v.prd:0.0.140
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nineentertain.mcot.net/nineentertain/th/news/list/123426&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lsJAxG2eBilUJrwVKzWp8

v.prd:0.0.140
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nineentertain.mcot.net/nineentertain/th/news/list/123426&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lsJAxG2eBilUJrwVKzWp8

วันที่ 22 กันยานยน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ในช่วงนี้ในพื้นที่ของจังหวัดยโสธรได้มีฝนตกลงมาต่อเนื่องทุกวันส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำต่างๆในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะที่อ่างเก็บน้ำหลุบหนองนอ ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาภูถ้ำพระ บ้านภูถ้ำพระ ตำบลคำน้ำสร้าง อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์ไหลลงสู่ท้ายอ่างผ่านลานหินกว้างลดหลั่นกันลงไป จนมองเห็นเป็นม่านน้ำอย่างสวยงามจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ของอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เหมาะที่จะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้สัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด หรือจะเป็นจุดถ่ายภาพเช็คอินสำหรับคนที่ชื่นชอบสายน้ำและธรรมชาติ




นอกจากนี้แล้วยังสามารถที่จะลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัยเนื่องจากระดับน้ำไม่ลึกส่วนใหญ่จะเป็นลานหินกว้างและแอ่งน้ำเล็กๆที่มีสายน้ำไหลผ่านลานหินเป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร จนเป็นที่สนใจของชาวบ้านในพื้นที่ทั้งวัยรุ่นหนุ่มสาวและหลายครอบครัวก็ก็ต่างพาบุตรหลานไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานกันตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ มักจะมีชาวบ้านในพื้นที่และผู้ที่สนใจพากันเข้าไปเที่ยวชมนั่งเล่นสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางสายน้ำที่เย็นสบายเป็นจำนวนมาก




นายบรรณ์ดล ศรีชนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำน้ำสร้าง บอกว่า บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำหลุบหนองนอ แห่งนี้ก็เป็นธรรมชาติของมันอยู่แล้ว แต่คนไม่ค่อยจะรู้จักว่ามีน้ำไหลผ่านลานหินที่สวยงามแบบนี้ เพราะปกติในช่วงฤดูฝนของทุกปี เมื่อมีฝนตกลงมาจนทำให้ปริมาณน้ำในอ่างฯเพิ่มสูงขึ้น ก็จะล้นสปริงเวย์แล้วไหลลงท้ายอ่างฯไปตามทางระบายน้ำ ก่อนจะไหลผ่านลานหินกว้างลดหลั่นกันลงไปจนกลายเป็นม่านน้ำที่สวยงาม จนเป็นที่สนใจของคนในพื้นที่และมักจะพากันเข้าไปเล่นน้ำพักผ่อนสัมผัสธรรมชาติเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ โดยตรงจุดนี้สามารถเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย เพราะระดับน้ำไม่ลึกจึงเหมาะสำหรับเด็กๆได้เล่นน้ำกัน โดยในขณะนี้ตนก็ได้มีการจัดเตรียมห้องสุขารองรับนักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจเข้าไปเที่ยวชมเล่นน้ำไว้พร้อมแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ถ้าหากมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ตนก็จะได้จัดเจ้าหน้าที่ อปพร.และผู้นำชุมชนมาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจด้วย แต่ก็อยากขอความร่วมมือให้ทุกคนได้ช่วยกันรักษาความสะอาดขยะที่ถือมาก็ขอให้ถือกลับไปด้วย เพื่อความสวยงามของธรรมชาติ จึงเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจเข้าไปเที่ยวชมและเล่นน้ำได้ทุกวันในช่วงนี้





