นักวิชาการชี้ทางรอดเศรษฐกิจไทย ต้องปรับโครงสร้างสอดคล้องกับบริบทโลก

นักวิชาการชี้ทางรอดเศรษฐกิจไทย-ต้องปรับโครงสร้างสอดคล้องกับบริบทโลก
นักวิชาการชี้ทางรอดเศรษฐกิจไทย ต้องปรับโครงสร้างสอดคล้องกับบริบทโลก

นักวิชาการชี้ทางรอดเศรษฐกิจไทย ต้องปรับโครงสร้างสอดคล้องกับบริบทโลก ย้ำวินัยการเงินการคลังต้องเข้มแข็ง เร่งเครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดึงการลงทุนต่างชาติ ดันจีดีพีโต 3-5%

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุ ปีนี้เป็นปีของโอกาส และทางรอดอันน้อยนิดของเศรษฐกิจไทย ซึ่งทุกคนจะต้องร่วมกันเร่งหาทางรอดให้เศรษฐกิจไทยอย่างจริงจัง เพราะในขณะนี้เศรษฐกิจของไทยมีความเสี่ยงทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้า ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจโลกไปทางไหน และยังมีการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่หลายคนมีความกังวลว่าจะเข้ามาทดแทนแรงงานในภาคส่วนใด อาชีพไหนที่จะถูกกระทบให้หายไปบ้าง

“การเตรียมพร้อมในด้าน AI ของจีนในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้จีนกลายเป็นมหาอำนาจทาง AI และกำลังกลายเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก และทำให้สหรัฐฯ ต้องเดินเกมสกัดจีน โดยเฉพาะการกีดกันทางการค้า อย่างไรก็ตามท่ามกลางความขัดแย้งของมหาอำนาจ ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปจะวิ่งเข้ามาเอเซีย และไทยมีโอกาสจากส่วนนี้ เห็นได้จากการให้การต้อนรับในหลวงและพระราชีนีของเราอย่างยิ่งใหญ่ของ แอมานุแอล มาครง ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส”

รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า เราจำเป็นต้องใช้ความได้เปรียบของไทยที่มีอยู่ เพราะประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมทางบกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ทางรอดของเศรษฐกิจไทยที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุดคือ เราต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้สอดคล้องกับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และเร่งเสริมเสน่ห์ของเรา เพื่อดึงนักลงทุนทั่วโลกให้กลับมาที่เรา การทำให้ธุรกิจเราลงทุนได้ง่ายขึ้น (ease doing bussinesss) เป็นสิ่งที่เราต้องเร่งทำให้เร็ว ในขณะที่อีกสิ่งสำคัญซึ่งหอการค้าไทยเห็นว่าต้องดำเนินการคือ การเร่งปราบปรามการคอร์รัปชั่น

“วันก่อน ธนาคารโลก เพิ่งปรับระดับประเทศเวียดนาม และฟิลิปปินส์ ขึ้นสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง เท่ากับประเทศไทย ซึ่งเป็นโอกาสของเขาในการดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก และข้อที่เขาได้เปรียบเราคือ เขาเป็นประเทศที่มีคนเกิดใหม่มาก เป็นประเทศที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง ในขณะที่ประเทศเรากำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ และหากถามนักลงทุนว่าประเทศไทยอยู่ตรงไหน สถานะเราเป็นอย่างไร ที่น่าเป็นห่วงคือช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยกำลังค่อยๆ หายไปจากแผนที่โลก ดังนั้น เราจะต้องเปิดรับต่างชาติเข้ามาทำงาน มาอยู่อาศัยในไทย หรือ Expat มากขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องเร่ง เพราะข้อดีของไทยคือ เราไม่เคยทะเลาะกับใคร ต้อนรับต่างชาติเสมอ เพื่อที่จะดึงคนและเทคโนโลยีเข้าสู่ประเทศ”

รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า ผมเห็นด้วยกับแนวคิดของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจจะต้องมีกองหลังคือ วินัยการเงินการคลังที่เข้มแข็ง มีกองกลาง ซึ่งเป็นที่ทำหน้าที่ยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ การรับมือการยกระดับประเทศเข้าสู่อุตสาหกรรมอนาคต พัฒนาให้คนไทยเข้าถึงและมีความสามารถในการใช้ AI การเร่งปรับลดกฎหมายกฎระเบียบ กฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ และการอำนวยความสะดวกผ่านโครงการ Thailand FastPast

“หากเราต้องการเข้าสู่ประเทศรายได้ระดับสูงใน 12 ปีข้างหน้า ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง บอกไว้ว่า ประเทศไทยต้องกลับมาโต 3% ขึ้นไปตั้งแต่ปี 2573 และโต 5% ต่อเนื่องไปตั้งแต่ปี 2575 แต่วันนี้ เรายังโตได้ต่ำๆ ที่ 2% และจากการประเมินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ไม่ได้มองว่าไทยจะโตเกิน 3% ใน 5 ปีข้างหน้า นอกเหนือจากการสร้างเสน่ห์ที่เราเคยมีกลับมาแล้ว และต้องหาเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อที่สร้างการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยให้โต 3% หรือ 5% อีกครั้ง ซึ่งแนวทางของ กรอ. ก็เป็นแนวทางที่ดี หรือจะสร้างแลนด์บริจด์ก็ทำได้ ถ้าทำแล้ว ดึงการลงทุนจากจีน จากตะวันออกกลางเข้ามา เพราะการทำเพื่อโลจิติกส์อย่างเดียวไม่พอ ดังนั้น เราต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของเราตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ไม่ให้เสน่ห์ของไทยหายไปตลอดกาล”
 

ข่าวล่าสุด

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378979774&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01S-xhZ7SOO4E0orfCkkwL