Category: ท่องเที่ยว

  • กรมทางหลวงขยาย 4 เลน ทล.1048 สาย บ.หอรบ – บ.ทุ่งเสลี่ยม เสร็จสมบูรณ์ ชูเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมสุโขทัย-ลำปาง หนุนโลจิสติกส์และการท่องเที่ยว

    กรมทางหลวงขยาย 4 เลน ทล.1048 สาย บ.หอรบ – บ.ทุ่งเสลี่ยม เสร็จสมบูรณ์ ชูเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมสุโขทัย-ลำปาง หนุนโลจิสติกส์และการท่องเที่ยว

    กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 2 ดำเนินการโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 1048 สาย บ.หอรบ – บ.ทุ่งเสลี่ยม จากขนาด 2 ช่องจราจร เป็นขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ15.325 กิโลเมตร แล้วเสร็จ เพื่อยกระดับโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดลำปาง เพิ่มศักยภาพการขนส่งและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นทที่

    นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างดังกล่าวเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยทางหลวงสายนี้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อระหว่าง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย (ทล.101) กับ อ.เถิน จ.ลำปาง (ทล.1) ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณการจราจรเพิ่มสูงขึ้นและมีไหล่ทางแคบ ดังนั้นการขยายทางหลวงเป็น 4 ช่องจราจรจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความปลอดภัยในการเดินทาง อีกทั้งยังเป็นเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น อุทยานแห่งชาติแม่วะ เป็นต้น

    สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 1048 สาย บ.หอรบ – บ.ทุ่งเสลี่ยม ประกอบด้วย 2 ช่วง ได้แก่

    • ช่วงที่ 1: ระหว่าง กม.54+000.000 – กม.63+575.000
    • ช่วงที่ 2: ระหว่าง กม.65+550.000 – กม.71+300.000

    มีระยะทางยาวประมาณ 15.325 กิโลเมตร ในพื้นที่ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย วงเงินงบประมาณ 699,495,000 บาท มีรูปแบบการก่อสร้าง 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

    • รูปแบบทั่วไป: ขยายช่องจราจรเป็นขนาด 4 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร พร้อมเกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีต (Single Slope Concrete Barrier).และ เกาะกลางถนนแบบยก (Raised Median) และติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดเส้นทาง
    • รูปแบบในช่วงชุมชน ก่อสร้างเต็มเขตทาง 40.00 เมตร พร้อมทางเท้า และระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่างเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่
    • รูปแบบทางแยก ปรับปรุงทางแยกที่ กม.59+231.401 และ กม.69+960.000 เป็นผิวจราจรคอนกรีต (JPCP) พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและสัญญาณไฟจราจรเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่

    “กรมทางหลวงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงข่ายทางหลวงให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จ จะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง เพิ่มความปลอดภัย และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระหว่างภาคเหนือตอนล่างและภาคเหนือตอนบนได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายอภิรัฐ กล่าวทิ้งท้าย

    ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/57336&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2J3-f-bFzNrBkwQ5u2_MOM

  • งานมหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” จัดเต็ม 24-28 ก.ย.นี้ ริมทะเลพัทยา

    งานมหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” จัดเต็ม 24-28 ก.ย.นี้ ริมทะเลพัทยา

    ภูมิภาค

    งานมหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” จัดเต็ม 24-28 ก.ย.นี้ ริมทะเลพัทยา

    วันอังคาร ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.16 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 15 ก.ย.68 ที่ลานซันเคน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา จ.ชลบุรี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานแถลงข่าวเตรียมจัดงานมหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” โดยมี นายศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา นางสาวคนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี และนางรำพึง ศุภราศรี ประธานชุมชนคุณธรรมตะเคียนเตี้ย – บ้านหนองพลับ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและผู้สนใจ

    ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรี ได้กำหนดจัดงานมหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” ภายใต้โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มระดับรายได้ กิจกรรมหลักยกระดับให้เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มีคุณภาพระดับนานาชาติ กิจกรรมย่อย มหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” ระหว่างวันที่ 24-28 กันยายน 2568 ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง 