ภาพ/ข่าว สมัย คำแก้ว ผู้สื่อข่าว topnews ทั่วไทย จ.ยโสธร
(50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ชาวจีนหันมาปั่น’จักรยาน’มากขึ้น ปลุกกระแสเดินทางคาร์บอนต่ำ
(50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนเปิดบ้านกองทัพอากาศ-งานฉางชุน แอร์โชว์
โรงพยาบาลหาดใหญ่ร่วมมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผ่าตัดผู้ป่วยด้วยเทคนิค PMEG EVAR สำเร็จเป็นครั้งแรก
ชุมพรบุกปิดร้านสแกนม่านตาแลกคริปโท หวั่นข้อมูลรั่ว-หลอกลวงประชาชน
เตรียมเปิดแหล่งเที่ยวใหม่เขาใหญ่ อุทยานฯ เขาใหญ่ ลงพื้นที่สำรวจ “น้ำตกเหวอีอ่ำ” เตรียมพัฒนาเปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ
บรรยากาศประเพณีสารทเดือนสิบทั่วภาคใต้คึกคัก
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1325082&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SPRE1tDmxE6sAgz6uCQ4v

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ ห้องประชุมโรงแรมชัมบาลา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยมี พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ ผกก.กก.2 บก.ทท.1, พ.ต.ท.ต่อลาภ ตินะมาตร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ศุภรัตน์ มีปรีชา สว.ส.ทท.4 กก.2 บก. ทท.1 พ.ต.ต.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ผกก.ในสังกัด ภ.จว.ชลบุรี และอาสาสมัครกว่า 100 คนเข้าร่วม

พ.ต.อ.พาติกรณ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ที่เล็งเห็นความสำคัญของความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว และยกระดับความร่วมมือระหว่างตำรวจ ภาคประชาชน และสถานทูต รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ “Thailand = Safe, Fair & Welcoming” ในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก จึงบูรณาการร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจัดอบรมเครือข่ายอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว (ศปทท.) ครอบคลุมทุกจังหวัด รวมทั้งสิ้น 85 หน่วย หน่วยละ 100 คน รวมกว่า 8,500 คน ในส่วนของ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท.ศักดิ์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้กำหนดให้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลัก “สะดวก – ปลอดภัย – เป็นธรรม” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและการบริการระดับสากล


โดยในงาน พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1 ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Flag in Our Heart: Safe, Fair & Empowered Thailand” ถ่ายทอดแนวคิดการทำงานของอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวใน 3 มิติหลักของยุทธศาสตร์กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้แก่ สะดวก – ปลอดภัย – เป็นธรรม ควบคู่กับการเสริมสร้างพลังใจผ่าน MindShield: เกราะใจ และ P.L.E. Model (Presence – Listening – Empowerment) เพื่อทำให้อาสาสมัครไม่เพียงแต่เป็นผู้สนับสนุนงานตำรวจ แต่ยังเป็น “เกราะใจของสังคม” ที่นักท่องเที่ยวสัมผัสได้จริง นอกจากนี้ ยังได้บรรยายพิเศษ “แนวทางตอบสนองเหตุกราดยิงภาคประชาชน” โดยใช้มาตรฐานสากล Run – Hide – Fight (หนี – ซ่อน – สู้) ที่นำมาปรับใช้กับบริบทของเมืองท่องเที่ยวไทย ซึ่งจะช่วยให้อาสาสมัครและประชาชนมีเครื่องมือด้านจิตใจและทักษะการเอาตัวรอด ซึ่งสามารถนำไปใช้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที

จากนั้น พ.ต.ท.ต่อลาภ ตินะมาตร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ได้บรรยายในหัวข้อ “บทบาทและอำนาจหน้าที่ของอาสาสมัครในการดูแลนักท่องเที่ยว” รวมทั้งนายรพีพงศ์ ฤกษ์ยรรยงค์ ประธานอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวพัทยา หัวข้อ “การเป็นเจ้าบ้านที่ดี และภาษาอังกฤษเพื่อการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5136464/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EdX1d50cjldTw56nT-r2u

