Category: ท่องเที่ยว

  • เวียดนามแซงหน้าไทยขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีน

    เวียดนามแซงหน้าไทยขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีน

    นักท่องเที่ยวจีนหลายคนเปลี่ยนใจจากการเดินทางท่องเที่ยวตามชายหาดและวัดวาอารามของไทยไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เวียดนามแทน เนื่องจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยของประเทศไทย อาทิ หูเจีย นักท่องเที่ยวชาวจีนและครอบครัว เธอบอกว่า “เวียดนามมีเสน่ห์เฉพาะตัว ฉันชอบสถานที่ที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและไม่ถูกแตะต้อง ถ้ามีโอกาส ฉันจะกลับมาอีกแน่นอน”

    หูและครอบครัวของเธอเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน 3.5 ล้านคนที่เดินทางมาจากจีน ซึ่งกำลังผลักดันให้เวียดนามมียอดนักท่องเที่ยวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 และกำลังแซงหน้าประเทศไทยขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในภูมิภาคของนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่

    ความกังวลเกี่ยวกับศูนย์หลอกลวงและการลักพาตัวนักแสดงชาวจีนชื่อดังเมื่อเดือนมกราคม ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางมาประเทศไทย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนลดลงประมาณ 35% ในปี 2025

    ความบูมของเวียดนามเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยส่งผลกระทบต่อไทยที่เป็นยักษ์ใหญ่ในภูมิภาค การเปลี่ยนเส้นทางนี้อาจทำให้ไทยสูญเสียรายได้ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งขณะนี้ตกไปอยู่ในมือเวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ตามข้อมูลของ China Trading Desk ซึ่งติดตามการเดินทางและการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของชาวจีน

    การเปลี่ยนแปลงนี้ขับเคลื่อนโดยนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มใหม่ที่เดินทางด้วยตนเอง ซึ่งส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    สุพรามาเนีย ภัตต์ ซีอีโอของ China Trading Desk เผยว่า “สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มใหม่นี้ เวียดนามมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ นักท่องเที่ยวหลายคนรู้สึกว่าเวียดนามมีความแปลกใหม่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่า”

    เวียดนามมียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกือบ 14 ล้านคนในปี 2025 โดยนักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งเป็นตลาดนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของประเทศ มียอดเพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจนถึงเดือนสิงหาคม

    มาเลเซียมียอดนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้น 35% ในช่วงครึ่งปีแรก โดยจำนวนผู้โดยสารสายการบินจากจีนเพิ่มขึ้นเกือบ 50%

    ชาฮารุดดิน ซาอิด ผู้อำนวยการบริหารสมาคมเจ้าของโรงแรมแห่งมาเลเซียกล่าวว่า คาดว่ามาตรการยกเว้นวีซ่าสำหรับชาวจีนของมาเลเซีย ประกอบกับค่าเงินริงกิตที่อ่อนค่าลง จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ได้มากขึ้น และว่า จนถึงขณะนี้โรงแรมต่างๆ รายงานว่ามีความต้องการที่แข็งแกร่งขึ้นและอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว

    ส่วนเวียดนาม รัฐบาลและบริษัททัวร์เอกชนต่างมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน เช่น เจ้าหน้าที่ในจังหวัดกว๋างนิญ ชายแดนจีน ได้ร่วมมือกับภาคธุรกิจต่างๆ เพื่อพัฒนาเทศกาลพาราไกลดิงและบอลลูนลมร้อน เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยู่ต่อนานขึ้น

    ในดานังซึ่งเป็นเมืองชายฝั่ง ปัจจุบันตัวอักษรจีนตัวใหญ่และโดดเด่นประดับประดาทุกสิ่ง ตั้งแต่ทางเข้าโรงแรมไปจนถึงแผงขายอาหารริมทางและร้านนวด โรงแรมต่างๆ กำลังจ้างพนักงานที่พูดภาษาจีนกลางหรือใช้แอปพลิเคชันแปลภาษาเพื่อสื่อสารกับลูกค้า

    บางแห่งกำลังยกเลิกการเดินทางแบบเช่าเหมาลำราคาประหยัดที่ใช้ตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดการระบาด ซึ่งชาวจีนจำนวนมากจะเดินทางตามเมืองต่างๆ ตามหลังไกด์นำเที่ยวที่ถือธงและมองหาข้อเสนอราคาประหยัด

    “ปัจจุบันชาวจีนกว่า 40% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนเป็นครั้งแรก เป็นคนที่มีความเป็นอิสระ มีการศึกษา และมองหาประสบการณ์ที่แท้จริง” ภัตต์กล่าว “พวกเขาไม่ต้องการถูกผลักขึ้นรถบัส พาไปยังจุดหมายปลายทาง พาไปโรงแรม พาไปร้านค้าที่ทุกอย่างให้ความรู้สึกแบบจีนๆ”

    และนักท่องเที่ยวเหล่านี้ยังเต็มใจที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเรื่อยๆ

    การใช้จ่ายดังกล่าวเป็นแรงผลักดันยอดค้าปลีกด้านการท่องเที่ยวของเวียดนาม ซึ่งพุ่งสูงขึ้นประมาณ 51% ในช่วงปี 2025 ถึงเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบกับปี 2024 ตามข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ตลาด BMI นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเวียดนามจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากถึง 22.6 ล้านคนในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าสถิติสูงสุดเมื่อปี 2019 ที่ 18 ล้านคน

