ในยุคที่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม “มหาวิทยาลัย” ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาหรือผลิตงานวิจัยขึ้นหิ้งอีกต่อไป แต่คือ “เครื่องยนต์หลัก” ในการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สป.อว.) จึงจับมือกับสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล และ University of Strathclyde สหราชอาณาจักร จุดพลุทางปัญญาผ่านโครงการ Chief Innovation Officer Exchange Programme (CIOX) 2026 เพื่อติดปีกและยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล

•ทลายกำแพง“งานวิจัยขึ้นหิ้ง”
โครงการ CIOX 2026 ถูกออกแบบขึ้นจากความท้าทายสำคัญของระบบอุดมศึกษาไทย ที่มีบุคลากรศักยภาพสูงและงานวิจัยจำนวนมาก แต่ยังขาดกลไกที่เข้มแข็งในการแปรเปลี่ยน “ทรัพย์สินทางปัญญา (IP)” ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารและบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาไทยในฐานะ “ผู้บริหารนวัตกรรมระดับสูง” (Chief Innovation Officer) เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและการส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว.เปิดเผยว่า เส้นทางของผู้นำนวัตกรรมระดับสูงเริ่มต้นขึ้นจากการบ่มเพาะอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 4 วันภายในประเทศไทย
จากนั้นได้คัดเลือกผู้แทนระดับหัวกะทิ 23 คน จาก 21 สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศเพื่อร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการแบบเข้มข้นและประชุมหารือเชิงยุทธศาสตร์ ณ University of Strathclyde เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ระหว่างวันที่ 18 – 22 พ.ค.2569

•ปั้น “Bridge Builders” ของประเทศ
“นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ยั่งยืน ผลลัพธ์ในตอนนี้คือการสร้าง “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” (Change Agents) หรือ “Bridge Builders” ที่จะทำหน้าที่ทลายกรอบความคิดเดิมๆ จากการมุ่งเน้นเพียงการตีพิมพ์ผลงานวิจัยไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่พร้อมใช้งานจริงผ่านโมเดลการร่วมทุนและการบริหารสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศไทยให้เทียบชั้นสากล” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว
•เจาะลึกโมเดลความร่วมมือมหาวิทยาลัย–อุตสาหกรรม
หลังจากการปูพื้นฐานทางกลยุทธ์ผ่านการสร้างผู้นำนวัตกรรมแล้ว จากนั้นคือการลงลึกใน “ภาคปฏิบัติ” และการศึกษาดูงานในพื้นที่จริง เพื่อเห็นกระบวนการเปลี่ยนไอเดียจากห้องแล็บให้กลายเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าล้านปอนด์
วันที่ 19 พ.ค. ผู้เข้าร่วมโครงการได้เข้าศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีพร้อมเข้าเยี่ยมชม Strathclyde Inspire ซึ่งเป็นศูนย์สนับสนุนผู้ประกอบการและธุรกิจเริ่มต้น (Startup) ของมหาวิทยาลัย ที่นี่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศที่พร้อมอุ้มชูและผลักดันสตาร์ทอัพรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบ
วันที่ 20 พ.ค.ไปศึกษาดูงาน ณ National Manufacturing Institute Scotland (NMIS) หรือสถาบันการผลิตแห่งชาติสกอตแลนด์ และ Advanced Net Zero Innovation Centre (ANZIC) เพื่อเรียนรู้รูปแบบการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing) การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมร่วมกับภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และการขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดเพื่อเป้าหมาย Net Zero
โอกาสนี้ ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์พร้อมคณะ ได้เข้าร่วมกิจกรรม Networking Reception ณ The Barony Hall พร้อมกล่าวสุนทรพจน์หนุนความร่วมมือด้านนวัตกรรมระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

