Category: ท่องเที่ยว

  • ชิงไห่จัดกิจกรรมท่องเที่ยวธีม ‘แม่น้ำเหลือง’ รับวันท่องเที่ยวจีน

    ชิงไห่จัดกิจกรรมท่องเที่ยวธีม ‘แม่น้ำเหลือง’ รับวันท่องเที่ยวจีน

    ซีหนิง, 27 พ.ค. (ซินหัว) — กิจกรรมท่องเที่ยวในธีม “แม่น้ำเหลืองอันบริสุทธิ์” (Pure Yellow River) ได้เปิดฉากขึ้นที่อุทยานธรณีโลกแห่งยูเนสโก (UNESCO) ข่านปู้ลาในมณฑลชิงไห่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อเฉลิมฉลองวันท่องเที่ยวจีนประจำปี 2026 โดยมีคาราวานขับรถท่องเที่ยวด้วยตัวเองจาก 9 มณฑลตลอดลุ่มแม่น้ำเหลือง ผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม และนักท่องเที่ยว มารวมตัวกันเพื่อสัมผัสความงดงามทางระบบนิเวศและวัฒนธรรมอันหลากหลายของพื้นที่แห่งนี้

    อุทยานธรณีโลกข่านปู้ลาครอบคลุมพื้นที่ 3,149 ตารางกิโลเมตร และมีแหล่งมรดกทางธรณีวิทยาที่โดดเด่นถึง 176 แห่ง ควบคู่ไปกับป่าดึกดำบรรพ์ม่ายซิ่ว (Maixiu virgin forest) นอกจากนี้ยังมักพบเห็นสัตว์ป่าหายาก เช่น เสือดาวหิมะและมิงค์ในพื้นที่แห่งนี้ด้วย โดยเมื่อเดือนเมษายน 2025 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้ข่านปู้ลาเป็นหนึ่งในเครือข่ายอุทยานธรณีโลกอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ข่านปู้ลากลายเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่สองของมณฑลชิงไห่

    ภายในงานมีการจัดแสดงวิดีโอประชาสัมพันธ์ที่ถ่ายทอดทัศนียภาพอันงดงามตระการตาตลอดลุ่มน้ำเหลืองในมณฑลชิงไห่ ซึ่งรวมถึงภูเขาหิมะ ภูมิลักษณ์ตานเสีย หุบเขา และทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ และเพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามเหล่านี้อย่างเต็มที่ จึงมีการเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวแบบบูติก ที่เชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเข้าด้วยกัน อาทิ ต้นกำเนิดของแม่น้ำเหลือง ภูมิลักษณ์ตานเสียแห่งข่านปู้ลา หุบเขาหลงหยาง และหุบเขาเหอหวง

    นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวแพ็กเกจโปรโมชันท่องเที่ยวเนื่องในวันท่องเที่ยวแห่งชาติจีนประจำปี 2026 โดยข้อเสนอสุดพิเศษเหล่านี้รวมถึงส่วนลดค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ทั่วทั้งมณฑล คูปองส่วนลดเพื่อการอุปโภคบริโภคด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ส่วนลดค่าที่พักและโฮมสเตย์ รวมถึงราคาพิเศษสำหรับบัตรเข้าชมการแสดงต่าง ๆ

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดตลาดนัดท้องถิ่นที่รวบรวมผลิตภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และสินค้าเกษตรแปรรูปชนิดพิเศษที่หลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจ โดยสินค้าดั้งเดิมอย่าง  “โยเกิร์ตนมจามรี” ได้กลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่นักท่องเที่ยวเลือกซื้อเนื่องจากอุทยานธรณีโลกแห่งยูเนสโก ข่านปู้ลา เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้น

    ชาวบ้านรายหนึ่งที่มาร่วมออกร้านในงานกล่าวว่า การจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองดั้งเดิมเหล่านี้ช่วยสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนเป็นจำนวนมาก และการพัฒนาการท่องเที่ยวก็มีส่วนช่วยให้เอกลักษณ์ของหมู่บ้านทิเบต ข้ามผ่านขุนเขาที่โอบล้อมและขยายไปสู่โลกภายนอกได้อย่างสำเร็จ 

    (แฟ้มภาพซินหัว : ท่าเรือในอุทยานธรณีโลกแห่งยูเนสโก ข่านปู้ลา)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/3941849/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xBV8VhC3PaxSNAxscpppi

  • “บริโภค-ลงทุนเอกชน ท่องเที่ยว” ยังเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจภูมิภาค เม.ย.ขยายตัวดี : อินโฟเควสท์

    “บริโภค-ลงทุนเอกชน ท่องเที่ยว” ยังเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจภูมิภาค เม.ย.ขยายตัวดี : อินโฟเควสท์

    นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคเดือนเม.ย.69 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคใต้ ตะวันออก และภาคตะวันตก ขณะที่การท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ในภาคตะวันตก และ กทม. และปริมณฑล

    • เศรษฐกิจภาคใต้

    มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรที่ขยายตัวได้ดี

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ 10.6% 31.9% 12.2% และ 1.8% ต่อปี ตามลำดับ

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 12.6% และ 19.9% ต่อปี ตามลำดับ

    – เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 75.2 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 77.9

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ -2.7% และ -5.0% ต่อปี ตามลำดับ

    • เศรษฐกิจภาคตะวันออก

    มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี และการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรที่ขยายตัวได้

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ 31.3% 9.1% 4.5% และ 1.0% ต่อปี ตามลำดับ

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 38.9% ต่อปี ขณะที่จำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -11.6% ต่อปี แต่ขยายตัวที่ 10.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล

    – เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 89.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 91.6

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ 1.0% ต่อปี รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ -6.2% ต่อปี

    • เศรษฐกิจภาคตะวันตก

    มีปัจจัยสนับสนุนจากการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภคที่ขยายตัวได้ดี การบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทน และการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 15.2% 9.3% และ 3.2% ต่อปี อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกรหดตัวที่ -7.6% ต่อปี

