การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของฟิลิปปินส์ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ในเดือนสิงหาคม

การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของฟิลิปปินส์ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่-14-ในเดือนสิงหาคม
การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของฟิลิปปินส์ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ในเดือนสิงหาคม

ลงเมื่อ

30 ตุลาคม 2569 09:28

สคต. ณ กรุงมะนิลา (ฟิลิปปินส์) (TTC, Manila (Philippines))

    ข้อมูลจากกระทรวงงบประมาณและการจัดการ (Department of Budget and Management: DBM) ระบุว่า การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานในเดือนสิงหาคมลดลงร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยนักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า การลงทุนภาครัฐที่อ่อนแออาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ในไตรมาสที่ 3 ทั้งนี้ ข้อมูลการเบิกจ่ายล่าสุดจาก DBM แสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและรายจ่ายลงทุนอื่นๆ ในเดือนสิงหาคมมีมูลค่า 7.05 หมื่นล้านเปโซ ลดลง 1.44 หมื่นล้านเปโซ หรือลดลงร้อยละ 16.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 8.49 หมื่นล้านเปโซ ทั้งนี้ การใช้จ่ายดังกล่าวลดลงเมื่อเทียบรายปีติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 ซึ่งแนวโน้มการลดลงเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 หลังจากประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ อาร์. มาร์กอส จูเนียร์ แสดงความกังวลระหว่างการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Nation Address) เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เกี่ยวกับโครงการป้องกันน้ำท่วมที่ไม่ได้มาตรฐานและโครงการที่ถูกกล่าวอ้างว่าไม่มีอยู่จริง พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบและทบทวนโครงการต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานในเดือนสิงหาคมลดลงร้อยละ 21.3 จาก 8.96 หมื่นล้านเปโซ โดยสาเหตุมาจากการเบิกจ่ายที่ล่าช้าของกระทรวงโยธาธิการและทางหลวง (Department of Public Works and Highways: DPWH) รวมถึงสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ทั้งนี้ การเบิกจ่ายของ DPWH ได้รับผลกระทบจากกระบวนการประมูลบางโครงการที่ยังคงดำเนินการอยู่ ในขณะที่โครงการส่วนใหญ่ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ นอกจากนี้ ยังมีเช็คสั่งจ่ายแก่ผู้รับเหมาและซัพพลายเออร์มูลค่า 1 หมื่นล้านเปโซที่ยังไม่ได้นำไปขึ้นเงิน รวมถึงสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยในเดือนสิงหาคม โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของเกาะลูซอน ส่งผลให้กิจกรรมการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนและโครงการขนส่งทางรางต้องชะลอตัวลง สำหรับไตรมาสที่ 3 รัฐบาลได้กำหนดงบประมาณการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและรายจ่ายลงทุนอื่นๆ ไว้ที่ 2.513 แสนล้านเปโซ โดยเมื่อรวมยอดการใช้จ่ายในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1.601 แสนล้านเปโซแล้ว รัฐบาลจำเป็นต้องเบิกจ่ายงบประมาณอีก 9.12 หมื่นล้านเปโซในเดือนกันยายนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายประจำไตรมาส
    สำหรับการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและรายจ่ายลงทุนอื่นๆ ในช่วง 8 เดือนแรกมีมูลค่ารวม 5.22 แสนล้านเปโซ ลดลงร้อยละ 34.6 จาก 7.984 แสนล้านเปโซในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย DBM ระบุว่า การลดลงส่วนใหญ่สะท้อนให้เห็นถึงการเบิกจ่ายของ DPWH ที่ลดลง เนื่องจากมีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการจัดซื้อจัดจ้าง การกำกับดูแลโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ การตรวจสอบคำขอเบิกจ่ายเงิน และเอกสารของผู้รับเหมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความโปร่งใสและความถูกต้องของค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยการทำให้มั่นใจว่าการชำระเงินสอดคล้องกับงานที่ได้รับการตรวจสอบและจัดทำเอกสารอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ รัฐบาลยังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโครงการสาธารณูปโภคต่างๆ สืบเนื่องจากปัญหาความวุ่นวายเกี่ยวกับโครงการป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ นาย Ser Percival K. Peña-Reyes นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์วิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจแห่งมหาวิทยาลัยอาเตเนโอ (Ateneo Center for Economic Research and Development) กล่าวว่า การใช้จ่ายที่ชะลอตัวมีสาเหตุมาจากการตรวจสอบโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งส่งผลให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การอนุมัติสัญญา และการจ่ายเงินแก่ผู้รับเหมาล่าช้า