    แต่ในขณะที่เวียดนามกำลังเฉลิมฉลอง บรรยากาศในประเทศไทยกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ในช่วงแปดเดือนแรกของปี 2025 ความจุที่นั่งของสายการบินเที่ยวเดียวจากจีนมายังไทยลดลงมากกว่า 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือ 5.1 ล้านที่นั่ง ตามข้อมูลวิเคราะห์เที่ยวบินของ Cirium

    แม้ว่านักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของไทย แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมลดลง 7% จนถึงเดือนสิงหาคม แม้ว่าตลาดอื่นๆ เช่น ยุโรปและสหรัฐฯ จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมากก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่ารายได้โรงแรมในไทยจะหดตัวลง 4.5% ในปี 2025 โดยอัตราการเข้าพักจะลดลง

    การลักพาตัวและช่วยเหลือนักแสดงชาวจีน หวัง ซิง ที่ถูกหลอกล่อมายังประเทศไทยและถูกค้ามนุษย์ไปยังเมียนมาโดยแก๊งหลอกลวงทางออนไลน์ ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง

    “นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ไม่เคยเดินทางมาประเทศไทยยังคงหวาดกลัว” เธียรประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทยกล่าว “เราทำผลงานได้ไม่ดีนักในการเผยแพร่วิธีการที่รัฐบาลปราบปรามการหลอกลวงทางคอลเซ็นเตอร์และเพิ่มความปลอดภัย”

    ไทยกำลังสูญเสียชื่อเสียงในแง่ของมูลค่า นักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่บ่นบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการขึ้นราคาโรงแรม อาหาร และค่าแท็กซี่หลังการระบาดของโควิด-19

    อย่างไรก็ตาม ยังมีความหวังสำหรับการฟื้นตัวในช่วงฤดูหนาวที่จะมาถึง ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นช่วงพีคของการท่องเที่ยวของไทย

    “กรุงเทพฯ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในเอเชียบนแพลตฟอร์มของเรา” เดเมียน เฟิร์ช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของ Agoda กล่าว โดยเฟิร์ชมองเห็นความเป็นไปได้ที่จะพลิกฟื้นจากภาวะถดถอยดังกล่าว “เราต้องการการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของนักท่องเที่ยวชาวจีนเพื่อช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้กลับมามีช่วงเวลาที่ดีเยี่ยมอีกครั้ง”

    Photo by Linh PHAM / AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/vietnam-surpasses-thailand-top-travel-destination-chinese-tourists&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xXZTx1wDbawgolm822a0_

  • อพท.สร้างเครือข่ายสื่อมวลชล ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนกำแพงเพชร | เดลินิวส์

    อพท.สร้างเครือข่ายสื่อมวลชล ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนกำแพงเพชร | เดลินิวส์

    ที่ห้องประชุมร้านบรรยากาศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผจก.อพท.สุโขทัย ได้เป็นประธานพบปะสื่อมวลชนจังหวัดกำแพงเพชร ตามโครงการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร หรือ อพท.สุโขทัย สร้างสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดกำแพงเพชรพร้อมโชว์ผลงานที่โดดเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีสื่อมวลชนแต่ละแขนงของจังหวัดกำแพงเพชรกว่า 50 คนเข้าร่วมกิจกรรม

    พันเอก นาวิน กล่าวว่า การพบปะครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างเครือข่าย ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่อพท.สุโขทัย ได้ขับเคลื่อนท่องเที่ยวยั่งยืนทุกรูปแบบ พื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ได้แก่ 1)พื้นที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนหนองปลิง 2)พื้นที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนไตรตรึงษ์และ 3)พื้นที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนนครชุม

    ซึ่งการดำเนินการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวแบ่งแนวทางการพัฒนาทั้ง ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ที่ได้วิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่เหมายเชิงลึก สำรวจข้อมูลทุกด้าน ภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวระดับชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัดกำแพงแพงเพชร จัดประชุมเชิงรุกหารือกำหนดทิศทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดกำแพงเพชร และพัฒนาต้นแบบด้านการท่องเที่ยว ตามเกณฑ์มาตรฐาน CBT Thailand และสร้างภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกำแพงเพชร ธนาคารออมสินสาขากำแพงเพชร ท้องถิ่นอำเภอ ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร เทศบาลเมืองหนองปลิง องค์การบริหารส่วนตำบลไตรตรึงษ์ องค์การบริหารส่วนตำบลนครชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับชุมชนท้องถิ่นให้มีมาตรฐานการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย (CBT Thailand) เกิดความเข้มแข็งของเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน

    นอกจากนั้นยังได้ถอดบทเรียนแนวทางการทำงานแผนงาน กิจกรรม โครงการ ในการพัฒนาตามเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย (CBT Thailand) อย่างมีคุณภาพพร้อมทั้งส่งชุมชนฯเข้ารับการประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand Standard) คือ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชมชนหนองปลิง ได้รับคะแนนประเมิน 94% และชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้รับคะแนนประเมิน 93% ถือว่าดีเยี่ยมทั้ง 2 ชุมชน

