5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ระดมความคิดเห็นปัญหา อุปสรรค และแนวทางพัฒนาพื้นที่ ในเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ภายใต้นโยบายรัฐบาล ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และภัยพิบัติ เพื่อรวบรวมข้อเสนอจากพื้นที่สู่ระ

5-จังหวัดภาคใต้-ได้แก่-สงขลา-สตูล-ยะลา-ปัตตานี-และนราธิวาส-ระดมความคิดเห็นปัญหา-อุปสรรค-และแนวทางพัฒนาพื้นที่-ในเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ-(workshop)-ภายใต้นโยบายรัฐบาล-ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-และภัยพิบัติ-เพื่อรวบรวมข้อเสนอจากพื้นที่สู่ระ

5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ระดมความคิดเห็นปัญหา อุปสรรค และแนวทางพัฒนาพื้นที่ ในเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ภายใต้นโยบายรัฐบาล ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และภัยพิบัติ เพื่อรวบรวมข้อเสนอจากพื้นที่สู่ระดับนโยบาย พร้อมปรับแนวทางการบริหารจัดการจากการ “รอแก้เมื่อเกิดปัญหา” ไปสู่การป้องกัน ลดความเสี่ยง และสร้างความพร้อมตั้งแต่ต้นทาง


30/08/2569 | 55 |

5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ระดมความคิดเห็นปัญหา อุปสรรค และแนวทางพัฒนาพื้นที่ ในเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ภายใต้นโยบายรัฐบาล ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และภัยพิบัติ เพื่อรวบรวมข้อเสนอจากพื้นที่สู่ระดับนโยบาย พร้อมปรับแนวทางการบริหารจัดการจากการ “รอแก้เมื่อเกิดปัญหา” ไปสู่การป้องกัน ลดความเสี่ยง และสร้างความพร้อมตั้งแต่ต้นทาง
.
วันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ ระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ พร้อมด้วยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การประชุมกลุ่มด้านความมั่นคง มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธาน และด้านเศรษฐกิจ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน 
.
ผลการหารือ พบว่า ปัญหาในพื้นที่มีความเชื่อมโยงกันหลายมิติ ทั้งความมั่นคง ความปลอดภัย คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และภัยพิบัติ จึงจำเป็นต้องแก้ไขแบบ “ทั้งระบบ” โดยมีข้อเสนอสำคัญเพื่อผลักดันให้เกิดผลในระดับนโยบาย
.
ด้านภัยพิบัติ เน้นบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้ง 5 จังหวัดเห็นตรงกันว่า “น้ำ” เป็นโจทย์สำคัญ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ระบบระบายน้ำไม่เพียงพอ ร่องน้ำตื้นเขิน และสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงบางพื้นที่ที่อยู่ปลายน้ำและต้องรองรับมวลน้ำจากจังหวัดใกล้เคียง จึงเสนอให้ปรับระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ เชื่อมโยงข้อมูลเส้นทางน้ำ สำรวจจุดเสี่ยง ขุดลอกคูคลอง พัฒนาแก้มลิงและพื้นที่รับน้ำ รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
.
ขณะเดียวกัน เสนอให้เพิ่มความพร้อมด้านเครื่องจักร ยานพาหนะ อุปกรณ์กู้ภัย และบุคลากร โดยจัดทำบัญชีทรัพยากรสาธารณภัยตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น เพื่อให้สามารถระดมกำลังและทรัพยากรเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดภัยขนาดใหญ่ พร้อมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
.
อีกประเด็นสำคัญคือการยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยแบบ Real Time และ Area-based หลังพบว่าข้อมูลระดับน้ำ ปริมาณฝน และข้อมูลจากหลายหน่วยงานยังเชื่อมโยงกันไม่เต็มที่ จึงเสนอให้ขยายสถานีตรวจวัด พัฒนาระบบติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ และนำเทคโนโลยี เช่น Cell Broadcast, Dashboard, ไซเรน และหอเตือนภัย มาใช้ร่วมกัน พร้อมจัดทำฐานข้อมูลกลางที่ระบุพื้นที่เสี่ยง กลุ่มเปราะบาง เส้นทางสัญจร และจุดอพยพ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์
.
