Category: ท่องเที่ยว

  • “น้องชลลี่” คว้ามงนางสาวนครฯปี 2568 พร้อม 2 รางวัลพิเศษ | TOPNEWS

    “น้องชลลี่” คว้ามงนางสาวนครฯปี 2568 พร้อม 2 รางวัลพิเศษ | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 20/09/2025 23:51

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2568  นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมให้กำลังใจและมอบรางวัลแก่สาวงามที่คว้ารางวัลต่างๆ ในการประกวดนางสาวนครศรีธรรมราช ประจำปี 2568 เนื่องในงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบและงานกาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 2568 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (19 ก.ย.) ณ เวทีกลาง สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด)

    โดยผลการประกวดนางสาวนครศรีธรรมราช ประจำปี 2568 ผลปรากฏว่า น้องชลลี่ นางสาวศศิธร จองศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ซึ่งส่งเข้าประกวดโดย ร้าน Wine No.6 ชนะใจกรรมการคว้ามงกุฎนางสาวนครศรีธรรมราช ประจำปี 2568 พร้อมรางวัลนางงามผิวสวยสุขภาพดี และชุดแต่งกายยอดเยี่ยมไปครอง , รางวัลรองอันดับ 1 ผู้สมัครหมายเลข 2 น้องฟิล์ม นางสาวเกตุมณี ยอดทอง ส่งเข้าประกวดโดย ที่ว่าการอำเภอปากพนัง ,รางวัลรองอันดับ 2 พร้อมรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน ได้แก่ผู้สมัครหมายเลข 10 น้องตั๊ก นางสาวอิสริยาภรณ์ เด่นดวง ส่งเข้าประกวดโดย ห้างทองโกเอ็กซ์ , รางวัลรองอันดับ 3 ได้แก่ ผู้สมัครหมายเลข 16 น้องหงส์ นางสาววริศรา มากเกลี้ยง ส่งเข้าประกวดโดย บริษัท ภูเก็ตอินเตอร์วู้ดเวอร์ค จำกัด , รางวัลรองอันดับ 4 ได้แก่ ผู้สมัครหมายเลข 1 น้องเตย นางสาววริศรา นุ่นทอง ส่งเข้าประกวดโดย ที่ว่าการอำเภอทุ่งสง ร่วมกับ กิ่งกาชาดทุ่งสง และรางวัลขวัญใจชาวนครศรีธรรมราช ได้แก่ ผู้สมัครหมายเลข 17 น้องพลอย นางสาวมนสิชา สุขเกษม ส่งเข้าประกวดโดย ดร.อัครเดช ยุติธรรม นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชนและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

    การจัดประกวดนางสาวนครศรีธรรมราช ประจำปี 2568 ดำเนินการโดยหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้การอำนวยการของ นางเดือนเพ็ญ ศรีเพชร ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายต่อพงศ์ เอื้อวงศ์ประยูร ผู้อำนวยการกองประกวด ซึ่งนางสาวนครศรีธรรมราช จะได้รับเงินสด 100,000 บาท พร้อมมงกฎ สายสะพาย และถ้วยรางวัลเกียรติยศ และรางวัลอื่นๆ ซึ่งหลังจากได้รับตำแหน่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ “ทูตวัฒนธรรมการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช” เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อไป.

    กัญญาณัฐ  เพ็ญสวัสดิ์ ศูนย์ข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคใต้

    asxacwwdwd

    SOCAIL 16-9 copy

    นครหัวหิน จัดระเบียบคนเร่ร่อน ป้องกันอาชญากรรม สร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

    ดร.ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง พร้อมคณะร่วมประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 46

    จนท. รวบ “แรงงานเถื่อน” ชาวกัมพูชา-ผู้ติดตาม ลักลอบเข้าเมือง จ่ายค่าหัว 6 พันบาท

    ด่วน!!! ไม่รอดฝีมือตำรวจสืบสวนภาค 5 ร่วมสืบสวนภาค 1 จับไอ้ท็อป ทรชนคนอันธพาล หัวหน้าแก๊งไทยใหญ่ 999

    นายก อบจ.นครสวรรค์ ลงพื้นที่ติดตามภารกิจเครื่องจักรกลขุดลอกคลองโพธิ์ ในเขตพื้นที่ ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน

    “ผู้ว่าฯศรัณยู” นำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์-เสี่ยงทายทิศ “อุ้มพระดำน้ำ 68” สุดเข้มขลัง หวังน้ำดี-เมืองอุดมสมบูรณ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1323478&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m_sxKJZQcudlt6GfcgMrm

  • แพร่คิกออฟ “นั่งสองแถวแอ่วเมืองแป้” กระตุ้นท่องเที่ยว เชื่อมเสน่ห์รถท้องถิ่นกับวัฒนธรรม

    แพร่คิกออฟ “นั่งสองแถวแอ่วเมืองแป้” กระตุ้นท่องเที่ยว เชื่อมเสน่ห์รถท้องถิ่นกับวัฒนธรรม

    21 กันยายน 2568 12:24 น. จังหวัดแพร่ ข่าวทั่วไทย

    สหกรณ์จังหวัดแพร่  ร่วมกับสหกรณ์บริการเดินรถยนต์โดยสารจังหวัดแพร่ จำกัด และ  สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแพร่  จัดกิจกรรม  kickoff  “นั่งสองแถวแอ่วเมืองแป้” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายสมศักดิ์ ปานดอนไพร สหกรณ์จังหวัดแพร่   พร้อมด้วยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์และกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 1 ร่วมกับสหกรณ์บริการเดินรถยนต์โดยสารจังหวัดแพร่ จำกัด และ  สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ จัดกิจกรรม  kickoff  “นั่งสองแถวแอ่วเมืองแป้” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดแพร่ ด้วยการใช้บริการ “รถสองแถว”  ซึ่งเป็นเสน่ห์ของรถท้องถิ่นในจังหวัดแพร่    โดยมี นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และ   นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่   พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกิจกรรมนั่งรถสองแถวจากศาลากลางจังหวัดแพร่ไปยังวัดสระบ่อแก้ว เพื่อบูชาพระอุปคุตและไหว้สาพระพุทธเจ้า 28 องค์  รวมทั้งร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/652670&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OqNHv-q2Eu0ORTGig5xcE