    ภายในงานจะมีกิจกรรมนิทรรศการเส้นทางการท่องเที่ยวทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดชลบุรี, กิจกรรม workshop เกี่ยวกับศิลปะ และวัฒนธรรม, การออกร้านให้ได้เลือกชม ชิม ช็อป ผลิตภัณฑ์และอาหารพื้นถิ่นที่ขึ้นชื่อจากทั้ง 11 อำเภอในจังหวัดชลบุรี, การแสดงดนตรีทั้งดนตรีไทย-ดนตรีร่วมสมัย และการแสดงทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ภายใต้อัตลักษณ์ความเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเล เพื่อพัฒนา และยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ในจังหวัดชลบุรี ใช้มิติทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมจากความภาคภูมิใจของประชาชนในท้องถิ่นสู่แรงบันดาลใจ และพัฒนาต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และนำทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นมาต่อยอดและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นต่อไป โดยสามารถเข้าร่วมงานตามวัน เวลาแบะสถานที่ดังกล่าว ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/446584&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bYEvUTHyp2imPOhxst1jE

  • ‘เวียดนาม’ แซงไทย ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ประเทศที่ดึงดูด ‘นักท่องเที่ยวจีน’

    ‘เวียดนาม’ แซงไทย ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ประเทศที่ดึงดูด ‘นักท่องเที่ยวจีน’

    ต่างประเทศ

    16 ก.ย. 2025 เวลา 12:00 น.

    ‘เวียดนาม’ ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งอาเซียนดึงดูด ‘นักท่องเที่ยวจีน’ แซงทั้งไทย-มาเลเซีย ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้รวมเกือบ 14 ล้านคน เพิ่มขึ้น 44% สวนทางนักท่องเที่ยวมา ‘ไทย’ วูบ 7% คาดสูญรายได้ 3.5 พันล้านดอลลาร์

    “เวียดนาม” กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 แห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวชาวจีน แซงหน้าประเทศไทยไปได้สำเร็จ เรื่องนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอาเซียนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ 

    นักท่องเที่ยวจีนปักหมุด ‘เวียดนาม’

    ในปีนี้ เวียดนามมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเกือบ 14 ล้านคนซึ่งถือเป็น “สถิติใหม่” โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจาก “ประเทศจีน” ที่เป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุด และในเดือนส.ค.มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    ‘เวียดนาม’ แซงไทย ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ประเทศที่ดึงดูด 'นักท่องเที่ยวจีน'

    สำนักข่าวบลูมเบิร์กอ้างอิงข้อมูลจาก China Trading Desk ซึ่งเป็นบริษัทที่ติดตามการเดินทางและการใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตของนักท่องเที่ยวจีน ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงเส้นทางครั้งนี้อาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้สูงถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์ โดยเม็ดเงินดังกล่าวได้ไหลไปสู่เวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ แทน

    การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีปัจจัยหลักมาจากพฤติกรรมของ “นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มใหม่” ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระที่เดินทางด้วยตัวเอง ไม่พึ่งบริษัททัวร์อีกต่อไป  และความกังวลของนักท่องเที่ยวจีนเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และคดีลักพาตัว ซึ่งรวมถึงกรณีการลักพาตัวนักแสดงชื่อดังชาวจีนเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาประเทศไทยลดลงประมาณ 35% ในปีนี้

    “หู เจีย” และครอบครัวเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 3.5 ล้านคนที่ตัดสินใจเปลี่ยนแผนการท่องเที่ยว จากการเที่ยวชายหาดและวัดวาอารามที่งดงามในประเทศไทย  ไปยังเมืองฮานอยและดานัง ในเวียดนามเป็นเวลา 2 สัปดาห์แทน และใช้จ่ายเงินไปเกือบ 3,000 ดอลลาร์ พร้อมระบุว่า “เวียดนามมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ฉันจะกลับมาที่นี่อีกแน่นอน” 

    ‘เวียดนาม’ เร่งกระตุ้นการท่องเที่ยว

    รัฐบาลเวียดนามและบริษัททัวร์เอกชนต่างมุ่งมั่นที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่

    ในจังหวัด “กว๋างนิญ” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนจีนติดกับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เจ้าหน้าที่ได้ร่วมมือกับภาคธุรกิจในท้องถิ่นเพื่อจัดเทศกาลพาราไกลดิ้งและบอลลูนลมร้อนขึ้น เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาพักผ่อนในพื้นที่นานขึ้น

    ขณะเดียวกันที่เมืองชายฝั่งอย่าง “ดานัง” ปัจจุบันจะเห็นป้ายภาษาจีนขนาดใหญ่ ที่โดดเด่นอยู่ทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะเป็นทางเข้าโรงแรม, ร้านอาหารริมทาง หรือร้านนวด นอกจากนี้โรงแรมหลายแห่งยังได้เริ่มจ้างพนักงานที่สามารถสื่อสารด้วยภาษาจีนกลางได้ หรือใช้แอปพลิเคชันแปลภาษาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะ

