Category: ท่องเที่ยว

  • บึงกาฬจับมือลาว! เปิดประตูท่องเที่ยวข้ามพรมแดนสู่ระดับโลก

    บึงกาฬจับมือลาว! เปิดประตูท่องเที่ยวข้ามพรมแดนสู่ระดับโลก

    บึงกาฬจับมือลาว! เปิดประตูท่องเที่ยวข้ามพรมแดนสู่ระดับโลก

    วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.00 น.

    จังหวัดบึงกาฬเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งสำคัญเพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกับ สปป.ลาว มุ่งพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงและยกระดับศักยภาพพื้นที่ชายแดนให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค

    เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ณ โรงแรมเดอะวัน จังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้เป็นผู้แทนกล่าวต้อนรับคณะทำงานจากประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการประชุมเพื่อจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    การประชุมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนภายใต้แนวคิด “สองประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง” (Two Countries, One Destination) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวและวัฒนธรรมร่วมกันของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค จังหวัดบึงกาฬในฐานะพื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และประเพณี ได้แสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน

    นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่จะสร้างประโยชน์ระยะยาวให้กับประชาชนในจังหวัด โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ เนื่องจากที่ประชุมได้มีความเห็นพ้องร่วมกันในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นประตูสู่ สปป.ลาว เท่านั้น แต่ยังเชื่อมต่อไปยังประเทศเวียดนาม จีน และสามารถเดินทางออกสู่ทะเลได้ ทำให้บึงกาฬมีศักยภาพที่จะเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนในระดับนานาชาติ

    การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการความร่วมมือไทย–ลาวอย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมช่วงปี 2569–2571 (2026–2028) และได้กำหนดให้การประชุมครั้งที่ 2 จะมีขึ้นในปีถัดไป โดยฝ่ายลาวจะเป็นเจ้าภาพ

    บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความร่วมมือและมิตรภาพที่ดีจากทั้งสองฝ่าย ต่างมองเห็นถึงอนาคตที่สดใสของการท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อยกระดับพื้นที่ชายแดนไทย–ลาว สู่เวทีการท่องเที่ยวระดับโลก

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/916090&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bq03ohtMtUCSTV-OVRkTz

  • เงินปริศนาไหลเข้าไทย 3 ข้อสงสัยทำบาทแข็ง ร้ายสุดทุนสีเทา

    เงินปริศนาไหลเข้าไทย 3 ข้อสงสัยทำบาทแข็ง ร้ายสุดทุนสีเทา

    เงินปริศนาไหลเข้าไทย 3 ข้อสงสัยทำบาทแข็ง ร้ายสุดทุนสีเทา เร่งหาต้นตอ ปล่อยไว้กระทบธุรกิจส่งออก การท่องเที่ยวทรุดเงินไม่หมุนไหลเวียนถึงคนหาเช้ากินค่ำ

    เงินปริศนาไหลเข้าไทย กลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงกว้าง เมื่อเงินบาทแข็งค่า เพราะมีเงินต่างชาติไม่รู้ที่มาไหลเข้ามาไทย เฉลี่ยไตรมาสละแสนล้านบาท กระทบธุรกิจส่งออก จนอาจมีผลต่อคนหาเช้ากินค่ำ ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องขณะนี้ก็ยังทำการเร่งตรวจสอบเพื่ออุดช่องโหว่ที่เกิดขึ้น

    ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส TDRI วิเคราะห์ว่า เงินที่ไหลเข้ามายังเป็นปริศนาที่ผู้เกี่ยวข้องก็ยังหาที่มาไม่ได้ ตอนนี้มีเพียงข้อสันนิษฐานที่มองว่า เงินอาจมาจากแหล่งใหญ่ดังนี้

    1.เศรษฐกิจใต้ดิน เงินสีดำที่มาจากสิ่งที่ไม่ถูกกฎหมาย ที่อาจเกี่ยวโยงกับแก๊งคอลเซนเตอร์ หรือคาสิโน

    2.เงินที่ถูกกฎหมาย แต่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี เช่น กระบวนการในการหลีกเลี่ยงภาษีต่างๆ