  • ถอดรหัส 3 บิ๊กธุรกิจทรานส์ฟอร์มท่องเที่ยวไทย มองไกลกว่าการฟื้นตัว

    ถอดรหัส 3 บิ๊กธุรกิจทรานส์ฟอร์มท่องเที่ยวไทย มองไกลกว่าการฟื้นตัว

    การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อ GDP ของประเทศไทยมากกว่า 10% ทิศทางในการยกระดับการท่องเที่ยวไทย มองไกลกว่าการฟื้นตัว สู่การสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตที่มีมูลค่าสูง และดึงโอกาสที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศไทย มาสร้างความแข็งแกร่งให้การท่องเที่ยวเติบโตอย่างยั่งยืน ต้องโฟกัสเรื่องใดบ้าง บิ๊ก 3 ธุรกิจกูรูด้านการท่องเที่ยว ทั้ง ไมเนอร์ ,อโกด้า และการบินไทย มีคำตอบ

    ไมเนอร์ ชี้เทรนด์ท่องเที่ยวยั่งยืน-เวลเนส

    นายวิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากเกิดโควิด-19 และเริ่มฟื้นตัว เกิดแนวโน้มด้านการท่องเที่ยวใหม่ในประเทศไทย นั่นก็คือการท่องเที่ยวเชิงยั่งยืนและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ sustainability และ wellness tourism

    ในช่วงที่ผ่านมาทางกลุ่มไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เปิด ‘เวลเนส คลินิก ’ เพิ่มขึ้นหลายแห่ง ซึ่งแยกออกมาจากธุรกิจสปา และประสบความสำเร็จอย่างมาก จากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาจากเที่ยวบินระยะยาว รวมทั้งจากนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง

    ทั้งยังได้พบอีกว่านอกจากการมาท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ปัจจัยด้านวัฒนธรรมก็ยังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วย การอนุรักษ์ธรรมชาติให้คงไว้ซึ่งความสวยงาม ยังคงเป็นแรงดึงดูดใหญ่ให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศในเอเชียและตะวันออกกลาง เช่น การเที่ยวภูเขาและเที่ยวชมวัฒนธรรมเลี้ยงช้างในภาคเหนือ การเดินทางเพื่อเยี่ยมชมหาดในภูเก็ตหรือสมุย ธรรมชาติทางทะเลนี้อ่าวมาหยา สิ่งเหล่านี้ล้วนดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จำนวนมหาศาล

    วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค

    ส่วนเรื่องความยั่งยืนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มูลค่าการท่องเที่ยวสูงขึ้น แต่นักท่องเที่ยวมักจะต้องจ่ายในราคาสูงและรู้สึกว่าอาจจะถูกเอารัดเอาเปรียบ ทั้งยังต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในยุโรปอาจมีมาตรการที่เข้มงวดและปฏิบัติได้จริง แต่ในเอเชียหรือแม้แต่ตะวันออกกลางยังต้องหาวิธีนำกฎเหล่านั้นมาใช้โดยสมัครใจ

    ยกตัวอย่าง ไมเนอร์ มีโปรแกรมที่เรียกว่า ‘Dollar for Deeds’ แขกจะถูกถามโดยสมัครใจ เพื่อเพิ่มเงิน 1 ดอลลาร์ต่อการเข้าพักหนึ่งคืน สำหรับสมทบทุนให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อม

    “เรื่องนี้บริษัทเราใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นอย่างมากและมุ่งมั่นที่จะบรรลุ Net Zero ภายในปี 2050 ในกลุ่มลูกค้าที่ตอบสนองเรื่องสิ่งแวดล้อมและใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เริ่มมีมากขึ้น แน่นอนว่าผู้ประกอบการยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะภาคธุรกิจโรงแรมและภาคบริการ ที่ต้องสร้างความตระหนักรู้ความร่วมมือเพื่อผลักดันบริษัทไปสู่ความยั่งยืน”

    ปัจจุบันบริษัทเติบโตขึ้นมากและกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเน้นสินทรัพย์เป็นหลักและถือกรรมสิทธิ์โรงแรมส่วนใหญ่ทั่วโลก เรียกว่า การขยายตัวแบบ asset light expansion (ขยายธุรกิจโรงแรม โดยเน้นการ รับจ้างบริหารโรงแรม แทนการลงทุนเป็นเจ้าของโรงแรมเอง) การบริหารโรงแรมและการให้สิทธิ์แฟรนไชส์เป็นจำนวนมาก สิ่งนี้จะส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนและผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของให้เพิ่มขึ้น

    ถอดรหัส 3 บิ๊กธุรกิจทรานส์ฟอร์มท่องเที่ยวไทย มองไกลกว่าการฟื้นตัว

    นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่อาศัยจำนวนหนึ่ง และโครงการเหล่านี้ไม่ใช่โครงการทำเอง แต่เป็นที่อยู่อาศัยที่มีแบรนด์ (branded residential) ที่ได้รับค่าสิทธิและค่าธรรมเนียมแบรนด์ มีส่วนช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจทั้งหมด

    จี้แก้ปัญหากัมพูชา-เพิ่มบินตรงไทย-ยุโรป

    สำหรับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทางผู้ประกอบในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทย และยังมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก จากปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ (Geopolitics)

    ไม่ว่าจะเป็นสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียหรือสหภาพยุโรป รวมถึงปาเลสไตน์ เลบานอน เยรูซาเล็ม การปะทะกันระหว่างปากีสถานและอินเดีย และก็เกิดปัญหาขัดแย้งชายแดนกัมพูชามาซ้ำเติมอีก เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ กระทบภาคท่องเที่ยวของไทยและของโลกนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกจากกัมพูชาเพื่อมาต่อเที่ยวบินที่ไทยไปยังประเทศต่างๆ ลดลง โดยหันไปใช้เวียดนามแทน

