Category: ท่องเที่ยว

  • “การท่องเที่ยวไทเป” ลุยหน้าบุกตลาดอาเซียน ยกทัพอินฟลู ฯ ตะลุยเที่ยวสัมผัสเสน่ห์อันเปี่ยมล้นของกรุงไทเป

    “การท่องเที่ยวไทเป” ลุยหน้าบุกตลาดอาเซียน ยกทัพอินฟลู ฯ ตะลุยเที่ยวสัมผัสเสน่ห์อันเปี่ยมล้นของกรุงไทเป

    ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ที่เดินทางมากรุงไทเปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำนักงานสารสนเทศและการท่องเที่ยว เทศบาลนครไทเป จึงได้เชิญอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ รวม 8 กลุ่ม มาร่วมออกเดินทางท่องเที่ยวในกรุงไทเป พร้อมบันทึกประสบการณ์และถ่ายทอดเสน่ห์อันหลากหลายของกรุงไทเปผ่านมุมมองของพวกเขาในรูปแบบวิดีโอ Ulfa Alhanif Muslichah ผู้นำด้านการท่องเที่ยวชาวมุสลิมจากอินโดนีเซีย ชื่นชมบรรยากาศความเป็นมิตรต่อชาวมุสลิมของกรุงไทเปอย่างมาก ขณะที่คู่รักอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยอย่าง Travels Again เที่ยวแล้วเที่ยวอีก ก็ประทับใจกับบรรยากาศแสนโรแมนติกของงาน “เทศกาลฤดูร้อนต้าเต้าเฉิง” ส่วน Eric และ Chris อินฟลูเอนเซอร์ชาวเวียดนาม ได้ถ่ายทอดความงดงามของกรุงไทเปผ่านสายตาคนรุ่นใหม่ โดยหวังว่าวิดีโอเหล่านี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยือนกรุงไทเปมากยิ่งขึ้น

    หลังจากที่ได้เยือนไทเปแกรนด์มัสยิด (Taipei Grand Mosque) Ulfa Alhanif Muslichah ถึงกับเอ่ยปากชื่นชมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชาวมุสลิมในไทเปว่า “กรุงไทเปเป็นเมืองที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิมอย่างแท้จริง นอกจากจะมีสถานที่ละหมาดครบครัน ยังมีร้านอาหารฮาลาลมากมาย ทำให้การกินอยู่ในเมืองนี้สะดวกสบายอย่างมาก” ส่วน Kentang Idaman (Viviannzi) อินฟลูเอนเซอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม ก็ประทับใจในบรรยากาศของไทเปที่ผสานความเป็นดั้งเดิมและความทันสมัยได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการได้ชมทิวทัศน์ตึกไทเป 101 ในยามค่ำคืนจากดาดฟ้า Dream Plaza

    ส่วนทางด้านตลาดประเทศไทยก็ได้มีการสะท้อนรสนิยมการท่องเที่ยวที่ต่างกัน ระหว่างแบบครอบครัวและแบบคู่รัก Tam Story อินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัว ได้พาครอบครัวเที่ยววัดหลงซานและวัดขงจื๊อเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของไต้หวัน จากนั้นก็ได้ไปแช่น้ำพุร้อนที่เป่ยโถว เพลิดเพลินกับบ่อน้ำพุร้อนสำหรับครอบครัว และยังได้ลงมือทำพายสับปะรดของฝากยอดนิยมของกรุงไทเป โดยพวกเขากล่าวว่า “ช่วงเวลาที่ได้ท่องเที่ยวกับครอบครัวในกรุงไทเปนั้นพิเศษและน่าประทับใจมาก” ส่วนคู่รักอินฟลูเอนเซอร์ Travels Again เที่ยวแล้วเที่ยวอีก ก็ได้ตระเวนชิมคาเฟ่สุดชิคที่ย่านซินจงซาน และบาร์ย่านซินอี้ อีกทั้งยังได้รับประสบการณ์สุดประทับใจในยามค่ำคืนแสนโรแมนติกในงาน “เทศกาลฤดูร้อนต้าเต้าเฉิง”

