Category: ท่องเที่ยว

  • กากัน มาลิค พูดแล้วอยู่ข้างใคร หลังรับบท โปรโมเตอร์การท่องเที่ยวให้กัมพูชา

    กากัน มาลิค พูดแล้วอยู่ข้างใคร หลังรับบท โปรโมเตอร์การท่องเที่ยวให้กัมพูชา

    หลังจากที่ กากัน มาลิค (Gagan Malik) นักแสดงชื่อดังชาวอินเดีย ผู้เคยรับบท เจ้าชายสิทธัตถะ ในภาพยนตร์ Sri Siddhartha Gautama ได้เดินทางมารับบทบาทเป็นโปรโมเตอร์ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศกัมพูชา ตามคำเชิญของรัฐบาล ก็มีกิจกรรมโปรโมตท่องเที่ยวอย่างคึกคัก โดยในการให้สัมภาษณ์ กากัน มาลิค ได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้บินตรงมาท่องเที่ยวกัมพูชา พร้อมเผยว่าสนามบินแห่งใหม่ของกัมพูชาเปิดให้บริการแล้ว และสามารถรองรับเครื่องบินทุกประเภทให้ลงจอดได้แล้ว

    ต่อมา เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวได้เผยเเพร่ออกไปทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำเอาเเฟน ๆ ชาวไทย ผิดหวัง เเละเกิดกระเเสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก

    ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา กากัน มาลิค ได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อประเด็นร้อนดังกล่าว ผ่านการโพสต์เฟซบุ๊ก Gagan Malik โดยระบุว่า นะโม พุทธายะ ผมต้องขออภัยอย่างจริงใจต่อแฟน ๆ ชาวไทยทุกคน หากการเดินทางเยือนกัมพูชาของผมเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้สร้างความเจ็บปวดใด ๆ ประเทศไทยคือบ้านหลังที่ 2 ของผม และผมมีความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อประเทศนี้

    การเดินทางไปยังกัมพูชาก่อนหน้านี้ เป็นการนำกลุ่มทัวร์ไปเยือนเป็นครั้งแรก โดยมีกำหนดการเดินทางไปกัมพูชา 3 วัน และประเทศไทย 5 วัน ยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาที่จะสร้างความไม่สบายใจใด ๆ

    เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชาโดยไม่มีค่าตอบแทน อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุด และเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อประเทศไทย ผมได้ลาออกจากตำแหน่งนี้อย่างเป็นทางการ และได้ก้าวออกมาจากความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว การตัดสินใจของผมถือเป็นที่สิ้นสุด และเกิดขึ้นด้วยความชัดเจนอย่างที่สุด

    ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำงานในหลายโครงการที่ประเทศไทยเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยใจที่บริสุทธิ์ทั้งหมดของผม อีกทั้งผมยังได้สร้างวัดที่ประเทศอินเดีย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะไทย เพื่อเป็นการแสดงถึงความรัก และความเคารพที่ผมมีต่อประเทศไทย

    ประเทศไทยจะเป็นสถานที่พิเศษในใจของผมเสมอ ผมขออภัยอีกครั้งอย่างสุดซึ้ง หากได้สร้างความไม่สบายใจ และผมสัญญาว่าจะระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในอนาคต ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประชาชนชาวไทยจะเข้าใจผมมากขึ้น และผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศที่งดงามแห่งนี้

    เรียบเรียงโดยทีมข่าวสยามนิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamnews.com/news/social/28616&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RVD-gkf-H0OIEmUF0NRLe

  • แจกพิกัดสวนสาธารณะย่านจัตุจักร ที่พักใจสำหรับคนเมืองกรุง

    แจกพิกัดสวนสาธารณะย่านจัตุจักร ที่พักใจสำหรับคนเมืองกรุง

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/8o70qQA7Qy9X&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tomWaxo-NEOrJsCeXZ5ht

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมพิจารณาการช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในประเทศไทย

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมพิจารณาการช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในประเทศไทย

    วันที่ 29 กันยายน 2568 ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ครั้งที่ 6/2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาคำขอรับเงินช่วยเหลือกรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมถึงการเยียวยาด้านจิตใจ

    ที่ประชุมครั้งนี้นับเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายใต้ “โครงการช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ” ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและการดูแลนักท่องเที่ยวในทุกมิติ พร้อมทั้งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ดีในระดับนานาชาติ

    โครงการดังกล่าวไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรการความปลอดภัยและการดูแลเอาใจใส่นักท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน#กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/245834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ye7oC8iAj6NMCAzNK3ePj