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ได้อนุมัติงบกลางจากรัฐบาลเพื่อจัดอบรมเครือข่ายอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว (ศปทท.) ครอบคลุมทุกจังหวัดและกองบังคับการนครบาล 1–9 รวมกว่า 8,500 คน ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 เพื่อสร้างระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและเสริมพลังภาคประชาชนให้เป็นแนวร่วมตำรวจ พื้นที่ จ.ชลบุรี – เมืองท่องเที่ยวระดับโลก
วันที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมโรงแรมชัมบาลา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวพัทยา จัดพิธีเปิดการอบรมอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยมี พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ ผกก.กก.2 บก.ทท.1, ผกก.ในสังกัด ภ.จว.ชลบุรี และอาสาสมัครกว่า 100 คนเข้าร่วม บรรยายเปิดโดย พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1 หัวข้อ “Flag in Our Heart: Safe, Fair & Empowered Thailand”
พ.ต.อ.ปิยรัช ได้ถ่ายทอดแนวคิดการทำงานของอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวใน 3 มิติหลักของยุทธศาสตร์กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้แก่ สะดวก – ปลอดภัย – เป็นธรรม ควบคู่กับการเสริมสร้างพลังใจผ่าน MindShield: เกราะใจ และ P.L.E. Model (Presence – Listening – Empowerment) เพื่อทำให้อาสาสมัครไม่เพียงแต่เป็นผู้สนับสนุนงานตำรวจ แต่ยังเป็น “เกราะใจของสังคม” ที่นักท่องเที่ยวสัมผัสได้จริง
นอกจากนี้ ยังได้บรรยายพิเศษ “แนวทางตอบสนองเหตุกราดยิงภาคประชาชน” โดยใช้มาตรฐานสากล Run – Hide – Fight (หนี – ซ่อน – สู้) ที่นำมาปรับใช้กับบริบทของเมืองท่องเที่ยวไทย
หนี (Run) หากมีทางปลอดภัย ให้รีบออกจากพื้นที่ทันที
ซ่อน (Hide)หากหนีไม่ได้ ให้หาที่กำบัง ลดการเปิดเผยตัว และเงียบที่สุด
สู้ (Fight)หากเผชิญหน้าโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ใช้ทุกวิธีป้องกันตนเองและผู้อื่น
เนื้อหานี้ช่วยให้อาสาสมัครและประชาชนมีเครื่องมือด้านจิตใจและทักษะการเอาตัวรอด ซึ่งสามารถนำไปใช้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที
ด้าน พ.ต.ท.ต่อลาภ ตินะมาตร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 บรรยายหัวข้อ “บทบาทและอำนาจหน้าที่ของอาสาสมัครในการดูแลนักท่องเที่ยว”
นายรพีพงศ์ ฤกษ์ยรรยงค์ ประธานอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวพัทยา บรรยายหัวข้อ “การเป็นเจ้าบ้านที่ดี และภาษาอังกฤษเพื่อการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว”
คำกล่าวสรุปของ พ.ต.อ.ปิยรัช “ธงชาติไม่ใช่เพียงผืนผ้า แต่คือชีวิตและอนาคตของพวกเรา — อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวคือธงชาติที่มีชีวิต และทุกคนจะเป็น เกราะใจ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวมั่นใจว่าไทยคือบ้านที่ต้อนรับทุกคนอย่างแท้จริง”
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
เครือข่ายอาสาสมัครกว่า 8,500 คนทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ
เสริมพลังใจและความรู้ด้านความปลอดภัย รวมถึงการตอบสนองเหตุรุนแรงอย่างเป็นระบบ
เพิ่มความร่วมมือระหว่างตำรวจ–ประชาชน–สถานทูตในระดับนานาชาติ
ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทย = “Safe, Fair & Welcoming Destination” เมืองท่องเที่ยวลำดับต้นของโลกที่นักท่องเที่ยวเลือกเป็นจุดหมาย
.jpg)
.jpg)


ที่มา : Superball
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/57705&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0b2s35f7GIMz-xLtdSNk4t

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/425643&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33nfDVLjDtnJ6xZidXGuiP