    3. เงินที่เป็น tax haven หรือ ต่างชาติมองว่าค่าเงินบาทไทยมีความแข็งแกร่ง เหมือนกับ สวิตเซอร์แลนด์ ที่ค่าเงินในประเทศมีเสถียรภาพ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เพราะถ้าดูประวัติศาสตร์ 5 -10 ปี ค่าเงินบาทมีความแข็งแกร่ง ดังนั้นนักลงทุนอาจมองว่า การถือเงินบาทจะสามารถรักษามูลค่าได้ ซึ่งการเข้ามาของทุนต่างชาติ บางอย่างแบงก์ชาติก็ไม่สามารถตรวจสอบได้

    การไหลเข้ามาของเงินปริศนา ทำให้ค่าเงินบาทแข็ง จึงเกิดมีความต้องการค่าเงินบาทสำหรับการธุรกรรมเหล่านี้ เนื่องจากตอนนี้กำลังเร่งหาที่มา ทำให้ยังไม่สามารถตอบได้ว่า ข้อสันนิษฐานทั้ง 3 ส่วนไหนจะมีมากกว่ากัน หรืออาจจะผิดทั้งหมดก็ได้ เพราะเงินที่ไหลเข้ามาต้องหาต้นตอให้เจอ ซึ่งไม่แน่ว่าเงินที่ไหลเข้ามาจะเป็นของคนกลุ่มเดียวก็ได้

    เงินบาทแข็ง ทำการแข่งขันในตลาดส่งออกไทยเป็นรอง เช่น สินค้าส่งออกของไทยจะมีราคาแพงขึ้นเมื่อเทียบกับเวียดนามที่มีกำลังการผลิตสูงและราคาถูกกว่า หรือกรณีที่คนจีนหันไปเที่ยวเวียดนามมากกว่าไทย เนื่องจากค่าเดินทางท่องเที่ยวที่ถูกกว่า

    สิ่งที่ต้องแก้ประการแรกในเงินสีดำ ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นหน่วยงานรัฐไทยต้องเร่งสกัดให้ได้มากที่สุด ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า ถ้ามีการฟอกเงินผ่านคริปโต หรือการซื้อทองในกลุ่มชนชั้นบนของกัมพูชา สิ่งเหล่านี้ต้องเข้มงวด

    ส่วนระบบเงินสีเทา ที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย ต้องมีการทำให้กลับมาอยู่ในระบบกฎหมาย โดยบางตัวหนีกฎหมายก็ต้องเก็บภาษี ด้านเงินในระบบที่เป็นสีขาว อย่าง tax haven ค่อนข้างควบคุมยาก เพราะมีทั้งผลดีและเสียต่อนักลงทุน และเป็นกลุ่มเงินที่ต้องไปจัดการให้น้อยที่สุด

    ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการไหลเข้ามาของเงินปริศนา ที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้น อาจไม่ส่งผลกระทบอย่างเด่นชัดต่อคนหาเช้ากินค่ำ แต่ถ้าปล่อยไว้ในเวลาที่นาน ก็จะยิ่งทำให้มีผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมได้ในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2884432&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JKaTJtlJ0067uCCZ6VGHK

  • ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เยี่ยมชมพาวิลเลียนไทยและนานาชาติในงาน Expo 2025 โอซากา ตอกย้ำภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เยี่ยมชมพาวิลเลียนไทยและนานาชาติในงาน Expo 2025 โอซากา ตอกย้ำภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    วันที่ 21 กันยายน 2568 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว และคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมงาน World Expo 2025 Osaka, Kansai, Japan ณ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด “Designing Future Society for Our Lives” ปลัดกระทรวงฯ และคณะได้ให้เกียรติเยี่ยมชมคูหาประเทศไทย (Thai Pavilion) ภายใต้แนวคิด “ภูมิพิมาน – ดินแดนแห่งภูมิคุ้มกัน” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทยผ่านอาคาร “VIMANA THAI” ผสมผสานศิลปะ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเสนอศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ วัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตไทยในมิติความยั่งยืน

    พร้อมกันนี้ ได้เข้าเยี่ยมชมคูหานิทรรศการชั่วคราวของกรมการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-28 กันยายน 2568 ภายใต้แนวคิด “The Future of Earth and Biodiversity” นำเสนอข้อมูลด้านการพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ที่ได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยว การบริการในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว Low Carbon Tourism พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวอนาคตของโลกผ่านมุมมองการท่องเที่ยวไทย นำเสนอศักยภาพและเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ Sustainable Tourism ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสื่อสารตรงถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

    นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงฯ และคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมคูหาประเทศอื่น ๆ ภายในงานที่ได้นำเสนอแนวทางสร้างสรรค์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอนาคต

    การเยี่ยมชมงานครั้งนี้ไม่เพียงช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ยังเปิดโอกาสให้ไทยได้เรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อนำมาขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและกีฬาให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/243899&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25ZfM3J1hhvyubyRPv3QjW

  • เที่ยววัดมหาธาตุ อยุธยา สัมผัสเสน่ห์เมืองมรดกโลก

    เที่ยววัดมหาธาตุ อยุธยา สัมผัสเสน่ห์เมืองมรดกโลก

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/Vq60dlwnJ7Vk&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kLTYryipdSzpFaq3DPmSj

  • วิสาหกิจชุมชนบ่อแก้ว ลัวฉือนี ชุมชนที่มีแต่รอยยิ้ม จ.เชียงใหม่

    วิสาหกิจชุมชนบ่อแก้ว ลัวฉือนี ชุมชนที่มีแต่รอยยิ้ม จ.เชียงใหม่

    v.prd:0.0.140

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nineentertain.mcot.net/nineentertain/th/news/list/123426&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lsJAxG2eBilUJrwVKzWp8

  • ฝนตกน้ำล้นสปิลเวย์ อ่างเก็บน้ำหลุบหนองนอ ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ หนุ่มสาวแห่เล่นน้ำตลอดทั้งวัน | TOPNEWS

    ฝนตกน้ำล้นสปิลเวย์ อ่างเก็บน้ำหลุบหนองนอ ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ หนุ่มสาวแห่เล่นน้ำตลอดทั้งวัน | TOPNEWS

    ฝนตกน้ำล้นสปิลเวย์ อ่างเก็บน้ำหลุบหนองนอ ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ หนุ่มสาวแห่เล่นน้ำตลอดทั้งวัน

    • เผยแพร่ : 22/09/2025 15:45

    ฝนตกน้ำล้นสปิลเวย์ อ่างเก็บน้ำหลุบหนองนอ ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ หนุ่มสาวแห่เล่นน้ำตลอดทั้งวัน

    วันที่ 22 กันยานยน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ในช่วงนี้ในพื้นที่ของจังหวัดยโสธรได้มีฝนตกลงมาต่อเนื่องทุกวันส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำต่างๆในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะที่อ่างเก็บน้ำหลุบหนองนอ ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาภูถ้ำพระ บ้านภูถ้ำพระ ตำบลคำน้ำสร้าง อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์ไหลลงสู่ท้ายอ่างผ่านลานหินกว้างลดหลั่นกันลงไป จนมองเห็นเป็นม่านน้ำอย่างสวยงามจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ของอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เหมาะที่จะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้สัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด หรือจะเป็นจุดถ่ายภาพเช็คอินสำหรับคนที่ชื่นชอบสายน้ำและธรรมชาติ

    IMG_20250921_142641_002.jpg
    IMG_20250921_142652_003.jpg

    นอกจากนี้แล้วยังสามารถที่จะลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัยเนื่องจากระดับน้ำไม่ลึกส่วนใหญ่จะเป็นลานหินกว้างและแอ่งน้ำเล็กๆที่มีสายน้ำไหลผ่านลานหินเป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร จนเป็นที่สนใจของชาวบ้านในพื้นที่ทั้งวัยรุ่นหนุ่มสาวและหลายครอบครัวก็ก็ต่างพาบุตรหลานไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานกันตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ มักจะมีชาวบ้านในพื้นที่และผู้ที่สนใจพากันเข้าไปเที่ยวชมนั่งเล่นสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางสายน้ำที่เย็นสบายเป็นจำนวนมาก