    รวมทั้งยังได้ยกระดับพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อเชื่อมโยงตลาดท่องเที่ยวคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องและเสริมสร้างศักยภาพชุมชนท่องเที่ยวให้เข้มแข็ง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมชุมชนกลุ่มเป้าหมาย 2 จังหวัด สุโขทัย-กำแพงเพชร และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวภาครัฐ ภาคเอกชน การยกระดับชุมชนฯ เรียนรู้การใช้งาน CBT Travel Mart2 o25 ในระบบ SMART CBT Carbon Footprint และ SROI ความคุ้มค่าการใช้งบประมาณในการพัฒนาชุมชน และจัดอบรมเชิงปฏิบัติการนักพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อรองรับ การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Community-Based Tourism For All)กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนด้วยนวัตกรรม AI ชุมชนฯสามารถ ทำสติกเกอร์ไลน์ การออกแบบการแต่งเพลง เป็นต้น การจัดกิจกรรมครั้งนี้ อพท.สโขทัย ถือเป็นการติดอาวุธทางปัญญา ให้ชุมชนกลุ่มเป้าหมาย สามารถมีระบบเทคโนโลยีในการบริหารจัดการผลประโยชน์ของชุมชน และนำความรู้ที่ได้ พัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อพท.สุโขทัย วางแผนขับเคลื่อน กิจกรรมยกระดับชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษตามเกณฑ์มาตรฐาน CBT Thailand กิจกรรมยกระดับทุนทางวัฒนธรรมSoft power ด้านศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมที่ดีงามในพื้นที่พิเศษได้รับการต่อยอดด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรมยกระดับชุมชนเข้าสู่แพลตฟอร์มSMART – CBT (SROI) กิจกรรมสร้างเครือข่าย โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่จะเป็นพลังสำคัญในการประชาสัมพันธ์หรือเป็นกระบอกเสียงของหน่วยงานและภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5116393/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YId2D8wzNBdG_1pBchFoB

  • จัดใหญ่ งาน “ไหลเรือไฟนครพนม” หนึ่งเดียวในโลก 27 ก.ย.-8 ต.ค.68

    จัดใหญ่ งาน “ไหลเรือไฟนครพนม” หนึ่งเดียวในโลก 27 ก.ย.-8 ต.ค.68

    ชวนเที่ยวงาน “ไหลเรือไฟนครพนม 2568” แสงไฟแห่งศรัทธา หนึ่งเดียวในโลก ระหว่าง 27 ก.ย.-8 ต.ค.68 จัดเต็มแสง สี เสียง สื่อผสมประกอบม่านน้ำ รวม 12 วัน 12 คืน 

    วันที่ 15 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมจัดงานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟ นครพนม ประจำปี 2568 ว่า ปีนี้ถือว่าจัดยิ่งใหญ่อลังการ สวยงามกว่าทุกปีแน่นอน ภายหลังคณะรัฐมนตรี มีการอนุมัติงบประมาณเกือบ 30 ล้านบาท ผลักดันการพัฒนา ส่งเสริมการท่องเที่ยวนครพนม จากเมืองรองเป็นเมืองหลัก หนุนการจัดมหกรรมไหลเรือไฟยิ่งใหญ่มากกว่าทุกปี

    สำหรับปีนี้ทางจังหวัดนครพนม ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 8 ตุลาคม 2568 รวม 12 วัน 12 คืน ถือเป็นประเพณี เกิดจากความเชื่อ ความศรัทธา สื่อถึงความรัก ความสามัคคีของชาวนครพนม เชื่อกันว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยึดถือกันมาอย่างยาวนาน เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน และในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

    โดยเริ่มเปิดงานในวันที่ 27 กันยายน 2568 ทุกคืนจะมีการไหลโชว์เรือไฟเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ความยาวกว่า 70 เมตร และเรือไฟรักษ์โลก 7 ลำ ความยาวกว่า 20 เมตรจากกลุ่มอำเภอ และเรือแสดงเอกลักษณ์ประเทศจีน ลาว เวียดนาม และเรือไฟจากหน่วยงานต่างๆ วันละ 9 ลำ จนถึงคืนวันออกพรรษา 15 ค่ำ เดือน 11 คือวันที่ 7 ตุลาคม 2568 จะมีการประกวดไหลเรือไฟ จากผลงานศิลปินเรือไฟทั้ง 12 อำเภอ รวม 12 ลำ อีกทั้งจะมีการจัดแสดงแปรอักษรโดรน กว่า 300 ลำ ริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม

    ตลอดการจัดงานทุกคืน บริเวณถนนเลียบแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวสามารถชมขบวนเรือไฟบก Nakhon Phanom Illuminated Boat Carnival พร้อมศิลปินดาราคนดังร่วมขบวนอีกมากมายกว่า 900 ชีวิต การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสมประกอบม่านน้ำ พลุรักษ์โลก งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม หนึ่งเดียวในโลก “แสงไฟแห่งศรัทธา” แสดงนำโดยศิลปินที่มีชื่อเสียงและนักแสดงกว่า 100 คน รวมถึงมหกรรมไม้ไผ่ “จากลำไม้สู่เรือไฟ หนึ่งเดียวในโลก” ณ สำนักงานเหล่ากาชาดนครพนม พร้อมซุ้มแสดงวิถีชีวิตของ 12 อำเภอ พบกับการแสดงและจำหน่ายอาหารถิ่น, อาหารฟิวชั่น และผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ผลิตภัณฑ์ชุมชนอื่นๆ กว่า 40 บูธ

    พร้อมรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ดนตรีไม้ไผ่ และกิจกรรมเรือไฟโบราณ จำนวน 13 ลำ โดยมีชุมชนต่างๆ มาสาธิตและจำหน่ายเรือไฟโบราณ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมอธิษฐานขอพร และปล่อยทุกข์ปล่อยโศก สิ่งไม่ดีให้ไหลไปกับสายน้ำ ไปจนถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ณ เวทีสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 สาขานครพนม ตลอดการจัดงาน 12 วัน

