ไม้ล้มลุกที่มีหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดินและจะแตกหน่อใหม่ยามเมื่อสายฝนเริ่มมาเยือน และออกดอกบานสะพรั่งเมื่อมีแสงแดดมาเยือนทั่วผืนป่า คลอเคลียไปกับสายหมอกบาง ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดในเมืองไทย ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-กันยายน ห้วงเวลาที่จะทำให้ภูสอยดาวได้รับฉายาว่า “สวรรค์บนดิน”
นอกจากทุ่งหญ้าใต้เงาป่าสนที่เต็มไปด้วยดอกหงอนนาคแล้ว ยังมีไฮไลท์อย่าง “น้ำตกภูสอยดาว” อีกอย่างด้วย น้ำตกขนาดใหญ่ 5 ชั้น ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบเขา น้ำไหลแรงตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ สดชื่น
เมื่อล่วงเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวจะเปิดฤดูกาลพิชิตยอดเขา ความสูงกว่า 2,102 เมตรจากระดับน้ำทะเล กับระยะทางเดิน 6.5 กิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่ท้าทายและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ระหว่างเส้นทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสป่าสนสามใบที่แผ่กว้างสุดสายตา ดอกไม้ป่าหลากสีสัน และวิวทะเลหมอกสุดอลังการบนยอดดอย
ภูสอยดาวเป็นหนึ่งใน 3 อุทยานห่งชาติสำคัญของจังหวัดอุตรดิต์ นอกจากนี้ยังมีอุทยานแห่งชาติสักใหญ่ และอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ในช่วงปลายฝนต้นหนาวเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมเดินป่า พักแคมป์ สำหรับคนที่ชื่อชอบสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแต่เรี่ยวแรงปีนป่ายอาจจะไม่อำนวย “เขื่อนสิริกิติ์” เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยซึ่งอยู่ไม่ไกลกันอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า นอกจากความอลังการของเขื่อนแล้วยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวให้เลือกทำมากมายกับจุดเช็กอินยอดนิยมที่กระจายอยู่รอบเขื่อน ทั้งจุดถ่ายรูป ท่าเรือ มุมนั่งพักผ่อน รวมไปถึงไฮไลต์ช่วงเย็นที่ไม่ควรพลาด นั่นคือการนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินบริเวณสันเขื่อน แสงสีทองยามเย็นสะท้อนผืนน้ำสวยจับใจ พร้อมกราบสักการะพระพุทธสิริสัตราช องค์ประจำเขื่อนสิริกิติ์
อีกหนึ่งความพิเศษ “ร้านกาแฟคุณสายชล” ที่ตั้งอยู่บริเวณจุดชมวิวริมเขื่อน มาพร้อมกับเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “แม่น้ำสองสี” เป็นทั้งเครื่องดื่มเย็นชื่นใจและสัญลักษณ์ของการบรรจบกันของแม่น้ำ 2 สายที่ไหลผ่านเขื่อน ใกล้ ๆ กันยังมี “สะพานแขวนเฉลิมพระเกียรติฯ” ที่เป็นทั้งจุดถ่ายรูปยอดนิยมและจุดชมวิวที่สวยงาม ถามหาร้านอาหาร “ระเบียงน่าน เขื่อนสิริกิติ์” คือคำตอบ ที่นี่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่นโดยเฉพาะเมนูปลาน้ำจืดหาทานยาก เช่น ปลาตะโกก ปลาแม่น้ำที่เนื้อแน่น รสชาติหวานนุ่ม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยำปลาซิวแก้ว รสแซ่บถึงใจ และปลาทับทิมริมน่านทอดกรอบกับน้ำจิ้มสองสไตล์ ส่วนสายกิจกรรมที่นี่มีสนามกอล์ฟมาตรฐาน 18 หลุม วิวริมน้ำน่านสุดอลังการ
ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอุตรดิตถ์ถือว่าเป็นพื้นที่ปลูกไม้ผลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสลับที่ราบสูง ดินดี น้ำดี อากาศเย็นพอดี ทำให้ผลไม้ที่นี่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ขณะที่ “ลางสาด” เป็นผลไม้พื้นถิ่นที่ปลูกในอุตรดิตถ์มานาน มีลักษณะเปลือกบาง เนื้อใส สีขาวอมใส รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย มีความหอมธรรมชาติ และเมล็ดเล็กกว่าลองกอง นิยมปลูกมากในอำเภอลับแล ซึ่งถือเป็นแหล่งลางสาดพันธุ์ดีของประเทศ “ลองกอง” ที่มีต้นกำเนิดจากภาคใต้ เมื่อนำมาปลูกในพื้นที่อุตรดิตถ์ก็สามารถปรับตัวได้ดีและให้ผลผลิตรสชาติดียิ่งขึ้น มีรสหวานจัด กลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อเยอะ เมล็ดน้อย เปลือกไม่ขม และสามารถทานได้ทั้งพวงแบบสด ๆ หรือจะนำไปแปรรูปก็อร่อยไม่แพ้กัน
