Category: ท่องเที่ยว

  • อุตฯท่องเที่ยวรัสเซียขานรับ หลังจีนประกาศทดลองฟรีวีซ่าให้พลเมืองรัสเซีย : อินโฟเควสท์

    อุตฯท่องเที่ยวรัสเซียขานรับ หลังจีนประกาศทดลองฟรีวีซ่าให้พลเมืองรัสเซีย : อินโฟเควสท์

    สหภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งรัสเซีย (RST) เปิดเผยกับสำนักข่าว RIA Novosti ว่า การที่จีนประกาศทดลองใช้นโยบายยกเว้นวีซ่าให้กับพลเมืองรัสเซีย ถือเป็น “ข่าวดีอย่างยิ่ง” โดยเชื่อว่าจะเปลี่ยนมุมมองของชาวรัสเซียที่มีต่อการท่องเที่ยวในจีนอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า จีนจะทดลองใช้นโยบายยกเว้นวีซ่าให้กับพลเมืองรัสเซีย ในระหว่างวันที่ 15 ก.ย. 2568 ถึง 14 ก.ย. 2569

    กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า พลเมืองรัสเซียที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดาและเดินทางมายังประเทศจีนเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติและเพื่อน หรือเพื่อการแลกเปลี่ยน หรือเดินทางผ่าน โดยพำนักไม่เกิน 30 วัน สามารถเดินทางเข้าประเทศจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า

    ด้านสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวแห่งรัสเซีย (ATOR) ระบุว่า นโยบายยกเว้นวีซ่าอาจช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางไปยังประเทศจีนได้มากถึง 30-40%

    ขณะเดียวกัน อเล็กซาเดอร์ บรากิน ผู้อำนวยการ Association of Travel Aggregators เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการประกาศนโยบายทดลองยกเว้นวีซ่า ยอดค้นหาเที่ยวบินและที่พักในจีนก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และคาดว่าความต้องการเดินทางไปจีนอาจเพิ่มขึ้นถึง 30% หรือมากกว่านั้น

    ทั้งนี้ หน่วยความมั่นคงกลางรัสเซีย (FSB) ระบุว่า ชาวรัสเซียจำนวน 836,600 คนได้เดินทางไปยังประเทศจีนเพื่อการท่องเที่ยวและวัตถุประสงค์ส่วนตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้น 38.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/526626&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uR_EXMbn490-EhV0ShhC8

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมต้อนรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมต้อนรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมต้อนรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน


    3/09/2568 | 54 |

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมต้อนรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    📅 ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568

    📍 กรุงเทพฯ – ชลบุรี – สงขลา

    การแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ คาดการณ์ดึงรายได้เข้าประเทศมากกว่า หมื่นล้าน สร้างงานให้กับคนในพื้นที่มากกว่า 14,000 ตำแหน่ง

    โดย มหกรรมกีฬา SEAGames 2025 ในครั้งนี้

    ✅ สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายในท้องถิ่น

    ✅ พร้อมสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการทุกระดับ

    ✅ เปิดโอกาสการจ้างงาน สร้างงาน สร้างอาชีพ

    💙 มาร่วมส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาจากทั่วอาเซียนไปด้วยกัน และเป็นเจ้าภาพที่น่าประทับใจในสายตาโลก!


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/420582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UpJiuxWMSGi-9cWRtAvz5

  • พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2025 วางแผนก่อนใคร ใบไม้แดงพร้อมรอ

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2025 วางแผนก่อนใคร ใบไม้แดงพร้อมรอ

              พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 กับวิวสุดงามของฤดูใบไม้ร่วง สีสันสดใสจากเหนือจรดใต้ พร้อมแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการชมธรรมชาติสุดอลังการ

              ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นถือเป็นช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดแห่งปี เมื่อใบไม้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และทองทั่วภูมิประเทศ ทั้งภูเขา สวน และวัดต่าง ๆ กลายเป็นภาพวิวที่น่าประทับใจและโรแมนติก เหมาะสำหรับทั้งการเดินทางพักผ่อน ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และถ่ายภาพสวย ๆ หากใครกำลังมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษ ญี่ปุ่นในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี 2025 คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 กำหนดการ

              เว็บไซต์ Japan Meteorological Corporation (JMC) ได้แจ้งเกี่ยวกับพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 เป็นครั้งแรก ครอบคลุมตั้งแต่ ฮอกไกโดทางเหนือจนถึงคาโกชิมะทางใต้ โดยคาดการณ์ช่วงเวลาที่ใบไม้แดงและใบแปะก๊วยเหลืองสวยที่สุด ประมาณ 700 จุดชมวิวทั่วประเทศ

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025

    ภาพจาก : เว็บไซต์ n-kishou.com

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025

    ภาพจาก : เว็บไซต์ n-kishou.com

    ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 คาดการณ์

              ในปี 2025 ญี่ปุ่นมีอากาศร้อนต่อเนื่อง ทำให้ใบไม้เปลี่ยนสีช้ากว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะพื้นที่ทางเหนือ เช่น ซัปโปโรและนากาโน่ช้ากว่าปกติประมาณ 10 วัน ส่วนโตเกียวและโอซาก้าช้าเล็กน้อยใกล้เคียงค่าเฉลี่ย ฟุกุโอก้าช้ากว่าปกติประมาณ 1 สัปดาห์ ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรเผื่อช่วงเวลาไว้บ้าง เพื่อไม่พลาดชมวิวสวย ๆ

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025

    ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น เมืองไหนดี

              ถ้าจะไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น มีหลายเมืองยอดนิยมที่สวยและมีจุดชมวิวโดดเด่น แนะนำตามภูมิภาคดังนี้

    ภาคเหนือ (Hokkaido / Tohoku)

    • ซัปโปโร (ฮอกไกโด) ใบไม้แดงเริ่มประมาณ ต้นพฤศจิกายน วิวภูเขาและสวนสาธารณะสวยงาม

    • อาโอโมริ มีทั้งป่าและทะเลสาบ เหมาะสำหรับถ่ายรูปวิวธรรมชาติ

    • เซนได (มิยากิ) ใบไม้เริ่มเปลี่ยนช่วงปลายพฤศจิกายน มีสวนและวัดเก่าแก่ให้เที่ยว

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025

    ภาคกลาง (Kanto / Chubu)