    ทั้งนี้การลงทุนภาคเอกชนไทยที่มีมูลค่าสูงมากกำลังได้รับผลกระทบจากกระแสการต่อต้านสินค้าไทยอย่างบริษัท PTT ก็ได้รับผลกระทบ ซึ่งผลกระทบเต็มที่ต่อธุรกิจไทยจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3 ปีนี้ หากความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย

    อีกทั้งปัญหาหนึ่งของการท่องเที่ยวไทย คือ เที่ยวบินตรงไทย-ยุโรป มีไม่เพียงพอ นักท่องเที่ยวยุโรปต้องบินอ้อมไปต่อเครื่องที่ดูไบทำให้เสียเวลาในการเดินทาง และเมื่อไปถึงดูไบนักท่องเที่ยวก็อาจจะไปใช้เงินมากที่ตะวันออกกลางแทน ภาคธุรกิจโรงแรมจึงเฝ้ารอให้การบินไทยมีเครื่องบินเพิ่ม

    อโกด้า เผย AI สร้างความได้เปรียบท่องเที่ยว

    Mr. Damien Pfirsch, Chief Commercial Officer จาก Agoda Company กล่าวว่า ในข้อมูลเชิงลึกที่อ้างอิงจาก Agoda จะเห็นว่าประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในที่ 2 ของประเทศที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของโลก ตามข้อมูลของ Agoda มีอัตราการเติบโต 17% ต่อปี และส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนั้นมาจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และที่อื่น ๆ ในเอเชีย

    กรุงเทพฯ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 2 บน Agoda มีผู้เข้าชมซ้ำมากที่สุดสองปีติดต่อกัน โดยนักท่องเที่ยวมักเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ มากกว่าหนึ่งหรือสองครั้งซึ่งสูงกว่าจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในเอเชีย นอกเหนือจากนี้ยังมีภูเก็ตและสมุยที่มีอัตราการเติบโตต่อปีประมาณ 20%

    Mr. Damien Pfirsch

    “ปัจจุบันนักท่องเที่ยวอาจจะลดลงในบางแห่ง กลุ่มใหญ่คือนักท่องเที่ยวจีน คาดหวังว่าหากหลายหน่วยงานทำงานร่วมกันจะดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กลับมาได้ในไม่ช้าและสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้สิ้นปี ที่ถือว่าเป็นไฮซีซั่นหรือฤดูหนาวทำให้ประเทศไทยสามารถสร้างเม็ดเงินจากอัตราการเข้าพักที่สูงที่สุด”

    ขณะเดียวกันคนที่เดินทางมาประเทศไทย มักมียอดค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ และเมื่อพูดถึงกรุงเทพฯ ในข้อมูลของ Agoda เป็นเมืองที่มีผู้มาเที่ยวซ้ำมากที่สุดมาถึง 7 ปี ติดต่อกัน

    อย่างไรก็ตาม ก็มีด้านที่ลดลงของการท่องเที่ยวด้วย โดยเฉพาะจากตลาดจีน ที่เราต้องช่วยกันโปรโมทตลาดจีนให้มากยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ในฐานะแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวบริษัทในเครือได้ศึกษาเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน แต่สำหรับนักเดินทางกว่า 84% ยังไม่มีความสนใจในเรื่องนี้มากนัก และเรื่องนี้ยังเป็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ ที่จะดำเนินการสร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อธุรกิจและจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว

    “เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว เราได้เปิดตัว Agoda Sustainability Academy ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ฟรีสำหรับโรงแรม สามารถเข้าสู่ระบบและเรียนรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติปรับปรุงความยั่งยืน ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอการประหยัดเงินในการดำเนินการ สามารถมีส่วนร่วมในภารกิจที่สำคัญนี้ในการช่วยพัฒนาการเดินทาง พร้อมลดผลกระทบ และยังช่วยปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนและระบบนิเวศของประเทศนั้นๆ ได้ แน่นอนว่าหากลูกค้าเห็นป้ายรับรองในด้านความยั่งยืนน่าจะช่วยเพิ่มอัตราการจองหรือเพิ่มนักท่องเที่ยวได้สูงขึ้น”

    สำหรับประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเดียวกันการท่องเที่ยวถือเป็นกุญแจสำคัญ โดยมีอาวุธคือนโยบายวีซ่าที่ถือว่ามีผลอย่างมาก ทำให้ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวอินเดียเติบโตสูงขึ้นถึง 33% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และนโยบายนี้มาเลเซียก็ได้ใช้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นกัน รวมถึงเวียดนามที่กำลังเจาะกลุ่มประเทศที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและกำลังเติบโตสูงถึง 78% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

    ดังนั้นแอพพลิเคชั่นหรือชุดเครื่องมือที่สนับสนุนการเดินทางระหว่างประเทศของลูกค้าคือกลยุทธ์สำคัญ ทำให้บริษัทพัฒนาและเติบโต แน่นอนว่า ai ถือเป็นส่วนหนึ่งและเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่จะต้องนำมาใช้ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสามารถทำความเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้มากกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ถือว่าการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี AI ช่วยสร้างความได้เปรียบในธุรกิจและให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้าในยุคปัจจุบันมีความหลากหลาย

    นักเดินทางต่างกระหายข้อมูลและต้องการข้อมูลที่ตอบสนองได้ดี แพลตฟอร์มต่างๆ หรือ AI ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของคู่มือการท่องเที่ยว ภาษาก็ต้องมีความหลากหลายถูกต้อง สอดคล้องกับบริบทของผู้ใช้ เป็นผู้ช่วยในการพูดคุยและวางแผนการเดินทางตั้งแต่ต้นไปจนจบ

