Category: ท่องเที่ยว

  • เที่ยวอเมริกาอ่วม! วีซ่า ขึ้นราคา 8,000 บาท เริ่ม 1 ต.ค. 2025 เสี่ยงซ้ำเติมวิกฤตท่องเที่ยว

    เที่ยวอเมริกาอ่วม! วีซ่า ขึ้นราคา 8,000 บาท เริ่ม 1 ต.ค. 2025 เสี่ยงซ้ำเติมวิกฤตท่องเที่ยว

    สหรัฐฯ ประกาศเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ ‘Visa Integrity Fee’ 250 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 8,000 บาท) มีผล 1 ต.ค. 2025 ขึ้นแท่นประเทศที่มีวีซ่าท่องเที่ยวแพงสุดในโลก อาจกระทบซ้ำวิกฤตท่องเที่ยว ฟุตบอลโลก 2026 และโอลิมปิก 2028 ที่ใกล้จะมาถึง

    รายงานข่าวระบุว่า สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญแรงกดดันใหม่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หลังรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจัดเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ ‘Visa Integrity Fee’ มูลค่า 250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8,000 บาท ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ส่งผลให้ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าสหรัฐฯ สูงถึง 442 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 16,000 บาท 

    ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในค่าธรรมเนียมวีซ่าที่แพงที่สุดในโลก และอาจยิ่งซ้ำเติมปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ  จากการปราบปรามผู้อพยพและความไม่เป็นมิตรต่อหลายประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

    ข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีนักเดินทางต่างชาติ 19.2 ล้านคน ลดลงถึง 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และนับเป็นเดือนที่ 5 ของปีนี้ที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวหดตัว แม้ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายคาดว่า ปี 2025 จะเป็นปีที่สหรัฐฯ ฟื้นตัวเต็มที่และกลับมามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 79.4 ล้านคน ซึ่งเป็นระดับก่อนการระบาดโควิด-19

    ทั้งนี้ ตามข้อมูลของสมาคมการท่องเที่ยวแห่งสหรัฐอเมริกา ค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะเพิ่มอุปสรรคให้กับนักเดินทางจากประเทศที่ไม่ได้รับการยกเว้นวีซ่า เช่น เม็กซิโก อาร์เจนตินา อินเดีย บราซิล และจีน ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ค่าธรรมเนียมวีซ่ารวมอยู่ที่ 442 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในค่าธรรมเนียมสำหรับนักท่องเที่ยวที่สูงที่สุดในโลก  

    เกบ ริซซี ประธานบริษัทอัลทัวร์ บริษัทจัดการการท่องเที่ยวระดับโลก กล่าวว่า  แรงกดดันที่เราเพิ่มให้กับประสบการณ์ของนักเดินทางจะส่งผลให้ปริมาณการเดินทางลดลงไปบ้าง เมื่อฤดูร้อนสิ้นสุดลง เรื่องนี้จะกลายเป็นปัญหาเร่งด่วนมากขึ้น และเราจะต้องรวมค่าธรรมเนียมเหล่านี้ ให้พร้อมเกี่ยวกับการวางแผนงบประมาณการเดินทางและเอกสารต่างๆ 

    สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTO) คาดการณ์ว่า การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในสหรัฐฯ จะลดลงต่ำกว่า 169 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ จาก 181 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024

    อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมวีซ่ายิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่ของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ ซึ่งนโยบายการเข้าเมือง และ การตัดงบประมาณช่วยเหลือต่างประเทศ และภาษีศุลกากรที่บานปลาย ได้กัดกร่อนเสน่ห์ของอเมริกาในฐานะจุดหมายปลายทาง แม้จะมีงานสำคัญๆ อย่างฟุตบอลโลก 2026 และโอลิมปิกที่ลอสแอนเจลิส 2028 ที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ตาม

    อีกทั้ง รัฐบาลทรัมป์ได้เสนอกฎระเบียบของรัฐบาลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อจำกัดระยะเวลาของวีซ่าสำหรับนักเรียน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และสื่อมวลชน

    ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม รัฐบาลกล่าวว่าสหรัฐฯ อาจกำหนดให้มีพันธบัตรมูลค่าสูงสุด 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับวีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าธุรกิจบางประเภท ภายใต้โครงการนำร่องที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะมีอายุประมาณ 1 ปี เพื่อปราบปรามนักท่องเที่ยวที่พำนักอยู่เกินกำหนดวีซ่า

    อารัน ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายศึกษาอุตสาหกรรมของ Tourism Economics   ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาของ Oxford Economics คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนธันวาคม 2024 ว่า การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมายังสหรัฐอเมริกาในปี 2025 จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่กลับมีแนวโน้มลดลง 3% แทน  

    “เรามองว่านี่เป็นการถดถอยที่ต่อเนื่อง และเราคาดว่าสถานการณ์ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นตลอดช่วงการบริหารประเทศ” ไรอันกล่าว

    โดย ณ เดือนพฤษภาคม การเดินทางจากเม็กซิโกมายังสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นเกือบ 14% ในปี 2025 ตามข้อมูลของสำนักงานการเดินทางและการท่องเที่ยวแห่งชาติ