    ทั้งนี้จังหวัดนครพนม ร่วมกับทุกภาคส่วน ยืนยันความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยจัดให้มีสถานที่จอดรถ พร้อมรถรับส่งผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยทุกจุด ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบสถานที่จอดรถผ่าน www.เรือไฟ.com ที่สามารถเช็กที่ว่างบริเวณจุดจอดรถแต่ละจุดแบบเรียลไทม์ พร้อมจัดสถานที่พักชั่วคราวสำหรับนักท่องเที่ยวกางเต็นท์ 

    นอกจากนี้ ได้ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม Media Fam Trip นำสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ, สื่อมวลชน, อินฟลูเอ็นเซอร์ ลงพื้นที่ดูกระบวนการสร้างเรือไฟนครพนม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ สร้างการรับรู้สู่ระดับโลก ภายใต้แนวคิดงานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม “แสงไฟแห่งศรัทธา” หนึ่งเดียวในโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2882964&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FL9izzbkMgRZQOAU59V16

  • ไทยเล็งจัดเก็บภาษีทองคำ? หวังชะลอการแข็งค่าของเงินบาท

    ไทยเล็งจัดเก็บภาษีทองคำ? หวังชะลอการแข็งค่าของเงินบาท

    สำนักข่าว Bloomberg เผย ทางการไทยกำลังพิจารณาจัดเก็บภาษีทองคำจริง เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท

    จากกรณีที่เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบกว่า 4 ปี ตามแรงหนุนจากการปรับขึ้นของราคาทองคำตลาดโลกและการคาดการณ์เรื่องเฟดลดดอกเบี้ย โดยไปแตะระดับที่ 31.58 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ก่อนนั้น

    ล่าสุด สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว ทางการไทยกำลังพิจารณาจัดเก็บภาษีทองคำจริง (Physical Gold) หรือทองที่จับต้องได้จริง ๆ เช่น เหรียญทอง ทองแท่ง ฯลฯ ไม่ใช่เพียงแค่สัญญาซื้อขายทางดิจิทัล

    ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากแหล่งข่าวซึ่งขอสงวนชื่อ เนื่องจากข้อมูลยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

    แหล่งข่าวระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังกำลังหารือเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีทองคำที่ซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ และชำระเป็นเงินบาท

    การเก็บภาษีดังกล่าวอาจยกเว้นทองคำที่ซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซื้อขายในตลาดล่วงหน้า หรือซื้อจากร้านขายทองคำ

    ทางการไทยตั้งเป้าที่จะลดการส่งออกทองคำ และทำให้คนไทยเป็นเจ้าของทองคำมีค่ามากขึ้น แหล่งข่าวเสริมว่า เงินทุนที่ไหลเข้าจากเงินดอลลาร์ที่ผูกติดกับการขนส่งทองคำแท่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

    การส่งออกทองคำของไทยพุ่งขึ้น 69% สู่ระดับ 2.54 แสนล้านบาท ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยการส่งออกทองคำไปยังกัมพูชาที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติทำให้เกิดข้อเรียกร้องให้มีการสอบสวน ขณะที่ราคาทองคำแท่งทั่วโลกพุ่งขึ้นเกือบ 40% ในปีนี้

    รายได้จากการส่งออกทองคำช่วยผลักดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564 โดยที่ค่าเงินบาทพุ่งขึ้น 7% กระตุ้นให้เกิดการเรียกร้องให้ธนาคารกลางเข้าแทรกแซงอย่างเข้มข้นมากขึ้นเพื่อปกป้องภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว

    เจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีกำหนดพบปะกับตัวแทนของบริษัทค้าทองคำในวันที่ 15 ก.ย. เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบของทองคำที่มีต่อค่าเงินบาท และแนวทางในการรายงานธุรกรรมให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

    กระทรวงการคลังจะหารือกับธนาคารกลางเพิ่มเติม และจะมีการตัดสินใจหลังจากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ารับตำแหน่งเท่านั้น แหล่งข่าวกล่าวเสริมว่า การจัดเก็บภาษีนี้อาจถูกนำเสนอเป็นภาษีธุรกิจพิเศษ

    แหล่งข่าวกล่าวว่า หากผู้ขายทองคำแปลงรายได้จากเงินดอลลาร์เป็นเงินบาท ธุรกรรมดังกล่าวอาจถูกเก็บภาษี แต่ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อสรุปอัตราการจัดเก็บภาษีใด ๆ

    ธนาคารกลางระบุว่า กำไรของเงินบาทส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและปัจจัยภายนอก พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อควบคุมความผันผวนส่วนเกิน โดยทั่วไปแล้ว เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นเมื่อคนไทยขายทองคำ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากรายได้จากเงินดอลลาร์จะถูกแปลงเป็นเงินตราท้องถิ่น

    เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งคิดเป็น 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

    เดิมผู้ส่งออกไทยกำลังเผชิญความปั่นป่วนอยู่แล้วหลังจากที่การส่งออกของไทยถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้า 19% ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นและความกังวลด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวจีน

    ความต้องการทองคำในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 13% ในปีที่แล้ว และขึ้นเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

    MTS Gold Group หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายทองคำแท่งรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ระบุว่า คนไทยซื้อทองคำเกือบ 70% ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ โดยคาดการณ์ว่า ความต้องการทองคำในประเทศไทยปี 2568 จะเพิ่มขึ้นต่อเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยอาจเพิ่มเป็น 53.7 ตัน

