การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) หรือ Annual Meetings 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ดึงดูดสายตาประชาคมโลกกลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง
ท่ามกลางประเด็นหารือระดับโลกมากมาย หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถูกจับตามากที่สุดคือ นายอาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งได้ฝากวิสัยทัศน์และข้อเสนอเชิงนโยบายที่น่าสนใจไว้บนหลายเวทีเสวนาสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงาน
ไฮไลท์เวทีเสวนาและข้อเสนอสำคัญของ “อาเจย์ บังกา”
- ถอดรหัสความท้าทายในอีก 10–15 ปีข้างหน้า ซึ่งจะมีคนรุ่นใหม่ในประเทศกำลังพัฒนาเข้าสู่ตลาดแรงงานสูงถึง 1,200 ล้านคน
- โลกต้องมองข้าม AI ขนาดใหญ่ระดับองค์กรที่มีต้นทุนสูง มาสู่การประยุกต์ใช้ “Small AI” (AI ขนาดเล็กที่เข้าถึงง่าย) เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และสร้างรายได้ให้กับประเทศกำลังพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
- เป้าหมายใน 5 ปีข้างหน้า เน้นย้ำว่าเป้าหมายสูงสุดคือ การทำให้เกิด การประยุกต์ใช้ Small AI อย่างสมจริงและเข้าถึงได้มากที่สุดในตลาดเกิดใหม่ทุกแห่งทั่วโลก

เจาะ 5 ภาคส่วนเป้าหมาย (5 Key Sectors) ที่ Small AI จะช่วยสร้างงาน
ประธานธนาคารโลกได้ยกตัวอย่างภาคเศรษฐกิจสำคัญ 5 ส่วนในประเทศกำลังพัฒนา ที่ Small AI และเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยยกระดับและสร้างงานที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ได้แก่
1.โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน, สะพาน, สนามบิน, พลังงานไฟฟ้า, และระบบดิจิทัลพื้นฐาน
2.การเกษตร (เกษตรกรรายย่อย) การสร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงเกษตรกรเข้ากับปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ประกันภัยพืชผล สินเชื่อ และตลาดรับซื้อผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม
3.ระบบสาธารณสุขปฐมภูมิ ช่วยสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่อย่างจำกัดในประเทศกำลังพัฒนา ให้สามารถตรวจคัดกรอง ให้คำแนะนำ และดูแลผู้ป่วยได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
4.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการกระจายรายได้และยกระดับบริการในห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยว
5.การศึกษาและการพัฒนาทักษะ ปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันการตกหล่นทางอาชีพ

เตือนภัยความเสี่ยง “ตลาดแรงงานรูปตัว K” (K-Shaped Labor Market)
อาเจย์ บังกา ได้สะท้อนความกังวลว่า การเติบโตของเทคโนโลยีอาจสร้างความเสี่ยงให้เกิดภาวะตลาดแรงงานรูปตัว K หากภาครัฐและภาคธุรกิจปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม
- กลุ่มที่รอดและเติบโต คือแรงงานที่มีทักษะสูง เข้าถึงเทคโนโลยี และสามารถปรับตัวได้ทัน
- กลุ่มที่ตกหล่น คือแรงงานระดับกลางและผู้ที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงการยกระดับทักษะ ซึ่งอาจหลุดออกจากเส้นทางอาชีพเดิม
- ทางออก แรงงานต้องปรับตัวเป็น Lifelong Learners (ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต) ขณะที่ภาครัฐต้องสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษาที่ยืดหยุ่น
อีกหนึ่งไฮไลท์ซึ่งถือเป็นเวทีท้ายๆ ของงาน IMF-World Bank 2026 คือ กลุ่มธนาคารโลก ได้สนับสนุนลงนาม 3 ฉบับเป็นความร่วมมือขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เชื่อมโยงนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศสู่การลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม
สะท้อนชัดเจนว่า ธนาคารโลกภายใต้การนำของ “อาเจย์ บังกา” ไม่ได้มองการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นเพียงแค่ตัวเลข GDP อีกต่อไป แต่พยายามผูกโยงเข้ากับ ”คน การจ้างงาน และเทคโนโลยี” โดยเฉพาะการดึงประเทศกำลังพัฒนาให้ก้าวทันยุค AI เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนาที่กว้างขึ้นกว่าเดิม
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6284866/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3avooO-cKOpukH4ukJYCyy
