Category: ท่องเที่ยว

  • 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แถลงข่าวกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก

    4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แถลงข่าวกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก

    4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แถลงข่าวกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก


    13/09/2568 | 66 |

    4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แถลงข่าวกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก 
         
            นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นายภาณุพันธ์  เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา , นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย , นางสาวนิศา สังข์ศร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ , นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน , และนางสาวกัญญ์นลิน อิทธิวัชรศิลป์ (น้องกอล์ฟ นางฟ้านักวิ่ง) ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 และพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ณ ท็อปส์ พลาซ่า พะเยา ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา 
            ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวถึงภาพรวมและความพร้อมในการจัดกิจกรรมฯ สำหรับกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออกในครั้งนี้ ว่า จัดขึ้นตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 2 เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการกระจายรายได้สู่เมืองรอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ และยกระดับเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์บนฐานวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งจะจัดขึ้นทั้งหมด 7 ครั้ง แบ่งเป็นกิจกรรมวิ่งในโครงการ “เลาะเวียง 4 เมือง” จำนวน 4 ครั้ง ณ เมืองเวียงสำคัญในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้แก่ สนามที่ 1: วิ่งเลาะเวียง 1 เวียงแพร่ จังหวัดแพร่ สนามที่ 2: วิ่งเลาะเวียง 2 เวียงน่าน จังหวัดน่าน สนามที่ 3: วิ่งเลาะเวียง 3 เวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย และสนามที่ 4: วิ่งเลาะเวียง 4 เวียงพางคำ จังหวัดพะเยา โดยการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ มาราธอน (42 กิโลเมตร) ฮาล์ฟมาราธอน (21 กิโลเมตร) Fun Run (ไม่ต่ำกว่า 5 กิโลเมตร) และ วิ่ง-กิน-เที่ยว Kilo Run (2.5 กิโลเมตร) คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ ไม่ต่ำกว่า 700 คนต่อสนาม 
         นอกจากนั้น จังหวัดพะเยายังเตรียมจัดกิจกรรมวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในพื้นที่เพิ่มเติมอีก 3 ครั้ง ได้แก่ 1.กิจกรรมวิ่ง Night Run กว๊านพะเยา ระหว่างวันที่ 26–27 กันยายน 2568 ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อำเภอเมืองพะเยา ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร , 2.กิจกรรมวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเชียงม่วน ระหว่างวันที่ 4–5 ตุลาคม 2568 ณ ฝั่งต้าไชยสถาน อำเภอเชียงม่วน ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร , 3.กิจกรรมวิ่งเทรลแม่ปืม ระหว่างวันที่ 18–19 ตุลาคม 2568 ณ อุทยานแห่งชาติแม่ปืม อำเภอแม่ใจ
             ทั้งนี้ จังหวัดพะเยามีความพร้อมในการจัดกิจกรรมในทุกด้าน ทั้งสนามแข่งขัน ระบบความปลอดภัย ที่พัก อาหาร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมจากหน่วยงานราชการ นอกจากนี้ยังมีการจัดทำ “พาสปอร์ตกิจกรรม” ให้ผู้ร่วมงานสามารถสะสมตราแสตมป์จากการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อแลกรับของรางวัล เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการเดินทางและเชื่อมโยงกิจกรรมวิ่งกับการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย 
         สำหรับนักกีฬาที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook วิ่งเลาะเวียง เมืองล้านนาตะวันออก (https://www.facebook.com/profile.php?id=61565690733307) โดยจะเปิดรับสมัครในวันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ชิงเงินรางวัลรวม 564,000 บาท  

     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1971/iid/423198&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NsJSwvF1wePK3t5DFp4Y9

  • นายกฯ สุพิศ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ 2568 หวังผลักดันให้เป็นเทศกาลกินเจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้

    นายกฯ สุพิศ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ 2568 หวังผลักดันให้เป็นเทศกาลกินเจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้


    นายกฯ สุพิศ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ 2568 หวังผลักดันให้เป็นเทศกาลกินเจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้

          วันที่ 12 กันยายน 2568 เวลา 13.30 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2568 ณ ห้องสราญรมย์ ชั้น 2 โรงแรมนิวซีซั่นสแควร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ร่วมกับ จังหวัดสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานหาดใหญ่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคเอกชนในจังหวัดสงขลา กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 ตุลาคม 2568 ณ บริเวณสวนหย่อมศุภสารรังสรรค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

          การจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ เพื่อสืบสานวิถีวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีน อันเป็นมรดกที่ทรงคุณค่า งดเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ และยังมีการประทับทรงตั้งขบวนอันเชิญพระออกโปรดลูกหลานตามท้องถนนสายต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้เจริญงอกงาม พ้นทุกข์โศกโรคภัย ที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้สู่ชุมชนและจังหวัดสงขลา ที่สำคัญยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่น และเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองหาดใหญ่และจังหวัดสงขลาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

          ”เทศกาลถือศีลกินเจเป็นอีกหนึ่งงานประเพณีที่มีความสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งการจัดงานในปีนี้จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดสงขลาได้เป็นอย่างดี“ นายฯ สุพิศ กล่าว

          ภายในงานพบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ พิธีขบวนแห่พระรอบเมือง การแสดงสิงโตสุดอลังการ , การประกวดหนูน้อยเจี๊ยะฉ่าย , การออกร้านอาหารเจ กว่า 100 ร้าน , กิจกรรมปรุงอาหารเจ คนดังเข้าครัว และกิจกรรม Go Green กินเจเพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

    ภาพ / ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ อบจ.สงขลา

    เนื้อหานี้ในภาษาอื่น


    • อบจ.สงขลา ร่วมเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านผ้าไทย สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นถิ่น

