ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งแรง หลังความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงาน โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดทะลุ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ทะยานเหนือ 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 เดือน ด้านตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงหนัก โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลงกว่า 652 จุด จากความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะที่ผู้ใช้รถในไทยสามารถตรวจสอบราคาน้ำมันประจำวันที่ 24 ตุลาคม 2569 จาก 4 สถานีบริการ ได้แก่ ปตท. บางจาก พีที และเชลล์
ราคาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2569 หลังนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อุปทานพลังงานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักเพิ่มเติม ภายหลังเกิดเหตุโจมตีของกลุ่มฮูตีในซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รายงานเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลต่อสถานการณ์ด้านพลังงานในภูมิภาค
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 3.80 ดอลลาร์ หรือ 3.82% ปิดที่ 103.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 3.55 ดอลลาร์ หรือ 3.14% ปิดที่ 116.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่อาจกระทบต่อการผลิตและการขนส่งน้ำมันดิบ
ภาพรวมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% ขณะที่ WTI เพิ่มขึ้น 2.3% โดยนักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากความรุนแรงทวีความรุนแรงขึ้น อาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกตึงตัวและทำให้ราคาน้ำมันผันผวนต่อเนื่อง
ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงอย่างหนักในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม ท่ามกลางแรงเทขายหุ้นหลายกลุ่มธุรกิจ หลังนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยตลาดจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่และการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,215.16 จุด ลดลง 652.82 จุด หรือ 1.23% ส่วนดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,623.68 จุด ลดลง 39.75 จุด หรือ 0.52% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,955.34 จุด ลดลง 53.52 จุด หรือ 0.21%
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาภาพรวมตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.5% และ Nasdaq ลดลง 0.7% ขณะที่ดาวโจนส์ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% และสามารถปิดบวกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 นักลงทุนจึงยังต้องติดตามผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่และทิศทางนโยบายการเงินของเฟดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความคืบหน้าการลงทุนด้าน AI ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ระยะต่อไป
สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยประจำวันที่ 24 ตุลาคม 2569 มีการเผยแพร่ข้อมูลราคาจากสถานีบริการน้ำมัน 4 แห่ง ได้แก่ ปตท. บางจาก พีที และเชลล์ โดยข้อมูลราคาที่ให้มาระบุว่าอ้างอิงจากวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 05.00 น. จึงควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเติมน้ำมัน เนื่องจากราคาขายปลีกอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของผู้ให้บริการ
ราคาน้ำมัน ปตท.
แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 42.04 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 41.67 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 31.63 บาทต่อลิตร
ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 43.54 บาทต่อลิตร
เบนซิน ราคา 51.03 บาทต่อลิตร
ราคาน้ำมันบางจาก
แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 42.04 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 41.67 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 31.63 บาทต่อลิตร
ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 43.54 บาทต่อลิตร
ดีเซลพรีเมียม ราคา 50.05 บาทต่อลิตร
ราคาน้ำมันพีที
ดีเซล ราคา 43.54 บาทต่อลิตร
ดีเซล B20 ราคา 37.19 บาทต่อลิตร
เบนซิน ราคา 51.53 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 42.04 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 41.67 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร
ราคาน้ำมันเชลล์
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.89 บาทต่อลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 42.17 บาทต่อลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 42.54 บาทต่อลิตร
เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 51.84 บาทต่อลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ราคา 43.54 บาทต่อลิตร
เชลล์ ดีเซล B20 ราคา 37.19 บาทต่อลิตร
เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ราคา 51.84 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันข้างต้นอ้างอิงจากข้อมูลของสำนักนโยบายปิโตรเลียมและปิโตรเคมี (สนพ.) ซึ่งมีการอัปเดตเมื่อมีประกาศเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมัน โดยปกติจะเผยแพร่ข้อมูลในช่วงเวลา 05.00 น. ของวันที่มีการเปลี่ยนแปลงราคา
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/330917&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0dE3n_k3IsaMKWYZ0c-vdi

