ราชกิจจานุเบกษา พ.ร.บ.รฟม.(ฉบับที่ 2) ให้รถไฟฟ้าเดินหน้าใช้ “ตั๋วร่วม” ได้

ราชกิจจานุเบกษา-พรบรฟม.(ฉบับที่-2)-ให้รถไฟฟ้าเดินหน้าใช้-“ตั๋วร่วม”-ได้

ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เผยแพร่ พระราชบัญญัติ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 โดยมีเนื้อหาว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

ราชกิจจานุเบกษา
ราชกิจจานุเบกษา พ.ร.บ.รฟม.(ฉบับที่ 2) ให้เดินหน้ารถไฟฟ้าใช้ “ตั๋วร่วม” ได้

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568” โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป คือ วันที่ 8 พ.ย.2568

โดยเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน บทบัญญัติบางประการจึงไม่เหมาะสมกับ การจัดทำและการให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงวัตถุประสงค์และอำนาจกระทำการ ตามวัตถุประสงค์ และการออกข้อบังคับของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการจัดทำและให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน

รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย สามารถใช้จ่ายเงินเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมได้ อันจะเป็นประโยชน์แก่การพัฒนา ระบบขนส่งมวลชนของประเทศให้มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนใน การใช้ระบบขนส่งมวลชน และส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ในภาพรวมในระยะยาว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

อย่างไรก็ตาม สาระสำคัญ คือ 

มาตรา 6 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 “ในการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าของ รฟม. และการดำเนินการของ รฟม. ในกรณีมีการบริหาร จัดการระบบตั๋วร่วมให้อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการนั้น”

มาตรา 7 ให้ยกเลิกความใน (13) ของมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “(13) การกำหนดอัตราค่าโดยสาร ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมการใช้ทรัพย์สิน การให้บริการ และความสะดวกในกิจการรถไฟฟ้า ตลอดจนวิธีการจัดเก็บค่าโดยสาร ค่าบริการและค่าธรรมเนียมดังกล่าว และกำหนดประเภทบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าโดยสาร”

มาตรา 8 ให้ยกเลิกความในมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 65 รายได้ที่ รฟม. ได้รับจากการดำเนินการในปีหนึ่งๆ ให้ตกเป็นของ รฟม.

สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และเมื่อได้หักรายจ่ายสำหรับการดำเนินงานทั้งปวง ค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสม ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคา เงินสำรองตามมาตรา 11 เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสมทบกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่น และเงินลงทุนตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

ส่วนรายจ่ายสำหรับการดำเนินงานตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงเงินที่ รฟม. จ่ายเพื่อส่งเสริมและ สนับสนุนการดำเนินการในกรณีที่มีการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมในบริการขนส่งสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับกิจการรถไฟฟ้า ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจ่ายและส่งเงินคืน ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

และในกรณีที่รายได้ไม่เพียงพอสำหรับกรณีตามวรรคหนึ่ง นอกจากเงินสำรองตามมาตรา 10 และ รฟม. ไม่สามารถหาเงินที่อื่นได้ รัฐพึงจ่ายเงินให้แก่ รฟม. เท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของ รฟม.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/261078&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MbDdTddLse30yew9Ip6Ma