มติเอกฉันท์ กนง. คงดอกเบี้ยนโยบาย 1% พยุงเศรษฐกิจโตกระจุก ปรับ GDP ปีนี้ขึ้นแตะ 2.4% ด้าน SCB EIC คาดกนง. คงดอกเบี้ยยาวถึงสิ้นปี 2027

มติเอกฉันท์-กนง-คงดอกเบี้ยนโยบาย-1%-พยุงเศรษฐกิจโตกระจุก-ปรับ-gdp-ปีนี้ขึ้นแตะ-24%-ด้าน-scb-eic-คาดกนง.-คงดอกเบี้ยยาวถึงสิ้นปี-2027
มติเอกฉันท์ กนง. คงดอกเบี้ยนโยบาย 1% พยุงเศรษฐกิจโตกระจุก ปรับ GDP ปีนี้ขึ้นแตะ 2.4% ด้าน SCB EIC คาดกนง. คงดอกเบี้ยยาวถึงสิ้นปี 2027

กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% โดยมองว่าเป็นระดับที่ผ่อนคลายค่อนข้างมาก เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ขณะที่ผลดีจากวัฏจักร AI โลกยังกระจุกตัว ด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นเกินกรอบเป้าหมายชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก

ในระยะข้างหน้า กนง. จะติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่อยู่ระดับสูงและผลของปรากฏการณ์ El Nino ความสามารถในการชำระหนี้ของ SMEs และครัวเรือนเปราะบาง รวมถึงผลของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว

เศรษฐกิจไทยโตดีขึ้น แต่ยังต่ำกว่าศักยภาพและกระจุกตัว

  • กนง. ประเมินเศรษฐกิจไทยขยายตัวดีขึ้นตามการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่สูงกว่าคาดจาก

วัฏจักร AI โลก จึงปรับเพิ่มประมาณการ GDP ปี 2026 และ 2027 เป็น 2.4% และ 2.1% ตามลำดับ (จากเดิม 2.3% และ 1.8% ในการประชุมเดือน มิ.ย.) การเติบโตที่ชะลอลงในปี 2027 ส่วนหนึ่งมาจากผลของมาตรการภาครัฐที่ทยอยหมดลง

  • ผลดีของการเติบโตเศรษฐกิจกระจุกตัว และหลายภาคส่วนยังเปราะบาง ครัวเรือนมีภาระหนี้สูงและเผชิญค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกดดันการบริโภค ขณะที่ตลาดแรงงานยังเปราะบาง สะท้อนจากอัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น และจำนวนผู้ขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานตาม ม.38 ที่อยู่ในระดับสูง
  • ตัวเลขประมาณการ GDP ในระยะข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนจากการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ข้อมูลชุดใหม่ทำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวสูงขึ้น สอดคล้องกับมูลค่าการส่งออกที่เติบโตดีในช่วงที่ผ่านมามากขึ้น

กนง. ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อไทย และประเมินว่าเงินเฟ้อจะลดลงเร็วในปีหน้า

กนง. ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปปี 2026 และ 2027 เป็น 2.1% และ 1.3% ตามลำดับ (จากเดิม 2.8% และ 1.4% ในการประชุมเดือน มิ.ย.) ตามข้อมูลจริงที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมายังคงอยู่ในกรอบเป้าหมาย อย่างไรก็ดี กนง. มองว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะสูงกว่ากรอบเป้าหมายในไตรมาส 4 ปี 2026 และไตรมาส 1 ปี 2027 ก่อนจะทยอยปรับลดลงได้

เงินเฟ้อมีที่มาจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก และมีแนวโน้มลดลงเร็วในปีหน้า เพราะอุปสงค์ในประเทศที่เปราะบางทำให้ผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนได้น้อย ราคาน้ำมันโลกและ El Niño จึงยังเป็นแรงกดดันหลักต่อเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า

กนง. มองดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้นกระทบภาวะการเงินไทยจำกัด

  • ดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้นทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของไทยปรับขึ้นบ้าง แต่ต้นทุนการกู้ยืมผ่านธนาคารพาณิชย์ยังเคลื่อนไหวตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ สินเชื่อโดยรวมเติบโตดี ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่องเพราะสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยกู้
  • กนง. ยังไม่กังวลกับส่วนต่างดอกเบี้ยของไทยกับประเทศเศรษฐกิจหลักที่กว้างขึ้น โดยมองว่าสาเหตุที่เงินบาทอ่อนค่าส่วนหนึ่งเพราะไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นปี 2026 นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิสินทรัพย์ไทย สะท้อนความเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจ และเสถียรภาพด้านต่างประเทศโดยรวมยังแข็งแกร่ง
  • กนง. ประเมินว่านโยบายการเงินปัจจุบันผ่อนคลายมากพอสมควร แต่ดอกเบี้ยที่ 1% ยังไม่ใช่ระดับต่ำสุด

ที่เป็นไปได้ จึงยังมี Policy space ไว้รองรับหากเกิดวิกฤต ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่องขยายตัวได้แข็งแกร่งขึ้นชัดเจน กนง. ก็อาจพิจารณาลดการผ่อนคลายนโยบายการเงิน

SCB EIC มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปตลอดทั้งปี 2026 – 2027

  • ประมาณการ GDP ที่ปรับดีขึ้นปีนี้และปีหน้ายังไม่มีน้ำหนักมากพอให้ กนง. พิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปีหน้า กนง. ยังเน้นว่าเศรษฐกิจเติบโต “ไม่ทั่วถึง” การขึ้นดอกเบี้ยจึงต้องรอให้การฟื้นตัวกระจายไปถึงครัวเรือนและ SMEs ด้วย และเนื่องจากความเปราะบางของกลุ่มนี้มาจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งหนี้ครัวเรือนสูงและความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ซึ่งไม่อาจแก้ไขได้ภายใน 1 – 2 ปี เงื่อนไขการขึ้นดอกเบี้ยจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงปีหน้า
  • ความเสี่ยงเงินเฟ้อด้านสูงทำให้โอกาสที่ กนง. จะลดดอกเบี้ยลงอีกลดลง แม้ กนง. จะปรับลดประมาณการเงินเฟ้อในครั้งนี้ แต่ยังประเมินว่าราคาน้ำมันและ El Niño เป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้เงินเฟ้อสูงกว่าคาดได้ หากลดดอกเบี้ยตอนนี้แล้วเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นจริง กนง. อาจต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศยังอ่อนแอ การคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% จึงเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่า นอกจากนี้ กนง. เริ่มสื่อสารถึงผลข้างเคียงของอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินมากขึ้น จึงอาจเป็นอีกปัจจัยที่ กนง. เลือกที่จะคงดอกเบี้ยไว้ อย่างไรก็ดี ประเด็นดังกล่าวเป็นความเสี่ยงระยะยาว และอาจยังไม่ชัดเจนมากนักในปัจจุบัน
  • SCB EIC คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ถึงสิ้นปี 2027 และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดจะมีบทบาทมากขึ้น เมื่อดอกเบี้ยนโยบายไม่ใช่เครื่องมือที่ตรงจุดสำหรับกลุ่มเปราะบาง มาตรการ

ที่ช่วยให้ SMEs และลูกหนี้รายย่อยเข้าถึงสินเชื่อจะเป็นเครื่องมือหลักในการประคองเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

อ่านต่อรายงานฉบับเต็มได้ที่:

https://www.scbeic.com/th/detail/product/policy-rate-281026

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/bot-holds-policy-rate-scb-eic/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Pac4xLfid3WFN4Y1fMPfX

Related Post