    หากดูจำนวนนักท่องเที่ยวจากอาร์เจนตินาเพิ่มขึ้น 20% และจากบราซิลเพิ่มขึ้น 4.6% นับตั้งแต่ต้นปี โดยรวมแล้ว การเดินทางจากอเมริกากลางเพิ่มขึ้น 3% และจากอเมริกาใต้เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับการลดลง 2.3% จากยุโรปตะวันตก

    ขณะที่จีน จำนวนนักท่องเที่ยวยังคงลดลงนับตั้งแต่เกิดการระบาด โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนกรกฎาคมยังคงต่ำกว่าระดับปี 2019 ถึง 53% ค่าธรรมเนียมวีซ่ายังส่งผลกระทบต่อการเดินทางจากอินเดีย ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 2.4% ในปีนี้ เนื่องจากจำนวนนักศึกษาลดลงเกือบ 18%

    สำหรับบางคน ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจะมีผลเป็นเพียงค่าใช้จ่ายอีก ส่วนหนึ่งในการเดินทางสู่สหรัฐอเมริกาที่มีราคาแพงอยู่แล้ว

    “สหรัฐอเมริกามีการคัดเลือกนักท่องเที่ยวมาโดยตลอด หากฐานะทางการเงินของคุณไม่ดีพอ การขอวีซ่าก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว” ซู ชู ผู้ก่อตั้งบริษัท Moment Travel ในเฉิงตูของจีนกล่าว

    เจมส์ คิทเช่น ตัวแทนท่องเที่ยวและเจ้าของ Seas 2 Day & Travel กล่าวว่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องเผชิญกับค่าธรรมเนียมการเข้าเมืองที่สูงขึ้น นักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯ จึงกังวลเกี่ยวกับข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นในต่างประเทศ 

    ภาพ: cmart7327 / Getty Images 

    อ้างอิง: 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/us-visa-fee-increase-2025-travel-impact/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tdzRgBXjL1QAE-b9GC21o

  • ได้ผู้ชนะแล้ว ‘มิสเตอร์อยุธยา’ พรีเซ็นเตอร์ สร้างภาพลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์งานจังหวัด | เดลินิวส์

    ได้ผู้ชนะแล้ว ‘มิสเตอร์อยุธยา’ พรีเซ็นเตอร์ สร้างภาพลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์งานจังหวัด | เดลินิวส์

    ได้ผู้ชนะแล้ว ‘มิสเตอร์อยุธยา’ พรีเซ็นเตอร์ สร้างภาพลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์งานจังหวัด

    นายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประกวด ‘มิสเตอร์อยุธยา’ รอบตัดสิน เฟ้นหาพรีเซ็นเตอร์ สร้างภาพลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์งานจังหวัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5071463/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CAAd-GVC-kn7Ip76OM9sg

  • “พงศ์ภัทร” มอง SET “ไซด์เวย์” รอรัฐบาลใหม่ แนะสะสมหุ้นท่องเที่ยว

    “พงศ์ภัทร” มอง SET “ไซด์เวย์” รอรัฐบาลใหม่ แนะสะสมหุ้นท่องเที่ยว

    นายพงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ นักกลยุทธ์การลงทุน Research Department, InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX เปิดเผยในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (1 ก.ย.2568) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีความชัดเจนทางการเมืองเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการประชุมของพรรคประชาชนในวันนี้ เพื่อกำหนดทิศทางผู้บริหารประเทศ

    หากได้ข้อสรุปทางการเมืองในวันนี้ บรรยากาศการลงทุนจะเริ่มเข้าสู่ โหมดการเลือกตั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะเป็น บวกกับตลาด เนื่องจากข้อเสนอของพรรคประชาชนที่ให้มีการยุบสภาภายใน 4 เดือน ทำให้ทุกพรรคจะพยายามหาเสียงและแสดงผลงานอย่างเต็มที่

    โดยเฉพาะการตัดสินใจของพรรคประชาชนว่าจะร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทย จะเป็น จุดเปลี่ยนของภาพรวมตลาด

    หากพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคประชาชน มองว่าความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจอาจทำให้การสะดุดของเศรษฐกิจไม่มากนัก

    แต่หากพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทยก็มีโอกาสที่จะมีข้อดีเช่นกัน โดยล่าสุดนายกรณ์ จาติกวณิช ได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ซึ่งนายกรณ์ถือเป็นมือเศรษฐกิจที่ดีคนหนึ่งของประเทศ

    ดังนั้นหากการจัดตั้งมีความชัดเจนและมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยแล้ว ตลาดมีโอกาสที่จะเป็น บวก เนื่องจากรัฐบาลใหม่จะมีการส่งสัญญาณออก นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะสร้างความหวังให้กับประชาชนและวาดฝันถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในอนาคต

    ในช่วงที่รอความชัดเจนและการจัดตั้งรัฐบาล การเลือกนายกรัฐมนตรี ในระยะสั้นเนื่องจากยังไม่มีความชัดเจน ตลาดอาจยังคงแกว่งตัวอิงทางลงอยู่ แต่ในช่วงสั้นจะมีแนวรับ 1,230-1,228 จุด เป็นแนวรับที่มีนัยสำคัญ หากไม่หลุดต่ำกว่านี้ตลาดมีโอกาสที่จะพักฐานเพื่อขึ้นต่อ แต่หากหลุดต่ำกว่าอาจเห็นที่ประมาณ 1200 จุด ซึ่งเป็นช่วงที่อาจทำให้ตลาดรีบาวด์ได้อีกครั้ง

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุนกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจหากมีความชัดเจนทางการเมืองออกมา และตลาดมีแนวโน้มเป็นบวก กลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจมีดังนี้:

    -กลุ่มท่องเที่ยว รัฐบาลทุกพรรคจะเน้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจไทย หุ้นกลุ่ม โรงแรม น่าจะกลับมาเติบโตได้อีกอย่างน้อยครึ่งปี

    -กลุ่มวัสดุก่อสร้างมีโอกาสได้ประโยชน์จากนโยบาย เมกะโปรเจกต์ ของรัฐบาลใหม่

    -กลุ่มค้าปลีก โดยปกติแล้วกลุ่มนี้จะได้รับอานิสงส์จากการเลือกตั้ง เนื่องจากมีการบริโภคภายในประเทศที่ดีขึ้น แนะ CPALL และ GLOBAL เป็นตัวเด่น

    นอกจากนี้กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากธีมดอกเบี้ยขาลงจากการเข้ามาของผู้ว่าฯคนใหม่ได้แก่ กลุ่ม REITs แนะนำ DIF ,กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แนะนำ AP,SIRI ,กลุ่มไฟแนนซ์แนะนำ MTC และกลุ่มโรงไฟฟ้า BCPG

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/779168&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YA3G-ed8ix-FzeaRpGQbt

  • คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    ต่อมาปัจจัยสุดท้ายก็คือ คนไทยทำงานหนัก และมีอาการเมื่อยล้าในอัตราที่สูงขึ้น จึงทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีความต้องการที่นอนระดับพรีเมียมไว้หลับนอนเพื่อจะได้ทำให้ตัวเอง และครอบครัวสบายมากยิ่งขึ้นซิมมอนส์ (Simmons) แบรนด์ที่นอนระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา จึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากขึ้น จึงทำให้ล่าสุดมีเปิดตัวโชว์รูมใหม่ล่าสุด “Simmons Gallery ทองหล่อ” บนพื้นที่ขนาด 270 ตารางเมตร ใจกลางย่านสุขุมวิท 55 เพื่อเสริมกลยุทธ์ในการเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์การนอนคุณภาพสูง พร้อมยกระดับการรับรู้แบรนด์ในตลาดที่นอนพรีเมียมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    โดยโชว์รูมแห่งใหม่นี้ต่อยอดจากความสำเร็จของ Simmons Gallery สาขาคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) ที่เปิดดำเนินการมากว่า 10 ปี โดยที่ Simmons Gallery ทองหล่อ จะเป็นโชว์รูมแรกที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประกอบในประเทศไทย ได้แก่ Beautyrest Prime & Platinum Series และ BeautySleep Essential Series เพื่อตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กรในตลาดที่ต้องการสินค้าพรีเมียมที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

    พูดคุยกับ… นายอาลอยเซียส ชิว ผู้จัดการทั่วไป (ธุรกิจภูมิภาค) บริษัท Simmons SEA Pte Ltd กล่าวว่า “ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง การเปิด Simmons Gallery ทองหล่อ จึงเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ทั้งในแง่ของทำเลและประสบการณ์ภายในโชว์รูม ซึ่งออกแบบให้รองรับลูกค้าทั้งกลุ่มรีเทลและองค์กร โดยชั้นสองของโชว์รูมได้ถูกจัดเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับกลุ่มโรงแรมและลูกค้าระดับสถาบัน เพื่อให้สามารถทดลองผลิตภัณฑ์จริงก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งเป็นแนวทางที่ตอกย้ำจุดยืนของเราว่า ประสบการณ์ที่ดีต้องสัมผัสได้จริง

    คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    ส่วนกลยุทธ์การผลิตภายในประเทศ เพื่อตอบสนองตลาดอย่างรวดเร็ว ซิมมอนส์เปิดตัวที่นอน 2 ซีรีส์ใหม่ ที่ประกอบในประเทศไทย โดยใช้ระบบสปริง Pocketed Coil นำเข้าจากญี่ปุ่น ได้แก่:

    ●Beautyrest Prime & Platinum Series – กลุ่ม Accessible Luxury

    ราคาเริ่มต้นประมาณ 65,000 บาท

    ●BeautySleep Essential Series – รุ่นเริ่มต้นในราคาประมาณ 25,000 บาท

    ทั้งนี้ ยังมีรุ่นเรือธงนำเข้าจากญี่ปุ่น เช่น Beautyrest Black และ BackCare ซึ่งยังคงจำหน่าย ในกลุ่มไฮเอนด์ ราคาตั้งแต่ 150,000 บาทขึ้นไป โดยกลยุทธ์การประกอบภายในประเทศมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการจัดส่งสินค้าแบบ Just-in-Time ลดต้นทุนการนำเข้า และตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากตลาดที่พักอาศัยระดับลักชัวรีและธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย

    ส่องข้อมูลเชิงลึกผู้บริโภคและภาพรวมตลาด

    จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น และมีความใส่ใจในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสินค้าเกี่ยวกับการนอนพักผ่อน รวมถึงยังให้การสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศ” นายชิวกล่าวเสริม “การผลิตในประเทศไทยจึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น ตอบสนองความต้องการของตลาดได้รวดเร็ว และเพิ่มความใกล้ชิดกับผู้บริโภคชาวไทย”

    โดยในปีนี้ ซิมมอนส์ยังเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ Beautyrest ภายใต้แคมเปญระดับภูมิภาค “Advance Your Sleep” ที่สะท้อนพันธกิจในการยกระดับประสบการณ์การนอน ผ่านการออกแบบ เทคโนโลยี และประสิทธิภาพที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว

    คนไทยเมื่อยล้า-ท่องเที่ยวโต หนุน ‘ตลาดที่นอนพรีเมียม’ 7,000 ล้าน โตต่อ

    ขนาดตลาดและผลประกอบการ

    จากรายงานของ Metastat Insight ปี 2024 ระบุว่า ตลาดที่นอนในประเทศไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 488.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 15,800 ล้านบาท) และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 4.5% ต่อปี ไปจนถึงปี 2031 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี การพัฒนาอุตสาหกรรมโรงแรม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสินค้าพรีเมียมเพื่อสุขภาพ

    อย่างไรก็ตามในปี 2024 ซิมมอนส์ สามารถครองส่วนแบ่งตลาดที่นอนพรีเมียมในประเทศไทยประมาณ 6.5% และมียอดขายรวมมากกว่า 1,030 ล้านบาท โดยการเปิด “Simmons Gallery ทองหล่อ” ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความได้เปรียบทางการแข่งขัน ด้วยการบริหารต้นทุน การยกระดับประสบการณ์ในโชว์รูม และการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้นกับทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กร

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/digital-business/digital-marketing/859566&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R2SxOVZJ2UBkp283oHQSt

  • ตราด บางกอกแอร์เวย์สปักหมุดสนามบินตราด สู่ อนาคตศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก | TOPNEWS

    ตราด บางกอกแอร์เวย์สปักหมุดสนามบินตราด สู่ อนาคตศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก | TOPNEWS

    “โครงการพัฒนาสนามบินตราด ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน รองรับการขยายเครือข่ายเส้นทางบินใหม่ในอนาคต ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะในฤดูกาล ท่องเที่ยวที่มีความต้องการในการเดินทางสูง อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และตอบสนองความต้องการในการเชื่อมต่อ ผู้โดยสารจากสายการบินพันธมิตรได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ยังเป็นการปูทางรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินอื่นในอนาคต ซึ่งจะยกระดับสนามบินตราดสู่การเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคตะวันออกในอนาคต” นายพุฒิพงศ์ กล่าว

    นายพุฒิพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนการเชื่อมโยงการเดินทางจากสนามบินตราดไปยังสนามบินสมุย หรือ สนามบินกระบี่ รวมทั้งสนามบินในจังหวัดอื่นๆนั้น ทางสายการบินเคยบินมาแล้วในหลายปีก่อน แต่ปัจจุบันไม่มีเส้นทางบินเหล่านี้ แต่ในอนาคต หากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ก็จะเปิดเส้นทางเหล่านี้ได้ รวมทั้งการเปิดเที่ยวบินไปยังต่างประเทศซึ่งให้สนามบินตราดเป็นสนามบินนานาชาติที่มีเที่ยวบินไปเสียมเรียบหรือเกาะกง รวมทั้งสีหนุวิลล์นั้น ทางบริษัทก็เคยทีทจะไปลงทุนทำสนามบินที่เกาะกง ประเทศกัมพูชาแต่โครงการนี้ยุติลงไป อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การสู้รบทั้งสองประเทศจบลง และมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์การใช้สนามบินตราดเป็นฐานก็มีความเป็นไปได้ ทั้งนี้ปัจจุบันสนามบินตราดก็เป็นสนามบินC I Q (Custom Immigration Quarantine )อยู่แล้ว

    กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด กล่าวอีกว่า ในส่วนที่สนามบินตราดจะเปิดรับสายการบินพาณิชย์อื่นๆ หรือสายการบินโลว์
    ครอสทางบริษัทก็พร้อมรับเช่นกัน แต่ทางสนามบินก็ตั้งเป้าหมายในเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่จะต้องมีการพัฒนาสนามบิน และมีหลุมจอดเครื่องบินให้มีความพร้อมในการรองรับเท่านั้น