    IMG_20250921_143044_005.jpg

    นายบรรณ์ดล  ศรีชนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำน้ำสร้าง บอกว่า บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำหลุบหนองนอ แห่งนี้ก็เป็นธรรมชาติของมันอยู่แล้ว แต่คนไม่ค่อยจะรู้จักว่ามีน้ำไหลผ่านลานหินที่สวยงามแบบนี้ เพราะปกติในช่วงฤดูฝนของทุกปี เมื่อมีฝนตกลงมาจนทำให้ปริมาณน้ำในอ่างฯเพิ่มสูงขึ้น ก็จะล้นสปริงเวย์แล้วไหลลงท้ายอ่างฯไปตามทางระบายน้ำ ก่อนจะไหลผ่านลานหินกว้างลดหลั่นกันลงไปจนกลายเป็นม่านน้ำที่สวยงาม จนเป็นที่สนใจของคนในพื้นที่และมักจะพากันเข้าไปเล่นน้ำพักผ่อนสัมผัสธรรมชาติเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ โดยตรงจุดนี้สามารถเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย เพราะระดับน้ำไม่ลึกจึงเหมาะสำหรับเด็กๆได้เล่นน้ำกัน โดยในขณะนี้ตนก็ได้มีการจัดเตรียมห้องสุขารองรับนักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจเข้าไปเที่ยวชมเล่นน้ำไว้พร้อมแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ถ้าหากมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ตนก็จะได้จัดเจ้าหน้าที่ อปพร.และผู้นำชุมชนมาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจด้วย  แต่ก็อยากขอความร่วมมือให้ทุกคนได้ช่วยกันรักษาความสะอาดขยะที่ถือมาก็ขอให้ถือกลับไปด้วย  เพื่อความสวยงามของธรรมชาติ จึงเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจเข้าไปเที่ยวชมและเล่นน้ำได้ทุกวันในช่วงนี้

    IMG_20250921_143708_009.jpg
    IMG_20250921_152153_012.jpg

    ภาพ/ข่าว   สมัย  คำแก้ว ผู้สื่อข่าว topnews ทั่วไทย จ.ยโสธร

    9

    ลูกช้างเล่นซุกซน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ชาวจีนหันมาปั่น’จักรยาน’มากขึ้น ปลุกกระแสเดินทางคาร์บอนต่ำ

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนเปิดบ้านกองทัพอากาศ-งานฉางชุน แอร์โชว์

    โรงพยาบาลหาดใหญ่ร่วมมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผ่าตัดผู้ป่วยด้วยเทคนิค PMEG EVAR สำเร็จเป็นครั้งแรก

    ชุมพรบุกปิดร้านสแกนม่านตาแลกคริปโท หวั่นข้อมูลรั่ว-หลอกลวงประชาชน

    เตรียมเปิดแหล่งเที่ยวใหม่เขาใหญ่ อุทยานฯ เขาใหญ่ ลงพื้นที่สำรวจ “น้ำตกเหวอีอ่ำ” เตรียมพัฒนาเปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ

    บรรยากาศประเพณีสารทเดือนสิบทั่วภาคใต้คึกคัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1325082&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SPRE1tDmxE6sAgz6uCQ4v

  • ‘โปลิศท่องเที่ยว’ อบรมอาสาสมัครทั่วประเทศ สร้างความมั่นใจให้ทัวร์ริสต์ | เดลินิวส์

    ‘โปลิศท่องเที่ยว’ อบรมอาสาสมัครทั่วประเทศ สร้างความมั่นใจให้ทัวร์ริสต์ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ ห้องประชุมโรงแรมชัมบาลา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยมี พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ ผกก.กก.2 บก.ทท.1, พ.ต.ท.ต่อลาภ ตินะมาตร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ศุภรัตน์ มีปรีชา สว.ส.ทท.4 กก.2 บก. ทท.1 พ.ต.ต.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ผกก.ในสังกัด ภ.จว.ชลบุรี และอาสาสมัครกว่า 100 คนเข้าร่วม

    พ.ต.อ.พาติกรณ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ที่เล็งเห็นความสำคัญของความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว และยกระดับความร่วมมือระหว่างตำรวจ ภาคประชาชน และสถานทูต รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ “Thailand = Safe, Fair & Welcoming” ในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก จึงบูรณาการร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจัดอบรมเครือข่ายอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว (ศปทท.) ครอบคลุมทุกจังหวัด รวมทั้งสิ้น 85 หน่วย หน่วยละ 100 คน รวมกว่า 8,500 คน ในส่วนของ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท.ศักดิ์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้กำหนดให้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลัก “สะดวก – ปลอดภัย – เป็นธรรม” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและการบริการระดับสากล

    โดยในงาน พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1 ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Flag in Our Heart: Safe, Fair & Empowered Thailand” ถ่ายทอดแนวคิดการทำงานของอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวใน 3 มิติหลักของยุทธศาสตร์กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้แก่ สะดวก – ปลอดภัย – เป็นธรรม ควบคู่กับการเสริมสร้างพลังใจผ่าน MindShield: เกราะใจ และ P.L.E. Model (Presence – Listening – Empowerment) เพื่อทำให้อาสาสมัครไม่เพียงแต่เป็นผู้สนับสนุนงานตำรวจ แต่ยังเป็น “เกราะใจของสังคม” ที่นักท่องเที่ยวสัมผัสได้จริง นอกจากนี้ ยังได้บรรยายพิเศษ “แนวทางตอบสนองเหตุกราดยิงภาคประชาชน” โดยใช้มาตรฐานสากล Run – Hide – Fight (หนี – ซ่อน – สู้) ที่นำมาปรับใช้กับบริบทของเมืองท่องเที่ยวไทย ซึ่งจะช่วยให้อาสาสมัครและประชาชนมีเครื่องมือด้านจิตใจและทักษะการเอาตัวรอด ซึ่งสามารถนำไปใช้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที

    จากนั้น พ.ต.ท.ต่อลาภ ตินะมาตร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ได้บรรยายในหัวข้อ “บทบาทและอำนาจหน้าที่ของอาสาสมัครในการดูแลนักท่องเที่ยว” รวมทั้งนายรพีพงศ์ ฤกษ์ยรรยงค์ ประธานอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวพัทยา หัวข้อ “การเป็นเจ้าบ้านที่ดี และภาษาอังกฤษเพื่อการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5136464/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EdX1d50cjldTw56nT-r2u

  • กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เดินหน้าอบรมเครือข่ายอาสาสมัครทั่วประเทศ เพิ่มศักยภาพด้านจิตใจและความปลอดภัย ยกระดับไทยสู่เมืองท่องเที่ยวลำดับต้นของโลก

    กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เดินหน้าอบรมเครือข่ายอาสาสมัครทั่วประเทศ เพิ่มศักยภาพด้านจิตใจและความปลอดภัย ยกระดับไทยสู่เมืองท่องเที่ยวลำดับต้นของโลก

    ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ได้อนุมัติงบกลางจากรัฐบาลเพื่อจัดอบรมเครือข่ายอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว (ศปทท.) ครอบคลุมทุกจังหวัดและกองบังคับการนครบาล 1–9 รวมกว่า 8,500 คน ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 เพื่อสร้างระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและเสริมพลังภาคประชาชนให้เป็นแนวร่วมตำรวจ พื้นที่ จ.ชลบุรี – เมืองท่องเที่ยวระดับโลก

    วันที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมโรงแรมชัมบาลา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวพัทยา จัดพิธีเปิดการอบรมอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยมี พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ ผกก.กก.2 บก.ทท.1, ผกก.ในสังกัด ภ.จว.ชลบุรี และอาสาสมัครกว่า 100 คนเข้าร่วม บรรยายเปิดโดย พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1 หัวข้อ “Flag in Our Heart: Safe, Fair & Empowered Thailand”

    พ.ต.อ.ปิยรัช ได้ถ่ายทอดแนวคิดการทำงานของอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวใน 3 มิติหลักของยุทธศาสตร์กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้แก่ สะดวก – ปลอดภัย – เป็นธรรม ควบคู่กับการเสริมสร้างพลังใจผ่าน MindShield: เกราะใจ และ P.L.E. Model (Presence – Listening – Empowerment) เพื่อทำให้อาสาสมัครไม่เพียงแต่เป็นผู้สนับสนุนงานตำรวจ แต่ยังเป็น “เกราะใจของสังคม” ที่นักท่องเที่ยวสัมผัสได้จริง

    นอกจากนี้ ยังได้บรรยายพิเศษ “แนวทางตอบสนองเหตุกราดยิงภาคประชาชน” โดยใช้มาตรฐานสากล Run – Hide – Fight (หนี – ซ่อน – สู้) ที่นำมาปรับใช้กับบริบทของเมืองท่องเที่ยวไทย

