“เอกนิติ” ชี้เศรษฐกิจผันผวนสูง แนะรัฐคุมหนี้-ตัดงบซ้ำซ้อน

“เอกนิติ”-ชี้เศรษฐกิจผันผวนสูง-แนะรัฐคุมหนี้-ตัดงบซ้ำซ้อน
สภาฯ เปิดพิจารณางบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระ 2 วันแรก “เอกนิติ” ชี้เศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง แนะรัฐบาลบริหารความเสี่ยงจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง คุมหนี้สาธารณะระยะยาว รักษาพื้นที่ทางการคลังรับมือวิกฤติ พร้อมทบทวนหน่วยงานหมดความจำเป็น-ภารกิจซ้ำซ้อน ขณะที่ กมธ.ปรับลดงบแล้ว 1.1 หมื่นล้านบาท

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วในวาระที่ 2 ซึ่งเป็นการพิจารณารายละเอียดวันแรก โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การพิจารณางบประมาณให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการเตรียมความพร้อมรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ รวมถึงความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การจัดทำงบประมาณต้องสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ควบคู่กับการคำนึงถึงฐานะการคลัง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และวินัยการเงินการคลังของประเทศ

นายเอกนิติ กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2570 ว่า ยังมีความไม่แน่นอนสูง รัฐบาลจึงควรมีแนวทางบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะโครงการที่อาจได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมเสนอให้รัฐบาลบริหารจัดการ หนี้สาธารณะให้ลดลงในระยะยาว เพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลังเอาไว้รองรับกรณีเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในอนาคต โดยไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินการคลังและวินัยการเงินการคลังของประเทศ นอกจากนี้ ควรทบทวนและปรับลดหน่วยงานที่หมดความจำเป็น หรือมีภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เพื่อลดภาระงบประมาณของภาครัฐ พร้อมพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมถึงแหล่งเงินหรือเงินนอกงบประมาณ เพื่อให้กระบวนการจัดสรรและพิจารณางบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายเอกนิติ เปิดเผยด้วยว่า ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ ได้มีการปรับลดงบประมาณประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท โดยพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน เป้าหมายและผลการดำเนินงานจริง ความคุ้มค่า ความพร้อมในการดำเนินโครงการ รวมถึงศักยภาพในการเบิกจ่ายงบประมาณนอกจากนี้ ยังนำข้อมูลเกี่ยวกับเงินนอกงบประมาณหรือรายได้ที่หน่วยงานสามารถจัดเก็บเองมาประกอบการพิจารณาด้วย

สำหรับหลักเกณฑ์สำคัญในการปรับลดงบประมาณ ได้แก่ 1.โครงการล่าช้ากว่าแผน และคาดว่าจะเบิกจ่ายไม่ทันภายในปีงบประมาณ รวมถึงรายการผูกพันเดิมที่จัดซื้อจัดจ้างได้ต่ำกว่าวงเงินที่เสนอไว้ 2.โครงการไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือใช้จ่ายไปแล้วแต่ไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณได้ 3.โครงการที่สามารถชะลอได้ โดยไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน หรือควรทบทวนให้สอดคล้องกับนโยบายที่เปลี่ยนแปลง และ 4.โครงการที่ยกเลิกได้ หรือสามารถใช้เงินจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากงบประมาณแผ่นดินได้

ขณะเดียวกัน กมธ.ได้พิจารณาเพิ่มงบประมาณให้กับหน่วยงานที่มีความเหมาะสมและจำเป็น ได้แก่ งบกลางสำหรับเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น รวมถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังเพิ่มงบให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับการจัดการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อสนองงานตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงทุนหมุนเวียน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงานองค์กรอิสระ และสำนักงานอัยการสูงสุด

นายเอกนิติ ย้ำว่า การพิจารณาปรับลดหรือเพิ่มงบประมาณของ กมธ. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ ความพร้อมและศักยภาพของหน่วยงาน ความซ้ำซ้อน เป้าหมายและผลการดำเนินงาน รวมถึงภารกิจสำคัญที่ช่วยสนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ และสร้างประโยชน์โดยตรงให้กับประชาชน พร้อมระบุว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2570 ต้องมุ่งสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตและมีความเข้มแข็ง สามารถรองรับผลกระทบจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศได้อย่างมีเสถียรภาพ และทุกการดำเนินงานต้องไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปตามกรอบงบประมาณและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_1071502/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2W2VxN0C8nFO1zMCjq8Yfq