อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

อพท.-เปิดวิสัยทัศน์-แผนปั้นไทยสู่-“เมืองสร้างสรรค์โลก”-พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

ผมจึงใช้คำว่า “ติดเที่ยว ดีกว่าติดเตียง” เพราะการท่องเที่ยวไม่ควรเป็นสิทธิของคนที่ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการก็ควรมีโอกาสสัมผัสธรรมชาติได้ด้วยตัวเองและอย่างมีศักดิ์ศรี

กระเช้าภูกระดึงจึงต้องมองในมิติของ Universal Design และ Tourism for All ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก ขณะเดียวกัน คนที่ต้องการความท้าทายก็ยังสามารถเดินขึ้นภูกระดึงตามเส้นทางเดิมได้ กระเช้าไม่ได้เข้ามาแทนที่การเดิน แต่เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

โครงสร้างพื้นฐานหนึ่งชิ้น ต้องสร้างประโยชน์ได้หลายมิติ

นายศิริปกรณ์ แสดงความเห็นว่า ประโยชน์ของกระเช้ามีมากกว่าการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวแน่นอน เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินบนภูกระดึง การนำแพทย์และอุปกรณ์ขึ้นไปต้องใช้การเดินเท้าเป็นเวลานาน เช่นเดียวกับกรณีช้างป่วยที่สัตวแพทย์ต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่

กระเช้าสามารถเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการแพทย์ฉุกเฉิน การดูแลสัตว์ป่า รวมถึงภารกิจของเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าได้

ภูกระดึงมีพื้นที่ป่าจำนวนมาก แต่มีเจ้าหน้าที่ดูแลประมาณ 25 คน การขนส่งอุปกรณ์ วัสดุสาธารณูปโภค รวมถึงขยะ จึงเป็นภาระสำคัญ

“เราไม่ได้มองกระเช้าเป็นแค่เครื่องมือพานักท่องเที่ยวขึ้นภู แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องสร้างประโยชน์ให้กับทั้งคน ป่า สัตว์ และระบบความปลอดภัย”

ส่วนเรื่องสิ่งแวดล้อมต้องเป็นไปตามกฎหมาย มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA อย่างครบถ้วน เส้นทางกระเช้าจะแยกจากเส้นทางเดินเดิม และจะขึ้นไปเพียงบริเวณกึ่งกลางเขา ไม่ใช่ขึ้นไปถึงยอด เพื่อลดแรงกดดันต่อพื้นที่ด้านบน

แล้วผลกระทบต่ออาชีพลูกหาบจะจัดการอย่างไร?

ศิริปกรณ์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า วันนี้ลูกหาบภูกระดึงลดลงมาก จากเดิมประมาณ 1,000 คน เหลือไม่ถึง 200 คน ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาสุขภาพและคนรุ่นใหม่ไม่สืบทอดอาชีพ

ดังนั้น แนวคิดของเราไม่ใช่ทำให้ลูกหาบหมดอาชีพ แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน จากเดิมที่ต้องแบกสัมภาระขึ้นเขาเป็นระยะทางไกล อาจปรับมาเป็นการขนส่งในพื้นที่ราบ ตั้งแต่จุดจอดรถไปยังสถานีกระเช้า ซึ่งช่วยลดภาระทางร่างกายและยังคงสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่

อีกประเด็นคือการพักค้างแรม ปัจจุบันพื้นที่มีขีดความสามารถรองรับตามที่กฎหมายกำหนด แต่ในฤดูท่องเที่ยวมีความต้องการสูงกว่าขีดความสามารถ

หากกระเช้าสามารถเปิดให้บริการประมาณ 05.00-20.00 น. จะทำให้เกิดตลาดใหม่ในรูปแบบ Day Trip นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเที่ยวแล้วกลับลงมาในวันเดียว

“เป้าหมายไม่ใช่เพิ่มคนบนภู แต่เพิ่มโอกาสให้คนรอบภูมีรายได้”

อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

ดันแหล่งท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล ป้องกันภาษีคาร์บอนโหด เมื่อ มาตรฐานสากลไม่ใช่ “ใบประกาศ” แต่คือความสามารถในการแข่งขัน

อีกโจทย์หนึ่งคือการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวไทยให้ได้มาตรฐานสากล เรื่องนี้สำคัญแค่ไหน?