    ด้านตลาดฟิลิปปินส์ The Poor Traveler อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ก็ชื่นชมกับความสะดวกของระบบคมนาคมในกรุงไทเป หลังจากได้ไปเยือนอุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน เขากล่าวว่า “เพียงเดินทางจากใจกลางกรุงไทเปไม่นาน ก็สามารถสัมผัสธรรมชาติที่สวยงามระดับอุทยานแห่งชาติได้แล้ว การเดินทางที่นี่สะดวกมาก ๆ” ด้าน Krisell Lumagui อินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัว ก็ได้พาลูกเที่ยวสวนสนุกสำหรับเด็กและสวนสัตว์ไทเป พร้อมแบ่งปันความประทับใจว่า “ลูกๆตื่นเต้นและสนุกกับสถานที่ท่องเที่ยวมาก ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัวอย่างครบครัน ทริปนี้ทำให้ทั้งครอบครัวตกหลุมรักกรุงไทเปเลยค่ะ”

    สำหรับฝั่งตลาดเวียดนาม ทางสำนักงาน ฯ ได้เชิญ Eric และ Chris สองอินฟลูเอนเซอร์ชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในไต้หวันมาร่วมสำรวจกรุงไทเปและถ่ายทอดไทเปผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่  Chris เล่าว่า ทุกครั้งที่ได้ไปย่านหย่งคังจะมีสิ่งใหม่ ๆ ให้ค้นพบเสมอ ทั้งของอร่อยอย่างน้ำแข็งไสมะม่วง บะหมี่เนื้อ และเสี่ยวหลงเปา ส่วนบาร์ในย่าน East District และอุโมงค์ลับใน The Grand hotel ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ห้ามพลาด ขณะที่ Eric แนะนำมุมลับสำหรับถ่ายรูปอย่าง Taipei Water Park, POPOP Taipei และศูนย์ดนตรีไทเป (Taipei Music Center) ซึ่งช่วยให้แฟนคลับเวียดนามรู้จัก “ที่ลับ ๆ” ของกรุงไทเปที่นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่เคยรู้ ผ่านการเล่าเรื่องแบบฉบับคนท้องถิ่น ซึ่งพวกเขาสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เหล่าแฟน ๆ ชาวเวียดนามอยากมาเที่ยวกรุงไทเปอย่างล้นหลาม

    นอกจากนี้ เพื่อขยายผลการประชาสัมพันธ์ สำนักงานสารสนเทศและการท่องเที่ยว เทศบาลนครไทเป ยังได้ลงโฆษณากลางแจ้งในย่านใจกลางเมืองหลวงของฟิลิปปินส์ ไทย และอินโดนีเซีย พร้อมติดตั้งป้าย LED ขนาดใหญ่ ในย่าน BGC ของมะนิลา ย่านการค้าสยามในกรุงเทพฯ และย่านธุรกิจจาการ์ตา พร้อมกันนี้ยังผสมผสานเอกลักษณ์บนพาหนะท้องถิ่น เช่น รถตุ๊กตุ๊กของไทย และรถจี๊ปนีย์ของฟิลิปปินส์ เพื่อทำโฆษณาเคลื่อนที่ ทำให้การโปรโมทออนไลน์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์และการโปรโมทออฟไลน์ผสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มเสน่ห์ของกรุงไทเปในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น

    สำนักงาน ฯ ระบุว่า ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งสี่แห่งถือเป็นตลาดสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทเป การเชิญอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังหลากหลายประเภทมาเยือน สัมผัส และถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยวด้วยตนเองในครั้งนี้ สามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคดังกล่าวให้หันมาสนใจเสน่ห์อันหลากหลายของกรุงไทเปได้สำเร็จ ในอนาคต สำนักงาน ฯ จะยังคงใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเจาะกลุ่ม ผสานกับอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ เพื่อการโปรโมทอย่างแม่นยำและแลกเปลี่ยนเชิงลึก พร้อมเดินหน้าสร้างการประชาสัมพันธ์ที่หลากหลายและต่อเนื่อง เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของกรุงไทเปในระดับนานาชาติให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และทำให้กรุงเทไทเปกลายเป็นเมืองแรกในเอเชียที่นักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) อยากมาเยือนมากที่สุด