    • โตเกียว มีสวนใหญ่หลายแห่ง เช่น Shinjuku Gyoen, Rikugien เหมาะทั้งเดินเล่นและถ่ายรูป

    • คานาซาว่า สวน Kenrokuen สวยที่สุดช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

    • นากาโน่ ใกล้ภูเขาและออนเซ็น ดูใบไม้แดงพร้อมแช่ออนเซ็นได้

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น โตเกียว

    ภาพจาก : Patryk Kosmider / shutterstock.com

    ภาคตะวันตก (Kansai)

    • เกียวโต วัดดัง ๆ เช่น Kiyomizu-dera, Eikando ใบไม้แดงงดงาม

    • โอซาก้า ปราสาทโอซาก้าและสวนสาธารณะเหมาะสำหรับถ่ายรูปใบไม้แดง

    • นารา ใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมกวางน้อย ทำให้บรรยากาศโรแมนติก

    ภาคใต้ (Kyushu)

    • ฟุกุโอกะ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนประมาณ ต้นธันวาคม ชมสวนและวัดในเมือง

    • คาโกชิม่า เหมาะสำหรับคนที่อยากเที่ยวเมืองใต้พร้อมชมธรรมชาติและภูเขาไฟ

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น คิวชู

    ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 เที่ยวช่วงไหนดี

              ใบไม้เริ่มเปลี่ยนจาก ภาคเหนือ (ฮอกไกโด) ไปยังภาคใต้ (คิวชู) และจากพื้นที่สูง ไปสู่ที่ต่ำ ช่วงเวลาที่แนะนำสำหรับเมืองหลัก เช่น

    • ซัปโปโร : 7 พฤศจิกายน 

    • โตเกียว : 30 พฤศจิกายน

    • เกียวโต: 12 ธันวาคม

    • ฟุกุโอกะ : 9 ธันวาคม

    *** สามารถเผื่อ +/- 3 วันได้ เพราะสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงทำให้ใบไม้แดงเร็วหรือช้าได้

    เลือกชมใบไม้แดงหรือใบแปะก๊วยเหลืองดี

              ทั้งสองแบบมีเสน่ห์ต่างกัน ใบไม้แดง (Maple Red) ให้ความงามอิ่มสีและโรแมนติก ส่วนใบแปะก๊วยเหลือง (Ginkgo Yellow) ให้บรรยากาศสดใส สบายตา หลายจุดสามารถชมพร้อมกันได้ เช่น โตเกียว เกียวโต และโอซาก้า ซึ่งทำให้ทริปหลากหลายและคุ้มค่ามากขึ้น

    ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 ข้อแนะนำ

    • เช็กพยากรณ์ระดับความสูง สำหรับภูเขา เช่น ใช้แอป Otenki Navigator / Autumn Foliage Navigator

    • เผื่อเวลาเดินทางและติดตามการเปลี่ยนสีแบบเรียลไทม์ เพราะแต่ละพื้นที่เริ่มเปลี่ยนไม่พร้อมกัน

    • เลือกจุดชมวิวยอดนิยมแต่ไม่หนาแน่น เช่น วัด สวน และเส้นทางเดินป่า เพื่อถ่ายภาพสวยและหลีกเลี่ยงคนเยอะ

    • พกเสื้อกันหนาว เพราะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อุณหภูมิอาจเย็นกว่าปกติโดยเฉพาะภาคเหนือและภูเขา

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น

              ปี 2025 เป็นโอกาสดีที่จะเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้พยากรณ์จาก JMC เป็นแนวทาง วางแผนเส้นทาง และเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ทริปเต็มไปด้วยสีสันและความประทับใจ ^ ^
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view294721.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LAt_XRv1inyP-x0CFiN-4

  • 10 อันดับ “เมืองท่องเที่ยว-เมืองหลวง” สกปรกที่สุด ในปี 2025 ไทยติดกับเขาด้วย!?

    10 อันดับ “เมืองท่องเที่ยว-เมืองหลวง” สกปรกที่สุด ในปี 2025 ไทยติดกับเขาด้วย!?

    จัดอันดับ “เมืองสกปรก/มลพิษสูงสุด” ปี 2025 มีเมืองใหญ่ของไทยติดอันดับด้วย

    การจัดอันดับ “เมืองที่สกปรก/มลพิษสูงสุด” ประจำปี 2025 ที่โฟกัสกลุ่มเมืองท่องเที่ยวชื่อดังและเมืองหลวง มาจากหลายแหล่งข้อมูลสากลที่ใช้วิธีวิทยาเชิงวิทยาศาสตร์และสถิติ โดยเฉพาะข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ (AQI) และค่า PM2.5 นอกจากนี้ยังมีตัวชี้วัดด้านน้ำเสีย โครงสร้างพื้นฐานขยะ และความพึงพอใจของผู้อยู่อาศัย ซึ่งช่วยให้เห็นภาพความสะอาด-น่าอยู่อย่างรอบด้าน

    แหล่งข้อมูลหลักและใครเป็นผู้จัดอันดับ

    • IQAir: บริษัทเทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์ ติดตามคุณภาพอากาศทั่วโลกผ่านเครือข่ายสถานีวัด จัดทำ World Air Quality Ranking อ้างอิงค่า PM2.5 แบบเรียลไทม์/ค่าเฉลี่ย
    • LawnStarter: งานวิจัยเชิงจัดอันดับ “เมืองสกปรก” (เน้นสหรัฐฯ) ใช้เมตริกหลากมิติ ทั้งอากาศ น้ำเสีย โครงสร้างพื้นฐานขยะ และความไม่พึงพอใจของผู้อยู่อาศัย อ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ เช่น EPA, CDC, สำมะโนประชากร ฯลฯ
    • รายงานระดับภูมิภาค/หน่วยงานรัฐ: โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ดัชนี AQI, ข้อมูลมลพิษจากภาครัฐ, ความเข้มข้น PM2.5/PM10, มลพิษจราจร และการปล่อยจากอุตสาหกรรม