     เวียดนามโกยรายได้จากจีน ยอดใช้จ่ายโตแรง 51%

    ตามข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ตลาด BMI พบว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อน “ยอดค้าปลีก” ให้พุ่งสูงขึ้นถึง 51%  นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าในปีนี้ เวียดนามจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากถึง 22.6 ล้านคน ซึ่งจะทำลายสถิติสูงสุดเดิมในปี 2561 ที่ 18 ล้านคน

    ‘เวียดนาม’ แซงไทย ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ประเทศที่ดึงดูด 'นักท่องเที่ยวจีน'

    ปัจจุบันชาวจีนกว่า 40% ที่เดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความเป็นอิสระ มีการศึกษา และมองหา “ประสบการณ์ที่แท้จริง” คนกลุ่มนี้ ไม่ต้องการเที่ยบแบบแค่นั่งบนรถบัสไปตามสถานที่ต่างๆ ที่มีแต่ความรู้สึกเหมือนจีนไปซะหมด และนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่นี้ยังพร้อมที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อประสบการณ์ที่ต้องการ

    บริษัททัวร์ Hava Travel ที่เมืองดานังได้ปรับกลยุทธ์จากที่เคยเน้นนักท่องเที่ยวแบบประหยัดมาให้บริการแบบบูติกแทนซึ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนของเรายินดีที่จะจ่ายในราคาที่สูงกว่า ทำให้ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมาบริษัทให้บริการลูกค้าไปกว่า 2,000 ราย ที่ต้องการประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบพิเศษ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 20% จากช่วงต้นปี

    นอกจากเวียดนามจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนระดับทั่วไปแล้ว ยังดึงดูดกลุ่มคนเล่นการพนันระดับสูงชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่เดินทางมาเพื่อทำงาน, ตีกอล์ฟ และเล่นการพนันตามกาสิโนรีสอร์ต พร้อมรับประทานอาหารในห้องส่วนตัวมื้อละ 400 ดอลลาร์

    นักท่องเที่ยวมาไทยวูบ 7%

    สถานการณ์ในประเทศไทยกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลจาก Cirium ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลเที่ยวบิน ระบุว่าในช่วง 8 เดือนแรกของนี้ ปริมาณที่นั่งบนเที่ยวบินขาเดียวจากจีนมายังประเทศไทยลดลงกว่า 11% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เหลือเพียง 5.1 ล้านที่นั่ง

    นักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่จะยังคงเป็นกลุ่มตลาดที่ใหญ่ที่สุดของไทย ดังนั้นการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ส่งผลให้ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของประเทศไทยลดลงถึง 7%  แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากตลาดอื่น ๆ เช่น ยุโรปและสหรัฐเพิ่มขึ้นก็ตาม

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่ารายได้ของธุรกิจโรงแรมในไทยจะหดตัวลง 4.5% ในปี 2568 และคาดว่าอัตราการเข้าพักจะลดลงด้วยเช่นกัน

    ตอนนี้ ไทยกำลังสูญเสียชื่อเสียง นักท่องเที่ยวจีนบ่นบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับปัญหาหลายอย่าง อาทิ การขึ้นราคาโรงแรม อาหาร และค่าแท็กซี่ ท่ามกลางความกังวลจากกรณี หวัง ซิง นักแสดงชาวจีนที่เดินทางมาไทยได้ถูกหลอกลวงและกักขังโดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมาร์

    เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทยเผยว่า “ นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ไม่เคยมาเมืองไทยยังคงรู้สึกหวาดกลัว และรัฐบาลไทยยังไม่มีสเถียรภาพมากพอในการเผยแพร่ถึงวิธีการที่รัฐบาลปราบปรามการหลอกลวงทางคอลเซ็นเตอร์และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย”

     อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวไทยยังมี “ความหวัง” ที่อาจฟื้นตัวในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นช่วงพีคของการท่องเที่ยวไทย

     เดเมียน เฟิร์ช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์อโกด้า กล่าวว่า กรุงเทพฯ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนมากที่สุดในเอเชียบนแพลตฟอร์ม โดยมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะพลิกฟื้นจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง 

    Top 3 ตลาดท่องเที่ยวอาเซียน

    นอกจากเวียดนามแล้ว “มาเลเซีย” ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 35% ในช่วงครึ่งปีแรก โดยมีปริมาณที่นั่งบนสายการบินจากจีนเพิ่มขึ้นเกือบ 50%

    ‘เวียดนาม’ แซงไทย ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ประเทศที่ดึงดูด 'นักท่องเที่ยวจีน'