    คำบรรยายภาพ 1: Ulfa Alhanif Muslichah อินฟลูเอนเซอร์ชาวอินโดนีเซีย เพลิดเพลินกับการเดินเล่นที่ Xinzhongshan Linear Park และย่านการค้ารอบข้างจนลืมเวลา

    คำบรรยายภาพ 2: Travels Again อินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย ทึ่งกับสถาปัตยกรรมและโบราณวัตถุที่จัดแสดงใน National Palace Museum


     
    คำบรรยายภาพ 3: Tam Story อินฟลูเอนเซอร์ครอบครัวชาวไทย ใช้เวลาพักผ่อนแสนสบายที่ท่าเรือกวนตู้และสวนริมน้ำกับครอบครัวอย่างมีความสุข

    คำบรรยายภาพ 4: Chris อินฟลูเอนเซอร์ชาวเวียดนาม พาแฟน ๆ ร่วมเที่ยวกรุงไทเปผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่


     
    คำบรรยายภาพ 5: สื่อโฆษณากลางแจ้งของกรุงไทเปเผยแพร่ในย่านสยาม ใจกลางกรุงเทพฯ


     
    คำบรรยายภาพ 6: การประชาสัมพันธ์เชิงเคลื่อนที่โดยผสานโฆษณากลางแจ้งไว้กับรถตุ๊กตุ๊กของไทย วิ่งไปทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มการมองเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/652832&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33v_zLkT9WuZMIwB0CExPB

  • กิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา

    กิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา

    รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดการฝึกอบรมอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา ที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา กิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬาในเขตพัฒนา การท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา

    เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมเบลล์ วิลล่า รีสอร์ท ปาย อ.ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดร.วนิดา พันธุ์สะอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี เปิดการฝึกอบรมอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวต้อนรับและมี นางเกษราภรณ์ วิมลรัตน์ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานและกำกับ กล่าวรายงาน โดยมี อาสาสมัครเข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 40 คน

    นางเกษราภรณ์ วิมลรัตน์ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว ในนามคณะทำงานในการจัดการฝึกอบรมหลักสูตร กล่าวว่า อาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬาภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา กิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬาในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา

    สืบเนื่องจาก ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบหมายให้กองมาตรฐาน และกำกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยุธรรมล้านนา ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพและความสามารถของภาคประชาชนเพื่อเป็นอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีการสร้างองค์ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องให้แก่อาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา มุ่งหวังให้สามารถช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว นักกีฬา บุคลากรทางการกีฬา รวมทั้งสามารถร่วมจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาและนันทนาการในพื้นที่ได้ โดยกำหนด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3775146/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pZQ5BVQf9USyOOMYRYAaL

  • ภาคเอกชนสงขลา”โวย”ด่านสะเดาทำงาน”อืด”นักท่องเที่ยวรอนาน 3 ชม.ร้อง”สว.”ช่วยนำปัญหาเข้าสภา | เดลินิวส์

    ภาคเอกชนสงขลา”โวย”ด่านสะเดาทำงาน”อืด”นักท่องเที่ยวรอนาน 3 ชม.ร้อง”สว.”ช่วยนำปัญหาเข้าสภา | เดลินิวส์

    นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลาเปิดเผยว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียและภาคเอกชน จ.สงขลา ว่านักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวจำนวนมากด่านสะเดา ต้องใช้เวลาข้ามด่านนานเฉลี่ยคนละ 3 ชั่วโมง เหตุเกิดมาอีกหลายปี มีนักท่องเที่ยวโวยวาย เพราะนักท่องเที่ยวหลายสิบรายเป็นลมล้มพับคาด่านฯ และนักท่องเที่ยวบางครอบครัวรอไมไหวต้องขนสมาชิกกลับประเทศ