    สำหรับ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เดินหน้าพัฒนา ศักยภาพสนามบินตราด โดยมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเติบโต หลังการฟื้นตัวของภาค ท่องเที่ยวจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่นิยมเดินทางมายังชายฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทยโครงการพัฒนาศักยภาพสนามบินตราดระยะแรก มีกำหนดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2569 ประกอบด้วย การขยายรันเวย์ (Runway) จาก 1,800 เมตร เป็น 2,000 เมตร, การสร้างลานจอดอากาศยาน เพื่อรองรับเครื่องบินไอพ่นขนาดเล็ก-กลาง (A320, A319, B737, B717, ERJ145) ได้สูงสุด 3 ลำ หรือรองรับเครื่องบินใบพัด (ATR72, YS-11) 2 ลำ ร่วมกับเครื่องบินไอพ่นขนาดกลาง 2 ลำได้ในเวลาเดียวกัน, การปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ขยายพื้นที่จาก 2,100 ตร.ม. เป็น 3,400 ตร.ม. เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารสูงสุด 250,000 คนต่อปี ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท

    ทั้งนี้ สนามบินตราด ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด บนพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือเฟอร์รีเกาะช้างเพียง 17 กิโลเมตร นับเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของการท่องเที่ยวฝั่งตะวันออก โดยสายการ บินบางกอกแอร์เวย์สให้บริการเที่ยวบินประจำ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ตราด (ไป-กลับ) วันละ 2 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบิน ATR72-600 ขนาด 70 ที่นั่ง และจะเพิ่มความถี่เป็นวันละ 3 เที่ยวบินตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เพื่อรองรับการเดินทางช่วงไฮซีซัน

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ญาณี แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1295502&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ao94O5K4BhN5i2ZcfQyrN

  • เดินหน้าปรับปรุง ท้อง สนามหลวง กทม. ย้ำเป็นศูนย์รวมกิจกรรม-ท่องเที่ยว

    เดินหน้าปรับปรุง ท้อง สนามหลวง กทม. ย้ำเป็นศูนย์รวมกิจกรรม-ท่องเที่ยว

    วันนี้ (1 กันยายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่สำรวจการปรับปรุงท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร แม้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จะได้เสนอให้ย้ายสถานที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ออกจากท้องสนามหลวงแล้วก็ตาม

    ทั้งนี้ การปรับปรุงท้องสนามหลวงยังคงดำเนินต่อไปตามงบประมาณที่จัดสรรไว้เดิม เนื่องจากท้องสนามหลวงเป็นพื้นที่สาธารณะสำคัญที่ใช้จัดกิจกรรมต่างๆ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ประชาชนใช้สอยตลอดทั้งปี จึงจำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง

    การปรับปรุงในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาภูมิทัศน์ให้มีความสวยงาม สะอาด และเป็นระเบียบเรียบร้อย สมกับเป็นสถานที่สำคัญของประเทศ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบไฟฟ้าส่องสว่างและจัดระเบียบพื้นที่ให้เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคตได้อย่างเต็มที่

    ภาพการปรับปรุงท้องสนามหลวงในกรุงเทพมหานครเพื่อพัฒนาภูมิทัศน์และการท่องเที่ยว ภาพการปรับปรุงท้องสนามหลวงในกรุงเทพมหานครเพื่อพัฒนาภูมิทัศน์และการท่องเที่ยว

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ฐานิส สุดโต

    บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/sanam-luang-renovation-bangkok/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CevADn9ZfH_K1yc2TOOKV

  • ททท. จัดงาน “สตรีทไฟท์ หนองเสือ” 2025 สุดยิ่งใหญ่ ดันท่องเที่ยวท้องถิ่นสุดคึกคัก ดึงนักสู้ทั่วประเทศ-คอนเสิร์ตลูกทุ่ง-ช้อป OTOP ชาวบ้านแห่ร่วมงานแน่นพื้นที่

    ททท. จัดงาน “สตรีทไฟท์ หนองเสือ” 2025 สุดยิ่งใหญ่ ดันท่องเที่ยวท้องถิ่นสุดคึกคัก ดึงนักสู้ทั่วประเทศ-คอนเสิร์ตลูกทุ่ง-ช้อป OTOP ชาวบ้านแห่ร่วมงานแน่นพื้นที่

    บันเทิง

    ททท. จัดงาน “สตรีทไฟท์ หนองเสือ” 2025 สุดยิ่งใหญ่ ดันท่องเที่ยวท้องถิ่นสุดคึกคัก ดึงนักสู้ทั่วประเทศ-คอนเสิร์ตลูกทุ่ง-ช้อป OTOP ชาวบ้านแห่ร่วมงานแน่นพื้นที่

    วันจันทร์ ที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.07 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “สตรีทไฟท์ หนองเสือ” ณ วัดราษฎรบำรุง (วัดไก่หอบ) ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยมีประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    ​งานนี้จัดขึ้นภายใต้การผลักดันงบประมาณจาก คุณมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 จังหวัดปทุมธานี และคุณสุรกิจ ศรีเกษม เลขานุการความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