    เรียบเรียงจาก Bloomberg

    RELATED

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/257076/amp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LPRUr6cnc7na31jOWtb2q

  • รีวิว วัดร่องขุ่น เชียงราย

    รีวิว วัดร่องขุ่น เชียงราย

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/Le6dmbmjvWr7&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JgY4MkJnLODGb27NLrtzI

  • เจาะลึกค่าเงินปอนด์อียิปต์: วิกฤตการณ์ การฟื้นตัว และนัยยะต่อเศรษฐกิจไทย

    เจาะลึกค่าเงินปอนด์อียิปต์: วิกฤตการณ์ การฟื้นตัว และนัยยะต่อเศรษฐกิจไทย

    ค่าเงินปอนด์อียิปต์เป็นหนึ่งในสกุลเงินที่เผชิญความผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก โดยในช่วง ปีที่ผ่านมา (ปี 2563-2568)ค่าเงินปอนด์อียิปต์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอียิปต์อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากอียิปต์เป็นผู้นำเข้าข้าวสาลีรายใหญ่และพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก

    • ช่วงปี 2563 – 2565 ค่าเงินปอนด์อียิปต์มีเสถียรภาพค่อนข้างดี แต่เริ่มอ่อนค่าลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงปลายปี 2564 หลังจากวิกฤตการณ์เงินเฟ้อโลกเริ่มรุนแรงขึ้น

    • ช่วงปี 2566 เป็นปีที่ค่าเงินปอนด์อียิปต์อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วที่สุด โดยมีการลดค่าเงินอย่างเป็นทางการหลายครั้งตามนโยบายของรัฐบาลและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

    • ช่วงปี 2567 – 2568 ค่าเงินปอนด์อียิปต์ยังคงมีความผันผวน แต่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังจากรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนและควบคุมการไหลออกของเงินทุน ทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงที่อ่อนค่าที่สุด

    การใช้อัตราแลกเปลี่ยนยืดหยุ่นตามแนวทางของ IMF

    หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินปอนด์อียิปต์คือการที่อียิปต์ได้เริ่มใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบยืดหยุ่น (Flexible Exchange Rate Regime) ตามคำแนะนำของ IMF ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของค่าเงินปอนด์อียิปต์ในตลาดและเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ 

    การใช้นโยบายนี้ส่งผลให้ค่าเงินปอนด์อียิปต์อ่อนค่าลงอย่างมากในระยะสั้น แต่ช่วยให้ธนาคารกลางสามารถใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นๆ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อได้ดีขึ้น และทำให้เศรษฐกิจมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการรับมือกับปัจจัยภายนอก

    ทิศทางนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน และปัจจัยที่ส่งผลกระทบ

    รัฐบาลและธนาคารกลางอียิปต์ (Central Bank of Egypt: CBE) ได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินและดึงดูดเงินทุนเข้าประเทศ ได้แก่ นโยบายการเงินโดย CBE ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบจากของเงินเฟ้อและทำให้การลงทุนในค่าเงินปอนด์อียิปต์น่าสนใจมากขึ้น การลงทุนจากต่างชาติโดยรัฐบาลได้เปิดกว้างให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงการขายสินทรัพย์ของรัฐให้แก่นักลงทุนต่างชาติ และการเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่นโดยรัฐบาลมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้จากช่องทางสำคัญ เช่น รายได้จากคลองสุเอซ การส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และการส่งเสริมการท่องเที่ยว

    ทั้งนี้ ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินปอนด์อียิปต์เช่น เสถียรภาพทางการเมืองอียิปต์ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ราคาน้ำมันและข้าวสาลีที่ผันผวน สงครามในยูเครนและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และรายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของอียิปต์

    อนาคตของค่าเงินปอนด์อียิปต์

    แม้ว่าค่าเงินปอนด์อียิปต์จะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่รัฐบาลอียิปต์ยังคงเผชิญกับความท้าทายสำคัญในอนาคต เช่น การปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างเพื่อให้เศรษฐกิจอียิปต์สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน การลดระดับหนี้สาธารณะเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงควรเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ ควบคุมเงินเฟ้อ และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินปอนด์อียิปต์ต่อไป

    ผลกระทบต่อไทย

    การอ่อนค่าของค่าเงินปอนด์อียิปต์ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและลบต่อผู้ส่งออกไทย ดังนี้

    ผลกระทบเชิงลบ

    • ผู้บริโภคชาวอียิปต์มีกำลังซื้อสินค้าจากต่างประเทศลดลง เนื่องจากราคาสินค้านำเข้าแพงขึ้นเมื่อเทียบกับเงินปอนด์อียิปต์

      • ผู้ส่งออกไทยต้องเผชิญกับคู่แข่งที่ผลิตสินค้าในอียิปต์มากขึ้น เนื่องจากสินค้าในประเทศมีราคาถูกลง

    ผลกระทบเชิงบวก

    • อียิปต์ยังคงมีความต้องการสินค้าจำเป็นบางประเภท เช่น ข้าว อาหารแปรรูป และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งไทยยังคงมีโอกาสในการส่งออก

      • การอ่อนค่าของเงินปอนด์อียิปต์ทำให้สินค้าและบริการในอียิปต์มีราคาถูกลงสำหรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนไทย

    ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ส่งออกไทย

    • ควรวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและคู่แข่งในตลาดอียิปต์อย่างสม่ำเสมอ

    • ควรหาโอกาสในการส่งออกสินค้าพรีเมียมหรือสินค้าที่ยังคงมีความต้องการสูงในตลาดอียิปต์