    การบินไทย ขยาย connect flight เพิ่มฝูงบินใหม่

    นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา การบินไทยได้ทำแผนงานระยะยาวเพื่อลดแบบของเครื่องบินที่บริษัทใช้ โดยก่อนหน้านี้มีเครื่องบินถึง 8 แบบ แต่ตอนนี้จะลดลงไปเหลือเพียง 4 แบบ เพื่อลดต้นทุนการซ่อมบำรุง นอกจากนี้เรื่องสัดส่วนของการบินแบบ point to point กับการ connect ก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน เพราะในอนาคตการเดินทางในเอเชียแปซิฟิกจะเติบโตสูงที่สุดในโลก

    ดังนั้นจึงออกแบบเที่ยวบินให้เป็นไปตามข้อมูล โดยเฉพาะในครึ่งแรกของปี 2568 สัดส่วนของ direct flight กับ connect flight มาเป็น 80 : 20 % จากที่ก่อนหน้านี้ direct flight สูงมากกว่า 90% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว

    “เราสามารถดึงดูดผู้โดยสารจากทั่วทุกมุมโลกมายังกรุงเทพฯได้ และสามารถเชื่อมต่อ ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้เช่นกัน โดยมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารในปัจจุบันประมาณ 77% มากกว่าไตรมาส 2 ในอดีตที่ต่ำกว่า 70% และตอนนี้สามารถผสมผสานการเดินทางไฟลท์บินตรงและไฟลท์เชื่อมต่อได้เป็นอย่างดีสำหรับทุกเที่ยวบิน”

    ชาย เอี่ยมศิริ

    การวิเคราะห์ข้อมูลและนำมาจัดการทางธุรกิจเพื่อให้สามารถและได้รับผลตอบแทนมากขึ้น มีส่วนทำให้สามารถทำกำไรได้มากขึ้นด้วย ในปัจจุบันยังพัฒนาการใช้เครื่องบินที่ปล่อยคาร์บอนต่ำใช้เชื้อเพลิงน้อยลง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยังปรับเพิ่มประสิทธิภาพทางเส้นทางการบินเหมาะกับการเดินทางในโลกยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

    ปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องบิน Airbus A320 จำนวน 20 ลำ และได้ปรับปรุงห้องโดยสาร เพิ่มความบันเทิงด้านภาพยนตร์ ฟังเพลง เพื่อให้การเดินทางสำหรับผู้โดยสารราบรื่นแบบไร้รอยต่อ หลังจากนี้จะปรับใช้กับเครื่องบินใหม่ Airbus A321 รวมถึงเครื่องบินโบอิ้งในปัจจุบัน

    “ในระยะยาวเราจะได้รับเครื่องบินใหม่รุ่นโบอิ้งอย่างน้อย 45 – 50 กว่าลำ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำหรับการเดินทางระยะไกล สามารถแข่งขันกับสายการบินชั้นนำของโลกได้ ซึ่งผมยังไม่สามารถเปิดเผยได้ตอนนี้แต่ถือว่ามีความพร้อมประมาณ 95% แล้ว”

    การบินไทย

    สำหรับความท้าทายของการบินไทยในระยะยาว 10 ปีข้างหน้า คือผลกระทบจากห่วงโซ่การผลิตชะงักงันที่ผ่านมา และเครื่องบินที่มีชิ้นส่วนประกอบนับแสนชิ้น ที่ต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน โรคระบาดโควิดที่ผ่านมา ทำให้ผู้ผลิตลดการผลิต ปลดคนงานออก เมื่อโลกฟื้นจากโควิด ต้องมีการจ้างงานใหม่ แต่คนงานที่ออกไปไม่ยอมกลับมาทำงานเดิม ต้องใช้เวลาในการเทรนคนใหม่

    ทำให้บริษัทการบินต่าง ๆ รวมทั้งการบินไทยยังประสบปัญหาจากการขาดแคลนพนักงงาน ปัจจุบันการบินไทยต้องหันมาให้ทุนให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนฝึกนักบินเพื่อที่จะได้คนมาให้ทำงานให้การบินไทยในอนาคต ท่ามกลางการแย่งชิงตัวพนักงานระหว่างสายการบินต่าง ๆ

    ขณะที่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ เช่น การปิดน่านฟ้าของอิหร่านที่ผ่านมา หรือการปิดน่านฟ้ากัมพูชาทำให้ต้องปรับเส้นทางการบิน ต้องบินนานขึ้น ค่าใช้จ่ายน้ำมันมากขึ้น

    ในขณะเดียวกันสงครามการค้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขึ้นภาษีศุลกากรสูงทั่วโลก ทำให้คนยุโรปและแคนาดาเดินทางไปสหรัฐน้อยลง แต่เดินทางมาแถบเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น ทำให้ การบินไทยได้ประโยชน์จึงถือเป็นโอกาสในวิกฤต

    ในส่วนของการดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมา รัฐบาลไทยจะต้องเร่งสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย เพราะคนจีนยังออกท่องเที่ยวต่างประเทศมากแต่เดินทางไปประเทศอื่น มาไทยน้อยลง

    ทั้งการบินไทยยังใช้ผลิตภัณฑ์ไทยจำนวนมากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นตั้งแต่ชุดพนักงานบนเครื่อง การขวดพลาสติก PET 70% จากขวดพลาสติก PET และ 30% จากผ้าไหม และนำมาผลิตเป็นชุดเครื่องแบบของพนักงาน

    แม้กระทั่งเสื้อนักบิน ก็มาจากผ้าที่รีไซเคิลได้ 100% ทั้งหมดนี้เรียกว่า ผลิตภัณฑ์ปลอดขยะ (zero waste living product) ซึ่งมาจากวัสดุที่ใช้แล้วในเครื่องบิน และอีกหลายอย่าง แม้กระทั่งผู้ขวดน้ำดื่มก็ไม่มีฉลาก นับเป็นการดำเนินการเกี่ยวกับ ESG แบบย่อ

