Category: ท่องเที่ยว

  • ด่านเบตงคึกคัก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทาง เข้าออก คาดไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ต่อแถวประทับตราหนังสือเดินทางยาวเหยียด รถติดข้ามฝั่งถึงประเทศมาเลเซีย

    ด่านเบตงคึกคัก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทาง เข้าออก คาดไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ต่อแถวประทับตราหนังสือเดินทางยาวเหยียด รถติดข้ามฝั่งถึงประเทศมาเลเซีย

    ด่านเบตงคึกคัก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทาง เข้าออก คาดไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ต่อแถวประทับตราหนังสือเดินทางยาวเหยียด รถติดข้ามฝั่งถึงประเทศมาเลเซีย

    วันที่ 15 ก.ย.68 ที่ด่านพรมแดนเบตง บ้านกาแป๊ะฮูลู ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ต่อแถวเข้าคิวรอประทับตราหนังสือเดินทางผ่านแดนเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยจำนวนมาก ทำให้ท้ายแถวล้นออกมานอกอาคารด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง ในขณะที่ขาออกไปยังไประเทศมาเลเซีย ก็มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอำเภอเบตงก่อนหน้านี้ ต่อแถวเข้าคิวรอประทับตราหนังสือเดินทางผ่านแดนเดินทางกลับไปยังประเทศมาเลเซียจำนวนมากเช่นกัน ท้ายแถวล้นออกนอกอาคารยาวไปจนถึงอาคารด่านศุลกากรเบตง บริเวณลานจอดรถก็เต็มไปด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล รถบัส รถจักรยานยนต์ ของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จนหาที่จอดไม่ได้ ทำให้รถติดยาวเข้าไปยังฝั่งประเทศมาเลเซีย เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตชด. ทหาร และฝ่ายปกครอง ที่ประจำอยู่บริเวณด่านพรมแดนเบตง ก็ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับนักท่องเที่ยว จนแทบไม่ได้หยุดพักกันเลยทีเดียว คาดว่าวันนี้ตลอดทั้งวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านเข้าออกทางด่านพรมแดนเบตง เป็นจำนวนนับหมื่นคน และในช่วง หยุดยาวของประเทศมาเลเซียจะมีเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

    นางหยงผิง นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางมาจากกัวลาลัมเปอร์ กับสามีและลูกๆ เล่าว่า ช่วงนี้โรงเรียนในประเทศมาเลเซียปิด ประมาณ 10 วัน และทางการมาเลเซียได้กำหนดให้วันที่ 16 กันยายนของทุกปี เป็นวันมาเลเซีย เพื่อเฉลิมฉลองการจัดตั้งสหพันธรัฐมาเลเซีย โดยเมื่อวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 1963 เป็นสัญลักษณ์ของการรวมตัวกันระหว่างมาลายา บอร์เนียวเหนือ (ปัจจุบันคือซาบะฮ์) ซาราวัก เข้าร่วมสหพันธรัฐใหม่ของประเทศมาเลเซียนั้นเอง  จึงกำหนดให้เป็นวันหยุดพิเศษ ชาวมาเลเซียส่วนใหญ่จึงพาครอบครัว เดินทางมาเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ครอบครัวตนเลือกที่จะเดินทางมาเที่ยวที่อำเภอเบตง เพราะทราบจากเพื่อนที่เคยมาว่า บรรยากาศดี อาหารอร่อย แหล่งท่องเที่ยวสวยงาม ซึ่งขณะที่ขับรถมาถึงด่านบูกิตบือราปิต กิ่งอำเภอเปิงกาลันฮูลู รัฐเปรัค ก็เห็นรถชาวมาเลเซียที่ขับรถมาหลายคันย้อนกลับเพราะรถติดเป็นแถวยาว เมื่อพูดคุยก็ทราบว่า กว่าจะผ่านด่านทั้งฝั่งไทยและมาเลเซียก็คงต้องใช้เวลาอีกเป็นชั่วโมง มีคนมาเลเซียที่เคยเดินทางเข้ามาเล่าว่า เคยเสียเวลากับการผ่านด่าน 2-3 ชม. เลยทีเดียว แต่เนื่องจากตนมาไกล จึงยอมเสียเวลา เพื่อจะได้เข้ามาท่องเที่ยวตามที่ตั้งใจไว้

    ข่าว/ภาพ ธานินทร์ โพธิทัพพะ


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/57306&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GR0O8zRJogq5DfEHmIIhz

  • ช่วงฤดูร้อน ‘ฉู่ยุ่น (暑运)’ ในเซี่ยงไฮ้: เที่ยวบิน  ผู้โดยสารพุ่ง กระตุ้นโอกาสธุรกิจไทย

    ช่วงฤดูร้อน ‘ฉู่ยุ่น (暑运)’ ในเซี่ยงไฮ้: เที่ยวบิน ผู้โดยสารพุ่ง กระตุ้นโอกาสธุรกิจไทย

    ฉู่ยุ่น (暑运)’ คือช่วงเวลาของการเดินทางและคมนาคมช่วงปิดภาคฤดูร้อนของจีน โดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ผู้คนส่วนใหญ่มักเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว พักผ่อน หรือเยี่ยมญาติมิตร รวมทั้งนักเรียนนักศึกษาปิดภาคเรียน

    image.png

    ที่มาภาพhttps://www.iimedia.cn/c1088/106541.html

    ภาพรวมและข้อมูลสำคัญของฤดูร้อนปี 2568

    สำนักข่าว iimedia.cn รายงานว่า ในช่วงฤดูร้อนปี 2568 (ตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคม) สนามบินผู่ตงและหงเฉียวของนครเซี่ยงไฮ้ คาดว่าจะมีปริมาณเที่ยวบินรวมประมาณ 150,000 เที่ยวบิน (สนามบินผู่ตง 100,000 เที่ยวบิน และสนามบินหงเฉียว 50,000 เที่ยวบิน) ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะรองรับผู้โดยสารขาเข้าและขาออกรวม 24.55 ล้านคน (สนามบินผู่ตง 15.87 ล้านคน และสนามบินหงเฉียว 8.68 ล้านคน) โดยมีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยรายวัน 396,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7

    ความต้องการเดินทางที่หลากหลายและการเติบโตของเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความต้องการด้านการท่องเที่ยวและการบริโภคของชาวจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และวัตถุประสงค์ในการเดินทางมีความหลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมแล้ว ความต้องการในการเยี่ยมญาติมิตร การเดินทางเพื่อธุรกิจได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ “การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา” (Research-based Tourism) ได้รับความนิยมอย่างมาก ประเภทของกิจกรรมที่ผู้ตอบแบบสอบถามชื่นชอบมากที่สุดคือ การสัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น คิดเป็นร้อยละ 47.7 นอกจากนี้ การสำรวจทัศนียภาพทางธรรมชาติ การศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ถือเป็นอีกประเภทที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ข้อมูลช่วงฤดูร้อนของสนามบินทั้งสองแห่งในนครเซี่ยงไฮ้ยังยืนยันในประเด็นนี้ โดยปริมาณเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน สะท้อนถึงความต้องการในการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก การขยายตัวของความต้องการดังกล่าว ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนการพัฒนาของอุตสาหกรรมการบินเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจมหาศาลสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร ฯลฯ 

