‘สศค.’ เผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ย. 69 นำเข้าสินค้าทุนเพิ่ม 80% ส่งออกสหรัฐโตแกร่ง

‘สศค’-เผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน-กย.-69-นำเข้าสินค้าทุนเพิ่ม-80%-ส่งออกสหรัฐโตแกร่ง
‘สศค.’ เผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ย. 69 นำเข้าสินค้าทุนเพิ่ม 80% ส่งออกสหรัฐโตแกร่ง

“สศค.” รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ย. 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออก และการบริโภคสินค้าคงทนที่ขยายตัวต่อเนื่อง ด้านปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้น 83.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนภาพการลงทุนภาคเอกชน มูลค่าการส่งออกสินค้ารวมขยายตัว 24% โดยมีตลาดส่งออกหลักอย่างสหรัฐอเมริกาเติบโตแข็งแกร่ง 50.1%

นายปัณณ์ อนันอภิบุตร ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือน ก.ย. ปี 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ย. ได้รับปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวยังคงชะลอตัวลง

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามทิศทางราคาพลังงาน สถานการณ์ตลาดเงินและตลาดทุน รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิตในระยะข้างหน้า

ด้านเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน พบสัญญาณขยายตัวอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะในหมวด “สินค้าคงทน” ซึ่งปริมาณรถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ในเดือน ก.ย. ปี 2569 เพิ่มขึ้น 27.4% และ 11.6% ตามลำดับ และเพิ่มขึ้น 3.0% และ 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล 

อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 52.1 จากระดับ 53.2 ในเดือนก่อนหน้า เนื่องมาจากปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่และภาระค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง 

ส่วนการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณที่ดีขึ้นเช่นกัน โดยการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรสะท้อนผ่านปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้น 83.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 42.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล

แม้ว่าปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่จะลดลง 3.5% และปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์สำหรับการก่อสร้างจะลดลง 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลแล้ว ปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์กลับเพิ่มขึ้น 0.8%

สำหรับการส่งออกสินค้ารวมในรูปสกุลเงินดอลลาร์ในเดือน ก.ย. ปี 2569 มีมูลค่าอยู่ที่ 38,438.9 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งนับเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 27 

โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ที่ขยายตัว 28.2% ตามการเติบโตของหมวดเครื่องโทรศัพท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ และแผงวงจรไฟฟ้า ที่เพิ่มขึ้น 117.5%, 59.4% และ 45.9% ตามลำดับ

รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหาร เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ยางพารา อาหารสัตว์เลี้ยง และกุ้งสด ที่ขยายตัว 34.8%, 29.8%, 17.2% และ 15.6% ตามลำดับ 

ทั้งนี้ ตลาดส่งออกหลักอย่างสหรัฐ ทวีปออสเตรเลีย สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ขยายตัว 50.1%, 37.7%, 34.0%, 19.0% และ 18.4% ตามลำดับ 

‘สศค.’ เผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ย. 69 นำเข้าสินค้าทุนเพิ่ม 80% ส่งออกสหรัฐโตแกร่ง

ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมขยายตัว โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 2.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และ 0.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล

ขณะที่ภาคบริการด้านการท่องเที่ยวชะลอตัวลง โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติลดลง 0.9% และ 10.5% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สำหรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี 

โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ก.ย. ปี 2569 อยู่ที่ 2.82% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.50% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน ส.ค. ปี 2569 อยู่ที่ 67.9% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือ GDP (Gross Domestic Product) ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 พร้อมทั้งมีทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูงที่ 276.1 พันล้านดอลลาร์

ด้านสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวผ่านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทั่วโลก (Global Composite PMI) ที่ระดับ 54.3 จุด 

ขณะที่ภาวะตลาดการเงินไทย ณ วันที่ 27 ต.ค. ปี 2569 มีมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยประมาณ 67,040.05 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติมีสถานะซื้อสุทธิในวันดังกล่าว 952.44 ล้านบาท และตั้งแต่ต้นปีมีสถานะซื้อสุทธิสะสมรวม 22,538.02 ล้านบาท

ส่วนตลาดตราสารหนี้ต่างชาติมีสถานะซื้อสุทธิรวมสะสมตั้งแต่ต้นปี 15,115.33 ล้านบาท สะท้อนถึงกระแสเงินทุนที่ยังคงมีความผันผวนท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1258711&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iKsTngrt0lXKZ_zjQO1Wa

Related Post