  • ‘รมว.ท่องเที่ยวฯ’ ยัน ‘งบซอฟต์พาวเวอร์’ โปร่งใส -เน้นก่อประโยชน์จริง | เดลินิวส์

    ‘รมว.ท่องเที่ยวฯ’ ยัน ‘งบซอฟต์พาวเวอร์’ โปร่งใส -เน้นก่อประโยชน์จริง | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5158473/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NhT6GFyt6BUXRslusLfwj

  • คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 2 รางวัล

    คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 2 รางวัล

    การตลาด

    คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 2 รางวัล

    วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.03 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 2 รางวัล

    อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ  แก้วอุดม  คณบดีคณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  (กลาง)  เข้ารับมอบ 2 รางวัล  อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568  โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีและพระราชทานรางวัล ประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน “รางวัลดีเด่น และรางวัลแห่งความยั่งยืน” จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.รุจิภาส  บุญสำเร็จ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา (ขวา)  และ ดร.มนรัตน์  ใจเอื้อ  รองคณบดีฝ่ายวิชาการ (ซ้าย) ร่วมแสดงความยินดี          เมื่อเร็ว ๆ นี้  ณ โรงแรม แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/marketing/448401&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SZxfoGRNQG-w6ojr4a5Si

  • เซ็นทาราคว้ารางวัลแห่งความยั่งยืน  ในงานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568

    เซ็นทาราคว้ารางวัลแห่งความยั่งยืน ในงานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568

    การตลาด

    เซ็นทาราคว้ารางวัลแห่งความยั่งยืน ในงานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568

    วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 19.37 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ประกาศความภาคภูมิใจเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯและเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน คว้ารางวัลแห่งความยั่งยืน (Thailand Tourism Sustainability Awards) ในงานพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย(Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

     รางวัลด้านความยั่งยืนอันทรงคุณค่าในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ และเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหินในการมุ่งดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ในทุกการให้บริการแขกผู้เข้าพัก เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

    “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนในเวทีนี้ ซึ่งเราไม่หยุดยั้งที่จะนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการให้บริการแขกผู้เข้าพัก

    เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดและส่งมอบประสบการณ์เข้าพักอย่างเหนือระดับในคราวเดียวกัน” วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการทั่วไป

    โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ กล่าว

    “เราให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายและการให้บริการลูกค้าโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นเสมอ เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและ

    อนุรักษ์เสน่ห์ทางธรรมชาติของอำเภอหัวหินให้เป็นมรดกเมืองท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไปในอนาคต” ยัน ไวไชท์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา

    แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน กล่าว

    โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมกับแผนระยะยาวในการลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังอาทิ การลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40% และลดการใช้น้ำและการทิ้งขยะไปสู่หลุมฝังกลบ 20% ภายในปีพ.ศ. 2572  รวมทั้งการตั้งเป้าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (NET ZERO) ภายในปีพ.ศ. 2593

    สามารถดูข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของเซ็นทาราได้ที่ www.centarahotelsresorts.com/sustainability

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/directsale/448444&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lKS-DY1Q_mJJcB5288GOI

  • ‘รมว.อรรถกร’ แจงกลางสภา ยืนยันกำกับดูแลกระทรวงท่องเที่ยวฯใช้ งบ Soft Power โปร่งใส

    ‘รมว.อรรถกร’ แจงกลางสภา ยืนยันกำกับดูแลกระทรวงท่องเที่ยวฯใช้ งบ Soft Power โปร่งใส

    วันนี้(วันที่ 29 กันยายน 2568) ในการประชุมรัฐสภา วาระการแถลงนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อสมาชิกรัฐสภา ถึงข้อกังวลเกี่ยวกับงบประมาณด้าน Soft Power โดยระบุว่า

    ตนได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดจากรองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าใจดีว่า มีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งเรื่องเวลา และการที่รัฐบาลนี้ไม่ได้เป็นผู้วางกรอบงบประมาณเอง แต่ตนยืนยันว่า จะดูแลการบริหารงบประมาณทุกบาทอย่างรอบคอบและโปร่งใส

    ”แม้สังคมและสื่อออนไลน์จะมีการพูดถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงบ Soft Power จำนวนมาก แต่คนที่เป็นข่าว ผมแทบไม่รู้จักเลย จึงยืนยันได้ว่าจะไม่มีใครสามารถใช้ประโยชน์จากผมได้”นายอรรถกร กล่าว