    กลยุทธ์ขยายเส้นทางบินและการยกระดับบริการของสนามบิน

    ในด้านของการขยายเส้นทางการบิน ในช่วงฤดูร้อนนี้ สนามบินเซี่ยงไฮ้ได้เปิดเส้นทางใหม่และเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินภายในประเทศไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น ซินเจียงและมองโกเลียใน ส่วนเส้นทางระหว่างประเทศได้เปิดเส้นทางใหม่ไปยังเมืองอัลมาตี ประเทศคาซัคสถาน และคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการฟื้นฟูและเพิ่มความถี่ของเส้นทางบินอีกหลายเส้นทาง ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองทางเลือกการเดินทางที่หลากหลายขึ้นของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ ผู้บริโภคจำนวนมากมีความเต็มใจที่จะลองจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวและเส้นทางบินใหม่ ๆ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายเส้นทางบินของสนามบินทั้งสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ในช่วงฤดูร้อนนี้

    นอกจากนี้ เพื่อรับมือกับจำนวนผู้โดยสารจำนวนมากในช่วงฤดูร้อน สนามบินผู่ตงได้ประกาศมาตรการบริการ ประการ เช่น “เวลาการเชื่อมต่อขั้นต่ำสำหรับการเปลี่ยนเครื่อง” “การผ่านพิธีการศุลกากรตลอด 24 ชั่วโมง” และโปรแกรม “浦乐GO (Pule GO) ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารได้อย่างมาก และลดความไม่สะดวกที่เกิดจากความล่าช้าของเที่ยวบินหรือการเปลี่ยนเครื่อง สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจของผู้โดยสารต่อบริการของสนามบินเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจบริเวณรอบสนามบินทางอ้อม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของการยกระดับบริการในการกระตุ้นการบริโภคใน “เศรษฐกิจช่วงฤดูร้อน”

    การสะท้อนกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นและโอกาสทางเศรษฐกิจ

    เมื่อพิจารณาในภาพรวมของ เศรษฐกิจฤดูร้อน’ ข้อมูลช่วงฤดูร้อนของสนามบินทั้งสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ยังสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อ เมื่อระดับรายได้ของผู้คนสูงขึ้น การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและการคมนาคมก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพวกเขายินดีที่จะเลือกวิธีการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้สายการบินเพิ่มการลงทุนในการเพิ่มความถี่ของเส้นทางบินและการปรับปรุงประสิทธิภาพของเที่ยวบิน ขณะเดียวกัน สิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้ารอบสนามบินก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แหล่งชอปปิงระดับไฮเอนด์ไปจนถึงร้านอาหารเฉพาะทาง จากแหล่งบันเทิงพักผ่อนไปจนถึงโรงแรมระดับหรู เพื่อตอบสนองความต้องการในการบริโภคของนักเดินทางทุกกลุ่ม

    การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารที่สนามบินผู่ตงและหงเฉียวของ เซี่ยงไฮ้ในช่วงฤดูร้อนปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักของเศรษฐกิจช่วงฤดูร้อนได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางบริบทที่ผู้คนที่มีความต้องการบริโภคด้านการท่องเที่ยวสูง มีวัตถุประสงค์ในการเดินทางที่หลากหลาย และมีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การขยายเส้นทางบินและการยกระดับบริการของสนามบินไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของตลาดเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนการพัฒนาที่ประสานกันของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการเสริมพลังงานใหม่ให้กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    ข้อคิดเห็นของสคต.เซี่ยงไฮ้

    การขยายตัวของเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารในช่วง ฉู่ยุ่น” ไม่เพียงแต่สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการบิน แต่ยังชี้ให้เห็นถึงโอกาสเชิงธุรกิจในตลาดที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากขึ้นในด้านธุรกิจบริการภายในสนามบิน เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือจุดจำหน่ายของที่ระลึก ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นสัญญาณอันชัดเจนว่าความต้องการมีแนวโน้มสูงขึ้น พื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินสามารถใช้โอกาสนี้ในการดึงดูดกลุ่มครอบครัวและนักศึกษาที่เดินทางพร้อมกันได้อย่างเป็นระบบ

    นอกจากนี้ การพัฒนาแพกเกจทัวร์เชิงการศึกษา หรือ Edu-tour เชื่อมโยงกับเส้นทางบินใหม่ ๆ หรือประสบการณ์ทางวัฒนธรรมภายในนครเซี่ยงไฮ้ ยังถือเป็นทางนำร่องที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ 

    จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้

    กันยายน 2568

    แหล่งที่มา

    https://www.iimedia.cn/c1088/106541.html

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/c6jle7hr59pfj0psd3zgqrl1&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GxE_73s3CEkS2XIOoJq2E

  • สวนนงนุชยกระดับ! เปิดอาณาจักรพุทธศิลป์รวมองค์แทนพระพุทธเจ้าจากทั่วโลก

    สวนนงนุชยกระดับ! เปิดอาณาจักรพุทธศิลป์รวมองค์แทนพระพุทธเจ้าจากทั่วโลก

    สวนนงนุชพัทยาเปิด “อาณาจักรแห่งการเรียนรู้พุทธศิลป์นานาชาติ” รวมองค์แทนพระพุทธเจ้า หวังปลูกฝังความรู้และศรัทธาให้เยาวชน

    พัทยา, 15 กันยายน 2568 — สวนนงนุชพัทยาเดินหน้าวิสัยทัศน์ “อาณาจักรแห่งแหล่งเรียนรู้ครบวงจร” เปิดพื้นที่การเรียนรู้ด้านพระพุทธศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดสร้างและรวบรวม “องค์แทนพระพุทธเจ้า” จากหลากหลายประเทศ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ทำความเข้าใจความงดงามของพุทธศิลป์ในบริบทวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันยังย้ำบทบาทสวนนงนุชในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงการศึกษาเคียงข้างสวนพฤกษศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อาหารไทย และสวนสัตว์ปูนปั้น ซึ่งเป็น 5 เสาหลักของแผนพัฒนาเชิงเนื้อหาที่วางไว้

    นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ยกเหตุผลสำคัญว่า โครงการนี้ตั้งใจ “ทำให้เด็กๆ เข้าถึงพระพุทธศาสนาในรูปแบบที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย และเห็นความงามของพุทธศิลป์จากนานาชาติ” ด้วยความเชื่อว่าการเห็นของจริงในบริบทย่อส่วน จะช่วย “ปลูกฝังความรัก ความศรัทธา และความเข้าใจหลักคำสอนที่ถูกต้อง” ตั้งแต่วัยเยาว์ และติดตัวไปสู่การเรียนรู้ที่ลึกซึ้งขึ้นเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต (อ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารที่สอดคล้องกับข่าวเผยแพร่ล่าสุดของสวนนงนุชพัทยาและสื่อท้องถิ่น)