    ชาฮารุดดิน ซาอิด ผู้อำนวยการบริหารสมาคมเจ้าของโรงแรมแห่งมาเลเซียกล่าวว่า มาตรการยกเว้นวีซ่า สำหรับนักท่องเที่ยวจีน ประกอบกับค่าเงินริงกิตที่อ่อนค่าลง คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวอิสระจากจีนได้มากขึ้นอีก ซึ่งขณะนี้ โรงแรมหลายแห่งในมาเลเซียเริ่มมีรายงานถึงความต้องการที่พักที่สูงขึ้นและอัตราการเข้าพักที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด

    อ้างอิง Bloomberg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/1198948&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JoTmU7uiFXTGO1g6lK_GG

  • “บช.ทท.” สนับสนุนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในเส้นทางวิ่งผ่านแลนมาร์คสำคัญ ใจกลางกรุงเทพฯ

    “บช.ทท.” สนับสนุนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในเส้นทางวิ่งผ่านแลนมาร์คสำคัญ ใจกลางกรุงเทพฯ

    16 กันยายน 2568 16:09 น. สยามรัฐออนไลน์ อาชญากรรม

    วันที่ 16 ก.ย.68 ที่สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงข่าวงานเดิน-วิ่ง “Thai Athletics run 2025”  ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.จักทิพย์ ชัยจินดา เป็นนายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ณ ห้องศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เพื่อขับเคลื่อนให้งาน”Thai Athletics run 2025″เป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนวงการกรีฑาของไทย โดยมี พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน  อุปนายก,พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกและเลขาธิการ,พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ อุปนายกและผู้ช่วยเลขาธิการ,พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ร่วมแถลงข่าว พล.ต.ท.ศักย์ศิราฯ เปิดเผยว่าเส้นทางการวิ่งครั้งนี้ผ่านแลนด์มาร์กซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย อาทิ วัดพระแก้ว เสาชิงช้า และย่านเยาวราช ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ความงดงามของวัฒธรรมไทย เป็นการสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงกีฬา 

    ในการอำนวยความสะดวกและการดูแลความปลอดภัย เพื่อให้นักวิ่งทุกคนมั่นใจในความปลอดภัยและประสบการณ์วิ่งที่ดีที่สุด โดยกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้จัดกำลังสายตรวจรถจักรยาน ,รถโมบาย,รถโดรน ดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยกิจกรรมจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่ 23 ต.ค.2568  และขอเชิญชวนนักวิ่งปักหมุดงาน”Thai Athletics run 2025″ภายใต้แนวคิดเดินวิ่งเพื่อสุขภาพและประชาสัมพันธ์ประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ที่นักวิ่งจากทั่วโลกไม่ควรพลาด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/651596&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RN9pl0_xZs80BUgHdVYgV

  • จองตั๋วด่วน โปรแกรมท่องเที่ยว ไฮซีซั่น นั่งรถไฟเที่ยวเหนือ 8 ทริป 8 เส้นทาง

    จองตั๋วด่วน โปรแกรมท่องเที่ยว ไฮซีซั่น นั่งรถไฟเที่ยวเหนือ 8 ทริป 8 เส้นทาง

    ทั่วไป

    16 ก.ย. 2025 เวลา 17:47 น.

    จองตั๋วด่วน โปรแกรมท่องเที่ยว ไฮซีซั่น นั่งรถไฟเที่ยวเหนือ 8 ทริป 8 เส้นทาง

    เช็กด่วน! โปรแกรมท่องเที่ยวล่าสุด การรถไฟฯ – ราชภัฏลำปาง ชวน นั่งรถไฟเที่ยวเหนือ รับลมหนาว 8 ทริป 8 เส้นทาง ช่วงไฮซีซั่น เดือน ธ.ค. 68 – มี.ค. 69 เปิดจองตั๋วแล้ววันนี้

    เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทริปสุดประทับใจ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เปิดโปรแกรมท่องเที่ยวสายเหนือสุดพิเศษ กับ 8 ทริป 8 เส้นทาง ครอบคลุมจังหวัดลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน เพื่อให้คุณท่องเที่ยวในแบบที่ไม่เหมือนใคร และสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกับคนพิเศษ ตลอดเดือนธันวาคม 2568 – มีนาคม 2569 เริ่มเปิดจองพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2568 เป็นต้นไป เตรียมตัวให้พร้อมแล้วออกเดินทางไปสัมผัสความงามของภาคเหนือด้วยกัน

