Category: ท่องเที่ยว

  • รองปลัดฯ ท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ อ.ปาย ร่วมหารือยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน พร้อมเน้นมาตรฐานความปลอดภัยสู่ความยั่งยืน

    รองปลัดฯ ท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ อ.ปาย ร่วมหารือยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน พร้อมเน้นมาตรฐานความปลอดภัยสู่ความยั่งยืน

    วันที่ 22 กันยายน 2568 นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะประกอบด้วย นางสาววริชญา ชอุ่ม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน นางเกษราภรณ์ วิมลรัตน์ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว และ พ.ต.ต. ณัฐวัตร สุขสวัสดิ์ปรีชา สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อสำรวจและหารือแนวทางพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตลอดจนยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว

    ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รองปลัดกระทรวงฯ และคณะได้เยี่ยมชม ชุมชนชาวจีนยูนนานบ้านสันติชล ซึ่งมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมโดดเด่น และ กองแลน (ปายแกรนด์แคนยอน) แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจังหวัด โดยได้ร่วมพูดคุยกับผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ถึงความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับการท่องเที่ยวโดยชุมชน และเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจ

    นางสาววนิดา พันธ์สอาด กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพื่อให้การท่องเที่ยวโดยชุมชนของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นที่รู้จักในระดับสากล และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/243931&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CjVVjmjksuXag5vygaiVK

  • กลุ่มเซ็นทรัล ผนึก ททท. ปลุกไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก อัดบิ๊กอีเวนต์และแคมเปญปลายปี รับกระแสท่องเที่ยวฟื้นตัว – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    กลุ่มเซ็นทรัล ผนึก ททท. ปลุกไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก อัดบิ๊กอีเวนต์และแคมเปญปลายปี รับกระแสท่องเที่ยวฟื้นตัว – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – กรุงเทพฯ 23 ก.ย.68 ; กลุ่มเซ็นทรัลเผยสัญญาณท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวแรง ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ต้นปีที่ใช้บริการศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจในเครือพุ่งเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบปีก่อน ตอกย้ำศักยภาพ “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะจากจีน รัสเซีย ตะวันออกกลาง และอินเดีย สะท้อนถึงพลังการจับจ่ายที่กลับมาสร้างความคึกคักให้แก่อุตสาหกรรมค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ปัจจุบัน 5 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยสูงสุด ได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ ตั้งแต่ 1 ม.ค.–14 ก.ย. 2568 มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยแล้วทะลุ 22.9 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าช่วงไฮซีซันปลายปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกลเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    ท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักนี้ กลุ่มเซ็นทรัลในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย จึงเดินหน้าจับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการผนึกกำลังจัดแคมเปญการตลาด บิ๊กอีเวนต์ และกิจกรรมระดับโลก ครอบคลุมทุกธุรกิจในเครือ ทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมทั่วประเทศ ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี เพื่อสร้าง “แม่เหล็กการท่องเที่ยว” ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและครบวงจร

    ไฮไลต์ความพิเศษจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล และ ททท. ในช่วงปลายปี