      อบจ.สงขลา ร่วมเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านผ้าไทย สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นถิ่น
    • อบจ.สงขลา ผนึกกำลังโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม กว่า 80 แห่ง ร่วมจัด “มหกรรมวิชาการ เปิดโลกการศึกษา 2568” ยกระดับทักษะวิชาการอิสลาม รุ่น 19 ที่สันติวิทย์

      อบจ.สงขลา ผนึกกำลังโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม กว่า 80 แห่ง ร่วมจัด “มหกรรมวิชาการ เปิดโลกการศึกษา 2568” ยกระดับทักษะวิชาการอิสลาม รุ่น 19 ที่สันติวิทย์
    • อบจ.สงขลา ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในพิธีเปิดโครงการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ (แม่น้ำ ลำคลอง)

      อบจ.สงขลา ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในพิธีเปิดโครงการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ (แม่น้ำ ลำคลอง)
    • อบจ.สงขลา เดินหน้ามอบแว่นสายตาให้เด็กนักเรียน หวังสร้างอนาคตทางการมองเห็นที่ดี

      อบจ.สงขลา เดินหน้ามอบแว่นสายตาให้เด็กนักเรียน หวังสร้างอนาคตทางการมองเห็นที่ดี
    • อบจ.สงขลา ลงพื้นที่ ต.ทุ่งใหญ่ ออกหน่วยบริการทันตกรรมเคลื่อนที่ ให้บริการทันตกรรม เคลือบหลุมร่องฟันในฟันแท้ซี่แรกในโรงเรียนเขตรับผิดชอบ

      อบจ.สงขลา ลงพื้นที่ ต.ทุ่งใหญ่ ออกหน่วยบริการทันตกรรมเคลื่อนที่ ให้บริการทันตกรรม เคลือบหลุมร่องฟันในฟันแท้ซี่แรกในโรงเรียนเขตรับผิดชอบ
    • อบจ.สงขลา ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ปล่อยพันธุ์กุ้ง-ปลาทะเล กว่า 2.7 แสนตัว หวังฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง สร้างสมดุลธรรมชาติคู่ชุมชน

      อบจ.สงขลา ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ปล่อยพันธุ์กุ้ง-ปลาทะเล กว่า 2.7 แสนตัว หวังฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง สร้างสมดุลธรรมชาติคู่ชุมชน
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้ความอนุเคราะห์ห้องประชุมแก่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดสงขลา (สาขานาทวี)

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้ความอนุเคราะห์ห้องประชุมแก่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดสงขลา (สาขานาทวี)
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนจะนะรักษ์สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนจะนะรักษ์สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส
    • อบจ.สงขลา ร่วมงานสัมมนา Festival Creative Lab 2025 มุ่งยกระดับและเพิ่มศักยภาพของเทศกาลเชิงธุรกิจ สู่เทศกาลโลก

      อบจ.สงขลา ร่วมงานสัมมนา Festival Creative Lab 2025 มุ่งยกระดับและเพิ่มศักยภาพของเทศกาลเชิงธุรกิจ สู่เทศกาลโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news.gimyong.com/content/59effac95a&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vEKGbg-QSfE5cBlpz1EU2

  • กาญจนบุรี คึกทั้งเมือง ! คิงส์คัพ 51 มากกว่าฟุตบอล

    กาญจนบุรี คึกทั้งเมือง ! คิงส์คัพ 51 มากกว่าฟุตบอล

    คิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์เเล้ว ช้างศึกพ่ายไปหวุดหวิด 0-1 ต้องช้ำใจจบเพียง รองแชมป์

    ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดกาญจนบุรี ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์เเล้ว โดยปีนี้ไม่เพียงแต่เกมลูกหนังที่เต็มไปด้วยความดราม่าในสนาม หากแต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของกีฬาในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ภาพลักษณ์เมืองกีฬา อย่างแท้จริง

    ภาพในสนาม “ช้างศึก” สู้สุดใจแต่ชวดแชมป์ ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ มาซาทาดะ อิชิอิ เดินทางถึงรอบชิงชนะเลิศได้ตามเป้า ท่ามกลางเสียงเชียร์ล้นสนามกาญจนบุรี สเตเดียม เกมชิงดำกับ “อิรัก” กลายเป็นแมตช์ดราม่าเมื่อช้างศึกพ่ายไปหวุดหวิด 0-1 ต้องช้ำใจจบเพียง รองแชมป์ แม้พลาดถ้วย แต่ผลงานของแข้งไทยหลายคน เช่น ชนาธิป สรงกระสินธ์, สุภโชค สารชาติ และดาวรุ่งที่แจ้งเกิดจากทัวร์นาเมนต์นี้ ได้สร้างความหวังใหม่ให้แฟนบอล

    บรรยากาศรอบเมืองกาญจนบุรี เต็มไปด้วยชีวิตชีวา โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว , น้ำตกเอราวัณ , เมืองมัลลิกา เป็นต้น มีนักท่องเที่ยวและแฟนบอลจากทั้งในประเทศและต่างชาติแห่กันมาแน่น ส่งผลให้ยอดจองที่พักเต็มเกือบทุกแห่ง

    เทศกาลลูกหนังครั้งนี้ยังผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการแสดงศิลปะพื้นเมือง และการจัดโซนแฟนโซนที่คึกคักตลอด 4 วัน ถือเป็นการต่อยอดกีฬาสู่การท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว

    จากการประเมินเบื้องต้น การจัดคิงส์คัพครั้งนี้ก่อให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 300–400 ล้านบาท ทั้งค่าใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก การเดินทาง รวมถึงสินค้าที่ระลึกที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หลายฝ่ายชี้ว่าการเลือกกาญจนบุรีเป็นเจ้าภาพ นับว่าตอบโจทย์ “เมืองกีฬาเชิงท่องเที่ยว” อย่างแท้จริง