•ยกระดับ TLO/TTO ด้วยดัชนีชี้วัดระดับสากล
การศึกษาดูงานในครั้งนี้ทำให้ผู้บริหารนวัตกรรมของไทยได้เห็นตัวอย่างของกลไกการคัดกรองและประเมินความพร้อมของงานวิจัยใน 3 มิติหลัก ได้แก่: 1.TRL (Technology Readiness Level): ความพร้อมด้านเทคโนโลยี 2.IRL (Industry Readiness Level): ความพร้อมในเชิงอุตสาหกรรม และ 3.MRL (Market Readiness Level): ความพร้อมด้านการตลาด
ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คือสถาบันอุดมศึกษาไทยสามารถนำโมเดลเหล่านี้กลับมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับสำนักงานจัดการทรัพย์สินทางปัญญา(TLO) และสำนักงานถ่ายทอดเทคโนโลยี(TTO) ในประเทศ เพื่อเปลี่ยนวิธีทำงานจากการตั้งรับเป็นการรุกคืบหาโจทย์จากตลาดจริง,ส่งเสริมการขายสิทธิ,การรับจ้างวิจัยเชิงพาณิชย์รวมถึงการจัดตั้งบริษัทแยกตัว (Academic Spin-offs) ที่มีประสิทธิภาพ
•ต่อยอดกลยุทธ์ CIOX คู่ขนานยอดโมเดลโลก NSF I-Corps
โครงการ CIOX 2026 ได้นำผู้นำนวัตกรรมระดับสูงเข้าสู่ช่วงเวลาของการสังเคราะห์องค์ความรู้และการสร้างสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือในระดับเมืองควบคู่กับการมองไปข้างหน้าเพื่อผสานพลังร่วมกับเครื่องมือระดับโลกอย่าง NSF I-Corps
วันที่ 21 พ.ค.ผู้เข้าร่วมโครงการได้เปิดโลกทัศน์ ณ Glasgow City Innovation District (GCID) เพื่อดูต้นแบบระบบนิเวศนวัตกรรมระดับเมืองที่หลอมรวมมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน พร้อมศึกษาบทบาทของ Glasgow Chamber of Commerce (หอการค้ากลาสโกว์) ในการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคธุรกิจเข้ากับภาคการศึกษาและวันที่ 22 พ.ค.ได้มีการจัดกิจกรรม Strategic Review and Project Planning Workshop เพื่อให้ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยไทยได้ร่วมกันวิเคราะห์และนำเสนอแผนงานนวัตกรรมของตนเองต่อผู้เชี่ยวชาญจาก University of Strathclyde เพื่อเตรียมนำไปปรับใช้จริงในประเทศไทย พร้อมพิธีมอบประกาศนียบัตร
•เมื่อ CIOX ผสานพลังคู่ขนานกับ NSF I-Corps
หัวใจสำคัญของการปฏิรูประบบนิเวศนวัตกรรมไทยในครั้งนี้ ไม่ได้จบลงเพียงแค่โครงการ CIOX เท่านั้น แต่ข้อมูลเชิงลึกระบุถึง “จุดเชื่อมต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ” ระหว่างโครงการ CIOX และ โปรแกรม NSF I-Corps (Innovation Corps) ซึ่งเป็นโมเดลระดับโลกจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NSF)
การหลอมรวมแนวคิดจากทั้ง CIOX และ I-Corps จะช่วยขับเคลื่อนระบบ ววน. ของไทยบนฐานคิด “Speed & Trust” (ยืดหยุ่น รวดเร็ว และไว้วางใจ ลดขั้นตอนสัญญาที่เหนี่ยวรั้ง) ผลลัพธ์สุดท้ายที่ประเทศจะได้รับคือ การทลายคอขวดที่เรียกว่า “หุบเขาแห่งความตายของนวัตกรรม” (The Death Valley of Innovation) มหาวิทยาลัยไทยจะสามารถพลิกโฉมสู่การเป็นฟันเฟืองหลักที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจขั้นสูง ขยายผลประโยชน์สู่เศรษฐกิจฐานราก และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น “ประเทศแห่งเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม” ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในเวทีโลก
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6044445/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZZUtWr_mtQRu_dr1re_av