โดยปัญหาดังกล่าวยังมีข้อจำกัดในการดำเนินโครงการ ได้แก่ ปัญหาการจัดหาที่ดินเพื่อดำเนินโครงการและข้อจำกัดด้านขีดความสามารถของหน่วยงานในการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งรัดโครงการที่เป็นไปตามข้อกำหนด ควบคู่กับการรักษาความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการดำเนินงาน ทั้งนี้ รัฐบาลยังมีโอกาสบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายตลอดทั้งปี แต่การดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายจะทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากรัฐบาลจำเป็นต้องใช้จ่ายงบประมาณอีก 4.095 แสนล้านเปโซในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี ซึ่งเฉลี่ยแล้วต้องใช้จ่าย 1.024 แสนล้านเปโซต่อเดือน เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายในช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม ซึ่งอยู่ที่ 6.53 หมื่นล้านเปโซต่อเดือน หากการดำเนินโครงการไม่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายที่กำหนดไว้ 
    ขณะเดียวกัน นาย Marco Antonio C. Agonia นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอเชียและแปซิฟิก (University of Asia and the Pacific) กล่าวว่า ปัญหาคอขวดในการดำเนินงานยังคงเป็นปัจจัยฉุดรั้งการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น ประกอบกับปัญหาความล่าช้าเชิงระบบต่างๆ เช่น การจัดหาพื้นที่เพื่อดำเนินโครงการ (Right-of-Way: ROW) ความล่าช้าในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ปัญหาความล่าช้าด้านกระแสเงินสด รวมถึงขีดความสามารถในการรองรับงบประมาณที่จำกัดของหน่วยงานต่างๆ ล้วนเป็นปัจจัยที่จำกัดการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานมาโดยตลอด ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม รัฐบาลมีการใช้จ่ายงบประมาณสะสมจำนวน 5.22 แสนล้านเปโซ คิดเป็นร้อยละ 86.55 ของเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณสะสมในช่วง 9 เดือนแรกของปี ซึ่งกำหนดไว้ที่ 6.031 แสนล้านเปโซ โดยยังต้องเบิกจ่ายงบประมาณอีก 8.11 หมื่นล้านเปโซภายในเดือนกันยายน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ขณะที่ยอดเบิกจ่ายดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 56.04 ของวงเงินงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานและรายจ่ายลงทุนอื่นๆ ที่รัฐบาลกำหนดไว้ตลอดทั้งปี จำนวน 9.3154 แสนล้านเปโซ
    สำหรับแนวโน้มการใช้จ่าย ในปี 2569 นาย Agonia กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและรายจ่ายลงทุนอื่นๆ หากต้องการบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานจะต้องเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 57 ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี ดังนั้น การปรับลดประมาณการการใช้จ่ายลงจึงอาจจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ นาย Peña-Reyes และนาย Agonia คาดว่า การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและรายจ่ายลงทุนอื่นๆ ที่อ่อนแอจะส่งผลกระทบต่อการสะสมทุนรวม (Gross Capital Formation) และการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยนาย Peña-Reyes กล่าวเพิ่มเติมว่า หากสถานการณ์การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมการก่อสร้างที่อ่อนแอต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน การลงทุนภาคเอกชน และการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม โดยอ้างถึงความอ่อนแอที่ยืดเยื้อในการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมการก่อสร้าง การฟื้นตัวที่แข็งแกร่งขึ้นจำเป็นต้องเร่งดำเนินโครงการต่างๆ ที่มีความพร้อมให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากการใช้จ่ายที่ต่ำกว่าเป้าหมายอย่างต่อเนื่องอาจทำให้การบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปีของรัฐบาลเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ซึ่งนาย Agonia คาดว่า การใช้จ่ายภาครัฐที่ซบเซาส่งผลให้การใช้จ่ายภาคเอกชนอยู่ในระดับต่ำในระยะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความต้องการลงทุนลดน้อยลง เป็นผลมาจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงดำเนินอยู่ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ปี 2569 จึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ขณะที่การฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดของการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดคือช่วงต้นปีหน้า ทั้งนี้ เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ขยายตัวร้อยละ 2.3 ในช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปีอยู่ที่ร้อยละ 2.6 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสำหรับปี 2569 ที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 3.5 – 4.5 
ที่มา: Business World
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