ทีมเรือยาวจากทั่วอีสาน กว่า 20 ทีม ร่วมศึกเรือยาวประเพณี อ่างเก็บน้ำกุดจงอาง จ.ร้อยเอ็ด สุดยิ่งใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทาน “กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ”
วันที่ 22 กันยายน 2568 ที่อ่างเก็บน้ำกุดจงอาง บ้านสว่าง หมู่ 4 ตำบลศรีสว่าง อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดการแข่งขัน เรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีนายจิรศักดิ์ ศรีบุญลือ นายอำเภอโพนทราย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนจากทั่วสารทิศร่วมเป็นสักขีพยานอย่างเนืองแน่น
การชิงชัยครั้งนี้ มีทีมเรือยาวจากหลายจังหวัดในภาคอีสานเข้าร่วมกว่า 20 ทีม ประลองฝีพายประเภทเรือยาวกลาง 40 ฝีพายเสียงกลอง เสียงเชียร์ และจังหวะไม้พายกระทบน้ำดังสนั่น ทำให้บรรยากาศดุเดือดเข้มข้นตลอดทั้งวัน
งานนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแห่งศักดิ์ศรีของนักพาย แต่ยังเป็นการสืบสานประเพณีไทยที่ผูกพันกับสายน้ำ และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ–การท่องเที่ยวของจังหวัดร้อยเอ็ดให้ก้าวไกล.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2884376&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mW16WU4Kfkag6YeEKQgi1


เงินบาททรงตัวเทียบกับท้ายตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่สกุลเงินในภูมิภาคเคลื่อนไหวแบบผสมทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า โดยยังไม่มีปัจจัยใหม่
นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 31.75 – 32.00 บาท/ดอลลาร์ ปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้ คือ Fund Flow ต่างชาติ และทิศทางราคาทองคำ
ปัจจัยสำคัญ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ก.ย. 68)
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/531106&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XbTQr5IUL6C1jEWeJY7I7

