Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เพื่อไทยถกสมาพันธ์ขนส่งฯอาสาปราบส่วยลุยตั้งกก.ระบบขนส่งทั้งระบ


    เพื่อไทย” เปิดบ้านถก “สมาพันธ์ขนส่งฯ” รับฟัง 4 ข้อเสนอเร่งด่วน ชูนโยบายปราบทุนจีนสีเทา-ยกระดับโลจิสติกส์ไทยดึงดูดการลงทุน

    นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะทำงานด้านเศรษฐกิจและผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย เปิดห้องประชุมต้อนรับตัวแทนจากสหพันธ์การขนส่งทางบกและสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายด้านคมนาคมขนส่ง โลจิสติกส์ และแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ บรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้น มีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงระบบขนส่งเพื่อลดต้นทุนและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ

    ทั้งนี้ ตัวแทนจากสมาพันธ์รถบรรทุก ได้สะท้อนปัญหาและยื่นข้อเสนอแนะเร่งด่วน 4 ประเด็นหลัก เพื่อให้พรรคเพื่อไทยนำไปพิจารณาเป็นแนวทางบริหารประเทศ ได้แก่การกระตุ้นเศรษฐกิจ : นโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาปากท้องและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม 

    ในส่วนวิกฤตพลังงาน : แนวทางการแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมันดีเซล เพื่อลดภาระต้นทุนผู้ประกอบการ  ขณะที่ ระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบ : แนวทางแก้ไขปัญหาระบบซัพพลายเชนที่ครอบคลุมทั้ง รถ-เรือ-ราง ให้มีประสิทธิภาพ

    สำหรับปัญหาทุนจีนสีเทาและคอร์รัปชัน : นโยบายในการจัดการกับธุรกิจผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหา ‘ส่วย‘ และ ‘ต้นทุนแฝง’ จากการที่ทุนต่างชาติเข้ามาทุ่มตลาดทำราคาต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งกระทบต่อผู้ประกอบการไทยโดยตรง

    นอกจากนี้ ทางสมาคมขนส่งยังได้ฝากประเด็นปัญหาหน้าด่านชายแดน โดยเฉพาะการเจรจาขนส่งสินค้าข้ามแดนไทย-ลาว ซึ่งปัจจุบันยังติดขัดเรื่องข้อกำหนดที่ไม่สามารถนำหัวรถลากจูงเข้าไปในฝั่งลาวได้ ทำให้เกิดความล่าช้าและต้นทุนเพิ่ม

    ทั้งนี้ นายยศชนัน ได้แสดงความเห็นครอบคลุมเรื่อง การบริหารเสถียรภาพราคา-พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน-ปราบปรามทุนสีเทา โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการเสถียรภาพราคาพลังงาน เพื่อลดความผันผวน ช่วยให้ภาคโลจิสติกส์สามารถวางแผนบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทั้งระบบ (ถนน-ราง-น้ำ-อากาศ) ในระยะยาว พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อขจัดการเรียกรับผลประโยชน์ (ส่วย) และตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มทุนนอกระบบ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรม

    นอกจากนี้ นายยศชนัน ได้ตอบข้อซักถามโดยเน้นย้ำว่า “เรื่องโลจิสติกส์ถือเป็นหัวใจสำคัญ หากระบบไม่ดี อุตสาหกรรมก็จะไม่เติบโตและนักลงทุนจะไม่เข้ามา ส่วนประเด็นเรื่องธุรกิจสีเทาในภาคขนส่งนั้น เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ข้อมูลว่า ‘เจ้าของที่แท้จริง’ (Beneficial Ownership) คือใคร แม้ปัจจุบันจะมีฐานข้อมูลอยู่บ้าง แต่จำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูลกับต่างประเทศเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน โดยเฉพาะการเข้ามาในรูปแบบอสังหาริมทรัพย์หรือโครงการขนาดใหญ่ที่ผิดสังเกต ต้องมีการตรวจสอบติดตามไปถึงการถือกรรมสิทธิ์ร่วม (Partial Ownership) เพื่อป้องกันการฟอกเงินและการทำธุรกิจที่เอาเปรียบคนไทย”

