Category: ท่องเที่ยว

  • ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    ท่องเที่ยว

    02 ก.ย. 2025 เวลา 16:11 น.

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    แกร็บ ชวนตัวตึงสายอาร์ต ออกเดินทางไปเช็กอินกินเที่ยว กับโปรเจกต์ “Grab Now Go Around” แท็กทีม 5 ศิลปินสุดฮอต มาร่วมรังสรรค์งานศิลปะเพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ 5 เมืองท่องเที่ยว เชียงใหม่ ขอนแก่น พัทยา ภูเก็ต และกรุงเทพฯ จนถึงสิ้นปี 2568

    จากเทรนด์ท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้ การเที่ยวชมงานศิลป์ และทำกิจกรรมที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ กลายเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ให้ความนิยมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การไปชมงานนิทรรศการ หรือการออกไปสำรวจสถานที่ รวมถึงชมงานสถาปัตยกรรมที่แปลกใหม่ ที่ฮิตในหมู่คนรุ่นใหม่

    ล่าสุด แกร็บ ได้จับอินไซต์นี้มาต่อยอดเป็นโปรเจกต์พิเศษ “เช็กอินกินเที่ยว กับ Grab Now Go Around” โดยคว้า 5 ศิลปินขวัญใจวัยรุ่น มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานศิลปะ การเดินทาง และวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เพื่อใช้บอกเล่าเรื่องราวเมืองไทยอย่างมีสไตล์ พร้อมร่วมเฉลิมฉลองการครบรอบ 12 ปีของแกร็บในประเทศไทยไปพร้อมกัน

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    โดย ผลงานศิลปะของทั้ง 5 ศิลปิน ที่ได้นำมาจัดแสดงที่ The Corner House Bangkok มีไฮไลต์พิเศษ ดังต่อไปนี้

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    หนีความวุ่นวาย มาปล่อยใจสบายๆ ที่เชียงใหม่

    ผลงานจาก Chubbynida หรือ นิดา-ชนิดา อารีวัฒนสมบัติ ศิลปินนักวาดภาพประกอบลายเส้นน่ารัก ที่นำเสนอ ‘เชียงใหม่’ ในมุมสนุกสนาน ผ่านคาแรกเตอร์เด็กผู้หญิง

    ที่หยิบจับของดีประจำเมือง ไม่ว่าจะเป็น ข้าวซอย ไส้อั่ว และโคมล้านนา มาบอกเล่าเรื่องราว โดยผลงานนี้

    จัดแสดงอยู่ที่ ณ One Nimman ร้าน LONDON BAKERY และร้านสุกี้ช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    หนีความจืดจาง มาม่วนแซ่บจัดจ้านที่ขอนแก่น

    ผลงานจาก YEEDIN หรือ ปันปัน-รสิกา สายแสง เจ้าของลายเส้นสีสดและคาแรกเตอร์สุดแฟนซี ที่ตีความเมือง ‘ขอนแก่น’ ให้เป็นเมืองแห่งการผจญภัยของรสชาติ สร้างภาพจำใหม่ในฐานะจุดหมายปลายทางสายคาเฟ่และอาหารท้องถิ่น โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ ตลาดต้นตาล ร้าน Nap’s Coffee และร้าน Roast8ry Khonkaen จังหวัดขอนแก่น

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    หนีความเฉา มาเอาเอเนอร์จี้ที่พัทยา

    ผลงานจาก Sahred Toy หรือ ต๊อด-อารักษ์ อ่อนวิลัย ที่ใช้คาแรกเตอร์ ‘มือ’ เป็นตัวนั่งรถพานักท่องเที่ยวสำรวจ ‘พัทยา’ เมืองชายทะเลที่เต็มไปด้วยพลัง นำเสนอในมุมมองร่วมสมัย

    โดยเน้นถึงความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน เมนูอาหารทะเล และการเดินทางที่ไร้รอยต่อในเมืองท่องเที่ยวที่ไม่เคยหลับใหล โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ เซ็นทรัล พัทยา ร้าน Sunset Coffee Roaster และร้าน Lighthouse Bay จังหวัดชลบุรี

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    หนีเมนูจำเจ มาเจอเมนูหลากสไตล์ที่บรรทัดทอง

    ผลงานจากทีม ease around หรือ ป้อ-ชัยวัฒน์ อุทัยกรณ์ และ ตาล-วริษฐา จงสวัสดิ์ ที่เปลี่ยนแนวจากเดิม เพิ่มเติมสีสันมากขึ้นให้กับผลงานเพื่อสื่อถึง ‘บรรทัดทอง’ ในฐานะพื้นที่แห่งความสนุก การรวมตัวของเพื่อนฝูง และวัฒนธรรมการกินที่คึกคัก ผ่านคาแรกเตอร์และองค์ประกอบภาพที่สะท้อนพลังของพื้นที่การพบปะ สื่อถึงเสน่ห์ของอาหารในเมืองหลวง โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ถนนบรรทัดทอง กรุงเทพฯ

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    หนี Old me มาเปิดโลกที่ Old Town ภูเก็ต

    ผลงานจาก Painterbell หรือ เบล-เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล ที่แปลงร่างคาแรกเตอร์ประจำตัว ‘John Lulu and Friends’ ให้เป็นคนขับแกร็บผู้ส่งความสุขที่พร้อมเดินทางนำขนมร้านดัง

    ใน ‘ภูเก็ต’ ไปเสิร์ฟถึงมือนักท่องเที่ยวทุกคน โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ร้าน Phuketique ร้าน Campus Coffee Roasters และร้าน Torry’s Ice Cream จังหวัดภูเก็ต

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ทุกคนได้มาร่วมสนุก อาทิ โซน “Go Around Thailand” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาร่วมเล่นเกมส์ อาทิ การเพ้นท์ลายเสื้อยักษ์ ระบายสีตึกเมืองเก่าภูเก็ต และปั๊มสแตมป์สร้างโลกให้ไดโนเสาร์ที่ขอนแก่น เพื่อลุ้นรับ “แกร็บชาปอง” (Grabchapon) กับพวงกุญแจลายพิเศษจากศิลปินที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น รวมถึงยังมีโซน Interactive Wall ให้ทุกคนมาร่วมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจของตัวเองได้อีกด้วย

    พร้อมกันนี้ แกร็บ ยังจัดโปรโดยใส่โค้ด ‘GRABNOW’ รับส่วนลด 15%* สำหรับบริการสั่งอาหารและเรียกรถ เมื่อใช้ใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และภูเก็ต ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2568

    ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับโปรเจกต์พิเศษ “เช็กอินกินเที่ยว กับ Grab Now Go Around” เพิ่มเติม ได้ที่ grabnowgoaround

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1197001&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38WuJBSdirHjRGqU6Go9jG

  • 8 เดือนแรกปีนี้ ต่างชาติเที่ยวไทย 21.8 ล้านคน โกยรายได้ทะลุ 1 ล้านลบ. : อินโฟเควสท์

    8 เดือนแรกปีนี้ ต่างชาติเที่ยวไทย 21.8 ล้านคน โกยรายได้ทะลุ 1 ล้านลบ. : อินโฟเควสท์

    นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภาพรวมการท่องเที่ยว พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ส.ค. 68 ทั้งสิ้น 21,879,476 คน (-7.16%YoY) สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,014,303 ล้านบาท (-5.40%YoY) โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 3,096,017 คน มาเลเซีย 3,049,961 คน อินเดีย 1,563,806 คน รัสเซีย 1,195,430 คน และเกาหลีใต้ 1,036,361 คน

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (25-31 ส.ค. 68) นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 1 แสนคน จากการมีวันหยุดต่อเนื่องภายในประเทศ (วันประกาศอิสรภาพ) อีกทั้งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาสะสมแล้วกว่า 3 ล้านคน ในขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอื่น ๆ ชะลอตัวด้านการเดินทาง จากการสิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (Summer holiday) ซึ่งเป็นแนวโน้มปกติของการเดินทาง

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งสิ้น 506,115 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 56,755 คน หรือ 10.08% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย เฉลี่ยวันละ 72,302 คน โดย 5 อันดับแรก ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย 100,600 คน จีน 70,847 คน รัสเซีย 37,402 คน อินเดีย 24,749 คน และญี่ปุ่น 20,027 คน

    “นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 27.24% ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น จีน รัสเซีย และอินเดีย ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 27.21% 23.95% 17.63% และ 12.23% ตามลำดับ” นายสรวงศ์ ระบุ

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ (1-7 ก.ย.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การประกาศปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาล ที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้นและส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/526259&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2g-AoBtXYmW1UzFd-K_HQD

  • เที่ยวลาว 2568 ทดลองระบบออนไลน์เข้า-ออกประเทศ เริ่ม 1 กันยายน

    เที่ยวลาว 2568 ทดลองระบบออนไลน์เข้า-ออกประเทศ เริ่ม 1 กันยายน

              ลาว เริ่มทดลองระบบลงทะเบียนออนไลน์เข้า-ออกประเทศ เริ่มวันที่ 1 กันยายน 2568 แทนการกรอกเอกสารที่หน้าด่าน สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทาง แต่ยังสามารถแสตมป์ข้ามด่านได้ตามปกติ

              ลาวกำลังเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางด้วยการเริ่มทดลองระบบลงทะเบียนออนไลน์เข้า-ออกประเทศ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวและการเดินทางระหว่างประเทศ ใครที่มีแพลนไปสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตเรียบง่ายของลาว เตรียมตัวให้พร้อม เพราะการเดินทางครั้งต่อไปอาจสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าที่เคย

    เที่ยวลาว 2568 ลงทะเบียนออนไลน์

    เที่ยวลาว 2568 ลงทะเบียนออนไลน์ ก่อนเข้า-ออกประเทศ

    ลาวใช้ระบบลงทะเบียนออนไลน์เข้า-ออกประเทศจริงหรือไม่

              ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Vientiane แจ้งว่า สปป.ลาว เริ่มทดลองระบบลงทะเบียนออนไลน์สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เพื่อเข้า-ออกประเทศ แทนการกรอกเอกสารแบบเดิมที่หน้าด่าน ระบบนี้ช่วยให้การตรวจคนเข้า-ออกสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องกรอกแบบฟอร์มซ้ำหากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว

    ระบบทดลองนี้เริ่มเมื่อไหร่ และทดลองที่ด่านไหนบ้าง

              ระบบเริ่มทดลองตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ในช่วงแรกครอบคลุม 4 ด่านสากลนำร่อง ได้แก่

    • สนามบินนานาชาติวัดไต (เวียงจันทน์)

    • สนามบินนานาชาติหลวงพระบาง

    • สนามบินนานาชาติปากเซ

    • ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์)

    เที่ยวลาว 2568 สนามบินหลวงพระบาง

    ภาพจาก : Anton_Ivanov / shutterstock.com

    ใครต้องลงทะเบียนออนไลน์บ้าง

              ผู้ที่เป็นชาวต่างชาติและเดินทางเข้า-ออกลาว ผ่าน 4 ด่านนำร่องนี้ต้องลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้า โดยจะได้รับ QR Code ใช้ยืนยันต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้า-ออก (ICP) อายุใช้งาน 3 วัน

    ใครไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนออนไลน์

              ระบบนี้ไม่บังคับกับบุคคลเหล่านี้ ได้แก่ 

    • พลเมืองลาว

    • ชาวต่างชาติที่พำนักถาวรในลาว

    • พลเมืองประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทย ในช่วงทดลองนี้ สามารถเดินทางตามขั้นตอนปกติที่ด่านได้

    ขั้นตอนการลงทะเบียนออนไลน์

              ผู้เดินทางสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ immigration.gov.la กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน จากนั้นระบบจะออก QR Code ใช้แทนแบบฟอร์มกระดาษในการเข้า–ออกประเทศ ทำให้ลดเวลาและขั้นตอนที่ด่านตรวจ

    เที่ยวลาว 2568 ลงทะเบียนออนไลน์ ก่อนเข้า-ออกประเทศ

    ภาพจาก : เว็บไซต์ immigration.gov.la

    ถ้าไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า จะเข้า-ออกลาวได้หรือไม่

              ไม่จำเป็น เพราะในช่วงทดลอง หากไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า ผู้เดินทางยังสามารถกรอกแบบฟอร์มเข้า-ออกประเทศที่ด่านได้ตามปกติ ระบบออนไลน์เป็นทางเลือกเพิ่มความสะดวก แต่ไม่ใช่ข้อบังคับ

              แต่หลังจากช่วงทดลอง ระบบจะขยายไปยังทุกด่านสากลของลาว ตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้การเดินทางเข้า-ออกประเทศมีความสะดวก รวดเร็ว และทันสมัยมากขึ้น

    เที่ยวลาว 2568 ลงทะเบียนออนไลน์ ก่อนเข้า-ออกประเทศ

              ใครมีแพลนเที่ยวลาวต้องรู้ ! ตั้งแต่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวที่ใช้พาสปอร์ตสามารถลงทะเบียนออนไลน์เข้า-ออกประเทศ ลดขั้นตอน รวดเร็ว และสะดวกสบายยิ่งขึ้น ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวลาว เที่ยวลาว เที่ยวต่างประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view294690.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YboBMJqNpuUu1S4-SCxS0

  • ออมสินต่อยอด “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” สู่ชุมชนเข้มแข็งคาร์บอนต่ำ

    ออมสินต่อยอด “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” สู่ชุมชนเข้มแข็งคาร์บอนต่ำ

    ออมสินต่อยอด “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” สู่ชุมชนเข้มแข็งคาร์บอนต่ำ

    ธนาคารออมสินเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จโครงการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมในพื้นที่เกาะลิบง จ.ตรัง ภายใต้ชื่อ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” สู่ปีที่ 2 โดยขยายเป้าหมายการพัฒนาจากเดิม 7 ด้าน เป็น 12 ด้าน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และส่งเสริมแนวคิด “ชุมชนคาร์บอนต่ำ” (Low Carbon Island) ที่เน้นการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

    นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการ “ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน” ที่ได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ปี 2567 ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยธนาคารตั้งเป้าใช้แนวคิดนี้พัฒนาในพื้นที่อื่น ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างผลกระทบทางสังคม (Social Impact) ให้เกิดขึ้นจริง
     

    ปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้ากว่า 60% ครอบคลุมการพัฒนา 12 ด้าน ได้แก่