    จาก “สวนสวย” สู่ “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” โครงเรื่องที่สวนนงนุชอยากเล่า

    เรื่องราวเริ่มที่คำถามง่ายๆ ว่า “เราจะทำให้พระพุทธศาสนาน่าสนใจสำหรับเด็กและคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร” คำตอบของสวนนงนุชคือการยก “โลกของพุทธศิลป์” มาไว้ในพื้นที่เดียว ให้ผู้ชมเดินผ่านเรื่องเล่าเชิงสัญลักษณ์ รูปทรง และสุนทรียะ จากหลากหลายภูมิภาค แล้วเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างด้วยสายตาตนเอง

    แนวคิดนี้สอดรับกับทิศทางการเป็น “อาณาจักรแห่งการเรียนรู้ครบวงจร” ของสวนนงนุช ซึ่งมี 5 ด้านหลัก ได้แก่ สวนพฤกษศาสตร์ สวนสัตว์ปูนปั้น ศิลปวัฒนธรรม อาหารไทย และพระพุทธศาสนา โดยด้านสุดท้ายถูกต่อยอดให้ชัดเจนขึ้นผ่าน “องค์แทนพระพุทธเจ้า” ที่ทำหน้าที่เหมือนห้องเรียนภาคสนามกลางแจ้ง ผู้ชมจึงไม่ได้เพียง “ดู” หากแต่ “เชื่อมโยง” ข้อมูลศิลปะ ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์วัฒนธรรมเข้าด้วยกัน (ข้อมูลทิศทางจากเว็บไซต์สวนนงนุชและบทความแนะนำพิพิธภัณฑ์พุทธคุโณปการ)

    ความคืบหน้าโครงการ 5 องค์แล้วเสร็จ และ 11 องค์อยู่ระหว่างดำเนินการ

    สวนนงนุชระบุว่า ขณะนี้ได้จัดสร้างองค์แทนพระพุทธเจ้าจากนานาชาติแล้ว 5 องค์ ได้แก่

    • พระโพธิสัตว์กวนอิม
    • พระศรีอริยเมตไตรย (อ้างอิงแรงบันดาลใจจากวัดในเกาหลีใต้)
    • พระสังกัจจายน์
    • พระพุทธรูป “เลจุน เซจาร์” จากเมียนมา
    • พระพุทธรูป “ไดบุตสึ” จากญี่ปุ่น

    นอกจากนี้ยังมี 11 องค์ อยู่ระหว่างทำงาน ซึ่ง 3 องค์ แรกที่แล้วเสร็จและทยอยเปิดให้ชม ได้แก่ พระพุทธรูปดอร์เดนมา (ภูฐาน), พระโจโวศากยมุนี (ทิเบต) และ พระพุทธรูปแห่งบามิยัน (อัฟกานิสถาน—ในฐานะองค์แทน/การระลึกถึง) รายละเอียดดังกล่าวยืนยันในข่าวเผยแพร่ของสื่อไทยท้องถิ่นและเว็บไซต์ข่าวเชิงสาธารณะ ซึ่งระบุวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็ก เยาวชน และนักท่องเที่ยวเข้าถึงความหลากหลายของพุทธศิลป์โลกในพื้นที่เดียว

    “เมื่อได้เห็นความงดงามของพุทธศิลป์จากหลายประเทศ เด็กๆ จะเกิดความรู้สึกชอบ เมื่อเติบโตขึ้นมาจึงเกิดความรักและความศรัทธาในหลักคำสอนที่ถูกต้อง” — นายกัมพล ตันสัจจา (อ้างอิงตามเนื้อหาข่าวประชาสัมพันธ์)

    ทำไมต้อง “องค์แทน” บทเรียนเชิงบริบทและการเทียบเคียง

    การจัดสร้าง “องค์แทน” มิได้เป็นเพียงการจำลองรูปเคารพ หากคือการ “ย่อโลก” ของคติ ความเชื่อ และรูปแบบศิลป์ที่สะท้อนรากวัฒนธรรมแต่ละภูมิภาคให้มาอยู่ในระยะสายตาเดียวกัน เด็กและผู้ชมจึงสามารถเทียบเคียง “ภาษาศิลป์” ได้โดยตรง ว่าทำไมพระพุทธรูปจากญี่ปุ่นจึงหนักแน่นเรียบง่าย เหตุใดพระโพธิสัตว์ในจีนจึงอ่อนช้อย และเหตุใดรูปเคารพจากหิมาลัยจึงเต็มไปด้วยรายละเอียดเชิงสัญลักษณ์ เมื่อมองผ่านเลนส์นี้ “องค์แทน” กลายเป็นตำราเรียนที่เดินเข้าไปอ่านได้

    เปิดเลนส์ดู 3 สัญลักษณ์สำคัญ ภูฐาน–ทิเบต–อัฟกานิสถาน

    1) พระพุทธรูปดอร์เดนมา (ภูฐาน) — ความศรัทธาที่โอบล้อมเมืองหลวง

    Great Buddha Dordenma ตั้งอยู่บนเนินเขาในทิมพู สร้างด้วย สำริดปิดทอง สูงราว 54 เมตร ก่อสร้างระหว่างปี 2006–2015 ภายในบรรจุพระพุทธรูปขนาดเล็กกว่า หนึ่งแสนองค์ ตามคติศรัทธา การมีอยู่ขององค์พระซึ่งมองเห็นได้เด่นชัดราวคุ้มครองเมืองทั้งเมือง จึงมีนัยทั้งเชิงสัญลักษณ์และทัศนภูมิประเทศที่น่าสนใจต่อการเรียนรู้ด้านภูมิสถาปัตยกรรมศาสนา

    2) พระโจโวศากยมุนี (ทิเบต) — ศูนย์กลางศรัทธาที่โยกย้ายมิได้

    Jowo Shakyamuni ประดิษฐานในวัดโจกัง เมืองลาซา และถูกยกย่องว่าเป็น “พระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของทิเบต” ความสำคัญอยู่ที่บทบาททางจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ของทิเบต มากกว่าขนาดหรือวัสดุ การศึกษาองค์นี้ช่วยเปิดมุมมองว่า “คุณค่าทางศาสนา” อาจวัดจากความทรงจำร่วมของสังคม และบทบาททางพิธีกรรม มิใช่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก

    3) พระพุทธรูปแห่งบามิยัน (อัฟกานิสถาน) — อนุสรณ์แห่งการคุ้มครองมรดกโลก

    พระพุทธรูปยักษ์สององค์ที่หน้าผาหุบเขาบามิยันถูกทำลายเมื่อปี 2001 จนเหลือเพียง “โพรงว่าง” ที่กลายเป็นสัญลักษณ์เตือนใจโลกให้ปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกของยูเนสโก ในชื่อ Cultural Landscape and Archaeological Remains of the Bamiyan Valley การสร้าง “องค์แทนเพื่อระลึกถึง” จึงมีนัยเชิงการศึกษา ว่าความสูญเสียทางวัฒนธรรมส่งผลอย่างไร และโลกเรียนรู้อะไรจากบทเรียนนี้

