Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ปักหมุดประเทศไทย ‘ศูนย์กลางกีฬาของโลก’ ‘เวิลด์คลาสอีเวนต์2026’หนุนเศรษฐกิจ

    ปักหมุดประเทศไทย ‘ศูนย์กลางกีฬาของโลก’ ‘เวิลด์คลาสอีเวนต์2026’หนุนเศรษฐกิจ

    เริ่มต้นปีด้วยการแข่งขัน “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026” เทศกาลกีฬา ผสมผสาน ดนตรี-เอนเตอร์เทนเมนต์-ไนต์รัน นี่คืออีเวนท์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันที่ 24 มกราคม แต่ความพิเศษของปีนี้คือ การเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 1 ทศวรรษ ในการก้าวสู่ปีที่ 10 อย่างรวดเร็ว สำหรับการเป็นจุดหมายปลายทางของนักวิ่งทั่วโลกที่ตบเท้าเข้าร่วมเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี 2025 มีผู้เข้าร่วม 32,936 คน สร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้กว่า 966 ล้านบาท สำหรับปีนี้จะมีการชิงเงินรางวัลสูงถึง 1.65 ล้านบาท พร้อมด้วยของขวัญพิเศษมากมายให้กับนักวิ่งรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ด้วยความมั่นใจว่าปีนี้จะมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมมากกว่า 3 หมื่นคน และจะมีวงเงินสะพัดแตะ 1,000 ล้านบาทได้ไม่ยาก

    จากนั้นตามด้วยการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามเปิดฤดูกาล 2026 ภายใต้ชื่อรายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ซึ่งจะเริ่มจากการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล (ปรีซีซั่น เทสต์) วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ และสนามที่ 1 เปิดฤดูกาลวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    นับเป็นปีที่ 7 แล้วสำหรับ “ไทยจีพี” บนปฏิทินมอเตอร์สปอร์ตรายการใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งปีนี้ประเทศไทยได้เป็นสนามเปิดฤดูกาลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำความสำเร็จในการที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่าง “ดอร์น่า สปอร์ต” ด้วยสนามนี้ได้ยกระดับประสบการณ์ของแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทั่วทุกมุมโลก ที่หลั่งไหลมารวมตัวกันอยู่ที่ประเทศไทย ทำให้ปีนี้ประเมินว่าจะมีรายได้หมุนเวียนกว่า 25,000 ล้านบาท ซึ่ง ไทยจีพี ตั้งเป้าหมายที่จะทำลายสถิติยอดผู้ชมสูงสุดในสนามแข่งขันที่เคยทำไว้ 226,655 คน เมื่อปี 2019  

    ถัดมาเป็นศึกวอลเลย์บอลรายการใหญ่ที่แฟนลูกยางทั่วโลกจับตามอง นั่นคือ การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง “เนชั่นส์ ลีก 2026” หรือ VNL 2026 ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-26 กรกฎาคม ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในช่วงสัปดาห์ที่ 2 โดยใช้สังเวียนชิงชัยที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ที่เคยจัดวอลเลย์บอล เนชั่นส์ ลีก และวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 จนได้รับคำชื่นชมจากนานาชาติอย่างมาก โดยปีนี้มีทีมเข้าร่วมชิงชัย 18 ชาติ นำโดย  อิตาลีแชมป์เก่า, บราซิล รองแชมป์เก่า, โปแลนด์, ญี่ปุ่น, จีน, ตุรกี, เยอรมนี, สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, เช็กเกีย, โดมินิกัน, บัลแกเรีย, เบลเยียม, เซอร์เบีย, แคนาดา, ยูเครน และไทย โดยทีมอันดับสุดท้ายจะต้องตกชั้นทันที ทำให้การแข่งขันยิ่งทวีคูณความเข้มข้นในการชิงชัยเป็นอย่างมาก

    นอกจากนี้ กกท. ยังมีโครงการ “กีฬาเชิงวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ” ซึ่งจะนำกีฬามวยไทย รวมทั้งกีฬารายการใหญ่ ๆ ที่น่าสนใจของไทย เช่น โมโตจีพี, วิ่งมาราธอน, วิ่งเทรลระดับนานาชาติ ที่ กกท.ให้การสนับสนุน ออกไปจัดแสดงนำเสนอสู่สายตาโลกในต่างประเทศ โดยมีแผนที่จะบุกไปโชว์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย และประเทศเยอรมนี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมนี้