    1. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัลพัฒนา
    • เซ็นทรัล พาร์ค และ เซ็นทรัลกระบี่ แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของไทยที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดย เซ็นทรัล พาร์ค มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่ครบทุกมิติ สืบสานความเป็น Legendary Landmark พร้อม Roof Park 7 ไร่ พื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง ใหญ่ที่สุดในไทย เห็นวิวสวนแบบ 180 องศา พร้อมยกระดับเป็น Culinary Landmark แห่งใหม่ของเอเชีย อาทิ First-time in Thailand Street Foods และร้าน Michelin Guide เยอะที่สุดในกรุงเทพฯ ขณะที่ เซ็นทรัล กระบี่ ศูนย์การค้าต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจสู่การอนุรักษ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็น The First Sustainable-Lifestyle Shopping Centre เตรียมเปิดอย่างเป็นทางการ 24 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ เซ็นทรัลกระบี่ถือเป็นการส่งเสริมนโยบายของททท. ที่จะผลักดันโครงการ “Krabi Prototype” สร้างให้กระบี่เป็นเมืองต้นแบบสีขียวและความยั่งยืนระดับโลก
    • ตลอดเดือนตุลาคม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival เทศกาลที่ส่งเสริมวัฒนธรรมที่สำคัญของอินเดียซึ่งเป็นตลาดศักยภาพสูงผ่านกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ รวมทั้งร่วมสนับสนุนงาน Nihao Month มอบ Welcome Package ให้ส่วนลดพิเศษจากร้านค้ากับนักท่องเที่ยวจีน พร้อมกับจัดทำแคมเปญพิเศษ Chinese Golden Week Celebration ในศูนย์การค้าทัวริสต์มอลล์ทั่วประเทศ
    • centralwOrld Bangkok Countdown 2026 งานเคานต์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย! จัดเต็มโชว์พิเศษจากไลน์อัพศิลปินชื่อดังมากมาย ที่จะมามอบความสุขส่งท้ายปี คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างชาติกว่า 300,000 คน
    • แคมเปญ The World’s Great Celebration ใน 43 ศูนย์การค้าทั่วประเทศที่จะสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ สู่การเป็น World-class Destination เตรียมจัดเมกะอีเวนต์และโปรโมชั่นทั่วประเทศ ดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้ายยิ่งใหญ่ โดยได้รับความร่วมมือจากททท.ในการสนับสนุนการทำต้นคริสต์มาส “Local Pride” ชูเสน่ห์ อัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่งานคราฟต์หนึ่งเดียวในโลกที่เน้นการนำภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมานำเสนอที่น่าประทับใจ สามารถชมความงดงามของต้นคริสต์มาส Local Pride ได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 8 สาขาทั่วประเทศคือ เซ็นทรัลมหาชัย, ศาลายา, ชลบุรี, โคราช, เชียงราย, เชียงใหม่แอร์พอร์ต, สุราษฎร์ธานี, และกระบี่
    1. ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล
    • ห้างเซ็นทรัล เตรียมฉลองครบรอบ 78 ปี แห่งความผูกพันอันงดงามด้วยเทศกาลดอกไม้สุดยิ่งใหญ่แห่งปีกับซิกเนเจอร์อีเวนต์ Central 78th Anniversary เนรมิตห้างเซ็นทรัลชิดลม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านประสบการณ์อันเปี่ยมด้วยสีสันผ่านงานศิลปะแห่งดอกไม้ ส่งมอบความประทับใจทุกเรื่องราว พร้อมผลิบานไปด้วยกัน
    • ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน ผนึกกำลังกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดแคมเปญ Amazing Thailand Grand Diwali 2025” เฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี เทศกาลแห่งแสงสว่างที่มีรากฐานจากวัฒนธรรมอินเดีย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 อย่างยิ่งใหญ่ โดยเตรียมความพิเศษไว้อย่างครบครัน ทั้งโปรโมชันสุดคุ้มและข้อเสนอจากพันธมิตร การแสดงแสง สี เสียง สุดตระการตาในสไตล์อินเดีย พิธีจุดตะเกียงเพื่อความเป็นสิริมงคล กิจกรรมเวิร์กชอป สุดสร้างสรรค์ รวมถึงการลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มสไตล์อินเดียแท้ ณ สาขาที่ร่วมรายการ ครอบคลุมหัวเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอินเดียและผู้ที่สนใจได้ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเทศกาลดิวาลีอย่างเต็มอิ่ม
    • นอกจากนี้ ห้างเซ็นทรัล ยังได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในแคมเปญ Nihao Month” มอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้านักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะ ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 ต้อนรับช่วงเทศกาล Golden Week โดยเตรียมทั้งคูปองส่วนลดและของพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ณ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ พัทยา ภูเก็ต และป่าตอง (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
    • โรบินสันไลฟ์สไตล์ เตรียมจัดงาน กินเจ ครบรอบ 200 ปี เมืองภูเก็ต ในเดือนตุลาคม เพื่อผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ไทยสู่ระดับสากล ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขาถลาง พร้อมมอบสิทธิพิเศษแก่ชาวต่างชาติด้วยโปรโมชั่น “Shop Here Get More!! only at Robinson Lifestyle” ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขาฉลอง
    • ซูเปอร์สปอร์ต มอบโปรโมชั่นส่วนลด 10% ไม่มีขั้นต่ำ สำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 มาใช้จ่ายราว 80,000 คน โดยแบรนด์ยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ Nike, Adidas, Skechers, Crocs, และ Fila
    • ท็อปส์ มองเห็นโอกาสในการทำการตลาดและสร้างยอดขายจากแนวโน้มการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการที่ท็อปส์อย่างต่อเนื่อง โดยจากฐานข้อมูล Tourist Card ตั้งแต่ ต้นปีจนถึงกรกฎาคม 2568 พบจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการท็อปส์เพิ่มขึ้นกว่า 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน มียอดขายจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเติบโตกว่า 6% และพบพฤติกรรมการจับจ่ายถี่ขึ้นเฉลี่ย 2.3 ครั้งต่อเดือน เพิ่มขึ้น 3% และด้วยแนวโน้มของการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยว ท็อปส์จึงเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกต่อเนื่อง โดยเร่งเดินหน้าขยายสาขาในแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติม สื่อสารแบรนด์ในพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงโดยตรง ควบคู่กับการผนึกกำลังกับพันธมิตรในเครือเพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายช่วงเทศกาลเพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สนุกและน่าจดจำ พร้อมคัดสรรสินค้าและบริการตรงใจนักท่องเที่ยว รวมถึงของฝากก่อนเดินทางกลับ
    1. โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา
    • ในครึ่งปีแรก เซ็นทาราต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่ากระแสการท่องเที่ยวจะยิ่งคึกคักในช่วงครึ่งปีหลัง จากแรงส่งของแคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มุ่งชูเสน่ห์ไทยในแต่ละภูมิภาค เพื่อตอบรับกระแสนี้เซ็นทาราจึงนำเสนอโปรโมชั่น “Suite Heaven” มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษเหนือระดับสำหรับห้องพักประเภท Premium Suite และ Villa เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 พร้อมสิทธิ์เข้าพักได้ถึง 31 มีนาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่น “Linger for Longer ยิ่งพักนาน ยิ่งคุ้ม” เพื่อกระตุ้นการเข้าพักระยะยาวของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ พร้อมมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์การพักผ่อนอันน่าประทับใจ
    1. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
    • จากความสำเร็จครั้งสำคัญของงาน “KAWS:HOLIDAY THAILAND” นิทรรศการศิลปะระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย ณ ท้องสนามหลวง ที่สามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้กว่า 330,000 คน เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เตรียมสานต่อความยิ่งใหญ่อีกครั้งในช่วงเทศกาลปลายปีกับซิกเนเจอร์ บิ๊กอีเวนต์ “CENTRAL EMBASSY LET’S CELEBRATE 2026” ที่พร้อมสร้างความตื่นตา ตื่นใจครั้งใหม่จากครีเอทีฟสตูดิโอชื่อดังระดับโลกมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยังคงไว้ซึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ พร้อมยกระดับแคมเปญและสิทธิพิเศษเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดผู้เข้ามาใช้บริการได้มากกว่า 2 ล้านคน และผลักดันให้รายรับเติบโตขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับไฮพรีเมี่ยมที่แท้จริง
    1. ร้านวิสาหกิจเพื่อสังคม Good Goods (กุ๊ดส์ กุ๊ดส์)
    • เชิญสัมผัสเสน่ห์สินค้าชุมชนไทยภายใต้แบรนด์ Good Goods แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำของไทยที่ครองใจนักท่องเที่ยว มาพร้อมคอลเลกชันใหม่ดีไซน์ร่วมสมัยที่ยังคงสะท้อนเอกลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างงดงาม พร้อมโฉมใหม่ของร้านสาขาที่ 8 ในคอนเซ็ปต์ Modern Craft ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค

    นางสาวอัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด สื่อสารองค์กร และความยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล  กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างครบวงจร ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งการจัดอีเวนต์ระดับเวิลด์คลาสและแคมเปญการตลาด การมอบประสบการณ์เหนือระดับในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมในเครือ ตลอดจนการเชื่อมโยงวิถีชุมชนเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการอันเป็นเอกลักษณ์จากแต่ละภูมิภาค

    เราพร้อมใช้ศักยภาพของกลุ่มธุรกิจสนับสนุนทุกแคมเปญของ ททท. เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ กระตุ้นการใช้จ่าย และกระจายรายได้สู่เมืองหลัก แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม รวมถึงเมืองรองหรือเมืองน่าเที่ยว และพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับเสน่ห์ของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (Tourist Destination)  แต่ยังส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทย และสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง”

    นางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล
    รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
    กล่าวว่า “ภาพรวมการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวในครึ่งปีแรกเริ่มกลับมาเป็นบวก แม้ช่วงไตรมาส 2 จะมีการชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ปัจจุบันเห็นสัญญาณฟื้นตัวมากขึ้น เราจึงมุ่งต่อยอดบรรยากาศเชิงบวกนี้สู่ช่วงปลายปี ซึ่งถือเป็นไฮซีซัน โดยห้างร้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล มากกว่า 3,000 สาขาทั่วประเทศ ได้จัดเตรียมแคมเปญและอีเวนต์พิเศษรับเทศกาลสำคัญทั้งโกลเด้น วีค ดีวาลี และคริสต์มาส เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายประเทศและสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 1.5 ล้านคนเข้ามาช้อปที่ห้างร้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล ในไตรมาส 4 และสร้างยอดขายกว่า 5,200 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นจากปีก่อน โดยสินค้ายอดนิยมยังคงเป็นสินค้ากลุ่มแฟชั่น เครื่องสำอาง และสินค้าเด็ก”

    ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมนักท่องเที่ยวจีนภายในศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาเติบโตในทุกมิติ โดยข้อมูลจาก Chinese E-Wallet Partner อย่าง Alipay และ WeChat Pay พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาใช้บริการและจำนวนธุรกรรมการซื้อสินค้าและบริการผ่าน e-Wallet เพิ่มขึ้นกว่า 10% เทียบกับปี 2024 ในขณะที่การใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นกว่า 40% โดยเฉพาะในทำเลสำคัญอย่าง เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลภูเก็ต และเซ็นทรัลพัทยา ที่เติบโตเกิน 50% สะท้อนถึง ‘Quality Traffic’ ที่มีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวฟื้นตัวใกล้เคียงปี 2019 หรือประมาณ 90% นอกจากนักท่องเที่ยวจีนเรายังขยายฐานไปสู่ตลาดใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงอย่างตะวันออกกลาง ผ่านความร่วมมือกับ Fazaa Card ซึ่งเป็นโครงการ CRM ที่ใหญ่ที่สุดของ UAE ทำให้เซ็นทรัลพัฒนาสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าพรีเมียมต่อเนื่อง ซึ่งใน ไตรมาส 4 คาดว่ายอดการใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน มาเลเซีย อินเดีย อเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ตะวันออกกลาง เป็นต้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งต่อประเทศไทยและศูนย์การค้าเซ็นทรัล ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก”

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ททท. เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Partnership 360 องศา ผนึกกำลังกลุ่มเซ็นทรัล จัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดรับบรรยากาศท่องเที่ยวที่กำลังกลับมาคึกคัก โดยเสนอ  Grand Privilege มอบสิทธิประโยชน์และดีลพิเศษ ครอบคลุมธุรกิจในเครือทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายปลายปี รองรับไฮซีซันที่จะมีนักท่องเที่ยวทั้งตลาดใกล้และไกลเดินทางเข้าไทยต่อเนื่อง นอกจากนี้ ททท.  ยังเดินหน้าเพิ่มเเรงส่งต่อเนื่องด้วยกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 2 แคมเปญหลัก ได้แก่ Amazing Thailand Grand Sale 2025 มอบส่วนลดสูงสุด 80% ระหว่าง 1 มิ.ย.–15 ส.ค. เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมช้อปปิงและมีกำลังซื้อสูง เช่น จีน อินเดีย และอาเซียน และ Chinese Passport Privilege ภายใต้โครงการ Nihao Month ระหว่าง 20 ก.ย.–31 ธ.ค. เพียงแสดงหนังสือเดินทางจีนก็รับสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็น “Quality Destination” จุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมาสร้าง Grand Momentที่ไทย ด้วยความอบอุ่น ปลอดภัย และเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว”

    เราเชื่อมั่นว่าพลังความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน นำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทย และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยโดดเด่นในเวทีโลกอย่างแท้จริง

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/23/580404/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2J2M7_b1X7tQDpjl7BSsT0

  • กลุ่มเซ็นทรัล ผนึก ททท. อัดบิ๊กอีเวนต์-แคมเปญปลายปี ปลุกไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวระดับโลก

    กลุ่มเซ็นทรัล ผนึก ททท. อัดบิ๊กอีเวนต์-แคมเปญปลายปี ปลุกไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวระดับโลก

    กลุ่มเซ็นทรัล ผนึก ททท. ปลุกไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก อัดบิ๊กอีเวนต์และแคมเปญปลายปี รับกระแสท่องเที่ยวฟื้นตัว

    วันที่ 23 ก.ย. 2568 กลุ่มเซ็นทรัลเผยสัญญาณท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวแรง ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ต้นปีที่ใช้บริการศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจในเครือพุ่งเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบปีก่อน ตอกย้ำศักยภาพ “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะจากจีน รัสเซีย ตะวันออกกลาง และอินเดีย สะท้อนถึงพลังการจับจ่ายที่กลับมาสร้างความคึกคักให้แก่อุตสาหกรรมค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน

    ทั้งนี้ ยังสอดคล้องกับข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ปัจจุบัน 5 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยสูงสุด ได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ ตั้งแต่ 1 ม.ค.–14 ก.ย. 2568 มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยแล้วทะลุ 22.9 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าช่วงไฮซีซันปลายปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกลเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    ท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักนี้ กลุ่มเซ็นทรัลในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย จึงเดินหน้าจับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการผนึกกำลังจัดแคมเปญการตลาด บิ๊กอีเวนต์ และกิจกรรมระดับโลก ครอบคลุมทุกธุรกิจในเครือทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมทั่วประเทศ ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี เพื่อสร้าง “แม่เหล็กการท่องเที่ยว” ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและครบวงจร

    ไฮไลต์ความพิเศษจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล และ ททท. ในช่วงปลายปี

    1. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัลพัฒนา

    • เซ็นทรัล พาร์ค และ เซ็นทรัลกระบี่ แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของไทยที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดย เซ็นทรัล พาร์ค มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่ครบทุกมิติ สืบสานความเป็น Legendary Landmark พร้อม Roof Park 7 ไร่ พื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง ใหญ่ที่สุดในไทย เห็นวิวสวนแบบ 180 องศา พร้อมยกระดับเป็น Culinary Landmark แห่งใหม่ของเอเชีย อาทิ First-time in Thailand Street Foods และร้าน Michelin Guide เยอะที่สุดในกรุงเทพฯ ขณะที่ เซ็นทรัล กระบี่ ศูนย์การค้าต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจสู่การอนุรักษ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็น The First Sustainable-Lifestyle Shopping Centre เตรียมเปิดอย่างเป็นทางการ 24 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ เซ็นทรัลกระบี่ถือเป็นการส่งเสริมนโยบายของททท. ที่จะผลักดันโครงการ “Krabi Prototype” สร้างให้กระบี่เป็นเมืองต้นแบบสีเขียวและความยั่งยืนระดับโลก
    • ตลอดเดือนตุลาคม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival เทศกาลที่ส่งเสริมวัฒนธรรมที่สำคัญของอินเดียซึ่งเป็นตลาดศักยภาพสูงผ่านกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ รวมทั้งร่วมสนับสนุนงาน Nihao Month มอบ Welcome Package ให้ส่วนลดพิเศษจากร้านค้ากับนักท่องเที่ยวจีน พร้อมกับจัดทำแคมเปญพิเศษ Chinese Golden Week Celebration ในศูนย์การค้าทัวริสต์มอลล์ทั่วประเทศ
    • centralwOrld Bangkok Countdown 2026 งานเคานต์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย! จัดเต็มโชว์พิเศษจากไลน์อัพศิลปินชื่อดังมากมาย ที่จะมามอบความสุขส่งท้ายปี คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างชาติกว่า 300,000 คน
    • แคมเปญ The World’s Great Celebration ใน 43 ศูนย์การค้าทั่วประเทศที่จะสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ สู่การเป็น World-class Destination เตรียมจัดเมกะอีเวนต์และโปรโมชั่นทั่วประเทศ ดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้ายยิ่งใหญ่ โดยได้รับความร่วมมือจากททท.ในการสนับสนุนการทำต้นคริสต์มาส “Local Pride” ชูเสน่ห์ อัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่งานคราฟต์หนึ่งเดียวในโลกที่เน้นการนำภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมานำเสนอที่น่าประทับใจ สามารถชมความงดงามของต้นคริสต์มาส Local Pride ได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 8 สาขาทั่วประเทศคือ เซ็นทรัลมหาชัย, ศาลายา, ชลบุรี, โคราช, เชียงราย, เชียงใหม่แอร์พอร์ต, สุราษฎร์ธานี, และกระบี่

    2. ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล

    • ห้างเซ็นทรัล เตรียมฉลองครบรอบ 78 ปี แห่งความผูกพันอันงดงามด้วยเทศกาลดอกไม้สุดยิ่งใหญ่แห่งปีกับซิกเนเจอร์อีเวนต์ Central 78th Anniversary เนรมิตห้างเซ็นทรัลชิดลม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านประสบการณ์อันเปี่ยมด้วยสีสันผ่านงานศิลปะแห่งดอกไม้ ส่งมอบความประทับใจทุกเรื่องราว พร้อมผลิบานไปด้วยกัน
    • ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน ผนึกกำลังกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดแคมเปญ “Amazing Thailand Grand Diwali 2025” เฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี เทศกาลแห่งแสงสว่างที่มีรากฐานจากวัฒนธรรมอินเดีย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 อย่างยิ่งใหญ่ โดยเตรียมความพิเศษไว้อย่างครบครัน ทั้งโปรโมชันสุดคุ้มและข้อเสนอจากพันธมิตร การแสดงแสง สี เสียง สุดตระการตาในสไตล์อินเดีย พิธีจุดตะเกียงเพื่อความเป็นสิริมงคล กิจกรรมเวิร์กชอป สุดสร้างสรรค์ รวมถึงการลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มสไตล์อินเดียแท้ ณ สาขาที่ร่วมรายการ ครอบคลุมหัวเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอินเดียและผู้ที่สนใจได้ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเทศกาลดิวาลีอย่างเต็มอิ่ม
    • นอกจากนี้ ห้างเซ็นทรัล ยังได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในแคมเปญ “Nihao Month” มอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้านักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะ ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 ต้อนรับช่วงเทศกาล Golden Week โดยเตรียมทั้งคูปองส่วนลดและของพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ณ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ พัทยา ภูเก็ต และป่าตอง (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
    • โรบินสันไลฟ์สไตล์ เตรียมจัดงาน กินเจ ครบรอบ 200 ปี เมืองภูเก็ต ในเดือนตุลาคม เพื่อผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ไทยสู่ระดับสากล ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขาถลาง พร้อมมอบสิทธิพิเศษแก่ชาวต่างชาติด้วยโปรโมชั่น “Shop Here Get More!! only at Robinson Lifestyle” ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขาฉลอง
    • ซูเปอร์สปอร์ต มอบโปรโมชั่นส่วนลด 10% ไม่มีขั้นต่ำ สำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 มาใช้จ่ายราว 80,000 คน โดยแบรนด์ยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ Nike, Adidas, Skechers, Crocs, และ Fila
    • ท็อปส์ มองเห็นโอกาสในการทำการตลาดและสร้างยอดขายจากแนวโน้มการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการที่ท็อปส์อย่างต่อเนื่อง โดยจากฐานข้อมูล Tourist Card ตั้งแต่ต้นปีจนถึงกรกฎาคม 2568 พบจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการท็อปส์เพิ่มขึ้นกว่า 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน มียอดขายจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเติบโตกว่า 24.6% และพบพฤติกรรมการจับจ่ายถี่ขึ้นเฉลี่ย 2.3 ครั้งต่อเดือน เพิ่มขึ้น 3% และด้วยแนวโน้มของการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยว ท็อปส์จึงเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกต่อเนื่อง โดยเร่งเดินหน้าขยายสาขาในแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติม สื่อสารแบรนด์ในพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงโดยตรง ควบคู่กับการผนึกกำลังกับพันธมิตรในเครือเพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายช่วงเทศกาลเพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สนุกและน่าจดจำ พร้อมคัดสรรสินค้าและบริการตรงใจนักท่องเที่ยว รวมถึงของฝากก่อนเดินทางกลับ