    เสียงด้านบวกจากแฟนบอลต่างจังหวัด บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า กาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงตื่นตัวอย่างมาก บัตรเข้าชมถูกขายหมดอย่างรวดเร็ว สนามแน่นทุกนัด บรรยากาศเชียร์ถือว่าคึกคักสุด ๆ สร้างโอกาสให้แฟนบอลที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสเดินทางไปดูทีมชาติที่กรุงเทพฯ ได้สัมผัสเกมระดับนานาชาติถึงบ้านตัวเอง

    เสียงด้านลบ บางฝ่ายมองว่าสนามและระบบอำนวยความสะดวกยังไม่สมบูรณ์เท่าเมืองใหญ่ เช่น การคมนาคม การรองรับแฟนบอลจากต่างประเทศ นักท่องเที่ยวบางกลุ่มสะท้อนว่า การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปกาญจนบุรีแม้ไม่ไกล แต่ก็ไม่สะดวกเท่าเมืองที่มีสนามบินใหญ่

    ขณะที่ กระแสออนไลน์ #คิงส์คัพ และ #Kanchanaburi ขึ้นเทรนด์ติดอันดับตลอดช่วงจัดการแข่งขัน แฟนบอลหลายคนโพสต์ภาพบรรยากาศแฟนโซน และท่องเที่ยวควบคู่ไปกับฟุตบอล กลายเป็น “คอนเทนต์คู่” ที่แชร์ต่อจำนวนมาก กระแสโดยรวมเป็นบวก มองว่าเป็นการกระจายโอกาส และสร้างสีสันใหม่ ๆ ให้กับทัวร์นาเมนต์เก่าแก่

    หลังความสำเร็จของกาญจนบุรี มีโอกาสสูงที่ สมาคมฟุตบอลฯ จะพิจารณาหมุนเวียนจัดในจังหวัดอื่น เช่น เชียงใหม่, ขอนแก่น, นครราชสีมา ,สงขลา เเละจังหวัดอื่นๆ ที่มีสนามมาตรฐานและศักยภาพรองรับ โมเดล “คิงส์คัพท่องเที่ยว” อาจกลายเป็นจุดขายใหม่ ที่ย้ำชัดว่า ฟุตบอลไม่ได้อยู่แค่ในสนาม แต่คือพลังที่ขับเคลื่อนสังคม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวไทยได้อย่างแท้จริง

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_933636/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WLveHSpODZDSF65GExN1r

  • “อบจ.โคราช” เปิดตัว “บอลลูนแฟนตาซี” นับ 10 ลูก ลอยเนื้ออ่างเก็บน้ำลำสำลาย พร้อมคอนเสิร์ตสุดมัน 3 วันเต็ม

    “อบจ.โคราช” เปิดตัว “บอลลูนแฟนตาซี” นับ 10 ลูก ลอยเนื้ออ่างเก็บน้ำลำสำลาย พร้อมคอนเสิร์ตสุดมัน 3 วันเต็ม

    13 กันยายน 2568 12:10 น. ประสิทธิ์วนะชกิจ/ข่าวนครราชสีมา ภูมิภาค

    อบจ.โคราชเปิดตัวบอลลูนแฟนตาซีหลากสีลอยเหนือน้ำอ่างเก็บน้ำลำสำลาย พร้อมคอนเสิร์ตสุดมัน 3 วัน กระตุ้นท่องเที่ยวโคราช

    เมื่อคืนวันที่ 13 กันยายน 2568 ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน คัลเลอร์ฟูล บอลลูนแฟนตาซี กิจกรรมสุดตื่นตาที่ผสมผสานความสนุกของบอลลูนหลากสีสันกับคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ อ่างเก็บน้ำลำสำลาย ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

    กิจกรรมดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอำเภอปักธงชัย บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยภูเขาและต้นไม้เขียวขจี เหมาะแก่การมาสัมผัสความสวยงามของบอลลูนหลากสีที่ลอยอยู่เหนือน้ำ นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานต่างประทับใจจนอยากกลับมาเยือนซ้ำ

    งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–14 กันยายนนี้ โดยมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าร่วมชมมากกว่า 5,000 คน แม้ว่าวันดังกล่าวลมแรงทำให้การเติมก๊าซบอลลูนใช้เวลานาน แต่ทุกคนยังคงสนุกสนานกับคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆ นายก อบจ.นครราชสีมา ระบุว่า กิจกรรมนี้อาจพัฒนาต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวใหม่ของโคราชในอนาคต

    #บอลลูนแฟนตาซี #อ่างเก็บน้ำลำสำลาย #ท่องเที่ยวโคราช #เที่ยวปักธงชัย #อบจโคราช #กิจกรรมโคราช #แลนด์มาร์คใหม่โคราช #ColorfulBalloon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/651000&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2m3q-9QDPRxcala8T1lnRR

  • โคราชปลุกกระแสท่องเที่ยว “คัลเลอร์ฟูล บอลลูน แฟนตาซี” ครั้งแรกที่ปักธงชัย สร้างแลนด์มาร์กใหม่กลางอ่างเก็บน้ำลำสำลาย | TOPNEWS

    โคราชปลุกกระแสท่องเที่ยว “คัลเลอร์ฟูล บอลลูน แฟนตาซี” ครั้งแรกที่ปักธงชัย สร้างแลนด์มาร์กใหม่กลางอ่างเก็บน้ำลำสำลาย | TOPNEWS