    ปัจจัยสำคัญที่ใช้พิจารณา

    • คุณภาพอากาศ (แกนหลัก)—ค่า PM2.5 และ PM10 เป็นตัวชี้วัดหลัก ค่าที่สูงขึ้นสะท้อนความเสี่ยงต่อสุขภาพมากขึ้น
    • แหล่งกำเนิดมลพิษ—ไอเสียยานพาหนะ อุตสาหกรรม ฝุ่นก่อสร้าง การเผาขยะ/ไร่ ใช้เชื้อฟอสซิล ฯลฯ รวมถึงก๊าซ NO2, SO2, CO
    • น้ำเสีย-ขยะ—ดัชนีการละเมิดมาตรฐานน้ำ โครงสร้างพื้นฐานการจัดการขยะที่ไม่ทั่วถึง ทำให้ภาพรวม “สกปรก” มากขึ้น
    • สภาพความเป็นอยู่/ความไม่พึงพอใจ—ความแออัด การอยู่ใกล้ถนนการจราจรหนาแน่น เสียงรบกวน และแบบสำรวจความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย
    • ผลกระทบต่อสุขภาพ—อัตราโรคทางเดินหายใจ หอบหืด และโรคที่เกี่ยวเนื่องกับมลพิษ ใช้เป็นตัวชี้วัดทางอ้อมในบางการจัดอันดับ

    หมายเหตุสำคัญในการใช้งานตัวเลข

    ค่า AQI และ PM2.5 ด้านล่างนี้อ้างอิงจากเนื้อหาต้นทางปี 2025 ที่ยกมาและอาจเป็นค่าเฉลี่ยโดยประมาณ/ช่วงค่าที่รายงานในแหล่งนั้นๆ ตัวเลขจริงเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาล เวลา และตำแหน่งสถานีวัด

    Top 10 เมืองสกปรก/มลพิษสูงสุดปี 2025 (โฟกัสเมืองท่องเที่ยวและเมืองหลวง)

    อันดับ เมือง ประเทศ สถานะ AQI (โดยประมาณ) PM2.5 (µg/m³ โดยประมาณ) หมายเหตุด้านการท่องเที่ยว
    1 Cairo อียิปต์ เมืองหลวง ~160 ~68.4 มลพิษอากาศสูงมาก กระทบสุขภาพและทัศนวิสัย
    2 New Delhi อินเดีย เมืองหลวง ~169 ~108.3 ติดโผเมืองหลวงมลพิษสูงต่อเนื่องหลายปี
    3 Los Angeles สหรัฐฯ เมืองท่องเที่ยว ~116 ~41.5 นักท่องเที่ยวจำนวนมาก เผชิญปัญหาโอโซน/ฝุ่น
    4 Hong Kong จีน (เขตปกครองพิเศษ) เมืองท่องเที่ยว ~83 ~26.5 ความหนาแน่นเมืองสูง อิทธิพลอุตสาหกรรมโดยรอบ
    5 Bangkok ไทย เมืองหลวง ~91 ~30.8 ฤดูกาลฝุ่น PM2.5 กระทบทั้งคนท้องถิ่น-นักท่องเที่ยว
    6 San Diego สหรัฐฯ เมืองท่องเที่ยว ~73 ~20.8 มีทั้งมลพิษอากาศ เสียง และคุณภาพน้ำบางพื้นที่
    7 Greater Noida อินเดีย มหานครรอบเดลี 160+ อุตสาหกรรม/ก่อสร้างเข้มข้น ฝุ่นสูง
    8 Noida อินเดีย มหานครรอบเดลี 150+ รูปแบบมลพิษใกล้เคียง Greater Noida
    9 Dubai สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมืองท่องเที่ยว/ธุรกิจ ~66 >17 ความกังวลเรื่องฝุ่น ลมทราย เสียง และคุณภาพน้ำ
    10 San Francisco สหรัฐฯ เมืองท่องเที่ยว ~82 ~25.9 ได้รับผลจากควันไฟป่าฤดูกาลและมลพิษจราจร

    สรุปภาพรวม

    • AQI/PM2.5 คือหัวใจของการจัดอันดับ เพราะเป็นตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบได้ทั่วโลกและสะท้อนผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง
    • เมืองที่ติดอันดับจำนวนมากมี แหล่งกำเนิดฝุ่นจากจราจร อุตสาหกรรม ฝุ่นก่อสร้าง การเผาในที่โล่ง และเชื้อฟอสซิล
    • งานจัดอันดับเชิงองค์รวม (เช่น LawnStarter) ยังมองถึง น้ำเสีย-ขยะ-เสียง-ความเป็นอยู่ เพื่อวัด “ความสกปรก” ในชีวิตประจำวัน

    คำแนะนำสำหรับนักเดินทาง

    • ตรวจค่า AQI และ PM2.5 ก่อนเดินทาง และพกหน้ากากมาตรฐาน (เช่น N95) เมื่อค่าเกินเกณฑ์
    • วางแผนกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่คุณภาพอากาศดีขึ้น เลี่ยงชั่วโมงจราจรหนาแน่น
    • ผู้มีโรคทางเดินหายใจ/ภูมิแพ้ ควรปรึกษาแพทย์และพกยาประจำ

    เมธอดโลยี & ข้อจำกัดที่ควรทราบ

    แต่ละแหล่งใช้วิธีเก็บข้อมูลและให้น้ำหนักตัวแปรต่างกัน (เช่น บางรายงานโฟกัสเฉพาะอากาศ บางรายงานรวมโครงสร้างพื้นฐานขยะ/น้ำเสีย/เสียง) ทำให้ อันดับอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ เป้าหมายร่วมคือชี้ให้เห็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในเมืองท่องเที่ยวและเมืองหลวง เพื่อผลักดันการแก้ไขเชิงนโยบายและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    แหล่งอ้างอิง

    1. IQAir
    2. IQAir
    3. IQAir
    4. LawnStarter
    5. Mental Floss
    6. SEAISI/Seasia.co
    7. IQAir (Thailand)
    8. Oizom
    9. AQI.in
    10. Travel Daily Media
    11. CNN
    12. The Indian Express
    13. IQAir (India)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9838790/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1boi7xMM9ZTXD0eEXQDFfK

  • ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    ท่องเที่ยว

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    03 ก.ย. 2025 เวลา 10:15 น.

