ไทยเข้า OECD เหมือนเข้า ‘ฟิตเนส’ ตรวจสุขภาพประเทศ ก่อนแข่งโลก

ไทยเข้า-oecd-เหมือนเข้า-‘ฟิตเนส’-ตรวจสุขภาพประเทศ-ก่อนแข่งโลก

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล กระทรวง หรือกฎระเบียบระหว่างประเทศที่ดูไกลตัว แต่หากมองให้ง่ายขึ้น การเข้า OECD อาจเปรียบได้กับการ “พาประเทศเข้าไปตรวจสุขภาพครั้งใหญ่” และเข้าฟิตเนสเพื่อปรับสมรรถภาพให้พร้อมแข่งขันในเวทีโลก

นี่คือมุมมองจาก “ดร.ธัชไท กีรติพงค์ไพบูลย์” ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ Thailand Next ทางเพจ SPACEBAR โดยชี้ให้เห็นว่า การเข้าสู่ OECD ไม่ใช่เพียงการได้ “ป้ายสมาชิก” เพิ่มขึ้น แต่คือกระบวนการที่ประเทศไทยต้องกลับมาสำรวจตัวเองว่า วันนี้ระบบเศรษฐกิจ กฎระเบียบ ภาครัฐ และภาคธุรกิจของไทยมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล

ดร.ธัชไท อธิบายภาพของ OECD ให้เข้าใจง่ายว่า หากเปรียบประเทศไทยเป็นนักเรียน OECD ก็เหมือนมหาวิทยาลัยที่เข้ามาช่วยยกระดับความสามารถของประเทศ การเข้า OECD จึงไม่ใช่การสมัครแล้วจะ “เก่งขึ้นทันที” แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ ปรับปรุง และพิสูจน์ว่าประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะร่วมกำหนดมาตรฐานและกติกาสากลได้

ถ้าไม่เข้าก็ไม่ผิด แต่จะเสียโอกาสที่จะพัฒนาตัวเอง

— ดร.ธัชไท กีรติพงค์ไพบูลย์

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการเข้า OECD จึงถูกมองว่าเป็น โอกาสในการปฏิรูปโครงสร้างประเทศไทย มากกว่าจะเป็นเพียงเรื่องของการได้สถานะสมาชิกเพิ่มอีกหนึ่งองค์กร

OECD คืออะไร และต่างจาก IMF อย่างไร?

เมื่อถามว่า OECD กับ IMF ต่างกันอย่างไร ทั้งที่เป็นองค์กรระหว่างประเทศเหมือนกัน ดร.ธัชไท อธิบายว่า IMF มีบทบาทสำคัญด้านเศรษฐกิจ การเงิน การธนาคาร และการให้คำปรึกษาหรือความช่วยเหลือทางการเงิน ขณะที่ OECD จะเน้นเรื่อง นโยบาย มาตรฐาน และแนวทางการพัฒนาประเทศ โดยมีแนวคิดสำคัญที่ว่า “Better Policies for Better Lives” หรือนโยบายที่ดีขึ้นเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ดังนั้น การเข้า OECD จึงไม่ได้หมายความว่าไทยจะได้รับเงินช่วยเหลือจากองค์กร แต่หมายถึงการเข้ามาอยู่ในเวทีที่ประเทศสมาชิกแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมาตรฐานร่วมกัน ที่สำคัญ ประเทศที่จะเข้าเป็นสมาชิกต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า มีศักยภาพในการปฏิบัติตามมาตรฐาน และพร้อมที่จะร่วมกำหนดกติกาสากล