    “กีฬาเชิงวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ” เป็นความร่วมมือระหว่าง กกท., ททท. และกระทรวงการต่างประเทศ นำร่องด้วยการจัดแสดงใน 3 ทวีปคือ อเมริกา, ยุโรป และเอเชียตะวันออกกลาง เพื่อเป็นการนำกีฬาเชิงวัฒนธรรมและกีฬาเชิงท่องเที่ยวของไทยออกสู่สายตาชาวโลกให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับคืนมาสู่ประเทศต่อไป

    “เวิลด์คลาสสปอร์ตอีเวนต์” รายการต่อ ๆ ไปจะเกิดขึ้นตามมาอีกมากมายภายใต้การสนับสนุนของ กกท. ที่ต้องการส่งเสริมและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมกีฬาควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้วงการกีฬาไทยมีความคึกคักต่อเนื่อง สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้อย่างมหาศาลและปักหมุดให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางกีฬาของโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/933157/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a-uapvPxmzRHcOZ18Ai7Y

  • วีระ ขอโทษหลัง อนุทิน ชี้แจง ทีมเศรษฐกิจ ภูมิใจไทย ไม่ใช่คนนอกพรรค

    วีระ ขอโทษหลัง อนุทิน ชี้แจง ทีมเศรษฐกิจ ภูมิใจไทย ไม่ใช่คนนอกพรรค

    วันนี้ (18 มกราคม) จากกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อรายการ คุยให้คิด ซึ่งดำเนินรายการโดย สุทธิชัย หยุ่น, วีระ ธีระภัทรานนท์ และวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ หลังมีการวิเคราะห์ ‘ตัวละครในพรรคสีน้ำเงิน’ เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา

    อนุทินระบุว่า การวิเคราะห์ดังกล่าวเป็นอีกกรณีหนึ่งที่ผู้ดำเนินรายการบางท่านมีข้อมูลไม่ครบถ้วน และสื่อสารจนทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยยืนยันว่า เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และสีหศักดิ์ อารีราชการัณย์ เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด และเป็นทีมเศรษฐกิจของพรรคในด้านการเงิน การคลัง และการค้า อีกทั้งสีหศักดิ์ยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคด้วย

    อนุทินย้ำว่า ทั้งสามคนไม่ใช่ ‘คนนอกพรรค’ อย่างที่ถูกสื่อสารออกไป พร้อมระบุว่า ทั้งสามได้ร่วมเดินหาเสียง ออกรายการ และชี้แจงนโยบายของพรรคมาแล้วหลายครั้ง พร้อมขอให้ผู้วิเคราะห์ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดก่อนนำเสนอ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม

    ต่อมา วีระ ธีระภัทรานนท์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยระบุว่า “ขออภัยในความผิดพลาดครับ เรียนตามตรงว่าผมไม่ทราบว่า คุณเอกนิติและคุณศุภจีเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ทราบแต่เพียงว่าทางพรรคเคยสอบถาม กกต. เรื่องการเป็นผู้ช่วยหาเสียงว่าไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรค จึงทำให้เข้าใจว่าสองท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ขออภัยคุณอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคุณเอกนิติกับคุณศุภจี สมาชิกพรรคภูมิใจไทย มา ณ ที่นี้ด้วย”

    การออกมาขอโทษของวีระถือเป็นการยอมรับความคลาดเคลื่อนจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน และเป็นการคลี่คลายประเด็นความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นในสังคมออนไลน์ช่วงที่ผ่านมา

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/weera-admits-misunderstanding-anutin/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-5G2wJBccHtCw6vYoQ_bn

  • จากร้านเล็กๆ ข้างถนน สู่ฟันเฟืองเศรษฐกิจเมือง: มอง 7-Eleven ผ่านโลกที่หมุนเร็วขึ้น


    เซเว่นไม่ได้ขายแค่ของกิน แต่ยังขาย ‘เวลา’ ให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นเวทีฝึกทักษะแรงงาน และเป็นพื้นที่ยกระดับมาตรฐาน SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อมกับโลกยุคใหม่

