ผู้นำเวเนซูเอลาลั่นดีลน้ำมันสหรัฐช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ | TOPNEWS

ผู้นำเวเนซูเอลาลั่นดีลน้ำมันสหรัฐช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ-|-topnews

รอยเตอร์สรายงานว่าโรดริเกซ ผู้นำชั่วคราวของเวเนซูเอลาได้ออกมาแถลงต่อสาธารณชนผ่านสถานีโทรทัศน์ VTV เมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น (เสาร์ที่ 29 สค.) โดยกล่าวยกย่องข้อตกลงดังกล่าวว่าเป็นข้อตกลง “ครั้งประวัติศาสตร์” ที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ของรัฐบาล และจะช่วยกำหนดอนาคตของประเทศ

โรดริเกซกล่าวว่า “โครงการทวิภาคีระยะเวลา 25 ปี กับสหรัฐ จะมุ่งพัฒนาแหล่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ 17 แห่ง โดยมีเป้าหมายการผลิตมากกว่า 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน” และว่าเป้าหมาย 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันตามข้อตกลงนั้นเป็นเพียงเป้าหมายเบื้องต้นเท่านั้น แต่ยังมีแผนที่กว้างขึ้น ซึ่งจะรวมไปถึงการพัฒนาแหล่งน้ำมันใหม่ 8 แห่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายภาคพลังงานของประเทศ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (28 สค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านทรูธว่าสหรัฐจะเข้าควบคุมส่วนหนึ่งของแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซูเอลาภายใต้ข้อตกลง 6 หมื่น 5 พันล้านบาร์เรล โดยผ่านความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชน ทรัมป์อ้างว่าบริษัทอเมริกันจะช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมพลังงานที่ย่ำแย่ของเวเนซูเอลา ขณะเดียวกันก็กลายเป็นแหล่งน้ำมันดิบแห่งใหม่ของสหรัฐ ซึ่งจะช่วยลดราคาน้ำมันเบนซินให้กับชาวอเมริกัน

เวเนซุเอลามีปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก แต่ผลิตได้เพียงประมาณ 1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพมาก หลังจากตกอยู่ใต้มาตรการคว่ำบาตรมาหลายปี ทำให้ขาดการลงทุนและจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ซึ่งโรดริเกซกล่าวว่า ข้อตกลงครั้งจะสร้างรายได้ประมาณ 209 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับเวเนซุเอลา ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

โรดริเกซยังยืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวจะไม่ทำให้เวเนซูเอลาเสียอธิปไตย โดยรัฐบาลจะยังเป็นเจ้าของและมีอำนาจ เหนือแหล่งน้ำมันของประเทศ ในขณะเดียวกันก็จะได้ใช้ประโยชน์จากเงินทุน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญจากตางชาติ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมน้ำมันที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการคว่ำบาตร

ขณะที่การลงนามในข้อตกลงจะมีในสัปดาห์หน้าเพื่อมอบสิทธิ์ในการสำรวจและผลิตน้ำมันใหม่ให้กับหลายบริษัทของสหรัฐ รวมทั้งเชฟรอน

อย่างไรก็ตามชาวเวเนซูเอลาหลายสิบกลุ่ม รวมทั้งกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลเองได้ออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านข้อตกลงดังกล่าวในกรุงการากัส โดยระบุว่าข้อตกลงขาดความโปร่งใสและไม่ชัดเจน และกลัวว่าเวเนซูเอลาอาจต้องสูญเสียอธิปไตยให้กับสหรัฐ ขณะที่หลายคนมองว่าผลประโยชน์หลักจะตกอยู่ที่สหรัฐ ไม่ใช่เวเนซูเอลา

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1677471&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2atXm73a2nID28p4g_oMaY