    ​ภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย เริ่มด้วยไฮไลท์การแข่งขัน Street Fight ที่ดึงดูดนักสู้จากทั่วประเทศมาประชันฝีมือกันอย่างสุดมันส์ เรียกเสียงเชียร์สนั่นเวที สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมตลอดงาน นอกจากนี้ยังมีการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง แอน อรดี ที่มามอบความสุขด้วยเสียงเพลงไพเราะสนุกสนาน และยังมีร้านค้า OTOP กว่า 50 ร้านค้า ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นที่มีคุณภาพ

    ​บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกครื้น ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น ซึ่งการจัดงานครั้งนี้นอกจากจะสร้างความบันเทิงแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการ OTOP และส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

    งานนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีตลอดทั้งงาน ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนศักยภาพของชุมชนในการจัดงานใหญ่ระดับประเทศ พร้อมทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ททท. และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการผลักดันการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/entertain/444629&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Wz0pcXQpTZl6TJx_KCcam

  • ตำรวจท่องเที่ยว ครบรอบ 8 ปี เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี-เสริมความปลอดภัย | เดลินิวส์

    ตำรวจท่องเที่ยว ครบรอบ 8 ปี เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี-เสริมความปลอดภัย | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5073214/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OI6R5Ksi8kU7zSRzyxQo5

  • TISCO ESU ชี้ตลาดการเงินหลังรับรู้ข้อมูลเงินเฟ้อ (PCE) ให้น้ำหนักใกล้เคียงเดิมว่า Fed จะลดดอกเบี้ยลงราว -50bps ในปี 2025 แบ่งเป็นลด -25bps ในเดือน ก.ย. – ธ.ค. – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    TISCO ESU ชี้ตลาดการเงินหลังรับรู้ข้อมูลเงินเฟ้อ (PCE) ให้น้ำหนักใกล้เคียงเดิมว่า Fed จะลดดอกเบี้ยลงราว -50bps ในปี 2025 แบ่งเป็นลด -25bps ในเดือน ก.ย. – ธ.ค. – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    สหรัฐฯ:

    • ดัชนีราคาผู้บริโภค (PCE) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น +0.2% MoM ในเดือน ก.ค. จาก 0.3% เดือนก่อน แต่เท่ากับตลาดคาด โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.6% YoY เท่ากับเดือนก่อนและตลาดคาด

    • ด้านดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core PCE) เพิ่มขึ้น +0.3% MoM เท่ากับเดือนก่อนและตลาดคาด โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเร่งตัวขึ้นเป็น 2.9% YoY จาก 2.8% เดือนก่อน แต่เท่ากับตลาดคาด

    Fixed Income:

    • เรายังคงให้น้ำหนักไปที่พันธบัตรระยะสั้นมากกว่าระยะยาว เนื่องจากมีโอกาสได้ประโยชน์จากการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed โดยตรง และเสี่ยงต่อแรงกดดันด้านขึ้นของ Yield น้อยกว่า ขณะที่พันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปี เรายังประเมิน Fair level ที่ราว 4.5% จึงจะสะท้อนความเสี่ยงของแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อระยะยาวได้อย่างเหมาะสม

    ไทย:

    • กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่องในเดือน ก.ค จากการหดตัวชั่วคราวของภาคการผลิต (ปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นและการหยุดผลิตรถยนต์ชั่วคราวเพื่อปรับกระบวนการผลิต) และกิจกรรมในภาคบริการลดลงจากการท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้ายังขยายตัวได้ จากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งช่วยชดเชยความอ่อนแอของอุปสงค์ในประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังคงมีสัญญาณที่ไม่ชัดเจน เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่รายรับภาคการท่องเที่ยวยังคงลดลง จากการใช้จ่ายต่อทริปที่ลดลงและการทำโปรโมชันของผู้ประกอบการ ในส่วนของการบริโภคภาคเอกชนยังอ่อนแอและปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าจากการบริโภคที่หดตัวในหมวดสินค้าไม่คงทนและหมวดบริการ ซึ่งสอดคล้องกับรายรับจากภาคการท่องเที่ยวที่ลดลงทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

    จีน:

    • แรงกดดันเงินฝืดยังเป็นปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจจีน โดยระดับราคาสินค้าและกำไรภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทางการจีนได้ประกาศมาตรการ Anti-involution เพื่อจำกัดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและแก้ไขปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ความสำเร็จของมาตรการดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคธุรกิจเอกชนในการลดกำลังการผลิตลง เนื่องจากอุตสาหกรรมที่มีปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในปัจจุบันได้แพร่กระจายจากอุตสาหกรรมต้นน้ำสู่อุตสาหกรรมเกิดใหม่ที่เป็นของภาคเอกชน ซึ่งทำให้การสั่งลดกำลังการผลิตจากทางการอาจทำได้ยากและเห็นผลช้ากว่าการปฏิรูปด้านอุปทานของจีนในอดีตช่วงปี 2015

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/01/574379/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3krQjpMy-zq_8K0-7ThtyZ

  • เที่ยวแบบยั่งยืน! ททท. ปลุก ESG Tourism เพิ่มรายได้ชุมชน 20%

    เที่ยวแบบยั่งยืน! ททท. ปลุก ESG Tourism เพิ่มรายได้ชุมชน 20%

    sustainability

    01 ก.ย. 2025 เวลา 13:43 น.

