Category: ท่องเที่ยว

  • ข่าวดีร้านอาหาร! ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ช่วงบ่าย หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวคึกคัก

    ข่าวดีร้านอาหาร! ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ช่วงบ่าย หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวคึกคัก

    ข่าวดีร้านอาหาร! ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ช่วงบ่าย คาดดันยอดขายพุ่ง 25% หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวคึกคัก

    วันที่ 11 กันยายน 2568 – นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เปิดเผยข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ หลังรัฐบาลประกาศ “ปลดล็อก” การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ซึ่งถือเป็นความสำเร็จหลังจากที่ทางชมรมได้ผลักดันและเรียกร้องมาต่อเนื่องยาวนานถึง 5 ปี

    นายสรเทพ กล่าวขอบคุณรัฐบาลทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านชุดที่ผ่านมา ที่ร่วมกันรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจ และตัดสินใจยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติปี 2515 ซึ่งเคยห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมองว่ากฎหมายฉบับนี้ล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่กฎเก่าที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงบ่าย กลับเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสทางธุรกิจ และยังส่งผลต่อประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวอีกด้วย” นายสรเทพกล่าว

    จากการประเมินของชมรมฯ คาดว่าการปลดล็อกครั้งนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายของร้านอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้ถึง 20-25% โดยเฉพาะในช่วงเวลาบ่าย ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวและลูกค้าชาวต่างชาตินิยมรับประทานอาหาร พร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะการพบปะพูดคุยอย่างผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นยอดขายของอาหาร ขนม และเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ภายในร้าน ส่งผลโดยรวมต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ

    นายสรเทพยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจำนวนมากแสดงความไม่พอใจเมื่อต้องเผชิญข้อจำกัดนี้ บางรายถึงขั้นปฏิเสธการสั่งอาหารในช่วงบ่าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการสูญเสียรายได้โดยไม่จำเป็น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในฐานะประเทศที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9842190/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25rbdAJtGFaN0H5SLKjrAI

  • ไทย-ลาว เชื่อมโยงท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน 2 ฝั่งโขง เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

    ไทย-ลาว เชื่อมโยงท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน 2 ฝั่งโขง เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    ไทย-ลาว เชื่อมโยงท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน 2 ฝั่งโขง เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

    วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.15 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ห้องว่าการ แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย มอบหมายให้ นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นหัวหน้าคณะเดินทางของจังหวัดเลย ซึ่งประกอบไปด้วย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง, นายอำเภอเชียงคาน, นายอำเภอปากชม, ภาคีเครือข่ายภาครัฐ/ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ร่วมในการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวในต่างประเทศตามแนวทาง 5A และการประชุมหารือจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงร่วมกับภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวในต่างประเทศ กิจกรรมการพัฒนาความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเชื่อมโยง 2 ฝั่งแม่น้ำโขง เลย-ลาว ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 8 – 10 กันยายน 2568 ณ แขวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี ท่านคำพัน สิทธิดำพา เจ้าแขวง แขวงเวียงจันทน์, ท่าน ปอ. สีเวียงไช ออละบุน หัวหน้าห้องว่าการแขวงเวียงจันทน์, ท่าน ปอ. สมนัก ยอดฮักษา รองหัวหน้าแผนกการต่างประเทศแขวงเวียงจันทน์ พร้อมด้วยคณะ ให้การต้อนรับและร่วมการประชุมหารือจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง ร่วมกันระหว่างจังหวัดเลย และแขวงเวียงจันทน์

    นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า การเดินทางไปครั้งนี้ มีขอบเขตการดำเนินงาน ประจำปี พ.ศ.2568 โดยมีเตรียมความพร้อมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชนสองฝั่งแม่น้ำโขงให้มีขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยได้มีการประชุมหารือร่วมกันถึงกระบวนการทำงานในการจัดเก็บข้อมูลการท่องเที่ยว โดยในการลงพื้นที่ สำรวจ รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลพื้นที่เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมอย่างมีส่วนร่วม (5A) ประกอบด้วย กิจกรรมในพื้นที่ สิ่งดึงดูดและความน่าสนใจ ที่พักสิ่งอำนวยความสะดวก และการเข้าถึง การคมนาคม และเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เส้นทางการท่องเที่ยว 2 ฝั่งแม่น้ำโขง ไทย-ลาว ให้เป็นที่รู้จักในระดับชาติและนานาชาติ ตลอดจน การส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไทย-ลาว ให้พัฒนาเป็นเทศกาลท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ และหากโครงการนี้สำเร็จและพัฒนาไปสู่ความสำเร็จ คาดว่าจะมีเม็ดเงินกระตุ้นการท่องเที่ยวหมุนเวียนทั้ง 2 ประเทศ ในช่วงที่มีการทำกิจกรรม 100 ล้านบาทหรือมากว่านั้นเมื่อมีการท่องเที่ยวเชื่องโยงสำเร็จ