ผมเปรียบมาตรฐานสากลเหมือน อย. หรือ มอก. ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

วันนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดยุโรปและอเมริกา ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น เขาไม่ได้ถามเพียงว่า “ที่นี่สวยไหม” แต่ถามว่า “สถานที่นี้บริหารจัดการอย่างไร”

มาตรฐานของ Global Sustainable Tourism Council หรือ GSTC จึงมีความสำคัญ เพราะทำให้แหล่งท่องเที่ยวสามารถแสดงให้ตลาดโลกเห็นว่ามีระบบบริหารจัดการที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

อพท. จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้ตรารับรอง แต่ผลักดันให้ชุมชนและเมืองพัฒนาตัวเองจนสามารถผ่านการประเมินจากหน่วยงานอิสระได้

อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

“มาตรฐานไม่ใช่เครื่องประดับของแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นใบเบิกทางให้เราแข่งขันในตลาดโลกได้”

นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมรับมือกับกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนที่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ เพราะในอนาคตความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจท่องเที่ยวจะไม่ได้วัดจากราคาและความสวยงามเท่านั้น แต่รวมถึง Carbon Footprint และ Sustainability Performance ด้วย

สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council หรือ GSTC) ใช้ตราสัญลักษณ์รูป “รอยเท้า” เป็นมาตรฐานระดับโลก หากแหล่งท่องเที่ยวใดไม่มีตรานี้ นักท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกาที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมจะไม่เลือกเดินทางมา

ที่สำคัญกว่านั้นคือมาตรการภาษี CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ที่ประเทศตะวันตกใช้เก็บภาษีสินค้านำเข้าไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำลังจะขยายมาใช้กับแพ็คเกจท่องเที่ยวขาออกในอนาคตอันใกล้

อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

หากไทยไม่มีมาตรฐานรองรับ แพ็คเกจท่องเที่ยวราคา 5,000 บาท อาจถูกเก็บภาษีเพิ่มจนกลายเป็น 8,000 บาท ทันที ซึ่งจะทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

กลไกการรับรองมาตรฐานเปรียบได้กับระบบขนส่งทางบก โดย GSTC ทำหน้าที่เหมือน “กรมการขนส่งทางบก” ส่วนหน่วยงานตรวจประเมินอิสระ เช่น Travel Life, Green Destinations หรือ Earth Check ทำหน้าที่เหมือน “ตรอ.” ที่กระจายอยู่ทั่วไป

บทบาทของ อพท. คือผลักดันให้ชุมชนและเมืองท่องเที่ยวไทยผ่านเกณฑ์ของหน่วยงานเหล่านี้ เพื่อให้ได้รับการรับรองจาก GSTC และจัดทำแพ็คเกจท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับความต้องการสากล

นอกจากนี้ยังมีรางวัลจากองค์การการท่องเที่ยวโลก (UN Tourism) อย่างรางวัล Best Tourism Village ที่ อพท. ผลักดันจนชุมชนไทยได้รับ แต่ยังขาดการประชาสัมพันธ์ ทำให้ต่างชาติรู้จักมากกว่าคนไทยเอง

9 เมืองไทยบนแผนที่ “Creative Cities” ของโลก

วันนี้ประเทศไทยอยู่ตรงไหนบนแผนที่ Creative Cities ของ UNESCO?