    ด้านนายสุริยะ กล่าวสรุปตอบรับข้อเสนอของสมาพันธ์ขนส่ง โดยยืนยันว่าแนวทางการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของสมาคมฯ สอดคล้องกับนโยบายหลักของพรรค และหากได้จัดตั้งรัฐบาลจะเร่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาระบบขนส่งทั้งระบบทันที 

    โดยในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่ผ่านมาได้ทำสำเร็จไปแล้ว ได้แก่ โครงการมอเตอร์เวย์ 11 สาย มูลค่ากว่า 3.5 แสนล้านบาท ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนารถไฟทางคู่และการผลักดัน พ.ร.บ.การขนส่งทางราง เพื่อเปิดเสรีให้เอกชนสามารถเข้ามาเป็นผู้ประกอบการเดินรถขนส่งสินค้าได้ ซึ่งจะช่วยลดการผูกขาดและลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนปัญหาการขนส่งข้ามแดนไทย-ลาวที่ติดขัดเรื่องอิทธิพลท้องถิ่นนั้น จะใช้การเจรจาระดับรัฐบาล (G2G) ในรูปแบบการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อแก้ปัญหา พร้อมกันนี้ได้ประกาศจุดยืนแข็งกร้าวเรื่องส่วยทางหลวง โดยยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เคยรับผลประโยชน์ และได้คาดโทษข้าราชการกรมทางหลวงหากมีการแอบอ้างเก็บส่วย จะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาดและเปิดสายด่วนรับเรื่องร้องเรียนเพื่อกวาดล้างปัญหาให้ลดน้อยลงที่สุด

    สำหรับคณะผู้เข้าร่วมหารือ (พรรคเพื่อไทย) ประกอบด้วย  นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย , นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ , นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และ นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/39208&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw347XMn6jJFiqvboVEYT6HC

  • ‘ไห่หนาน’ เศรษฐกิจใหม่ของจีน

    หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าร่วมข้อตกลงการค้า ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญและสร้างศูนย์กลางการค้าแบบรูปใหม่เช่นเดียวกันกับฮ่องกง

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย หวังว่า การเปลี่ยนมณฑลทางตอนใต้ของไห่หนาน ให้เป็นเขตปลอดภาษี จะกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ จากสินค้าในท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 30% จะสามารถขนส่งไปยังจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร บริษัทต่างชาติทั้งหลายจะสามารถดำเนินงานธุรกิจภาคบริการ ที่ถูกจำกัดในจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้เช่นกัน

    “จีน” กำลังมุ่งเสริมสร้างหลักฐานอ้างอิงด้านการค้าเสรี เพื่อโน้มน้าวสมาชิกทั้งหลายของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า จีนสามารถบรรลุมาตรฐานระดับสูงของกลุ่มด้านเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนได้ ผ่านโครงการนำร่องต่าง ๆ เช่น ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน

    “จีนตั้งเป้าหมายสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ให้เป็นประตูสำคัญที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่”

    บรรดาผู้นำจีน ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นการลงทุน ที่มีแนวโน้มลดลงช่วงปีหน้า ด้วยการมุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจจากการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การมุ่งเน้นทั้งการบริโภคและการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโต

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย ประเมินว่า ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้าง ที่ยอมรับผลกระทบเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ให้เศรษฐกิจจีนระยะยาว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีน ปรับลดลง 10.4%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

    “ราน กั๋ว” ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจผู้บริโภคของสภาธุรกิจจีน-อังกฤษ ระบุว่า เกณฑ์มาตรฐานคล้ายกันกับฮ่องกง ที่นอกจากจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไห่หนานแล้ว แผนนี้ควรจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและภาคการผลิตมากขึ้นด้วย โดย “ไห่หนาน” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าของจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

    ข้อมูลจากทางการจีน ระบุว่า GDP ของไห่หนาน อยู่ที่ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากับเศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 70 ของโลก ตามข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) แต่ยังน้อยกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีมูลค่า 4.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

    “ซู เทียนเฉิน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ระบุว่า โมเดลของไห่หนาน โดยพื้นฐานแล้วเสนอการเปิดเสรีอย่างมีระบบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสมผสานห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังขาดระบบกฎหมาย และการเปิดเสรีทางการเงินอย่างที่ฮ่องกง และเกาะแห่งนี้ยังต้องแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้ความสำเร็จยังไม่แน่นอน