    ททท. ปลุกพลังชุมชนไทย ปั้น ESG Tourism สู่เวทีโลก2 เดือน สร้างรายได้เพิ่ม 20 % จำนวนนักท่องเที่ยวทะลุ 30,000 คน /ครั้ง สู่ 5 จังหวัด

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และองค์กรเอกชนชั้นนำ ประกาศความสำเร็จของโครงการ “Village to the World #SustainableAgenda” ซีซันล่าสุด จุดประกายพลังให้ชุมชนไทยด้วยโมเดล “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” ที่ยกระดับจากกิจกรรม CSR ไปสู่การเป็น กลไก ESG Tourism ที่วัดผลได้จริง

    โดยการเชื่อมโยงเป้าหมายการพัฒนาของชุมชนเข้ากับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของภาคธุรกิจ ก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วม ทั้งในมิติการเติบโตของชุมชน การสร้างคุณค่าให้กับองค์กรเอกชน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืนในภาพรวมจาก CSR สู่ระบบ ESG ที่ขับเคลื่อนจริง ผ่าน Co-Creation และการทำงานจริงกับลูกค้าองค์กรรายใหญ่ ผ่านฝึกอบรมเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการ การตลาด การสื่อสาร และการพัฒนาทักษะบริการ ควบคู่กับโอกาสในการทำงานจริงกับบริษัทจดทะเบียนฯ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

    ททท. ยึด ESG ดึง บจ. พัฒนาท่องเที่ยวชุมชน 5 จังหวัด เคียงคู่ เที่ยวไทยคนละครึ่ง

    ธรรมาภิบาลเชิงพุทธ: ESG ทางเลือกที่ยั่งยืนของภาคธุรกิจไทย

    “การท่องเที่ยวโดยชุมชน”เวที ESG ที่มีชีวิต 

    “Village to the World #SustainableAgenda ภายใต้แนวคิด “ESG Partnership for Impact – พันธมิตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” ด้วยการสร้างกลไกการทำงานรูปแบบใหม่  คือบทพิสูจน์ว่า ‘การท่องเที่ยวโดยชุมชน’ สามารถเป็นเวที ESG ที่มีชีวิต เชื่อมโยงตลาดทุน ธุรกิจ และวัฒนธรรมไทยได้อย่างแท้จริง ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่เพียงสร้างรายได้และโอกาสให้กับชุมชน แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจและมาตรฐานใหม่ให้กับภาคธุรกิจที่ต้องการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม”น.ส.ฐาปนีย์ กล่าว

    นอกจากนั้น เพื่อสร้าง Moment แห่งความสุข ภายใต้แนวคิด ‘Change Unknown to Unforgettable’ ที่เปลี่ยนสิ่งไม่คุ้นเคยให้เป็นประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม โดยททท. มีแผนพัฒนา โครงสร้างเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนด้าน ESG Tourism พร้อมต่อยอดความร่วมมือธุรกิจ–ชุมชน สู่ระบบนิเวศความยั่งยืนระดับประเทศ พร้อมสานต่อเครือข่ายความร่วมมือให้ชุมชนไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนบนเวทีโลกต่อไป

    เที่ยวแบบยั่งยืน! ททท. ปลุก ESG Tourism เพิ่มรายได้ชุมชน 20%

    โมเดลความร่วมมือที่ลงมือทำจริงใน 5 จังหวัด

    โครงการฯ ได้ริเริ่มความร่วมมือระหว่าง “บริษัทจดทะเบียน” กับ “ชุมชนต้นแบบ” ใน 5 พื้นที่ทั่วประเทศ โดยแต่ละคู่ความร่วมมือมีเป้าหมายเฉพาะที่แตกต่างกัน แต่สะท้อนการนำ ESG มาปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่

    • BAFS x บ้านมุงเหนือ จ.พิษณุโลก ต่อยอดฐานการทำงานเดิมของไทยแอร์เอเชีย พัฒนาเกษตรปลอดภัย ระบบบริการชุมชน และมาตรฐานความปลอดภัย ก่อให้เกิดความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องและเสริมพลังกัน

    • AWC (Melia Pattaya) x บ้านอำเภอ จ.ชลบุรี สร้างระบบจัดการขยะเชิงสร้างสรรค์ และส่งเสริมความตระหนักด้าน Circular Economy ในชุมชนชายทะเล เพื่อพัฒนาสู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

    • AIS x บ้านแม่สูนน้อย จ.เชียงใหม่ ยกระดับชุมชนสู่การเป็น Digital Community ผ่านการฝึกทักษะการสร้างคอนเทนต์ การตลาดออนไลน์ และการสื่อสารจุดขายด้วยภาษาสมัยใหม่ที่เข้าถึงตลาดกว้างขึ้น