    ในวันที่มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก มีอีกประเด็นที่มักถูกละเลยไปคือ “ทำไมเราถึงยังเดินเข้าเซเว่น?” หากเราลองถอยออกมามองภาพกว้าง ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การขยายตัวเข้าไปในหลายพื้นที่ แต่อยู่ที่ว่าเขากำลังเข้าใจ “ความต้องการที่แท้จริง” ของมนุษย์ในโลกที่หมุนไว และการมีอยู่ของ “เซเว่นมีประโยชน์ต่อโครงสร้างสังคมไทยอย่างไร”
     
    หากเราลองหลับตานึกถึงภาพยามดึกของเมืองไทย เสียงรถบนถนนสายหลัก แสงไฟจากตึกสูง และร้านสะดวกซื้อที่ยังคงเปิดไฟต้อนรับผู้คนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หนึ่งในภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ 7-Eleven ร้านเล็ก ๆ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่แวะซื้อของกินหลังเลิกเรียนเพื่อประทังความหิวระหว่างรอผู้ปกครองมารับ พนักงานกะดึกที่ต้องการอาหารอุ่น ๆ หรือผู้สูงอายุที่ต้องการซื้อของจำเป็นใกล้บ้าน
     
    เมื่อเมือง ผู้คนไม่เคยหลับใหล ความสะดวกสบายจึงไม่ใช่ทางเลือกหรือคุณค่าเสริม แต่เป็นเงื่อนไขของการอยู่รอด ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ค้าขายของคนตัวเล็ก หรือผู้ประกอบการรายใหญ่ หากแต่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของโครงสร้างเมืองที่ไม่อาจพึ่งพาวิถีดั้งเดิมได้อีกต่อไป
     
    โครงสร้างพื้นฐานของความสะดวกในเมืองสมัยใหม่
    การเปิดบริการ 24 ชั่วโมงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการตอบสนองต่อสังคมที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป คนจำนวนมากไม่ได้ใช้ชีวิตตามนาฬิกาแบบเดิมอีกต่อไป การมีร้านที่เข้าถึงได้ตลอดเวลา ช่วยลดความเปราะบางของชีวิตเมือง ตั้งแต่การหาน้ำดื่ม ยารักษาโรค ไปจนถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ในยามฉุกเฉิน นี่คือ “ความมั่นคงในชีวิตประจำวัน” ที่ต่างจากร้านโชว์ห่วยดั้งเดิม
     
    ลดต้นทุนเวลา เพิ่มคุณภาพชีวิต
    ในยุคที่เวลาเป็นทรัพยากรล้ำค่า การที่ผู้บริโภคสามารถเดินไม่กี่นาทีก็เข้าถึงสินค้าจำเป็น คือการลดต้นทุนชีวิตอย่างแท้จริง เซเว่นไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “เวลา” ให้กับผู้คน เวลาที่เหลือไปใช้กับครอบครัว การพักผ่อน หรือการทำงานสร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในภาพรวมของสังคมเมืองไทย

    พื้นที่เรียนรู้ พัฒนายกระดับสินค้าของ SME และแรงงานไทย
    แม้ระบบของเซเว่นจะเข้มงวด แต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือเวทีที่ผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยให้ยกระดับมาตรฐาน ตั้งแต่คุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงความสม่ำเสมอในการผลิต สำหรับแรงงาน ระบบการทำงานแบบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศได้สร้างทักษะด้านบริการ ความรับผิดชอบ และการทำงานแบบ Multi-skill ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่ติดตัวแรงงานไทยไปได้ไกลกว่าร้านสะดวกซื้อ

     
    อยู่ร่วมกันไม่ใช่แทนที่
    การมี 7-Eleven อยู่คู่สังคมไทย ไม่ได้แปลว่าเราต้องละทิ้งวิถีดั้งเดิม แต่คือการเพิ่ม “ทางเลือก” ให้กับสังคม ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นคือฟันเฟืองหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเมือง ที่ช่วยพยุงชีวิตผู้คนให้เดินต่อไปได้
     
    ท้ายที่สุด ประโยชน์ของเซเว่นไม่ได้อยู่ที่จำนวนสาขา แต่อยู่ที่บทบาทของมันในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตสมัยใหม่ หากสังคม รัฐ และผู้บริโภครู้เท่าทันและใช้มันอย่างมีสติ 7-Eleven ก็จะเป็นเพื่อนร่วมทางของสังคมไทยในโลกที่ไม่เคยหยุดหมุนนั่นเอง