    โคราชปลุกกระแสท่องเที่ยว “คัลเลอร์ฟูล บอลลูน แฟนตาซี” ครั้งแรกที่ปักธงชัย สร้างแลนด์มาร์กใหม่กลางอ่างเก็บน้ำลำสำลาย

    • เผยแพร่ : 13/09/2025 17:22

    โคราชปลุกกระแสท่องเที่ยว “คัลเลอร์ฟูล บอลลูน แฟนตาซี” ครั้งแรกที่ปักธงชัย สร้างแลนด์มาร์กใหม่กลางอ่างเก็บน้ำลำสำลาย

    วันที่ 13 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และภาคประชาชน จัดงาน “คัลเลอร์ฟูล บอลลูน แฟนตาซี” (Colorful Balloon Fantasy) ระหว่างวันที่ 12–14 กันยายน 2568 ณ อ่างเก็บน้ำลำสำลาย อำเภอปักธงชัย ถือเป็นครั้งแรกที่จังหวัดนครราชสีมาได้จัดเทศกาลบอลลูนแฟนตาซีอย่างเต็มรูปแบบ คาดดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนจากทั่วประเทศ สร้างรายได้หมุนเวียนนับล้านบาท

    พิธีเปิดงานเมื่อค่ำวันที่ 12 กันยายน เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมี ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปักธงชัย, นายนรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล ส.ส.นครราชสีมา เขต 12 พรรคเพื่อไทย ตลอดจนคณะผู้บริหารท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศแสงสีสุดอลังการของบอลลูนแฟนตาซีหลากสีสันที่ลอยเด่นเหนืออ่างเก็บน้ำ

    ตลอดการจัดงาน 3 วัน นักท่องเที่ยวจะได้ชมการแสดงโชว์บอลลูนแฟนตาซีมากกว่าสิบลูกเหนือผืนน้ำ เคล้าดนตรีและการแสดงแสงไฟสุดตระการตา พร้อมกิจกรรมเสริมความสนุกสำหรับครอบครัว อาทิ โซนถ่ายภาพ, ลานเด็กเล่น, การออกร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นถิ่นกว่า 30 ร้าน จากผู้ประกอบการท้องถิ่นในอำเภอปักธงชัยและใกล้เคียง

    ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความสุขและความบันเทิง แต่ยังเป็นการต่อยอดศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของโคราช โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำลำสำลาย ซึ่งมีทัศนียภาพสวยงามและบรรยากาศเหมาะสมต่อการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง Unseen “เราต้องการให้ที่นี่กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของภาคอีสาน ที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาเยือนอย่างน้อยสักครั้ง”

    บรรยากาศภายในงานวันแรกเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์บอลลูนหลากสีสันลอยเหนือผืนน้ำ หลายครอบครัวพาลูกหลานมานั่งเล่นริมอ่างเก็บน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายและเสียงหัวเราะแห่งความสุข สำหรับงาน “คัลเลอร์ฟูล บอลลูน แฟนตาซี” จะจัดต่อเนื่องถึงวันที่ 14 กันยายนนี้ ณ อ่างเก็บน้ำลำสำลาย อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา.

    ภาพ-ข่าว อภิรักษ์ ศรีอัศวิน ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    TOPNEWS website - update 2025 (7)

    13

    เชียงใหม่เปิดงานแสดงภาพจิตรกรรมบนผืนผ้าไหม“Silken Stokes – เส้นไหม ลายศิลป์ ”

    ชาวบ้านทวงสัญญาแม่ทัพภาคที่ 2 ไหนบอกจะจบปัญหาก่อนเกษียณ ปราสาทตาควาย ยังเอาคืนไม่ได้เลย

    วัดพระธรรมกายรวมใจชาวพุทธในพื้นที่เสี่ยงภัยถวายสังฆทาน 323 วัดชายแดนใต้

    ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์ “เทศกาลแห่งสายน้ำ” เนรมิตรริมแม่น้ำปัตตานี

    หอการค้านครฯ แถลงข่าวประกวด “นางสาวนครศรีธรรมราช 2568”

    ชื่นชมตำรวจพลแม่นปืน สภ.บางพลี แบกถังดับเพลิงขึ้นตึก 4 ชั้นช่วยสกัดเพลิงไหม้ห้องเช่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1313342&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JcYdHSXrM2WsyzMdLkobb

  • เร่งรัฐบาลใหม่แก้ “บาทแข็ง”  ตั้งหัวหน้าทีมเจรจาสหรัฐ ลุยคนละครึ่ง กระตุ้นกำลังซื้อ

    เร่งรัฐบาลใหม่แก้ “บาทแข็ง” ตั้งหัวหน้าทีมเจรจาสหรัฐ ลุยคนละครึ่ง กระตุ้นกำลังซื้อ

    เร่งรัฐบาลใหม่แก้ “บาทแข็ง” ตั้งหัวหน้าทีมเจรจาสหรัฐ ลุยคนละครึ่ง กระตุ้นกำลังซื้อ

    เงินบาทแข็งค่ารอบ 4 ปี แตะ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในเวลานี้ กดดันทั้งภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวไทยที่เป็นรายได้หลักของประเทศและมีสัดส่วนมากสุดในจีดีพี

    ขณะที่เวลานี้ไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาล “อนุทิน” ที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ามาบริหารประเทศ ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจไทยที่ถาโถมเข้ามา ทั้งเศรษฐกิจ การส่งออก ท่องเที่ยวชะลอตัว กำลังซื้อคนในประเทศตกตํ่า ภาคเอกชนมีข้อเสนออย่างไรนั้น