ก่อนที่ลมหนาวจะมาเยือนจังหวัดอุตรดิตถ์มีการจัดงาน “เทศกาลลางสาดลองกองหวาน เมืองมหัศจรรย์แห่งผลไม้” ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการลิ้มลองลางสาดและลองกอง เพราะรสชาติกำลังหวานฉ่ำ ในงานมีให้เลือกชิมเลือกซื้อแบบไม่อั้น ทั้งจากสวนท้องถิ่น ร้านค้าชุมชน และเกษตรกรโดยตรง ทั้งยังมีกิจกรรมมากมาย ทั้งการประกวดผลผลิตทางการเกษตร การออกร้านสินค้า OTOP ช้อปของฝากราคาพิเศษ การแสดงพื้นบ้าน นิทรรศการความรู้ และคอนเสิร์ตจากศิลปินดังทุกค่ำคืน ระหว่างวันที่ 19-28 กันยายน 2568 ณ สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก ใจกลางเมืองอุตรดิตถ์
สำหรับคาเฟ่ที่สามารถทานเมนูลองกองและลางสาด ได้แก่ “ม่อนลับแล” มีเมนูแกงคั่วลางกอง ข้าวพันลางกอง ยำลางกองเสวย ลางกองผัดเปรี้ยวหวาน น้ำพริกลางกอง น้ำพันช์ลางกองมิกซ์กับสับปะรดห้วยมุ่น “เฮือนลับแล” มีเมนูข้าวพันลางกอง ข้าวน้ำพริกลางกอง น้ำพันช์ลางกองมิกซ์กับสับปะรดห้วยมุ่น “ร้านตักเงินริมคลอง” มีเมนูยำลางสาด ตำลองกอง “สวนป้าเรียน x Summergreen” มีเมนูลองกองโทสต์ลาวา ไอศครีมลองกองซอร์เบท ตำลองกอง ยำลองกอง ลองกองรวมมิตร ลองกองลอยแก้ว และวุ้นลองกอง
นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้ข้อมูลว่า ในระยะครึ่งปีแรก จังหวัดอุตรดิตถ์มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่ต่อเนื่อง มียอดสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม-กรกฎาคม จำนวน 676,873 คน-ครั้ง เติบโตขึ้น 7.69% มีรายได้จากการท่องเที่ยว จำนวน 1,414.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.54% มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 51.20% สูงกว่าปีก่อน 5.42% เป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนเรื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยองค์ประกอบของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีต้นทุนทางสินค้าด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องธรรมชาติ อาหารถิ่น 3 วัฒนธรรม และผลไม้ที่หาทานได้ทุกฤดูกาล
นางสาวภัททิรา คำอภิวงศ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานแพร่-ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้ข้อมูลเสริมว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็น 1 ใน 55 เมืองน่าเที่ยวที่มีศักยภาพ โดยในปี พ.ศ. 2568-2569 ททท.ได้กำหนดแคมเปญ #สุขทันทีที่เที่ยวไทย เชื่อมต่อสู่พื้นที่ #สุขทันทีที่เที่ยวอุตรดิตถ์ เพื่อใช้เป็นแนวทางสื่อสารภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งปี โดย ศูนย์ฯ อุตรดิตถ์ ได้ดำเนินโครงการ “เที่ยวอุตรดิตถ์ติดใจ..ประสบการณ์ใหม่มิรู้ลืม” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีเป้าหมายในการสร้างการรับรู้เชิงพื้นที่และชูจุดแข็ง Must Taste ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ด้านอาหารท้องถิ่นและผลไม้ทุกฤดูกาล พร้อมด้วยกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและโปรโมชั่นเสนอขาย ร่วมกับพันธมิตรทั้งในและนอกพื้นที่ เพื่อยกระดับจังหวัดอุตรดิตถ์สู่เมืองน่าเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน และกระจายการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรองได้มากยิ่งขึ้น
อุตรดิตถ์ เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์ เป็น 1 ใน 55 เมืองน่าเที่ยวศักยภาพของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มีต้นทุนทางสินค้าด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะสินค้าเชิงประสบการณ์ และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Must Taste) อย่างทุเรียนสายพันธุ์ GI หลงลับแล หลินลับแล สับปะรดห้วยมุ่น ลางสาด ลองกอง ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนออกผลให้ทานต่อเนื่องตลอดปี สมกับที่ได้รับฉายาว่า เป็นเมืองมหัศจรรย์ผลไม้ เป็นมหานครแห่งผลไม้ของภาคเหนือตอนล่าง
การเดินทางมาท่องเที่ยวอุตรดิตถ์นอกจากจะมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถทัวร์ รถบัส หรือรถตู้แล้ว การนั่งรถไฟ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่เร่งรีบ สะดวก ปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่สองข้างทางเขียวชอุ่มไปด้วยพรรณไม้ โดยสามารถลงได้ที่สถานีหลักคือ สถานีอุตรดิตถ์ และสถานีศิลาอาสน์ ก่อนเข้าเมืองหรือนั่งรถไฟขบวนท้องถิ่นออกมาจากตัวเมือง สามารถมาแชะแล้วแชร์กับกับโค้งสะพานเหล็กช่วงที่รถไฟวิ่งผ่านร่องเขาของ “สะพานรวงผึ้ง” ที่อยู่ใกล้กับสถานีปางต้นผึ้ง รวมถึงอุโมงค์ปางตูบขอบ อุโมงค์แรกของเส้นทางรถไฟสายเหนือที่รถไฟจะลอดผ่านก่อนเข้าสู่ตัวเมืองอุตรดิตถ์ได้ด้วย