    ททท. ชวนนักท่องเที่ยวสายศรัทธา มาทำบุญไหว้พระขอพระ และสัมผัสประสบการณ์ 9 สิ่งที่ ‘ห้ามพลาด’ ณ วัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยาว จ.พะเยา

    • เชิญชวนนักท่องเที่ยวพายเรือไปสักการะ ‘หลวงพ่อศิลา’ พระพุทธรูปอายุกว่า 500 ปี ณ วัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา
    • กิจกรรมจัดขึ้นทุกวันพระขึ้น 15 ค่ำของทุกเดือน ตลอดปี 2568-2569 ในช่วงเวลา 17.00 – 19.00 น.
    • มีกิจกรรมเสริมสิริมงคล 9 อย่างให้นักท่องเที่ยวได้เข้าร่วม เช่น พิธีเวียนเทียน สรงน้ำหลวงพ่อศิลา และปล่อยปลา

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย และ ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา เชิญชวนนักท่องเที่ยวสายศรัทธา มาไหว้พระขอพร หลวงพ่อศิลา และสัมผัสกับกิจกรรม 9 สิ่งที่ ‘ห้ามพลาด’ ณ วัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา จ.พะเยา

    มาเติมเต็มความสุข ความทรงจำ เพิ่มความประทับใจที่ไม่รู้ลืม ไปกับกิจกรรม Grand Moment ครั้งหนึ่งในชีวิต

    ที่จะได้ล่องเรือพายไปไหว้พระขอพร หลวงพ่อศิลา ที่มีอายุยาวนานกว่า 500 ปี ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ท่ามกลางความงดงามตามธรรมชาติของกว๊านพะเยา และวัฒนธรรมของจังหวัดพะเยา 

    ในวันพระขึ้น 15 ค่ำ เวลา 17.00 -19.00 น.ของทุกเดือน ตลอดปี 2568-2569

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    Cr. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ในเดือนกันยายนนี้ วันพระขึ้น 15 ค่ำ ตรงกับวันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน 2568

    ณ วัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา  

    • กำหนดการ 

    เวลา 17.00 – 19.00 น.

    • ร่วมกิจกรรมล่องเรือไปวัดติโลกอาราม สู่ใจกลางกว๊านพะเยา
    • พิธีสงฆ์ จุดธูปเทียนไหว้พระหลวงพ่อศิลา ทำวัดสวดมนต์
    • พิธีบูชาเทียนสืบชะตา ลดเคราะห์ รับโชค
    • พิธีสวดมนต์ทำน้ำมนต์ (น้ำทิพย์) ที่บ่อน้ำหลังหลวงพ่อศิลา
    • เวียนเทียน 3 รอบ บนวัดติโลกอาราม

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    Cr. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    Cr. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทำบุญเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต สร้างบุญบารมี ให้เจริญรุ่งเรือง กับ

    • กิจกรรมไหว้พระขอพร 9 สิ่ง

    (1.) บูชาดอกไม้ธูปเทียน (เปิดทางให้ชีวิตมีแสงสว่าง ปัญญาแจ่มใส) ดอกไม้ หมายถึง ความงดงาม ธูป คือ จิตใจที่ระลึกถึงคุณธรรม เทียน คือ ปัญญาที่สว่างไสว

    (2.) ตักบาตรข้าวสาร (ข้าวสาร เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ การตักด้วยมือของตนเอง จะส่งเสริมสนับสนุนให้มีทรัพย์อาหารไม่ขาด ลดความอดอยากในใจและในชีวิต)

    (3.) สรงน้ำหลวงพ่อศิลา (รดน้ำด้วยใจใสสะอาด ดุจรดน้ำใจตัวเองให้บริสุทธิ์ หลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ช่วยสะเดาะเคราะห์ชำระจิตใจ ปล่อยวางอดีต เริ่มต้นใหม่ด้วยพลังบุญ)

    (4.) เติมน้ำบ่อน้ำทิพย์ และเติมน้ำลงสู่ทะเลสาบน้ำจืดกว๊านพะเยา (เสริมบุญแห่งการหล่อเลี้ยงผู้อื่น ชีวิตจะไม่แล้งน้ำใจ มีคนช่วยเหลือยามลำบาก)

    (5.) บวชต้นไม้ (เสริมบุญด้านเมตตาธรรม มีโชคลาภจากการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม)

    (6.) บูชาพญานาคีณีศรีปทุมมา (เสริมโชค เสริมบารมี คุ้มครองปกป้องจากภัย)

    (7.) ปล่อยปลา (สัตว์น้ำ)ลงสู่ทะเลสาบน้ำจืดกว๊านพะเยา (ช่วยชีวิตพ้นเคราะห์ มีคนเมตตา ได้รับโอกาสใหม่)

    (8.) ลอยเทียนวันเกิด (ต่อชะตา เสริมดวง เพิ่มอายุ สุขภาพแข็งแรง)

    (9.) เติมน้ำมันตะเกียง (เสริมปัญญา หนุนหน้าที่การงาน รุ่งเรือง)

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    Cr. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    พิเศษ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ในวันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน 2568 เวลา 17.00-19.00 น.  รับฟรี!! ค่าธรรมเนียมล่องเรือไปวัดติโลกอาราม มูลค่า 50 บาท/คน

    สำรองที่นั่ง ได้ที่ QR Code จำนวนจำกัดเพียง 40 ท่านแรกเท่านั้น!!

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism & Sport ปี 2568 และสานต่อแนวคิด Change Unknown to Unforgettable จากแคมเปญ สุขทันที ที่เที่ยวไทย ปี 2569 ที่ ททท.จะเชิญชวนทุกท่านออกไปสัมผัสกับประสบการณ์ดี ๆ สร้างความทรงจำไม่รู้ลืม ภายใต้ธีม เที่ยวเมืองพะเยาแล้วจะ 9 หน้า กับ เที่ยว 9 อำเภอ 9 วัด 9 สิ่งต้องทำ ณ วัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา

    ข้อมูลเพิ่มเติม ททท.สำนักงานเชียงราย โทร. 053-744674-5

    ………………………………….