    สวนนงนุชในฐานะ “สะพาน” เชื่อมศิลป์–ศรัทธา–สังคม

    เมื่อองค์แทนจากภูมิภาคต่างๆ มาวางอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ชมจะเห็นว่า ศิลปะไม่ใช่สิ่งแช่แข็ง หากสัมพันธ์กับภูมิอากาศ วัสดุท้องถิ่น ประวัติศาสตร์การเมือง ศาสนาท้องถิ่น และการตีความคำสอน ทั้งหมดนี้ทำให้ “ศิลป์” กลายเป็น “กระจก” สะท้อนสังคม และทำให้ “ศรัทธา” กลายเป็น “บทสนทนา” ระหว่างคนต่างวัฒนธรรมได้อย่างสง่างาม

    สำหรับการท่องเที่ยวเชิงการศึกษา โครงการนี้เพิ่ม “ชั้นความหมาย” ให้การมาเยือนพัทยาและชลบุรี ซึ่งเดิมเป็นจุดหมายพักผ่อนตามธรรมชาติและวัฒนธรรมร่วมสมัย ขณะเดียวกันยังเปิดพื้นที่ให้ครู นักเรียน มหาวิทยาลัย และชมรมศิลปะ เข้ามาใช้พื้นที่เรียนรู้แบบ hands-on โดยผูกเรื่องกับรายวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ สังคมศึกษา และพลเมืองโลก

    มาตรฐานการเล่าเรื่องและความอ่อนน้อมต่อศาสนา

    สวนนงนุชตระหนักถึง “ความอ่อนไหวทางศาสนา” จึงวางกรอบการสื่อสารเชิงความรู้ควบคู่มารยาทการเยี่ยมชม เช่น การแต่งกายสุภาพ การเว้นระยะเหมาะสม การไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสองค์แทนโดยไม่จำเป็น รวมถึงการจัดป้ายความรู้สองภาษา เพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจที่มา ความหมาย และบริบทของแต่ละองค์อย่างเคารพ ซึ่งแนวปฏิบัติทำนองนี้ปรากฏในเอกสารแนะนำเชิงนิทรรศการของสวนนงนุชที่เน้นบทบาท “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” และ “ห้องเรียนกลางแจ้ง”

    ความต่อเนื่องของภารกิจ “ปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์”

    ใจกลางของโครงการคือคำว่า “เข้าถึงง่าย” เด็กจำนวนมากรู้จักพระพุทธเจ้าในฐานะบุคคลสำคัญทางศาสนา แต่ยังไม่รู้ว่า “พุทธศิลป์” ในแต่ละประเทศต่างกันอย่างไร การได้เห็นองค์แทนจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เมียนมา ภูฐาน ทิเบต ไปจนถึงอนุสรณ์แห่งบามิยันในอัฟกานิสถาน จะช่วยกระตุ้นให้ตั้งคำถามและค้นคว้า เช่น ทำไมกวนอิมจึงมีบุคลิกอ่อนโยน ทำไมไดบุตสึจึงเน้นความสุขุมมั่นคง หรือทำไมโจโวจึงเป็น “หัวใจของทิเบต” คำถามเหล่านี้คือเชื้อเพลิงของการเรียนรู้ระยะยาว

    “เราต้องการให้เด็กรู้สึกชอบก่อน แล้วความรักและความศรัทธาที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจจะตามมาเอง” — นายกัมพล ตันสัจจา กล่าวในทิศทางเดียวกับข่าวเผยแพร่

    อนาคตข้างหน้า จากองค์แทน สู่เครือข่ายการเรียนรู้ระดับภูมิภาค

    เมื่อองค์แทนชุดแรกทยอยเปิดครบ สวนนงนุชมีแนวโน้มจะขยายกิจกรรมประกอบผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ เช่น เวิร์กช็อปนำชมเชิงลึก การบรรยายสั้นสำหรับครอบครัว เสวนาเชิงวิชาการกับมหาวิทยาลัย และการพัฒนา guidebook ขนาดพกพา เพื่อช่วยครูและนักเรียนเตรียมตัวก่อนมาเยือน หากเกิดขึ้นจริง พื้นที่นี้จะค่อยๆ กลายเป็น “โหนดความรู้” เชื่อมโยงโรงเรียน ชุมชน และนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าหากัน

    ในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ องค์แทนยังเปิดโอกาสต่อยอดสู่งานออกแบบของที่ระลึกเชิงความรู้ คอนเทนต์ดิจิทัลแบบสั้น และสื่ออินเทอร์แอ็กทีฟที่เล่าความหมายของรูปทรงและสัญลักษณ์ ซึ่งจะทำให้เด็กและผู้ใหญ่ “เรียนรู้ซ้ำ” ได้แม้กลับถึงบ้านแล้ว โดยไม่ลดทอนความเคารพต่อศาสนา

    มองผ่านเลนส์เมืองท่องเที่ยว พัทยาที่ซับซ้อนกว่าเดิม

    พัทยาในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติอาจถูกมองด้วยภาพจำจำกัด โครงการแบบนี้ช่วย “ปรับโทน” เมืองให้ลุ่มลึกขึ้น เพิ่มมิติการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสอดรับพฤติกรรมผู้เดินทางรุ่นใหม่ที่แสวงประสบการณ์มีความหมาย การมีแลนด์มาร์กเชิงการศึกษาในพื้นที่สวนระดับโลกอย่างสวนนงนุช ซึ่งเดิมโดดเด่นด้านภูมิสถาปัตยกรรมและคอลเลกชันพืช ก็ยิ่งทำให้พัทยาเป็นปลายทางที่ครบเครื่องขึ้น (ข้อมูลภาพรวมแหล่งท่องเที่ยวจากบทความแนะนำการท่องเที่ยวพัทยาที่กล่าวถึงบทบาทสวนนงนุช)

    องค์แทนที่ “แทน” ได้มากกว่ารูปเคารพ

    โครงการ “องค์แทนพระพุทธเจ้านานาชาติ” ของสวนนงนุชพัทยาไม่ใช่แค่การจัดวางรูปเคารพให้คนมาถ่ายรูป หากเป็น “บทเรียนมีชีวิต” ที่วางอยู่กลางเมืองท่องเที่ยว เพื่อให้เด็ก เยาวชน และผู้มาเยือนเรียนรู้การอยู่ร่วมกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างเคารพ เข้าใจ และเท่าทันโลก