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/column/805452&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Iq7ObknxjB3zMLviEsL4f

  • ‘ไห่หนาน’ เศรษฐกิจใหม่ของจีน

    หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าร่วมข้อตกลงการค้า ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญและสร้างศูนย์กลางการค้าแบบรูปใหม่เช่นเดียวกันกับฮ่องกง

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย หวังว่า การเปลี่ยนมณฑลทางตอนใต้ของไห่หนาน ให้เป็นเขตปลอดภาษี จะกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ จากสินค้าในท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 30% จะสามารถขนส่งไปยังจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร บริษัทต่างชาติทั้งหลายจะสามารถดำเนินงานธุรกิจภาคบริการ ที่ถูกจำกัดในจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้เช่นกัน

    “จีน” กำลังมุ่งเสริมสร้างหลักฐานอ้างอิงด้านการค้าเสรี เพื่อโน้มน้าวสมาชิกทั้งหลายของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า จีนสามารถบรรลุมาตรฐานระดับสูงของกลุ่มด้านเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนได้ ผ่านโครงการนำร่องต่าง ๆ เช่น ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน

    “จีนตั้งเป้าหมายสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ให้เป็นประตูสำคัญที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่”

    บรรดาผู้นำจีน ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นการลงทุน ที่มีแนวโน้มลดลงช่วงปีหน้า ด้วยการมุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจจากการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การมุ่งเน้นทั้งการบริโภคและการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโต

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย ประเมินว่า ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้าง ที่ยอมรับผลกระทบเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ให้เศรษฐกิจจีนระยะยาว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีน ปรับลดลง 10.4%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

    “ราน กั๋ว” ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจผู้บริโภคของสภาธุรกิจจีน-อังกฤษ ระบุว่า เกณฑ์มาตรฐานคล้ายกันกับฮ่องกง ที่นอกจากจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไห่หนานแล้ว แผนนี้ควรจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและภาคการผลิตมากขึ้นด้วย โดย “ไห่หนาน” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าของจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

    ข้อมูลจากทางการจีน ระบุว่า GDP ของไห่หนาน อยู่ที่ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากับเศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 70 ของโลก ตามข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) แต่ยังน้อยกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีมูลค่า 4.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

    “ซู เทียนเฉิน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ระบุว่า โมเดลของไห่หนาน โดยพื้นฐานแล้วเสนอการเปิดเสรีอย่างมีระบบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสมผสานห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังขาดระบบกฎหมาย และการเปิดเสรีทางการเงินอย่างที่ฮ่องกง และเกาะแห่งนี้ยังต้องแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้ความสำเร็จยังไม่แน่นอน

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/column/805452&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Iq7ObknxjB3zMLviEsL4f

  • ‘ไห่หนาน’ เศรษฐกิจใหม่ของจีน

    หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าร่วมข้อตกลงการค้า ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญและสร้างศูนย์กลางการค้าแบบรูปใหม่เช่นเดียวกันกับฮ่องกง

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย หวังว่า การเปลี่ยนมณฑลทางตอนใต้ของไห่หนาน ให้เป็นเขตปลอดภาษี จะกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ จากสินค้าในท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 30% จะสามารถขนส่งไปยังจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร บริษัทต่างชาติทั้งหลายจะสามารถดำเนินงานธุรกิจภาคบริการ ที่ถูกจำกัดในจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้เช่นกัน

    “จีน” กำลังมุ่งเสริมสร้างหลักฐานอ้างอิงด้านการค้าเสรี เพื่อโน้มน้าวสมาชิกทั้งหลายของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า จีนสามารถบรรลุมาตรฐานระดับสูงของกลุ่มด้านเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนได้ ผ่านโครงการนำร่องต่าง ๆ เช่น ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน

    “จีนตั้งเป้าหมายสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ให้เป็นประตูสำคัญที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่”

    บรรดาผู้นำจีน ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นการลงทุน ที่มีแนวโน้มลดลงช่วงปีหน้า ด้วยการมุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจจากการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การมุ่งเน้นทั้งการบริโภคและการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโต

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย ประเมินว่า ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้าง ที่ยอมรับผลกระทบเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ให้เศรษฐกิจจีนระยะยาว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีน ปรับลดลง 10.4%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