    อ้างอิง : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1197043&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DcEDqnx_WyppXUKQGOD1l

  • เปิดเส้นทางใหม่  ‘5 เชียง 1 ตลาด’ ไทยผนึกจีน-ดันท่องเที่ยวเชื่อมโยง 3 เส้นทาง

    เปิดเส้นทางใหม่ ‘5 เชียง 1 ตลาด’ ไทยผนึกจีน-ดันท่องเที่ยวเชื่อมโยง 3 เส้นทาง

    วันพุธ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.50 น.

    สมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย นำคณะผู้ประกอบการภาคเหนือเข้าพบปะผู้แทนภาครัฐและเอกชน ณ เมืองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน เพื่อลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) 6 ฉบับ ภายใต้โครงการ ‘5 เชียง 1 ตลาด’ หวังเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและการค้าผ่านเส้นทางบก น้ำ และอากาศ

    วันที่ 3 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางฉลอม สงล่า ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ ‘5 เชียง 1 ตลาด’ มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยเชื่อมโยง ‘5 เชียง’ ได้แก่ เชียงรุ่ง (สิบสองปันนา), เชียงตุง (เมียนมา), เชียงทอง (หลวงพระบาง) และเชียงใหม่-เชียงราย-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางคุณภาพและตลาดไมซ์ (MICE) ทั้งการประชุม, ท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และการจัดแสดงสินค้าและนิทรรศการ ซึ่งครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ วัฒนธรรม และตลาดใหม่

    บันทึกความร่วมมือที่ลงนามครั้งนี้ มีทั้งสิ้น 6 ฉบับ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้ ฉบับที่ 1 ด้านการท่องเที่ยว สมาคมสมาพันธ์ฯ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสิบสองปันนา เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและสิบสองปันนา และเตรียมเชิญคณะจากสิบสองปันนาเข้าร่วมงาน MICE Business Matching ที่เชียงใหม่ในเดือนตุลาคม 2568

    ฉบับที่ 2 ด้านการบิน คุณดำรง องอาจ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับการท่องเที่ยวสิบสองปันนา เพื่อผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรง สิบสองปันนา-เชียงใหม่ โดยสายการบินซูนัน รุ่ยลี่ แอร์ไลน์ ได้เตรียมเปิดให้บริการเที่ยวบินตรง เชียงใหม่-สิบสองปันนา ในวันที่ 28 ตุลาคม 2568 นี้ และมีแผนที่จะขยายเส้นทางไปยัง จ.แม่ฮ่องสอนในอนาคต

    ฉบับที่ 3 ด้านการค้าและโลจิสติกส์ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ลงนามกับสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสิบสองปันนา เพื่อจัดงานแสดงสินค้า Lancang Mekong CBEC Logistics Expo 2026 และสานต่อความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ระหว่างสองภูมิภาค ฉบับที่ 4 ด้านการท่องเที่ยวชุมชน เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างไทยลื้อในสิบสองปันนากับภาคเหนือของไทย

    ฉบับที่ 5 ด้านการท่องเที่ยว MICE ผู้ประกอบการไทยและจีนร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล โดยเฉพาะช่วงเทศกาลยี่เป็งของเชียงใหม่ และ ฉบับที่ 6 ด้านโรงแรม โรงแรมในสิบสองปันนาและ จ.เชียงราย จะร่วมกันส่งเสริมการแลกเปลี่ยนกลุ่ม MICE ระหว่างสองเมือง

    นายโต้ว จวน รองประธานสมาคมการท่องเที่ยวสิบสองปันนา กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีในความร่วมมือครั้งนี้ โดยคาดว่าจะช่วยส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีนให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตอันใกล้ ///-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/911611&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aotiOyK6sLHr6Zxi-bmV8

  • ‘การบินไทย’ เปิดเทรนด์เส้นทางท่องเที่ยวมาแรง ชี้ญี่ปุ่นยังครองแชมป์

    ‘การบินไทย’ เปิดเทรนด์เส้นทางท่องเที่ยวมาแรง ชี้ญี่ปุ่นยังครองแชมป์

    ‘การบินไทย’ จับมือพันธมิตรถกแนวโน้มการท่องเที่ยวปี 68 ครึ่งปีแรกเดินทางเพิ่มขึ้น 45% ญี่ปุ่นยังครองแชมป์ ส่วน ‘จีน’ หมุดหมายมาแรงแซงโค้ง พุ่ง จับตา ‘โคลัมโบ -ศรีลังกา-เซี่ยงไฮ้’ ได้รับความสนใจ ส่วนพฤติกรรมนทท.เปลี่ยนโฟกัสทริปคุ้มค่าใกล้บ้าน ใช้ AI วางแผนเที่ยว

    3 ก.ย. 2568 – นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าจากสถิติผู้โดยสารคนไทยของการบินไทยช่วงมกราคมถึงกรกฎาคม 2567 เส้นทางยอดนิยม 5 อันดับแรกจากกรุงเทพฯ สู่เอเชีย ได้แก่ โตเกียว (นาริตะ), ฮ่องกง, โอซาก้า, สิงคโปร์ และเกาหลี (โซล) แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2568 โตเกียวยังคงครองแชมป์ ส่วนสิงคโปร์และเซี่ยงไฮ้ขยับขึ้นมาเป็นที่ 2 และ 3 แทนที่ฮ่องกงและโอซาก้า ส่วนโซล เกาหลีใต้ ยังติดท็อป 10

    สำหรับเส้นทางที่มีอัตราการเติบโตน่าสนใจคือ เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกาที่ได้รับความนิยมจากคนไทยเพิ่มขึ้นกว่า 100% ด้านเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนก็มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นกว่า 80% เช่นกัน โดยในปี 2568 การบินไทยเพิ่มเที่ยวบินในหลายเส้นทางเพื่อรอบรับความต้องการใหม่ ๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ โคลัมโบ และเดนปาซาร์ (บาหลี) เป็นต้น