    • ควรพิจารณาการลงทุนในอียิปต์ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง

    • ควรพิจารณาใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน

    สรุป

    ค่าเงินปอนด์อียิปต์ได้ผ่านช่วงวิกฤตการณ์ที่ท้าทาย แต่ด้วยนโยบายที่มุ่งมั่นของรัฐบาลและธนาคารกลาง ทำให้เริ่มมีสัญญาณของการฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกไทยยังคงต้องเฝ้าระวังและปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายและความผันผวนที่ยังคงมีอยู่ในตลาดอียิปต์

    ——————————————————-

    ที่มา https://www.dailynewsegypt.com/2025/09/06/should-egypt-aim-for-stronger-egp-or-focus-on-sustaining-foreign-currency-inflows/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/hbpvglfdr90we4qyxumn3snf&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cjf-bESdNiLVgEdpn8qPl

  • “สุรวัช” แนะ “อนุทิน” บินตรงไปจีน เจรจาดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมา

    “สุรวัช” แนะ “อนุทิน” บินตรงไปจีน เจรจาดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมา

    v.prd:0.0.140

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/th/news/list/116491&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20wFr4169J3I98wwzlVN4D

  • ทลายแหล่งผลิตน้ำกระท่อม! ตั้งร้านขายใกล้โรงเรียน รายได้ต่อวันหลักหมื่นบาท

    ทลายแหล่งผลิตน้ำกระท่อม! ตั้งร้านขายใกล้โรงเรียน รายได้ต่อวันหลักหมื่นบาท

    ทลายแหล่งผลิตน้ำกระท่อม! ตั้งร้านขายใกล้โรงเรียน รายได้ต่อวันหลักหมื่นบาท

    วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 08.17 น.

    บุกทลายแหล่งผลิตน้ำกระท่อมรายได้นับ10,000ต่อวันใกล้โรงเรียนยังบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ต้อมกินสุดท้ายจมมุมของกลางเป็นหม้อใหญ่ๆเกาะพะงัน,สุราษฎร์ธานี

    เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สารวัตรตำรวจท่องเที่ยว ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบร้านค้าต้องสงสัยที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนเกาะพะงันศึกษา หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมและยาแก้ไออย่างผิดกฎหมาย

    ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ที่เน้นย้ำให้กวาดล้างร้านค้าที่จำหน่ายน้ำกระท่อมและสารเสพติดใกล้สถานศึกษาในรัศมี 1,000 เมตร เพื่อป้องกันเยาวชนจากภัยร้ายของยาเสพติด

    จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบคนงานชาวเมียนมา 2 คน คือนางทันดา อายุ 27 ปี และ นางมยัท โน ไว อายุ 31 ปี กำลังต้มและบรรจุใบกระท่อมใส่ถุงพลาสติกเพื่อจำหน่าย ที่บริเวณหลังร้านยังพบของกลางจำนวนมาก ได้แก่ หัวเตาแก๊ส ถังแก๊สขนาดใหญ่ หม้อต้มขนาด 70 ลิตร น้ำกระท่อมแปรรูปกว่า 192 ลิตร และใบกระท่อมสดหนัก 23 กิโลกรัม

    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ประสานให้นายวุฒิชัย อายุ 48 ปี เจ้าของร้านเข้ามายังสถานที่ดังกล่าว ยังบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ต้อมกินสุดท้ายจมมุมของกลางเป็นหม้อใหญ่ๆ ให้การยอมรับสารภาพภายหลังว่า เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำกระท่อม รวมถึงยาแก้ไอที่ซุกซ่อนอยู่ภายในร้าน โดยร้านตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียนเพียง 550 เมตร สอบถามทราบว่า แต่ละวันจะมีชาวไทยชาวต่างชาติ เข้ามาซื้อเป็นจำนวนมาก ทำให้มีรายได้ต่อวันหลัก 10,000 บาท

    เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายวุฒิชัยในหลายข้อหา อาทิ จำหน่ายและแปรรูปน้ำกระท่อมโดยไม่ได้รับอนุญาต, จำหน่ายยาแก้ไอโดยไม่มีใบอนุญาต และจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ส่วนคนงานชาวเมียนมาร์ทั้งสองถูกแจ้งข้อหา 1 .นางทันดา (Mrs.Thandar) อายุ 27 ปี สัญชาติ เมียนมา ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” 2.นางมยัท โน ไว (Mrs.Myat Noe Wai) อายุ 31 ปี สัญชาติ เมียนมา ข้อหา“เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้ (เสมียนตรา)” นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

    012

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/914226&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UogUxNTaSBbRrh67bFQ_4

  • ด่านเบตงคึกคัก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทาง เข้าออก คาดไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ต่อแถวประทับตราหนังสือเดินทางยาวเหยียด รถติดข้ามฝั่งถึงประเทศมาเลเซีย

    ด่านเบตงคึกคัก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทาง เข้าออก คาดไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ต่อแถวประทับตราหนังสือเดินทางยาวเหยียด รถติดข้ามฝั่งถึงประเทศมาเลเซีย

    ด่านเบตงคึกคัก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทาง เข้าออก คาดไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ต่อแถวประทับตราหนังสือเดินทางยาวเหยียด รถติดข้ามฝั่งถึงประเทศมาเลเซีย