    3. โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา

    • ในครึ่งปีแรก เซ็นทาราต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่ากระแสการท่องเที่ยวจะยิ่งคึกคักในช่วงครึ่งปีหลัง จากแรงส่งของแคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มุ่งชูเสน่ห์ไทยในแต่ละภูมิภาค เพื่อตอบรับกระแสนี้เซ็นทาราจึงนำเสนอโปรโมชั่น “Suite Heaven” มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษเหนือระดับสำหรับห้องพักประเภท Premium Suite และ Villa เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 พร้อมสิทธิ์เข้าพักได้ถึง 31 มีนาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่น “Linger for Longer ยิ่งพักนาน ยิ่งคุ้ม” เพื่อกระตุ้นการเข้าพักระยะยาวของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ พร้อมมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์การพักผ่อนอันน่าประทับใจ

    4. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

    • จากความสำเร็จครั้งสำคัญของงาน “KAWS:HOLIDAY THAILAND” นิทรรศการศิลปะระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย ณ ท้องสนามหลวง ที่สามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้กว่า 330,000 คน เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เตรียมสานต่อความยิ่งใหญ่อีกครั้งในช่วงเทศกาลปลายปีกับซิกเนเจอร์ บิ๊กอีเวนต์ “CENTRAL EMBASSY LET’S CELEBRATE 2026” ที่พร้อมสร้างความตื่นตา ตื่นใจครั้งใหม่จากครีเอทีฟสตูดิโอชื่อดังระดับโลกมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยังคงไว้ซึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ พร้อมยกระดับแคมเปญและสิทธิพิเศษเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดผู้เข้ามาใช้บริการได้มากกว่า 2 ล้านคน และผลักดันให้รายรับเติบโตขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับไฮพรีเมี่ยมที่แท้จริง

    5. ร้านวิสาหกิจเพื่อสังคม Good Goods (กุ๊ดส์ กุ๊ดส์)

    • เชิญสัมผัสเสน่ห์สินค้าชุมชนไทยภายใต้แบรนด์ Good Goods แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำของไทยที่ครองใจนักท่องเที่ยว มาพร้อมคอลเลกชันใหม่ดีไซน์ร่วมสมัยที่ยังคงสะท้อนเอกลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างงดงาม พร้อมโฉมใหม่ของร้านสาขาที่ 8 ในคอนเซ็ปต์ Modern Craft ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค

    นางสาวอัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด สื่อสารองค์กร และความยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างครบวงจร ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งการจัดอีเวนต์ระดับเวิลด์คลาสและแคมเปญการตลาด การมอบประสบการณ์เหนือระดับในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมในเครือ ตลอดจนการเชื่อมโยงวิถีชุมชนเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการอันเป็นเอกลักษณ์จากแต่ละภูมิภาค

    เราพร้อมใช้ศักยภาพของกลุ่มธุรกิจสนับสนุนทุกแคมเปญของ ททท. เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ กระตุ้นการใช้จ่าย และกระจายรายได้สู่เมืองหลัก แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม รวมถึงเมืองรองหรือเมืองน่าเที่ยว และพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับเสน่ห์ของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (Tourist Destination) แต่ยังส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทย และสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง”

    นางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวในครึ่งปีแรกเริ่มกลับมาเป็นบวก แม้ช่วงไตรมาส 2 จะมีการชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ปัจจุบันเห็นสัญญาณฟื้นตัวมากขึ้น เราจึงมุ่งต่อยอดบรรยากาศเชิงบวกนี้สู่ช่วงปลายปี ซึ่งถือเป็นไฮซีซัน โดยห้างร้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล มากกว่า 3,000 สาขาทั่วประเทศ ได้จัดเตรียมแคมเปญและอีเวนต์พิเศษรับเทศกาลสำคัญทั้งโกลเด้น วีค ดีวาลี และคริสต์มาส เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายประเทศและสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 1.5 ล้านคนเข้ามาช้อปที่ห้างร้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล ในไตรมาส 4 และสร้างยอดขายกว่า 5,200 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นจากปีก่อน โดยสินค้ายอดนิยมยังคงเป็นสินค้ากลุ่มแฟชั่น เครื่องสำอาง และสินค้าเด็ก”

    ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมนักท่องเที่ยวจีนภายในศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาเติบโตในทุกมิติ โดยข้อมูลจาก Chinese E-Wallet Partner อย่าง Alipay และ WeChat Pay พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาใช้บริการและจำนวนธุรกรรมการซื้อสินค้าและบริการผ่าน e-Wallet เพิ่มขึ้นกว่า 10% เทียบกับปี 2024 ในขณะที่การใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นกว่า 40% โดยเฉพาะในทำเลสำคัญอย่าง เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลภูเก็ต และเซ็นทรัลพัทยา ที่เติบโตเกิน 50% สะท้อนถึง ‘Quality Traffic’ ที่มีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวฟื้นตัวใกล้เคียงปี 2019 หรือประมาณ 90% นอกจากนักท่องเที่ยวจีนเรายังขยายฐานไปสู่ตลาดใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงอย่างตะวันออกกลาง ผ่านความร่วมมือกับ Fazaa Card ซึ่งเป็นโครงการ CRM ที่ใหญ่ที่สุดของ UAE ทำให้เซ็นทรัลพัฒนาสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าพรีเมียมต่อเนื่อง ซึ่งใน ไตรมาส 4 คาดว่ายอดการใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน 

    โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน มาเลเซีย อินเดีย อเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ตะวันออกกลาง เป็นต้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งต่อประเทศไทยและศูนย์การค้าเซ็นทรัล ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก”

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ททท. เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Partnership 360 องศา ผนึกกำลังกลุ่มเซ็นทรัล จัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดรับบรรยากาศท่องเที่ยวที่กำลังกลับมาคึกคัก โดยเสนอ Grand Privilege มอบสิทธิประโยชน์และดีลพิเศษ ครอบคลุมธุรกิจในเครือทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายปลายปี รองรับไฮซีซันที่จะมีนักท่องเที่ยวทั้งตลาดใกล้และไกลเดินทางเข้าไทยต่อเนื่อง 

    นอกจากนี้ ททท. ยังเดินหน้าเพิ่มแรงส่งต่อเนื่องด้วยกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 2 แคมเปญหลัก ได้แก่ Amazing Thailand Grand Sale 2025 มอบส่วนลดสูงสุด 80% ระหว่าง 1 มิ.ย.–15 ส.ค. เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมช้อปปิงและมีกำลังซื้อสูง เช่น จีน อินเดีย และอาเซียน และ Chinese Passport Privilege ภายใต้โครงการ Nihao Month ระหว่าง 20 ก.ย.–31 ธ.ค. เพียงแสดงหนังสือเดินทางจีนก็รับสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็น “Quality Destination” จุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมาสร้าง Grand Moment ที่ไทย ด้วยความอบอุ่น ปลอดภัย และเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว”

    เราเชื่อมั่นว่าพลังความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน นำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทย และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยโดดเด่นในเวทีโลกอย่างแท้จริง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2884517&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xnPNxngRzRK262ttVgvYZ

  • สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาอำนาจเจริญ ร่วมประชุม ขับเคลื่อน Soft Power

    สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาอำนาจเจริญ ร่วมประชุม ขับเคลื่อน Soft Power

    ภูมิภาค

    สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาอำนาจเจริญ ร่วมประชุม ขับเคลื่อน Soft Power

    วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.09 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นางจิราภรณ์ พรมมะหา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมประชุมติดตามการขับเคลื่อน Soft Power ของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ องค์การมหาชนในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยว ได้นำเสอนผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค โอกาส และ ความท้าทายในการขับเคลื่อน “ แผนขับเคลื่อน Soft Power “ และ การขับเคลื่อน “ Amazing Thailand Grand Tourism and Sport Year 2025 “ ให้ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และ เจ้าหน้าที่ได้รับทราบร่วมกัน โดยมี นางสาว วนิดา พันธุ์สะอาด ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ ณ โรงแรมแกรนริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/447491&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uHfomyqf5sjcGsTMvrY4u

  • KICK OFF สร้างการรับรู้ท่องเที่ยว 12 เดือน 12 เทศกาล อย่างสร้างสรรค์

    KICK OFF สร้างการรับรู้ท่องเที่ยว 12 เดือน 12 เทศกาล อย่างสร้างสรรค์

    วันที่ 22 กันยายน 2568 จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม KICK OFF “Chiang Mai Festival City : 12 เดือน 12 เทศกาล” เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำภาพลักษณ์เชียงใหม่ในฐานะ “เมืองเทศกาลโลก” (World Festival and Event City) ตามแนวคิดการยกระดับ Soft Power ผ่านเทศกาล วัฒนธรรม และวิถีชีวิตล้านนา โดยมี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยนายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประชาชน ซึ่งสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้น เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนจังหวัดเชียงใหม่ให้ก้าวสู่การเป็น “เมืองเทศกาลโลก (World Festival Destination)” อย่างแท้จริง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

    นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหัวใจแห่งวัฒนธรรมล้านนา เมืองเก่าแก่กว่า 700 ปี ที่ผสมผสานธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตผู้คนไว้อย่างงดงามกลมกลืน
    วันนี้ การท่องเที่ยวเชียงใหม่กำลังก้าวสู่มิติใหม่ ภายใต้แนวคิด “World Festival and Event City” หรือ “เมืองเทศกาลโลก” เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และประเพณีอันทรงคุณค่า

    หลังจากที่เชียงใหม่ได้รับการประกาศจาก สมาคมงานเทศกาลนานาชาติ (IFEA) ในปี 2022 ว่าเป็นเมืองที่มีเทศกาลระดับนานาชาติหมุนเวียนตลอดทั้งปี ถือเป็นพลัง Soft Power ที่สามารถสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และยกระดับภาพลักษณ์ของเชียงใหม่ในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก จนกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกใฝ่ฝันจะมาเยือน

    แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ดังนั้น จังหวัดเชียงใหม่ จึงอยากให้มีการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวให้สามารถเข้ามาท่องเที่ยวชุมชนได้ตลอดทั้ง 365 วัน จึงได้เกิดแนวคิด 12 เดือน 12 เทศกาล เพื่อที่จะสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ 12 เดือนที่มีความแตกต่างกันในแต่ละเดือน สามารถสัมผัสความสุขจากการท่องเที่ยวที่หลากหลายในเชียงใหม่ได้ตลอดทั้งปี