    ภาพใหญ่ของเรื่องนี้ คือการใช้ “พุทธศิลป์” เป็นภาษากลางเชื่อมประวัติศาสตร์ ศรัทธา และสังคม จากภูฐานและทิเบตถึงอัฟกานิสถาน จากจีนและญี่ปุ่นถึงเกาหลีและเมียนมา แล้วนำทั้งหมดมาบอกเล่าที่พัทยา เมืองที่กำลังสร้างบทใหม่ของการท่องเที่ยวคุณภาพ เมื่อโครงการเดินหน้าครบถ้วน พื้นที่แห่งนี้จะยืนอยู่ได้ด้วยความรู้ ความอ่อนน้อม และบทสนทนา ซึ่งคือหัวใจของคำว่า “อาณาจักรแห่งการเรียนรู้” อย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/nong-nooch-pattaya-buddhist-art-learning-center/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1V8A9tWPzwUATY89M4aLUb

  • สิชลเมืองคอนจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยว สิชล มิวสิค เบิร์ด ครั้งที่ 1 | TOPNEWS

    สิชลเมืองคอนจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยว สิชล มิวสิค เบิร์ด ครั้งที่ 1 | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2568 ที่สวนสาธารณะพรุกง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช นางสาววาริน ชินวงศ์ นายก อบจ.นครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดงาน สิชล มิวสิค เบิร์ด ครั้งที่ 1 โดยมี ส.อบจ.และส่วนราชการเข้าร่วมหลายพันคน งานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอสิชล ทั้งทะเล น้ำตก และร้านค้า OTOP ของชุมชน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยบรรยากาศคึกคัก มีร้านอาหารและสินค้าพื้นบ้านขายดีจนบางร้านหมดตั้งแต่ 3 ทุ่ม

    กิจกรรมกลางวันแข่งขันนกกรงหัวจุกชิงเงินรางวัลกว่า 100,000 บาทพร้อมด้วยรางวัลอีกมากมาย และวัวอีก2ตัว กลางคืนชมฟรี มีศิลปินผลัดเปลี่ยนกันแสดง มีอาจารย์อ้อบรรเลงดนตรี ,เมนทอลและอานัส สันกะละยา สร้างสีสรรค์ ความสุขให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สำหรับพื้นที่จัดงานสวนสาธารณะพรุกง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลสิชล อ.สิชล มีพื้นนับ10ไร่ มีคลองกว้างประมาณ10เมตร ล้อมรอบ ต้องเดินข้ามสะพาน ซึ่งง่ายต่อการรักษาความปลอดภัย ทางผู้จัดงานจัดสถานที่ มีการแบ่งโซนสวยงาม

    ซึ่งหลังจากเสร็จงานนักท่องเที่ยวขอให้มีการจัดงานแบบนี้ให้บ่อยขึ้น หรืออย่างน้อย 2 คืน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและชาวบ้านจะได้มีปีท่องเที่ยวผ่อนคลายซึ่งก่อนหน้านี้อำเภอสิชลมีกิจกรรมน้อยมาก ครั้งนี้จัดเป็นครั้งแรกถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

    สายัณห์ ศรีใหม่ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครศรีธรรมราช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1316256&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kRnGrPFS2Pg06jDvYhaAv

  • ทริปเติมพลังที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ พร้อมฉลองครบ 20 ปี

    ทริปเติมพลังที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ พร้อมฉลองครบ 20 ปี

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/gn9M8BN6jmmn&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kXW2H_69ey3m5cfTZKCYR

  • เที่ยวต่างประเทศที่ไหนดี สำหรับคนงบน้อย ปี 2568 พร้อมไอเดียทริปราคาประหยัด

    เที่ยวต่างประเทศที่ไหนดี สำหรับคนงบน้อย ปี 2568 พร้อมไอเดียทริปราคาประหยัด

    15/09/68

    |

    อ่านแล้ว 1 ครั้ง

    ที่เที่ยวต่างประเทศ ที่ไหนดี สำหรับคนงบน้อย

        ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นแต่หัวใจยังอยากออกเดินทาง เชื่อว่าหลายคนกำลังมองหาโอกาสในการ เที่ยวต่างประเทศ แบบประหยัด งบน้อยก็ไปได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินหลักแสนเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมใหม่ ๆ หรือพักผ่อนจากความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน บทความนี้พี่หมี TQM จะพาไปดู “ที่เที่ยวต่างประเทศที่เหมาะสำหรับคนงบน้อย” พร้อมเคล็ดลับการ เที่ยวต่างประเทศ งบน้อย 2568 ว่าเราสามารถไปไหนได้บ้าง แถมยังมีไอเดียทริป เที่ยวต่างประเทศ 3 วัน 2 คืน ในราคาเบา ๆ ที่ใครก็จัดได้ ถ้าพร้อมแล้ว เตรียมกระเป๋า แล้วไปดูจุดหมายราคาน่ารัก ๆ กันเลย!

    ทำไมงบน้อยถึง เที่ยวต่างประเทศ ได้?

        หลายคนยังมีความเชื่อว่า เที่ยวต่างประเทศ ต้องใช้เงินเยอะ ต้องมีเงินสำรองหลักหมื่นปลาย ๆ ถึงหลักแสนขึ้นไป แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบันมีวิธีมากมายที่ช่วยให้คุณเดินทางไปต่างประเทศได้ในงบจำกัด เช่น

    • ตั๋วเครื่องบินโลว์คอสต์มีโปรโมชั่นบ่อย

    • ที่พักราคาถูกมีให้เลือกทั้งโฮสเทล เกสต์เฮาส์ และ Airbnb

    • เทคโนโลยีช่วยให้วางแผนง่ายขึ้น เช่น Google Maps, Booking, Travel Blog

    • สกุลเงินบางประเทศถูกกว่าไทย ทำให้ค่าครองชีพไม่สูง

    • ประกันเดินทาง ก็มีราคาเบา ๆ ช่วยให้เดินทางอุ่นใจในงบจำกัด

    10 ประเทศน่าเที่ยว สำหรับคนที่กำลังมองหา เที่ยวต่างประเทศ ราคา ถูก

    10 ประเทศน่าเที่ยว สำหรับคนที่กำลังมองหา เที่ยวต่างประเทศ ราคา ถูก

    1. เวียดนาม

    ดินแดนแห่งธรรมชาติและกาแฟเวียดนามที่ขึ้นชื่อ

    • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย: 4,000 – 6,000 บาท / 3 วัน 2 คืน

    • สถานที่แนะนำ: ฮานอย – ซาปา – ดาลัด – ดานัง

    • ค่าครองชีพถูก อาหารอร่อย วิวธรรมชาติงดงาม

    • เหมาะกับทริป เที่ยวต่างประเทศ งบน้อย 2568 มาก

    2. มาเลเซีย

    ประเทศเพื่อนบ้าน เดินทางง่าย ของกินเยอะ

    • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย: 5,000 – 7,000 บาท / 3 วัน 2 คืน

    • สถานที่แนะนำ: กัวลาลัมเปอร์ – ปีนัง – คาเมรอนไฮแลนด์

    • มีสายการบินราคาถูกบินตรงจากไทย

    • มัสยิด อาคารสไตล์โคโลเนียล และ Street Art สวยงาม

    3. อินโดนีเซีย

    บาหลี สวรรค์แห่งการพักผ่อนในงบไม่เกินหมื่น

    • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย: 7,000 – 9,000 บาท / 3 วัน 2 คืน