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 19 ก.ย. 2568 เงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 7.24 % โดยอัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงจาก 34.23 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนมกราคม 2568 มาอยู่ที่ 31.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนกันยายน 2568 การแข็งค่าบาทกระทบแน่นอนต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะส่งผลให้ต้นทุนในการท่องเที่ยว
ขณะที่ค่าเงินหยวนอยู่ที่ 7.2963 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงประมาณ 2.65% จาก 1 ม.ค .2568 อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 7.1028 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงเงินเยนญี่ปุ่นขณะนี้อยู่ที่ 147.9490 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงประมาณ 6.22% จาก 1 ม.ค. 2568 ที่อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 157.7226 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินดองเวียดนามขณะนี้อยู่ที่ 26,374 ดองต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง 3.38% จาก 1 ม.ค. 2568 ที่อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 25,510 ดองต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
เงินบาทที่แข็งค่าเงิน สวนทางกับประเทศคู่แข่ง เช่นญี่ปุ่น จีน และเวียดนาม ททท.จึงประเมินผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อแลกเงินเป็นเงินบาท ได้จำนวนเงินน้อยลง ทำให้ค่าใช้จ่าย เช่น ราคาห้องพัก อาหาร และค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว อาจดูแพงขึ้น
ส่งผลให้ไทยจะสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 15-17% จากการที่ต่างชาติมองว่า การเดินทางเข้าไทยแพงกว่าประเทศคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็น จีน เวียดนาม และญี่ปุ่น ทั้งค่าอยู่ ค่ากิน จากงบประมาณที่วางไว้ ทำให้มีการใช้จ่ายลดลง และบางคนก็หนีไปเที่ยวประเทศที่ค่าเงินถูกกว่าไทย แถมคนไทยที่พอจะมีเงินก็หนีไปเที่ยวต่างประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม
ทั้งนี้เงินบาทไทยแข็งค่าเป็นอันดับ 2 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ รองจาก ฟรังก์สวิส ซึ่งแข็งค่าขึ้นมากถึงประมาณ 12.32 % เงินยูโร แข็งค่าขึ้น 5.18 %
ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง เกิดขึ้นตั้งแต่การเริ่มใช้ภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 เป็นต้นมา สถานการณ์ยิ่งหนักขึ้นในเดือนกรกฎาคมเมื่อใกล้ถึงวันประกาศการใช้ภาษีอัตราตอบโต้ ซึ่งส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากมีแนวโน้มว่าค่าครองชีพและราคาสินค้าจะเพิ่มสูงขึ้นจากภาษีดังกล่าว (บางประเทศคู่ค้ามีภาษีเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 20-40 %) รวมทั้งยังสร้างความวิตกต่อตัวเลขดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่จะตามมา
ดังนั้นเงินบาทแข็งค่าจะส่งผลกระทบตรงต่อนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา ที่ตลาดหดตัวเล็กน้อย โดยเริ่มเห็นสัญญาณตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา จากก่อนหน้านั้น ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน 2568 ตลสหรัฐอเมริกาเที่ยวไทยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกเดือน โดยเพิ่มขึ้น 22 % ในเดือนมกราคม และเพิ่มขึ้นประมาณ 7-12 % ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมาจนถึงเดือนสิงหาคม 2568 ตลาดสหรัฐอเมริกาเริ่มหดตัวลงเล็กน้อยประมาณ 2 % โดยการแข็งค่าของเงินบาทที่เริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม (หลังการขึ้นภาษีตอบโต้ในเดือนเมษายน) ได้เริ่มกระทบต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้
จากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระหว่างวันที่ 1-19 กันยายน 2568 พบว่า นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกามีจำนวนประมาณ 33,400 คน ซึ่งลดลง 5 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 เนื่องจากสหรัฐฯ ถือเป็นตลาด Super Long Haul ที่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางค่อนข้างสูง การที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและทำให้นักท่องเที่ยวแลกเงินบาทได้น้อยลงจึงเป็นปัจจัยสำคัญ
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวสหรัฐฯ ยังมีความกังวลต่อเศรษฐกิจในประเทศตนเอง โดยคาดว่าราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่นำเข้าไปขายในสหรัฐฯ จะเริ่มมีราคาแพงขึ้นเมื่อสินค้าในสต็อกเก่าหมดไปและมีการนำเข้าใหม่ ทั้งนี้คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศเดียวที่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางออกที่ลดลงของนักท่องเที่ยวอเมริกัน เนื่องจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินทั่วโลก
ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปยังเติบโตไม่ได้รับผลกระทบ และในส่วนของตลาดอื่น ๆ คาดว่าการแข็งค่าของเงินบาทจะยังไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยตลาดหลักในยุโรปยังคงมีนักท่องเที่ยวเติบโตเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ได้แก่ สหราชอาณาจักร (UK), ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์, เยอรมนี, รัสเซีย, กลุ่มยุโรปตะวันออก (ซึ่งเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในแต่ละเดือน), และกลุ่มยุโรปใต้
อย่างไรก็ตาม ททท.ระบุว่าแนวโน้มดังกล่าวอาจทำให้เป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวปีนี้หดตัวจากที่ตั้งไว้ โดยอยู่ระหว่างการทบทวนแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวใหม่ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในไทยมากขึ้น และลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนให้น้อยที่สุด
นอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจลดลงแล้ว ททท.ยังพบพฤติกรรมของคนไทยบางส่วนที่มีกำลังซื้อ เริ่มเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่ค่าเงินอ่อนลง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางถูกลง เช่น ญี่ปุ่น เวียดนาม และจีน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/639513&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kevMyTFaR63V0GnXvsSN2