    วันที่ 15 ก.ย.68 ที่ด่านพรมแดนเบตง บ้านกาแป๊ะฮูลู ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ต่อแถวเข้าคิวรอประทับตราหนังสือเดินทางผ่านแดนเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยจำนวนมาก ทำให้ท้ายแถวล้นออกมานอกอาคารด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง ในขณะที่ขาออกไปยังไประเทศมาเลเซีย ก็มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอำเภอเบตงก่อนหน้านี้ ต่อแถวเข้าคิวรอประทับตราหนังสือเดินทางผ่านแดนเดินทางกลับไปยังประเทศมาเลเซียจำนวนมากเช่นกัน ท้ายแถวล้นออกนอกอาคารยาวไปจนถึงอาคารด่านศุลกากรเบตง บริเวณลานจอดรถก็เต็มไปด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล รถบัส รถจักรยานยนต์ ของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จนหาที่จอดไม่ได้ ทำให้รถติดยาวเข้าไปยังฝั่งประเทศมาเลเซีย เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตชด. ทหาร และฝ่ายปกครอง ที่ประจำอยู่บริเวณด่านพรมแดนเบตง ก็ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับนักท่องเที่ยว จนแทบไม่ได้หยุดพักกันเลยทีเดียว คาดว่าวันนี้ตลอดทั้งวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านเข้าออกทางด่านพรมแดนเบตง เป็นจำนวนนับหมื่นคน และในช่วง หยุดยาวของประเทศมาเลเซียจะมีเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

    นางหยงผิง นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางมาจากกัวลาลัมเปอร์ กับสามีและลูกๆ เล่าว่า ช่วงนี้โรงเรียนในประเทศมาเลเซียปิด ประมาณ 10 วัน และทางการมาเลเซียได้กำหนดให้วันที่ 16 กันยายนของทุกปี เป็นวันมาเลเซีย เพื่อเฉลิมฉลองการจัดตั้งสหพันธรัฐมาเลเซีย โดยเมื่อวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 1963 เป็นสัญลักษณ์ของการรวมตัวกันระหว่างมาลายา บอร์เนียวเหนือ (ปัจจุบันคือซาบะฮ์) ซาราวัก เข้าร่วมสหพันธรัฐใหม่ของประเทศมาเลเซียนั้นเอง  จึงกำหนดให้เป็นวันหยุดพิเศษ ชาวมาเลเซียส่วนใหญ่จึงพาครอบครัว เดินทางมาเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ครอบครัวตนเลือกที่จะเดินทางมาเที่ยวที่อำเภอเบตง เพราะทราบจากเพื่อนที่เคยมาว่า บรรยากาศดี อาหารอร่อย แหล่งท่องเที่ยวสวยงาม ซึ่งขณะที่ขับรถมาถึงด่านบูกิตบือราปิต กิ่งอำเภอเปิงกาลันฮูลู รัฐเปรัค ก็เห็นรถชาวมาเลเซียที่ขับรถมาหลายคันย้อนกลับเพราะรถติดเป็นแถวยาว เมื่อพูดคุยก็ทราบว่า กว่าจะผ่านด่านทั้งฝั่งไทยและมาเลเซียก็คงต้องใช้เวลาอีกเป็นชั่วโมง มีคนมาเลเซียที่เคยเดินทางเข้ามาเล่าว่า เคยเสียเวลากับการผ่านด่าน 2-3 ชม. เลยทีเดียว แต่เนื่องจากตนมาไกล จึงยอมเสียเวลา เพื่อจะได้เข้ามาท่องเที่ยวตามที่ตั้งใจไว้

    ข่าว/ภาพ ธานินทร์ โพธิทัพพะ


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/57306&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GR0O8zRJogq5DfEHmIIhz

  • ช่วงฤดูร้อน ‘ฉู่ยุ่น (暑运)’ ในเซี่ยงไฮ้: เที่ยวบิน  ผู้โดยสารพุ่ง กระตุ้นโอกาสธุรกิจไทย

    ช่วงฤดูร้อน ‘ฉู่ยุ่น (暑运)’ ในเซี่ยงไฮ้: เที่ยวบิน ผู้โดยสารพุ่ง กระตุ้นโอกาสธุรกิจไทย

    ฉู่ยุ่น (暑运)’ คือช่วงเวลาของการเดินทางและคมนาคมช่วงปิดภาคฤดูร้อนของจีน โดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ผู้คนส่วนใหญ่มักเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว พักผ่อน หรือเยี่ยมญาติมิตร รวมทั้งนักเรียนนักศึกษาปิดภาคเรียน

    image.png

    ที่มาภาพhttps://www.iimedia.cn/c1088/106541.html

    ภาพรวมและข้อมูลสำคัญของฤดูร้อนปี 2568

    สำนักข่าว iimedia.cn รายงานว่า ในช่วงฤดูร้อนปี 2568 (ตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคม) สนามบินผู่ตงและหงเฉียวของนครเซี่ยงไฮ้ คาดว่าจะมีปริมาณเที่ยวบินรวมประมาณ 150,000 เที่ยวบิน (สนามบินผู่ตง 100,000 เที่ยวบิน และสนามบินหงเฉียว 50,000 เที่ยวบิน) ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะรองรับผู้โดยสารขาเข้าและขาออกรวม 24.55 ล้านคน (สนามบินผู่ตง 15.87 ล้านคน และสนามบินหงเฉียว 8.68 ล้านคน) โดยมีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยรายวัน 396,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7