ปัจจุบันประเทศไทยมีเมืองในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก หรือ UNESCO Creative Cities Network (UCCN) จำนวน 9 เมือง จากเครือข่ายทั่วโลกกว่า 400 เมือง ครอบคลุม 4 สาขา

  • ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน — เชียงใหม่, สุโขทัย และน่าน (เมืองล่าสุด)
  • ด้านอาหาร — ภูเก็ต (เมืองแรกของไทย), เพชรบุรี และสงขลา ซึ่งโดดเด่นจากระบบนิเวศ “3 น้ำ” คือน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม
  • ด้านการออกแบบ — กรุงเทพมหานคร และเชียงราย
  • ด้านดนตรี — สุพรรณบุรี เมืองล่าสุดที่มีรากเหง้าดนตรีลึกซึ้ง ตั้งแต่เพลงพื้นบ้าน เพลงลูกทุ่ง ไปจนถึงศิลปินชื่อดังหลายยุคสมัย

จากทั้ง 9 เมือง อพท. เป็นผู้เข้าไปร่วมผลักดันจำนวน 6 เมือง ได้แก่ เพชรบุรี สุโขทัย น่าน เชียงราย และสงขลา ขณะที่ภูเก็ต เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ดำเนินการสมัครด้วยตนเอง

อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

สัญลักษณ์เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ (UNESCO)  ด้านการออกแบบ

แล้วการเป็นเมืองสร้างสรรค์ให้อะไรกับเมืองมากกว่าชื่อเสียง?

ผมมองว่ามี 3 เรื่องใหญ่ เรื่องแรกคือ Marketing และ Niche Tourism

Creative City สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจเฉพาะกลุ่ม คนบางคนเดินทางตามเมืองอาหาร บางคนตามเมืองดนตรี บางคนตามเมืองออกแบบ นี่คือการสร้างตลาดใหม่ที่ไม่ได้แข่งขันด้วยการขายประเทศไทยแบบ Mass Tourism เพียงอย่างเดียว

เรื่องที่สองคือ เศรษฐกิจและการพัฒนาท้องถิ่นเราต้องการให้เด็กและคนรุ่นใหม่เห็นว่าบ้านเกิดของตัวเองมีคุณค่า และสามารถใช้ Creativity กับ Innovation มาต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นจนเกิดเป็นอาชีพ

เรื่องที่สามคือ ภาพลักษณ์และการปักหมุดระดับสากล เมื่อเมืองไทยเข้าไปอยู่ในเครือข่ายของ UNESCO เมืองนั้นก็เข้าไปอยู่ในแผนที่ Creative Cities ของโลก

อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

“Creative City ไม่ได้สร้างเมืองเพื่อให้คนมาเที่ยวอย่างเดียว แต่ต้องสร้างเมืองที่คนในพื้นที่อยากอยู่และสามารถสร้างอาชีพของตัวเองได้”

อะไรคือหัวใจที่ทำให้เมืองหนึ่งผ่านเกณฑ์ Creative City?

ผมอธิบายง่าย ๆ ว่าเหมือน “เหรียญ 3 ด้าน”

ด้านแรกคือ หัวเหรียญ หมายถึง สิ่งที่เมืองมีความโดดเด่น มีของดีจริง และมีอัตลักษณ์ชัดเจน

ด้านที่สองคือ ก้อยเหรียญ หมายถึง สิ่งที่เปราะบางหรือเสี่ยงจะสูญหาย หากไม่มีการอนุรักษ์หรือสืบทอด

ส่วนด้านที่สามคือ สันเหรียญ คือความคิดสร้างสรรค์และระบบบริหารจัดการ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เหรียญสามารถตั้งอยู่ได้

เมืองอาจมีอาหารอร่อยมาก มีวัตถุดิบดี แต่ถ้าไม่มีระบบจัดการ ไม่มีข้อมูล ไม่มีงานวิจัย หรือไม่มีคนมาช่วยต่อยอด ก็อาจยังไม่เพียงพอสำหรับมาตรฐานระดับโลก

กรณีสงขลาเป็นตัวอย่างที่ชัด วัตถุดิบ “ปลาสามน้ำ” มีความโดดเด่น แต่ต้องมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันเรื่องความปลอดภัยของวัตถุดิบด้วย

อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

“ของดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องตอบให้ได้ว่าของดีนั้นจะอยู่ต่ออย่างไร และเราจะทำให้โลกเห็นคุณค่าของมันได้อย่างไร”

พัทยา เดินหน้าสู่ “City of Film” แห่งแรกของไทย

สำหรับพัทยา วันนี้เตรียมความพร้อมไปถึงไหนแล้ว?

