เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ความตึงเครียดจากสงครามและการค้าโลกกลายเป็นประเด็นสำคัญของการประชุมผู้นำด้านการเงิน G20 ที่เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา และในโอกาสนี้เจ้าภาพอย่างสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเดินหน้าใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่า “เราจะยังคงกดดันต่อไป และเราได้มีการหารือกันอย่างดีเยี่ยมแล้วที่นี่”
ก่อนเริ่มการประชุมกับรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G20 เบสเซนต์กล่าวว่าจุดเปลี่ยนในแคมเปญกดดันของสหรัฐฯ ครั้งนี้อาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์หรือหลายเดือน แต่คงไม่ถึงระดับที่ทำให้เศรษฐกิจของอิหร่านต้องล่มสลาย
รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์กำลังพยายามโน้มน้าวพันธมิตร G20 เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านระหว่างการเจรจาในแอชวิลล์จนถึงวันอังคาร ท่ามกลางการปะทะกันด้วยอาวุธที่ปะทุขึ้นอีกครั้งกับกองกำลังเตหะราน
การโจมตีกันครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือนเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมขณะที่บรรดาผู้นำเดินทางมาถึงในเช้าวันจันทร์ ณ บริเวณที่ปกคลุมไปด้วยหมอกบนภูเขาของโรงแรมออมนิ โกรฟ พาร์ค อินน์
ความพยายามดังกล่าวได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะยุติกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงและเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพด้วยความสุจริตใจ รวมถึงการใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจที่นำโดยสหรัฐฯ
โรลันด์ เลสคูร์ รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่จะเข้าร่วมรับฟังแผนการของสหรัฐฯ
“เราทุกคนต้องร่วมมือกันในเรื่องนี้ สหรัฐฯ มีมุมมองเกี่ยวกับวิธีการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตร เราจะหารือกับพวกเขาว่าเราสามารถช่วยเหลือในด้านนั้นได้หรือไม่” เขากล่าว
ทั้งนี้ กลุ่ม G20 ซึ่งประกอบด้วย 19 ประเทศบวกกับสหภาพยุโรปและสหภาพแอฟริกา ก่อตั้งขึ้นหลังวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียปี 1997-1998 เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินโลก
นอกจากนี้ สงครามการค้าของทรัมป์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการเจรจา โดยผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่ากลุ่ม G20 จะยังคงสามารถทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สำคัญได้หรือไม่
นักวิเคราะห์เตือนว่า การต่อสู้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาส่งผลกระทบต่อความเป็นเอกภาพในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว 7 ประเทศ (G7) เนื่องจากประเทศเหล่านี้กำลังหยิบยกประเด็นยากๆ ขึ้นมาหารือในกลุ่มที่กว้างขึ้น
คาดว่าบรรดารัฐมนตรีคลังของ G7 จะพบปะกันนอกรอบการเจรจาที่แอชวิลล์ด้วย
“แคนาดาอยู่ร่วมโต๊ะเจรจามาโดยตลอด และพร้อมที่จะหารืออย่างสร้างสรรค์” ฟรองซัวส์-ฟิลิปป์ แชมเปญ รัฐมนตรีคลังแคนาดา กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์
เขาย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และนำความมั่นคงกลับคืนมาสู่การค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกประเทศที่เข้าร่วม
สก็อตต์ เบสเซนต์ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมเมื่อปีที่แล้วซึ่งนำโดยแอฟริกาใต้ ซึ่งถูกสหรัฐฯ กีดกันออกจากกลุ่มจากการที่รัฐบาลวอชิงตันดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนในปีนี้
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้เชิญโปแลนด์เข้าร่วมการเจรจาแทน แม้ว่าโปแลนด์จะไม่ใช่สมาชิกถาวรของ G20 ก็ตาม
ตัวแทนจากรัสเซียก็เข้าร่วมด้วยเช่นกัน จนทำให้เจ้าหน้าที่ฝั่งยุโรปแสดงความไม่พอใจที่รัสเซียซึ่งทำสงครามกับยูเครนมาตั้งแต่การรุกรานในปี 2022 ไม่ได้ถูกกีดกันออกจากการประชุม
วัลดิส ดอมบรอฟสกิส หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป กล่าวว่า การเจรจาของกลุ่ม G7 จะหารือเกี่ยวกับการสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือไปจากประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ลำดับความสำคัญของสหรัฐฯ ในปีนี้คือการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ, การจัดการกับความไม่สมดุลระดับโลก และความท้าทายด้านหนี้สาธารณะ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การเจรจาของกลุ่ม G20 จะพยายามให้แน่ใจว่าประเทศต่างๆ หลีกเลี่ยงนโยบายที่ผลักดันผลผลิตส่วนเกินเข้าสู่ตลาดโลก
เรื่องนี้สะท้อนถึงคำวิจารณ์เกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกินของจีน ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่าทำให้ราคาสินค้าลดลงและก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวบางคนจากสำนักข่าวใหญ่ๆ ของสหรัฐฯ รวมถึง The New York Times และ Bloomberg News ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมรายงานข่าวการประชุม
โฆษกกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า มีแผนการจะต้อนรับตัวแทนสื่อเกือบ 300 คนจากประมาณ 12 ประเทศ
ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่การประชุมทวิภาคีที่จัดขึ้นนอกรอบการประชุมสุดยอดด้วยเช่นกัน โดยที่เบสเซนต์มีกำหนดจะเรียกร้องโดยตรงต่อคู่เจรจา ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันกำลังผลักดันให้มีการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวว่า เบสเซนต์จะออกแถลงการณ์ที่หนักแน่นต่อกลุ่ม G20 เพื่อกระตุ้นให้ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
ผู้นำทางธุรกิจ รวมถึงเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจพีมอร์แกน ก็เข้าร่วมการหารือของกลุ่ม G20 ปีนี้ ในประเด็นอุปสรรคต่อการลงทุน, นวัตกรรม และผลิตภาพ.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/abroad-news/1061154/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vlT7HdBjIZrz6tBAFMYWh
