China Media Group (CMG) เปิดเวทีเสวนาระดับนานาชาติ “จีนในฤดูใบไม้ผลิ : การพัฒนาของจีนและโอกาสของโลก” ณ กรุงเทพฯ รวมผู้นำภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนไทย-จีน แลกเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับใหม่ของจีนที่มุ่งเปิดประเทศและแบ่งปันโอกาสสู่ประชาคมโลก

China Media Group (CMG) จัดเวทีเสวนาระดับนานาชาติในหัวข้อ “จีนในฤดูใบไม้ผลิ : การพัฒนาของจีนและโอกาสของโลก” เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ นายเซิ่น ไห่ส่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสื่อสารมวลชนและผู้อำนวยการ China Media Group ได้กล่าวสุนทรพจน์ผ่านทางวิดีโอ ในหัวข้อ บทบาทของสื่อในการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประเทศ และการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาในยุคโลกาภิวัตน์
นายเซิ่น ระบุว่า การประชุมสองสภาของจีนซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และเป็นหน้าต่างสำคัญในการติดตามจีนยุคใหม่ ยังคงดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก โดยปีนี้ได้มีมติรับรองเอกสารสำคัญหลายฉบับ รวมถึง “โครงร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15” พร้อมกำหนดเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปี 2026 ไว้ที่ร้อยละ 4.5 ถึง 5 โดยพิมพ์เขียวการพัฒนาคุณภาพสูงของจีนถือเป็นการเปิดโอกาสใหม่แก่ประชาคมโลก
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เน้นย้ำถึงการขยายการเปิดประเทศในระดับสูง การเปิดตลาดโลกอย่างกว้างขวาง และการเสริมสร้างความเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเปิดกว้างของจีน

ขณะเดียวกัน การพัฒนา “พลังการผลิตใหม่คุณภาพสูง” ของจีนตั้งแต่ต้นปีเติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์อัจฉริยะในงานกาล่าตรุษจีนของ China Media Group และโมเดล “ภาพยนตร์+” ที่ช่วยกระตุ้นการบริโภค ตอกย้ำบทบาทของจีนในฐานะ “โอเอซิสแห่งความแน่นอน” ขณะที่สถานีฯ พร้อมใช้ศักยภาพด้านการสื่อสารและเทคโนโลยี เพื่อผลักดันความทันสมัยแบบจีนและแบ่งปันโอกาสสู่ประชาคมโลก
นางเลี่ยว ลี่ รองผู้อำนวยการสำนักงาน CMG Asia-Pacific ตัวแทนผู้จัดงานได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมเรียนเชิญ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมกันอย่างคับคั่ง เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ และโอกาสความร่วมมือระหว่างไทย-จีนในอนาคต โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี

นางเลี่ยว ลี่ กล่าวย้ำว่าการประชุมสองสภาที่เพิ่งปิดฉากลงได้ส่งสัญญาณชัดเจน ว่าการพัฒนาของจีนคือโอกาสของทั้งโลกและของไทย งานเสวนาครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอทิศทางการพัฒนาคุณภาพสูงของจีน พร้อมหารือถึงการยกระดับความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างไทย-จีนในยุคใหม่ เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก ทั้งนี้ CMG ในฐานะสื่อระดับชาติของจีน พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงนโยบายและจิตใจของประชาชนทั้งสองประเทศ สานต่อเรื่องราวมิตรภาพ เพื่อให้ชาวไทยได้ร่วมรับผลประโยชน์จากการพัฒนาของจีนอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้กล่าวสุนทรพจน์ถึงทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน รวมถึงบทบาทของความร่วมมือระหว่างสองประเทศในบริบทเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง
นายจาง ได้กล่าวสรุปถึงความสำเร็จของการประชุมสองสภาและการรับรอง “แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15” โดยระบุว่าประชาคมโลกต่างจับตาทิศทางของจีนอย่างใกล้ชิด ซึ่งจีนหวังว่าแผนพัฒนาดังกล่าวจะไม่เป็นเพียงพิมพ์เขียวสำหรับประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นการหยิบยื่นโอกาสใหม่ๆ ให้กับโลก ท่ามกลางความท้าทายด้านสันติภาพและการพัฒนาในปัจจุบัน

