ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ! ‘3 สูง 1 ต่ำ’ ปตท. ดัน 4 S-Curve ใหม่ สร้างงานอนาคตคนไทย

ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ!-‘3-สูง-1-ต่ำ’-ปตท.-ดัน-4-s-curve-ใหม่-สร้างงานอนาคตคนไทย
ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ! ‘3 สูง 1 ต่ำ’ ปตท. ดัน 4 S-Curve ใหม่ สร้างงานอนาคตคนไทย

เศรษฐกิจไทยโตต่ำ ท่ามกลางภาวะ “3 สูง 1 ต่ำ” ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ บอสกลุ่มธุรกิจใหม่ ปตท. เปิดมุมมองในเวที IMF-World Bank 2026 ชี้ไทยต้องผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชนเป็น “One Team” รื้อข้อจำกัดทางกฎหมาย สร้าง New Jobs รับคนรุ่นใหม่

  • ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ จาก ปตท. ระบุว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญสภาวะ “3 สูง 1 ต่ำ” ได้แก่ ราคาพลังงานและเงินเฟ้อสูง, ดอกเบี้ยสูง, หนี้สูง ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) อยู่ในระดับต่ำ
  • เพื่อฝ่าวิกฤตและสร้างงานให้คนรุ่นใหม่ ปตท. เสนอให้ผลักดัน 4 อุตสาหกรรม S-Curve ใหม่ โดยต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศ
  • 4 S-Curve ใหม่ประกอบด้วย: 1. เกษตรและอาหารมูลค่าสูง (ต่อยอดเป็นยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ) 2. การยกระดับห่วงโซ่คุณค่า AI (จากการประกอบสู่การออกแบบ) 3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Soft Power) และ 4. การค้าในภูมิภาคเอเชีย
  • เป้าหมายสำคัญของการผลักดัน S-Curve ใหม่ คือการสร้างงานใหม่ (New Jobs) เพื่อรองรับแรงงานรุ่นใหม่ที่กำลังจบการศึกษา

จากการประชุมประจำปีสถาบันการเงินระดับโลก IMF-World Bank 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ได้ฉายภาพท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ต้องเผชิญกับภาวะ “ช็อก” (Shock) จากความผันผวน ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับตัวสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) และเร่งการเปลี่ยนผ่าน (Transition & Transformation) เพื่อรับมือกับวิกฤต

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับสภาวะ “3 สูง 1 ต่ำ” ได้แก่ ราคาพลังงานและเงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง และหนี้สูง ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ยังอยู่ระดับต่ำ โดยประมาณการเติบโตปัจจุบันอยู่ที่ราว 2% ซึ่งหากต้องการให้เศรษฐกิจไทยได้รับการยอมรับต้องโตมากกว่า 3% และหากจะก้าวพ้นประเทศรายได้ปานกลางจำเป็นต้องผลักดันให้ GDP โตถึงระดับ 5%

สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่มุ่งค้นหา New Horizon เพื่อสร้างโอกาสและงานใหม่ (New Jobs) ให้กับคนรุ่นใหม่ ดร.บุรณิน ระบุว่า ไทยต้องนำจุดแข็งที่มีอยู่มาต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ 

1. เกษตรและอาหารมูลค่าสูง ปรับเปลี่ยนจากการขายอาหารฟาสต์ฟู้ดทั่วไป ไปสู่การนำวัตถุดิบอาหารมาต่อยอดเป็นยารักษาโรคและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ

2. การยกระดับห่วงโซ่คุณค่า AI ขยับจากการเป็นเพียงฐานจ้างประกอบปลายน้ำ ไปสู่กลางน้ำและต้นน้ำ เช่น การออกแบบและการเชื่อมโยง AI เข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Soft Power) และความหลากหลาย ดึงจุดแข็งด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมและกีฬา เช่น มวยไทย กอล์ฟหญิง และความสำเร็จในเอเชียนเกมส์ มาสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

4. การค้าในภูมิภาคเอเชีย เพิ่มการค้าขายและการสร้าง Value Chain ร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกในเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตสูง

ผนึกภาครัฐ-เอกชนเป็น “ทีมเดียวกัน”

ดร.บุรณิน กล่าวเน้นย้ำว่า การค้นหาเป้าหมายใหม่ของประเทศจะประสบความสำเร็จได้จริง จำเป็นต้องมองผ่านข้อจำกัดทางกายภาพ ทั้งด้านทรัพยากรทางการเงิน ข้อจำกัดด้านการลงทุน ตลอดจนกฎเกณฑ์และกฎระเบียบต่างๆ ดังนั้น การบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในลักษณะ “ทีมเดียวกัน” (One Team) จึงเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งในการทลายอุปสรรค 

“การสร้าง New Horizon ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 นี้ จะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างงานใหม่ (New Jobs) เพื่อรองรับแรงงานรุ่นใหม่ที่กำลังจบการศึกษา ให้มีสายงานรองรับและไม่ตกงานท่ามกลางการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ”

สำหรับทิศทางของ ปตท. นอกเหนือจากการรักษาความมั่นคงทางพลังงานซึ่งเป็นภารกิจหลักแล้ว ในส่วนของธุรกิจ New S-Curve และธุรกิจที่ไม่ใช่พลังงาน (Non-Oil) ได้มีการปรับกลยุทธ์โดยไม่เน้นการตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ที่สูงเกินจริงเหมือนในอดีต แต่มุ่งเน้นให้ทุกกลุ่มธุรกิจสามารถพึ่งพาตัวเองได้ทางการเงิน (Self-financing) เช่น ธุรกิจปิโตรเคมีที่เม็ดพลาสติก Commodity ไม่สามารถแข่งขันได้แล้ว ก็เร่งปรับตัวไปสู่ Advance Materials 

ทั้งนี้ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่าง AI และหุ่นยนต์ ขณะที่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV Mobility) จะมุ่งใช้จุดแข็งผ่านเครือข่ายสถานีบริการและโครงข่ายการอัดประจุไฟฟ้าของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ส่วนด้านใดที่ไม่ถนัดก็จะเปิดโอกาสให้พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาดำเนินการ ควบคู่ไปกับการรักษาวินัยทางการเงิน การดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1257575&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30TLzY0PjZrhj885cQn9FF

Related Post