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -0.9% ต่อปี แต่ขยายตัวที่ 19.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล อย่างไรก็ตาม จำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -38.4% ต่อปี

    – เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 95.7 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 98.2

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ 1.4% และ 1.0% ต่อปี ตามลำดับ

    • เศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    มีปัจจัยสนับสนุนจากการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภคที่ขยายตัวได้ดี

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ และจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 11.8% และ 1.9% ต่อปี ขณะที่จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรหดตัวที่ -2.3% และ -7.1% ต่อปี

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -20.5% และ -10.9% ต่อปี ตามลำดับ แต่ขยายตัวที่ 8.0% และ 13.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล

    – เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 63.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 65.7

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากรายได้จากผู้เยี่ยมเยือน ขยายตัวที่ 1.9% ต่อปี ขณะที่จำนวนผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ -0.4% ต่อปี

    • เศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑล

    มีปัจจัยสนับสนุนจากการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภค การบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทน และการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 5.5% 5.9% และ 5.5% ต่อปี ขณะที่รายได้เกษตรกรหดตัวที่ -4.5% ต่อปี

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ หดตัวที่ -8.1% ต่อปี แต่ขยายตัวที่ 1.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล อย่างไรก็ตาม จำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -36.6% ต่อปี

    เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 95.7 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 98.2

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ 1.8% และ 0.6% ต่อปี

    • เศรษฐกิจภาคเหนือ

    มีปัจจัยสนับสนุนจากการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภคที่ขยายตัวได้

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ และจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 4.6% และ 1.6% ต่อปี ขณะที่จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรหดตัวที่ -7.0% และ -4.3% ต่อปี

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -17.0% ต่อปี แต่ขยายตัวที่ 33.9% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาล อย่างไรก็ตาม จำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ -25.2% ต่อปี

    – เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 89.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 91.7

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือน หดตัวที่ -0.2% และ -0.2% ต่อปี

    • เศรษฐกิจภาคกลาง

    มีปัจจัยสนับสนุนจากภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทน และการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรที่ขยายตัวได้

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 23.6% และ 1.4% ต่อปี ขณะที่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ และรายได้เกษตรกรหดตัวที่ -4.6% และ -3.0% ต่อปี

    – เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ 15.5% และ 0.8% ต่อปี

    – เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 95.7 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ระดับ 98.2

    – เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ -1.9% ต่อปี แต่ขยายตัวที่ 5.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล อย่างไรก็ตาม รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ -1.5% ต่อปี

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/596886&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2erhbAeiFveWEQPL7pwiib

  • ยโสธรเปิดฟาร์มสเตย์เฟส 2 ดันท่องเที่ยวเชิงเกษตร ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

    ยโสธรเปิดฟาร์มสเตย์เฟส 2 ดันท่องเที่ยวเชิงเกษตร ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/150594&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pApogvTo_TffREueiZmEz

  • คลัง เผยส่งออก-ท่องเที่ยวในปท. ยังเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจไทย เม.ย. จับตาความไม่แน่นอนตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    คลัง เผยส่งออก-ท่องเที่ยวในปท. ยังเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจไทย เม.ย. จับตาความไม่แน่นอนตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนเม.ย.69 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนเม.ย.69 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงชะลอตัว

    ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาท ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้า และเศรษฐกิจไทย

    • เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน

    มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนเม.ย.69 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 8.8% และ 3.7% ตามลำดับ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนเม.ย.69 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.6 โดยได้รับปัจจัยกดดันจากความกังวลของผู้บริโภคต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน รวมถึงราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค

    อย่างไรก็ดี ประชาชนมีความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่วนรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนเมษายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.4%

    • เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน

    มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนเม.ย.69 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 27.9% ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนเม.ย.69 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -11.3% สำหรับการลงทุนภาคเอกชนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ ในเดือนเม.ย.69 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -0.2%

    • มูลค่าการส่งออกสินค้า ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน

    โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนเม.ย.69 อยู่ที่ 31,583.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ที่ 23.1% และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมัน และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัว 25.7% ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเกษตร

    ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะในตลาดทวีปออสเตรเลีย สหรัฐฯ อาเซียน (5) และญี่ปุ่น

    • เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน

    โดยเฉพาะบริการด้านการท่องเที่ยว จากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย กลับมาขยายตัว โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนเม.ย.69 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม จำนวน 2.37 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -7.0% ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 25.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 2.7%

    ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนเม.ย.69 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.2% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ยางพารา ข้าวโพด และหมวดไม้ผล อย่างไรก็ดี ผลผลิตปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง ลดลงจากเดือนก่อน

    สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ในเดือนเม.ย.69 ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -0.4% ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนเม.ย.69 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 85.3 โดยได้รับปัจจัยกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานและราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานในภาคอุตสาหกรรม

    • เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี

    สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนเม.ย.69 อยู่ที่ 2.89% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 0.83% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 66.4% ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ ตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

    สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 286.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/596875&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw037li2Br-fp7pkRqGuqrc3

  • 4 สส.กระบี่ ยื่น คมนาคม ขอเพิ่มเที่ยวบินค่ำ “กระบี่-ดอนเมือง” หนุนท่องเที่ยว | TOPNEWS

    4 สส.กระบี่ ยื่น คมนาคม ขอเพิ่มเที่ยวบินค่ำ “กระบี่-ดอนเมือง” หนุนท่องเที่ยว | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569  4 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอให้พิจารณาเพิ่มเที่ยวบินเส้นทาง “ดอนเมือง-กระบี่” และ “กระบี่-ดอนเมือง” ในช่วงเวลาหลัง 18.00 น. หลังได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวว่าประสบปัญหาการเดินทาง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด โดย นายกิตติ กิตติธรกุล หรือ “สส.หนึ่ง” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ สส.จังหวัดกระบี่ ยื่นหนังสือถึง นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้พิจารณาเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