    นายไชยยงค์เปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีมานานแล้วหลายปีมาแล้ว ที่ต้องเจอกับภาพนักท่องเที่ยวแออัดที่ด่านสะเดา คนยืนรอเข้าแถวนานหลายชั่วโมงเพื่อเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย สร้างรายได้ให้กับพี่น้องคนไทย กลับมาทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวชัดเจน หน่วยงานระดับมีอำนาจควรเข้ามาแก้ไขไม่ใช่ปล่อยตามยถากรรม

    นายไชยยงค์เปิดเผยว่าส่วนกลางไม่เคยแก้ไขใดๆเลย แต่ลำพังให้หน้างานแก้ไขอย่างเดียวคงไม่สามารถทำได้ เรื่องนี้ต้องแก้ที่โครงสร้างของระบบ สิ่งที่ถูกต้อง คือ กรมศุลกากรควรให้ความสำคัญกับคนไม่น้อยไปกว่าให้ความสำคัญกับเรื่องสินค้า เพราะปัจจุบันรูปแบบการท่องเที่ยวมันเปลี่ยนไปมาก

    นายไชยยงค์เปิดเผยว่า กรมศุลกากรควรปรับรูปแบบการยื่นเอกสารนำรถยนต์เข้ามาท่องเที่ยวให้เป็นรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดการจราจรที่แออัด นอกจากอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว ยังสร้างความ โปร่งใส เท่าเทียม ให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนอีกด้วย ดังเช่นกับที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ดำเนินการแก้ไขการยื่นเอกสาร ตม.6 เป็นออนไลน์แล้ว แก้ปัญหาได้มากเลยทีเดียว

    “มีอีกหลายคนที่ทนกับเรื่องนี้ไม่ได้ รัฐบาลกลางไม่ควรมองนักท่องเที่ยวมาเลเซียเป็นของตาย อะไรที่เห็นปัญหาแล้วไม่แก้ไข จะรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ ที่เป็นคนนอกวงการการเมือง หวังว่าจะเข้าใจและจะให้ความสำคัญกับแก้ปัญหาให้กับการท่องเที่ยวของไทย จะได้นำเสนอเรื่องเข้าสภา และคาดหวังว่าการท่องเที่ยวไทยจะหลุดพ้นจากบ่วงปัญหานี้ที่หมักมานานเสียที ขอฝากให้นัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ซึ่งเป็นคนนอก นายอนุทิน ชาญวีรกุล สะสางปัญหานี้” นายไชยยงค์กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5134266/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3J1F2oXFjIyX0pSsz0Tq6_

  • MOTHER มั่นใจรายได้โตทะลุเป้า H2/68 สัญญาณดีรับคนละครึ่ง เปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง-ปักธงรุกออนไลน์ : อินโฟเควสท์

    MOTHER มั่นใจรายได้โตทะลุเป้า H2/68 สัญญาณดีรับคนละครึ่ง เปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง-ปักธงรุกออนไลน์ : อินโฟเควสท์

    นายเอกพงศ์ โชคชัยวิทัศน์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง [MOTHER] เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 68 คาดรายได้โตทะลุเป้า 10% จากการขยายสาขาใหม่ ซึ่งในช่วงที่เหลือคาดเปิดเพิ่มอีก 1 สาขาในพื้นที่ท่องเที่ยว รวมทั้งยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    โดยในไตรมาส 2/68 SSSG โต 7.54% จากการฟื้นตัวของสาขาในแหล่งท่องเที่ยว และสาขาที่เคยได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างถนนได้กลับมาฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลังเริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรกและเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    นอกจากการขยายสาขา บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเอง (House Brand) เพื่อสร้างอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) ที่สูงขึ้น จากปัจจุบันที่มีน้ำดื่มบรรจุขวด แบรนด์ “Mother Marche” และกระดาษเช็ดปาก “โอริ” ทั้งนี้สินค้า House Brand สามารถทำกำไรได้สูงถึง 20-25% เทียบกับสินค้าทั่วไปที่อยู่ระดับ 15-20% ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจา OEM เพื่อผลิตสินค้าเพิ่มเติม โดยจะเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนจะพัฒนาระบบการขายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างจริงจัง โดยคาดว่าจะเริ่มจัดตั้งทีมและดำเนินการได้ในช่วงต้นปี 2569 เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