ไทยต้องทำการบ้านกว่า 25 ด้าน ก่อนเข้า OECD

กระบวนการเข้า OECD ไม่ได้มีเพียงเรื่องเศรษฐกิจ แต่ครอบคลุมหลายมิติของประเทศ โดยมีคณะกรรมการ OECD เข้ามาประเมินประเทศไทยประมาณ 25 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สาธารณสุข เกษตรกรรม การแข่งขันทางการค้า ภาษี สิ่งแวดล้อม แรงงาน การต่อต้านคอร์รัปชัน และอีกหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ ซึ่งไม่ใช่ “การตรวจสอบ” ประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการประเมินศักยภาพ และค้นหาว่าไทยมีจุดอ่อนอะไรที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้สามารถยกระดับมาตรฐานของประเทศได้

thailand-oecd-technical-review-part-2-2.jpg

ไทยเร่ง ‘สร้างกล้ามเนื้อ’ รับ OECD

เมื่อถามว่าตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนไหน ดร.ธัชไท กล่าวว่า ตอนนี้ไทยผ่านขั้นตอนเริ่มต้นของกระบวนการมาแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญอย่าง Technical Review หากเปรียบกระบวนการทั้งหมดเป็นการเข้าฟิตเนส ก็อาจมองภาพได้ว่า:

ในช่วง Technical Review ทาง OECD จะเข้ามาพิจารณาข้อมูลของไทยในรายละเอียดมากขึ้น ทั้งการส่งคำถามให้หน่วยงานไทย การพูดคุยกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้เสีย จากนั้นจึงนำข้อมูลทั้งหมดไปวิเคราะห์และนำเสนอในคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อระบุว่า ประเทศไทยต้องปรับปรุงอะไรบ้าง เมื่อพบจุดที่ยังไม่ผ่านมาตรฐาน ไทยก็ต้องกลับไปปรับกฎหมาย นโยบาย ระบบ หรือแนวปฏิบัติ ก่อนเข้าสู่การประเมินอีกครั้ง นี่จึงเป็นช่วงที่ประเทศไทยต้องเริ่ม “สร้างกล้ามเนื้อ” อย่างจริงจัง

thailand-oecd-technical-review-part-2-4.jpg

thailand-oecd-technical-review-part-2-3.jpg

OECD ยกระดับมาตรฐานไทย ธุรกิจต้องพร้อมแข่งขัน

ส่วนการเข้า OECD จะทำให้สินค้าไทยส่งออกได้ง่ายขึ้นเพราะลดภาษีโดยตรงนั้น ดร.ธัชไท ระบุว่าอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่จะช่วยยกระดับมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของระบบเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการค้าโลกมากขึ้น ทั้งมาตรฐานสินค้า สิ่งแวดล้อม แหล่งกำเนิดสินค้า แรงงาน และความรับผิดชอบของธุรกิจ

เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ “สินค้าไทยเพื่อส่งออก” มีคุณภาพสูง แต่ต้องยกระดับมาตรฐานสินค้าที่จำหน่ายในประเทศด้วย เพื่อให้คนไทยได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพในระดับเดียวกับตลาดโลก

สำหรับ SME สิ่งสำคัญคือการเริ่มทำความรู้จัก OECD และประเมินธุรกิจของตัวเองตั้งแต่วันนี้ว่า หากมาตรฐานใหม่ถูกนำมาใช้ จะกระทบต่อธุรกิจในด้านใดบ้าง ขณะที่ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนทั้งห้องปฏิบัติการ งานวิจัย เทคโนโลยี และบริการทางเทคนิค เพื่อไม่ให้ต้นทุนการยกระดับมาตรฐานตกอยู่กับผู้ประกอบการเพียงฝ่ายเดียว

ขณะเดียวกัน การยกระดับไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับสินค้า แต่รวมถึง “การจ้างงาน” และการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ทั้งสิทธิแรงงาน สวัสดิการ สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อสังคม ปัญหาที่เคยถูก “ซุกไว้ใต้พรม” ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรมหรือการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย จะต้องถูกนำกลับมาจัดการอย่างเป็นระบบมากขึ้น

ดังนั้น OECD จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการส่งออก แต่คือแรงผลักให้ทั้งบริษัทใหญ่และ SME ปรับมาตรฐานธุรกิจไทยให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/thailand-oecd-technical-review-part-2&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vUlkeCsnGLQ-Vtxwu3CBS