    “ในมุมมองของการบินไทย เมืองกวางโจว เป็นอีกหนึ่งเมืองที่กำลังมาแรง ปี 2568 ถูกมองว่าเป็นอัญมณีที่ซ่อนอยู่(Hidden Gem) ที่มีศักยภาพสูงสำหรับตลาดไทย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้า (Canton Fair) หรือนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการสัมผัสกับร้านค้าทันสมัย อาหารอร่อย และวัฒนธรรมอันเป็นแหล่งกำเนิดของกังฟูหวงเฟยหงส์ ”นายกิตติพงษ์กล่าว

    นอกจากนี้การบินไทยยังมีเที่ยวบินตรงสู่กวางโจว ทำให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น เนื่องจากนักเดินทางไทยปัจจุบันให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายมากขึ้น นิยมบินฟูลเซอร์วิสที่จ่ายครั้งเดียวแล้วครบทุกความต้องการ การบินไทยตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารเพื่อความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ด้วยเครื่องบิน Airbus A320 ได้อัปเกรดที่นั่งทุกลำให้มีชั้น Royal Silk หรือชั้นธุรกิจที่สามารถปรับเอนนอนได้สบายยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มพรีเมียมที่ใส่ใจเรื่องความสบายระหว่างเดินทางแม้ในเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการด้วยเครื่องบินลำใหญ่ ห้องโดยสารกว้าง มาพร้อมกับระบบ In-flight Entertainment ที่ทันสมัย และอาหารระดับพรีเมียมที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันในทุกชั้นโดยสาร

    ด้านนางสาวจุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip ประเทศไทย เปิดเผยว่าแม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะดูไม่สดใสนัก แต่ตัวเลขการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยกลับสวนทาง โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างประเทศที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและน่าจับตา โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 45% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว นอกจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นแล้ว พฤติกรรมและแนวโน้มการท่องเที่ยวของคนไทยก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเน้นไปที่ความคุ้มค่าและความสะดวกสบายมากขึ้น

    อย่างไรก็ตาม หนึ่งในสี่ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปต่างประเทศ เดินทางมากกว่าหนึ่งครั้ง แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นในการเดินทางซ้ำ และนักเดินทางชาวไทยเริ่มมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองมากขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่น่าสนใจ โดยพบว่านักท่องเที่ยวถึง 45% เลือกเดินทางไปยังกลุ่มประเทศในเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายแต่ยังคงได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เต็มอิ่ม เช่นเดียวกับการเดินทางไปยังประเทศในโซนยุโรปหรืออเมริกา

    “ปัจจุบันพบว่าเทคโนโลยีคือผู้ช่วยส่วนตัว ในการวางแผนเดินทางของคนไทยในยุคนี้ผสานรวมกับเทคโนโลยีอย่างแยกไม่ออก ตั้งแต่การใช้ AI เช่น Chat GPT เพื่อช่วยวางแผนทริป, การหาข้อมูลและรีวิวจากโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และ Facebook ไปจนถึงการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดและจัดการอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าเพื่อความคุ้มค่าและสะดวกสบายสูงสุด โดยการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายที่สามารถบริหารจัดการได้ ความสะดวกสบายในการเดินทาง และประสบการณ์ที่น่าประทับใจ”นางสาวจุฑาศรี กล่าว

    นอกจากนี้ พบว่าญี่ปุ่น ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวชาวไทยตลอดกาล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวไทยหนึ่งในสามที่เดินทางไปญี่ปุ่นเลือกใช้บริการการบินไทย นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นแนวโน้มการเดินทางไปยังเมืองรองมากขึ้น เช่น ฟุกุโอกะ และ โอกินาว่า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าและมีเที่ยวบินที่สะดวกสบาย

    สำหรับจีนถือเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 180% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เมืองยอดนิยมได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เฉิงตู และ กวางโจว ซึ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่ การยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทยทำให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น อิทธิพลของ Soft Power ซีรีส์และวัฒนธรรมจีนที่แพร่หลายทำให้คนไทยหันมาสนใจเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์จริงมากขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักในจีนโดยรวมถูกกว่าญี่ปุ่นถึง 3 เท่า ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง นอกจากญี่ปุ่นและจีนแล้ว ประเทศอื่น ๆ ใน Top 10 ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง และ เกาหลีซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ในเรื่องการกิน ช้อปปิ้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความงาม

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/855349/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RxLF_u2uQwmkNQYEYnyZn

  • แม่ฮ่องสอน เปิดท่องเที่ยว 5 เชียง 1 ตลาด ไทยจีน รองรับนักเดินทางคุณภาพ | เดลินิวส์

    แม่ฮ่องสอน เปิดท่องเที่ยว 5 เชียง 1 ตลาด ไทยจีน รองรับนักเดินทางคุณภาพ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 3 ก.ย. นายภานุเดช  ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผว่า นางฉลอม สงล่า ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย   ได้นำคณะสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย เดินทางพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ด้านการท่องเที่ยวระหว่างกันในอนาคต ภายใต้โครงการ 5 เชียง 1 ตลาด อนาคต จะเชื่อมโยงกันทั้ง 3 ทาง คือ ทางอากาศ ทางน้ำ และ ทางบก เพื่อการพัฒนาการค้าและการท่องเที่ยวโดยมี นายโต้วจวน รองประธานสมาคมการท่องเที่ยวสิบสองปันนา พร้อมคณะภาครัฐเอกชน  ณ เมืองสิบสองปันนา  มณฑลยูนานาน ประเทศจีน ให้การต้อนรับ