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/39521&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XwS5FPthXGPpFwZxML_oz

  • รวยเละ 60 ล้าน! ชาวขามทะเลสอเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ 10 ใบ กลายเป็นเศรษฐีใหม่รับปี 69 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569 รางวัลที่ 1 หมายเลข 878972 ล่าสุดมีรายงานว่ารางวัลใหญ่แตกที่จังหวัดนครราชสีมา สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศความยินดีของญาติพี่น้องและชาวชุมชน

    โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 งวดนี้ เป็นชาวชุมชนบ้านน้อยพัฒนา อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถูกรางวัลจำนวน 10 ใบ ทำให้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในพื้นที่ มีชาวบ้านและคนรู้จักเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ พร้อมระบุข้อความว่า
    “ขอแสดงความยินดีกับชาวบ้านน้อยพัฒนา รางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ ดีใจกับน้องจริงๆ”

    ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนๆ และชาวโซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความยินดี พร้อมร่วมอวยพรให้เศรษฐีหน้าใหม่ใช้เงินอย่างมีสติและมีความสุขกับโชคครั้งใหญ่ในชีวิต

    ขอบคุณภาพจาก เฮียเป็ด รีวิวของดี จัดโปรฯ ถูกสุดในประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5511861/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FRfbIu3CyGEMgN0J8epu5

  • รวยเละ 60 ล้าน! ชาวขามทะเลสอเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ 10 ใบ กลายเป็นเศรษฐีใหม่รับปี 69 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569 รางวัลที่ 1 หมายเลข 878972 ล่าสุดมีรายงานว่ารางวัลใหญ่แตกที่จังหวัดนครราชสีมา สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศความยินดีของญาติพี่น้องและชาวชุมชน

    โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 งวดนี้ เป็นชาวชุมชนบ้านน้อยพัฒนา อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถูกรางวัลจำนวน 10 ใบ ทำให้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในพื้นที่ มีชาวบ้านและคนรู้จักเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ พร้อมระบุข้อความว่า
    “ขอแสดงความยินดีกับชาวบ้านน้อยพัฒนา รางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ ดีใจกับน้องจริงๆ”

    ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนๆ และชาวโซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความยินดี พร้อมร่วมอวยพรให้เศรษฐีหน้าใหม่ใช้เงินอย่างมีสติและมีความสุขกับโชคครั้งใหญ่ในชีวิต

    ขอบคุณภาพจาก เฮียเป็ด รีวิวของดี จัดโปรฯ ถูกสุดในประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5511861/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FRfbIu3CyGEMgN0J8epu5

  • รวยเละ 60 ล้าน! ชาวขามทะเลสอเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ 10 ใบ กลายเป็นเศรษฐีใหม่รับปี 69 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569 รางวัลที่ 1 หมายเลข 878972 ล่าสุดมีรายงานว่ารางวัลใหญ่แตกที่จังหวัดนครราชสีมา สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศความยินดีของญาติพี่น้องและชาวชุมชน

    โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 งวดนี้ เป็นชาวชุมชนบ้านน้อยพัฒนา อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถูกรางวัลจำนวน 10 ใบ ทำให้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในพื้นที่ มีชาวบ้านและคนรู้จักเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ พร้อมระบุข้อความว่า
    “ขอแสดงความยินดีกับชาวบ้านน้อยพัฒนา รางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ ดีใจกับน้องจริงๆ”

    ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนๆ และชาวโซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความยินดี พร้อมร่วมอวยพรให้เศรษฐีหน้าใหม่ใช้เงินอย่างมีสติและมีความสุขกับโชคครั้งใหญ่ในชีวิต

    ขอบคุณภาพจาก เฮียเป็ด รีวิวของดี จัดโปรฯ ถูกสุดในประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5511861/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FRfbIu3CyGEMgN0J8epu5

  • รวยเละ 60 ล้าน! ชาวขามทะเลสอเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ 10 ใบ กลายเป็นเศรษฐีใหม่รับปี 69 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569 รางวัลที่ 1 หมายเลข 878972 ล่าสุดมีรายงานว่ารางวัลใหญ่แตกที่จังหวัดนครราชสีมา สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศความยินดีของญาติพี่น้องและชาวชุมชน

    โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 งวดนี้ เป็นชาวชุมชนบ้านน้อยพัฒนา อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถูกรางวัลจำนวน 10 ใบ ทำให้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในพื้นที่ มีชาวบ้านและคนรู้จักเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ พร้อมระบุข้อความว่า
    “ขอแสดงความยินดีกับชาวบ้านน้อยพัฒนา รางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ ดีใจกับน้องจริงๆ”

    ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนๆ และชาวโซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความยินดี พร้อมร่วมอวยพรให้เศรษฐีหน้าใหม่ใช้เงินอย่างมีสติและมีความสุขกับโชคครั้งใหญ่ในชีวิต

    ขอบคุณภาพจาก เฮียเป็ด รีวิวของดี จัดโปรฯ ถูกสุดในประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5511861/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FRfbIu3CyGEMgN0J8epu5

  • ‘สภาพัฒน์’ กางพิมพ์เขียว ‘แผนฯ14’  เร่งปั๊ม GDP ดันไทยพ้นหล่มเศรษฐกิจโตต่ำ

    ‘สภาพัฒน์’ กางพิมพ์เขียว ‘แผนฯ14’ เร่งปั๊ม GDP ดันไทยพ้นหล่มเศรษฐกิจโตต่ำ

    “ดนุชา” ฉายภาพแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 เร่งสร้างการเติบโตเศรษฐกิจ หลังไทยจีดีพีโตต่ำมานาน ชูเกษตรอัจฉริยะ-อุตสาหกรรมใหม่ นำทัพเศรษฐกิจไทยพ้นจุดโตต่ำ

    นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะต่อไปว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ซึ่งเป็นแผนที่จะประกาศใช้ในปี  2571 – 2575  

    ทั้งนี้เป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14คือการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Growth) ของประเทศ โดยเรื่องนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากหากเศรษฐกิจของประเทศไม่มีการเติบโตที่เพียงพอก็จะไม่สามารถกระจายผลประโยชน์หรือสวัสดิการไปสู่ประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโจทย์สำคัญคือการผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศโตพ้นจากระดับที่เคยเติบโตต่ำมากจนเรียกว่าต่ำเตี้ยในช่วงที่ผ่านมา

    “ตอนนี้เราทำกรอบขึ้นมาแล้ว จริงๆเป้าหมายหลักของแผนฯ 14 จริงๆคือต้องการสร้าง Growth  คือต้องสร้าง Growth ของ ประเทศเพราะว่าถ้าประเทศไทยมันไม่โต หลายๆเรื่องมันก็คงไม่ได้มีประโยชน์ที่จะกระจายประโยชน์ไปให้กับคนทั่วไปได้แต่ว่ามันต้องเป็นการเติบโตที่มันสามารถที่จะกระจายประโยชน์ไปยังกลุ่มต่างๆได้ด้วย”  

    นายดนุชา กล่าวต่อว่าในส่วนของการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจโดยใช้แนวคิดในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเดิม และรุกอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโต นายดนุชาระบุว่าต้องเร่งลงทุนและพัฒนาในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อประเทศ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่  

    1. อุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีศักยภาพเดิม เช่น เกษตรกรรม และ Wellness ซึ่งต้องปรับโฉมให้มีการใช้เทคโนโลยีและแรงงานที่มีทักษะสูง (High Skill) เข้ามาขับเคลื่อนมากขึ้น, โดยเฉพาะภาคเกษตรซึ่งเป็นฐานรากของคนส่วนใหญ่ หากปรับเป็น “เกษตรอัจฉริยะ” (Smart Farm) จะช่วยเพิ่มผลผลิต (Yield) และกระจายรายได้สู่คนในชนบทได้จริง
    2. อุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต โดยต้องมุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่โลกมีความต้องการ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) หรือการผลิตชิปขั้นสูงควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการลงทุนนวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม

    “เราต้องการสร้างจุดต่างให้กับสินค้าและบริการของไทย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอาหารหรือ Wellness ต้องเน้นที่คุณภาพและตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) แทนการแข่งขันด้านปริมาณ” นายดนุชากล่าว