    1.ชุมชนคาร์บอนต่ำ

    2.การยกระดับการท่องเที่ยว

    3.การจัดการน้ำ

    4.การแพทย์และสาธารณสุข

    5.การส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้

    6.ความรู้ทางการเงิน

    7.การออม

    8.แหล่งเงินทุน

    9.การแก้ไขปัญหาหนี้สิน

    10.การศึกษา

    11.การทำนุบำรุงศาสนา

    12.การพัฒนาคุณภาพชีวิต
     

    โดยเน้นตอบโจทย์ประชากรในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้สูงอายุ ให้สามารถเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขภาพที่เข้าถึงง่ายขึ้น มีน้ำสะอาดใช้อย่างเพียงพอตลอดปี และมีรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้นจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับวิถีมุสลิมของคนทั้งเกาะ

    ตัวอย่างความก้าวหน้าที่เด่นชัด เช่น

    • พัฒนาแหล่งน้ำจืดจากน้ำเค็ม พร้อมขุดเจาะบ่อบาดาลและติดตั้งถังเก็บน้ำ ครอบคลุม 4 หมู่บ้านทั่วเกาะ
    • สนับสนุน “เรือออมสินชีพรักษ์” เรือพยาบาลฉุกเฉิน และจัดตั้งหน่วยกู้ชีพทางน้ำเพื่อให้บริการทางการแพทย์ได้ทันเวลา
    • ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์)
    • ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน วิถีมุสลิม พัฒนาโฮมสเตย์ พร้อมอบรมยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ
    • รายได้ของผู้ประกอบการโฮมสเตย์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 34% รายได้จากผลิตภัณฑ์ชุมชนเพิ่มขึ้น 20%
    • ส่งเสริมการออมแบบกลุ่ม เช่น กลุ่มประมง กลุ่มเรือข้ามฟาก กลุ่มรถซาเล้ง และธนาคารโรงเรียนในกลุ่มเยาวชน

    ด้านสิ่งแวดล้อม ธนาคารร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรวางแผนจัดการขยะชุมชนอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมพลังงานทดแทน เพิ่มพื้นที่สีเขียว และฟื้นฟูระบบนิเวศ เช่น การปลูกป่าชายเลนและหญ้าทะเล เพื่อเสริมความสมบูรณ์ของระบบธรรมชาติรอบเกาะ

    โครงการได้รับการบูรณาการร่วมกันจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยมหิดล มทร.ศรีวิชัย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง สาธารณสุขจังหวัดตรัง OKMD และ UNICEF โดยมีสำนักงานออมสินภาค 17 และทีมงานจากสำนักงานใหญ่ร่วมดำเนินงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

    ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมแผนงานพัฒนาในระยะที่ 2 เพื่อขยายผลการพัฒนาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยธนาคารออมสินมีเป้าหมายให้เกาะลิบงเป็นต้นแบบของชุมชนคาร์บอนต่ำ ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง พร้อมส่งต่อแนวทางสู่พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/pr-news/729734&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BGPq86EkpF1r9RqJ_qcRD

  • แถลงข่าวมหกรรมท่องเที่ยววัฒนธรรม ประเพณี ชาติพันธุ์ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 “สานสัมพันธ์ 5 ชาติพันธ์ เพชรสมุทรคีรี” | TOPNEWS

    แถลงข่าวมหกรรมท่องเที่ยววัฒนธรรม ประเพณี ชาติพันธุ์ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 “สานสัมพันธ์ 5 ชาติพันธ์ เพชรสมุทรคีรี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 02/09/2025 18:12

    ที่โรงแรมริเวอร์ตัน ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม, นางพรรณพิมล ฉายาจิตชยวัศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสาคร, น.ส.ปณิดาภา สวนแก้ว ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี, ร.ท.สิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายสุภาพล ศิริไกรวัฒนาวงศ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “สานสัมพันธ์ 5 ชาติพันธุ์เพชรสมุทรศรี” ที่จังหวัดสมุทรสงครามร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 12 – 16 กันยายน 2568

    ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและระดับอาเชียน ยกระดับชุมชนชาติพันธุ์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างการตระหนักรู้ถึงคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม อีกทั้งยังสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าชาติพันธุ์ สร้างรายได้ให้กับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น ตลอดจนประชาสัมพันธ์ศักยภาพการท่องเที่ยวของกลุ่มชาติพันธ์กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และสร้างความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น

    นายรนัสถ์ชัย กล่าวว่า พื้นที่ “เพชรสมุทรคีรี” ถือเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยทวารวดีและขอม อุดมด้วยศิลปกรรม วัดวาอาราม และวัฒนธรรมที่เกิดจากการผสมผสานหลากหลายชนชาติพันธุ์ ซึ่งยังคงสืบทอดเอกลักษณ์มาจนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นเสน่ห์สำคัญของการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ จึงขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมสัมผัสเสน่ห์ชาติพันธุ์และวัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ที่ผสมผสานความงดงามของอดีตและปัจจุบันไว้ในงาน “สานสัมพันธ์ 5 ชาติพันธุ์ เพชรสมุทรศรี” ระหว่างวันที่ 12 – 16 กันยายน 2568 ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมความบันเทิงตลอด 5 วัน จากศิลปินชื่อดัง อาทิ แว่นใหญ่, วงสครับ, สงกรานต์ รังสรรค์, โบว์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ และ เรไร ไลฟ์สด พร้อมกิจกรรม ชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์และอาหารพื้นถิ่นอีกมากมาย ห้ามพลาด งานเดียวที่รวมความหลากหลายของชาติพันธุ์และ วัฒนธรรมที่งดงามที่สุดของ “เพชรสมุทรคีรี”

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1297151&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1e3R6Vr-ztQF_6HOd3YS5e

  • P

    P

    งานเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่แห่งปี Phuket Parkland Music Fest 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2568 ณ ประตูเมืองภูเก็ต (Phuket Gateway) จังหวัดภูเก็ต ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการท่องเที่ยวและบันเทิงในระดับภูมิภาค โดยตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมงานรวมกันมากกว่า 10,000 คน จากทั่วประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ดนตรีและวัฒนธรรมอันหลากหลาย

    Phuket Parkland Music Fest 2025 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่! ตลอด 3 วัน คนร่วมงานทะลุหมื่นคน กระจายรายได้สู่ชุมชน หนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโต

    ความสำเร็จที่สะท้อนความพร้อมของเมืองภูเก็ต

    นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า งานในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของภูเก็ตในการยกระดับพื้นที่ Phuket Gateway ให้เป็นศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ “Phuket Parkland Music Fest 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานดนตรีเท่านั้น แต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงผู้คน ศิลปวัฒนธรรม และเศรษฐกิจของชุมชนให้เติบโตไปพร้อมกัน เราเห็นการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างคึกคัก และที่สำคัญคือมีการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างชัดเจน ทั้งในด้านการค้า การบริการ และการท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง”

    จากข้อมูลการสำรวจเบื้องต้น พบว่าตลอด 3 วันของการจัดงาน มีประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน รวมถึงมีกลุ่มผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 150 ราย ซึ่งล้วนได้รับผลตอบรับดีเยี่ยมจากผู้เข้าร่วมงาน