    สำหรับโปรแกรมท่องเที่ยวสายเหนือสุดพิเศษนี้ เป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ภายใต้บันทึกข้อตกลง (MOU) ด้านการบริการวิชาการและการวิจัยร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวทางรถไฟ และจัดทำแพ็กเกจนำเที่ยวสุดพิเศษ สำหรับฤดูกาลท่องเที่ยว High Season 2025 ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างรากฐานเศรษฐกิจให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน

    ผู้ที่สนใจสามารถเลือกโปรแกรมการเดินทางที่หลากหลายจากทั้งหมด 8 ทริป 8 เส้นทาง ประกอบด้วย

    ทริปที่ 1 เดินทางวันที่ 8 – 12 ธันวาคม 2568 โปรแกรม LMD – 024 ไหว้พระสายมู 9 วัด กรุงเทพ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่กำปอง จำนวน 5 วัน 4 คืน (นอนบนรถไฟ 2 คืน) อัตราค่าโดยสารท่านละ 14,990 บาท

    ทริปที่ 2 เดินทางวันที่ 16 – 20 ธันวาคม 2568 โปรแกรม LMD – 022 ปรายฟ้า ณ ภูชี้ฟ้า เชียงราย (เชียงรายแห่งความรัก) จำนวน 5 วัน 4 คืน (นอนบนรถไฟ 2 คืน) อัตราค่าโดยสารท่านละ 14,990 บาท

    ทริปที่ 3 เดินทางวันที่ 6 – 10 มกราคม 2569 โปรแกรม LMD – 020 สัมผัสประสบการณ์เมืองสามหมอก (แม่ฮ่องสอนโรแมนติกทริป) จำนวน 5 วัน 4 คืน (นอนบนรถไฟ 2 คืน) อัตราค่าโดยสารท่านละ 14,990 บาท

    ทริปที่ 4 เดินทางวันที่ 13 – 17 มกราคม 2569 โปรแกรม LMD – 025 ไหว้พระกลางน้ำกว้านพะเยา – ภูชี้ฟ้า เส้นทางกรุงเทพ – พะเยา – เชียงราย – ลำปาง จำนวน 5 วัน 4 คืน (นอนบนรถไฟ 2 คืน) อัตราค่าโดยสารท่านละ 14,990 บาท

    จองตั๋วด่วน โปรแกรมท่องเที่ยว ไฮซีซั่น นั่งรถไฟเที่ยวเหนือ 8 ทริป 8 เส้นทาง

    จองตั๋วด่วน โปรแกรมท่องเที่ยว ไฮซีซั่น นั่งรถไฟเที่ยวเหนือ 8 ทริป 8 เส้นทาง

    ทริปที่ 5 เดินทางวันที่ 9 – 13 กุมภาพันธ์ 2569 โปรแกรม LMD – 021 กรุงเทพ-น่าน เที่ยวเสมอดาว จำนวน 5 วัน 4 คืน (นอนบนรถไฟ 2 คืน) อัตราค่าโดยสารท่านละ 14,990 บาท

    ทริปที่ 6 เดินทางวันที่ 23 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 โปรแกรม LMD – 026 น่านท่ามกลางขุนเขา ไฮไลท์บ่อเกลือ – สะปัน ถนนโค้งเลข 3 – บ่อเกลือ – สะปัน จำนวน 5 วัน 4 คืน (นอนบนรถไฟ 2 คืน) อัตราค่าโดยสารท่านละ 16,490 บาท

    ทริปที่ 7 เดินทางวันที่ 2 – 6 มีนาคม 2569 โปรแกรม LMD – 007 ไหว้สา มหาครูบาแห่งภาคเหนือ กรุงเทพ – ลำพูน – ลี้ – ลำปาง จำนวน 5 วัน 4 คืน (นอนบนรถไฟ 2 คืน) อัตราค่าโดยสารท่านละ 12,999 บาท

    ทริปที่ 8 เดินทางวันที่ 10 – 15 มีนาคม 2569 โปรแกรม LMD – 006 สัมผัสประสบการณ์เมืองสามหมอก เจาะลึกแม่ฮ่องสอน จำนวน 6 วัน 5 คืน (นอนบนรถไฟ 2 คืน) อัตราค่าโดยสารท่านละ 17,490 บาท

    ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ และผ่านระบบ D-Ticket ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2568 เป็นต้นไป (จำกัดเพียง 39 ที่นั่งต่อทริปเท่านั้น) โดยราคาดังกล่าวรวมค่าที่พัก ค่าโดยสารรถไฟ (ตู้นอนชั้น 2 ปรับอากาศ) ค่ารถบัสปรับอากาศ ค่ายานพาหนะอื่นๆ ค่าเข้าชมสถานที่ ค่าประกันภัย พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม

    อย่างไรก็ตาม กรณีมีผู้จองน้อยกว่า 8 ท่านต่อทริป ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกกิจกรรม และคืนเงินค่าตั๋วโดยสารเต็มราคา หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือติดต่อสอบถามคุณคิม โทร. 096-217-8458

    จองตั๋วด่วน โปรแกรมท่องเที่ยว ไฮซีซั่น นั่งรถไฟเที่ยวเหนือ 8 ทริป 8 เส้นทาง

    จองตั๋วด่วน โปรแกรมท่องเที่ยว ไฮซีซั่น นั่งรถไฟเที่ยวเหนือ 8 ทริป 8 เส้นทาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1199027&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kSBvvWAb0Q9EjFbra8knH

  • สถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 8 – 14 กันยายน 2568

    สถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 8 – 14 กันยายน 2568

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.64 จากสัปดาห์ก่อนหน้า จากการมีวันหยุดต่อเนื่องในหลายประเทศ อาทิ การมีวันหยุด Malaysia Day ที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดมาเลเซียเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 67.40 และขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มตลาดที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสะสมเป็นอันดับที่ 1 และการมีวันหยุด Respect for the Aged Day ในประเทศญี่ปุ่นที่กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 565,319 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 56,978 คน หรือร้อยละ 11.21 คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 80,760 คน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย (143,363 คน) จีน (66,945 คน) อินเดีย (54,182 คน) ญี่ปุ่น (25,781 คน) และเกาหลีใต้ (21,981 คน) โดยนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ญี่ปุ่น และอินเดีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 67.40 ร้อยละ 29.59 และร้อยละ 11.53 ตามลำดับ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ และจีน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 5.47 และร้อยละ 0.89 ตามลำดับ

    สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลงจากการสิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การประกาศปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอํานวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้นและส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    สรุปภาพรวมการท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ย. 68 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 14 ก.ย. 68 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 22,953,136 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,061,003 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย (3,278,963 คน) จีน (3,230,507 คน) อินเดีย (1,666,568 คน) รัสเซีย (1,228,651 คน) และเกาหลีใต้ (1,081,596 คน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/957351&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xi_soQx6toELKvnaSMV__

  • “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” สิทธิ์เต็มหมดแล้ว ททท. จ่อดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” ต่อ

    “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” สิทธิ์เต็มหมดแล้ว ททท. จ่อดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” ต่อ

    “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” สิทธิ์เต็มหมดแล้ว ททท. จ่อดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” ต่อ

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยผลการดำเนินงานโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 และได้รับความสนใจจากประชาชน จนสิทธิ์ทั้ง 500,000 สิทธิ์ถูกใช้เต็มในวันที่ 16 กันยายน 2568 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดสิ้นสุดโครงการที่ 30 กันยายน 2568

    ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า “ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือนครึ่ง มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 2,160,189 ราย และใช้สิทธิ์เต็มจำนวน 500,000 สิทธิ์ทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความต้องการของคนไทยในการท่องเที่ยวภายในประเทศ จากข้อมูลการวิเคราะห์พบว่า จากจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้นนั้น มีผู้ที่ใช้สิทธิโครงการเพียง 294,454 ราย โดยใช้สิทธิ์ในธุรกิจการท่องเที่ยวหลากหลายประเภท โดยการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกระจายไปยัง โรงแรมและที่พัก 55% ร้านอาหาร 39% และส่วนที่เหลือกระจายไปยังแหล่งท่องเที่ยว สปา/สุขภาพ OTOP และรถเช่า/เรือเช่า รวมจำนวนผู้ให้บริการทั้งสิ้น 9,222 ราย

    สำหรับการกระจายตัวของการใช้สิทธิ์พบว่า กรุงเทพมหานครมีผู้ใช้สิทธิ์มากที่สุด 2,027,756 ราย รองลงมาคือ สุราษฎร์ธานี 655,527 ราย กาญจนบุรี 610,128 ราย นราธิวาส 537,041 ราย และอ่างทอง 529,575 ราย ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายการท่องเที่ยวไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศจากข้อมูลพบว่า ในเมืองหลัก มีผู้ใช้สิทธิ์ 300,000 สิทธิ์ และในเมืองรอง มีผู้ใช้สิทธิ์ 200,000 สิทธิ์ ซึ่งช่วยกระจายรายได้สู่จังหวัดท่องเที่ยวรองและชุมชนท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึง โดยในเมืองหลักอันดับต้นๆ ได้แก่ ชลบุรี นนทบุรี และเพชรบุรี ส่วนในเมืองรองได้แก่ จันทบุรี ตราด และราชบุรี