    นายดนุชา กล่าวต่อว่าแนวทางการทำงานร่วมกับภาคเอกชนถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยภาครัฐต้องทำงานร่วมกันกันเอกชน โดยที่ผ่านมามีการทำงานในรูปแบบที่เรียกว่า Reinvent Thailand เพื่อมุ่งไปที่การแก้ปัญหาคอขวดในการทำงานของภาคเอกชนให้มีความรวดเร็วขึ้น และโครงการต่างๆรวดเร็วมากขึ้น ความ

    “แพลตฟอร์ม ได้มีการ Reinvent Thailand เพื่อก้าวข้ามปัญหาความไม่ต่อเนื่องของนโยบายรัฐและความล่าช้าของระบบคณะกรรมการชุดใหญ่แบบเดิม โดยแพลตฟอร์มนี้จะใช้การทำงานแบบกลุ่มย่อยที่มีความคล่องตัวสูงในแต่ละสาขาอุตสาหกรรม และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเป็นผู้เสนอประเด็นปัญหา  เนื่องจากเป็นผู้ที่รู้รายละเอียดการดำเนินงานในเรื่องต่างๆดีที่สุด” นายดนุชา กล่าว  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1216760&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Jqd3wqyOxVn2l6slKXkKz

  • รวยเละ 60 ล้าน! ชาวขามทะเลสอเฮลั่น ถูกรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ 10 ใบ กลายเป็นเศรษฐีใหม่รับปี 69 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569 รางวัลที่ 1 หมายเลข 878972 ล่าสุดมีรายงานว่ารางวัลใหญ่แตกที่จังหวัดนครราชสีมา สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศความยินดีของญาติพี่น้องและชาวชุมชน

    โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 งวดนี้ เป็นชาวชุมชนบ้านน้อยพัฒนา อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถูกรางวัลจำนวน 10 ใบ ทำให้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในพื้นที่ มีชาวบ้านและคนรู้จักเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ พร้อมระบุข้อความว่า
    “ขอแสดงความยินดีกับชาวบ้านน้อยพัฒนา รางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ ดีใจกับน้องจริงๆ”

    ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนๆ และชาวโซเชียลมีเดียจำนวนมากเข้ามาแสดงความยินดี พร้อมร่วมอวยพรให้เศรษฐีหน้าใหม่ใช้เงินอย่างมีสติและมีความสุขกับโชคครั้งใหญ่ในชีวิต

    ขอบคุณภาพจาก เฮียเป็ด รีวิวของดี จัดโปรฯ ถูกสุดในประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5511861/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FRfbIu3CyGEMgN0J8epu5

  • การท่องเที่ยวไต้หวันชวนสัมผัสเสน่ห์ฤดูใบไม้ผลิ ในงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก TITF#31

    การท่องเที่ยวไต้หวันชวนสัมผัสเสน่ห์ฤดูใบไม้ผลิ ในงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก TITF#31

    สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ (Taiwan Tourism Administration, Bangkok Office) เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งฤดูใบไม้ผลิของไต้หวัน ผ่านธีม “สัมผัสความงามฤดูใบไม้ผลิไต้หวัน” ภายในงาน เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 (TITF#31) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    บูธการท่องเที่ยวไต้หวันในปีนี้ออกแบบภายใต้แนวคิดการถ่ายทอดบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ไต้หวันงดงามและเหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุด ด้วยการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ร่วมสมัย เพื่อเปิดมุมมองใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการเดินทาง

    ภายในบูธ ผู้เข้าชมสามารถรับข้อมูลท่องเที่ยวไต้หวันครบถ้วนจากสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันประจำกรุงเทพฯ พร้อมพบและพูดคุยกับตัวแทนหน่วยงานภาครัฐเมืองต่าง ๆ โรงแรม ฟาร์มพักผ่อน (Leisure Farm) และบริษัทเช่ารถจากไต้หวันโดยตรง ที่มาร่วมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่น กิจกรรมตามฤดูกาล เส้นทางท่องเที่ยว และจุดหมายปลายทางน่าสนใจทั่วไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก หรือเมืองรองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้ผู้เยี่ยมชมสามารถวางแผนการเดินทางได้ตรงกับความสนใจของตนเอง