ด้านความมั่นคง เร่งแก้ยาเสพติด–ความไม่สงบ–อาชญากรรมข้ามชาติ สำหรับด้านความมั่นคง ที่ประชุมกำหนดโจทย์สำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความมั่นคงชายแดน ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน และปัญหายาเสพติด โดยมีเรื่องการว่างงานและการศึกษาเป็นปัจจัยที่ต้องเร่งดำเนินการควบคู่กัน
.
ปัญหายาเสพติดถูกยกให้เป็นเรื่องเร่งด่วน โดยเฉพาะการแพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชนและข้อจำกัดด้านการบำบัดฟื้นฟู จึงเสนอให้จัดตั้งศูนย์พักคอยผู้ผ่านการบำบัด หรือ Community Isolation (CI) เพื่อดูแลต่อเนื่องทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการฝึกอาชีพ ก่อนกลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชน โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.
ส่วนปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เสนอให้เดินหน้าทั้งมาตรการด้านความปลอดภัยและการแก้ปัญหารากฐาน โดยสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ยกระดับการศึกษา เพิ่มโอกาสด้านอาชีพและคุณภาพชีวิต รวมถึงเปิดช่องทางให้ผู้เห็นต่างที่ต้องการยุติบทบาทและกลับคืนสู่สังคม สามารถเข้าสู่กระบวนการที่ชัดเจนและเป็นธรรม
.
ด้านสังคม มี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน ร่วมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ภายใต้นโยบาย Zero Dropout การยกระดับทักษะแรงงาน Upskill/Reskill การแก้ปัญหาความแออัดของโรงพยาบาล การเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนการเพิ่มศูนย์บำบัดฟื้นฟูเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด
.
ขณะที่ความมั่นคงชายแดน เน้นรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ การลักลอบเข้าเมือง และการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย ด้วยเทคโนโลยี Biometrics ระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ (LPR) CCTV และ X-ray พร้อมเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน พัฒนาด่านชายแดนสู่ Smart Checkpoint และเพิ่มความร่วมมือกับมาเลเซีย เพื่อยกระดับความปลอดภัยควบคู่กับการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการเดินทาง
.
ด้านเศรษฐกิจ นายวราวุธ ศิลปอาชา เสนอให้เร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของภาคใต้ ได้แก่ ท่าเรือน้ำลึกสงขลาและปัตตานี สนามบินยะลา โครงการมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และการพัฒนาด่านชายแดน เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคม การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
.
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำระยะยาว หรือ Soft Loan พร้อมมาตรการทางภาษีเพื่อช่วยผู้ประกอบการ ปรับแก้ผังเมืองที่เป็นข้อจำกัดต่อการลงทุนและการตั้งโรงงาน ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวบนฐานพหุวัฒนธรรม และ MICE รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น ตลอดจนปรับปรุงกฎหมายประมงที่ล้าสมัยให้สอดคล้องกับบริบทและสภาพเศรษฐกิจของพื้นที่
.
ทั้งนี้ ข้อเสนอจากทั้ง 5 จังหวัดจะถูกนำเสนอต่อรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ในการประชุม ครม.สัญจรนอกสถานที่ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาผลักดันสู่การดำเนินงานในระดับนโยบาย โดยมุ่งให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลเป็นรูปธรรม ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพิ่มความปลอดภัย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับความพร้อมของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ให้สามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

#ครมสัญจรสงขลา69
#สงขลาเมืองมรดกโลก
#จังหวัดสงขลา
#สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่6
#กรมประชาสัมพันธ์


image รูปภาพ


Line


———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/536914&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Qq0yCZ_xcVwS4sw4V-2wU