“อนุทิน“ เดินหน้าปรับโฉมยุทธศาสตร์ดึงดูดลงทุนเข้าไทย ย้ำชัดไทยไม่ใช่ปลายทางของแรงงานราคาถูก แต่มีจุดขายทั้งความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน-ระบบโลจิสติกส์อาเซียน
- “อนุทิน” เดินหน้าปรับโฉมยุทธศาสตร์ดึงดูดลงทุนเข้าไทย ย้ำชัดไทยไม่ใช่ปลายทางของแรงงานราคาถูก
- แต่มีจุดขายทั้งความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน-ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงตลาดอาเซียน 700 ล้านคน
- ย้ำเงื่อนไขต่างชาติลงทุนไทยต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี
- ชูครม.เศรษฐกิจ ลดอุปสรรคหนุน FDI เข้าไทย
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “คุยกับ ครม. อนุทิน” ถึงทิศทางความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและโอกาสดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้าไทย โดยเน้นย้ำว่า รัฐบาลมุ่งเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนต่างชาติต่อประเทศไทยใหม่ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดการมองข้ามศักยภาพที่แท้จริงของประเทศ
นายกฯ กล่าวว่าสิ่งที่รัฐบาลนำเสนอคือความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค บุคลากรที่ได้รับการอัปสกิลและรีสกิล รวมถึงความคุ้มค่าและความสามารถในการทำกำไรของภาคธุรกิจ
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่าประเทศไทยถือว่ามีความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เนื่องจากประเทศไทยได้ลงทุนต่อเนื่องมาตลอด 20 ปี โดยเฉพาะโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงระบบรางทั้งรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงที่กำลังต่อขยายไปยังลาว จีนตอนใต้ และมาเลเซีย ตลอดจนการมีทางออกทะเลสองด้าน ทำให้นักลงทุนมองไทยเป็นฐานการกระจายสินค้าที่ทรงประสิทธิภาพ
ดังนั้น นักลงทุนที่จะมาลงทุนไม่ได้มาเพื่อที่จะมาขายของให้คน 70 ล้านคนในประเทศไทย แต่เขามาเพื่อที่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐาน เป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้า เพื่อเข้าถึงประชากรกว่า 700 ล้านคนในภูมิภาคอาเซียน ด้วยระบบโลจิสติกส์ของเราที่เชื่อมโยงเหมือนใยแมงมุม
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายผ่านคณะกรรมการยกระดับเศรษฐกิจ (ครม. เศรษฐกิจซึ่งดึงตัวแทนภาคเอกชนมาร่วมชี้แนะแนวทางและสะท้อนปัญหาโดยตรง เพื่อส่งต่อเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ชุดใหญ่ ช่วยลดขั้นตอนทางราชการ ขจัดอุปสรรค และเร่งรัดการตัดสินใจของนักลงทุนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
โดยการดำเนินการที่ผ่านมาส่งผลให้ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเติบโตสูงกว่าทั้งปีของปีก่อนหน้าถึงประมาณ 30% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อเสถียรภาพและความพร้อมของประเทศไทยในระดับสากล
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า ในการเดินทางไปเจรจาและพบปะกับภาคธุรกิจต่างประเทศ ได้วางจุดยืนและแนวทางเจรจาอย่างชัดเจนโดยบอกกับนักลงทุนต่างชาติว่าถ้าจะมาลงทุนจะต้องมีการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทยด้วย
“ได้บอกกับนักลงทุนต่างชาติว่าถ้าคิดจะมาหาแรงงานราคาถูก คิดจะมาหาของกินราคาถูก ค่าไฟ ค่าน้ำราคาถูก หรือจะมาจ้างคนไทยเพียงแค่นั่งขันน็อตประกอบของ เพื่อให้มีคำว่า Made in Thailand โดยไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเลย คุณมาผิดที่
แต่ถ้ามาเพราะว่าเรามีความพร้อมในเรื่องของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทรัพยากรมนุษย์ของเราได้รับการพัฒนาทักษะ มีความรู้ มีความพร้อมที่จะประกอบธุรกิจของท่านได้ การลงทุนในประเทศไทยของท่าน จะสามารถสร้างผลกำไรให้กับท่านได้มากที่สุด อย่างนี้ท่านมาถูกที่แล้ว”นายอนุทิน กล่าว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1257748&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2u3UALWj0SHFiufGN1b6b4