    ทั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ รวมถึงพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยว และผู้ใช้บริการสายการบินในจังหวัดกระบี่และพื้นที่ใกล้เคียง ถึงปัญหาความไม่สะดวกในการเดินทางทางอากาศ โดยปัจจุบันไม่มีเที่ยวบินให้บริการในเส้นทาง “ดอนเมือง-กระบี่” และ “กระบี่-ดอนเมือง” ในช่วงเวลาหลัง 18.00 น. ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินทางต่อเชื่อมธุรกิจ การท่องเที่ยว หรือเดินทางฉุกเฉินในช่วงค่ำ

    สส.กระบี่ ระบุเพิ่มเติมว่า การเพิ่มเที่ยวบินในช่วงเวลาดังกล่าว จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดกระบี่และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของฝั่งอันดามัน พร้อมขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงคมนาคมให้เร่งพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อรองรับความต้องการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต

    ประดิษฐ์ รอดเกิด ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.กระบี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1586491&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1aFogoUvrlSaDPpSe1wvOO

  • ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    วันเดย์ทริป (One Day Trip) วันนี้เรามากันที่ คลองบางหลวง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เพื่อพบกับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น จักรยานน้ำ 

    ในกิจกรรม ECO Hero @ คลองบางหลวง โครงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในชุมชนริมคลอง โดย สิรินาถ ฉัตรศุภกุล ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานคร

    โดยมีเหล่าสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าร่วมงาน

    ปั่น คลอง : ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเสริมสร้างพลังชุมชน

    “ก่อนหน้านี้ บริษัท ปั่นคลอง ทำธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานในเมือง ดูแลเรื่องท่าเรือของ กรุงเทพมหานคร และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ

    จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวด้วยการปั่น จักรยานน้ำ เกิดจากความสนุกของกลุ่มเพื่อนที่ชอบคลอง

    แต่ก่อนเราเคยมองคลองว่าเป็นเพียงเส้นทางเดินทาง แต่ตอนนี้เรามองว่ามันคือ ชุมชน

    เราเลยคิดต่อว่าจะทำยังไงให้คลองยั่งยืนและเกิดเศรษฐกิจที่รักษ์โลก จึงเกิดเป็นโครงการนี้ขึ้นมา”

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    คฑาธิป ศรมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปั่นคลอง (ประเทศไทย) จำกัด พูดถึงความเป็นมาของปั่นคลอง ในคลองบางหลวง ให้ฟัง

    “แนวคิดหลักของ ปั่นคลอง คือ เราพยายามรวมเรื่องการเดินทาง จักรยาน และเรือเข้าด้วยกัน จนออกมาเป็น จักรยานน้ำ หรือจักรยานปั่นในคลอง

    เราไม่ได้ขายแค่การปั่นจักรยาน แต่เรา ขายประสบการณ์ โดยจะเปิดเส้นทางใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ เริ่มต้นที่นี่ (คลองบางหลวง) เป็นที่แรก

    เราเน้นทำใน คลองเล็ก พาหนะเหล่านี้เข้าถึงได้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นธรรมชาติและร่วมอนุรักษ์ไปพร้อมกับชุมชน

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    เป้าหมายในอนาคตของโครงการนี้ เราจะขยายโมเดลนี้ไปตามคลองที่มีตลาดซึ่งเริ่มซบเซา เพื่อไป ฟื้นฟูชุมชน ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

    สิ่งสำคัญที่สุดคือ ชุมชนต้องได้ประโยชน์ พนักงานของเราทุกคนจะเป็น เด็กในชุมชนนั้น ๆ เพราะเรามองว่าชุมชนคือลูกหลาน เราอยากให้เขามีงาน มีรายได้ และมีอาชีพติดตัว

    เราพยายามให้ทุกอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย ทำเป็น สีเขียว (Green) ให้มากที่สุด ไม่ใช้เครื่องยนต์ หรือถ้าจำเป็น ก็ใช้ EV (พลังงานไฟฟ้า) เพื่อลดเสียงและไม่ทำลายธรรมชาติ

    เราตระหนักว่าหลังบ้านริมน้ำคือหน้าบ้านของชาวบ้าน เราจึงมีป้ายบอกตลอดทางว่า ต้องเงียบ เพื่อไม่ให้รบกวนผู้อยู่อาศัย

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    สำหรับผู้ที่สนใจ มาร่วมปั่น จักรยานน้ำ ได้ที่ วัดกำแพงบางจาก ตลาดน้ำคลองบางหลวง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 

    การเดินทาง ง่ายมาก นั่งรถไฟไฟฟ้ามาลง สถานีบางไผ่ (MRT) จะใกล้ที่สุด แล้วเดินเข้าซอยเพชรเกษม 20 หรือ 28 มาประมาณ 800 เมตร หรือมาจากสถานีบางหว้า ก็ได้

    เราเปิดทุกวัน ราคาเท่ากัน ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง

    ช่วงเช้า 10:00 – 16:00 น. ราคา 200 บาท ต่อครึ่งชั่วโมง

    ช่วงเย็น 16:30 – 18:30 น. ราคา 300 บาท ต่อครึ่งชั่วโมง

    ช่วงเย็นจะได้รับความนิยมมาก เพราะวิวสวย แสงดี ไม่ร้อน และหลังจาก 17:00 น. เรือท่องเที่ยวจะน้อยลง ทำให้ถ่ายรูปสวย มีฉากหลังเป็นตลาดและแสงไฟ เป็นเสน่ห์อีกแบบ

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ความแตกต่างของการปั่น จักรยานน้ำ กับ พาย SUP (Stand Up Paddleboard) คือ ตัวเราไม่เปียกน้ำ แต่อาจจะเปียกเหงื่อบ้างเพราะได้ออกกำลังกาย