    สำหรับแผนงานในปี 69 บริษัทยังมุ่งเน้นกลยุทธ์การขยายสาขา โดยมีแผนจะขยายสาขาใหม่อีก 3-5 แห่ง แต่ทั้งนี้จะประเมินตามสภาวะเศรษฐกิจควบคู่กันไป ซึ่งจะเริ่มขยายออกไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น โดยปักหมุดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พังงา และกระบี่

    ล่าสุดบริษัทยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามเป้าหมายที่วางไว้ ด้วยการเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดให้บริการ Mother Supermarket สาขาใหม่ “เหนือคลอง ใกล้โรงพยาบาลเหนือคลอง” อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เป็นสาขาลำดับที่ 22 ที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน และเป็นสาขาที่ 2 ในอำเภอเหนือคลอง ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชน ใกล้โรงพยาบาลเหนือคลองและสถานที่ราชการต่าง ๆ ไม่ไกลจากสนามบินนานาชาติกระบี่และท่าเรือแหลมกรวด จุดขึ้นเรือไปยังเกาะจำ พื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนในพื้นที่ 90% และนักท่องเที่ยว 10%

    Mother Supermarket สาขา “เหนือคลอง ใกล้โรงพยาบาลเหนือคลอง” มีขนาดพื้นที่ 500 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ขายสินค้าประมาณ 300 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่จอดรถรองรับลูกค้า ครบครันด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคและของสดคุณภาพกว่า 1,000 รายการ พื้นที่ภายในร้านได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้กระจกโปร่งแสงรับแสงธรรมชาติลดการใช้ไฟฟ้าและผนัง Isowall ช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานในระยะยาว ควบคู่กับการตกแต่งภายในที่อบอุ่นสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ Mother Supermarket ได้อย่างลงตัว

    นายเอกพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สาขาใหม่ใช้งบลงทุน 7 ล้านบาท คาดว่าจะคืนทุนภายใน 4 ปี และสามารถสร้างรายได้ทันที 6-7 ล้านบาทในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมต่อปีอยู่ที่ 20-30 ล้านบาท

    สำหรับทิศทางธุรกิจช่วงปลายปี บริษัทคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 3/68 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น การเปิดตัวโครงการคนละครึ่งเฟสใหม่ในเดือนตุลาคม และการเตรียมปลดล็อกช่วงเวลาการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. ซึ่ง MOTHER มองว่าเป็นอานิสงส์โดยตรงต่อธุรกิจค้าปลีกในชุมชนและช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวเพิ่มเติม

    ส่วนแผนการขยายธุรกิจยังคงเดินหน้าเปิดสาขาใหม่อีก 1 แห่ง ในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยเน้นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยของชุมชน เพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงไฮซีซั่นเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ เพิ่มส่วนแบ่งตลาด และขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR8L0IQ2XRZSF5J0Q1AN2A7YEY4CR7GL&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fjEPoGpb3_Cig0KQnDi7i

  • นทท. เจอหัวงูยักษ์โผล่พ้นน้ำ ภูเขาจีน เฉลยแล้วไอเดียใคร คนไม่ปลื้มเห็นแล้วผวา

    นทท. เจอหัวงูยักษ์โผล่พ้นน้ำ ภูเขาจีน เฉลยแล้วไอเดียใคร คนไม่ปลื้มเห็นแล้วผวา

     
               นทท. ช็อก ! เจอหัวงูยักษ์โผล่กลางแม่น้ำ แหล่งเที่ยวชมธรรมชาติ เฉลยแล้วไอเดียใคร คนชี้สมจริงจนสะพรึง พบเป็นหินแม่น้ำโบราณ อายุกว่า 100 ล้านปี 