    ด้านนายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กิจกรรมภายใต้โครงการนี้ประกอบด้วย จุดถ่ายรูป 12 จุดทั่วเมือง, กิจกรรม “Passport to Chiang Mai & E-Passport”, สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์เชิงสร้างสรรค์ และกิจกรรม “แชะ เช็ค แชร์” เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว พร้อมเชื่อมโยงกับเทศกาลสำคัญตลอดปี เช่น เทศกาลดอกไม้เชียงใหม่, สงกรานต์ล้านนา, ยี่เป็งโคมไฟ และ Countdown Chiang Mai

    รวมถึงเทศกาลร่วมสมัยใหม่ ๆ เช่น Wellness & Wellbeing, Food Fun Fashion & Music และ Craft & Creative Design วันนี้ 22 กันยายน 2568 นี้ถือเป็นวัน KICKOFF กิจกรรมสร้างการรับรู้ท่องเที่ยว 12 เดือน 12 เทศกาล อย่างสร้างสรรค์ โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook : Chiangmai Festival City 12 เดือน 12 เทศกาล หรือทาง Line : @chiangmaifest

    กิจกรรม “Chiang Mai Festival City : 12 เดือน 12 เทศกาล” นับเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้เชียงใหม่ก้าวสู่การเป็น World Festival Destination อย่างแท้จริง สร้างทั้งการรับรู้ด้านการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และทำให้เชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนซ้ำ รวมไปถึงต่อยอดการพัฒนาแบบองค์รวมโดยใช้ทุนทางสังคมของเชียงใหม่เป็นฐานการพัฒนาอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3775774/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15H5bzncgrGaXblXtgLj5g

  • ก.ท่องเที่ยวฯ ชวนเที่ยวไทยปลายปี สัมผัสประเพณี 4 ภาค

    ก.ท่องเที่ยวฯ ชวนเที่ยวไทยปลายปี สัมผัสประเพณี 4 ภาค

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชวนประชาชนเที่ยวไทยช่วงปลายปี (ตุลาคม – ธันวาคม) สัมผัสมนต์เสน่ห์ประเพณีจาก 4 ภาค ที่สะท้อนเอกลักษณ์และสีสันเฉพาะตัวของแต่ละถิ่น

    ภาคเหนือ – ส่องฟ้าลอยโคมสู่ความสุขในงานประเพณียี่เป็ง จ.เชียงใหม่
    ภาคใต้ – ผสมผสานวัฒนธรรมจีนฮกเกี้ยนกับความเชื่อท้องถิ่น จ.ภูเก็ต
    ภาคอีสาน – ช่วงเทศกาลบุญ สนุกสนาน และศรัทธากับประเพณีผีตาโขน จ.เลย
    ภาคกลาง – นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคล กับประเพณีนมันการองค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้ร่วมอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ ให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทย และสนุกสนานไปด้วยกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000090869&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GjgoS0JOx2mcIVJk5Er6r

  • บึงกาฬจับมือลาว! เปิดประตูท่องเที่ยวข้ามพรมแดนสู่ระดับโลก

    บึงกาฬจับมือลาว! เปิดประตูท่องเที่ยวข้ามพรมแดนสู่ระดับโลก

    บึงกาฬจับมือลาว! เปิดประตูท่องเที่ยวข้ามพรมแดนสู่ระดับโลก

    วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.00 น.

    จังหวัดบึงกาฬเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งสำคัญเพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกับ สปป.ลาว มุ่งพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงและยกระดับศักยภาพพื้นที่ชายแดนให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค

    เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ณ โรงแรมเดอะวัน จังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้เป็นผู้แทนกล่าวต้อนรับคณะทำงานจากประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการประชุมเพื่อจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    การประชุมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนภายใต้แนวคิด “สองประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง” (Two Countries, One Destination) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวและวัฒนธรรมร่วมกันของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค จังหวัดบึงกาฬในฐานะพื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และประเพณี ได้แสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน

    นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่จะสร้างประโยชน์ระยะยาวให้กับประชาชนในจังหวัด โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ เนื่องจากที่ประชุมได้มีความเห็นพ้องร่วมกันในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นประตูสู่ สปป.ลาว เท่านั้น แต่ยังเชื่อมต่อไปยังประเทศเวียดนาม จีน และสามารถเดินทางออกสู่ทะเลได้ ทำให้บึงกาฬมีศักยภาพที่จะเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนในระดับนานาชาติ

    การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการความร่วมมือไทย–ลาวอย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมช่วงปี 2569–2571 (2026–2028) และได้กำหนดให้การประชุมครั้งที่ 2 จะมีขึ้นในปีถัดไป โดยฝ่ายลาวจะเป็นเจ้าภาพ

    บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความร่วมมือและมิตรภาพที่ดีจากทั้งสองฝ่าย ต่างมองเห็นถึงอนาคตที่สดใสของการท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อยกระดับพื้นที่ชายแดนไทย–ลาว สู่เวทีการท่องเที่ยวระดับโลก

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/916090&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bq03ohtMtUCSTV-OVRkTz

  • เงินปริศนาไหลเข้าไทย 3 ข้อสงสัยทำบาทแข็ง ร้ายสุดทุนสีเทา

    เงินปริศนาไหลเข้าไทย 3 ข้อสงสัยทำบาทแข็ง ร้ายสุดทุนสีเทา

    เงินปริศนาไหลเข้าไทย 3 ข้อสงสัยทำบาทแข็ง ร้ายสุดทุนสีเทา เร่งหาต้นตอ ปล่อยไว้กระทบธุรกิจส่งออก การท่องเที่ยวทรุดเงินไม่หมุนไหลเวียนถึงคนหาเช้ากินค่ำ

    เงินปริศนาไหลเข้าไทย กลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงกว้าง เมื่อเงินบาทแข็งค่า เพราะมีเงินต่างชาติไม่รู้ที่มาไหลเข้ามาไทย เฉลี่ยไตรมาสละแสนล้านบาท กระทบธุรกิจส่งออก จนอาจมีผลต่อคนหาเช้ากินค่ำ ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องขณะนี้ก็ยังทำการเร่งตรวจสอบเพื่ออุดช่องโหว่ที่เกิดขึ้น

    ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส TDRI วิเคราะห์ว่า เงินที่ไหลเข้ามายังเป็นปริศนาที่ผู้เกี่ยวข้องก็ยังหาที่มาไม่ได้ ตอนนี้มีเพียงข้อสันนิษฐานที่มองว่า เงินอาจมาจากแหล่งใหญ่ดังนี้

    1.เศรษฐกิจใต้ดิน เงินสีดำที่มาจากสิ่งที่ไม่ถูกกฎหมาย ที่อาจเกี่ยวโยงกับแก๊งคอลเซนเตอร์ หรือคาสิโน

    2.เงินที่ถูกกฎหมาย แต่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี เช่น กระบวนการในการหลีกเลี่ยงภาษีต่างๆ

    3. เงินที่เป็น tax haven หรือ ต่างชาติมองว่าค่าเงินบาทไทยมีความแข็งแกร่ง เหมือนกับ สวิตเซอร์แลนด์ ที่ค่าเงินในประเทศมีเสถียรภาพ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เพราะถ้าดูประวัติศาสตร์ 5 -10 ปี ค่าเงินบาทมีความแข็งแกร่ง ดังนั้นนักลงทุนอาจมองว่า การถือเงินบาทจะสามารถรักษามูลค่าได้ ซึ่งการเข้ามาของทุนต่างชาติ บางอย่างแบงก์ชาติก็ไม่สามารถตรวจสอบได้

    การไหลเข้ามาของเงินปริศนา ทำให้ค่าเงินบาทแข็ง จึงเกิดมีความต้องการค่าเงินบาทสำหรับการธุรกรรมเหล่านี้ เนื่องจากตอนนี้กำลังเร่งหาที่มา ทำให้ยังไม่สามารถตอบได้ว่า ข้อสันนิษฐานทั้ง 3 ส่วนไหนจะมีมากกว่ากัน หรืออาจจะผิดทั้งหมดก็ได้ เพราะเงินที่ไหลเข้ามาต้องหาต้นตอให้เจอ ซึ่งไม่แน่ว่าเงินที่ไหลเข้ามาจะเป็นของคนกลุ่มเดียวก็ได้

    เงินบาทแข็ง ทำการแข่งขันในตลาดส่งออกไทยเป็นรอง เช่น สินค้าส่งออกของไทยจะมีราคาแพงขึ้นเมื่อเทียบกับเวียดนามที่มีกำลังการผลิตสูงและราคาถูกกว่า หรือกรณีที่คนจีนหันไปเที่ยวเวียดนามมากกว่าไทย เนื่องจากค่าเดินทางท่องเที่ยวที่ถูกกว่า

    สิ่งที่ต้องแก้ประการแรกในเงินสีดำ ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นหน่วยงานรัฐไทยต้องเร่งสกัดให้ได้มากที่สุด ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า ถ้ามีการฟอกเงินผ่านคริปโต หรือการซื้อทองในกลุ่มชนชั้นบนของกัมพูชา สิ่งเหล่านี้ต้องเข้มงวด

    ส่วนระบบเงินสีเทา ที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย ต้องมีการทำให้กลับมาอยู่ในระบบกฎหมาย โดยบางตัวหนีกฎหมายก็ต้องเก็บภาษี ด้านเงินในระบบที่เป็นสีขาว อย่าง tax haven ค่อนข้างควบคุมยาก เพราะมีทั้งผลดีและเสียต่อนักลงทุน และเป็นกลุ่มเงินที่ต้องไปจัดการให้น้อยที่สุด

    ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการไหลเข้ามาของเงินปริศนา ที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้น อาจไม่ส่งผลกระทบอย่างเด่นชัดต่อคนหาเช้ากินค่ำ แต่ถ้าปล่อยไว้ในเวลาที่นาน ก็จะยิ่งทำให้มีผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมได้ในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2884432&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JKaTJtlJ0067uCCZ6VGHK

  • ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เยี่ยมชมพาวิลเลียนไทยและนานาชาติในงาน Expo 2025 โอซากา ตอกย้ำภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เยี่ยมชมพาวิลเลียนไทยและนานาชาติในงาน Expo 2025 โอซากา ตอกย้ำภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    วันที่ 21 กันยายน 2568 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว และคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมงาน World Expo 2025 Osaka, Kansai, Japan ณ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด “Designing Future Society for Our Lives” ปลัดกระทรวงฯ และคณะได้ให้เกียรติเยี่ยมชมคูหาประเทศไทย (Thai Pavilion) ภายใต้แนวคิด “ภูมิพิมาน – ดินแดนแห่งภูมิคุ้มกัน” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทยผ่านอาคาร “VIMANA THAI” ผสมผสานศิลปะ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเสนอศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ วัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตไทยในมิติความยั่งยืน

    พร้อมกันนี้ ได้เข้าเยี่ยมชมคูหานิทรรศการชั่วคราวของกรมการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-28 กันยายน 2568 ภายใต้แนวคิด “The Future of Earth and Biodiversity” นำเสนอข้อมูลด้านการพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ที่ได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยว การบริการในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว Low Carbon Tourism พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวอนาคตของโลกผ่านมุมมองการท่องเที่ยวไทย นำเสนอศักยภาพและเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ Sustainable Tourism ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสื่อสารตรงถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

    นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงฯ และคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมคูหาประเทศอื่น ๆ ภายในงานที่ได้นำเสนอแนวทางสร้างสรรค์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอนาคต

    การเยี่ยมชมงานครั้งนี้ไม่เพียงช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ยังเปิดโอกาสให้ไทยได้เรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อนำมาขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและกีฬาให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/243899&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25ZfM3J1hhvyubyRPv3QjW

  • เที่ยววัดมหาธาตุ อยุธยา สัมผัสเสน่ห์เมืองมรดกโลก

    เที่ยววัดมหาธาตุ อยุธยา สัมผัสเสน่ห์เมืองมรดกโลก

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/Vq60dlwnJ7Vk&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kLTYryipdSzpFaq3DPmSj