    “ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์ “นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา” รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ที่ยํ้าว่ารัฐบาลใหม่ต้องเร่งแก้ในทุกประเด็นร้อนข้างต้น พร้อมเร่งตั้งหัวหน้าทีมเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกาในรายละเอียดการเปิดตลาด หลังบรรลุดีลภาษีที่ 19% รวมถึงเร่งเดินหน้ามาตรการกระตุ้นกำลังซื้ออย่าง “คนละครึ่ง” เพื่อหนุนจีดีพีฟื้นตัว

    บาทแข็งค่าฉุดส่งออก–ท่องเที่ยว

    นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่ามากสุดในรอบ 4 ปี ณ เวลานี้ กลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ฉุดภาคการส่งออกและท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้เงินบาทแข็งค่าไม่ได้หมายถึงเศรษฐกิจไทยแข็งแรง แต่ตรงกันข้าม กลับกลายเป็นแรงถ่วง เพราะสินค้าไทยแพงกว่าคู่แข่ง นักท่องเที่ยวก็มีกำลังซื้อลดลง

    วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ในสินค้าเกษตรและอาหารที่มีมาร์จิ้นหรือกำไรเพียง 3-5% เมื่อเงินบาทแข็งเพียง 1 บาท ก็ทำให้รายได้จากการขายหดตัวทันที โดยเฉพาะตลาดยุโรปและสหรัฐ ที่ลูกค้าเปรียบเทียบราคาอย่างเข้มข้น ซึ่งถ้าคู่แข่งขายได้ถูกกว่าไทย 5-10% ผู้ซื้อจะเปลี่ยนซัพพลายเออร์ทันที และจะส่งผลต่อห่วงโซ่สินค้าเกษตรและอาหารของไทยทั้งหมด

    บาทแข็งจากดอลลาร์อ่อน–ทุนไหลเข้า

    นายวิศิษฐ์อธิบายว่า การแข็งค่าของเงินบาทในรอบนี้ไม่ได้มาจากเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง แต่เกิดจากเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น-ตลาดพันธบัตรไทย รวมถึงแรงซื้อทองคำและคริปโต ทำให้เงินบาทแข็งค่าเกินพื้นฐาน หากปล่อยไว้นาน เศรษฐกิจไทยจะเสียสมดุล และผู้ส่งออกอาจสูญเสียตลาดถาวร

    เร่งรัฐบาลใหม่แก้ “บาทแข็ง”  ตั้งหัวหน้าทีมเจรจาสหรัฐ ลุยคนละครึ่ง กระตุ้นกำลังซื้อ

    ส่วนผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว แม้จำนวนนักท่องเที่ยวยังฟื้นตัว แต่เงินบาทแข็งทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยจึงลดการใช้จ่าย เลือกโรงแรมราคาถูกลง หรือเลี่ยงร้านอาหารหรู ทั้งนี้แม้ท่องเที่ยวไทยยังได้เปรียบด้านความปลอดภัยและเสน่ห์ท่องเที่ยว แต่ถ้าแข่งราคาไม่ได้ ก็ทำให้รายได้รวมของประเทศไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

    ส่งออก–GDP ส่อโตตํ่ากว่าคาด

    ในส่วนของภาคเอกชน โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินการส่งออกทั้งปีของไทย ณ เดือนกันยายน 2568 จะโตเพียง 2-3 %จากที่ครึ่งปีแรกโตถึง 14% แต่ถูกฉุดด้วยบาทแข็งและมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐที่ทำให้การส่งออกของไทยไปสหรัฐเริ่มชะลอตัวลง และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานจากประเทศที่นำเข้าสินค้าวัตถุดิบจากไทยไปผลิตเพื่อส่งออกต่อไปสหรัฐด้วย ส่วนจีดีพีไทยปีนี้คาดว่าจะโตเพียง 1.8-2.2% ซึ่งตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค

    ทีมเศรษฐกิจใหม่ “ดูดี” ต้องเร่งเครื่อง

    นายวิศิษฐ์ประเมินว่า ทีมเศรษฐกิจคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ตามรายชื่อที่ปรากฏหน้าตาดูดี ใช้ได้ โดยประกอบด้วยผู้ที่มีประสบการณ์จริงในแวดวงการคลัง พลังงาน และการค้า แต่รัฐบาลมีเวลาเพียง 4 เดือน จึงต้องเร่งขับเคลื่อนทันที นอกจากนี้อีกหนึ่งโจทย์เร่งด่วนคือการแต่งตั้งหัวหน้าทีมเจรจาการค้าสหรัฐ เพื่อแก้ปัญหาที่ไทยจะเปิดตลาดสินค้านำเข้าจากสหรัฐ หลังบรรลุดีลภาษีที่ 19% ถ้าไทยยังไม่มีหัวหน้าทีมเจรจา จะเสียเปรียบคู่แข่ง เพราะการเจรจาต้องทำโดยมืออาชีพ

    เชียร์ “คนละครึ่ง”กระตุ้นเศรษฐกิจ

    นายวิศิษฐ์ยํ้าว่า มาตรการ “คนละครึ่ง” ที่รัฐบาลชุดใหม่ส่งสัญญาณจะนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ เป็นเครื่องมือที่เห็นผลชัดเจนและเร็วที่สุด เพราะสร้างแรงจูงใจให้คนออกมาจับจ่าย ขณะที่ผู้ค้ารายย่อยก็ได้ยอดขายเพิ่มขึ้น ส่วนมาตรการอื่น เช่น ช้อปดีมีคืน หรือ เที่ยวไทยคนละครึ่ง หรือมาตรการอื่น ๆ ก็ช่วยได้ หากออกมาเป็นแพ็กเกจ

    นอกจากบาทแข็งและภาษีการค้าแล้ว ปัญหาหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยสูงยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องจัดการ หนี้ครัวเรือนไทยเกือบ 90% ของจีดีพี คนมีรายได้แต่ใช้ไปกับหนี้หมด ทำให้กำลังซื้อหดตัว

