Category: ท่องเที่ยว

  • ททท. จ่อดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” กระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ

    ททท. จ่อดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” กระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ

    ททท. จ่อดัน ทัวร์ไทยคนละครึ่ง กระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ เร่งหารือรัฐ-เอกชน ออกแคมเปญจูงใจเที่ยว เผยใช้เงินที่เหลือจากเที่ยวไทยคนละครึ่งมาดำเนินการ

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า “คนละครึ่งมาแรง บาทยังแข็งต่อเนื่อง กระทบตรง Inbound เห็นทีต้องมี ทัวร์ไทยคนละครึ่ง บ.ทัวร์เตรียมแพ็กเกจสุดว้าวให้ชาวไทยได้เที่ยว”

    ททท. ไม่ได้เพียงมองภาพเศรษฐกิจระดับใหญ่ แต่ใส่ใจถึงกำลังซื้อของครัวเรือนไทยในทุกระดับ ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามปัจจัยแวดล้อมสำคัญ ตั้งแต่ค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ไปจนถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อให้สามารถออกแบบแผนท่องเที่ยวที่สมดุล ทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทย

    ส่วนงบประมาณที่นำมาใช้ในโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง อาจพิจารณาใช้งบคงเหลือจาโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง จะนำเสนอรัฐบาลเพื่อเร่งดำเนินการและกระตุ้นการเดินทาง อีกทั้งยังเป็นการช่วยผู้ประกอบการนำเที่ยวที่จะสร้างสรรค์สินค้าการท่องเที่ยวใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ใหม่ ให้กับคนไทย ซึ่งจะส่งผลถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/943043/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cQFPgbJiN-ajkiwvBSyVl

  • ภาคธุรกิจไทยอ้าแขนรับ ‘รัฐมนตรีเศรษฐกิจคนนอก’ เชื่อมืออาชีพเข็นไทยขึ้นได้

    ภาคธุรกิจไทยอ้าแขนรับ ‘รัฐมนตรีเศรษฐกิจคนนอก’ เชื่อมืออาชีพเข็นไทยขึ้นได้

    ทั้งนี้ภาคธุรกิจแสดงความมั่นใจต่อ ครม.ชุดใหม่ โดยเฉพาะรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่มาจากคนนอก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละวงการ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ พลังงาน การคลัง และพาณิชย์ การแต่งตั้งบุคคลเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางเข้ามาช่วยประเทศ การประกาศนโยบาย ห้ามพัก ห้ามเหนื่อย ห้ามป่วย ห้ามลา ของนายกรัฐมนตรีอนุทิน สะท้อนถึงความพร้อมในการทำงานและมุ่งมั่นสร้างผลงานในระยะสั้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศในระยะยาว และอาจสร้างบรรทัดฐานให้กับรัฐบาลชุดต่อไป สร้างความหวังให้กับประเทศโดยรวม

    สำหรับภาคธุรกิจมีข้อเสนอสำคัญที่ต้องการเห็นจาก ครม. ชุดนี้ คือการใช้โอกาสในปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเคลื่อนย้ายฐานการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะจากผลของการเกิด FTA สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือการเชื่อมโยงการลงทุนเหล่านี้กับผู้ประกอบการชาวไทยทุกระดับ ตั้งแต่รายใหญ่ รายกลาง ไปจนถึงรายเล็ก

    ภาคธุรกิจไทยอ้าแขนรับ ‘รัฐมนตรีเศรษฐกิจคนนอก’ เชื่อมืออาชีพเข็นไทยขึ้นได้

    ทั้งหมดเพื่อให้คนไทยได้รับประโยชน์จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นแทนที่จะปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาพร้อมซัพพลายเชนของตนเอง ซึ่งอาจกลายเป็นการนำคู่แข่งเข้ามา รัฐบาลจำเป็นต้องมองภาพนี้ให้ชัดเจน และวางแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการในการจัดวางห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) หรือสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เอื้อต่อการลงทุนเพื่อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับขึ้นมาได้อีกครั้ง ภาคธุรกิจคาดหวังว่า ครม. ชุดใหม่จะช่วยผลักดันสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังให้ดีขึ้น

    ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมชี้ว่ามีเวลาเพียง 4 เดือนในการเร่งดำเนินการเรื่องด่วน ประเด็นสำคัญคือการดึงดูดการลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ซึ่งเป็นปีครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน นับเป็นโอกาสอันดีที่จะกระชับความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งคาดว่าจะก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกในอีก 2-3 ปีข้างหน้า การดึงดูดบริษัทจีนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีให้เข้ามาลงทุน และสร้างความต่อเนื่องกับคนไทย ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในช่วง 4 เดือนจากนี้ไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/859711&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vZBlipBY2KIfNunC8D4XG

  • ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่ “ฮอกไกโด-โอซาก้า-ฉงซิ่ง-เทียนจิน” ใน

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่ “ฮอกไกโด-โอซาก้า-ฉงซิ่ง-เทียนจิน” ใน

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่

    สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ประกาศความพร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 ด้วยการเปิดให้บริการ 4 เส้นทางบินใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างโอกาสใหม่ในการเชื่อมโยงการเดินทางจากประเทศไทยสู่เมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญในเอเชีย ด้วยการเปิดให้บริการ 4 เส้นทางบินใหม่ ดังนี้

    1.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮอกไกโด (แวะเกาสง) เริ่มให้บริการวันที่ 1 ธันวาคม 2568

    ความถี่: 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันจันทร์, วันพุธ และวันศุกร์)

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่

    2.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โอซาก้า (แวะไทเป) กลับมาให้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568

    ความถี่: 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันอังคาร, วันพฤหัสบดี, วันเสาร์ และวันอาทิตย์)

    3.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฉงชิ่ง (จีน) เริ่มให้บริการวันที่ 26 ตุลาคม 2568

    ความถี่: บินตรงทุกวัน

    4.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – เทียนจิน (จีน) เริ่มให้บริการวันที่ 27 ตุลาคม 2568

    ความถี่: 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันจันทร์, วันพุธ, วันศุกร์ และเสาร์)

    ทั้งนี้ยังมีแผนที่จะขยายเพิ่มความถี่เที่ยวบินในประเทศ และเที่ยวบินระหว่างประเทศต่อไป อาทิเช่น เดลี อินชอน เป็นต้น เพื่อรองรับฝูงบินที่เพิ่มขึ้น โดยตอนนี้มีจำนวนฝูงบิน 30 ลำ

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่

    นายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าที่บริหาร สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ กล่าวว่า การประกาศเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ ฉงชิ่ง เทียนจิน ฮอกไกโด(แวะเกาสง) และโอซาก้า(แวะไทเป) พร้อมทั้งแผนในอนาคตอื่น ๆ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายการบินที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารทั้งด้านท่องเที่ยวและธุรกิจ ขณะเดียวกันเรายังคงยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน IOSA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสายการบิน

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12746960&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-4mIP1NavlxvFXSR6KHmq

  • ร้านอาหารเฮ!  ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น.

    ร้านอาหารเฮ! ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น.

    วันที่ 11 ก.ย.68 นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย กล่าวขอบคุณคณะรัฐบาล ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านชุดที่แล้ว ที่รับฟังเสียงผู้ประกอบการ ช่วยปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วง 14.00-17.00 น. เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยทางชมรมฯ ได้เรียกร้องมาตลอด 5 ปี เรื่องขอให้ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ไม่ให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในร้านอาหารในช่วงเวลา 14.00 น.-17.00 น.

    นายสรเทพกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปลี่ยนมาเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งคำสั่งคณะปฏิวัติดังกล่าว เป็นกฏหมายที่ล้าหลัง ไม่เข้ากับยุคสมัย ใช้มายาวนานกว่า 53 ปี

    การปลดล็อกเวลาห้ามจำหน่าย จะทำให้ธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีรายได้ยอดขายเพิ่มอีก 20-25% เนื่องจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะรับประทานอาหารในช่วงบ่ายๆ และมักสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์มารับประทานพร้อมอาหาร เป็นการดื่มเพื่อพูดคุยกันแบบสบายๆ ในร้านก็จะขายอาหาร ขนม หรือ เครื่องดื่มอื่นๆ ได้อีก ซึ่งจะสร้างรายได้อีกมหาศาล เป็นกาาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทาง ซึ่งที่ผ่านมามักมีข้อโต้เถียง หรือแสดงความไม่พอใจของนักท่องเที่ยว บางคนถึงกับเลิกสั่งอาหารในช่วงนั้นเลย เป็นการเสียโอกาสการค้าอย่างมาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/57078&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_spiUfTRXiYVSPrXY1PjV