    หนี (Run) หากมีทางปลอดภัย ให้รีบออกจากพื้นที่ทันที
    ซ่อน (Hide)หากหนีไม่ได้ ให้หาที่กำบัง ลดการเปิดเผยตัว และเงียบที่สุด
    สู้ (Fight)หากเผชิญหน้าโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ใช้ทุกวิธีป้องกันตนเองและผู้อื่น

    เนื้อหานี้ช่วยให้อาสาสมัครและประชาชนมีเครื่องมือด้านจิตใจและทักษะการเอาตัวรอด ซึ่งสามารถนำไปใช้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที

    ด้าน พ.ต.ท.ต่อลาภ ตินะมาตร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 บรรยายหัวข้อ “บทบาทและอำนาจหน้าที่ของอาสาสมัครในการดูแลนักท่องเที่ยว”

    นายรพีพงศ์ ฤกษ์ยรรยงค์ ประธานอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวพัทยา บรรยายหัวข้อ “การเป็นเจ้าบ้านที่ดี และภาษาอังกฤษเพื่อการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว”

    คำกล่าวสรุปของ พ.ต.อ.ปิยรัช “ธงชาติไม่ใช่เพียงผืนผ้า แต่คือชีวิตและอนาคตของพวกเรา — อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวคือธงชาติที่มีชีวิต และทุกคนจะเป็น เกราะใจ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวมั่นใจว่าไทยคือบ้านที่ต้อนรับทุกคนอย่างแท้จริง”

    ผลที่คาดว่าจะได้รับ

    เครือข่ายอาสาสมัครกว่า 8,500 คนทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ
    เสริมพลังใจและความรู้ด้านความปลอดภัย รวมถึงการตอบสนองเหตุรุนแรงอย่างเป็นระบบ
    เพิ่มความร่วมมือระหว่างตำรวจ–ประชาชน–สถานทูตในระดับนานาชาติ
    ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทย = “Safe, Fair & Welcoming Destination” เมืองท่องเที่ยวลำดับต้นของโลกที่นักท่องเที่ยวเลือกเป็นจุดหมาย

    ที่มา : Superball

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/57705&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0b2s35f7GIMz-xLtdSNk4t

  • กรมประชาสัมพันธ์

    กรมประชาสัมพันธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/425643&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33nfDVLjDtnJ6xZidXGuiP

  • เปิดศึกเรือยาวประเพณี อ่างเก็บน้ำกุดจงอาง สุดยิ่งใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานฯ

    เปิดศึกเรือยาวประเพณี อ่างเก็บน้ำกุดจงอาง สุดยิ่งใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานฯ

    ทีมเรือยาวจากทั่วอีสาน กว่า 20 ทีม ร่วมศึกเรือยาวประเพณี อ่างเก็บน้ำกุดจงอาง จ.ร้อยเอ็ด สุดยิ่งใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทาน “กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ”

    วันที่ 22 กันยายน 2568 ที่อ่างเก็บน้ำกุดจงอาง บ้านสว่าง หมู่ 4 ตำบลศรีสว่าง อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดการแข่งขัน เรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีนายจิรศักดิ์ ศรีบุญลือ นายอำเภอโพนทราย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนจากทั่วสารทิศร่วมเป็นสักขีพยานอย่างเนืองแน่น

    การชิงชัยครั้งนี้ มีทีมเรือยาวจากหลายจังหวัดในภาคอีสานเข้าร่วมกว่า 20 ทีม ประลองฝีพายประเภทเรือยาวกลาง 40 ฝีพายเสียงกลอง เสียงเชียร์ และจังหวะไม้พายกระทบน้ำดังสนั่น ทำให้บรรยากาศดุเดือดเข้มข้นตลอดทั้งวัน

    งานนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแห่งศักดิ์ศรีของนักพาย แต่ยังเป็นการสืบสานประเพณีไทยที่ผูกพันกับสายน้ำ และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ–การท่องเที่ยวของจังหวัดร้อยเอ็ดให้ก้าวไกล.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2884376&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mW16WU4Kfkag6YeEKQgi1