    เรามีเสื้อชูชีพให้ใส่เพื่อความปลอดภัย บางคนปั่นก็ไม่เปียกเลย เว้นแต่จะมีปลากระโดดใส่

    สำหรับมือใหม่ ครึ่งชั่วโมงถือว่ากำลังดี เพราะถ้าปั่นนานกว่านั้นบางคนอาจจะไม่ไหว

    อยากให้ทุกคนลองมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเที่ยวคลองที่ทั้งสนุกและได้ช่วยชุมชนไปพร้อม ๆ กัน”

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    จากการได้สัมผัสกับ จักรยานน้ำ ลำหนึ่งไปได้สองคน คนแรกเป็นคนปั่น คนที่สองนั่งข้างหน้า แต่ไม่มีที่วางเท้า ต้องกางขาวางไว้สองข้าง พร้อมกับตระกร้าหนึ่งใบและไม้ตะแกรงช้อนขยะ 

    เราไปกันตอนเช้า แดดจ้า วิวสว่างสดใส เก็บขยะมาแล้ว ขึ้นท่าเรือมาก็ต่อด้วยขั้นตอนแยกขยะ ใส่ตามถังสีต่าง ๆ นับว่าเป็นการท่องเที่ยวที่ดี ได้ออกกำลังกาย และรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วยในตัว

    คลองบางหลวง

    ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี บริเวณเดียวกันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง คลองบางหลวง ทำให้เราได้มาท่องเที่ยวอีกที่หนึ่ง ร้านอาหารมากมาย คาเฟ่เยอะแยะ ท่ามกลางบรรยากาศริมคลอง มีเรือแล่นผ่าน มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำ มีวัดกำแพงบางจาก บ้านศิลปิน วัดคูหาสวรรค์ ให้เยี่ยมชม

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ภูมิใจ การ์เด้น : สวนมีชีวิต สู่พิพิธภัณฑ์ยั่งยืน

    ในช่วงบ่ายเราเดินทางต่อไปที่เขตจอมทอง เพื่อไปท่องเที่ยว ชมสวนใหญ่ ที่ร่มรื่น ที่ ภูมิใจ การ์เด้น 

    สวนลิ้นจี่ 100 ปีที่สืบสานวิถีชวนสวนและวัฒนธรรมดั้งเดิม มีการเปิด Café ร้านกาแฟริมคลองบางขุนเทียน ให้นั่งชมวิว มีเรือวิ่งผ่าน มีกิจกรรมเวิร์คชอปขนมไทยให้ทำมากมาย

    เป็น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้ความรู้เรื่องการปลูกพืชผักผลไม้ต่าง ๆ นำมาใช้ทำอาหาร ทำยา เป็นภูมิปัญญาไทย ที่สืบทอดส่งต่อกันมาแล้วหลายรุ่น นับร้อยปี

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    “This is Living Museum…  Everything I proud to be here ดิฉันภูมิใจมากที่ได้อยู่ที่นี่ ตอนนี้เรากำลังส่งต่อให้คนรุ่นถัดไปเข้ามาดูแล ทั้งลูกชายและคนในครอบครัว เพื่อให้ธุรกิจและการดูแลท้องถิ่นที่นี่เป็นไปอย่างยั่งยืน

    ที่นี่มีเรื่องราวมาตั้งแต่สมัยก่อน อยากให้แขกที่มาเยือนได้เห็นความงามของที่นี่เหมือนในอดีต

    เรามี Welcome Drink เมนูเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง ตะลิงปลิงโซดา เป็นเมนูพิเศษ (Special) ของเรา ให้ดื่ม เพื่อสัมผัสกับความสดชื่นของพืชผลไม้ไทย

    ก่อนดื่มต้องคนก่อนนะคะ ให้ส่วนผสมข้างล่างขึ้นมามิกซ์กัน (Mix) แล้วจะอร่อยมาก”

    คุณแม่เอ๋ พรทิพย์ เทียนทรัพย์ ผู้ก่อตั้ง ภูมิใจ การ์เด้น พูดถึงความเป็นมาของที่นี่ให้ฟัง พร้อมกับนำชมสวนไปด้วย

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    ต้นลิ้นจี่ อายุ 100 กว่าปี   Cr. Kanok Shokjaratkul

    “นอกจากเครื่องดื่มแล้ว เรายังนำตะลิงปลิงไปทำเมนูอื่น ๆ อย่างเค้ก หรือชีสเค้กด้วยค่ะ

    วัตถุดิบทั้งหมดมาจากสวนของเราเอง เมนูไข่พะโล้ที่นี่ก็อร่อยมาก

    สวนคือซูเปอร์มาร์เก็ตที่บ้าน และพืชผักต่าง ๆ ในสวนก็เป็นทั้งอาหารและเป็นยาด้วย

    ผักทุกอย่าง คือวัตถุดิบหลักของครัวไทย และครัวไทยก็คือครัวของโลก

    การได้ทานอาหารจากต้นที่เราปลูกเองมันทำให้เจริญอาหารมาก

    ดิฉันอยากรักษาที่ดินผืนนี้ไว้ให้เป็นเหมือน Living Museum เพื่อที่จะโชว์ให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า ในสมัยก่อนกรุงเทพฯ เคยมีอากาศหนาว

    อย่างเมื่อ 8 ปีก่อน อุณหภูมิเคยลงไปถึง 15 องศาเซลเซียส แต่เดี๋ยวนี้โลกเปลี่ยนไป อากาศไม่หนาวเหมือนเดิมแล้ว เราจึงพัฒนาที่ดินผืนนี้และปลูกพืชที่หลากหลาย 

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน พื้นที่แถบนี้เคยเป็นสวนสีเขียวที่สวยงามมาก เป็นชุมชนที่น่าอยู่ แต่พอเมืองขยาย มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเข้ามา พื้นที่นี้เต็มไปด้วยขยะ