    ในส่วนของกิจกรรม ผู้เข้าชมจะได้ร่วมสนุกกับเวิร์กช็อปงานคราฟต์ที่สะท้อนวัฒนธรรมไต้หวัน เช่น การพิมพ์พัดไม้ไผ่ลวดลายคลาสสิก การทำที่คั่นหนังสือลายชนพื้นเมือง รวมถึงกิจกรรมออกแบบถุงชา “อาหลี่ซาน” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สร้างสรรค์ผลงานในสไตล์ของตนเอง พร้อมเรียนรู้เรื่องราวของวัฒนธรรมชาไต้หวันไปพร้อมกัน

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมชิมขนมพื้นเมืองยอดนิยมจากไต้หวัน ที่ช่วยถ่ายทอดรสชาติและบรรยากาศแบบท้องถิ่น รวมถึงการแสดงสุดพิเศษ Diabolo Walker หรือการแสดงลูกดิ่งไต้หวัน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงร่วมสมัยที่ผสมผสานความสนุก ความคล่องแคล่ว และความตื่นตาตื่นใจ สร้างสีสันให้กับบูธตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ผู้เข้าชมยังสามารถถ่ายภาพที่ Ai Photo Booth พร้อมฉากพื้นหลังแสดงสถานที่และกิจกรรมท่องเที่ยวฤดูใบไม้ผลิในไต้หวัน เพื่อเก็บเป็นที่ระลึกและแชร์ลงโซเชียลได้อีกด้วย

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Sharing Session ที่จัดขึ้นในวันที่ 22 มกราคม 2568 โดยการท่องเที่ยวไต้หวันได้เชิญคุณ BELLEPHAT อินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางในไต้หวันถ่ายทอดมุมมองการท่องเที่ยวในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ฟังได้เห็นเสน่ห์ของไต้หวันในหลากหลายมิติ ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร และไลฟ์สไตล์

    ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถร่วมกิจกรรมเพื่อรับของที่ระลึกสุดพิเศษมูลค่ากว่า 700,000 บาทจากการท่องเที่ยวไต้หวัน เฉพาะสำหรับงานนี้เท่านั้น โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถร่วมกิจกรรมง่าย ๆ ภายในบูธการท่องเที่ยวไต้หวันเพื่อรับของที่ระลึกสุดพิเศษ อาทิ การตอบแบบสอบถามเพื่อรับพินเข็มกลัดลายไต้หวัน รวมถึงการกดไลก์เพจและแชร์โพสต์โปรโมตบูธการท่องเที่ยวไต้หวันภายในงาน เพื่อรับสายคล้องโทรศัพท์หรือฟองน้ำล้างจานลาย OhBear

    นอกจากนี้ ผู้ที่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวไต้หวันภายในงานยังมีสิทธิ์รับของที่ระลึกจากทางบูธ ไม่ว่าจะเป็นชุดกระเป๋าจัดระเบียบสำหรับผู้ซื้อตั๋วเครื่องบิน บัตร Easy Card สำหรับผู้ที่จองตั๋วล่วงหน้าและมีแผนเดินทางภายในปีนี้ กระเป๋าพับลาย OhBear สำหรับผู้ซื้อทัวร์ไต้หวัน และถุงผ้าแคนวาสสำหรับผู้ซื้อสินค้าเที่ยวไต้หวันผ่านบูธ OTA ภายในงานตามยอดที่กำหนด

    ขณะเดียวกัน ผู้ใช้บัตรเครดิต KTC ที่มียอดใช้จ่ายตามเงื่อนไข ยังสามารถรับของขวัญเพิ่มเติม ได้แก่ กระเป๋าสัมภาระแบบพกพา หรือกระเป๋าเดินทางขนาด 24 นิ้ว ทั้งนี้ ของที่ระลึกและของขวัญมีจำนวนจำกัด และให้สิทธิ์แก่ผู้ที่มาก่อนเท่านั้น

    บูธการท่องเที่ยวไต้หวันตั้งอยู่บูธแรกโซนฝั่งทางเข้า MRT หมายเลขบูธ AC20-25, AC46-51, AC66-71 และ AC92-97 ภายในHall 5 ชั้น LG ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดให้เข้าชมและร่วมกิจกรรมตลอดทั้ง 4 วันของการจัดงาน

    ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรม ตารางการแสดง และข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางช่องทางออนไลน์ของการท่องเที่ยวไต้หวัน เพื่อไม่พลาดทุกไฮไลต์สำคัญตลอดงาน Facebook Fanpage: Taiwan Tourism TH 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2907988&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2A0lxvDoZlNvQ2gKRGc73k