    ด้าน นายธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย กล่าวว่าการ เชื่อมโยงไทย ลาว ครั้งนี้ จะมีการพัฒนาความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเชื่อมโยง 2 ฝั่งแม่น้ำโขง เลย-ลาว : การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง การศึกษา สำรวจ และรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวริมสองฝั่งแม่น้ำโขง ให้ครอบคลุมทุกมิติ (5A)  ออกแบบกิจกรรมตามเส้นทางท่องเที่ยวผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมสำรวจเส้นทางตามผลการออกแบบและการประเมินเส้นทางอย่างมีส่วนร่วม  จัดกิจกรรมทดสอบเส้นทาง โดยการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย – จัดกิจกรรมส่งสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การจัดการท่องเที่ยว การศึกษา สำรวจ และรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวริมสองฝั่งแม่น้ำโขง ให้ครอบคลุมทุกมิติ 

    สำหรับเส้นทางเชื่อมโยง เริ่มจากจังหวัดเลย เชียงคาน  ด่านคกไผ่ อ.ปากชม ด่านบ้านวัง เมืองหมื่น สปป ลาว เมืองวังเวียง (บลูลากูล1) บ้านนาทอง บ้านนาด้วง (ตูบเฟือง) เมืองเฟือง กิจกรรม ล่องแพเมืองเฟือง ท่องเที่ยว 3วัน 2 คืนเดินทางกลับ ด่านบ้านวัง เมืองหมื่น ด่านคกไผ่ อ.ปากชม กลับจังหวัดเลย

    นายธรรมนูญ กล่าวต่ออีกว่า กิจกรรมท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน 2 ฝั่งโขง เชื่องโยงครั้งนี้ จะเน้นในกิจกรรม (5A) Activity หมายถึง กิจกรรม ภายในแหล่งท่องเที่ยวมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่มีกิจกรรมที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วมในการท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ เช่น การเดินป่า การปั่นจักรยาน การศึกษาธรรมชาติ การพายเรือ การถ่ายรูป เป็นต้น  Attraction หมายถึง สิ่งดึงดูด คือ แหล่งท่องเที่ยวจะต้องมีสิ่งดึงดูดใจ นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวได้ เช่น ทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ Accessibility หมายถึง การเข้าถึง คือ มีความสามารถในการเข้าถึง ความสามารถในการาคมนาคมไปยังสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างดี เช่น มีถนนคอนกรีตและถนนลาดยาง อยู่ในสภาพที่ดี เข้าถึงง่าย รวมไปถึงการเดินทางโดยวิธีอื่นๆ (ถนนคอนกรีต/ลาดยางอยู่ในสภาพที่ดี,เข้าถึงง่าย สะดวกสบาย)  Amenity หมายถึง สิ่งอำนวยความสะดวก คือ แหล่งท่องเที่ยวต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกเตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครันและเพียงพอ เช่น ด้านสาธารณูปโภค น้ำปะปา ไฟฟ้า ถนน โทรศัพท์ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล รวมถึงที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และจุดบริการนักท่องเที่ยว และ Accommodation หมายถึง ที่พักคือ ภายในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวหรือบริเวณใกล้เคียงต้องมีที่พักไว้เพื่อบริการนักท่องเที่ยว 

    สนใจร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวไทย-ลาว เชื่อมโยง ได้ที่ อพท. เลย 042861116-8 

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/446017&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yNZiK3LEoOoFszeDUfhwM

  • ร้านอาหารเฮ ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น. หลังเรียกร้องมา 5 ปี หวังกระตุ้นการท่องเที่ยว

    ร้านอาหารเฮ ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น. หลังเรียกร้องมา 5 ปี หวังกระตุ้นการท่องเที่ยว

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย กล่าวขอบคุณคณะรัฐบาล ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านชุดที่แล้ว ที่รับฟังเสียงผู้ประกอบการ ช่วยปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วง 14.00-17.00 น. เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

    โดยทางชมรมฯ ได้เรียกร้องมาตลอด 5 ปี เรื่องขอให้ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ไม่ให้จำหน่ายแอลกอฮอล์ ในร้านอาหารในช่วงเวลา 14.00 น.-17.00 น. เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่เปลี่ยนมาเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว

    ซึ่งคำสั่งคณะปฏิวัติดังกล่าว ซึ่งเป็นกฎหมายที่ล้าหลัง ไม่เข้ากับยุคสมัย ใช้มายาวนานกว่า 53 ปี ซึ่งการปลดล็อกเวลาห้ามจำหน่าย จะทำให้ธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีรายได้ยอดขายเพิ่มอีก 20-25% เนื่องจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะรับประทานอาหารในช่วงบ่าย ๆ และมักสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มารับประทานพร้อมอาหาร เป็นการดื่มเพื่อพูดคุยกันแบบสบาย ๆ ในร้านก็จะขายอาหาร ขนม หรือ เครื่องดื่มอื่นๆ ได้อีก ซึ่งจะสร้างรายได้อีกมหาศาล เป็นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทาง ซึ่งที่ผ่านมามักมีข้อโต้เถียง หรือ แสดงความไม่พอใจของนักท่องเที่ยว บางคนถึงกับเลิกสั่งอาหารในช่วงนั้นเลย เป็นการเสียโอกาสการค้าอย่างมาก

    แท็กที่เกี่ยวข้อง  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/economy/morning/447535&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_kL9rv4gRXOBCMAji5Msx

  • ททท.ดัน ” 50 ชุมชนศาลเจ้าจีน สุขใจเสริมมงคล”สัมพันธ์ไทย-จีน

    ททท.ดัน ” 50 ชุมชนศาลเจ้าจีน สุขใจเสริมมงคล”สัมพันธ์ไทย-จีน

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชู คฑา ชินบัญชร นำเที่ยว ” 50 ชุมชนศาลเจ้าจีน สุขใจเสริมมงคล” สานสัมพันธ์ ไทย-จีน 

     คุณวัจนันท์ ศิลปวรณ์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการภูมิภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมพันธมิตร PT Max card ,C.P.Land ,Sixt ,X Peng จัดกิจกรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อเผยแผ่ ประเพณี วัฒนธรรม การดำเนินชีวิต ที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน และศาลเจ้าจีน ในแต่ละพื้นที่ อันมีความงดงาม ของสถานที่ วิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปในแต่ละชุมชน โดยมี คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์เที่ยวไทยรับพลังบวก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นผู้นำเสนอเส้นทางสายศรัทธา โดยมี พร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ , เยี่ยม เศรษฐบุตร ,  ภูมน สมดี ,  อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ,  ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ ,  ศศินันท์ ออลแมนด์  ร่วมงาน

    คุณพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัดบริษัทในเครือพีทีจี ร่วมจัดกิจกรรม สมาชิก Max Card แชะ&แชร์ ส่งรูปถ่ายพร้อมบอกเล่าประสบการณ์ การท่องเที่ยวศาลเจ้าจีน คอนเทนต์โดนใจกรรมการมากที่สุด สำหรับรางวัลทริปท่องเที่ยวสุด exclusive กับ อ.คฑา ชินบัญชร จำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 2 ที่นั่ง)

    คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการ กลุ่มงานธุรกิจโรงแรม บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริหารโรงแรมในเครือฟอร์จูน กล่าวว่า “โรงแรมในเครือฟอร์จูนยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวตามโครงการ เที่ยว 50 ชุมชนศาลเจ้าจีน สานสัมพันธ์ 50 ปี ไทย–จีน ด้วยสิทธิพิเศษ สำหรับสมาชิกผู้ถือบัตร MAX CARD เมื่อจองห้องพักทุกประเภทกับโรงแรมในเครือฟอร์จูน กรุ๊ป     

     คุณศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการบริหาร กลุ่มงานการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “โครงการนี้ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนท้องถิ่น พร้อมกันนี้ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของ ซี.พี.แลนด์ในการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างไทยและจีน ตลอดจนการยกระดับประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยว ภายใต้พันธกิจ ‘คุณภาพเพื่อทุกชีวิต’ ภายใต้กลุ่มธุรกิจฟอร์จูนกรุ๊ป เป็นกลุ่มโรงแรมภายใต้การบริหารของ CP LAND (ซี.พี. แลนด์) ที่มุ่งมั่นพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความประทับใจในทุกมิติ”

    คุณภูมน สมดี ผู้จัดการทั่วไป ซิกท์ เร้น อะ คาร์ ให้บริการรถเช่าทั้งแบบชื้อเพลิงและรถไฟฟ้าที่มีให้เลือกหลายรุ่น หลายขนาด ทั้งรถ Xpeng G6 / Zeeker X / AION Y /BYD ATTO3 ราคาพิเศษ

    คุณอภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง เปิดตัวรถไฟฟ้ายนตกรรมอัจฉริยะ XPeng X9 และ G6 มาจัดแสดงถึงศักยภาพในการขับขี่ เพิ่มความสะดวกในการเดินทางด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง และจัดทริปเดินทาง สำหรับลูกค้า X Peng 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/economy/445932&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pHL-N1Zm2e63_m5pWi32p

  • คนละครึ่งฟีเวอร์ ททท. เตรียมดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” รับมือบาทแข็ง กระตุ้นเที่ยวไทย

    คนละครึ่งฟีเวอร์ ททท. เตรียมดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” รับมือบาทแข็ง กระตุ้นเที่ยวไทย

    คนละครึ่งฟีเวอร์ ททท. เตรียมดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” รับมือบาทแข็ง กระตุ้นเที่ยวไทย

    ททท.เตรียมดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” รับมือบาทแข็ง กระตุ้นท่องเที่ยวไทย “ฐาปนีย์” ชี้อาจใช้เงินที่เหลือจาก โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” มาดำเนินการ

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า “คนละครึ่งมาแรง บาทยังแข็งต่อเนื่อง กระทบตรง Inbound เห็นทีต้องมี ทัวร์ไทยคนละครึ่ง บ.ทัวร์เตรียมแพ็กเกจสุดว้าวให้ชาวไทยได้เที่ยว”

    พร้อมกันนี้ น.ส.ฐาปนีย์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ททท.ไม่ได้เพียงมองภาพเศรษฐกิจระดับมหภาค แต่ยังใส่ใจถึงกำลังซื้อของครัวเรือนไทยในทุกระดับ ขณะนี้ ททท.กำลังติดตามปัจจัยแวดล้อมสำคัญ ตั้งแต่ค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ไปจนถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อให้สามารถออกแบบแผนท่องเที่ยวที่สมดุล ทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Inbound) และการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยเอง

    โดยโครงการ “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” ที่ททท.กำลังพิจารณา อาจใช้งบประมาณคงเหลือจากโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” มาดำเนินการหากยังมีอยู่ โดยจะเร่งนำเสนอรัฐบาลเพื่อผลักดันสู่การปฏิบัติให้ทันก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินบาทที่แข็งค่า กลายเป็นปัจจัยเร่งให้คนไทยหันไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นในช่วงสามเดือนสุดท้าย

    น.ส.ฐาปนีย์ ย้ำว่า มาตรการนี้ไม่เพียงจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและโอกาสให้คนไทยได้ท่องเที่ยว แต่ยังช่วยผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวให้สามารถพัฒนาสินค้าและแพ็กเกจใหม่ ๆ สร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว ยังสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างเสน่ห์ใหม่ ๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะยาวด้วย

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2882111&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MESIB0dsU2S0_mQuRBcXa

  • ร้านอาหารเฮ! ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น.

    ร้านอาหารเฮ! ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น.

     วันที่ลงข่าว 11 กันยายน 2568 เวลา 14:37 น.   636

    ร้านอาหารเฮ! ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น.

    ร้านอาหารเฮลั่น! ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น. คาด ดันยอดขายร้านอาหารพุ่ง 25% ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวคึกคัก

    วันที่ 11 ก.ย.68 นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย กล่าวขอบคุณคณะรัฐบาล ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านชุดที่แล้ว ที่รับฟังเสียงผู้ประกอบการ ช่วยปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วง 14.00-17.00 น. เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยทางชมรมฯ ได้เรียกร้องมาตลอด 5 ปี เรื่องขอให้ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ไม่ให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในร้านอาหารในช่วงเวลา 14.00 น.-17.00 น.
    นายสรเทพกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปลี่ยนมาเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งคำสั่งคณะปฏิวัติดังกล่าว เป็นกฏหมายที่ล้าหลัง ไม่เข้ากับยุคสมัย ใช้มายาวนานกว่า 53 ปี

    การปลดล็อกเวลาห้ามจำหน่าย จะทำให้ธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีรายได้ยอดขายเพิ่มอีก 20-25% เนื่องจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะรับประทานอาหารในช่วงบ่ายๆ และมักสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์มารับประทานพร้อมอาหาร เป็นการดื่มเพื่อพูดคุยกันแบบสบายๆ ในร้านก็จะขายอาหาร ขนม หรือ เครื่องดื่มอื่นๆ ได้อีก ซึ่งจะสร้างรายได้อีกมหาศาล เป็นกาาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทาง ซึ่งที่ผ่านมามักมีข้อโต้เถียง หรือแสดงความไม่พอใจของนักท่องเที่ยว บางคนถึงกับเลิกสั่งอาหารในช่วงนั้นเลย เป็นการเสียโอกาสการค้าอย่างมาก