    “ราน กั๋ว” ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจผู้บริโภคของสภาธุรกิจจีน-อังกฤษ ระบุว่า เกณฑ์มาตรฐานคล้ายกันกับฮ่องกง ที่นอกจากจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไห่หนานแล้ว แผนนี้ควรจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและภาคการผลิตมากขึ้นด้วย โดย “ไห่หนาน” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าของจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

    ข้อมูลจากทางการจีน ระบุว่า GDP ของไห่หนาน อยู่ที่ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากับเศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 70 ของโลก ตามข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) แต่ยังน้อยกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีมูลค่า 4.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

    “ซู เทียนเฉิน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ระบุว่า โมเดลของไห่หนาน โดยพื้นฐานแล้วเสนอการเปิดเสรีอย่างมีระบบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสมผสานห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังขาดระบบกฎหมาย และการเปิดเสรีทางการเงินอย่างที่ฮ่องกง และเกาะแห่งนี้ยังต้องแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้ความสำเร็จยังไม่แน่นอน

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/column/805452&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Iq7ObknxjB3zMLviEsL4f

  • ‘ไห่หนาน’ เศรษฐกิจใหม่ของจีน

    หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าร่วมข้อตกลงการค้า ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญและสร้างศูนย์กลางการค้าแบบรูปใหม่เช่นเดียวกันกับฮ่องกง

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย หวังว่า การเปลี่ยนมณฑลทางตอนใต้ของไห่หนาน ให้เป็นเขตปลอดภาษี จะกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ จากสินค้าในท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 30% จะสามารถขนส่งไปยังจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร บริษัทต่างชาติทั้งหลายจะสามารถดำเนินงานธุรกิจภาคบริการ ที่ถูกจำกัดในจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้เช่นกัน

    “จีน” กำลังมุ่งเสริมสร้างหลักฐานอ้างอิงด้านการค้าเสรี เพื่อโน้มน้าวสมาชิกทั้งหลายของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า จีนสามารถบรรลุมาตรฐานระดับสูงของกลุ่มด้านเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนได้ ผ่านโครงการนำร่องต่าง ๆ เช่น ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน

    “จีนตั้งเป้าหมายสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ให้เป็นประตูสำคัญที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่”

    บรรดาผู้นำจีน ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นการลงทุน ที่มีแนวโน้มลดลงช่วงปีหน้า ด้วยการมุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจจากการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การมุ่งเน้นทั้งการบริโภคและการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโต

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย ประเมินว่า ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้าง ที่ยอมรับผลกระทบเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ให้เศรษฐกิจจีนระยะยาว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีน ปรับลดลง 10.4%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

    “ราน กั๋ว” ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจผู้บริโภคของสภาธุรกิจจีน-อังกฤษ ระบุว่า เกณฑ์มาตรฐานคล้ายกันกับฮ่องกง ที่นอกจากจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไห่หนานแล้ว แผนนี้ควรจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและภาคการผลิตมากขึ้นด้วย โดย “ไห่หนาน” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าของจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

    ข้อมูลจากทางการจีน ระบุว่า GDP ของไห่หนาน อยู่ที่ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากับเศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 70 ของโลก ตามข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) แต่ยังน้อยกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีมูลค่า 4.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

    “ซู เทียนเฉิน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ระบุว่า โมเดลของไห่หนาน โดยพื้นฐานแล้วเสนอการเปิดเสรีอย่างมีระบบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสมผสานห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังขาดระบบกฎหมาย และการเปิดเสรีทางการเงินอย่างที่ฮ่องกง และเกาะแห่งนี้ยังต้องแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้ความสำเร็จยังไม่แน่นอน

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/column/805452&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Iq7ObknxjB3zMLviEsL4f

  • ‘ไห่หนาน’ เศรษฐกิจใหม่ของจีน

    หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าร่วมข้อตกลงการค้า ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญและสร้างศูนย์กลางการค้าแบบรูปใหม่เช่นเดียวกันกับฮ่องกง

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย หวังว่า การเปลี่ยนมณฑลทางตอนใต้ของไห่หนาน ให้เป็นเขตปลอดภาษี จะกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ จากสินค้าในท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 30% จะสามารถขนส่งไปยังจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร บริษัทต่างชาติทั้งหลายจะสามารถดำเนินงานธุรกิจภาคบริการ ที่ถูกจำกัดในจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้เช่นกัน