    นทท. เจอหัวงูยักษ์โผล่พ้นน้ำ ภูเขาจีน เฉลยแล้วไอเดียใคร
    ภาพจาก Douyin 掌上驻马店

                เป็นประเด็นฮือฮาขึ้นมาทันที เมื่อเหล่านักท่องเที่ยวที่ไปชมวิวธรรมชาติต่างช็อกเมื่อได้พบเห็น “หัวงูเหลือมทอง” โผล่มาจากกลางแม่น้ำ ภายในจุดท่องเที่ยวอวี้หวงโกว ของภูเขาซงซาน ในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน หลังมีมือดีนำสีมาเพนท์ไว้บนก้อนหิน เป็นภาพที่ดึงดูดสายตาแต่ก็ทำให้ผู้คนหวาดผวาไปตาม ๆ กัน 

                จากรายงานของเว็บไซต์ ETtoday วันที่ 22 กันยายน 2568 พบว่า หินก้อนยักษ์รูปร่างประหลาดนี้ตั้งอยู่กลางแม่น้ำในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และกลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน โดยจากภาพที่มีคนถ่ายไว้ได้ พบว่าลวดลายที่อยู่บนหินก้อนนี้ มีทั้งตาที่คมกริบ เกล็ดงู รวมถึงลักษณะอื่น ๆ ที่มีความสมจริง ดูราวกับหัวงูยักษ์ที่โผล่ออกมาพ้นน้ำ สร้างภาพอันตราตรึง ดึงดูดทุกสายตา 

                แต่ในขณะที่นักท่องเที่ยวบางคนมองว่าหินดังกล่าว สร้างภาพที่เหนือจินตนาการแก่แหล่งท่องเที่ยวนี้ แต่คนส่วนใหญ่กลับรู้สึกไม่สบายใจนัก มองว่าน่ากลัวมากกว่าจะดูสวยงาม 

                กระทั่งวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา มีคนผ่านไปพบว่าหินเจ้าปัญหาก้อนนี้ ถูกคนนำวัสดุสีเขียวมาคลุมทับเพื่อบดบังสายตาไว้แล้ว ซึ่งก็ทำให้เกิดการแสดงความเห็นที่หลากหลาย โดยมีทั้งคนที่เชื่อว่าการคลุมหินงูเหลือมยักษ์ไว้ จะช่วยลดความน่าสะพรึงกลัวได้ ขณะที่บางส่วนมองว่าไม่เห็นจำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้ 
     

    นทท. เจอหัวงูยักษ์โผล่พ้นน้ำ ภูเขาจีน เฉลยแล้วไอเดียใคร
    ภาพจาก Douyin 掌上驻马店

                ต่อมาวันที่ 20 กันยายน เจ้าหน้าที่ประจำแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว เปิดเผยว่า แท้จริงแล้วหินงูก้อนดังกล่าวเป็นหินโบราณ อายุกว่า 100 ล้านปี เดิมอยู่ที่ก้นแม่น้ำ การทาสีดังกล่าวได้รับการออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญตามที่ได้รับมอบหมายจากแหล่งท่องเที่ยว แต่เนื่องจากได้รับคำร้องเรียนเข้ามาจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ว่าแม้หินรูปงูจะไม่เป็นอันตราย แต่ก็ทำให้ตกใจกลัวได้ง่าย ๆ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจหาอะไรมาปิดลวดลายของหินไว้ก่อนชั่วคราว และจะพิจารณาทาสีเป็นลวดลายอื่นในภายหลัง 

    นทท. เจอหัวงูยักษ์โผล่พ้นน้ำ ภูเขาจีน เฉลยแล้วไอเดียใคร

    ภาพจาก Douyin 掌上驻马店

    นทท. เจอหัวงูยักษ์โผล่พ้นน้ำ ภูเขาจีน เฉลยแล้วไอเดียใคร

    ภาพจาก Douyin 掌上驻马店

    ขอบคุณข้อมูลจาก ETtoday 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/249560&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13K7Kq8jD7IMYE-Ug1upQ6