    ไฮไลต์ภายในงานที่สร้างความประทับใจ

    ภายในงานมีการแสดงจากศิลปินชื่อดัง สิงโต นำโชค , ไมยราพ ,วสันต์ 17, MEAN , เขียนไขและวานิช ที่มาร่วมระเบิดความมันส์บนเวที โซนอาหารและวัฒนธรรม ที่นำเสนอเมนูพื้นเมืองภูเก็ตควบคู่กับสตรีทฟู้ดยอดนิยม โซนงานศิลป์และการแสดงผลงานสร้างสรรค์ของเยาวชน มอบพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ โซนกิจกรรมสำหรับครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศชุมชน เช่น การประกวด COVER DANCE การแสดงพลุ เป็นต้น

    ความสำเร็จของงานครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและจัดกิจกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะการ กระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น และที่สำคัญที่สุดผู้สนันสนุนให้เกิดงานนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม การท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เป็นต้น นายเรวัต กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iexhkxz5t37jx2yewaml4kbht4vqw5gu&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MLq-i2TQg3j55Q5qnoVvJ

  • ตลาดโรงแรมครึ่งปีหลัง 2568 เริ่มอยู่ในสภาวะเริ่มฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวของต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น | Prop2Morrow บ้าน คอนโด ข่าวอสังหาฯ

    ตลาดโรงแรมครึ่งปีหลัง 2568 เริ่มอยู่ในสภาวะเริ่มฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวของต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น | Prop2Morrow บ้าน คอนโด ข่าวอสังหาฯ

    สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ตกำลังเผชิญกับซัพพลายโรงแรมใหม่จำนวนมากที่จะทยอยเปิดให้บริการ ซึ่งจะเพิ่มความเข้มข้นของการแข่งขัน การรักษาวินัยด้านราคาและการปรับกลยุทธ์การวางตำแหน่งทางการตลาดจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและผลการดำเนินงานของตลาดโรงแรม

    คาร์ลอส มาร์ติเนซ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์ตเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เสริมว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ตลาดโรงแรมหลักของประเทศไทยทั้งสองแห่งมีทิศทางที่แตกต่างกัน กรุงเทพฯ เผชิญกับอัตราการเข้าพักที่ลดลง แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงทรงตัวและค่าเฉลี่ยรายได้ต่อห้อง (ADR) ปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ขณะที่ภูเก็ตกลับมีการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่า โดยมีอัตราการเข้าพักและค่าเฉลี่ยรายได้ต่อห้องที่สูงขึ้นจากอุปสงค์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังคงแข็งแรง

    ภาพรวมตลาดโรงแรมในกรุงเทพฯ

    ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ภาคการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 15.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% แบบปีต่อปี อย่างไรก็ตาม ปริมาณนักท่องเที่ยวยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในปี 2562 อยู่ 11.3% สะท้อนถึงผลกระทบที่ยังคงอยู่จากรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่า โดยมีจำนวนการเดินทางรวม 8.0 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 7.3% แบบปีต่อปี แม้ว่ายังคงต่ำกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาดอยู่ 13% แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะทรงตัว แต่ผลการดำเนินงานของโรงแรมกลับอ่อนตัวลง อัตราการเข้าพักเฉลี่ยลดลง 3.7 จุด อยู่ที่ 75% สาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของอุปทานโรงแรม ระยะเวลาการเข้าพักเฉลี่ยที่สั้นลง และสัดส่วนนักท่องเที่ยวจากในภูมิภาคที่สูงขึ้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อการเดินทางที่ต่ำกว่า

    ตลาดนักท่องเที่ยวหลักมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จีนยังคงเป็นตลาดหลักที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุดจำนวน 2.69 ล้านคน แต่ปริมาณลดลงเกือบ 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงเปิดประเทศ ขณะที่มาเลเซียซึ่งตามมาอย่างใกล้ชิด มีนักท่องเที่ยว 2.66 ล้านคน ลดลง 7.2% ในทางกลับกัน อินเดียและรัสเซียมีการเติบโตแข็งแกร่ง 14.6% และ 11.1% ตามลำดับ เกาหลีใต้ลดลง 17.4% เป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นครึ่งปีที่สอง โดยรวมแล้ว เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคหลักของนักท่องเที่ยว แต่ความผันผวนในตลาดระยะใกล้เริ่มส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนและรูปแบบการจอง

    อุปทานและอุปสงค์

    ตลาดโรงแรมกรุงเทพฯ มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางการฟื้นตัวในครึ่งแรกของปี 2568 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยลดลงเหลือ 75.1% หรือลดลง 3.7 จุดจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์มีผลการดำเนินงานที่ค่อนข้างดี โดยอัตราการเข้าพักเกินกว่า 81% แต่ในเดือนต่อๆ มาอัตราการเข้าพักลดลงอย่างต่อเนื่อง จนถึงเดือนมิถุนายนซึ่งอยู่ที่ 69.8% ถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี แนวโน้มที่อ่อนตัวนี้สะท้อนถึงผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนห้องพัก ระยะเวลาการเข้าพักที่สั้นลง และการพึ่งพาตลาดระยะใกล้ที่มีศักยภาพด้านผลตอบแทนต่ำกว่า

    ค่าเฉลี่ยราคาห้องพักต่อคืน เพิ่มขึ้น 3.3% ปีต่อปี อยู่ที่ 4,260 บาทในครึ่งแรกปี 2568 เทียบกับ 4,121 บาทในช่วงเดียวกันของปี 2567 โดย ADR สูงสุดอยู่ในเดือนมกราคม ในขณะที่ต่ำสุดอยู่ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน หลายเดือนในช่วงกลางปีมีการเปลี่ยนแปลงเท่ากับหรือแย่กว่าปีต่อปี การเติบโตที่ค่อนข้างจำกัดของ ADR รวมกับการลดลงของอัตราการเข้าพัก กดดันรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) โดยเฉพาะในไตรมาส 2

    ด้านอุปทาน มีโรงแรมใหม่เปิดให้บริการ 7 แห่งในครึ่งแรกของปี 2568 รวม 1,906 ห้อง โดยโรงแรมที่โดดเด่น ได้แก่ แกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์ ลุมพินี (512 ห้อง) และโฟร์พอยท์ บาย เชอราตัน (333 ห้อง) การเปิดตัวครอบคลุมทุกกลุ่ม ตั้งแต่โรงแรมหรู เช่น อมัน นายเลิศ และแกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์ ไปจนถึงกลุ่มระดับกลางถึงบน เช่น ควีนส์แลนด์ โฮเทล และเดอะควอเตอร์ นอกจากนี้ยังมีโรงแรมอีก 12 แห่ง รวม 3,283 ห้อง ที่มีกำหนดเปิดในครึ่งหลังของปี 2568 สะท้อนถึงการเติบโตของโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องและการแข่งขันที่รุนแรงยิ่งขึ้น

    การเติบโตที่ชะลอตัวของ ADR ผนวกกับการขยายตัวของอุปทานโรงแรม แสดงให้เห็นว่าตลาดโรงแรมกรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่ระยะปรับตัวหลังโควิด ที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการฟื้นตัวแบบก้าวกระโดดอีกต่อไป แต่ด้วยการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น ความอ่อนไหวด้านราคา และความจำเป็นในการสร้างความแตกต่างของสินค้า ด้วยจำนวนห้องพักที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและการเติบโตของอุปสงค์ที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ด้านการแบ่งกลุ่มลูกค้า เสริมความแข็งแกร่งในการจัดจำหน่ายดิจิทัล และพัฒนาโปรแกรมสร้างความภักดี เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในไตรมาสต่อๆไป