    • สถานที่แนะนำ: บาหลี – ยอร์กยาการ์ตา

    • บินโลว์คอสต์จากดอนเมืองสะดวก

    • มีที่พักหลักร้อย และอาหารท้องถิ่นรสจัดจ้าน

    4. ลาว

    สัมผัสวัฒนธรรมสงบ เรียบง่าย และประหยัดสุด ๆ

    • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย: 3,000 – 5,000 บาท / 3 วัน 2 คืน

    • สถานที่แนะนำ: เวียงจันทน์ – หลวงพระบาง – วังเวียง

    • เดินทางทางรถก็ได้ ประหยัดมาก

    • เมืองสงบ เหมาะสำหรับพักผ่อน

    5. กัมพูชา

    อารยธรรมเขมร โบราณสถานล้ำค่า

    • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย: 3,000 – 5,000 บาท / 3 วัน 2 คืน

    • สถานที่แนะนำ: เสียมราฐ – พนมเปญ

    • ค่าเข้าชมไม่แพง สามารถซื้อ Pass ได้

    • อาหารคล้ายไทย กินง่าย

    ที่เที่ยวต่างประเทศ ที่ไหนดี สำหรับคนงบน้อย

    6. สิงคโปร์

    แม้ค่าครองชีพจะสูงแต่จัดทริปสั้น ๆ ก็ยังไหว

    • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย: 8,000 – 10,000 บาท / 3 วัน 2 คืน

    • สถานที่แนะนำ: มารีน่าเบย์ – สวนพฤกษศาสตร์ – ยูนิเวอร์แซล

    • บินตรงใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง

    • เหมาะกับทริป เที่ยวต่างประเทศ 3 วัน 2 คืน สำหรับคนอยากลองเมืองเจริญ

    7. ฟิลิปปินส์

    เกาะสวย น้ำใส เที่ยวทะเลแบบคนท้องถิ่น

    • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย: 7,000 – 9,000 บาท / 3 วัน 2 คืน

    • สถานที่แนะนำ: เซบู – โบโฮล – มะนิลา

    • สายการบินโปรโมชั่นเยอะ

    • วิวทะเลสวยมาก เหมาะกับสาย Instagram

    8. ศรีลังกา

    ประเทศที่กำลังมาแรงในหมู่นักเดินทางสายธรรมชาติ

    • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย: 8,000 – 10,000 บาท / 3 วัน 2 คืน

    • สถานที่แนะนำ: แคนดี้ – โคลัมโบ – ซิกิริยา

    • ค่าเงินอ่อน ค่าครองชีพต่ำ

    • วัด วัง และธรรมชาติเขียวขจี

    9. อินเดีย

    ดินแดนหลากหลายสีสันและวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร

    • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย: 8,000 – 12,000 บาท / 4 วัน 3 คืน

    • สถานที่แนะนำ: เดลี – อัครา – ชัยปุระ – เลห์ ลาดักห์

    • ค่าครองชีพต่ำแต่ต้องวางแผนดี ๆ

    • เหมาะกับสายชอบผจญภัย

    10. ฮ่องกง

    ย่านช้อปปิ้งของคนไทย ยังคงเป็นที่นิยมเสมอ

    • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย: 9,000 – 12,000 บาท / 3 วัน 2 คืน

    • สถานที่แนะนำ: จิมซาจุ่ย – ดิสนีย์แลนด์ – วัดแชกง

    • มีตั๋วโปรจากหลายสายการบิน

    • เหมาะกับสายกินและช้อป

    1. จองล่วงหน้า – ตั๋วเครื่องบินและที่พักควรจองก่อนเดินทาง 1-3 เดือน

    2. ใช้แอปเปรียบเทียบราคา – เช่น Skyscanner, Agoda, หรือ Traveloka

    3. เลือกเที่ยววันธรรมดา – หลีกเลี่ยงวันหยุดยาวหรือเทศกาล

    4. แลกเงินล่วงหน้า – เพื่อได้เรทที่ดี ไม่ต้องแลกสนามบิน

    5. ทำประกันเดินทาง – เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายจะไม่กระทบงบ

    6. เลือกที่พักแบบโฮสเทลหรือเกสต์เฮาส์ – ถูกกว่าโรงแรมหลายเท่า

    7. เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ – ช่วยลดค่ารถแท็กซี่หรือรถเช่า

    8. แพลนทริปแบบ DIY – ไม่ต้องซื้อทัวร์ก็เที่ยวได้

    ตัวอย่างแพลนทริป เที่ยวต่างประเทศ 3 วัน 2 คืน สำหรับคนงบน้อย

    ทริป: ดานัง – ฮอยอัน – บานาฮิลล์ (เวียดนาม)

    งบประมาณรวม: ประมาณ 6,500 บาท

    • Day 1: เดินทางถึงดานัง / เช่ารถไปฮอยอัน / ชมเมืองเก่าตอนกลางคืน

    • Day 2: เที่ยวบานาฮิลล์ / เล่นเครื่องเล่น / ถ่ายรูปสะพานมือ

    • Day 3: เดินเล่นตลาดดานัง / กลับไทยตอนบ่าย

    คำแนะนำ: จองที่พักในฮอยอัน 1 คืน และดานัง 1 คืน เพื่อประหยัดเวลาเดินทาง

    เที่ยวต่างประเทศ 3 วัน 2 คืน สำหรับคนงบน้อย

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการ เที่ยวต่างประเทศ งบน้อย

    Q: เที่ยวแบบ Backpack ไปประเทศไหนดีสุด?

    A: เวียดนาม ลาว และมาเลเซียเป็นตัวเลือกที่ดี มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพไม่แพง

    Q: มีเงินไม่ถึง 10,000 บาท เที่ยวต่างประเทศได้จริงไหม?

    A: ได้แน่นอน โดยเฉพาะทริป 3 วัน 2 คืน หากวางแผนดี สามารถเที่ยวแบบประหยัดแต่สนุกได้

    Q: ควรทำประกันเดินทางไหม ถ้างบน้อย?