    น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า การตอบสนองของประชาชนในโครงการนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญในการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชน และการที่สิทธิ์ทั้งหมดถูกใช้จนหมดก่อนกำหนด แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโครงการในการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โครงการนี้ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดเล็กและชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ในระดับท้องถิ่น และเป็นแรงผลักดันสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

    ผู้ว่าการ ททท. กล่าวสรุปว่า ความสำเร็จของโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการวางแผนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในอนาคต และอาจต้องพิจารณาการขยายงบประมาณหรือสิทธิ์ในโครงการคล้ายคลึงกัน ที่ ททท.กำลังพิจารณาคือ โครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง เพื่อรองรับความต้องการที่สูงของประชาชนไทยในการท่องเที่ยวภายในประเทศ

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2883122&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3N6l45IyJ-fby7O8IuM-z3

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดปี 68 รายได้ท่องเที่ยวหด 6 %

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดปี 68 รายได้ท่องเที่ยวหด 6 %

    Logo

    Logo

    หน้าแรก เศรษฐกิจ-การเงิน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดปี 68 รายได้ท่องเที่ยวหด 6 %

    กรุงเทพฯ วันที่ 16 ก.ย. ศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบ 8 เดือนแรกปี 2568 รายได้ต่างชาติเที่ยวไทยมีมูลค่า 1.0 ล้านล้านบาท หดตัว 5% (YoY) ในช่วงที่เหลือของปี 2568 หลายปัจจัยลบกระทบการฟื้นตัวของรายได้ ทำให้ทั้งปี 2568 คาดรายได้ท่องเที่ยวชาวต่างชาติเที่ยวไทยมีมูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท หดตัว 6% จากปี 2567 ครั้งแรกในรอบ 3 ปี

    Logo

    เกี่ยวกับเรา

    สำนักข่าว ไทยแทบลอยด์ สื่อออนไลน์ที่ยึดถือจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อครบถ้วน.

    ติดต่อเรา: contact@thaitabloid.com

    FOLLOW US

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/242201&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2M0sqK9KcIo7oAjbRMngPa

  • เที่ยวงานรำลึกพระปิยมหาราช 172 ปี เพลินวิวทะเลเกาะสีชัง จ.ชลบุรี

    เที่ยวงานรำลึกพระปิยมหาราช 172 ปี เพลินวิวทะเลเกาะสีชัง จ.ชลบุรี

              ชวนเที่ยวงานรำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช ณ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ร่วมรำลึกประวัติศาสตร์ พร้อมเพลิดเพลินกับบรรยากาศริมทะเลสุดคลาสสิก

              ชวนทุกคนออกเดินทางสู่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี แล้วพาไปเที่ยวงานรำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช พร้อมทั้งยังได้สัมผัสเสน่ห์ของเกาะกลางทะเลที่เงียบสงบ รายล้อมด้วยวิวสวยและอากาศบริสุทธิ์ ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีที่ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาจะได้มาเยือน พร้อมเก็บเกี่ยวทั้งความประทับใจ ความทรงจำ และความสุขไปพร้อมกัน

    งานรำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช
    เกาะสีชัง ชลบุรี

    งานรำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช จัดวันไหน

              ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี แจ้งกำหนดการจัดงานรำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช ในวันที่ 18-21 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 17.00-23.30 น. ณ เกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

    รำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช เกาะสีชัง

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี

    งานรำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช กิจกรรม

              ใครที่มาเที่ยวงานรำลึก 172 ปี พระปิยมหาราชในครั้งนี้ จะได้พบกับแสงไฟเรืองรอง อุโมงค์ส่องสว่าง ชมงานศิลป์ ชิมอาหาร และฟังดนตรี ตื่นตากับแสงสี และยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกเพียบ ได้แก่ 