    แนวโน้มตลาดในกรุงเทพ

    กรุงเทพฯ ก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของปี 2568 ท่ามกลางสัญญาณที่หลากหลายในตลาดการท่องเที่ยวและการบริการ หลังจากครึ่งปีแรกที่ซบเซา โดยมีอัตราการเข้าพักโรงแรมลดลง 3.7 จุด เหลือเพียง 75.1% และค่าเฉลี่ยราคาห้องพักต่อคืน (ADR) เติบโตเพียงเล็กน้อยอยู่ที่ 4,260 บาท ความสนใจในช่วงครึ่งหลังของปีจึงมุ่งไปที่การดูดซับอุปทานใหม่กว่า 3,283 ห้องพักที่จะเปิดก่อนสิ้นปี ซึ่งจะทำให้อุปทานใหม่รวมทั้งปี 2568 เกินกว่า 5,100 ห้องพัก นับเป็นการเติบโตประจำปีที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19

    ปัจจัยฉุดรั้งผลการดำเนินงานสำคัญ คือการลดลงอย่างมากของนักท่องเที่ยวจีน ที่หดตัวเกือบ 35% เมื่อเทียบปีต่อปีในครึ่งแรกของปี 2568 แม้ว่าจีนยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวหลักของไทยในเชิงปริมาณ แต่การชะลอตัวดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมากต่อโรงแรมระดับกลางและโรงแรมที่พึ่งพาทัวร์กลุ่มเป็นหลัก ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนอุปสงค์การท่องเที่ยวของจีน แต่เป็นการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของไทยเมื่อเทียบกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ อันเป็นผลมาจากการรับรู้ด้านความปลอดภัย ภาพลักษณ์เชิงลบในสื่อ และความชอบของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป แม้มาตรการยกเว้นวีซ่าและการเชื่อมต่อเที่ยวบินในภูมิภาคที่ดีขึ้นยังคงสนับสนุนการท่องเที่ยว แต่รัฐบาลก็เริ่มออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น โครงการ “คนละครึ่งท่องเที่ยวไทย” แคมเปญ “เที่ยวไทยครึ่งราคา” และสิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซั่น ในครึ่งปีหลัง

    ภายใต้บริบทนี้ การเติบโตของรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) ในครึ่งปีหลัง 2568 คาดว่าจะขับเคลื่อนโดยปริมาณนักท่องเที่ยว โดยพึ่งพาอัตราการเข้าพักที่แข็งแกร่งในช่วงเดือนพีค เช่น พฤศจิกายนและธันวาคม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากวันหยุดสิ้นปีและความต้องการจากกลุ่ม MICE อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้าน ADR มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรมระดับกลาง ที่การแข่งขันจากผู้เล่นรายใหม่จะกดดันศักยภาพในการตั้งราคา ประสิทธิภาพของอัตราค่าห้องพักจะขึ้นอยู่กับคุณค่าของแบรนด์ กลยุทธ์การจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิผล และทำเลที่โดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆ

    สำหรับกลุ่มโรงแรมหรู คาดว่าจะยังคงมีเสถียรภาพมากกว่า โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่ยืดหยุ่นจากนักเดินทางระยะไกลและนักท่องเที่ยวระดับรายได้สูงจากภูมิภาค แม้ว่าอัตราการเติบโตของราคาจะอยู่ในระดับจำกัด และมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในกลุ่มโรงแรมระดับบน การได้เปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับศูนย์กลางในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และโตเกียว อาจช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ ซึ่งมองหาความคุ้มค่าในราคาที่แข่งขันได้

    ภาพรวมตลาดโรงแรมในภูเก็ต

    ภาคการท่องเที่ยวของภูเก็ตยังคงเดินหน้าสู่การปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุลในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยจำนวนผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศผ่านท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YTD) เป็นจำนวน 2.77 ล้านคน ขณะที่ผู้โดยสารภายในประเทศเพิ่มขึ้น 1.4% เป็น 1.69 ล้านคน ตามข้อมูลทางการจากสนามบิน รวมเป็นจำนวนผู้โดยสารทางอากาศทั้งสิ้น 4.46 ล้านคน สะท้อนถึงความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่งต่อแหล่งท่องเที่ยวรีสอร์ทบนเกาะ แม้ว่าการเติบโตจะเริ่มชะลอลงจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในปี 2567 ก็ตาม

    รัสเซีย จีน และอินเดีย ยังคงเป็นตลาดหลักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรและเยอรมนี แม้ว่าจีนยังคงมีบทบาทสำคัญต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาภูเก็ต แต่ภาพรวมการเดินทางจากจีนมายังประเทศไทยยังคงต่ำกว่าระดับก่อนการแพร่ระบาด ซึ่งต่างจากแนวโน้มในภูมิภาค เช่น เวียดนามซึ่งต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนกว่า 2.7 ล้านคนในครึ่งแรกของปี 2568 และญี่ปุ่นซึ่งมีนักท่องเที่ยวจีนราว 4.7 ล้านคน โดยทั้งสองประเทศมีอัตราการเติบโตสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าความต้องการท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีนไม่ได้ลดลง แต่มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่จุดหมายปลายทางที่ถูกมองว่ามีความคุ้มค่า ปลอดภัย และมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ได้มากกว่า

    การท่องเที่ยวภายในประเทศมายังภูเก็ตมีการเติบโตเพียงเล็กน้อยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เนื่องจากต้นทุนการเดินทางที่สูงและการแข่งขันจากจุดหมายปลายทางอื่นในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ตลาดนักท่องเที่ยวภายในประเทศยังคงมีความสำคัญในการสนับสนุนอัตราการเข้าพักในช่วงนอกฤดูกาล

    อุปสงค์และอุปทาน

    ตลาดโรงแรมภูเก็ตแสดงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 79.5% จาก 79.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เดือนมกราคมถึงเมษายนซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสูงมีผลการดำเนินงานโดดเด่น โดยพีคสุดในเดือนมกราคมที่ 91.8% และตลอดทั้งสี่เดือนมีอัตราการเข้าพักเกินกว่า 81% ขณะที่ในช่วงกลางปีซึ่งเป็นฤดูโลว์ซีซัน การดำเนินงานมีการชะลอตามปกติ โดยเดือนมิถุนายนมีอัตราการเข้าพักต่ำสุดที่ 66.9% ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มในอดีต

    อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ของตลาดปรับเพิ่มขึ้น 7.8% YTD เป็น 5,652 บาท โดยได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งของโรงแรมกลุ่มลักชัวรีและอัพเปอร์อัพสเกล โดยเฉพาะโรงแรมที่ตั้งอยู่ริมชายหาดและรีสอร์ทภายใต้แบรนด์ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดสองปีที่ผ่านมา การปรับขึ้นราคามีแนวโน้มที่จะเริ่มทรงตัว สะท้อนถึงสภาวะแวดล้อมด้านราคาในตลาดโรงแรมที่มีความสมดุลมากขึ้น