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ข่าวอื่น ๆ ใน หมวดเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/141737&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nLKd0ucUdjnICx5t8hbwV

  • สมาคมท่องเที่ยวเบตงหนุนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เผยสายการบินอินโดฯสนใจเปิดเส้นทางบินตรงเบตง-เมดาน

    สมาคมท่องเที่ยวเบตงหนุนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เผยสายการบินอินโดฯสนใจเปิดเส้นทางบินตรงเบตง-เมดาน

    สมาคมท่องเที่ยวเบตงหนุนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เผยสายการบินอินโดฯสนใจเปิดเส้นทางบินตรงเบตง-เมดาน

    วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.55 น.

    นายกสมาคมท่องเที่ยวเบตง หนุนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ Smart City พร้อมเผยสายการบินอินโดฯ สนใจเปิดเส้นทางบินตรง เบตง-เมดาน ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่

    เมื่อค่ำวันที่ 10 ก.ย.68 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมโรงแรมแกรนด์ แมนดาริน เบตง จ.ยะลา สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง ได้จัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้สนับสนุน พร้อมเปิดตัวแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว ปี 2568–2578 มุ่งจัดกิจกรรมท่องเที่ยวตลอดทั้งปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยมีนายนรินทร์ เรืองวงศา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตงและคณะทำงาน ได้ร่วมต้อนรับและกล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนในงานเลี้ยง ภายในงานมีผู้เข้าร่วมจากทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ นายอิสสะมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง, นายใช้ วงศ์นิตยลัภย์ นายกเทศมนตรีเมืองเบตง, นางสาวนวพร ชัวชมเกตุ ผอ.ททท.สำนักงานนราธิวาส ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ของฝากและกลุ่มขนส่งในพื้นที่ ร่วมแสดงความยินดีและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกัน

    นายนรินทร์ เรืองวงศา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง กล่าวว่า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง สนับสนุนนโยบายพัฒนาเบตงสู่ “เมืองอัจฉริยะ” หรือ Smart City เพื่อยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว สร้างความสะดวกสบายให้แก่นักท่องเที่ยว และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ปัจจุบันเบตงมีสายการบิน อีซี่แอร์ไลน์ (Ezy Airlines) สายการบินน้องใหม่ที่เน้นการเดินทางระยะสั้น เชื่อมต่อเมืองหลักและเมืองรองในภาคใต้ของประเทศ โดยใช้เครื่องบินขนาดเล็กและเริ่มบินปฐมฤกษ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ในเส้นทาง หาดใหญ่–เบตง ด้วยเที่ยวบินระยะสั้นในวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ โดยมี “น้องก้อย” กรกช อดีตนักแสดงสาวจากรายการ The Angel ผันตัวมาเป็นนักบินหญิงของสายการบินนี้ ให้บริการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีสายการบินจาก เมืองเมดาน ประเทศอินโดนีเซีย ให้ความสนใจจะมาเปิดเส้นทางบิน เบตง–เมดาน ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่จากต่างประเทศเข้าสู่เบตงมากยิ่งขึ้น และเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของอำเภอในระดับภูมิภาค

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/913501&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TpvpI_jIe8XWmvgXl1H1M

  • เซเว่นอีเลฟเว่น ชวน แชะ แชร์ จุดเช็คอิน โลมา หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น 2 สาขากระตุ้นการท่องเที่ยวพัทยา

    เซเว่นอีเลฟเว่น ชวน แชะ แชร์ จุดเช็คอิน โลมา หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น 2 สาขากระตุ้นการท่องเที่ยวพัทยา

    วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.46 น.