    เราจึงเริ่มพัฒนาที่ดินผืนนี้ ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยมีลูกชายเข้ามาช่วยกันฟื้นฟูให้กลับมาเป็นสวนสวยอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

    เราปลูกพืชที่หลากหลายผสมผสานกันในสไตล์สวนร่องสวน ทั้งขนุนและไม้อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดมา

    ย่านบางขุนเทียนมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับสถาปัตยกรรมและนวัตกรรมจากต่างประเทศมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 

    องค์ความรู้ต่างๆ จากประเทศจีนถูกนำมาปรับใช้ในย่านนี้ รวมถึงสไตล์ของสวนโบราณแห่งนี้ด้วย

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    เราจึงพยายามเก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลาน เพื่อให้เห็นว่าที่นี่ทำทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์แบบครบวงจร

    เราใช้แนวคิด บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ทำชุมชนของเราเป็น Real Community ที่เข้มแข็ง มีเด็ก ๆ ในชุมชนมาแสดงความสามารถเป็นประจำ ลูกสาวของดิฉันเองก็ช่วยสอนภาษาอังกฤษให้เด็ก ๆ

    การทำแบบนี้ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึกฝน เสริมสร้างความมั่นใจ และยังมีรายได้เสริมอีกด้วย

    นอกจากนี้ เวลาลูกค้าต้องการจัดกิจกรรมพิเศษหรือเซอร์ไพรส์ เราก็ใช้คนในชุมชนนี่ล่ะเป็นคนลงมือทำ

    ทางด้านผลผลิตทางการเกษตรของเรามีชื่อเสียงเรื่อง ลิ้นจี่ มีต้นลิ้นจี่ร้อยปีที่ยังมีชีวิตอยู่  เราให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ต้นไม้โบราณและการรักษาสิ่งแวดล้อม

    นอกจากลิ้นจี่แล้ว ก็มีมะนาว ส้มโอลูกใหญ่ ๆ ตะลิงปลิง ดอกไม้ที่นำมารับประทานได้

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    ภูมิใจ การ์เด้น  อยู่ติดกับคลองบางขุนเทียน   Cr. Kanok Shokjaratkul

    แขกที่มาเยี่ยมชมส่วนใหญ่จะเดินทางมาทางเรือ ไม่ว่าจะเป็นเรือสุภัทราหรือเรือหางยาว เพื่อมาสัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างจากใจกลางเมือง

    การทำสวนโบราณแห่งนี้ ถ้ามองแค่เรื่องรายได้จากการขายผลไม้อย่างเดียว เราอาจจะท้อใจ

    การเปลี่ยนแปลงผักผลไม้มาเป็นผลผลิต การได้แชร์ความสุข ให้กับผู้ที่มาเยือน คือความภูมิใจที่ได้รักษาต้นไม้โบราณและวิถีชีวิตแบบนี้ไว้

    เราเน้นปลูกพืชที่คนอื่นอาจมองว่าไม่มีค่าหรือเป็นวัชพืชให้กลายเป็นของมีราคา อย่างเช่น ผักหนาม ถ้าคนทำอาหารไม่เป็นจะมองว่าเป็นวัชพืช แต่ถ้าทำเป็นนี่คือ Rare item เอาไปดองจิ้มน้ำพริกกะปิอร่อยมาก

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    เวิร์คชอป ขนมไทย  Cr. Kanok Shokjaratkul

    เรามีต้น มะอึก คนในสมัยก่อนใช้มะอึกแทนมะเขือเทศ เอาไปทำน้ำพริกกะปิหรือใส่ในแกงเผ็ดเป็ดย่าง

    แต่เวลาจะทานต้องขูดขนออกก่อน พอมีมะเขือเทศเข้ามา คนหันไปใช้มะเขือเทศแทนเพราะขี้เกียจขูดขน

    การทำสวนแบบนี้ ปลูกครั้งเดียวแต่กินได้ตลอดชีวิต ต่างจากการปลูกผักสลัดที่ต้องปลูกซ้ำ ๆ คนที่อยากเริ่มทำเกษตรแบบนี้ ต้องรักทั้งการปลูกและรักการทำอาหาร มันถึงจะไปด้วยกันได้

    ที่สำคัญต้องศึกษาและทดลองจริง เพราะกว่าสวนจะสวยแบบนี้เราต้องผ่านการทดลองและทิ้งสิ่งที่ไม่สำเร็จไปเยอะมาก การทำเกษตรต้องรู้ใจพืชว่าแต่ละชนิดชอบแบบไหน เหมือนกับการเข้าใจคน”

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    เวิร์คชอป ขนมไทย : ตะโก้

    ชมสวนเสร็จแล้วมาทำขนมไทยกันต่อ ขั้นตอนมีสามส่วน 

    1 เตรียมกระทง ใส่ขนม 2 ทำตัวตะโก้ 3 ทำหน้าตะโก้

    ขั้นตอนแรก ทำกระทง : เราใช้ใบเตย มาพับให้เป็นสี่เหลี่ยม

    ขั้นตอนที่สอง ทำตัวขนม : ใส่แป้งถั่วเขียว น้ำตาล น้ำเปล่า ที่ตวงไว้แล้ว รวมกัน คนให้เข้ากัน แล้วตั้งไฟ เคี่ยวให้เข้ากันจนเดือด เหนียว เทใส่กระทงไว้ ประมาณ 90 เปอร์เซนต์ของกระทง

    ขั้นตอนที่สาม ทำหน้าตะโก้ : ใส่กะทิ แป้ง เกลือ รวมกัน คนให้เข้ากัน แล้วตั้งไฟ เคี่ยวให้เดือด พอเริ่มเหนียว ก็มาหยอดใส่ตัวขนม เพื่อให้ได้รสชาติที่ตัดกัน