  • G

    G

    GO HOTEL โรงแรมภายใต้การบริหารในเครือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนแสนสบาย บนทำเลที่เดินทางสะดวก พร้อมราคาและโปรโมชั่นสุดคุ้มที่สามารถตอบโจทย์นักเดินทางได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเพื่อการพักผ่อน ท่องเที่ยว หรือติดต่อธุรกิจ ชวนคุณมาสัมผัสประสบการณ์พักผ่อนแบบพรีเมียมในราคาสุดคุ้มและทริปท่องเที่ยวสุดประทับใจกับแพ็กเกจ “พักผ่อนสบาย ทริปดำน้ำฟรี! ที่แสมสาร” ณ GO HOTEL ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ บ่อวิน บ้านฉาง ศรีราชา ชลบุรี เมื่อจองห้องพักแถมทริปดำน้ำฟรี ดำน้ำที่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี พร้อมถ่ายรูปใต้น้ำฟรี เมื่อจองตรงผ่าน Line Official เท่านั้น

    GO HOTEL ร่วมกับ AIS, Metro Mall และกลุ่ม ปตท. blueplus+ ชวนออกทริปดำน้ำตื้นชมปะการัง กับแพ็กเกจสุดคุ้ม

    GO HOTEL ทั้ง 4 สาขา ประสบการณ์พักผ่อนแบบพรีเมียมในราคาสุดคุ้ม สามารถเดินทางสะดวกด้วยทำเลที่ตั้งในโซนใจกลางเมืองและอยู่ใกล้ศูนย์การค้า ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก โดยมีห้องพัก 2 รูปแบบคือ GO! Double มาพร้อมเตียงคิงไซส์ และ GO! Twin ห้องเตียงคู่และพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่กว้างขวาง ทั้ง CO-Working Space และห้องประชุมส่วนตัว อีกทั้งยังยินดีต้อนรับเพื่อนรักสี่ขา ด้วยห้องพักแบบ Pet Friendly!

    สำหรับแพ็กเกจ “พักผ่อนสบาย ทริปดำน้ำฟรี! ที่แสมสาร” GO HOTEL ทั้ง 4 สาขาภาคตะวันออกจัดขึ้นภายใต้โครงการ GO Local Eat Local ซึ่งสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอาหารชุมชน เพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจและไม่ซ้ำใคร ทั้งพักผ่อนในโรงแรมคุณภาพ สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม และร่วมค้นพบความงามของธรรมชาติในท้องทะเลไทย กับกิจกรรมดำน้ำตื้นชมปะการังและฝูงปลาหลากสีสัน ณ หาดแสมสาร จังหวัดชลบุรี

    แพ็กเกจ “พักผ่อนสบาย ทริปดำน้ำฟรี! ที่แสมสาร”

    เมื่อจองห้องพักระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2568 รับฟรี! แพ็กเกจทริปดำน้ำที่แสมสาร จังหวัดชลบุรี พร้อมถ่ายรูปใต้น้ำฟรี ให้คุณเพลิดเพลินกับการดำน้ำชมปะการัง ถ่ายรูปฝูงปลาที่เกาะจาน ถ่ายรูปปลานีโม่ที่เกาะหินหมู พร้อมเดินเล่นชมทัศนียภาพอันสวยงามของเกาะแรด

    1 สิทธิ์ / 1 การจอง (ลูกค้าสามารถจองสิทธิ์ทริปดำน้ำเพิ่มได้ในราคาท่านละ 690 บาท)

    โปรโมชั่นราคาพิเศษ!!

    สาขา สำหรับลูกค้าทั่วไป สำหรับลูกค้า AIS สำหรับลูกค้า blueplus+
    (ใช้เอไอเอส พอยท์ 1 คะแนนแลก) (ใช้คะแนนบลูพลัส 1 คะแนนแลก)
    โก โฮเทล บ่อวิน ราคา 1,250 บาท ราคา 1,050 บาท ราคา 1,050 บาท
    โก โฮเทล บ้านฉาง ราคา 1,050 บาท ราคา 899 บาท ราคา 899 บาท
    โก โฮเทล ศรีราชา ราคา 1,050 บาท ราคา 899 บาท ราคา 899 บาท
    โก โฮเทล ชลบุรี ราคา 1,050 บาท ราคา 899 บาท ราคา 899 บาท

    สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน

    เมื่อใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน จองห้องพักรับแพ็กเกจทริปดำน้ำที่แสมสาร พร้อมรับเครดิตเงินคืน 5%* โดยไม่ต้องแลกคะแนน และ รับคะแนนเดอะวันสูงสุด x4

    (*จำกัดรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 250 บาทต่อเซลส์สลิป และสูงสุด 1,000 บาทต่อหมายเลขบัญชีบัตรหลัก ตลอดรายการ, เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทบัตรเครดิตกำหนด)

    รีบจองก่อนเต็ม แล้วไปดำน้ำชมโลกใต้น้ำกัน!