    อรรถกร ศิริลัทธยากร

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวต่อว่า งบประมาณส่วนนี้แม้กระจายอยู่หลายกระทรวง แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่จะต้องใช้งบประมาณ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ 

    “ผมจะใช้งบตรงตามระเบียบ เน้นความเหมาะสม และให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ทุกโครงการที่ใช้งบ ต้องเกิดผลจริง ต้องช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากที่สุด” นายอรรถกร กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/640160&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GTVWYyYfOBLAePtrHe-QS

  • สศค. เผย “ส่งออก-ท่องเที่ยวในปท.” ยังเป็นแรงหนุนศก.ไทย ส.ค. ห่วงภาษีสหรัฐฯ-ค่าเงิน-ชายแดนฉุด : อินโฟเควสท์

    สศค. เผย “ส่งออก-ท่องเที่ยวในปท.” ยังเป็นแรงหนุนศก.ไทย ส.ค. ห่วงภาษีสหรัฐฯ-ค่าเงิน-ชายแดนฉุด : อินโฟเควสท์

    สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ยังขยายตัว ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ส่งสัญญาณชะลอตัว ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ ทิศทางค่าเงินบาท นโยบายของรัฐบาล และความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน

    สัญญาณชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน: โดยปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่และปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ ในเดือนสิงหาคม 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -1.8% และ -0.3% ตามลำดับ และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -3.0% และ -4.8% ตามลำดับ ขณะที่รายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนสิงหาคม 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -10.8 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนสิงหาคม 2568 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.1 จากระดับ 51.7 ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน

    สัญญาณทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนสิงหาคม 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 23.6% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 0.1% ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนสิงหาคม 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -10.5% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -8.5% สำหรับการลงทุนภาคเอกชนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศ (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนสิงหาคม 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -8.0% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -1.0%

    – มูลค่าการส่งออกสินค้า

    ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ 27,743.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ที่ 5.8% และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง ทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัวที่ 5.4% การส่งออกขยายตัวในอัตราชะลอลง หลังจากมีการบังคับใช้อัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ

    อย่างไรก็ดี ยังเห็นการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ โดยขยายตัว 44.1% 37.0% และ 10.2% ตามลำดับ นอกจากนี้ การส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ กุ้งสด แช่เย็นแช่แข็ง และไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัว 26.1% 7.0% และ 1.3% ตามลำดับ ในขณะที่การส่งออกข้าว ยางพารา และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ปรับตัวลดลง ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นในตลาดอินเดีย สหรัฐฯ และจีน ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 14.3% 12.8% และ 5.9% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ตลาดตะวันออกกลาง และญี่ปุ่น ลดลง -11.6% และ -5.3%

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน

    โดยเฉพาะบริการด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศยังคงขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน: โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนสิงหาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม จำนวน 2.58 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -12.8% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -1.0% ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยในเดือนสิงหาคม 2568 จำนวน 22.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 6.4% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 2.4%

    ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนสิงหาคม 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 0.6% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -5.7% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพด เป็นต้น อย่างไรก็ดี ผลผลิตมันสำปะหลัง และหมวดไม้ผล ลดลงจากเดือนก่อน

    สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนสิงหาคม 2568 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 86.4 จากระดับ 86.6 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจากความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดน ปัญหาอุทกภัย และความไม่ชัดเจนของอัตราภาษีสหรัฐฯ ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนสิงหาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.7 จากระดับ 51.9 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากคำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้น

    – เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี

    สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ -0.79% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.81% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 64.5% ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2568 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 267.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    – สถานการณ์เศรษฐกิจการเงินโลกปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า

    สะท้อนจาก ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลก (Global Composite PMI) ในเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 52.9 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 52.5 จุด และดัชนีอยู่สูงกว่าระดับ 50.0 จุด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกมีทิศทางขยายตัวเร่งขึ้น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคการผลิต (Global Manufacturing PMI) ในเดือนสิงหาคม 2568 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50.9 จุด จากระดับ 49.7 จุด ในเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีกลับมาขยายตัวอีกครั้งหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า จากปริมาณการผลิต ปริมาณคำสั่งซื้อใหม่กละการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ

    ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคบริการ (Global Service PMI) ในเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 53.4 จุด ปรับลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 53.5 จุด ด้านสถานการณ์การท่องเที่ยวทั่วโลกยังคงขยายตัวดีในหลายประเทศ ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศต่าง ๆ มีทิศทางปรับลดลงตามอัตราเงินเฟ้อในหลายประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ความตึงตัวในตลาดการเงินทั่วโลกเริ่มมีทิศทางที่ผ่อนคลายลง ในส่วนของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

    – ภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุด เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน

    โดยเฉพาะในตลาดทุน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ โดยในเดือนกันยายน (ข้อมูลสะสมถึงวันที่ 23 กันยายน 2568) นักลงทุนกลุ่มนี้ซื้อสุทธิรวม 9,678.50 ล้านบาท จากในเดือนสิงหาคมซื้อสุทธิสูงถึง 18,370.97 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปี (YTD) อยู่ในระดับสูงที่ 116,613.37 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ขณะที่กลุ่มสถาบันในประเทศ กลับมาซื้อสุทธิในเดือนกันยายน 5,144.26 ล้านบาท ต่อเนื่องจากเดือนสิงหาคมที่ซื้อสุทธิ 3,851.32 ล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ยังคงมียอดขายสุทธิในเดือนกันยายน -5,739.65 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ -19,873.55 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติ แม้ยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย -9,083.11 ล้านบาท ในเดือนกันยายน แต่แรงขายเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมที่สูงถึง -21,736.88 ล้านบาท

    อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณายอดสะสมตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนต่างชาติยังเป็นผู้ขายสุทธิในระดับสูงที่ -93,370.44 ล้านบาท สำหรับตลาดตราสารหนี้ พบว่านักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 8,212.25 ล้านบาท ในเดือนกันยายน หลังจากที่เดือนสิงหาคมขายสุทธิ -6,445.73 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ในระดับสูงที่ 28,977.56 ล้านบาท ซึ่งบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพด้านการคลังและพันธบัตรรัฐบาลไทยในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนและแนวนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักที่ยังคงอยู่ในระดับตึงตัว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/532941&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37SBD29ZPnavkXu_iyPS0H

  • ส่งออก-ท่องเที่ยว หนุน เศรษฐกิจเดือนสิงหาคม ขยายตัว

    ส่งออก-ท่องเที่ยว หนุน เศรษฐกิจเดือนสิงหาคม ขยายตัว

    วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.56 น.

    สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ยังขยายตัว ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ส่งสัญญาณชะลอตัว ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ ทิศทางค่าเงินบาท นโยบายของรัฐบาล และความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป

    นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำ เดือนสิงหาคม 2568 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ยังขยายตัว ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ส่งสัญญาณชะลอตัว ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ ทิศทางค่าเงินบาท นโยบายของรัฐบาล และความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยมีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะการบริโภค

    ในหมวดสินค้าคงทน: โดยปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่และปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ ในเดือนสิงหาคม 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -1.8%  และ -0.3% ตามลำดับ และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -3%  และ -4.8% ตามลำดับ ขณะที่รายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนสิงหาคม 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ – 10.8% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนสิงหาคม 2568 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.1% จากระดับ 51.7%  ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

    อย่างไรก็ดี เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนสิงหาคม 2568 เพิ่มขึ้นจาก ช่วงเดียวกันปีก่อนที่  23.6%  และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่  0.1%  

    ขณะที่ปริมาณรถยนต์ เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนสิงหาคม 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ –10.5%  และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่  -8.5% สำหรับการลงทุนภาคเอกชนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศ (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนสิงหาคม 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -8%  และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ –1%

    มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน: โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ 27,743.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ที่ร้อยละ 5.8 และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง ทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัวที่ร้อยละ 5.4 การส่งออกขยายตัวในอัตราชะลอลง หลังจากมีการบังคับใช้อัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ

    อย่างไรก็ดี ยังเห็นการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ  โดยขยายตัว 44.1%  37%  และ 10.2% ตามลำดับ

    นอกจากนี้ การส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ กุ้งสด แช่เย็น  แช่แข็ง และไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัว  26.1%  7%  และ 1.3% ตามลำดับ ในขณะที่การส่งออกข้าว ยางพารา และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ปรับตัวลดลง ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นในตลาดอินเดีย สหรัฐฯ และจีน ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 14.3%  12.8%  และ 5.9 %

    อย่างไรก็ดี ตลาดตะวันออกกลาง และญี่ปุ่น ลดลง  -11.6%  และ -5.3%  เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน โดยเฉพาะบริการด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศยังคงขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน: โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนสิงหาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม จำนวน 2.58 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -12.8 และลดลง เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่  -1%  ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย

    ในเดือนสิงหาคม 2568 จำนวน 22.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 6.4 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 2.4 ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนสิงหาคม 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 0.6 แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่  -5.7% ตามการเพิ่มขึ้น

    ในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพด เป็นต้น อย่างไรก็ดี ผลผลิตมันสำปะหลัง และหมวดไม้ผล ลดลงจากเดือนก่อน สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนสิงหาคม 2568 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 86.4 จากระดับ 86.6 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจากความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดน ปัญหาอุทกภัย และ

    ความไม่ชัดเจนของอัตราภาษีสหรัฐฯ ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนสิงหาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.7 จากระดับ 51.9 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากคำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้น

    เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี  สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่  -0.79%  ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่  0.81%  ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 อยู่ที่  64.5%  ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2568 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 267.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    สถานการณ์เศรษฐกิจการเงินโลกปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนจาก ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลก (Global Composite PMI) ในเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 52.9 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 52.5 จุด และดัชนี

    อยู่สูงกว่าระดับ 50.0 จุด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกมีทิศทางขยายตัวเร่งขึ้น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคการผลิต (Global Manufacturing PMI) ในเดือนสิงหาคม 2568 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50.9 จุด จากระดับ 49.7 จุด ในเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีกลับมาขยายตัวอีกครั้งหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า จากปริมาณการผลิต ปริมาณคำสั่งซื้อใหม่กละการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ  ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคบริการ (Global Service PMI) ในเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 53.4 จุด ปรับลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 53.5 จุด

    ด้านสถานการณ์การท่องเที่ยวทั่วโลกยังคงขยายตัวดีในหลายประเทศ ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศต่าง ๆ มีทิศทางปรับลดลงตามอัตราเงินเฟ้อในหลายประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ  สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ความตึงตัวในตลาดการเงินทั่วโลกเริ่มมีทิศทางที่ผ่อนคลายลง ในส่วนของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

    ภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุด เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน โดยเฉพาะในตลาดทุน โดยได้รับ แรงสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ โดยในเดือนกันยายน (ข้อมูลสะสมถึงวันที่ 23 กันยายน 2568) นักลงทุนกลุ่มนี้ซื้อสุทธิรวม 9,678.50 ล้านบาท จากในเดือนสิงหาคมซื้อสุทธิสูงถึง 18,370.97 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปี  อยู่ในระดับสูงที่ 116,613.37 ล้านบาท

    ทั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ขณะที่กลุ่มสถาบันในประเทศ กลับมาซื้อสุทธิในเดือนกันยายน 5,144.26 ล้านบาท ต่อเนื่องจากเดือนสิงหาคมที่ซื้อสุทธิ 3,851.32 ล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ยังคงมียอดขายสุทธิในเดือนกันยายน –5,739.65 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ –19,873.55 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติ แม้ยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย –9,083.11 ล้านบาท ในเดือนกันยายน แต่แรงขายเริ่มลดลง

    เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมที่สูงถึง –21,736.88 ล้านบาท อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณายอดสะสมตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนต่างชาติยังเป็นผู้ขายสุทธิในระดับสูงที่ –93,370.44 ล้านบาท สำหรับตลาดตราสารหนี้ พบว่านักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 8,212.25 ล้านบาท ในเดือนกันยายน หลังจากที่เดือนสิงหาคมขายสุทธิ –6,445.73 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ในระดับสูงที่ 28,977.56 ล้านบาท ซึ่งบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพด้านการคลังและพันธบัตรรัฐบาลไทยในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนและแนวนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักที่ยังคงอยู่ในระดับตึงตัว

    – 030 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/917480&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RbYsUa7d5Wm3tS-hHTEBD

  • คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 2 รางวัล

    คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 2 รางวัล

    การตลาด

    คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 2 รางวัล

    วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.03 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 2 รางวัล

    อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ  แก้วอุดม  คณบดีคณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  (กลาง)  เข้ารับมอบ 2 รางวัล  อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568  โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีและพระราชทานรางวัล ประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน “รางวัลดีเด่น และรางวัลแห่งความยั่งยืน” จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.รุจิภาส  บุญสำเร็จ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา (ขวา)  และ ดร.มนรัตน์  ใจเอื้อ  รองคณบดีฝ่ายวิชาการ (ซ้าย) ร่วมแสดงความยินดี          เมื่อเร็ว ๆ นี้  ณ โรงแรม แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/directsale/448401&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YO9rDr4ErMOiLkTosvKz9