    แล้วกลับบ้านพร้อมกับขนมตะโก้แสนอร่อย

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ท่องเที่ยววิถีใหม่ ปั่น ‘จักรยานน้ำ’ คลองบางหลวง ฟื้นฟูสายน้ำ

    Cr. Kanok Shokjaratkul

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1235948&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qXgYOUJaotNf7LkeSpF_C

  • ชัยนาทเตรียมจัดงาน ‘วันอัฏฐมีบูชารำลึก’ 6-8 มิ.ย.นี้ ส่งเสริมท่องเที่ยววิถีชุมชน

    ชัยนาทเตรียมจัดงาน ‘วันอัฏฐมีบูชารำลึก’ 6-8 มิ.ย.นี้ ส่งเสริมท่องเที่ยววิถีชุมชน

    ชัยนาทเตรียมจัดงาน วันอัฏฐมีบูชารำลึก และกิจกรรมส่งเสริมท่องเที่ยววิถีชุมชนเชิงสร้างสรรค์ เพื่อรำลึกถึงวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายน 2569 ณ วัดสรรพยาวัฒนาราม

    28 พฤษภาคม 2569 – ที่วัดสรรพยาวัฒนาราม อ.สรรพยา จ.ชัยนาท นายวิษณุ วิทยวราวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วย พระมหาสมศักดิ์ สกฺกธีโร เจ้าอาวาสวัดสรรพยาวัฒนาราม นางลัดดาวัลย์ ผาสุพันธ์ นายอำเภอสรรพยา และ นางสาวอนุชิดา อ้วนสกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยนาท ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานวันอัฏฐมีบูชารําลึกและกิจกรรมส่งเสริมวิถีการท่องเที่ยววิถีชุมชนเชิงสร้างสรรค์ ประจำปี 2569 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายน 2569 ณ วัดสรรพยาวัฒนาราม

    นายวิษณุ วิทยาวราวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า จังหวัดชัยนาท โดยสํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยนาท ได้ดําเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าทางการท่องเที่ยว ให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ สอดรับกับทิศทางและแนวโน้มตลาดยุคใหม่ โดยกระจายโอกาสในการสร้างรายได้ไปสู่ชุมชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน มุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ แต่ยังคงรักษาจุดเด่นของขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ตลอดจนให้คุณค่ากับสิ่งแวดล้อม

    วันอัฏฐมีบูชา คือวันสําคัญวันหนึ่งในพระพุทธศาสนา สืบเนื่องมาจากวันวิสาขบูชา เป็นวันระลึกถึงการถวายพระเพลิงพระบรมศพของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังปรินิพพานได้ 8 วัน ที่มกุฏพันธนเจดีย์ เมืองกุสินารา ซึ่งในประเทศไทยมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เป็นที่กล่าวถึง อยู่ 3 วัดด้วยกันคือ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง จังหวัดอุตรดิตถ์ วัดใหม่สุคนธาราม จังหวัดนครปฐม และวัดสรรพยาวัฒนาราม (วังหิน) จังหวัดชัยนาท ซึ่งได้ถูกบรรจุไว้ในปฏิทินท่องเที่ยวของจังหวัดชัยนาท

    โดยมีพระพุทธรูปปางกราบพระบรมศพซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในวิหารน้อย เป็นหัวใจสําคัญของงาน จึงเกิดงานวันอัฏฐมีบูชารําลึกและกิจกรรมส่งเสริมวิถีการท่องเที่ยววิถีชุมชนเชิงสร้างสรรค์ ประจําปี 2569 ภายใต้โครงการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชนเชิงสร้างสรรค์ โดยกําหนดจัดขึ้นในวันที่ 6-8 มิถุนายน 2569 เป็นจํานวน 3 วัน ตั้งแต่เวลา 15.00 น.- 22.00 น. ณ วัดสรรพยาวัฒนาราม อําเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท

    ภายในงานประกอบไปด้วยตลาดวิถีชีวิตชุมชน สินค้าของดีจังหวัดชัยนาท กิจกรรมประกวดการทําอาหารพื้นถิ่น(ห่อหมกปลาสวาย) ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรีสดโฟล์คของ ชมนิทรรศการวันอัฏฐมีบูชาราลึกและวิถีชีวิตชุมชนเมืองสาปยา การแสดงโขน ตอน “นารายณ์ปราบนนทก” จากวิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ การแสดงลิเกคณะ “ทองหยอด ลูกนารายณ์” การแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียง “พี่ สะเดิด”

    ไฮไลท์สำคัญของงานที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 คือ พิธีสวดพระอภิธรรมและเวียนเทียนเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และพลาดไม่ได้กับการเข้ารับชมการแสดง แสง สี เสียง สุดยิ่งใหญ่ อลังการ ชุด “อัฏฐมีบูชา มหาปรินิพพาน” ที่เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้ร่วมกันนำดอกมณฑารพ ไปวางในพิธีอัฏฐมีบูชาพระพุทธสรีระด้วย เพื่อรำลึกและถวายเป็นพุทธบูชา แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นอกจากนี้ยังสามารถเข้ารับชมและกราบพระพุทธรูปปางกราบพระบรมศพ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารน้อย ซึ่งมีไม่กี่แห่งในประเทศไทย และยังมี โรงพักเก่าสรรพยา ร.ศ.120 อาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่5 สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัด ที่เปิดให้เที่ยวชมทุกวัน

    ทั้งนี้ การจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีนี้ ทางจังหวัดชัยนาทมุ้งเน้นให้มีกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงการกระจายรายได้ไปยังชุมชนผู้ผลิตได้อย่างครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทานทางการท่องเที่ยวของจังหวัดชัยนาท นักท่องเที่ยวและผู้สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟสบุ๊ก “อัฏฐมีบูชารำลึก จังหวัดชัยนาท”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/1004096/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24XzHcU30b_nniG27EzNoN

  • สกลนครเปิด “เบิร์ดพาราไดซ์” ดันโดดร่มระดับโลก ปลุกท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุก

    สกลนครเปิด “เบิร์ดพาราไดซ์” ดันโดดร่มระดับโลก ปลุกท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุก

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/150447&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Nx68Toq2cvTwmR13zZgsd

  • ททท.จัดแข่งขันสีสันตะวันออกกอล์ฟพาราไดซ์

    ททท.จัดแข่งขันสีสันตะวันออกกอล์ฟพาราไดซ์

    ททท.จัดแข่งขันสีสันตะวันออกกอล์ฟพาราไดซ์

    วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.34 น.