    นางฉลอม เปิดเผยว่า  สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย  โดยการสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) คณะจากประเทศไทยมีความประทับใจที่ได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวระหว่างกันในอนาคต  การเดินทางของคณะจากประเทศไทยครั้งนี้ อยู่ภายใต้โครงการ 5 เชียง 1 ตลาด เพื่อรองรับนักเดินทางคุณภาพ และผลักดันให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจการจัดประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล และการจัดแสดงสินค้าและนิทรรศการ ในพื้นที่ภาคเหนือ ของประเทศไทย  ได้เชื่อมโยงกับเครือข่ายภาคธุรกิจ ในพื้นที่ 5 เชียง ได้แก่ เมืองเชียงรุ่ง สิบสองปันนา มณฑลยูนานาน ประเทศจีน, เชียงตุง สหภาพเมียนมาร์ , เชียงทอง หรือหลวงพระบาง สปป.ลาว  เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทาง “5 เชียง” ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักเดินทางคุณภาพและตลาดไมซ์ระดับบนสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์ในระดับภูมิภาคอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่จะครอบคลุม  กลุ่มสุขภาพ วัฒนธรรม และตลาดใหม่  การมาเยี่ยมเยียน พบปะกันในวันนี้ จะสร้างโอกาสความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศที่จะเชื่อมโยงการเดินทางผ่านทางสายการบิน  เส้นทาง R3A รวมถึงเส้นทางแม่น้ำโขงสู่ภาคเหนือของไทยที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่โดดเด่น ทั้งด้าน วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตชุมชน ซึ่งยังคงความงดงามและมีอัตลักษณ์ที่สามารถ ต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นจุดหมายปลายทางของ “นักเดินทางคุณภาพ” โดยเฉพาะจากประเทศจีนต่อไป

    นาง ฉลอม กล่าวต่อไปว่า บันทึกความร่วมมือ MOU ฉบับแรก จะร่วมลงนามกับ Li Qiang, Director of the Xishuangbanna Culture and Tourism Bureau เพื่อสร้างความร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยวของไทย และสิบสองปันนา โดยมีแผนงานต่อเนื่องในการเชิญคณะจากสิบสองปันนา มาร่วมงานประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2568 และ Businee Matching : B2B ภายใต้โครงการ “ส่งเสริมกำรท่องเที่ยวไมซ์ข้ามภูมิภาค” ระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมดวงตะวัน จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงกิจกรรมด้านไมซ์ในภาคเหนือ

    บันทึกความร่วมมือ MOU ฉบับที่ 2 นายดำรง องอาจ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมการบินภาคเหนือ จะร่วมลงนามกับการท่องเที่ยวสิบสองปันนา   เพื่อจะได้ผลักดันฟื้นให้มีการบินเชื่อมโยงระหว่างสิบสองปันนาสู่ภาคเหนือของไทยที่จังหวัดเชียงใหม่ภายในปลายปีนี้  เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวคุณภาพของจีนเดินทาง ผ่านเส้นทางการบินสิบสองปันนา-เชียงใหม่ในฤดูการท่องเที่ยว รวมถึงเชิญร่วมงานเชียงใหม่อินเตอร์เนชั่นแนลแอร์โชว์ในช่วงเดือนมกราคม 2569 ต่อไป

    บันทึกความร่วมมือ MOU ฉบับที่ 3 นายอาคม สุวรรณกันธา รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ จะได้ลงนามพัฒนาความร่วมมือกับ   Liu Hongbing, President of Xishuangbanna Tourism Industry Association ในการจัดงานแสดงสินค้า Lancang Mekong CBEC Logistics Expo 2026 และสานต่อ MOU ระหว่างหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และหอการค้าสิบสองปันนา -หูหนาน รวมถึงการท่องเที่ยวผ่านเส้นทางทางแม่น้ำล้านช้างแม่น้ำโขง รวมถึงการผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์ระหว่างไทยจีนต่อไป

    บันทึกความร่วมมือ MOU ฉบับที่ 4 นายอภิรัตน์ มาศรัตน์  ประธานเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดเชียงใหม่  จะได้สร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการสิบสองปันนาที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชาติพันธ์ไทยลื้อ สิบสองปันนา กับภาคเหนือของไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม การยกระดับสินค้าชุมชนระหว่างกันในอนาคต

    บันทึกความร่วมมือ MOU ฉบับที่ 5 ดร. มิ่งขวัญ แดงสุวรรณ  กรรมการผู้จัดการ Chiang Mai Moonlight Sky lanterns จำกัด ลงนามกับบริษัท สาลีทัวร์ จำกัด   เพื่อสร้างความร่วมมือการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลกับทางจีนโดยเฉพาะการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลยี่เป็ง ลอยกระทงของจังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนือ

    และบันทึกความร่วมมือฉบับที่ 6 เป็นสร้างความร่วมมือระหว่างโรงแรมของสองประเทศสิบสองปันนา และจังหวัดเชียงราย ในการแลกเปลี่ยนกลุ่ม MICE ได้แก่การประชุมสัมมนา การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การแสดงสินค้า และนิทรรศการร่วมกันในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5079179/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bpPVBTZCFKJI6wxUk_1wF

  • คนไทยไม่มั่นใจเศรษฐกิจกดดัชนีเชื่อมั่นฯลดลง

    คนไทยไม่มั่นใจเศรษฐกิจกดดัชนีเชื่อมั่นฯลดลง


    ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงผลจากปัจจัยลบในประเทศ ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพสูง หนี้ครัวเรือน ขณะที่ท่องเที่ยวชะลอกระทบภาคธุรกิจ

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 5,717 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 47.9 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าจากความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน

    ทั้งนี้ปัจจัยที่ส่งผลให้ดัชนีอยู่ในระดับไม่เชื่อมั่นคาดว่ามาจากประชาชนยังมีความกังวลต่อภาระหนี้สินและค่าใช้จ่ายของครัวเรือนและธุรกิจ ประกอบกับสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย อาทิ นโยบายการค้าและภาษีของประเทศคู่ค้าหลัก สินค้าเกษตรไทยที่เผชิญกับการแข่งขันสูงในตลาดโลก ภาคการท่องเที่ยวชะลอตัวส่งผลต่อรายได้ของธุรกิจบริการ และสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย – กัมพูชา

    ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 53.7 แม้จะปรับตัวลดลงจากระดับ 54.2 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ทำให้ประชาชนยังมีความเชื่อมั่นในอนาคตคาดว่ามาจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนและภาคธุรกิจ ประกอบกับการส่งออกยังขยายตัวได้ดี

    อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อาทิ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา และภัยธรรมชาติในบางพื้นที่ ซึ่งอาจจะเป็นแรงกดดันที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระยะต่อไป โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค พบว่า ด้านเศรษฐกิจไทยส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 48.15