    ทั้งหมดล้วนเป็นข้อมูลจากเวทีเสวนา Thailand Focus 2025 Beyond The Challenges ในหัวข้อ “Beyond Recovery: Transforming Thailand’s Tourism for a Sustainable and High-Value Future” ยกระดับการท่องเที่ยวไทย: มองไกลกว่าการฟื้นตัว สู่การสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน ซึ่งฐานเศรษฐกิจ ได้จับประเด็นสำคัญมานำเสนอ

    หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,130 วันที่ 11 – 13 กันยายน พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/639408&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xbogAgAz-Y03pxO4PVdPo

  • สว. จี้ รมว.ท่องเที่ยวฯใหม่ เร่งส่างปัญหาเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์

    สว. จี้ รมว.ท่องเที่ยวฯใหม่ เร่งส่างปัญหาเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์

    “กมธ.วุฒิสภา” จี้ รมว.ท่องเที่ยวฯใหม่ เร่งส่างปัญหาเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์ครั้งที่33 ด้าน “จำลอง” งง จ้างบ.เอกชนดูแลการถ่ายทอดสด ทั้งที่กรมประชาฯมีความพร้อม-สั่งรื้อโลโก้ มาสคอต มิหนำซ้ำไร้สำรองที่พักนักกีฬา ให้กำลังใจรัฐบาลใหม่สานต่อให้สำเร็จ

    นายจำลอง อนันตสุข สว. โฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่จะจัดขึ้นภายในสิ้นปีนี้ ว่าล่าสุดทางกมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทินายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้าชี้แจงในกมธ.ถึง2-3ครั้ง

    ในภาพรวมต้องเข้าใจว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีความเข้มแข็ง ปล่อยปัญหานี้จนเหลือเวลาแค่3เดือนสุดท้าย มิหนำซ้ำยังเปลี่ยนโลโก้และมาสคอตซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะต้องใช้ในการประชาสัมพันธ์เนื่องจากเราเป็นเจ้าภาพ ปัญหาดังกล่าวจึงทำให้งานในด้านของการประชาสัมพันธ์สะดุด

    รวมถึงงานป้ายสิทธิประโยชน์อีกด้วย ส่วนงบประมาณมีการตั้งทิ้งไว้ที่ไม่เพียงพอโดยอ้างว่าจะใช้งบกลาง ซึ่งในความเป็นจริงจะต้องมีการทำเรื่องขออีกซึ่งจะทำให้กระบวนการในการทำงานล่าช้า

    นายจำลอง กล่าว ส่วนอีกปัญหาที่พบคือการถ่ายทอดสดที่ทางกกท.จ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดูแล ส่วนมองว่าไม่ควรทำ เราควรให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้ดูแลศูนย์การถ่ายทอดสด เพราะมีพื้นที่และทรัพยากรที่เพียงพอ คณะกรรมการการแข่งขันต้องทราบรายละเอียด แต่ยังดื้อรันไปจ้างบริษัทเอกชน

    ตนไม่ทราบว่าบริษัทไหนลองไปตรวจสอบดู แต่ทางกรมประชาสัมพันธ์เองก็ยืนยันว่าหากจ้างเอกชน ก็ไม่ขอสนับสนุน

    นายจำลอง กล่าวว่า อีกปัญหาที่เจอคือที่พักของนักกีฬาต้องอย่าลืมว่าช่วงธ.ค. เป็นช่วงไฮด์ ซีซั่น ในการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตอนนี้ยังไม่มีการจองเลย ส่วนเรื่องความปลอดภัยควรมีมาตราการที่เข้มข้น เพราะปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ก็ยังไม่คลี่คลายอาจจะมีการปะทะของกองเชียร์ ควรติดกล้องวงจรปิดรวมถึงจัดทีมรักษาความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นซึ่งอาจจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

    “เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่สถานการณ์เริ่มดีขึ้นแล้วสามารถเดินหน้าได้ เลยงงว่าทำไมการเมืองถึงยุ่งกับกีฬามากมาย จะให้ทุกอย่างเป็นการเมืองหรือ การกีฬาเจ้าของเกมควรเป็นประชาชน“

    นายจำลอง กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่ ควรนำเรื่องนี้เข้าหารือให้เร็วที่สุด เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเร่งสะส่างให้จบ ส่วนตัวมองว่าระยะ3เดือนต้องทำให้ทัน ควรมีความชัดเจน ในส่วนของกมธ. จะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือทุกอาทิตย์ รวมถึงลงพื้นที่ในสถานที่ที่จะต้องมีการจัดกีฬาขึ้น ต้องให้กำลังรัฐบาลชุดนี้ด้วย และเราจะช่วยให้กีฬาในครั้งนี้เป็นความของประชาชนทั้งประเทศ

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_936984/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MTWPqO_4q7p4ld4j79-KP

  • ผู้ว่าฯสกลนครพาเที่ยว ชวนล่องเรือเที่ยวเกาะดอนสวรรค์ ชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่หนองหาร

    ผู้ว่าฯสกลนครพาเที่ยว ชวนล่องเรือเที่ยวเกาะดอนสวรรค์ ชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่หนองหาร

    ภูมิภาค

    ผู้ว่าฯสกลนครพาเที่ยว ชวนล่องเรือเที่ยวเกาะดอนสวรรค์ ชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่หนองหาร

    วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.45 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ที่บริเวณท่าเรือสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สระพังทอง) ริมหนองหาร จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นจุดนัดหมายของการล่องเรือเที่ยวเกาะดอนสวรรค์ ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่หนองหาร   นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นหัวหน้าคณะ พาล่องเรือเที่ยวชมความงดงามอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ พร้อมทั้งกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยมี นายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน ร่วมทริปท่องเที่ยวครั้งนี้ โดยคณะ ออกจากท่าเรือ เวลา 05.30 น. ใช้เวลา ประมาณ 15-20 นาที ก็ถึงเกาะดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่หมายของการท่องเที่ยวในครั้งนี้ โดยระหว่างทางจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้น สีทองส่องประกายสวยงาม ดูนกที่อพยพ มารวมกลุ่มกัน มีทั้งนกปากห่าง นกเป็ดน้ำ และอื่น ๆ อีกหลายสายพันธุ์ 
            
    สำหรับบึงหนองหารเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่กว่า 77,000 ไร่ โดยจะมีเกาะดอนสวรรค์ ตั้งอยู่ใจกลางบึงหนองหาร เป็นเกาะ ที่มีพื้นที่รวม 500 ไร่ โดยจัดสรรเป็นพื้นที่สำหรับการท่องเที่ยว 120 ไร่ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ หลายต้น ซึ่งเทศบาลนครสกลนคร   ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) เป็นพื้นที่ปกปัก ทรัพยากรท้องถิ่น สนองพระราชดำริ มีไก่แแจ้ นกยูง กระรอก และควายน้ำ นอกจากนี้ยังมีต้นตะเคียนคู่ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้การนับถือศรัทธา และภายในเกาะดอนสวรรค์จะมีโบสถ์โบราณ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ รูปปั้นพญานาค เรียกว่าสายมู ต้องห้ามพลาด
            
    นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า เกาะดอนสวรรค์แห่งนี้ นอกจากเทศบาลนครสกลนครจะเข้ามาบริหารจัดการดูแลทำความสะอาด เพาะพันธุ์ต้นไม้แล้ว  สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสกลนคร ยังได้ปรับปรุงพื้นที่บริเวณทางเดิน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่มีศักยภาพ ต่อยอดพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนครได้ ทั้งนี้ภายหลังการลงพื้นที่เกาะดอนสวรรค์ หนองหาร จังหวัดสกลนคร แล้วคณะทำงาน จะได้จัดทำแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร ต่อไป
            
    ด้านนายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร กล่าวว่า เกาะดอนสวรรค์ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในบึงหนองหาร มีพันธุ์ไม้ใหญ่ที่หลากหลายโดยเฉพาะต้นยางนา และเทศบาลนครสกลนครได้มีการปรับปรุงทำความสะอาดเป็นประจำ การเดินทางมาที่เกาะดอนสวรรค์แห่งนี้ใช้ทางเรือ ขึ้นจากท่าเรือบริเวณสระพังทอง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทาง มาได้ทุกวัน มีเรือให้บริการ คนละ 100 บาท ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึง 17.00 น. สามารถเดินทางไปกลับ โดยไม่มีการค้างคืน
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/447241&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Z5LzXRLUauu2D7mxokbKX

  • อช.ดอยสุเทพฯ ดีเดย์เพิ่มจุดเก็บเงินเข้าแหล่งท่องเที่ยว-เส้นทางเดินเทรล 1 ตุลาคม นี้

    อช.ดอยสุเทพฯ ดีเดย์เพิ่มจุดเก็บเงินเข้าแหล่งท่องเที่ยว-เส้นทางเดินเทรล 1 ตุลาคม นี้

    อช.ดอยสุเทพฯ ดีเดย์เพิ่มจุดเก็บเงินเข้าแหล่งท่องเที่ยว-เส้นทางเดินเทรล 1 ตุลาคม นี้ พร้อมแจงสาเหตุ ยืนยันเที่ยววัดดอยสุเทพ-วัดผาลาด ตามเส้นทางหลักไม่เก็บเงินเหมือนเดิม

    นายธงชัย นาราษฎร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่งในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่ไม่มีการจัดเก็บค่าบริการเข้าอุทยานฯ มาก่อน แต่จึงเมื่อมีการใช้ประโยชน์ในทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว จึงมองว่าน่าจะมีการเพิ่มจุดชำระค่าบริการเข้าอุทยานฯ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนรับผิดชอบในการท่องเที่ยว

    โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืชได้เห็นชอบให้เปิดจุดจัดเก็บค่าบริการบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาลาด , น้ำตกห้วยแก้ว , น้ำตกวังบัวบาน-ผาเงิบ , ดอยหัวหมูหรือยอดดอยปุย และ บ้านพักสวนสน เพิ่มเติมจากแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่จัดเก็บอยู่ก่อนหน้านี้ โดยจะเก็บค่าบริการคนไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ส่วนต่างชาติ เด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท
            
    ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการจัดเก็บเงินสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยววัดดอยสุเทพ และ วัดผาลาด ยืนยันว่าหากไม่ผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติและมีการใช้เส้นทางถนนสายหลัก ขึ้นไปที่วัดดอยสุเทพและวัดผาลาด จะไม่มีการจัดเก็บค่าบริการ สามารถเดินทางขึ้นไปได้ตามปกติ  
            
    หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศมีระเบียบการจัดเก็บเงินรายได้ในการเข้าเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

    โดยเงินรายได้จากการท่องเที่ยวที่จัดเก็บโดย อช.ดอยสุเทพ-ปุย  จะคืนให้กับท้องถิ่นคือชุมชนโดยรอบพื้นที่อุทยานฯ 5 เปอร์เซ็นต์ และอีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืชจะส่งคืนให้กับอุทยานแห่งชาติที่จัดเก็บได้  เพื่อบริหารจัดการ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและจะถูกนำมาใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น การเข้าบรรเทาภัยบิติธรรมชาติที่เกิดขึ้นในเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นต้น
            
    พ่อค้าบริเวณหน้าทางเข้าน้ำตกห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ บอกว่า ที่ผ่านมาน้ำตกห้วยแก้วมีนักท่องเที่ยวเข้ามาน้อยมาก หากเก็บเงินค่าเข้าก็ห่วงว่าจะทำให้คนหายไปมากกว่าเดิม โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยที่อาจจะเลือกไปที่อื่นที่ไม่ต้องเสียเงินแทน นั่นหมายความว่าจะทำให้บรรยากาศการค้าขายบริเวณนี้ซบเซาลงไปด้วย

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3774246/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iaJBRsmFs9dx6q9j4oBs2