    อุปทานโรงแรมเพิ่มขึ้นอย่างพอประมาณในครึ่งแรกของปี 2568 โดยมีโรงแรมใหม่ 2 แห่งรวม 376 ห้อง ได้แก่ Veranda Resort Phuket (Autograph Collection) และ Radisson Phuket Mai Khao ซึ่งอยู่ในกลุ่มอัพสเกลถึงอัพเปอร์อัพสเกล สำหรับครึ่งปีหลัง คาดว่าจะมีโรงแรมใหม่อีก 9 แห่ง รวม 1,758 ห้องเปิดให้บริการ ทำให้ตลอดปี 2568 จะมีอุปทานใหม่รวม 2,134 ห้อง ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ 884 ห้องในปี 2567

    แนวโน้มตลาดในภูเก็ต

    ภูเก็ตเข้าสู่ครึ่งปีหลังของปี 2568 ด้วยโมเมนตัมที่มั่นคง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการระหว่างประเทศที่ต่อเนื่องและผลการดำเนินงานของโรงแรมที่แข็งแกร่งในครึ่งปีแรก การยกเว้นวีซ่าสำหรับตลาดสำคัญ เช่น รัสเซีย อินเดีย และจีน ยังคงมีผลบังคับใช้ ควบคู่กับการเชื่อมต่อทางอากาศในภูมิภาคที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เกาะภูเก็ตได้รับผลกระทบจากการลดเที่ยวบินของสายการบินต้นทุนต่ำระยะไกล (LCC) โดยเฉพาะการหยุดให้บริการของ Thai AirAsia X ซึ่งทำให้การเข้าถึงจากบางตลาดระยะไกลด้วยงบประมาณจำกัดลดลง แม้ว่าการเชื่อมต่อด้วยเที่ยวบินต้นทุนต่ำระยะใกล้และภายในประเทศ เช่น ที่ดำเนินการโดย Thai VietJet Air และ Thai Summer Airways ยังคงมีอยู่และช่วยสนับสนุนการเดินทางในภูมิภาคและภายในประเทศ

    จำนวนนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย อินเดีย และยุโรปที่ยังคงแข็งแกร่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วงไฮซีซัน โดยครึ่งปีแรกมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 79.5% คาดว่าทั้งปีจะทรงตัวอยู่ระหว่าง 78% ถึง 80% และในไตรมาส 4 มีแนวโน้มจะเกิน 85% ในช่วงพีคซีซัน อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยคาดว่าจะคงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน หลังจากการปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตลอดสองปีที่ผ่านมา การเติบโตของรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) คาดว่าจะมาจากความพยายามในการผลักดันอัตราการเข้าพักให้สูงขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซันซึ่งความต้องการมักจะชะลอตัว

    ในครึ่งปีหลังของปี 2568 จะมีโรงแรมใหม่เปิดอีก 9 แห่ง รวม 1,758 ห้อง ซึ่งถือเป็นการเร่งการเพิ่มอุปทานเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา โรงแรมใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอัพสเกล อัพเปอร์มิดสเกล และไลฟ์สไตล์ โดยมีแบรนด์ระดับโลกอย่าง Marriott, Wyndham, Radisson และ Accor เข้าร่วม รวมถึงผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคและท้องถิ่น การเพิ่มขึ้นของความหลากหลายนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของภูเก็ตจากตลาดรีสอร์ทที่นำโดยลักชัวรีไปสู่จุดหมายปลายทางที่มีความหลากหลายและเน้นประสบการณ์มากขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://prop2morrow.com/851476/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IKEXONLpnpfPO9z1E4tYO

  • เปิดลิสต์เที่ยว ลอนดอน เมืองที่รวมทุกอย่างไว้ในทริปเดียว ตั้งแต่ช้อปปิ้งไปจนถึงมุมสงบสำหรับพักผ่อน

    เปิดลิสต์เที่ยว ลอนดอน เมืองที่รวมทุกอย่างไว้ในทริปเดียว ตั้งแต่ช้อปปิ้งไปจนถึงมุมสงบสำหรับพักผ่อน

    มหานครที่รายรอบไปด้วยกลิ่นอายความคลาสสิก มองไปทางไหนก็เห็นสิ่งปลูกสร้างระดับแลนด์มาร์กเก่าแก่นับศตวรรษ รถประจำทาง2 ชั้น สวนสาธารณะเขียวขจี พิพิธภัณฑ์ระดับเวิลด์คลาส รวมถึงเรื่องราวของราชวงศ์อังกฤษ สำหรับผู้ที่สนใจสายประวัติศาสตร์และผู้เปี่ยมไปด้วยรสนิยม ลอนดอนคือตัวเลือกของคุณ

    TRENDY EATERY

    Café Cecilia

    คาเฟ่แห่งนี้เปิดขึ้นด้วยฝีมือ Max Rocha อดีตผู้ปลุกปั้น The River Café และ StJOHN โดยตอนนี้กลายเป็นคาเฟ่ที่เหล่าคนแฟชั่นมารวมตัวกันมากที่สุดแห่งหนึ่ง ให้อารมณ์ร้านอาหารสไตล์บิสโทรที่ยึดครองย่านอีสต์ลอนดอนด้วยการตกแต่งแบบอินดัสเทรียล แฝงไว้ซึ่งความเรียบขรึม (พนักงานของที่นี่ใส่ชุดท่อนบนที่ออกแบบโดย Simone Rocha) เมนูอาหารมีเปลี่ยนทุกวัน ไฮไลต์เริ่มมื้ออาหารคือขนมปัง Guinness เสิร์ฟพร้อมเนยเค็ม

    Canal Place, 32 Andrews Road, cafececilia.com

    Rochelle Canteen

    ถือเป็นจุดหลีกหนีความวุ่นวายบนท้องถนนอันแสนพลุกพล่านไปด้วยผู้คนของลอนดอน เพราะที่นี่มีสวนสวยที่เงียบสงบอันดีต่อช่วงเวลามื้อกลางวัน ตั้งแต่เปิดในปี 2004 ก็ได้บริการอาหารหลากหลายเมนู ตั้งแต่ปลาหมึกอบยี่หร่าราดซอสกระเทียม ไปจนถึงซุปฟักทองแบบอินเดีย

    16 Playground Gardens, rochellecanteen.com

    LOCAL FOOD HOTSPOT

    Lore of the Land

    ก้าวสู่วัฒนธรรมแบบอังกฤษภายในร้านอันแสนอบอุ่นและดูผ่อนคลายใจกลางย่าน Fitzrovia ด้วยการลิ้มรสอาหารตามฤดูกาลของที่นี่ ภายในตกแต่งด้วยสไตล์อบอุ่นแบบชนบทพร้อมครัวเปิด เลยกลายเป็นสถานที่อีกแห่งที่ใช้ปลีกวิเวกหลบผู้คน (และหลบฝน!) ทั้งยังใช้ตักตวงช่วงเวลาผ่อนคลายในวันอาทิตย์ของลอนดอนได้ดีที่สุด หลังมื้อดินเนอร์ขอให้ลองสั่งเบียร์ Gritchie จากบาร์สีทองแดงที่คัดเลือกมาจากโรงกลั่นเบียร์ของ Guy Ritchie ฟิล์มไดเร็กเตอร์ชาวอังกฤษผู้เป็นเจ้าของร้าน