    Tag :

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก  นำโดย นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรผู้บริหารสนามกอล์ฟชั้นนำของภาคตะวันออก ได้แก่ นายธนบูรณ์ ชนะรัตน์โสภณ ผู้จัดการทั่วไป สนามรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา, นายนิรันดร์ พิมพ์วงษ์ ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟเซ้นต์แอนดรูว์ 2000, นายธนะสิทธิ์ ราชสิงห์ ผู้จัดการทั่วไป สนามโลตัส วัลเล่ย์ กอล์ฟ รีสอร์ท และนางสาวณัฐนรี เบ้าพิมพา ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป สนามบางพระ กอล์ฟคลับ และบริษัท ทริปเปิลนายน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด พร้อมด้วยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และผู้แทนองค์กรผู้สนับสนุน จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวมหกรรมกอล์ฟยิ่งใหญ่แห่งปี “Color Of The East Golf Paradise 2026” สีสันตะวันออกกอล์ฟพาราไดซ์ อย่างเป็นทางการ ณ ห้องปาริชาติ โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน ถนนพระราม 9  กรุงเทพฯ ชูแนวคิด “Play Stay Save” เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ในช่วงนอกฤดูกาล ด้วยการจัดเต็มดีลสุดพิเศษและส่วนลดที่พักสุดคุ้ม เพื่อดึงดูดนักกอล์ฟและครอบครัวทั่วประเทศให้ร่วมปักหมุดเช็คอิน หวังสร้างรายได้หมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน

    นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะประธานการแถลงข่าว เปิดเผยว่า “ภูมิภาคภาคตะวันออกถือเป็นจุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวระดับสูง ด้วยความพร้อมด้านการคมนาคมที่สะดวกสบาย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันในฐานะ ‘World Class Golf Destination’ ซึ่งเคยรองรับทัวร์นาเมนต์ระดับสากลมาแล้ว ททท. จึงเล็งเห็นโอกาสสำคัญในการใช้กีฬากอล์ฟเป็น ‘แม่เหล็ก’ ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการเดินทาง พร้อมสร้างหมุดหมายการท่องเที่ยวใหม่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หรือ Green Season ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์และทัศนียภาพของสนามกอล์ฟมีความงดงามเป็นพิเศษ“ ททท. จึงได้จับมือร่วมกับภาคเอกชนเพื่อพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการกระตุ้นตลาด และดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพให้เกิดการเดินทางอย่างต่อเนื่อง ด้วยการชูกลยุทธ์  ‘PLAY STAY SAVE’ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกอล์ฟและครอบครัวโดยเฉพาะ ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมนี้ คือการมอบความคุ้มค่าแบบ Value Return ภายใต้แนวคิด “สมัครแข่งขัน รับทันทีคูปองส่วนลดที่พัก 800 บาท” สำหรับใช้บริการโรงแรมรีสอร์ตที่เข้าร่วมโครงการ โดยกิจกรรมนี้จะจัดการแข่งขันใน 4 สนามกอล์ฟชั้นนำ ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ของภาคตะวันออก ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง กันยายน 2569 เป้าหมายเพื่อเพิ่มการเดินทางท่องเที่ยวในช่วง Low Season กระจายเม็ดเงินสู่ผู้ประกอบการโรงแรม สนามกอล์ฟ และชุมชนอย่างทั่วถึง พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”

    สำหรับความพร้อมของสนามแข่งขัน ผู้บริหารจากทั้ง 4 สนามชั้นนำระดับตำนานและสนามยอดนิยมของภาคตะวันออก ได้แก่ สนามรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา, สนามกอล์ฟเซ้นต์แอนดรูว์ 2000, สนามโลตัส วัลเล่ย์ กอล์ฟ รีสอร์ท และสนามบางพระ กอล์ฟคลับ ต่างผนึกกำลังยืนยันความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยได้ดึงจุดเด่นของสภาพสนามในช่วง Green Season ที่มีความชุ่มชื้นและท้าทายในทุกอุปสรรค มาผสานเข้ากับการเตรียมความพร้อมด้านการให้บริการอย่างเต็มพิกัด เพื่อให้ครอบคลุมการดูแลตั้งแต่นักกอล์ฟไปจนถึงผู้ติดตาม ตอบโจทย์การพักผ่อนแบบครอบครัวตามคอนเซปต์ ‘Play Stay Save’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

