แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan : PDP) เป็นแผนแม่บทในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ว่าด้วยการจัดหาพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว 15 -20 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงและความเพียงพอของกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยคำนึงถึงนโยบาย พลังงานของประเทศและปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อาทิ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การกระจายการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่เหมาะสม การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน นโยบายการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ฯลฯ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าจะมีการทบทวนเป็นระยะๆ หรือทุก 1 – 2 ปี เพื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากสมมุติฐานเดิมหรือไม่ เพื่อจัดทำฉบับใหม่หรือฉบับปรับปรุง
ที่ผ่านมา แผน PDP มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะแผนการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าของประเทศในอนาคต 15-20 ปี ซึ่งจะมีการทบทวนแผนดังกล่าว เมื่อมีการปรับปรุงค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ในแผนดังกล่าวจะระบุค่าพยากรณ์ความต้องการพลังไฟฟ้า ซึ่งมีความสำคัญต่อการวางแผน PDP หากการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้ามีความถูกต้องและแม่นยำ จะทำให้การลงทุนในการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสม
นอกจากนี้ จะระบุถึงโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และนิวเคลียร์ โครงการขนาดเล็กและเล็กมาก ทั้งที่เป็นระบบ Cogeneration และพลังงานหมุนเวียน เชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิต การขยายระบบส่งไฟฟ้า ประมาณการเงินลงทุนการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้า ผลกระทบค่าไฟฟ้า และปริมาณการปล่อย
โดยในปัจจุบันมีการปรับปรุง แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2569-2593) ซึ่งมีสาระสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องรับรู้ ดังนี้
1. ขยายระยะเวลาและเร่งเป้าหมาย Net Zero: ขยายกรอบแผนครอบคลุม 25 ปี (2026–2050) พร้อมยกระดับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ให้เร็วขึ้นจากปี 2065 มาเป็นปี 2050 เพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานสากล
2. เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดมากกว่า 50%: มุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งโซลาร์ฟาร์ม พลังงานลม และโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ ซึ่งมีศักยภาพสูงถึง 5,000 – 10,000 เมกะวัตต์
3. ยกระดับความมั่นคงด้วยเกณฑ์สากล (LOLE): ปรับมาใช้ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (Loss of Load Expectation) โดยควบคุมให้ไฟฟ้าดับได้ไม่เกิน 0.7 วันต่อปี (หรือ 16 ชั่วโมงต่อปี) เพื่อสร้างระบบไฟฟ้าที่เสถียรและน่าเชื่อถือรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ
4. รับมือความต้องการไฟฟ้าจากเทคโนโลยีใหม่: ปรับแผนให้รองรับการขยายตัวของธุรกิจ Data Center การใช้ AI และการเติบโตอย่างรวดเร็วของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน
5. เปิดรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต: พิจารณาเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากนวัตกรรมใหม่ เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ
6. สอดคล้องกับเศรษฐกิจและสังคม: คำนวณความต้องการใช้ไฟฟ้าตามการคาดการณ์ GDP เฉลี่ยที่ 2.5-2.6% และพิจารณาสัดส่วนการผลิตของ กฟผ. ให้เพียงพอต่อการดูแลความมั่นคงของระบบในระยะยาว
จากการปรับเปลี่ยนนี้ องค์กรธุรกิจทุกประเภท จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ นี้ด้วย โดยเฉพาะในประเด็นต่อไปนี้
-
วางแผนบริหารต้นทุนพลังงาน เร่งประเมินความคุ้มค่าและการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เอง
-
ศึกษาและเตรียมความพร้อมในการจัดซื้อหรือขอใบรับรองพลังงานหมุนเวียน หรือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสีเขียว เพื่อใช้ลดค่า Carbon Footprint ของสินค้าในการส่งออกและตอบโจทย์คู่ค้าสาย ESG
-
เตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐานรองรับ EV Charging และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ เพื่อรองรับความต้องการตามแผนมากขึ้น
-
พัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลก๊าซเรือนกระจกให้ละเอียดและโปร่งใสระดับซัพพลายเชน เพื่อรองรับมาตรฐานรายงานความยั่งยืนที่เข้มงวดขึ้นตามเป้าหมาย Net Zero ปี 2050
อย่างไรก็ตาม คุณประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เคยระบุว่า กระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทย (PDP) ฉบับใหม่ให้เสร็จ หลังจากมีการปรับปรุงร่างแผน PDP มาหลายครั้ง และล่าสุดจะต้องปรับแผนให้ตอบโจทย์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ภายใต้ปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การเกิดขึ้นของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยี AI การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2593 รวมทั้งยังมีการพิจารณาเพิ่มกรอบกำลังผลิตไฟฟ้าจากเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ได้แก่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์โมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) และโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ซึ่งแผน PDP ฉบับใหม่ จะต้องรอนำเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณา ก่อนจะมีผลบังคับใช้ต่อไป
อัปเดตเทรนด์ความเปลี่ยนแปลงในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน
อียู กระกาศใช้กฎหมายไมโครพลาสติก วิกฤต หรือ โอกาส ผู้ส่งออกไทย
Post Views: 145
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2026/02/02/power-development-plan-net-zero/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-HuDsEW6pd20zgXaJs_wO