  • “กมธ.วุฒิสภา” จี้ รมว.ท่องเที่ยวฯใหม่ เร่งสางปัญหาเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์

    “กมธ.วุฒิสภา” จี้ รมว.ท่องเที่ยวฯใหม่ เร่งสางปัญหาเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์


    “กมธ.วุฒิสภา” จี้ รมว.ท่องเที่ยวฯใหม่ เร่งสางปัญหาเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์ครั้งที่33 ด้าน “จำลอง” งง จ้าง บ.เอกชนดูแลการถ่ายทอดสด ทั้งที่กรมประชาฯมีความพร้อม-สั่งรื้อโลโก้ มาสคอต แถมไร้สำรองที่พักนักกีฬา

    นายจำลอง อนันตสุข สว. โฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่จะจัดขึ้นภายในสิ้นปีนี้ ว่าล่าสุดทางกมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทินายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้าชี้แจงในกมธ.ถึง2-3ครั้ง ในภาพรวมต้องเข้าใจว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีความเข้มแข็ง ปล่อยปัญหานี้จนเหลือเวลาแค่3เดือนสุดท้าย มิหนำซ้ำยังเปลี่ยนโลโก้และมาสคอตซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะต้องใช้ในการประชาสัมพันธ์เนื่องจากเราเป็นเจ้าภาพ ปัญหาดังกล่าวจึงทำให้งานในด้านของการประชาสัมพันธ์สะดุด รวมถึงงานป้ายสิทธิประโยชน์อีกด้วย ส่วนงบประมาณมีการตั้งทิ้งไว้ที่ไม่เพียงพอโดยอ้างว่าจะใช้งบกลาง ซึ่งในความเป็นจริงจะต้องมีการทำเรื่องขออีกซึ่งจะทำให้กระบวนการในการทำงานล่าช้า

    นายจำลอง กล่าว ส่วนอีกปัญหาที่พบคือการถ่ายทอดสดที่ทางกกท.จ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดูแล ส่วนมองว่าไม่ควรทำ เราควรให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้ดูแลศูนย์การถ่ายทอดสด เพราะมีพื้นที่และทรัพยากรที่เพียงพอ คณะกรรมการการแข่งขันต้องทราบรายละเอียดแต่ยังดื้อรันไปจ้างบริษัทเอกชน ตนไม่ทราบว่าบริษัทไหนลองไปตรวจสอบดู แต่ทางกรมประชาสัมพันธ์เองก็ยืนยันว่าหากจ้างเอกชน ก็ไม่ขอสนับสนุน

    นายจำลอง กล่าวว่า อีกปัญหาที่เจอคือที่พักของนักกีฬาต้องอย่าลืมว่าช่วงธ.ค. เป็นช่วงไฮด์ ซีซั่น ในการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตอนนี้ยังไม่มีการจองเลย ส่วนเรื่องความปลอดภัยควรมีมาตราการที่เข้มข้น เพราะปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ก็ยังไม่คลี่คลายอาจจะมีการปะทะของกองเชียร์ ควรติดกล้องวงจรปิดรวมถึงจัดทีมรักษาความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นซึ่งอาจจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

    “เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่สถานการณ์เริ่มดีขึ้นแล้วสามารถเดินหน้าได้ เลยงงว่าทำไมการเมืองถึงยุ่งกับกีฬามากมาย จะให้ทุกอย่างเป็นการเมืองหรือ การกีฬาเจ้าของเกมควรเป็นประชาชน“นายจำลองกล่าว

    นายจำลอง กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่ ควรนำเรื่องนี้เข้าหารือให้เร็วที่สุด เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเร่งสะส่างให้จบ ส่วนตัวมองว่าระยะ3เดือนต้องทำให้ทัน ควรมีความชัดเจน ในส่วนของกมธ. จะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือทุกอาทิตย์ รวมถึงลงพื้นที่ในสถานที่ที่จะต้องมีการจัดกีฬาขึ้น ต้องให้กำลังรัฐบาลชุดนี้ด้วย และเราจะช่วยให้กีฬาในครั้งนี้เป็นความของประชาชนทั้งประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/35637&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0p9aNXlC58e9NJwEwps0xf

  • หมอลำเฟสติวัลร้อยเอ็ด เทศกาลใหญ่ โชว์สุดอลังการ

    หมอลำเฟสติวัลร้อยเอ็ด เทศกาลใหญ่ โชว์สุดอลังการ

    21 ก.ย.2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับหมอลำสู่เวทีระดับโลก ในฐานะ Soft Power อันทรงเสน่ห์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ขัน ภูมิปัญญา และตัวตนของชาวอีสานได้อย่างลึกซึ้ง จัดงาน “หมอลำเฟสติวัล” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ครอบคลุมกิจกรรม Eat Thai Food, Shop Thai Products, Thai Culture, Thai Wellness และ Thai Festivals พร้อมชมการแสดงจากศิลปินลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง ณ ลานหอโหวด จังหวัดร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ 19–21 กันยายน 2568  จากนั้นหมอลำเฟสติวัลจะเปิดเวทีใหญ่อีกครั้ง วันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 17.00–24.00 น. โดยเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงาน

    นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวช่วงนอกฤดูกาล (Green Season) ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยว ประเพณี งานอีเวนต์ต่าง ๆ พร้อมส่งเสริม Soft Power ที่เจาะลึกถึงกลุ่มวัฒนธรรมย่อย (Sub-Culture) ของท้องถิ่น โดยขยายผลผ่านแนวคิด 5 Must Do in Thailand ซึ่งใช้จุดแข็งและความโดดเด่นของอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งประเพณี วัฒนธรรมพื้นถิ่น อาหาร ความเชื่อ และความศรัทธา ผนวกเข้ากับการเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจโดยคนท้องถิ่น (Storytelling) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงพื้นที่อย่างลึกซึ้ง ซึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ภายใต้แคมเปญสุขทันที ที่เที่ยวไทย ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มรายได้ และกระจายประโยชน์สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

    นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า การนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันทรงคุณค่าและโดดเด่นของภาคอีสานอย่าง หมอลำ นำเสนอสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์และมีชีวิตชีวา แต่ยังแสดงถึงวิถีชีวิต อารมณ์ขัน และภูมิปัญญาของชาวอีสานได้อย่างลึกซึ้ง ด้วยจังหวะที่เร้าใจ บทเพลงที่สะท้อนมุมมองทางสังคม มาถ่ายทอดในรูปแบบร่วมสมัยผสมผสานดนตรีสมัยใหม่ T-Pop และเทคโนโลยีการแสดงสร้างสรรค์ พร้อมยกระดับเป็นเทศกาลดนตรีอีสานเต็มรูปแบบ ที่จะเป็นเวทีแสดงพลัง Soft Power ของไทยที่ไม่เหมือนใคร

    บรรยากาศยามเย็นของหมอลำเฟสติวัลคืนแรกที่ลานหอโหวด สุดคึกคักผู้คนจากหลากหลายจังหวัดหลั่งไหลมาร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ของงานหมอลำเฟสติวัลกันอย่างไม่ขาดสาย แสงไฟ สีสัน และเสียงเพลงที่ดังแว่วมาแต่ไกล สร้างความคึกคักตั้งแต่ยังไม่ถึงลานกิจกรรม ค่ำคืนนั้นกลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย เมื่อศิลปินมากฝีมือทั้งจากสาย T-POP และหมอลำระดับตำนาน มารวมตัวกันอย่างยิ่งใหญ่บนเวทีเดียวกัน อย่าง หมอลำคณะประถมบันเทิงศิลป์ และศิลปินรุ่นใหม่ทั้ง MOBYE และ Bamm ชื่อชั้นแต่ละคนสุดยอดในวงการ

    เรามีโอกาสได้นั่งชมหมอลำคณะประถมบันเทิงศิลป์ บรรยากาศหน้าเวทีคึกคักมาก คนแน่นไปหมดตั้งแต่หัวค่ำ พอวงขึ้นแสดงรู้เลยว่าทำไมถึงได้ชื่อว่า เป็นคณะระดับตำนาน เพราะถึงจะก่อตั้งมากว่า 50 ปี แต่ฝีมือยังไม่ตกเลย ทั้งเสียงร้องสำเนียงอีสานที่ชัดเจน นักร้องแต่ละคนผลัดกันขึ้นเวทีร้องเพลงได้ไพเราะจับใจ ดนตรีสดเล่นประกอบแบบจัดเต็ม ส่วนแดนเซอร์ก็แต่งตัวชุดขนนกอลังการ เดินออกมาสะบัดเอว เต้นเข้าจังหวะได้พริ้วไหว ดูแล้วสนุกตาม ที่น่าประทับใจก็คือการแสดงของคณะนี้ไม่เชยเลย เขาปรับให้ทันยุคทันสมัย แต่ก็ยังรักษาเอกลักษณ์ความเป็นหมอลำไว้ได้ครบ เลยไม่แปลกที่คนดูจะมีทุกวัยตั้งแต่เด็ก วัยรุ่นไปจนถึงลุงป้าและผู้สูงอายุที่ปักหลักรับชมจนการแสดงได้จบลง

    นอกจากนี้ ภายในงานนังมีบูทจำหน่ายอาหารคาวและหวาน ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ ไข่ปิ้ง ข้าวจี่ แจ่วฮ้อน น้ำถุงโบราณ อาหารสตรีทฟู้ดหลายเมนู และบูทสินค้าพื้นบ้านตระกร้าสาน รวมถึง workshop วาดภาพระบายสี กิจกรรมสร้อยดาวอีกด้วย หากใครอยากสัมผัสความม่วนมันส์ๆ หมอลำเฟสติวัล จะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 17.00 – 24.00 น. ชมฟรี

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/865299/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw268FAHdrERU1Y8XY_lOBUR

  • แสง สี เสียง ตระการตา งานหมอลำเฟสติวัล รวมศิลปิน-คณะหมอลำชื่อดัง สร้างความมันส์ตระการตา

    แสง สี เสียง ตระการตา งานหมอลำเฟสติวัล รวมศิลปิน-คณะหมอลำชื่อดัง สร้างความมันส์ตระการตา

    ภูมิภาค

    แสง สี เสียง ตระการตา งานหมอลำเฟสติวัล รวมศิลปิน-คณะหมอลำชื่อดัง สร้างความมันส์ตระการตา

    วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.43 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 18.30 น. ณ ลานหอโหวด อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดงาน “หมอลำเฟสติวัล” เพื่ออนุรักษ์และสืบสานหมอลำ ศิลปะพื้นบ้านอีสานที่สะท้อนวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยมีผู้บริหารจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมงานอย่างคึกคัก การจัดงานเป็นการต่อยอด หมอลำ สู่ Soft Power ระดับนานาชาติ และผลักดันสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในอนาคต

    งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 กันยายน 2568 พบการแสดงจากคณะหมอลำชื่อดัง อาทิ ระเบียบวาทะศิลป์ ประถมบันเทิงศิลป์ และเสียงอีสาน ร่วมด้วยศิลปิน T-POP เช่น Bamm, Instinct, Yes’sir Days, Slapkiss และ Kylinz รวมทั้งโซนสตรีทฟู้ด อาหารฟิวชัน กิจกรรม Workshop และการจับรางวัลของที่ระลึกมูลค่ากว่า 300,000 บาท เข้าชมฟรีตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึงเที่ยงคืน

    ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดกล่าวว่า งานนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงวัฒนธรรมอีสาน แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น เพิ่มรายได้แก่ชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาล (Green Season) จังหวัดร้อยเอ็ดขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์หมอลำในงาน “หมอลำเฟสติวัล” วันที่ 19–21 กันยายน 2568 ณ ลานหอโหวด จังหวัดร้อยเอ็ด ฟรีตลอดงาน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/447158&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kP5vAV4zb7C4vc2XY1fJE