  • หวังปลดล็อกกฎหมายลูก “ขายเหล้า บ่าย 2 – 5 โมงเย็น” ในร้านอาหาร

    หวังปลดล็อกกฎหมายลูก “ขายเหล้า บ่าย 2 – 5 โมงเย็น” ในร้านอาหาร

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย กล่าวถึงกรณีการปลดล็อกจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14:00–17:00 น. ว่า จากพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ประกาศไว้วันที่ 9 กันยายน 2568 ให้ยกเลิกมาตรา 3 ของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่

    Freepik/Freepik
    ผู้ประกอบการหวังปลดล็อกกฎหมายลูก “ขายเหล้า บ่าย 2 – 5 โมงเย็น” ร้านอาหาร ดึงต่างชาติ-เพิ่มรายได้ท่องเที่ยว

    โดยนายสรเทพ ระบุว่า แม้ตนเองไม่ใช่นักกฎหมาย แต่จากราชกิจจานุเบกษาฉบับล่าสุดโดยไม่มีข้อแม้อื่นๆ จึงทำให้ตนเกิดความหวังว่า เมื่อกฎหมายแม่ถูกยกเลิกไปแล้ว กฎหมายลูกทั้งหมดควรต้องถูกยกเลิกตามไปด้วยหรือไม่

    ต่อมานายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับหลักกฎหมายว่า “ห้ามขายสุราช่วงบ่าย ยังบังคับใช้” เพราะยังมีกฎหมายบางฉบับยังบังคับอยู่ โดยเฉพาะกฎหมายที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคย ลงนามไว้เมื่อ 23 มิถุนายน 2568 ซึ่งกำหนดให้ขายได้เฉพาะในท่าอากาศยานนานาชาติ สถานบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และโรงแรมที่มีใบอนุญาตโรงแรม

    นายสุรเทพ ให้ความเห็นว่า การปลดล็อกครั้งนี้เป็นความพยายามที่ตนผลักดันมากว่า 5 ปี โดยเฉพาะช่วง 14:00–17:00 น. จึงมองว่าเมื่อมีการยกเลิกมาตรา 3 ของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ แล้วก็น่าจะยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่เป็นกฏหมายลูกไปด้วย ซึ่งตนหมายถึงสำหรับร้านอาหารเท่านั้น ไม่รวมถึงร้านรีเทล มินิมาร์ท หรือผับบาร์ เนื่องจากช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่รายได้ร้านอาหารเสียหายมาก โดยเฉพาะร้านในโซนท่องเที่ยว 

    กฎหมายฉบับเดิมที่ออกมาเมื่อ 53 ปีก่อน มีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดการดื่มของข้าราชการ แต่ปัจจุบันบริบทเปลี่ยนไป ประเทศไทยเป็นประเทศท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่มักรับประทานอาหารช้ากว่าช่วงเวลาเที่ยง เช่น Late lunch หากไม่สามารถสั่งเครื่องดื่มได้ จะทำให้บรรยากาศร้านอาหารและรายได้ลดลง

    นอกจากนี้ นายสรเทพ กล่าวอีกว่า แม้ว่าจะมีการปลดล็อก แต่ร้านอาหารยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ เช่น ห้ามขายสุราให้ผู้ต่ำกว่า 20 ปี และกฎหมายเมาแล้วขับ หากบังคับใช้อย่างจริงจังก็สามารถช่วยป้องกันปัญหาได้

    ส่วนช่วงเวลา 14:00–17:00 น.นั้น เป็นช่วงที่คนทำงานแทบไม่มีเวลาออกมานั่งดื่ม แต่การปลดล็อกตรงนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถนั่งทานอาหารต่อเนื่องได้ ส่งผลให้ร้านอาหารมีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพื่อขายแอลกอฮอล์ แต่เพื่อสร้างมูลค่าอาหาร

    ทั้งนี้ หากการปลดล็อกเป็นไปได้อย่างถูกต้อง ลูกค้าต่างชาติที่มักจะลุกออกจากร้านก่อน 14:00 น. สามารถนั่งทานอาหารต่อได้ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับร้านอาหาร และสนับสนุนคราฟต์เบียร์ คาเฟ่เล็ก ๆ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/256852&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cobOdZ553Z_MF3irkiIsA