    ภายในงานแถลงข่าวยังได้รับเกียรติจาก 3 อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ตัวแทนนักกอล์ฟ 3 ไลฟ์สไตล์ ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์และตอกย้ำเสน่ห์ของการออกรอบในภาคตะวันออก นำโดย คุณปรัตถกร ดวงสว่าง (ปีเตอร์) นักแสดงหนุ่มที่สะท้อนความครบเครื่องของพื้นที่ ซึ่งตอบโจทย์คนรุ่นใหม่สาย ‘Work Hard, Play Hard’ ได้อย่างลงตัว คุณ วรันธร สมกิจรุ่งโรจน์ (พิชซี่) ผู้ประกาศข่าวและตัวแทนสปอร์ตเกิร์ล ที่มาร่วมปลุกกระแสชวนสาวๆ ร่วมประชันวงสวิงให้คึกคักรับ Green Season ปิดท้ายด้วย คุณธนาวุฒิ นุชตเวชวงศ์ (ตู่) ผู้ประกาศข่าวกีฬาและตัวแทนแฟมิลี่แมน ที่มายืนยันว่าแคมเปญ Play Stay Save คือความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ‘ท่องเที่ยวออกรอบครอบครัวสุขสันต์’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    เพื่อเป็นการสร้างสีสันให้กับการแข่งขัน โครงการฯ ได้รับเกียรติจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ทรงคุณวุฒิในวงการยานยนต์ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านกีฬากอล์ฟ ร่วมสนับสนุนรางวัลในการแข่งขันทุกสนาม พร้อมกันนี้ โครงการยังได้รับการสนับสนุนรางวัลพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำมากมาย นำโดย รางวัล Hole in One ที่นอนเพื่อสุขภาพ Happiness Bedding Gen3 มูลค่า 149,000 บาท จากบริษัท พาวเวอร์ริช 2024 จำกัด พร้อมด้วยแพ็กเกจตรวจสุขภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับนักกอล์ฟ มูลค่า 13,800 บาท จากโรงพยาบาลพระรามเก้า นอกจากนี้ ยังมีรางวัลนวัตกรรมอุปกรณ์กอล์ฟสุดล้ำให้ร่วมลุ้นรับกลับบ้าน อาทิ พัตเตอร์ 100dB SOUND PUTTER และเครื่องฝึกซ้อม Putt Simulator จากบริษัท โปรกอล์ฟ เอเชีย จำกัด 

    กำหนดการแข่งขันกอล์ฟรายการ “Color Of The East Golf Paradise 2026” ทั้ง 4 สนาม สนามแรกวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569  สนามรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ  รีสอร์ท แอนด์ สปา นครนายก สนามที่ 2 วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569  สนามเซ้นต์แอนดรูว์ 2000 ระยอง  สนามที่ 3 วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 สนามโลตัส วัลเล่ย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ฉะเชิงเทรา  สนามที่ 4 วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 สนามบางพระ กอล์ฟ คลับ ชลบุรี

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/sport/967292&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WZl1l-bEJ0MeUw8vUtYQw

  • กรมการท่องเที่ยว ผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว ทลายเครือข่ายทัวร์จีนใช้ “มัคคุเทศก์เถื่อน” ลอบนำเที่ยวภูเก็ต จ่อปรับหนักบริษัททัวร์ต้นเหตุ

    กรมการท่องเที่ยว ผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว ทลายเครือข่ายทัวร์จีนใช้ “มัคคุเทศก์เถื่อน” ลอบนำเที่ยวภูเก็ต จ่อปรับหนักบริษัททัวร์ต้นเหตุ

    กรมการท่องเที่ยว ผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว ทลายเครือข่ายทัวร์จีนใช้ “มัคคุเทศก์เถื่อน” ลอบนำเที่ยวภูเก็ต จ่อปรับหนักบริษัททัวร์ต้นเหตุ

    (27 พ.ค.69) สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 เปิดปฏิบัติการเชิงรุกกวาดล้างมัคคุเทศก์ต่างชาติผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หลังได้รับเบาะแสพฤติการณ์น่าสงสัยของ ชาวต่างชาติสัญชาติจีน ที่แฝงตัวทำหน้าที่ไกด์นำเที่ยวให้แก่คณะนักท่องเที่ยวร่วมชาติโดยไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง

    โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เฝ้าสะกดรอยตามพฤติกรรมเป้าหมายอย่างใกล้ชิด เริ่มจากแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ติดตามจนไปสิ้นสุดที่ “แหลมพรหมเทพ” ในเวลา 17.00 น. ซึ่งระหว่างการติดตาม พบว่าชาวจีนรายดังกล่าว ได้ทำหน้าที่ดูแล อำนวยความสะดวก และบรรยายให้ความรู้แก่คณะนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 7 คน บนรถตู้นำเที่ยวอย่างชัดเจน เมื่อสบโอกาสที่เหมาะสม เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจสอบเอกสารหลักฐานสำคัญในที่เกิดเหตุ พบใบสั่งงานมัคคุเทศก์ภาษาไทยที่ออกโดยบริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่ง แต่กลับเว้นว่างในช่องระบุชื่อมัคคุเทศก์ไว้อย่างมีพิรุธ รวมถึงมีรายการนำเที่ยวภาษาจีนและรายชื่อนักท่องเที่ยวอยู่ในความครอบครอง ซึ่งถือเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่าบุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เสมือนมัคคุเทศก์โดยไม่มีสิทธิ

    จากการขยายผล เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวกรรมการผู้จัดการของบริษัทนำเที่ยวที่ปรากฏชื่อในใบสั่งงานมาให้ถ้อยคำด่วนที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต โดยผู้ประกอบการยอมรับต่อหน้าเจ้าพนักงานว่าทางบริษัทไม่ได้มีการจัดจ้างมัคคุเทศก์ไทยเดินทางไปกับคณะนักท่องเที่ยวชุดนี้แต่อย่างใด เป็นการปล่อยปละละเลยให้นักท่องเที่ยวเดินทางโดยปราศจากมัคคุเทศก์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

    สำหรับบทลงโทษทางคดีอาญา เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาหนักแก่ ชายชาวจีนรายดังกล่าว รวม 2 กระทง ได้แก่ ความผิดฐานทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 86 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560

    นอกจากนี้ ในส่วนของบริษัทนำเที่ยวที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สำนักงานทะเบียนฯ ได้เตรียมดำเนินการเอาผิดตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ฯ ในข้อหาไม่จัดให้มีมัคคุเทศก์เดินทางไปกับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดถึง 500,000 บาท โดยสำนักงานทะเบียนฯ จะดำเนินการตามกระบวนการปรับพินัยอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการเอาเปรียบและสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยต่อไป
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/72723&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MYbo4Ce626PXeRPksZB_J