือการเข้าถึงของเอไอ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่เราจพพยายามทำให้คนไทย 1 ใน 3 สามารถเข้าถึงได้ โดยเน้นไปที่การสอนให้ใช้เป็นผ่านฐานข้อมูลของรัฐบาล​ และหากไม่มีความรู้ในเรื่องนี้อาจโดนคนอื่นหลอก จึงจำเป็นต้องให้ทุกคนเข้าถึงให้ได้มากที่สุด คู่ขนานไปกับการศึกษาที่ดี เด็กไทยอยากเรียนต้องได้เรียน และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ตนต้องเดินออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยและมาทำในเรื่องนี้ เพราะอยู่ในจิตวิญญาณ

    “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนโยบาย ใครก็เขียนได้ แต่จะมีสักกี่คนที่เคยทำนโยบายให้สำเร็จ และหลายคนนั่งอยู่ตรงนี้แล้ว วันนี้พร้อมทันที หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สาย 72 มาแน่ไม่ต้องห่วง ไม่ว่าจะเกิดที่ไหน หรืออยู่ที่ไหน วันนี้พรรคเพื่อไทยเราส่งผู้สมัครครบ บวกลบนิดหน่อย และขอฝาก น.ส.บุณยกร ด้วย หากเราอยากให้ชีวิตคนไทยกินดีอยู่ดีไม่ว่าจะคนเด็ก คนแก่คนชรา ก็ต้องเท่าเทียมกัน เรามีเวลา 1 เดือน​ เลือกตั้งพรุ่งนี้เราก็พร้อม​ทำงานทันที​ หากเห็นผู้สมัครท่านไหนใส่เสื้อแบบนี้สามารถฝากชีวิต ฝากอนาคตได้​ ขออย่างเดียว 8 กุมภาพันธ์​ อย่าประมาทเลือกทั้งคนทั้งพรรค” นายยศชนัน กล่าว

    จากนั้น นายยศชนัน และคณะ ได้เดินลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงภายในชุมชน โดยช่วงหนึ่ง นายยศชนันได้แวะทักชาวบ้านที่นั่งปอกมะละกอเตรียมตำส้มตำอยู่หน้าบ้าน โดยชาวบ้านได้กล่าวอวยพรขอให้โชคดี ติดตามตั้งแต่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก่อนจะแซวนายยศชนัน ว่าดังไวเลย เพราะดูทุกวัน จนคนที่บ้านแซวว่าไม่มีอะไรดูแล้วหรือ ขอให้สำเร็จ ด้าน นายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้มารับฟังปัญหาทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย สาธารณสุขและคมนาคม ก่อนฝากผู้สมัคร ให้เลือกทั้งคนและพรรค

    – 006

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/938661&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nAYG0DLedVSCfY_jxJJJb

  • ‘สายเอเชีย-มิตรภาพ-M6’ อัมพาต เซ่นหยุดยาวปีใหม่ 2569 วันสุดท้าย แห่กลับกรุง | เดลินิวส์

    ‘สายเอเชีย-มิตรภาพ-M6’ อัมพาต เซ่นหยุดยาวปีใหม่ 2569 วันสุดท้าย แห่กลับกรุง | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครในวันสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ 2569 ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา ถนนสายเอเชีย ช่วงผ่านจังหวัดอ่างทอง มีปริมาณรถสะสมหนาแน่นเต็มพื้นที่ ตั้งแต่เขตรอยต่อ อ.ไชโย อ.เมืองอ่างทอง ไปจนถึง อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา รถเคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่งบริเวณคอสะพานและทางร่วมทางแยก โดยทำความเร็วได้เพียง 30-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

    ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ระบุว่าปีนี้เน้นกวดขันวินัยจราจร 10 ข้อหาหลักอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะ “ดื่มแล้วขับ” ซึ่งมีการตั้งเป้าจับกุมเพิ่มขึ้นจากช่วงสงกรานต์ถึง 3 เท่า หรือประมาณ 150 ราย พร้อมบังคับใช้มาตรการส่งตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดทุกกรณีหากเกิดอุบัติเหตุจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

    ขณะที่ทางฝั่งภาคอีสาน ถนนมอเตอร์เวย์ M6 (นครราชสีมา–บางปะอิน) ระยะทาง 196 กิโลเมตร พบว่ามีปริมาณรถมหาศาลตลอดทั้งคืนจนถึงช่วงบ่ายวันนี้ ส่งผลให้การจราจรบางจุดติดขัดอย่างหนัก เช่นเดียวกับ ถนนมิตรภาพ ช่วง อ.ปากช่อง ตั้งแต่หน้าฟาร์มโชคชัย ต.กลางดง ไปจนถึงเขตติดต่อ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ที่รถหนาแน่นจนเกือบเต็มความจุถนน คาดว่าปริมาณรถจะเริ่มเบาบางลงในช่วงดึก

    ด้าน พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตามจุดบริการประชาชนและจุดเสี่ยงต่าง ๆ ตลอดเส้นทางมิตรภาพและ M6 เพื่อเร่งระบายรถให้ประชาชนเดินทางกลับไปเริ่มงานในวันจันทร์นี้ได้อย่างปลอดภัยที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5468899/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13vgTrPwZS3K6mXuu2eyVg