    “รัฐบาลใหม่มีโอกาสฟื้นเศรษฐกิจ แต่ไม่สามารถรอช้าได้ รัฐบาลต้องเร่ง ต้องกล้าตัดสินใจ อย่าปล่อยให้เงินบาทแข็งเกินควบคุม และอย่าปล่อยให้ตลาดส่งออกเสียไป และอย่าละเลยกำลังซื้อในประเทศ” นายวิศิษฐ์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/638801&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36ciF8OIZo2BybGLqYGPon

  • ลุ่มเจ้าพระยา : 13 กันยายน 2568

    ลุ่มเจ้าพระยา : 13 กันยายน 2568

    วันเสาร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

    Tag :

    เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร  ต้องสูญสิ้นอิสรภาพ ตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) ให้บังคับโทษจำคุก ทักษิณ เป็นเวลา 1 ปี ต้องสวมชุดผู้ต้องขังในชุดสีฟ้า นั่งรถของกรมราชทัณฑ์ จึงมีเสียงวิพากวิจารณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ ว่านายทักษิณ ชินวัตร ใจถึงกล้าที่กลับมารับโทษ ลงจากเครื่องบินเพื่อมาเข้าคุก แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าแค่ถ่ายภาพให้มองเห็นว่ายอมติดคุก แต่ไม่แน่ใจว่าติดจริงๆหรือเปล่า และคงเป็นนักโทษวีไอพี ไม่เหมือนนักการเมืองคนอื่นๆที่เคยติดคุกมาก่อน ขนาดรักษาตัวชั้น 14 ยังเชื่อมั่นไม่ได้เลยว่าป่วยจริงหรือป่วยทิพย์******นายอนุทิน ชาญวีรกูล หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย  ก็ต้องรีบจัดตั้งครม.และทำงานโดยเร็ว เพราะมีเวลาน้อยแค่ 4 เดือน ก็ต้องยุบสภาตามสัญญา ท่ามกลางปัญหาหลายอย่างทั้งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องของพี่น้องประชาชน  และอุทกภัย ภัยธรรมชาติ น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ก่อนยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ตอนนี้มีเวลาสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อที่จะให้ประชาชนเลือกเข้ามาใหม่ในการเลือกตั้งในปีหน้า จึงต้องผุดนโยบายประชานิยม  ปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่ง ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นมาใหม่จาก 50-50 เป็น 60-40 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายฐานราก******นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เร่งแผน 5 ปี พัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่ขาดแคลน จัดกิจกรรม “ยกระดับฝีมือสู่มาตรฐานสากลเพราะรอยยิ้มคือประตูสู่ความประทับใจ” ในวันที่ 23 กันยายน 2568 เวลา 09.00-15.00น. ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์  จ.นนทบุรี*****ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา  ครั้งที่ 9/2568 เมื่อวันที่10 กันยายน 2568 มีมติเห็นชอบให้ผศ.เลิศชาย  สถิตพนาวงศ์  ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิจัย และพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ถือเป็นบุคลากรด้านการศึกษาด้านงานวิจัยอันทรงคุณค่าของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ต้องขอแสดงความยินดีด้วยครับ../

    เกียรติยศ  ศรีสกุล

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/913912&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iqRsVm2l4qG_AORRMJ8Sh

  • “ททท.อีสาน” เปิดแคมเปญกระตุ้นท่องเที่ยว ส่งคาราวานเยียวยาผู้ประกอบการ 4 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา

    “ททท.อีสาน” เปิดแคมเปญกระตุ้นท่องเที่ยว ส่งคาราวานเยียวยาผู้ประกอบการ 4 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา

    13 กันยายน 2568 16:37 น. สยามรัฐออนไลน์ ท่องเที่ยว

    ททท.อีสาน ลุยเปิดแคมเปญ ส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ภาคอีสาน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 จังหวัดเจอปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมจัดคาราวานสัญจรเยี่ยวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยวเร็วๆนี้ 

    วันที่ 13 กันยายน 2568 ที่โรงแรมเครสโก้ จังหวัดบุรีรัมย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันตกเฉียงเหนือ จัดแถลงผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ภาคอีสาน ประจำปี 2568 โดยมี นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ภาคอีสาน พร้อมกับ นายอรรถพล วรรณกิจ ผอ.ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึง ผอ.ททท.ในอีก 8 สำนักงาน คือ นครราชสีมา สุรินทร์ อุบลราชธานี บุรีรัมย์นครพนม เลย อุดรธานี และขอนแก่น

    นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จะเน้นการทำตลาดท่องเที่ยวข้ามภาค โดยให้ความสำคัญด้านประเพณีวัฒนธรรม อาหาร ชุมชน รวมถึงสุราท้องถิ่น และที่เน้นมากขึ้นคือการท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติ เชิงนิเวศ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติมากขึ้นยิ่งขึ้นในปี 2568-2569

    ด้าน นายอรรถพล วรรณกิจ ผอ.ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ความสำเร็จในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีนี้ มีนักท่องเที่ยวกว่า 45 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดน ทาง ททท.ได้ปรับแผนการดำเนินการจัด คาราวานสัญจรเยี่ยวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กลางเดือนนี้ โดย ททท. จะนำผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว จากกรุงเทพมหานคร มาช่วยเยี่ยวยาและช่วยเหลือ 

    ขณะที่ทางภาคอีสาน เราโชคดีที่มีต้นทุนในด้านประเพณีวัฒนธรรม และมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ 3 มรดกโลกยูเนสโก โคราช หรือแหล่งมรดกที่อุดรธานี ไตรมาสสุดท้ายภาคการท่องเที่ยวอีสาน ก็ยังถือเป็นบวกถึงแม้จะเจอเหตุการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังเพิ่มขึ้น แต่ในส่วนรายได้อาจไม่มากเพราะสินค้าหรือของที่ระลึกอาจสู้ภาคอื่นๆ ไม่ได้ 