    รองลงมา คือ มาตรการของภาครัฐ ร้อยละ 12.89 สังคม/ความมั่นคง ร้อยละ 10.93 ราคาสินค้าเกษตร ร้อยละ 8.50 เศรษฐกิจโลก ร้อยละ 8.05 การเมือง ร้อยละ 7.45 ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ร้อยละ 1.91 ภัยพิบัติ/โรคระบาด ร้อยละ 1.52 และอื่น ๆ ร้อยละ 0.60 ตามลำดับ

    ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายภูมิภาค จำนวน 5 ภูมิภาค พบว่า ดัชนีอยู่ในช่วงเชื่อมั่น 1 ภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 50.4 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 48.8 ภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 46.7 และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 46.0 ซึ่งแม้อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของภาคเหนือลดลง อยู่ที่ระดับ 45.8 จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่

    สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายอาชีพ จำนวน 7 อาชีพ พบว่า มี 1 กลุ่มอาชีพที่ดัชนีอยู่ในช่วงเชื่อมั่น ได้แก่ พนักงานของรัฐ อยู่ที่ระดับ 52.0 ในขณะที่มี 6 กลุ่มอาชีพที่ดัชนีอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยผู้ประกอบการ อยู่ที่ระดับ 49.0 นักศึกษา อยู่ที่ระดับ 48.9 พนักงานเอกชน อยู่ที่ระดับ 47.5 อาชีพรับจ้างอิสระ อยู่ที่ระดับ 46.5 เกษตรกร อยู่ที่ระดับ 46.4 และไม่ได้ทำงาน/บำนาญ อยู่ที่ระดับ 45.8 สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยอยู่ที่ระดับ 37.1 แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า

    นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคมลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยภายในประเทศเป็นแรงกดดันสำคัญ ทั้งจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา และอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ยังส่งผลต่อเนื่องมาถึงเดือนสิงหาคม

    นอกจากนี้ ปัญหาทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนชะลอตัวลงและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคธุรกิจ ยิ่งเพิ่มระดับความกังวลของประชาชนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยบรรเทาภาระของประชาชนในสถานการณ์เศรษฐกิจดังกล่าว

    ขณะที่ การเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปี อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนได้ในอีกทางหนึ่ง อีกทั้งความชัดเจนจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะมีส่วนช่วยลดความกังวลจากสถานการณ์การค้าที่ตึงเครียดในระยะที่ผ่านมาซึ่งจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจในระยะต่อไป

    ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน รวมถึงการช่วยเหลือและส่งเสริมการพัฒนาของภาคธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์จะยังคงดำเนินการมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสนับสนุนภาคการค้าและภาคธุรกิจให้ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/34979&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FB2y39m0gI_s7uPv8SsaQ

  • เชื่อมั่นผู้บริโภคลด! หนี้-ชายแดน-ท่องเที่ยว กดดันเศรษฐกิจ

    เชื่อมั่นผู้บริโภคลด! หนี้-ชายแดน-ท่องเที่ยว กดดันเศรษฐกิจ

    พาณิชย์ชี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสิงหาคม 2568 ลดลงเล็กน้อย เหตุปัจจัยในประเทศกดดัน แต่ยังคงเชื่อมั่นอนาคตจากมาตรการรัฐ-ดอกเบี้ยขาลง

    พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 5,717 รายทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 47.9 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความกังวลต่อเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะภาระหนี้สินครัวเรือน รายจ่ายที่สูงขึ้น ภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว รวมถึงสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา

    อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) ยังอยู่ในเกณฑ์เชื่อมั่นที่ 53.7 แม้ลดลงจาก 54.2 ในเดือนก่อน โดยแรงหนุนหลักมาจาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.50% ต่อปี และการส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามต่อเนื่อง ได้แก่ ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา และภัยธรรมชาติในบางพื้นที่

    moc-consumer-confidence-index-reduce-debt-border-tourism-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นมากที่สุด คือ เศรษฐกิจไทยในภาพรวม (48.15%) รองลงมา ได้แก่ มาตรการรัฐ (12.89%) สังคม/ความมั่นคง (10.93%) ราคาสินค้าเกษตร (8.50%) เศรษฐกิจโลก (8.05%) การเมือง (7.45%) ราคาน้ำมัน (1.91%) ภัยพิบัติ/โรคระบาด (1.52%) และปัจจัยอื่น ๆ (0.60%)

    จำแนกรายภูมิภาค พบว่า มีเพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่ในเกณฑ์เชื่อมั่น (50.4) ขณะที่ภาคใต้ (48.8) ภาคกลาง (46.7) และกรุงเทพฯ–ปริมณฑล (46.0) แม้ยังต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นแต่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนภาคเหนือ (45.8) ลดลงเพราะได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

    จำแนกรายอาชีพ พบว่า พนักงานภาครัฐเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ยังเชื่อมั่น (52.0) ส่วนอาชีพอื่น ๆ ต่ำกว่าเกณฑ์ อาทิ ผู้ประกอบการ (49.0) นักศึกษา (48.9) พนักงานเอกชน (47.5) อาชีพอิสระ (46.5) เกษตรกร (46.4) ผู้ว่างงาน/บำนาญ (45.8) ขณะที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญอยู่ต่ำสุดที่ 37.1 แต่ปรับขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน

    พูนพงษ์ ยังชี้ การลดลงของดัชนีในเดือนสิงหาคมส่วนใหญ่ได้รับแรงกดดันจาก ความขัดแย้งชายแดนและอุทกภัยภาคเหนือ รวมถึงปัญหากำลังซื้อที่อ่อนแรงซึ่งส่งผลต่อธุรกิจ แต่ปัจจัยบวกคือการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย และการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ความชัดเจนเรื่องมาตรการภาษีของสหรัฐฯ อาจลดแรงกังวลด้านการค้าได้

    กระทรวงพาณิชย์ย้ำว่า จะเดินหน้ามาตรการลดค่าครองชีพ สนับสนุนภาคธุรกิจและการค้า ตลอดจนติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นใจให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจในระยะต่อไป

    moc-consumer-confidence-index-reduce-debt-border-tourism-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/moc-consumer-confidence-index-reduce-debt-border-tourism&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2i-Vle_FJPosWWJVOx00SD