    A: ควรทำครับ เพราะค่าเบี้ยไม่แพง เริ่มต้นไม่ถึง 200 บาท แต่ให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ไฟลท์ดีเลย์ กระเป๋าหาย เจ็บป่วยต่างประเทศ

        การ เที่ยวต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝันสำหรับคนที่มีงบจำกัด หากคุณวางแผนดี เลือกจุดหมายปลายทางที่เหมาะสม และใช้เครื่องมือช่วยในการจองอย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นทริป เที่ยวต่างประเทศ 3 วัน 2 คืน หรือเที่ยวทั้งอาทิตย์ คุณก็สามารถเปิดประสบการณ์ใหม่ในต่างแดนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน นอกจากนี้ การมี ประกันเดินทาง ติดตัวจะช่วยให้ทริปของคุณอุ่นใจมากยิ่งขึ้น ถึงแม้งบจะน้อย ก็เที่ยวได้อย่างสบายใจ พร้อมแล้วใช่ไหม? ลองเริ่มต้นวางแผนการ เที่ยวต่างประเทศ งบน้อย 2568 ได้เลย แล้วอย่าลืม เช็คเบี้ยประกันเดินทาง ราคาดี ๆ ไว้ก่อนออกเดินทาง เพื่อความอุ่นใจในทุกก้าวที่คุณไปกับ TQM

    เช็คราคาแผนประกัน

    กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

    ข้อมูลการเดินทาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tqm.co.th/articles/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A7/%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A2&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GkwadHU2Urptm-oImF6iD

  • เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจกาญจน์ หนุนลงทุน-ท่องเที่ยว-การค้า เร่งเชื่อมเมียนมาขยายโอกาสลงทุน     

    เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจกาญจน์ หนุนลงทุน-ท่องเที่ยว-การค้า เร่งเชื่อมเมียนมาขยายโอกาสลงทุน     

    15 กันยายน 2568 15:15 น. ญาณภัทร  ศิลปะขจร ข่าวทั่วไทย

    วันนี้ 15 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดกาญจนบุรี ที่ประชุมได้มีการรายงานสภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดกาญจนบุรี ในภาพรวมด้านเศรษฐกิจการคลังจังหวัด ในเดือนกรกฎาคม 2568 มีการขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากภาคเกษตรกรรม ภาคบริการ และภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ด้านอุปสงค์ขยายตัวจากการใช้จ่ายภาครัฐ การค้าชายแดน (ไม่รวมก๊าซธรรมชาติ) และการบริโภคภาคเอกชน นอกจากนี้ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจจังหวัดยังปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อลดลง และการจ้างงานเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ใช้แรงงานที่ลงทะเบียนในระบบ รวมไปถึงสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด มีนักท่องเที่ยวกว่า 1.28 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 3,300 ล้านบาท อัตราการเข้าพักโรงแรมเฉลี่ย 67.5% ขณะที่ตลอดช่วง 7 เดือนแรกของปี มีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 8.6 ล้านคน ทำรายได้รวมกว่า 22,000 ล้านบาท โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลักจากจีน อินเดีย เกาหลี รัสเซีย และมาเลเซีย และรายงานภาวะการค้าชายแดนไทย – เมียนมา ของจังหวัดกาญจนบุรี      

    รวมไปถึงการขับเคลื่อนการค้าชายแดนและการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ซึ่งการค้าชายแดนกาญจนบุรียังชะลอตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา โดยการค้าบริเวณด่านพรมแดนบ้านพุน้ำร้อน ติดปัญหาการขนส่ง อีกทั้งการค้าบริเวณด่านพรมแดนพระเจดีย์สามองค์ ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในเมียนมา ทำให้ผู้ประกอบการไทยยังส่งออกได้จำกัด ในส่วนสินค้าหลักที่ส่งออก ได้แก่ บุหรี่ น้ำมัน เครื่องดื่มชูกำลัง และสินค้านำเข้าสำคัญได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ หอมแดง เป็นต้น อีกทั้งในประเด็นศูนย์ให้บริการ SME (SME One-Stop Service Center : OSS) เป็นช่องทางที่ สสว. ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมผู้ประกอบการ MSME ให้เข้าถึงบริการต่างๆ ของภาครัฐได้อย่างสะดวกขึ้น ผ่านศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจรในพื้นที่ในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายผ่านระบบ BDS สำหรับผู้ประกอบการ SME และการปรับปรุงโครงสร้างองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดกาญจนบุรี (กรอ.จังหวัดกาญจนบุรี)          

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ กรอ. จังหวัดกาญจนบุรี ครั้งที่ผ่านมา ในการกำหนดพื้นที่และความเหมาะสมในการเปิดศูนย์บริการเพื่อออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) แรงงานเมียนมาที่ไม่มีหนังสือเดินทางหรือมี CI ที่หมดอายุหรือกำลังจะหมดอายุ ณ จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งกำหนดกระบวนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน และความคืบหน้าการขอความอนุเคราะห์กระทรวงพาณิชย์พิจารณาในการจัดส่งเจ้าหน้าที่กรมการค้าต่างประเทศมาประจำจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (CO) และประสานทูตพาณิชย์เมียนมาหารือในการแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนและปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี          

    ทั้งนี้ในที่ประชุม ได้มีมติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาทบทวนการก่อสร้างจุดหลบรถไฟบริเวณทางรถไฟสายมรณที่ถ้ำกระแซ เนื่องจากทางรถไฟสายมรณะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกจังหวัดกาญจนบุรี” แล้ว แต่ยังไม่ได้ถูกประกาศเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะมีความพยายามผลักดันให้เข้าสู่บัญชีเบื้องต้น (Tentative List) ของมรดกโลก และเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/651327&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uU7ORHjN3BEgs1p28vdmE

  • คนละครึ่งล่าสุด เอกชนเสนอ 6 แพ็กเกจ รัฐบาลหนุนผู้ค้า กระตุ้นเงินหมุนทั้งระบบ

    คนละครึ่งล่าสุด เอกชนเสนอ 6 แพ็กเกจ รัฐบาลหนุนผู้ค้า กระตุ้นเงินหมุนทั้งระบบ

    คนละครึ่งล่าสุด “สมาคมภัตตาคาร” เสนอ 6 แพ็กเกจ รัฐบาลหนุนผู้ค้า กระตุ้นเงินหมุนทั้งระบบ หลังแบกต้นทุนวัตถุดิบ-แรงงาน หวังฟื้นท่องเที่ยวเร็ว

    นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวถึงการดำเนินงานของภาคเอกชน ที่ก่อนหน้านี้นำเสนอการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่ง ซึ่งจากการรวบรวมความคิดเห็นของสมาชิก มีข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ผ่านนโยบาย 6 แกน ดังนี้

    1. การเงิน–ภาษี (Cost Relief & Liquidity)

    • VAT ร้านอาหาร ลดเหลือ 5% ชั่วคราว 12 เดือน (เฉพาะบริการอาหาร/เครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอล์)

    • ซอฟต์โลนดอกเบี้ยต่ำ 1–2% วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท/กิจการ ค้ำโดย บสย. 70%

    • ยกเว้น/ลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (อาหาร สุขาภิบาล ดนตรีสด สื่อโฆษณา) 50–100% เป็นเวลา 1 ปี

    • ภาษีเงินได้บุคคล/นิติบุคคล: หักค่าใช้จ่ายลงทุนยกระดับครัว/ระบบความเย็น/พลังงานสะอาด แบบ Super Deduction 2.0 (หักเพิ่ม 1.5–2 เท่า)

    2. ลดต้นทุนปฏิบัติการ (Operating Cost)

    • อัตราค่าไฟ–ค่าน้ำพิเศษ สำหรับกิจการบริการขนาดเล็ก/กลาง (SME Tariff)

    • ตลาดกลางวัตถุดิบอาหาร (Centralized Sourcing Hubs) ร่วม อ.ต.ก.–เอกชน ตัดตัวกลาง ลดราคาวัตถุดิบ 5–10%