  • ก็น่ารู้! เรื่องไกลเมือง ‘คู่มือหลงป่า’ รู้ไว้ใช่ว่า..พาให้รอด | เดลินิวส์

    ก็น่ารู้! เรื่องไกลเมือง ‘คู่มือหลงป่า’ รู้ไว้ใช่ว่า..พาให้รอด | เดลินิวส์

    ทั้งนี้ เรื่องการ “หลงป่า” นี่แม้จะเป็นคนในเมืองก็อาจจะเป็นเรื่องใกล้ตัวได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่นิยมท่องเที่ยวสัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติป่าเขา ที่อีกไม่นานเมื่อถึงช่วงปลายฝนต้นหนาวก็จะเป็นช่วงที่นิยมเริ่มออกท่องเที่ยวรูปแบบนี้กันมาก ซึ่งการไป “ท่องเที่ยวพื้นที่ป่าเขาลำเนาไพร” จำเป็น “ต้องระมัดระวัง” ให้มาก ๆ…

    อย่าประมาทภัย”ที่ “รวมถึงหลงป่า”

    เพราะ “ขนาดคนใกล้ป่าก็ยังหลงป่า!!”

    ยกตัวอย่าง… เมื่อเร็ว ๆ นี้หญิงวัย 70 ปีรายหนึ่ง “หลงป่า” ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ระหว่างเข้าไปเก็บเห็ด หรือก่อนหน้าไม่นานก็มีเด็กอายุ 13 ปีรายหนึ่ง “หลงป่า” ในพื้นที่ จ.อุดรธานี ระหว่างที่เข้าไปเก็บของป่า และยังมีกรณี “ไกด์นำเที่ยวหลงป่า” ในพื้นที่ จ.ตาก ระหว่างนำคณะนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวในพื้นที่ป่า…ซึ่งเหล่านี้สะท้อนว่า“หลงป่าไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทย

    ทั้งนี้ เหตุ “หลงป่าในพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ” นี่ในไทยช่วงหนึ่งเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติบ่อย ๆแต่จากกรณีตัวอย่างข้างต้นก็ชี้ชัดว่าป่าในไทยมิใช่จะหลงกันเฉพาะชาวต่างชาติเพราะขนาดเป็นไกด์ หรือแม้แต่คนใกล้ป่าที่เข้าป่าหาของป่าบ่อย ๆที่น่าจะสันทัดจัดเจนพื้นที่ป่า ก็ยัง “หลงป่า” กันได้ ส่วน นักท่องเที่ยวหลงป่า นั้น แหล่งข่าวผู้สันทัดกรณีด้านท่องเที่ยวรายหนึ่งเคยสะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้ว่า… ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นป่าบริเวณแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ป่าที่ไม่ได้มีคนเข้าไปเที่ยวมาก ๆ บ่อย ๆ ซึ่งชาวต่างชาติมักจะชอบ และ หลัง ๆ คนไทยก็นิยมเที่ยวแนวนี้กันไม่น้อย

    แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เป็นป่า ซึ่งไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่แมส-ที่มีคนมาก ๆ แหล่งท่องเที่ยวรูปแบบนี้มักไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลัก มักเป็นแหล่งท่องเที่ยวรอง และอยู่ห่างไกลชุมชน-ผู้คน แหล่งท่องเที่ยวแบบนี้แม้เส้นทางจะไม่สะดวกสบาย ป้ายบอกทางก็มักไม่ได้มีมาก แต่ก็เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวแบบสันโดษหรือท่องเที่ยวแบบผจญภัย โดยอาจเข้าไปในพื้นที่แบบ ไม่ใช้ผู้นำทางไม่ใช้ไกด์ท้องถิ่น ใช้แค่อุปกรณ์นำทาง-จีพีเอส ซึ่งหากอุปกรณ์นำทางมีปัญหา เกิด “หลงทาง” แล้วสื่อสารขอความช่วยเหลือไม่ได้ ก็มีโอกาส “หลงป่า” โดยติดค้างในป่าเป็นเวลานาน ซึ่งยิ่งนานก็ยิ่งเสี่ยง…

    หลงป่า” แน่นอนว่า “เสี่ยงอันตราย!!”