พัทยากำลังเตรียมความพร้อมสู่การเป็น City of Film ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นเมืองภาพยนตร์แห่งแรกของไทย

แต่เราไม่ได้มองพัทยาเพียงเป็น Location สำหรับถ่ายภาพยนตร์ เพราะนั่นยังไม่ใช่ Ecosystem ที่แท้จริง เราต้องสร้างระบบตั้งแต่บรรยากาศของเมือง การลงทุนจากต่างประเทศ บริษัท Post-production ไปจนถึงระบบการศึกษา

โรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยาเริ่มมีหลักสูตรเกี่ยวกับการทำภาพยนตร์และคลิปสั้น เพื่อให้เด็กสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสร้างผลงานบน Social Media ได้

รวมถึงการจัดประกวดภาพยนตร์สั้นในกลุ่มนักเรียน เพราะการสร้างเมืองภาพยนตร์ต้องเริ่มจากการสร้างคน 

อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

“ถ้าจะเป็น City of Film เราต้องไม่ได้มีแค่สถานที่ถ่ายหนัง แต่ต้องมีคนทำหนัง มีธุรกิจหนัง และมีคนรุ่นใหม่ที่เห็นอุตสาหกรรมนี้เป็นอนาคต”

นอกจากพัทยา ยังมีจันทบุรีและศรีสะเกษที่มีศักยภาพเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม โดยจันทบุรีมีจุดแข็งด้านผลไม้ อาหารทะเล และอาหารท้องถิ่น ส่วนศรีสะเกษมีภูมิปัญญาพื้นบ้านและศักยภาพด้านการบริหารจัดการที่น่าสนใจ

Creative City ต้องวัดผลทางเศรษฐกิจให้ได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประเทศไทยยังต้องพัฒนาคือระบบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางตามรอย Creative Cities โดยตรง

“อพท. ทำงานต้นน้ำ เราพัฒนาพื้นที่ ขณะที่การตลาดเป็นบทบาทของหน่วยงานปลายน้ำ ดังนั้นเรายังต้องพัฒนาระบบ Data เพื่อให้รู้ว่าการเป็น Creative City สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน”

นี่เป็นโจทย์สำคัญ เพราะหาก Creative City จะเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจจริง ประเทศไทยต้องสามารถวัดผลได้ตั้งแต่จำนวนผู้เดินทาง พฤติกรรมการใช้จ่าย ไปจนถึงผลกระทบต่อธุรกิจและรายได้ของคนในพื้นที่

สัญลักษณ์เมืองสร้างสรรค์ (UNESCO) สุโขทัย ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน

อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

อพท. ในบทบาท “วาทยากร” ของเมืองสร้างสรรค์

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วบทบาทของ อพท. ในระบบนี้คืออะไร?

ผมเปรียบ อพท. เป็น Conductor หรือวาทยากรของวงออร์เคสตรา เราไม่ได้เป็นคนเล่นดนตรีทุกชิ้น และไม่ได้เป็นคนกำหนดว่าทุกคนต้องเล่นอย่างไร แต่เราทำให้คนที่มีความเชี่ยวชาญต่างกันเล่นไปในจังหวะเดียวกัน

เมืองหนึ่งมีทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น ชุมชน เอกชน มหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการ ทุกคนมีความเชี่ยวชาญของตัวเอง

หน้าที่ของ อพท. คือทำให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกันและตกลงกันว่าจะเดินไปทางไหน ปัจจุบัน อพท. มีพื้นที่พิเศษ 9 แห่ง ครอบคลุม 12 จังหวัด และมีเจ้าหน้าที่ประจำในพื้นที่ ทำงานกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง

“อพท. ไม่ใช่เจ้าของเมือง แต่เป็นคนช่วยให้ทุกคนในเมืองเล่นเพลงเดียวกัน”

สำหรับการสมัคร UNESCO อพท. เข้าไปตั้งแต่ต้น ทั้งสนับสนุนการแปลเอกสาร จัดหาที่ปรึกษาทางวิชาการ สนับสนุนการจัดทำใบสมัคร และตรวจสอบความสมบูรณ์ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาระดับประเทศ

สัญลักษณ์ สุุพรรณบุรีเมืองสร้างสรรคด์ด้านดนตรี

อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ “ไทยไม่มีของดี” แต่อยู่ที่ “ของดีอธิบายกับโลกได้หรือยัง”

อะไรคือความท้าทายที่สุดในการผลักดันเมืองไทยไปสู่ Creative City?

ผมไม่คิดว่าประเทศไทยไม่มีของดี เรามีเยอะมาก แต่ความท้าทายคือ ของดีของเราตรงกับสิ่งที่โลกกำลังมองหาหรือไม่ และเรามีหลักฐานหรือระบบจัดการที่จะอธิบายสิ่งนั้นให้โลกเข้าใจหรือยัง

อีกเรื่องคือการสืบทอดภูมิปัญญา เรามีปราชญ์ชาวบ้านจำนวนมาก แต่คำถามคือคนรุ่นต่อไปจะมีใครรับช่วงต่อหรือไม่

“AI อาจช่วยบันทึกและถ่ายทอดองค์ความรู้ได้ แต่ไม่สามารถแทนที่ประสบการณ์จากคนจริง ๆ ได้ทั้งหมด – สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การที่เราไม่มีของดี แต่คือวันที่ของดีของเรายังอยู่ แต่ไม่มีคนรู้วิธีทำมันอีกแล้ว”

ดังนั้น การสร้าง Creative City จึงไม่ใช่แค่การสร้างเมืองให้สวย หรือทำ Branding ให้ดูดี แต่ต้องทำให้คนในพื้นที่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมี และสามารถเปลี่ยนคุณค่านั้นให้เป็นเศรษฐกิจ เป็นอาชีพ และเป็นอนาคตของคนรุ่นต่อไป

อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

จาก Repeat Visitor สู่การสร้าง “เหตุผลใหม่” ให้โลกมาไทย

ท้ายที่สุด ศิริปกรณ์มองว่าโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยคือการสร้างสมดุลระหว่างการรักษาฐานนักท่องเที่ยวเดิมกับการสร้างนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่

นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยจำนวนมากเป็น Repeat Visitors ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ยังมีพื้นที่ให้เติบโต ดังนั้น ประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาเสน่ห์เดิมเพียงอย่างเดียวได้

การสร้าง Man-made Attraction ใหม่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ การยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล และการสร้างเครือข่าย Creative Cities จึงอาจเป็นชิ้นส่วนของยุทธศาสตร์เดียวกัน

สัญลักษณ์ น่านเมืองสร้างสรรค์ (UNESCO)  ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน

อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่ประเทศไทยต้องตอบให้ได้ไม่ใช่เพียง “เรามีอะไร” แต่คือ

“ประเทศไทยมีอะไรใหม่ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมา และทำให้คนที่ยังไม่เคยมา อยากเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทาง?”

สำหรับ อพท. คำตอบจึงไม่ได้อยู่ที่การสร้างสถานที่ใหม่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้ เมือง ชุมชน ผู้คน ภูมิปัญญา โครงสร้างพื้นฐาน และความคิดสร้างสรรค์ สามารถกลายเป็น Destination ใหม่บนแผนที่โลกได้อย่างยั่งยืน

อพท. เปิดวิสัยทัศน์ แผนปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก” พลิกเมืองสู่เศรษฐกิจใหม่

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/747976&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Bg3rKDLa4UAUm90hwViAt