    “จีน” กำลังมุ่งเสริมสร้างหลักฐานอ้างอิงด้านการค้าเสรี เพื่อโน้มน้าวสมาชิกทั้งหลายของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า จีนสามารถบรรลุมาตรฐานระดับสูงของกลุ่มด้านเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนได้ ผ่านโครงการนำร่องต่าง ๆ เช่น ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน

    “จีนตั้งเป้าหมายสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ให้เป็นประตูสำคัญที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่”

    บรรดาผู้นำจีน ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นการลงทุน ที่มีแนวโน้มลดลงช่วงปีหน้า ด้วยการมุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจจากการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การมุ่งเน้นทั้งการบริโภคและการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโต

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย ประเมินว่า ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้าง ที่ยอมรับผลกระทบเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ให้เศรษฐกิจจีนระยะยาว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีน ปรับลดลง 10.4%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

    “ราน กั๋ว” ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจผู้บริโภคของสภาธุรกิจจีน-อังกฤษ ระบุว่า เกณฑ์มาตรฐานคล้ายกันกับฮ่องกง ที่นอกจากจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไห่หนานแล้ว แผนนี้ควรจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและภาคการผลิตมากขึ้นด้วย โดย “ไห่หนาน” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าของจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

    ข้อมูลจากทางการจีน ระบุว่า GDP ของไห่หนาน อยู่ที่ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากับเศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 70 ของโลก ตามข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) แต่ยังน้อยกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีมูลค่า 4.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

    “ซู เทียนเฉิน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ระบุว่า โมเดลของไห่หนาน โดยพื้นฐานแล้วเสนอการเปิดเสรีอย่างมีระบบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสมผสานห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังขาดระบบกฎหมาย และการเปิดเสรีทางการเงินอย่างที่ฮ่องกง และเกาะแห่งนี้ยังต้องแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้ความสำเร็จยังไม่แน่นอน

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/column/805452&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Iq7ObknxjB3zMLviEsL4f

  • ‘ไห่หนาน’ เศรษฐกิจใหม่ของจีน

    หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าร่วมข้อตกลงการค้า ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญและสร้างศูนย์กลางการค้าแบบรูปใหม่เช่นเดียวกันกับฮ่องกง

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย หวังว่า การเปลี่ยนมณฑลทางตอนใต้ของไห่หนาน ให้เป็นเขตปลอดภาษี จะกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ จากสินค้าในท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 30% จะสามารถขนส่งไปยังจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร บริษัทต่างชาติทั้งหลายจะสามารถดำเนินงานธุรกิจภาคบริการ ที่ถูกจำกัดในจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้เช่นกัน

    “จีน” กำลังมุ่งเสริมสร้างหลักฐานอ้างอิงด้านการค้าเสรี เพื่อโน้มน้าวสมาชิกทั้งหลายของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า จีนสามารถบรรลุมาตรฐานระดับสูงของกลุ่มด้านเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนได้ ผ่านโครงการนำร่องต่าง ๆ เช่น ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน

    “จีนตั้งเป้าหมายสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ให้เป็นประตูสำคัญที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่”

    บรรดาผู้นำจีน ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นการลงทุน ที่มีแนวโน้มลดลงช่วงปีหน้า ด้วยการมุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจจากการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การมุ่งเน้นทั้งการบริโภคและการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโต

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย ประเมินว่า ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้าง ที่ยอมรับผลกระทบเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ให้เศรษฐกิจจีนระยะยาว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีน ปรับลดลง 10.4%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

    “ราน กั๋ว” ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจผู้บริโภคของสภาธุรกิจจีน-อังกฤษ ระบุว่า เกณฑ์มาตรฐานคล้ายกันกับฮ่องกง ที่นอกจากจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไห่หนานแล้ว แผนนี้ควรจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและภาคการผลิตมากขึ้นด้วย โดย “ไห่หนาน” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าของจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

    ข้อมูลจากทางการจีน ระบุว่า GDP ของไห่หนาน อยู่ที่ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากับเศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 70 ของโลก ตามข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) แต่ยังน้อยกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีมูลค่า 4.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