    เซเว่น อีเลฟเว่น ตอกย้ำกลยุทธ์ “สร้างชุมชนอุ่นใจ” เปิดตัวแลนด์มาร์กใหม่หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาธาราพัทยา และสาขาบาลีฮาย จังหวัดชลบุรี ด้วยสัญลักษณ์ “โลมา” สัตว์ทะเลน่ารักที่เป็นเสน่ห์คู่เมืองพัทยา พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แชะภาพ เช็คอิน และแชร์บนโซเชียล สร้างกระแสการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ให้คึกคักยิ่งขึ้น

    จุดเช็คอิน  “โลมา” หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ติดตั้ง 2 สาขา ได้แก่ สาขาธาราพัทยา และ สาขาบาลีฮาย มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารเอกลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวทางทะเลและสร้างแลนด์มาร์กใหม่ให้ผู้มาเยือนได้ประทับใจ การนำสัญลักษณ์โลมามาประดับหน้าร้าน ไม่เพียงแต่สร้างจุดเช็คอิน ที่สวยงาม แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเข้ากับไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวทั่วโลก อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการแชร์บนโซเชียลมีเดีย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างความภูมิใจให้กับคนในพื้นที่ที่ได้เห็นสัญลักษณ์คู่เมืองถูกยกระดับเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนทั่วโลกรู้จัก พร้อมเชื่อมั่นว่าการสร้างแลนด์มาร์กที่เข้าถึงง่ายและเป็นที่จดจำ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวเมืองพัทยาในมิติใหม่

    การเลือกใช้ “โลมา” เป็นสัญลักษณ์ของจุดเช็คอิน เนื่องจากโลมาเป็นสัตว์ที่ทุกคนรู้จักและเป็นมิตร จึงสื่อถึงเอกลักษณ์ความรื่นรมย์ สนุกสนาน และความอบอุ่นที่ต้อนรับผู้มาเยือน จุดเช็คอิน “โลมา” ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะเวียน แต่ยังถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความเป็นชุมชนในพื้นที่ ยังได้สะท้อนถึงความภาคภูมิใจของคนพัทยาและจังหวัดชลบุรีอีกด้วย นอกจากนี้จุดเช็คอินโลมายังได้ติดตั้งจอดิจิทัลเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศไทย รวมถึงนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

    ทั้งนี้ เซเว่น อีเลฟเว่น ขอเชิญชวนร่วมกิจกรรมถ่ายภาพจุดเช็คอิน “โลมา” หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาธาราพัทยา และสาขาบาลีฮาย จังหวัดชลบุรี แล้วโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #Pattaya7ElevenCheckin เพื่อลุ้นรับของที่ระลึกจากเซเว่น อีเลฟเว่นมากมาย ตั้งแต่วันที่วันนี้–30 กันยายน 2568 หรือติดตามกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจhttps://www.facebook.com/cpall7

    โครงการติดตั้งจุดเช็คอิน “โลมา” นี้ สะท้อนบทบาทของเซเว่น อีเลฟเว่น ในฐานะภาคธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ไม่เพียงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนที่สร้างคุณค่าให้กับสังคมและชุมชน โดยมีเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่ “แลนด์มาร์กชุมชน” ไปยังจังหวัดอื่น ๆ เพื่อสร้างจุดเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวในอนาคตเป็นไปตามกลยุทธ์ “สร้างชุมชนอุ่นใจ” ของซีพี ออลล์ ต่อไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/913472&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1M8eAjjQJoMiH94QqkomgI

  • TSB รับประกาศนียบัตร “ระดับ 5 ดาวแห่งความยั่งยืน” STGs จาก ททท.

    TSB รับประกาศนียบัตร “ระดับ 5 ดาวแห่งความยั่งยืน” STGs จาก ททท.

    บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB คว้าระดับ 5 ดาว โครงการ Sustainable Tourism Acceleration Rating จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. ย้ำจุดยืดการขับเคลื่อนธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมยกระดับมาตรฐานด้านการท่องเที่ยว

    สำหรับโครงการในปีนี้ TSB ได้รับการการันตีระดับ 5 ดาว ด้วยการผ่านประเมินตามหลักเกณฑ์เป้าหมาย STG 13, STG 16, STG 17 และเป้าหมายด้านอื่น ๆ รวมทั้งหมด 12 เป้าหมาย ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ในระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน Sustainable Tourism Goals : STGs ของ ททท. และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDGs ขององค์การสหประชาชาติ

    การได้รับรางวัลประกาศนียบัตรระดับ 5 ดาวจากโครงการ STAR หรือดาวแห่งความยั่งยืน ถือเป็นการตอกย้ำแนวทาง การดำเนินธุรกิจรถเมล์ไฟฟ้า 100% ที่เป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมขนส่งพลังงานสะอาด การท่องเที่ยว ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม ชุมชนและความร่วมมือในการพัฒนา พร้อมเดินหน้าสร้างระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อโลก กับส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/859859/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16kIgq4-5CbP9fKkyPuV14