    3. แรงงาน–ทักษะ (Jobs & Skills)

    • อุดหนุนค่าจ้างชั่วคราว 1,500–2,000 บาท/หัว/เดือน สำหรับพนักงานเดิมที่รักษาการจ้างงาน 6–12 เดือน

    • Upskill/Reskill: ภาษา, มาตรฐานบริการ, Food Safety, การตลาดดิจิทัล, บริหารต้นทุน (ร่วมอาชีวะ/มหาวิทยาลัย/แพลตฟอร์มออนไลน์)

    • ช่องทางแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายแบบ Fast-Track สำหรับตำแหน่งขาดแคลน ควบคุมมาตรฐานค่าจ้าง/สวัสดิการ

    4. การตลาด–การท่องเที่ยว (Demand Stimulus)

    • เทศกาลอาหารจังหวัด/เส้นทาง Food Tourism (Street Food to Fine Dining) เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวชุมชน

    • แคมเปญ “Clean Food, Safe & Iconic” ผลักดันมาตรฐานร้านท้องถิ่น+คอนเทนต์หลายภาษา

    5. ดิจิทัล–นวัตกรรม (Digital Boost)

    • Mini-Grant 50,000–150,000 บาท เพื่อทำเมนูหลายภาษา, ระบบจอง, POS, Inventory, เดลิเวอรี, Loyalty/CRM

    • Open Data ภาคท่องเที่ยว-อาหาร (ความต้องการ, ซีซั่น, เทศกาล) ให้ SMEs ใช้วางแผน

    • กองทุนสตาร์ทอัพ FoodTech/TravelTech (โซลูชันลดต้นทุน–ลดสูญเสียอาหาร–พลังงานสะอาด)

    6. กฎหมาย–มาตรฐาน–ความยั่งยืน (Ease & Green)

    • One-Stop License ใบอนุญาตอาหาร/ดนตรี/ป้าย/สุรา ผ่านดิจิทัล ลดเวลาจากเดือนเป็นวัน

    • Green Restaurant/Hotel Program: เงินอุดหนุน 30–40% สำหรับอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ลดพลาสติก,จัดการขยะอาหาร

    • ปรับปรุงผังเมือง/กฎสถานที่ ส่งเสริมโซนอาหารกลางคืนที่ปลอดภัย มีมาตรฐานเสียง/สุขอนามัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2882897&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HlfzLblMV_58p_5VrcrIK

  • สื่อนอกเผย ธปท.-คลัง เล็งเก็บภาษีซื้อขายทองออนไลน์ ชะลอบาทแข็ง : อินโฟเควสท์

    สื่อนอกเผย ธปท.-คลัง เล็งเก็บภาษีซื้อขายทองออนไลน์ ชะลอบาทแข็ง : อินโฟเควสท์

    ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง กำลังพิจารณาที่จะเก็บภาษีซื้อขายทองคำ เพื่อสกัดการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของประเทศ

    สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ขณะนี้ ธปท. และกระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการหารือถึงแนวทางในการเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำด้วยสกุลเงินบาทผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ โดยคาดว่าอาจยกเว้นภาษีดังกล่าวสำหรับการซื้อขายทองคำในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ การซื้อขายในตลาดซื้อขายล่วงหน้า หรือการซื้อจากร้านทองรูปพรรณ

    ข้อมูลจากบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS Gold Group) หนึ่งในผู้ค้าทองคำรายใหญ่ของไทย เผยว่า คนไทยซื้อทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ถึงเกือบ 70%

    แหล่งข่าวระบุว่า วัตถุประสงค์ของการเก็บภาษีดังกล่าวคือเพื่อลดการส่งออกทองคำ ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการส่งออกทองคำของไทยพุ่งสูงขึ้นถึง 69% คิดเป็นมูลค่า 2.54 แสนล้านบาท โดยเฉพาะการส่งออกไปยังกัมพูชาที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติจนมีการเรียกร้องให้สอบสวน ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลกก็ปรับขึ้นเกือบ 40% ในปีนี้

    นักวิเคราะห์ระบุว่า รายได้จากการส่งออกทองคำเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2564 โดยเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นถึง 7% ในปีนี้กระตุ้นให้เกิดเสียงเรียกร้องให้ธนาคารกลางเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อปกป้องภาคการส่งออกและท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสองเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยถึง 70%

    ทั้งนี้ ตัวแทนจากกระทรวงการคลังและธปท.ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ขณะที่มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ธปท. มีกำหนดหารือกับผู้แทนบริษัทค้าทองคำในวันนี้ และกระทรวงการคลังจะหารือเพิ่มเติมกับธปท. ต่อไป แต่จะยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ เกิดขึ้นจนกว่าจะได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/529575&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BJhVtx11CXXSK3myiyQxY

  • การท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร ทางเลือกใหม่ของเศรษฐกิจฐานรากไทย

    การท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร ทางเลือกใหม่ของเศรษฐกิจฐานรากไทย

    การท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร ทางเลือกใหม่ของเศรษฐกิจฐานรากไทย


    15/09/2568 | 39 |

    ในยุคที่นักท่องเที่ยวเริ่มมองหาประสบการณ์มากกว่าการพักผ่อน “การท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ได้รับความนิยม นักท่องเที่ยวไม่เพียงได้สัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกร แต่ยังได้เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างรายได้โดยตรงให้กับชุมชน


    🔎 การท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตรคืออะไร?

    คือการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางการเกษตร เช่น

    • ดำนา เกี่ยวข้าว

    • เก็บผักผลไม้สดจากสวน

    • เรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์

    • แปรรูปผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน


    📌 ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานราก

    1. สร้างรายได้เสริม
      – เกษตรกรไม่ต้องพึ่งพาการขายผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวด้วย

    2. เพิ่มมูลค่าผลผลิต
      – ผัก ผลไม้ หรือข้าวที่ปลูก สามารถขายในรูปแบบ “ประสบการณ์เก็บสด” ได้ราคาดีกว่าขายตลาดทั่วไป

    3. กระจายรายได้สู่ชุมชน
      – ครัวเรือนอื่น ๆ ได้รับผลประโยชน์ เช่น โฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก

    4. อนุรักษ์วิถีชีวิตท้องถิ่น
      – นักท่องเที่ยวช่วยทำให้ชุมชนรักษาภูมิปัญญาและประเพณีดั้งเดิม


    📍 ตัวอย่างจากพื้นที่จริง

    📍 บ้านห้วยห้อม จ.แม่ฮ่องสอน
    นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้การปลูกกาแฟอาราบิกาและการทอผ้าขนแกะ ทำให้ชุมชนมีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวกว่าปีละ 3 ล้านบาท

    📍 ชุมชนบ้านคลองแห จ.สงขลา
    จัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวลงแขกเกี่ยวข้าวและเรียนรู้การทำนาแบบดั้งเดิม สร้างเอกลักษณ์ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

    ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/423608&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vS5WqGnPQkPKaW-k1SsDI