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จีนจะยังคงยึดมั่นในเส้นทางการพัฒนาอย่างสันติ ผลักดันการพัฒนาคุณภาพสูง และเปิดประเทศสู่ภายนอกในระดับสูงต่อไป พร้อมกันนี้ จีนยินดีที่จะยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านกับไทย เพื่อผลักดันการสร้าง “ประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน” ให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความกินดีอยู่ดีให้แก่ประชาชนทั้งสองชาติ ตลอดจนร่วมขับเคลื่อนสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคต่อไป
ด้าน นายนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา กล่าวถึง ความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและเสถียรภาพของภูมิภาค พร้อมระบุความสัมพันธ์ไทย-จีน มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนความร่วมมือในระดับภูมิภาค
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ประชาคมโลกให้ความสนใจต่อการประชุมสองสภาและการพัฒนาของจีน โดยแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น สะท้อนวิสัยทัศน์ผู้นำและประสิทธิภาพของรัฐบาล ปีนี้เป็นปีเริ่มต้นของแผนฯ ฉบับที่ 15 ซึ่งจีนยังคงขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพสูงได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีควอนตัม ยานยนต์พลังงานใหม่ และอวกาศ โดยการพัฒนาพลังการผลิตใหม่คุณภาพสูงของจีนยังเอื้อประโยชน์ต่อหลายประเทศ รวมถึงอาเซียน โดยไทยหวังจะกระชับความร่วมมือกับจีนอย่างต่อเนื่อง
นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีไทย กล่าวว่าการพัฒนาของจีนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของจีน แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพสูง ซึ่งได้เปิดโอกาสอันกว้างขวางให้กับประเทศไทย งานเสวนาในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมี CMG ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมข้อมูลและความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองชาติมาโดยตลอด จากสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่ว่า “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ปัจจุบันความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้ก้าวสู่บริบทใหม่ ที่มุ่งเน้นความร่วมมือคุณภาพสูงในทุกมิติ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างประชาคมไทย-จีนที่มีอนาคตร่วมกันต่อไป
ดร. ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ GISTDA กล่าวว่าจีนได้แบ่งปันผลสำเร็จจากการพัฒนาแก่ประเทศอื่นๆ เสมอมา และพลังการผลิตใหม่ที่คุณภาพของจีนเป็นประโยชน์กับโลก โดยสำหรับด้านการบินอวกาศ จีนและไทยได้ดำเนินความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งการสำรวจอวกาศ การร่วมก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การประยุกต์ใช้งาน การฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินอวกาศ และเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งสะท้อนความพยายามสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน และจะสร้างโอกาสใหม่ในการพัฒนาทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

ขณะที่ นายหวง เหวยเหว่ย รองประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) และประธานฝ่ายยุทธศาสตร์ความร่วมมือจีน กล่าวว่า ตลาดอันมหาศาลของจีนคือโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับทั่วโลก และเป็นเสมือน “รากฐานสำคัญ” ในยุทธศาสตร์ระดับโลกของเครือซีพี จีนซึ่งเป็นตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท มีความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีชีวภาพ ช่วยพลิกโฉมอุตสาหกรรมดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ จีนยังมุ่งมั่นยกระดับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและขยายการเปิดประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านนโยบายและเวทีระดับชาติ (เช่น งานแสดงสินค้า CIIE, CISCE และนโยบายปลอดภาษีที่มณฑลไห่หนาน) ด้วยเหตุนี้ เครือซีพีซึ่งมีเครือข่ายและทรัพยากรที่แข็งแกร่งทั้งในไทยและจีน จึงพร้อมก้าวขึ้นเป็น “ซูเปอร์พาร์ตเนอร์” (Super Partner) เพื่อร่วมจับมือและขับเคลื่อนเศรษฐกิจรวมถึงวิสาหกิจจีนอย่างเต็มกำลัง

ภายหลังช่วงการกล่าวสุนทรพจน์ ยังได้มีการจัดเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมี ดร.กำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจและภาควิชาการเข้าร่วมแลกเปลี่ยน ได้แก่ นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย, ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน และ นายต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/284934&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GLcX8aDZgTiBDxpkMhsWQ