    ความต้องการเดินทางที่หลากหลายและการเติบโตของเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความต้องการด้านการท่องเที่ยวและการบริโภคของชาวจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และวัตถุประสงค์ในการเดินทางมีความหลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมแล้ว ความต้องการในการเยี่ยมญาติมิตร การเดินทางเพื่อธุรกิจได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ “การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา” (Research-based Tourism) ได้รับความนิยมอย่างมาก ประเภทของกิจกรรมที่ผู้ตอบแบบสอบถามชื่นชอบมากที่สุดคือ การสัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น คิดเป็นร้อยละ 47.7 นอกจากนี้ การสำรวจทัศนียภาพทางธรรมชาติ การศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ถือเป็นอีกประเภทที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ข้อมูลช่วงฤดูร้อนของสนามบินทั้งสองแห่งในนครเซี่ยงไฮ้ยังยืนยันในประเด็นนี้ โดยปริมาณเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน สะท้อนถึงความต้องการในการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก การขยายตัวของความต้องการดังกล่าว ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนการพัฒนาของอุตสาหกรรมการบินเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจมหาศาลสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร ฯลฯ 

    กลยุทธ์ขยายเส้นทางบินและการยกระดับบริการของสนามบิน

    ในด้านของการขยายเส้นทางการบิน ในช่วงฤดูร้อนนี้ สนามบินเซี่ยงไฮ้ได้เปิดเส้นทางใหม่และเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินภายในประเทศไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น ซินเจียงและมองโกเลียใน ส่วนเส้นทางระหว่างประเทศได้เปิดเส้นทางใหม่ไปยังเมืองอัลมาตี ประเทศคาซัคสถาน และคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการฟื้นฟูและเพิ่มความถี่ของเส้นทางบินอีกหลายเส้นทาง ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองทางเลือกการเดินทางที่หลากหลายขึ้นของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ ผู้บริโภคจำนวนมากมีความเต็มใจที่จะลองจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวและเส้นทางบินใหม่ ๆ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายเส้นทางบินของสนามบินทั้งสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ในช่วงฤดูร้อนนี้

    นอกจากนี้ เพื่อรับมือกับจำนวนผู้โดยสารจำนวนมากในช่วงฤดูร้อน สนามบินผู่ตงได้ประกาศมาตรการบริการ ประการ เช่น “เวลาการเชื่อมต่อขั้นต่ำสำหรับการเปลี่ยนเครื่อง” “การผ่านพิธีการศุลกากรตลอด 24 ชั่วโมง” และโปรแกรม “浦乐GO (Pule GO) ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารได้อย่างมาก และลดความไม่สะดวกที่เกิดจากความล่าช้าของเที่ยวบินหรือการเปลี่ยนเครื่อง สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจของผู้โดยสารต่อบริการของสนามบินเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจบริเวณรอบสนามบินทางอ้อม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของการยกระดับบริการในการกระตุ้นการบริโภคใน “เศรษฐกิจช่วงฤดูร้อน”

    การสะท้อนกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นและโอกาสทางเศรษฐกิจ

    เมื่อพิจารณาในภาพรวมของ เศรษฐกิจฤดูร้อน’ ข้อมูลช่วงฤดูร้อนของสนามบินทั้งสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ยังสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อ เมื่อระดับรายได้ของผู้คนสูงขึ้น การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและการคมนาคมก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพวกเขายินดีที่จะเลือกวิธีการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้สายการบินเพิ่มการลงทุนในการเพิ่มความถี่ของเส้นทางบินและการปรับปรุงประสิทธิภาพของเที่ยวบิน ขณะเดียวกัน สิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้ารอบสนามบินก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แหล่งชอปปิงระดับไฮเอนด์ไปจนถึงร้านอาหารเฉพาะทาง จากแหล่งบันเทิงพักผ่อนไปจนถึงโรงแรมระดับหรู เพื่อตอบสนองความต้องการในการบริโภคของนักเดินทางทุกกลุ่ม

    การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารที่สนามบินผู่ตงและหงเฉียวของ เซี่ยงไฮ้ในช่วงฤดูร้อนปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักของเศรษฐกิจช่วงฤดูร้อนได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางบริบทที่ผู้คนที่มีความต้องการบริโภคด้านการท่องเที่ยวสูง มีวัตถุประสงค์ในการเดินทางที่หลากหลาย และมีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การขยายเส้นทางบินและการยกระดับบริการของสนามบินไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของตลาดเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนการพัฒนาที่ประสานกันของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการเสริมพลังงานใหม่ให้กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    ข้อคิดเห็นของสคต.เซี่ยงไฮ้

    การขยายตัวของเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารในช่วง ฉู่ยุ่น” ไม่เพียงแต่สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการบิน แต่ยังชี้ให้เห็นถึงโอกาสเชิงธุรกิจในตลาดที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากขึ้นในด้านธุรกิจบริการภายในสนามบิน เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือจุดจำหน่ายของที่ระลึก ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นสัญญาณอันชัดเจนว่าความต้องการมีแนวโน้มสูงขึ้น พื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินสามารถใช้โอกาสนี้ในการดึงดูดกลุ่มครอบครัวและนักศึกษาที่เดินทางพร้อมกันได้อย่างเป็นระบบ

    นอกจากนี้ การพัฒนาแพกเกจทัวร์เชิงการศึกษา หรือ Edu-tour เชื่อมโยงกับเส้นทางบินใหม่ ๆ หรือประสบการณ์ทางวัฒนธรรมภายในนครเซี่ยงไฮ้ ยังถือเป็นทางนำร่องที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ 

    จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้

    กันยายน 2568

    แหล่งที่มา

    https://www.iimedia.cn/c1088/106541.html

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/c6jle7hr59pfj0psd3zgqrl1&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GxE_73s3CEkS2XIOoJq2E