    4 Conway Street, gritchiepubs.com

    CHARMING HOTEL

    The Zetter Marylebone

    ภายในตัวอาคารสถาปัตยกรรมจอร์เจียน ณ ย่านโซโห (ไม่กี่ก้าวจาก Oxford Street) คือโรงแรมที่ตกแต่งภายในสไตล์วิกตอเรียนด้วยแรงบันดาลใจจาก John Soane’s Museum ถือเป็นการอุทิศให้กับแนวทางแบบอังกฤษโดยแท้ มาที่นี่ให้ลองสั่งค็อกเทลและของกินเล่นอย่างขนมปังบริโอชใส่ล็อบสเตอร์และโรลไส้กรอกใส่เห็ดทรัฟเฟิลที่โซนพาร์เลอร์ของโรงแรม แล้วก็อย่าลืมเซตน้ำชายามบ่ายสไตล์อังกฤษของที่นี่ด้วย

    28-30 Seymour Street, thezetter.com

    PAMPER PLACES

    Vico Skin

    นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ผู้ดูแลผิวหน้าของ Jodie Comer’ นักแสดงสาวชาวอังกฤษแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพผิวและการเลเซอร์ Jasmina Vico ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความงามในภาพยนตร์และซีรี่ส์ทางโทรทัศน์อีกมากมาย อาทิ ‘Barbie’, ‘The Queen’s Gambit’ และ ‘Killing Eve’ ทรีตเมนต์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของเธอมีทั้งการทำเลเซอร์หวังผลเฉพาะจุด, โปรแกรม microneedling และโปรแกรมบูสต์ผิว

    6 Percy Street, vicoskins.com

    George Northwood

    จากการร่วมมือกับ Alexa Chung เพื่อสร้างสรรค์ทรงผม ‘Alexa’ ที่เป็นซิกเนเจอร์ (ผมบ๊อบอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ดูไม่เป็นไลน์ เนี้ยบมากนัก) ทำให้ George Northwood เป็นหนึ่งในแฮร์สไตลิสต์มือทองของลอนดอน โดยลูกค้าระดับเอลิสต์มีชื่อของ Julianne Moore และ Alicia Vikander หากอยากได้ลุคเดินพรมแดงก็ต้องที่นี่เท่านั้น!

    24 Wells Street, georgenorthewood.com

    Isamaya

    ในฐานะมันสมองเบื้องหลังลุคหุ่นกระบอกไม้ของเหล่านางแบบในโชว์ของ Vivienne Westwood และอดีต Global Beauty Director ให้แก่ Burberry คงเป็นการการันตีมากพอถึงความสำเร็จของ Isamaya Ffrench เมกอัพ อาร์ทิสต์ผู้สร้างแบรนด์ในชื่อของตนจนยึดครองวงการบิวตี้ของลอนดอน ผลิตภัณฑ์ของเธอมาในแพ็กเกจจิ้งแปลกตาโดนใจ พร้อมสูตรที่ผสมผสานความเป็นเมกอัพที่ให้คุณสมบัติเหมือนสกินแคร์ไปด้วยในตัวจึงถูกใจคนเจเนอเรชั่นใหม่เป็นอย่างยิ่ง

    Selfridges, 400 Oxford Street, isamaya.com

    HOTTEST NIGHT OUT

    House Party

    แร็พเปอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ Stormzy เปิดบาร์แห่งนี้ขึ้น ณ ย่านโซโห โดยตั้งเป้าให้เป็นบาร์ที่คุณจะได้เต้นรำอย่างผ่อนคลายเหมือนอยู่ในบ้านตัวเอง ภายในมีถึง 7 ชั้น อันประกอบไปด้วยห้องลับ ห้องคาราโอเกะ และโซนสนุกสุดเหวี่ยงไปพร้อมกับเสียงเพลงของเหล่าดีเจ ด้วยซาวนด์ดนตรีที่คุณคิดถึงและที่คาดไม่ถึง

    61 Poland Street, thehouse.party

    IT FASHION DESIGNER

    Simone Rocha

    ซิโมน โรชา กลายเป็นไอคอนของลอนดอน แฟชั่น วีกไปเสียแล้ว จากผลงานในแต่ละคอลเล็กชั่นที่เป็นส่วนผสมของความเฟมินินและสไตล์ทอมบอยเข้าไว้ด้วยกัน เธอเปิดร้านแรกของตัวเองในปี 2015 ภายในตกแต่งในสไตล์ที่สอดคล้องกันไปกับผลงานดีไซน์ของเธอ โบบิ๊กเบิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ยังดังไกลไปถึงฝั่งนิวยอร์ก ดีไซเนอร์สาวได้ขยายขอบเขตงานสร้างสรรค์ของเธอไปถึงงานประติมากรรมทำมือ เฟอร์นิเจอร์ งานอาร์ต และแม้แต่หนังสือแบบลิมิเต็ดอิดิชั่น ทั้งเสื้อผ้าและบ้านของคุณคงเก๋ไปกว่านี้ไม่ได้แล้วละ

    93 Mount Street, simonerocha.com

    STYLE HUB

    Dover Street Market

    Adrian Joffe และ Rei Kawakubo ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Comme des Garçons ร่วมกันก่อตั้ง Dover Street Market ในปี 2004 ด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้างสเปซที่รวมแบรนด์อิสระพร้อมไอเดียสร้างสรรค์เป็นเอกลักษณ์และแบรนด์ลักชัวรี่เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Balenciaga, Prada หรือ Miu Miu ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘คอนเซ็ปต์สโตร์แห่งแรก’ จนปัจจุบันขยายสาขาไปสู่ 7 โลเกชั่นทั่วโลก

    18 Haymarket, london.doverstreetmarket.com

    SECRET ESCAPE

    Updown Farm

    พื้นที่ที่เคยเป็นฟาร์มตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 บริเวณรอบนอกของเมืองชายทะเลอย่าง Deal ตอนนี้ใช้เป็นที่พักจำนวน 10 ห้องอันโปร่งโล่งสบาย ทั้งห้องแบบ Gardener’s Cottage, Gatehouse และบริเวณคอกม้าเก่าที่ได้รับการเนรมิตใหม่เป็นสวนสวย ทำให้ที่นี่เปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ในแบบชีวิตชนบท ขอให้เอนจอยมื้อดินเนอร์ที่ปรุงจากวัตถุดิบจากท้องถิ่นในส่วนห้องอาหาร หรือจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดที่พร้อมให้บริการบริเวณสวนอันเงียบสงบนั้น

    Updown Road, updownfarmhouse.com

    TEXT: ELISE WEBBER, AMELIA EDWARDS

    TRANSLATOR: ALEXIS F.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ellethailand.com/london-is-one-of-the-most-complete-tourist-destinations/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3S9kDTvUdzmgGVOpQ6wPzI

  • เสนอแนวคิด ปั้นแลนด์มาร์ก “ปากคลองสามเสน” แหล่งท่องเที่ยวใหม่ริมเจ้าพระยา

    เสนอแนวคิด ปั้นแลนด์มาร์ก “ปากคลองสามเสน” แหล่งท่องเที่ยวใหม่ริมเจ้าพระยา

    2 กันยายน 2568 10:15 น. สยามรัฐออนไลน์ กทม.