•    การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและรายจ่ายลงทุนอื่นๆ ของรัฐบาลที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความล่าช้าในการดำเนินโครงการลงทุนภาครัฐ เป็นผลจากการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโครงการภายหลังเกิดปัญหาเกี่ยวกับโครงการป้องกันน้ำท่วม ประกอบกับข้อจำกัดในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การอนุมัติสัญญา และการเบิกจ่ายงบประมาณ ส่งผลให้เงินลงทุนภาครัฐเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจล่าช้ากว่าที่กำหนด แม้มาตรการตรวจสอบดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ แต่หากการดำเนินโครงการยังไม่สามารถเร่งรัดได้อย่างเหมาะสม อาจทำให้การลงทุนภาครัฐไม่สามารถสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เต็มศักยภาพ โดยเฉพาะภาคการก่อสร้างและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการจ้างงาน การลงทุนภาคเอกชน และการสะสมทุนรวม นอกจากนี้ การเบิกจ่ายงบประมาณที่ต่ำกว่าเป้าหมายยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายภาครัฐและการเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ในปี 2569 โดยรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานและรายจ่ายลงทุนอื่นๆ อีก 4.095 แสนล้าน
เปโซในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี หรือเฉลี่ย 1.024 แสนล้านเปโซต่อเดือน ซึ่งหากไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเบิกจ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลอาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายที่กำหนดไว้ และอาจจำเป็นต้องปรับลดประมาณการดังกล่าว ขณะเดียวกัน การลงทุนภาครัฐที่ชะลอตัวอาจเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม เนื่องจากเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 2.6 ต่ำกว่าเป้าหมายทั้งปีของรัฐบาลที่ร้อยละ 3.5 – 4.5 ทั้งนี้ หากการลงทุนภาคเอกชนไม่สามารถชดเชยการชะลอตัวของภาครัฐได้เพียงพอ อาจส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการลงทุนโดยรวมขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
•    สำหรับผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกของไทย การชะลอตัวของการลงทุนภาครัฐอาจส่งผลโดยตรงต่อความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ วัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์เหล็ก เครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าและสินค้าที่ใช้ในโครงการถนนและระบบขนส่ง หากการอนุมัติสัญญาหรือการดำเนินโครงการล่าช้า ผู้รับเหมาและผู้จัดจำหน่ายอาจเลื่อนการจัดซื้อสินค้าออกไป ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของคำสั่งซื้อ ระยะเวลาการส่งมอบ และแผนการผลิต นอกจากนี้ การเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้าอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดของผู้รับเหมาและคู่ค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระค่าสินค้านำเข้าและเพิ่มความเสี่ยงในการทำธุรกรรมทางการค้า อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าให้แก่โครงการภาครัฐและความสามารถของผู้ประกอบการในการขยายตลาดไปยังภาคเอกชน ขณะเดียวกัน หากการชะลอตัวของการลงทุนส่งผลให้การจ้างงานและรายได้ของภาคธุรกิจลดลง ก็อาจกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าในตลาดฟิลิปปินส์ในวงกว้างได้ ผู้ส่งออกไทยควรติดตามความคืบหน้าการเบิกจ่ายงบประมาณและการดำเนินโครงการลงทุนของรัฐบาลฟิลิปปินส์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออก พร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าในด้านแหล่งเงินทุน สถานะของโครงการ และความสามารถในการชำระเงินก่อนกำหนดเงื่อนไขการค้า สำหรับผู้ประกอบการที่พึ่งพาคำสั่งซื้อจากโครงการภาครัฐหรือผู้รับเหมาเป็นหลัก ควรพิจารณากระจายฐานลูกค้าไปยังภาคเอกชนและกลุ่มธุรกิจอื่นเพื่อลดความเสี่ยงจากความล่าช้าของโครงการ ขณะเดียวกัน ควรบริหารสินค้าคงคลังและกำหนดระยะเวลาส่งมอบให้สอดคล้องกับความไม่แน่นอนของคำสั่งซื้อ ทั้งนี้ หากปัญหาการดำเนินงานยังยืดเยื้อ ผลกระทบต่อการลงทุน การจ้างงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจเพิ่มขึ้น และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโอกาสทางการค้าของผู้ประกอบการไทยในตลาดฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีความเชื่อมโยงกับการลงทุนและการก่อสร้าง
———————————–
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
ตุลาคม 2569

การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของฟิลิปปินส์ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ในเดือนสิงหาคม RV.pdf

Share :

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/nkb02hq4mwwim4kt1cj0i4va&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Fvy5w4FYY2bhmz2yafyu6

Related Post