    ในส่วนการผลักดันกลยุทธ์และโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาคอีสาน อาทิเช่น การส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณี: ภายใต้แนวคิด “ประเพณี สีอีสาน วิถีแห่งศรัทธา” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว การส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน: ผ่านโครงการ “I-SAN Raincation สุขใจในสายฝน บุญล้นเข้าพรรษา” เพื่อกระตุ้นการเดินทางใน 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์, บึงกาฬ, สุรินทร์, และสกลนคร หรือ การร่วมมือกับภาคเอกชนและพันธมิตร: เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/651046&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16Rmnunl-kyvspohxmSn3u

  • “จีน-ไทย” จัดงานคาร์นิวัลไหว้พระจันทร์ ฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 50 ปี | เดลินิวส์

    “จีน-ไทย” จัดงานคาร์นิวัลไหว้พระจันทร์ ฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 50 ปี | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา พิธีเปิดงาน คาร์นิวัลการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเทศกาลไหว้พระจันทร์ “ภิรมย์ชมจันทร์ เต็มดวงทั่วหล้า” ปี 2568 และพิธีมอบรางวัลกิจกรรมประกวดคลิปวิดีโอสั้นความคิดสร้างสรรค์ “ฉันอยากไปประเทศจีน” ครั้งที่ 3 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ OneBangkok

    งานคาร์นิวัลครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเทศบาลนครฉงชิ่ง ดำเนินการจัดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน และศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ

    คุณหยาง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย, คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, คุณฟาง ไหลซาน ผู้ตรวจการระดับสองคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเทศบาลนครฉงชิ่ง

    คุณเอนก ศรีชีวะชาติ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว, คุณธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว และคุณจาง รั่วอวี๋ ผู้รับผิดชอบศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนและสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยประชาชนจากทั้งสองประเทศกว่า 200 คน ทั้งเจ้าหน้าที่ด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ตัวแทนจากสายการบินและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผู้สื่อข่าว และผู้เข้าแข่งขันกิจกรรมวิดีโอสั้นได้มารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ และตอกย้ำมิตรภาพอันลึกซึ้งที่ว่า “จีนไทยใช่อื่นไกลพี่น้องกัน”

    คุณหยาง เสี่ยวหลง กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับไทย ทั้งสองประเทศให้ความเคารพและปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจเสมอมา ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นแบบอย่างของมิตรภาพอันดีระหว่างสองประเทศ

    การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไม่เพียงแต่ทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศใกล้ชิดกันมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่ว่า “จีนไทยใช่อื่นไกลพี่น้องกัน” อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “มหานครฉงชิ่ง” ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองสมาชิกแรกของพันธมิตรความร่วมมือเมืองท่องเที่ยวล้านช้าง-แม่โขง ได้มีความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับภูมิภาคต่าง ๆ ของไทยเพิ่มมากขึ้น และเที่ยวบินตรงทำให้ฉงชิ่งเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับคนไทย

    คุณฐาปนีย์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นสะพานสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน และวัฒนธรรมเป็นสายสัมพันธ์อันงดงามที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน เธอชื่นชมงานคาร์นิวัล “ภิรมย์ชมจันทร์ เต็มดวงทั่วหล้า” ที่ได้นำเสนอทรัพยากรการท่องเที่ยวอันอุดมสมบูรณ์ของจีนและประเพณีวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้แก่ประชาชนชาวไทยอย่างครอบคลุม ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งการจัดแสดงทางวัฒนธรรม การส่งเสริมการท่องเที่ยว และประสบการณ์แบบมีส่วนร่วม เธอกล่าวว่าประเทศไทยให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนอย่างอบอุ่นเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกับจีนอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อขยายการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวแบบสองทาง

    คุณฟาง ไหลซาน อธิบายว่า ฉงชิ่ง กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และเมืองอื่น ๆ ต่างเป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างประเทศ ทั้งสองเมืองมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เป็นตลาดสำคัญของกันและกัน นับตั้งแต่จีนและไทยประกาศใช้นโยบายยกเว้นวีซ่าร่วมกัน จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาเยือนฉงชิ่งก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

    โครงการ “ไทย-ฉงชิ่ง” ได้กลายเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ร่วมกันตามแนวแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง เขาได้เชิญเพื่อนร่วมงานจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเข้าร่วมการประชุมตัวแทนท่องเที่ยวนานาชาติฉงชิ่ง ประจำปี 2568 ที่เมืองฉงชิ่งในต้นเดือนพ.ย.นี้ เพื่อเฉลิมฉลอง “การพบกันในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว”

    ในพิธีเปิดปิดท้ายด้วยพิธีมอบรางวัลกิจกรรมประกวดคลิปวิดีโอสั้นความคิดสร้างสรรค์ “ฉันอยากไปประเทศจีน” ครั้งที่ 3 มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดเกือบ 300 ผลงาน และหลังจากการตัดสินผลงานอย่างเข้มข้นถึงสองรอบ ครั้งนี้จึงมีการมอบรางวัลมากมายทั้งในกลุ่มนักเรียนและกลุ่มบุคคลทั่วไป ซึ่งผู้ชนะได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงทริปท่องเที่ยวฉงชิ่ง 5 วัน ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ

    ภายในงานคาร์นิวัลมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการการท่องเที่ยว “Nihao! China” เวิร์กช็อปตัดกระดาษและปั้นดินสไตล์จีน กิจกรรม “Livestream Night of Travel to China” และเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่จัดแสดงชุดฮั่นฝู นอกจากนี้ยังมีบูธถ่ายทอดสดเพื่อการตลาดการท่องเที่ยวจีนโดยเฉพาะ พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษเฉพาะช่วงเวลาสำหรับผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวจีน ตั้งแต่ 500 สูงสุด 2,000 บาท มอบสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปเยือนประเทศจีน

    งานคาร์นิวัลการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเทศกาลไหว้พระจันทร์ “ภิรมย์ชมจันทร์ เต็มดวงทั่วหล้า” ปี 2568 ไม่เพียงแต่เป็นช่องทางให้คนไทยได้เข้าใจวัฒนธรรมจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างจีนกับไทย จะช่วยเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และส่งเสริมความร่วมมือทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างจีนกับไทยให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น.

    ขอขอบคุณ : สำนักงานการท่องเที่ยวจีน ณ กรุงเเทพฯ

    ภาพ : ธนทัต จันทากษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5110033/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08Ef7k-OOwMjMwAHl2VLBS

  • เจรจาธุรกิจการค้าการท่องเที่ยว กับเอเจนย์ทัวร์ประเทศไต้หวัน กรุงไทเป และจีน-ฮ่องกง

    เจรจาธุรกิจการค้าการท่องเที่ยว กับเอเจนย์ทัวร์ประเทศไต้หวัน กรุงไทเป และจีน-ฮ่องกง

    สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ โดยการสนับสนุนสถานที่จัดฟังก์ชั่นจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นำผู้ประกอบการกว่า 20 ราย เดินทางมาทำการเจรจาธุรกิจการค้าการท่องเที่ยว กับ เอเจนย์ทัวร์ในประเทศ ไตหวัน กรุงไทเป และ ประเทศจีน-ฮ่องกง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานไทเปและสำนักงานฮ่องกงนำผู้ประกอบการทัวร์มาเจรจาธุรกิจด้วยกว่า 40 รายต่อประเทศ ได้รับความสนใจจาก เอเจนย์ อย่างแน่นหนา เนื่องด้วยครั้งนี้ ได้นำสินค้าทางการท่องเที่ยวแบบ เที่ยวเชียงใหม่ได้ทั้งปี โดยชูกิจกรรมการท่องเที่ยว 12 เดือน 12 เทศกาล มาเผยแพร่ เพื่อให้ข้อมูลกับบริษัททัวร์ ที่จะนำนักท่องเที่ยวสู่จังหวัดเชียงใหม่ได้ทั้งปี

    คุณวารุณี คำเมรุ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เนื่องจากทั้งสองประเทศ มีเที่ยวบินตรงเข้าสู่เชียงใหม่ อย่างต่อเนื่อง จากไทเปสู่เชียงใหม่วันละ 3 เที่ยว พร้อมกับเที่ยวเช่าหมดลำแบบ Charter Flight จาก ไทจง และ เกาสงอีกอาทิตย์ ละ 3 เที่ยว สำหรับฮ่องกงมีสายการบิน บินสู่เชียงใหม่วันละ 1 เที่ยวบิน กิจกรรมการท่องเที่ยว ของเชียงใหม่ได้รับความสนใจและความรักจากนักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศ เป็นอย่างมากโดยเฉพาะประเทศไตหวัน ที่มีแนวโน้มนักท่องเที่ยวสูงมากขึ้น และ นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่สนใจเดินทางท่องเที่ยวเอง และท่องเที่ยวตามความสนใจ ของ life style มากขึ้นเรื่อยเรื่อย แต่กลุ่มท่องเที่ยวแบบครอบครัวที่ยังมีความต้องการท่องเที่ยวแบบสดวกสบาย จัดโปรแกรมแบบไม่เร่งรีบก็ยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก การเดินทางสู่เชียงใหม่เป็นการท่องเที่ยวที่เน้นการหาประสบการณ์ใหม่ๆ การทดลองอาหารที่มีเอกลักษณ์ และการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ และ wellness

    ดังนั้นผู้ประกอบการที่มาครั้งนี้จึงมีทั้งโรงแรม อาทิ โรงแรมดวงตะวัน โรงแรมเซนทารา โรงแรมคชสีห์ โรงแรมเดอชาร์ม โรงแรมมีเลีย โรงแรมแชงกรีล่า โรงแรมแมริออท แม่สาวัลเล่ย์ฟาร์มสเตย์ และ สถานที่ท่องเที่ยวไนส์ซาฟารี เซคุ เลอบาติส แม่สาวาเลย์ ปางช้างแม่แตง แม่กำปอง ชุมชนท่องเที่ยวออนใต้ฟาร์ม มาดาดี ร้านของฝากที่ของที่ระลึกเจมส์แกลลอรี่ และ บริษัทนำเที่ยว ทั้งแสตนดาร์ดทัวร์ รันเวลพลัสเซอร์วิส ยูเชียงใหม่ทราเวล และ บริษัทฮอทสปริงทรานสปอร์ต ซึ่งสร้างความสนใจให้กับบริษัทนำเที่ยวเป็นอย่างมาก และคาดหวังว่าจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจท่องเที่ยวหมุนเวียนในสองปีนี้กว่า 50 ล้านและเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวเข้าเชียงใหม่เพิ่มขึ้นได้กว่า 5-10% เมื่อเทียบกับปี 2024 ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ที่เข้าใจและ ให้การสนับสนุนสถานที่จัดงาน ให้ผู้ประกอบการในเชียงใหม่ได้มีโอการร่วมกิจกรรมการเจรจาธุรกิจในครั้งนี้

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3768181/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw238pOFI2yHNfkqIJAjclHN