    ทางผู้สันทัดกรณีได้ให้ “คำแนะนำ” สำหรับ “ผู้ชอบป่าชอบท่องเที่ยวป่าแบบผจญภัย” ไว้ว่า… หากเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่เที่ยวที่ไกลหูไกลตาผู้คน ที่ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยวหลัก ควรต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้น ๆ ให้รับทราบก่อน เพื่อจะได้มีข้อมูลเบื้องต้น เผื่อต้องให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ขณะที่ผู้ดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวก็ควรให้ความสำคัญกับป้ายบอกทาง-ป้ายข้อมูล เพื่อให้คำแนะนำและสื่อสารต่อนักท่องเที่ยวในการปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเหตุ “หลงป่า” ในไทยก็เกิดกรณีบ่อย ๆ จึงเป็นเรื่องที่ทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรตระหนัก ควร “ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย”เพิ่มขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเข้าไปในพื้นที่ป่า เข้าไปท่องเที่ยวในป่า…ก็ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพื้นที่นั้น ๆ อย่างเคร่งครัด ขณะที่หาก“หลงป่า”แล้วจะ “มีวิธีเอาชีวิตรอดเช่นไร?”ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” นำมาสะท้อนต่อ โดยเป็นข้อมูล “คำแนะนำ” ที่เผยแพร่ไว้ผ่าน เว็บไซต์ BackpackerGraphy : แบกกล้องท่องโลก ซึ่งได้มีการนำ “คู่มือการปฏิบัติตัวเมื่อหลงป่า” ของ หน่วยพิทักษ์ป่าสหรัฐอเมริกา (US Forest Service) มาแปลและเรียบเรียงไว้เพื่อให้คนทั่วไปได้ศึกษาเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัยเมื่อหลงป่าซึ่งเน้นที่ “S-T-O-P” โดยสังเขปนั้นมีดังนี้…

    เริ่มจาก… S-Stop หรือ “หยุดทันที”เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าพลัดหลงกับกลุ่ม หรือหลงทิศทาง ให้หยุดเดินและสงบสติอารมณ์ เพราะการตื่นตระหนกจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง, T-Think หรือ “คิด” ให้คิดทบทวนช่วงเวลาก่อนหน้าว่ามาอยู่จุดนี้ได้อย่างไร มีแยกหรือป้ายบอกทางก่อนหน้าหรือไม่ และสำรวจสภาพแวดล้อม ถ้าไม่มีเหตุผลจำเป็นอย่าพยายามเคลื่อนที่จากตำแหน่งปัจจุบัน กับมองหาจุดสังเกตสำคัญ, O-Observe หรือ สังเกต” ถ้ามีเข็มทิศและใช้ได้ก็นำมาระบุตำแหน่งปัจจุบันและกำหนดทิศทาง อย่าเดินแบบไร้จุดหมาย, P-Plan หรือ “วางแผน” นำข้อมูลจาก S-T-O มาวิเคราะห์วางแผน เลือกแผนที่เป็นไปได้มากที่สุด แต่ถ้าไม่มั่นใจให้อยู่กับที่และพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เช่น เป่านกหวีด เพราะถ้าเดินไปเรื่อย ๆ โดยไร้ทิศทางจะทำให้ทีมค้นหากู้ภัยทำงานยากขึ้น ซึ่งหากได้รับบาดเจ็บ หมดแรง หรือเมื่อมืด ให้หาที่ปลอดภัยเพื่อค้างคืน

    นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า… เมื่อ “หลงป่า” ให้ หยุดพักเป็นช่วง ๆ ระหว่างเดิน อย่าฝืนเดินจนหมดแรงถ้ามีอาหารกินก็ให้เริ่มเดินต่อหลังหยุดพักกินไป 30 นาที ป้องกันไม่ให้จุกเสียด ถ้ามีน้ำดื่มก็ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่าให้เกิดอาการขาดน้ำ ที่สังเกตุได้จากปากแห้ง ไม่ปัสสาวะหรือปัสสาวะมีสีเข้ม ผิวแห้งตัวเย็น ปวดหัว เป็นตะคริว และ ควรหยุดเพื่อแก้ปัญหาเล็กน้อยระหว่างทาง อย่าปล่อยจนเป็นปัญหาใหญ่ เช่น เชือกรองเท้าหลุด ถ้าเดินต่ออาจสะดุดล้มจนบาดเจ็บได้ หรือถ้าร้อนจัดควรหาร่มไม้เพื่อนั่งพัก รอจนอากาศเย็นลงจึงค่อยเริ่มเดินต่อ …เหล่านี้เป็นข้อมูลโดยสังเขปที่กูรูผู้รู้แนะนำไว้

    หลงป่า”แม้ว่าเป็น “เรื่องไกลเมือง”

    มิใช่เรื่องการเมือง” ก็ “อาจใกล้ตัว”

    โดย “คู่มือรอดสนใจไว้ด้วยก็ดี!!”.