    วันที่ 2 กันยายน 2568 ที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง เขตดินแดง นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง (สวพ.) กรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ปากคลองสามเสนและพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งสำคัญ โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา สวพ. ได้เข้าประชุมหารือและเสนอแนวคิดการพัฒนาร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานพระคลังข้างที่ (สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เดิม) นำโดย นายจิรศักดิ์ โพธิ์ขำ หัวหน้าฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริหารงานอสังหาริมทรัพย์ และนายวรวิทย์ พันธ์ธนพฤกษ์ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานชุมชน เพื่อร่วมกันวางกรอบการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว

    หัวใจสำคัญของการหารือมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาภูมิทัศน์บริเวณปากคลองสามเสนให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย สวพ. ได้นำเสนอแนวทางการออกแบบพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยา การพัฒนาพื้นที่ในส่วนของสำนักงานพระคลังข้างที่ รวมถึงแนวทางสร้างหมุดหมายสำคัญ (Landmark) เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในย่านนี้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากพื้นที่ปากคลองสามเสนมีศักยภาพสูงในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ด้วยจุดเด่นด้านการเข้าถึงที่สะดวกครบครันทั้งทางถนน ทางเรือ และระบบราง ซึ่งเอื้อต่อการเชื่อมโยงการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่น สามารถนำมาต่อยอดสู่การพัฒนาเชิงสร้างสรรค์ สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ผสมผสานวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิมเข้ากับภูมิทัศน์เมืองสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

    นอกเหนือจากบริเวณปากคลองสามเสนแล้ว สวพ. ยังได้เสนอแนวคิดการพัฒนาพื้นที่นำร่องเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง ได้แก่ 1. การปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองสามเสนบริเวณวัดโบสถ์ (สามเสน) 2. การปรับปรุงทางเดินเท้าและสะพานข้ามคลองสามเสนเพื่อเชื่อมโยงสวนพญาไทภิรมย์และพระราชวังพญาไท และ 3. การปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาพื้นที่สาธารณะริมคลองสามเสนบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

    ทางด้านผู้แทนจากสำนักงานพระคลังข้างที่ได้แสดงความเห็นสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยมองว่าจะช่วยยกระดับภูมิทัศน์ของพื้นที่ให้ดีขึ้น สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยและภาพลักษณ์ที่สวยงามให้กับเมือง

    ทั้งนี้ เป้าหมายของโครงการยังครอบคลุมการสร้างประโยชน์สาธารณะในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชน การสร้างเครือข่ายทางสัญจรที่สะดวกและปลอดภัยเพื่อเชื่อมโยงย่านสำคัญต่าง ๆ ตลอดจนการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมริมคลองให้สะอาดและมีชีวิตชีวามากขึ้น ซึ่งการพัฒนาทั้งหมดนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และทำให้คลองสามเสนกลายเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/648388&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AnkZIBD3KLgV5sNkeg5Vt

  • ททท. จับมือสตาร์ทอัพ ดันเทคโนโลยี สร้างแกตเจ็ต ผลักดันการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

    ททท. จับมือสตาร์ทอัพ ดันเทคโนโลยี สร้างแกตเจ็ต ผลักดันการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

    ททท. จับมือสตาร์ทอัพ ดันเทคโนโลยี สร้างแกตเจ็ต ผลักดันการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

    ยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนทุกสิ่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไม่รอช้า เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ยุค “การท่องเที่ยวอัจฉริยะ” ผ่านเวทีล่าสุด “TAT Travel Tech Startup Networking: Together for Future Travel” งานที่เปรียบเสมือนจุดนัดพบครั้งสำคัญของเหล่าผู้ประกอบการ Travel Tech Startup และยักษ์ใหญ่ในวงการท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนและน่าตื่นตาตื่นใจ

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ฉายภาพวิสัยทัศน์ว่า วันนี้เทคโนโลยีไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยว “เราอยู่กับโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีออนไลน์มานับสิบปี จนถึงยุคของ AI ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง”

    ททท. ตั้งเป้าที่จะพัฒนาแบรนด์ “Amazing Thailand” ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่ข้อมูลหรือแอปพลิเคชัน แต่ต้องมี “Amazing Thailand Innovation Gadgets” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากฝีมือของสตาร์ทอัพไทย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าประทับใจให้นักท่องเที่ยว ตั้งแต่การวางแผนออนไลน์ จนถึงความประทับใจที่จับต้องได้จริง ณ สถานที่ท่องเที่ยว (On-site)

    ผนึกกำลัง 3 ประสาน ภาครัฐ-เอกชน-สตาร์ทอัพ จากการสนับสนุนที่แข็งแกร่ง งานนี้จึงเป็นการรวมพลังจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพ

    ททท. เป็นแกนหลักในการสร้างเครือข่าย นำสตาร์ทอัพที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ 3 รุ่น มาพบปะกับผู้ประกอบการและหน่วยงานต่างๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจและขยายตลาด

    สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)โดย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ประกาศชัดเจนว่า “มีไอเดียดี แต่ไม่มีทุน ไม่ใช่ปัญหา!” NIA พร้อมสนับสนุนด้านเงินทุน ขอเพียงสตาร์ทอัพมี “Global Mindset” คิดค้นโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งคนไทยและต่างชาติ และพร้อมจะจับมือกับ ททท. พาไปบุกตลาดโลก รวมถึงสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ดร.อัญชลิสา แต้ตระกูล ได้ชี้ว่าข้อมูลคือขุมทรัพย์ BDI กำลังพัฒนา “Travel Link” แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลมหาศาลด้านการท่องเที่ยวให้สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการนำไปใช้วิเคราะห์และต่อยอดได้ฟรี

    ส่วน Thai AirAsia & Thai AirAsia X เผยมุมมองของภาคเอกชน ผ่าน สุรวุฒิ ศรีสถิต เผยว่ากุญแจสำคัญคือ “การเปิดใจรับการเปลี่ยนแปลง, การใช้ Big Data, และการคิดถึงนักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก” เพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของพวกเขา

    ภายในงานยังมีตัวอย่างความสำเร็จจากสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการกับ ททท. ไม่ว่าจะเป็น Golfdigg แพลตฟอร์มจองสนามกอล์ฟออนไลน์ ที่การร่วมมือกับ ททท. ช่วยให้เข้าถึงสนามกอล์ฟต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และมีแผนจะขยายสู่ประเทศเพื่อนบ้าน หรือ AIRPORTELs บริการรับฝากและขนส่งกระเป๋าเดินทาง ที่มองว่าการสนับสนุนจากภาครัฐคือโอกาสสำคัญ แต่มาพร้อมกับความท้าทายที่ต้องสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและโปร่งใส

    กิจกรรมนี้จึงไม่ใช่แค่เพียงงานสัมมนา แต่เป็นก้าวสำคัญที่ ททท. กำลังบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมให้สตาร์ทอัพไทยที่มีศักยภาพได้เติบโต และใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศให้แข็งแกร่ง พร้อมแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างสง่างามในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2880144&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2P-1YUfD5LJkLGTIxYPSkS