    “ซู เทียนเฉิน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ระบุว่า โมเดลของไห่หนาน โดยพื้นฐานแล้วเสนอการเปิดเสรีอย่างมีระบบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสมผสานห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังขาดระบบกฎหมาย และการเปิดเสรีทางการเงินอย่างที่ฮ่องกง และเกาะแห่งนี้ยังต้องแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้ความสำเร็จยังไม่แน่นอน

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/column/805452&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Iq7ObknxjB3zMLviEsL4f

  • ‘ไห่หนาน’ เศรษฐกิจใหม่ของจีน

    หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าร่วมข้อตกลงการค้า ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญและสร้างศูนย์กลางการค้าแบบรูปใหม่เช่นเดียวกันกับฮ่องกง

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย หวังว่า การเปลี่ยนมณฑลทางตอนใต้ของไห่หนาน ให้เป็นเขตปลอดภาษี จะกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ จากสินค้าในท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 30% จะสามารถขนส่งไปยังจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร บริษัทต่างชาติทั้งหลายจะสามารถดำเนินงานธุรกิจภาคบริการ ที่ถูกจำกัดในจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้เช่นกัน

    “จีน” กำลังมุ่งเสริมสร้างหลักฐานอ้างอิงด้านการค้าเสรี เพื่อโน้มน้าวสมาชิกทั้งหลายของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า จีนสามารถบรรลุมาตรฐานระดับสูงของกลุ่มด้านเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนได้ ผ่านโครงการนำร่องต่าง ๆ เช่น ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน

    “จีนตั้งเป้าหมายสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ให้เป็นประตูสำคัญที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่”

    บรรดาผู้นำจีน ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นการลงทุน ที่มีแนวโน้มลดลงช่วงปีหน้า ด้วยการมุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจจากการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การมุ่งเน้นทั้งการบริโภคและการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโต

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย ประเมินว่า ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้าง ที่ยอมรับผลกระทบเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ให้เศรษฐกิจจีนระยะยาว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีน ปรับลดลง 10.4%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

    “ราน กั๋ว” ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจผู้บริโภคของสภาธุรกิจจีน-อังกฤษ ระบุว่า เกณฑ์มาตรฐานคล้ายกันกับฮ่องกง ที่นอกจากจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไห่หนานแล้ว แผนนี้ควรจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและภาคการผลิตมากขึ้นด้วย โดย “ไห่หนาน” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าของจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

    ข้อมูลจากทางการจีน ระบุว่า GDP ของไห่หนาน อยู่ที่ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากับเศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 70 ของโลก ตามข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) แต่ยังน้อยกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีมูลค่า 4.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

    “ซู เทียนเฉิน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ระบุว่า โมเดลของไห่หนาน โดยพื้นฐานแล้วเสนอการเปิดเสรีอย่างมีระบบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสมผสานห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังขาดระบบกฎหมาย และการเปิดเสรีทางการเงินอย่างที่ฮ่องกง และเกาะแห่งนี้ยังต้องแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้ความสำเร็จยังไม่แน่นอน

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/column/805452&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Iq7ObknxjB3zMLviEsL4f

  • ‘ไห่หนาน’ เศรษฐกิจใหม่ของจีน

    หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าร่วมข้อตกลงการค้า ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญและสร้างศูนย์กลางการค้าแบบรูปใหม่เช่นเดียวกันกับฮ่องกง

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย หวังว่า การเปลี่ยนมณฑลทางตอนใต้ของไห่หนาน ให้เป็นเขตปลอดภาษี จะกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ จากสินค้าในท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 30% จะสามารถขนส่งไปยังจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร บริษัทต่างชาติทั้งหลายจะสามารถดำเนินงานธุรกิจภาคบริการ ที่ถูกจำกัดในจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้เช่นกัน

    “จีน” กำลังมุ่งเสริมสร้างหลักฐานอ้างอิงด้านการค้าเสรี เพื่อโน้มน้าวสมาชิกทั้งหลายของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า จีนสามารถบรรลุมาตรฐานระดับสูงของกลุ่มด้านเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนได้ ผ่านโครงการนำร่องต่าง ๆ เช่น ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน

    “จีนตั้งเป้าหมายสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ให้เป็นประตูสำคัญที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่”

    บรรดาผู้นำจีน ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นการลงทุน ที่มีแนวโน้มลดลงช่วงปีหน้า ด้วยการมุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจจากการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การมุ่งเน้นทั้งการบริโภคและการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโต

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย ประเมินว่า ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้าง ที่ยอมรับผลกระทบเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ให้เศรษฐกิจจีนระยะยาว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีน ปรับลดลง 10.4%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

    “ราน กั๋ว” ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจผู้บริโภคของสภาธุรกิจจีน-อังกฤษ ระบุว่า เกณฑ์มาตรฐานคล้ายกันกับฮ่องกง ที่นอกจากจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไห่หนานแล้ว แผนนี้ควรจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและภาคการผลิตมากขึ้นด้วย โดย “ไห่หนาน” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าของจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

    ข้อมูลจากทางการจีน ระบุว่า GDP ของไห่หนาน อยู่ที่ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากับเศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 70 ของโลก ตามข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) แต่ยังน้อยกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีมูลค่า 4.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

    “ซู เทียนเฉิน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ระบุว่า โมเดลของไห่หนาน โดยพื้นฐานแล้วเสนอการเปิดเสรีอย่างมีระบบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสมผสานห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังขาดระบบกฎหมาย และการเปิดเสรีทางการเงินอย่างที่ฮ่องกง และเกาะแห่งนี้ยังต้องแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้ความสำเร็จยังไม่แน่นอน

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/column/805452&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Iq7ObknxjB3zMLviEsL4f

  • ‘ไห่หนาน’ เศรษฐกิจใหม่ของจีน

    หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าร่วมข้อตกลงการค้า ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญและสร้างศูนย์กลางการค้าแบบรูปใหม่เช่นเดียวกันกับฮ่องกง

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย หวังว่า การเปลี่ยนมณฑลทางตอนใต้ของไห่หนาน ให้เป็นเขตปลอดภาษี จะกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ จากสินค้าในท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 30% จะสามารถขนส่งไปยังจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร บริษัทต่างชาติทั้งหลายจะสามารถดำเนินงานธุรกิจภาคบริการ ที่ถูกจำกัดในจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้เช่นกัน

    “จีน” กำลังมุ่งเสริมสร้างหลักฐานอ้างอิงด้านการค้าเสรี เพื่อโน้มน้าวสมาชิกทั้งหลายของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า จีนสามารถบรรลุมาตรฐานระดับสูงของกลุ่มด้านเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนได้ ผ่านโครงการนำร่องต่าง ๆ เช่น ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน

    “จีนตั้งเป้าหมายสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ให้เป็นประตูสำคัญที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่”

    บรรดาผู้นำจีน ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นการลงทุน ที่มีแนวโน้มลดลงช่วงปีหน้า ด้วยการมุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจจากการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การมุ่งเน้นทั้งการบริโภคและการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโต

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย ประเมินว่า ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้าง ที่ยอมรับผลกระทบเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ให้เศรษฐกิจจีนระยะยาว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีน ปรับลดลง 10.4%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

    “ราน กั๋ว” ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจผู้บริโภคของสภาธุรกิจจีน-อังกฤษ ระบุว่า เกณฑ์มาตรฐานคล้ายกันกับฮ่องกง ที่นอกจากจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไห่หนานแล้ว แผนนี้ควรจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและภาคการผลิตมากขึ้นด้วย โดย “ไห่หนาน” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าของจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

    ข้อมูลจากทางการจีน ระบุว่า GDP ของไห่หนาน อยู่ที่ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากับเศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 70 ของโลก ตามข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) แต่ยังน้อยกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีมูลค่า 4.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

    “ซู เทียนเฉิน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ระบุว่า โมเดลของไห่หนาน โดยพื้นฐานแล้วเสนอการเปิดเสรีอย่างมีระบบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสมผสานห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังขาดระบบกฎหมาย และการเปิดเสรีทางการเงินอย่างที่ฮ่องกง และเกาะแห่งนี้ยังต้องแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้ความสำเร็จยังไม่แน่นอน

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/column/805452&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Iq7ObknxjB3zMLviEsL4f