เริ่มต้นปีด้วยการแข่งขัน “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026” เทศกาลกีฬา ผสมผสาน ดนตรี-เอนเตอร์เทนเมนต์-ไนต์รัน นี่คืออีเวนท์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันที่ 24 มกราคม แต่ความพิเศษของปีนี้คือ การเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 1 ทศวรรษ ในการก้าวสู่ปีที่ 10 อย่างรวดเร็ว สำหรับการเป็นจุดหมายปลายทางของนักวิ่งทั่วโลกที่ตบเท้าเข้าร่วมเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี 2025 มีผู้เข้าร่วม 32,936 คน สร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้กว่า 966 ล้านบาท สำหรับปีนี้จะมีการชิงเงินรางวัลสูงถึง 1.65 ล้านบาท พร้อมด้วยของขวัญพิเศษมากมายให้กับนักวิ่งรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ด้วยความมั่นใจว่าปีนี้จะมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมมากกว่า 3 หมื่นคน และจะมีวงเงินสะพัดแตะ 1,000 ล้านบาทได้ไม่ยาก
จากนั้นตามด้วยการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามเปิดฤดูกาล 2026 ภายใต้ชื่อรายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ซึ่งจะเริ่มจากการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล (ปรีซีซั่น เทสต์) วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ และสนามที่ 1 เปิดฤดูกาลวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
นับเป็นปีที่ 7 แล้วสำหรับ “ไทยจีพี” บนปฏิทินมอเตอร์สปอร์ตรายการใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งปีนี้ประเทศไทยได้เป็นสนามเปิดฤดูกาลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำความสำเร็จในการที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่าง “ดอร์น่า สปอร์ต” ด้วยสนามนี้ได้ยกระดับประสบการณ์ของแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทั่วทุกมุมโลก ที่หลั่งไหลมารวมตัวกันอยู่ที่ประเทศไทย ทำให้ปีนี้ประเมินว่าจะมีรายได้หมุนเวียนกว่า 25,000 ล้านบาท ซึ่ง ไทยจีพี ตั้งเป้าหมายที่จะทำลายสถิติยอดผู้ชมสูงสุดในสนามแข่งขันที่เคยทำไว้ 226,655 คน เมื่อปี 2019
ถัดมาเป็นศึกวอลเลย์บอลรายการใหญ่ที่แฟนลูกยางทั่วโลกจับตามอง นั่นคือ การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง “เนชั่นส์ ลีก 2026” หรือ VNL 2026 ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-26 กรกฎาคม ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในช่วงสัปดาห์ที่ 2 โดยใช้สังเวียนชิงชัยที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ที่เคยจัดวอลเลย์บอล เนชั่นส์ ลีก และวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 จนได้รับคำชื่นชมจากนานาชาติอย่างมาก โดยปีนี้มีทีมเข้าร่วมชิงชัย 18 ชาติ นำโดย อิตาลีแชมป์เก่า, บราซิล รองแชมป์เก่า, โปแลนด์, ญี่ปุ่น, จีน, ตุรกี, เยอรมนี, สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, เช็กเกีย, โดมินิกัน, บัลแกเรีย, เบลเยียม, เซอร์เบีย, แคนาดา, ยูเครน และไทย โดยทีมอันดับสุดท้ายจะต้องตกชั้นทันที ทำให้การแข่งขันยิ่งทวีคูณความเข้มข้นในการชิงชัยเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ กกท. ยังมีโครงการ “กีฬาเชิงวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ” ซึ่งจะนำกีฬามวยไทย รวมทั้งกีฬารายการใหญ่ ๆ ที่น่าสนใจของไทย เช่น โมโตจีพี, วิ่งมาราธอน, วิ่งเทรลระดับนานาชาติ ที่ กกท.ให้การสนับสนุน ออกไปจัดแสดงนำเสนอสู่สายตาโลกในต่างประเทศ โดยมีแผนที่จะบุกไปโชว์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย และประเทศเยอรมนี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมนี้
“กีฬาเชิงวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ” เป็นความร่วมมือระหว่าง กกท., ททท. และกระทรวงการต่างประเทศ นำร่องด้วยการจัดแสดงใน 3 ทวีปคือ อเมริกา, ยุโรป และเอเชียตะวันออกกลาง เพื่อเป็นการนำกีฬาเชิงวัฒนธรรมและกีฬาเชิงท่องเที่ยวของไทยออกสู่สายตาชาวโลกให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับคืนมาสู่ประเทศต่อไป
“เวิลด์คลาสสปอร์ตอีเวนต์” รายการต่อ ๆ ไปจะเกิดขึ้นตามมาอีกมากมายภายใต้การสนับสนุนของ กกท. ที่ต้องการส่งเสริมและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมกีฬาควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้วงการกีฬาไทยมีความคึกคักต่อเนื่อง สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้อย่างมหาศาลและปักหมุดให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางกีฬาของโลก”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/933157/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a-uapvPxmzRHcOZ18Ai7Y