    • คอนเสิร์ตจากศิลปินดัง ก้อง ห้วยไร่-เปาวลี

    • การแสดง Light & Sound สุดอลังการ

    • ไฟประดับ และอุโมงค์ไฟสุดสวย

    รำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช เกาะสีชัง

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี

    • การประกวดธิดา & หนูน้อยเกาะสีชัง

    • แต่งชุดไทยแล้วไปถ่ายรูปข้ามเวลากับโซนี่

    • การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยสุดยิ่งใหญ่

    รำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช เกาะสีชัง

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี

    • มวยไทยมันส์สะท้านเวที กว่า 20 คู่ 

    • อาหารทะเลสด ๆ และเมนูพื้นถิ่นสุดแซ่บ

    รำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช เกาะสีชัง

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี

    รำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช เกาะสีชัง

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี

    เที่ยวเกาะสีชัง

              เกาะสีชัง เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์ทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ เหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนแบบเต็มวัน ที่นี่มีทั้งจุดชมวิวสวย ๆ อย่างหาดถ้ำพัง และศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมถึงสะพานอัษฎางค์แลนด์มาร์กสุดคลาสสิกที่ทอดยาวออกไปในทะเล บรรยากาศรอบเกาะเงียบสงบ สดชื่น และสามารถเดินเล่นชมวิวทะเลได้รอบเกาะ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารทะเลสด ๆ และจุดถ่ายภาพมุมสวยให้เก็บภาพความทรงจำ ทำให้เกาะสีชังเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ครบทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และความผ่อนคลายในที่เดียว

    รำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช เกาะสีชัง

              งานรำลึก 172 ปี พระปิยมหาราช ณ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ไม่เพียงได้ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แต่ยังได้สัมผัสเสน่ห์เกาะกลางทะเลที่ทั้งงดงามและน่าหลงใหล ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ เที่ยวเกาะสีชัง ที่เที่ยวชลบุรี เทศกาลท่องเที่ยว 2568 อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view295024.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15AwOT22-v8AlNlv57h-Z4

  • ททท. จับมือยักษ์ใหญ่ Trip.com Group ดึงนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม

    ททท. จับมือยักษ์ใหญ่ Trip.com Group ดึงนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม


    ททท. และ Trip.com Group ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยไฮซีซั่น มอบส่วนลดเที่ยวบิน–ที่พักผ่าน Ctrip ถึง 31 ต.ค. 68

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ Trip.com Group ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญเมื่อวานนี้ เพื่อเร่งฟื้นฟูและผลักดันการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวจีนสู่ประเทศไทย โดยเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในงาน “Nihao Month” ที่นครกว่างโจว ประเทศจีน สร้างแรงกระเพื่อมให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยช่วงไฮซีซั่นปลายปี พร้อมเชื่อมโยงบรรยากาศแห่งความสุขของเทศกาลไหว้พระจันทร์และสัปดาห์ทองวันชาติจีนเข้ากับประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย

    โดยงานเปิดตัวที่กว่างโจวได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมคนสำคัญ อาทิ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นางสาวพอพจน์ ช้างเยาว์ รองกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด รวมทั้ง Mr. Ke Xiandong รองอธิบดีสำนักวัฒนธรรม วิทยุ โทรทัศน์และการท่องเที่ยวนครกว่างโจว สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีน

    ไฮไลต์สำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือ โปรแกรมเงินสนับสนุนเพื่อเป็นส่วนลดพิเศษ ในการเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2568 มอบส่วนลดสุดคุ้มให้นักท่องเที่ยวจีน ทั้งส่วนลดตั๋วเครื่องบินสูงสุด 2,950 บาท และส่วนลดโรงแรม 10% (สูงสุด 2,100 บาท) เมื่อจองผ่านแพลตฟอร์ม ‘Ctrip’ ของ Trip.com Group

    ความร่วมมือนี้เป็นการผสานจุดแข็งของ ททท. ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวไทยอย่างลึกซึ้ง กับความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและฐานผู้ใช้งานมหาศาลของ Trip.com Group เพื่อนำเสนอเสน่ห์ของประเทศไทยที่หลากหลาย ตั้งแต่หาดทรายขาวของภูเก็ตและเกาะสมุย แลนด์มาร์คทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ ไปจนถึงเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ ให้กับผู้ใช้งานหลายล้านคนในจีน

    กระชับความสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย-จีน

    ช่วงเวลาของความร่วมมือในครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากตรงกับการครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และต่อยอดความสำเร็จจากนโยบายยกเว้นวีซ่าถาวรที่เริ่มใช้ในเดือนมีนาคม 2567 ซึ่งนโยบายนี้ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับการท่องเที่ยวไทย โดยมีนักท่องเที่ยวจีน 6.73 ล้านคนเลือกมาไทยในปี 2567 ตอกย้ำให้จีนยังคงเป็นตลาดต่างประเทศอันดับหนึ่งของไทย

    TAGS: #ททท #Trip.com #NihaoMonth

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/35467&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vI6-aINaKgwIT_ZtRGnav