    • SCG (Yournique) x บ้านป่าแลวหลวง จ.น่าน พัฒนาโมเดล เศรษฐกิจหมุนเวียน ควบคู่กับกลยุทธ์การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

    • Thai AirAsia x บ้านท่ามะโอ–ปงสนุก จ.ลำปาง ผสานการเปิดเผยข้อมูลทางวัฒนธรรมท้องถิ่นตามแนวทาง UNESCO Culture | 2030 Indicators เข้ากับกิจกรรม Employee Engagement เชิงลึก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับชุมชนอย่างยั่งยืน

    เที่ยวแบบยั่งยืน! ททท. ปลุก ESG Tourism เพิ่มรายได้ชุมชน 20%

    ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% 

    ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของโครงการในระยะเวลาเพียง 2 เดือน (ก.ค.–ส.ค. 2568) แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่จับต้องได้ โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่ต้นแบบรวมกว่า 30,000 คน-ครั้ง และสร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% พร้อมทั้งเกิดการพัฒนา สินค้าและบริการใหม่ ที่ตอบโจทย์ตลาด B2B และองค์กร ได้อย่างตรงจุด อาทิ การทำงานร่วมกับ OTA โปรแกรม CSR ทริปส่งเสริมแรงจูงใจ (Incentive Trip) และกิจกรรม Internal Branding ขององค์กร
    ชุมชนได้เรียนรู้จริง องค์กรได้ ESG ที่ “มีชีวิต”

    นายปฏิวัติ ด่านแก้ว ที่ปรึกษาชุมชนบ้านมุงเหนือ จังหวัด พิษณุโลก กล่าวว่าโครงการนี้ช่วยให้ผู้นำและสมาชิกชุมชนได้เรียนรู้การทำงานกับองค์กรจริง ตั้งแต่การรับฟังโจทย์ลูกค้า การสื่อสารคุณค่าของชุมชนให้ตรงกับความต้องการ การพัฒนาโปรแกรมที่ตอบโจทย์องค์กร ไปจนถึงการวัดผลลัพธ์ตามมาตรฐานที่องค์กรใช้จริง ไม่ว่าจะเป็น SDGs, Materiality Mapping หรือ One Report ผ่านมาได้นำเสนอแต่สิ่งที่ชุมชนมี แต่โครงการนี้ทำให้ชุมชนรู้จักความต้องการของลูกค้าองค์กร รู้ว่าอะไรที่นักท่องเที่ยวต้องการ และควรพัฒนาอะไรให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น

    เที่ยวแบบยั่งยืน! ททท. ปลุก ESG Tourism เพิ่มรายได้ชุมชน 20%

     ESG  สร้าง Brand Loyalty และพลังพนักงาน

    กัปตันภราดร ขำปรางค์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการการบิน บริษัท ไทยแอร์ เอเชีย จำกัด หรือ  Thai AirAsia กล่าวว่า องค์กรที่เข้าร่วมก็สามารถ บูรณาการผลลัพธ์จากโครงการเข้าสู่รายงาน ESG ที่จับต้องได้จริง พร้อมทั้งสร้าง Brand Loyalty และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับพนักงานอย่างยั่งยืน ตัวอย่างเช่น สายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่นำคณะพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชนลำปาง ภายใต้โครงการ Journey D โดยเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมองค์กร “4 ส.” ได้แก่ สนุก – สไตล์ – สัมพันธ์ – สร้างสรรค์ยั่งยืน ทำให้พนักงานได้สัมผัสประสบการณ์ความยั่งยืนที่ต่อยอดจากการทำงานในบริษัทสู่การเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ในฐานะนักบิน เราใส่ใจเรื่องคาร์บอนฟุตพรินต์อยู่แล้ว แต่กิจกรรมนี้ทำให้เราเห็นความยั่งยืนที่ จับต้องได้จริง ผ่านมือของคนในชุมชนลำปาง และยังได้เรียนรู้เพื่อนำกลับไปพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมีความหมาย

    Cross-Sector Collaboration ระบบนิเวศความยั่งยืน

    หนึ่งในผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์ที่น่าจับตาของโครงการนี้ คือการต่อยอดความร่วมมือ ข้ามองค์กรในห่วงโซ่คุณค่าเดียวกัน (Cross-Sector Collaboration) ตัวอย่างเช่น กรณี BAFS และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่ทำงานต่อเนื่องในชุมชนบ้านมุงเหนือ โดยใช้ฐานการทำงานเดิมของ AirAsia ผสานกับองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ของ BAFS ก่อให้เกิดโมเดลความร่วมมือใหม่ระหว่างองค์กรต่างอุตสาหกรรมในบริบท ESG Tourism ที่ลงมือทำจริงและขยายผลได้จริง
    จาก “Unknown” สู่ “Unforgettable”

    เที่ยวแบบยั่งยืน! ททท. ปลุก ESG Tourism เพิ่มรายได้ชุมชน 20%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/environment/1196790&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hCpmZcb-Gpj2hCa6ybXJJ