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.จังหวัดภูเก็ตทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เขต 1, นายษณกร กี่สิ้น อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง เขต 2 และนายวิวัฒน์ จินดาพล อดีตสมาชิก อบจ.ภูเก็ต เขต 3 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม พร้อมนายศุภชัย ใจสมุทร ร่วมแถลงข่าว
นายพิพัฒน์ ย้ำว่าการคัดเลือกผู้สมัครในภูเก็ตสะท้อนถึงนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดและพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับภูเก็ตให้เป็น “ไข่มุกของโลก” ขณะเดียวกันยังได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ทั้งหมด โดยยืนยันว่าภายในกลางเดือนตุลาคมนี้ พรรคจะมีความชัดเจนเรื่องผู้สมัครครบทุกจังหวัด
เป้าหมายใหญ่ของพรรคคือการคว้า 30 ที่นั่งในภาคใต้ ด้วยการดึงอดีตนักการเมืองและผู้มีบารมีท้องถิ่นมาร่วมทีม ทั้ง จ.สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยชี้ว่าภาคใต้ยังขาดโอกาสด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน 4 เลน ที่ยังไม่ครอบคลุม
นายพิพัฒน์ ชี้แจงเสียงวิจารณ์จากพรรคเพื่อไทย ว่าการเดินสายทาบทามผู้สมัครอาจขัดกับบันทึกข้อตกลง (MOA) ที่ร่วมกับพรรคประชาชน โดยยืนยันว่า นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล จะยุบสภาใน 4 เดือนตามสัญญา และการเตรียมผู้สมัครเป็นเพียงการเตรียมพร้อมทางการเมืองก่อนศึกเลือกตั้งใหม่
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/730785&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ng0V1Fa8oeIf8v0VRQJBe


สืบสานพระดำริบ้านน้ำใส! กรมพัฒน์ ตั้งศูนย์ฝึกอบรมใหม่ พัฒนากำลังคนท่องเที่ยวอันดามัน
วันที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โดย นายบัญชา เตชะสกุล รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ส่งมอบอาคารศูนย์ฝึกอบรม จำนวน 1 หลัง และอาคารที่พักอาศัย จำนวน 14 หลัง พร้อมด้วยครุภัณฑ์ประกอบอาคาร ตั้งอยู่เลขที่ 99 หมู่ที่ 2 ถ.เพชรเกษม ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งอยู่ภายในโครงการชุมชนบ้านน้ำใส ตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นผู้รับมอบ เพื่อให้กรมฯ ได้นำไปใช้ในภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาฝีมือแรงงาน เพิ่มศักยภาพของแรงงานและผู้ประกอบกิจการ ให้มีฝีมือมาตรฐานในระดับสากล สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก และเพื่อให้เป็นไปตามพระประสงค์ขององค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่จะช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่จ.พังงา ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งนี้นายไพบูลย์ ทิวากรพรรณราย ผู้อำนวยการสำนักกิจกรรมพิเศษ และนายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นพยานส่งมอบ-รับมอบ ในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 10 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยหลังพิธีลงนามบันทึกการส่งมอบ-รับมอบอาคารและครุภัณฑ์ประกอบอาคารโครงการชุมชนบ้านน้ำใสว่า ตนเองรู้สึกยินดีและขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่อนุญาตให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานใช้อาคารโครงการบ้านน้ำใส อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพังงาจะใช้อาคารดังกล่าวเป็นศูนย์ฝึกอบรมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอันดามัน แทนอาคารเก่ามีสภาพทรุดโทรชำรุดเสียหาย ศูนย์ฝึกอบรมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอันดามัน ทำหน้าที่เป็นศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการในพื้นที่ จ.พังงาและกลุ่มจังหวัดอันดามัน เช่น ฝึกอบรมช่างไฟฟ้าภายอาคาร ช่างเครื่องปรับอากาศ ผู้ประกอบอาหารไทย เบเกอร์รี พนักงานนวดไทย นวดสปา และภาษาต่างประเทศ รวมทั้งบริการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและประเมินความรู้ความสามารถ จัดอบรมและประชุมสัมมนาตั้งแต่ 50-100 คน ใช้เป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่และหอพักผู้เข้ารับการฝึกอบรมอีกด้วย
“โครงการชุมชนบ้านน้ำใส จัดตั้งขึ้นอันเนื่องมาจากพระดำริสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุการณ์สึนามิ ให้มีความเป็นอยู่ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้ และมีงานทำ ศูนย์ฝึกอบรมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอันดามัน จึงมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนโครงการให้บรรลุเป้าประสงค์การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดี อันเป็นเป้าหมายของทั้งสององค์กร” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12749699&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UjpFjMEChAFQxzIdQRG4-