    ทีมสกู๊ปเดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5101120/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rL4mUlhw7CM1K28hZSGZ3

  • โกรกอีดก น้ำตกที่สูงที่สุดในภาคกลาง ไม่มีรถส่วนตัวก็ไปได้

    โกรกอีดก น้ำตกที่สูงที่สุดในภาคกลาง ไม่มีรถส่วนตัวก็ไปได้

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/qE5ZV0X1DR4k&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14nEDxF4ru7ixLY28GV7BX

  • ททท.จ่อชงรัฐบาลอนุทิน ออกโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง กระตุ้นท่องเที่ยวไทย | เดลินิวส์

    ททท.จ่อชงรัฐบาลอนุทิน ออกโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง กระตุ้นท่องเที่ยวไทย | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5104884/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R3pj-gv4OG6ev8w072JVQ

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ต่ำเป้าเหลือ 32.2 ล้านคน หลังหดตัวต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ต่ำเป้าเหลือ 32.2 ล้านคน หลังหดตัวต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวไทย คาดว่า ทั้งปี 68 ต่างชาติเที่ยวไทยอาจอยู่ที่ 32.2 ล้านคน หดตัว 9% จากปี 67 แม้จะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวท้ายปี แต่หลายปัจจัยลบยังอยู่

    ในเดือนส.ค. 68 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยหดตัวเป็นเดือนที่ 7 ภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันออกเที่ยวไทยลดลง ทำให้ 8 เดือนปี 68 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยหดตัว 7% (YoY) โดยนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันออกเที่ยวไทยลดลง ขณะที่ภูมิภาคอื่นยังขยายตัว แต่จำนวนไม่พอที่จะชดเชยให้ตลาดพลิกเป็นบวก

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/528822&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1b8gYFO4EM-72VpZ4lUqqq

  • เที่ยวชมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 ครบรอบ 100 ปี ที่วัดสุทัศนเทพวราราม

    เที่ยวชมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 ครบรอบ 100 ปี ที่วัดสุทัศนเทพวราราม

              เชิญชวนร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร

              เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติขึ้นอย่างงดงามและทรงคุณค่า เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ชวนสัมผัสบรรยากาศแห่งความรื่นเริง อิ่มเอมใจ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าไปพร้อมกันในเวลาเดียวกัน

    เที่ยวกรุงเทพฯ 
    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 จัดวันไหน

              ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร : TAT Bangkok Office แจ้งกำหนดการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ในวันที่ 20-27 กันยายน 2568 ณ วัดสุทัศนเทพวราราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 วัดสุทัศนเทพวราราม

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร : TAT Bangkok Office

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 มีกิจกรรมอะไรบ้าง

              สำหรับการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 ในครั้งนี้มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้เข้าร่วมมากมาย ได้แก่ 

    • พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล

    • พิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

    • นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ถ่ายทอดพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ

    • การแสดงเฉลิมพระเกียรติ และการสาธิตมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

    • นิทรรศการสวนแสงที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา

    • กิจกรรม Night Museum ณ พิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร)

    • กิจกรรมนพปูชนีย์ และการประกวดโต๊ะหมู่บูชา “หมู่ 9”

    • ร้านค้าจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ พร้อมการประดับไฟตกแต่งโดยรอบวัด

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 วัดสุทัศนเทพวราราม

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 ตารางกิจกรรม

              สำหรับการจัดตารางกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 มีดังนี้

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 วัดสุทัศนเทพวราราม

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร : TAT Bangkok Office

              กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 8 นับเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกคนจะได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมสัมผัสบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจและความอบอุ่นใจในทุกกิจกรรม เชิญชวนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถวายความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงกัน ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ เที่ยวกรุงเทพ ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view294913.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3a_77BywaLQ0hjfmB0_QAE