    เงื่อนไขการเข้าพักและการจอง

    • จองห้องพักตรงกับทางโรงแรมเท่านั้น
    • ระยะเวลาการจองและการเข้าพัก : วันที่ 19 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2568
    • เงื่อนไขการจอง : LINE: @gohotel ผ่านแชตกับแอดมินเท่านั้น!
    • โทรศัพท์ : 02 018 8656
    • หลังจากลูกค้าทำการจองห้องพักเสร็จสิ้น ทางโรงแรมจะส่ง E-Voucher ทริปดำน้ำแสมสาร มูลค่า 690 บาท ทาง e-mail ที่ลูกค้าแจ้งไว้ โดยลูกค้าจะต้องแจ้งการจองใช้สิทธิ์ดำน้ำล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ที่โทรศัพท์ 099-426-2259 (Summer Tour)
    • ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติม ได้ที่ Website: https://letzzzgo.co/

    เงื่อนไขรอบเรือและการจองกับ Summer Tour

    • รอบเรือให้บริการเฉพาะวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 15.00 – 18.00 น.
    • ทำการจองผ่านทาง LINE ที่หมายเลข 099-426-2259 ติดต่อ คุณเนส – พิพัฒน์ ยอดชมภู
    • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 099-426-2259 (คุณเนส)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/if014jsbqg0xbprdfsmje0cc66399uts&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2weDDqhEfP8EH38t_QFxm4

  • CENTEL อานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น ดันรายได้ช่วงไฮซีซั่น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    CENTEL อานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น ดันรายได้ช่วงไฮซีซั่น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – CENTEL หรือ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา โดย บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว โรงแรมมัลดีฟส์ คาดได้แรงหนุนจาก High Season ใน Q4/68 และธุรกิจร้านอาหารในไทย (สัดส่วน52% ของรายได้ใน 1H68) มีโอกาสได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาล Valuation ไม่แพง เทรดต่ำกว่า -0.5SD ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 34 บาท

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/22/579785/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3e41H0MtatF2RV37o7LoWL

  • เพลิดเพลินกับคืนพิเศษในห้องสวีทที่สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก

    เพลิดเพลินกับคืนพิเศษในห้องสวีทที่สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก

    เพลิดเพลินกับคืนพิเศษในห้องสวีทที่สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท

    ขยายเวลาการเข้าพัก และให้เวลาตัวเองได้ผ่อนคลายมากขึ้น กับข้อเสนอ “Stay a Little Longer” จอง 3 คืน จ่ายเพียง 2 คืน ข้อเสนอสุดพิเศษที่ให้คุณได้รับคืนเข้าพักเพิ่มอีกหนึ่งคืน ให้คุณได้พักผ่อน สำรวจ และสนุกกับทุกสิ่ง ที่สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิทมอบให้ ตั้งแต่ ห้องสวีทกว้างขวางมาพร้อมครัวอุปกรณ์ครบครัน เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าในห้อง และพื้นที่นั่งเล่นที่สะดวกสบาย เหมาะทั้งทำงานและพักผ่อน

    สิทธิประโยชน์ระหว่างการเข้าพัก

    • อาหารเช้าฟรีสำหรับ 2 ท่านต่อวัน
    • เข้าใช้บริการออนเซ็นญี่ปุ่น ซาวน่า และสระว่ายน้ำ
    • กาแฟและชาฟรีที่ The Den
    • ฟรี Wi-Fi ความเร็วสูง
    • Social Night สำหรับแขกทุกท่าน ทุกวันจันทร์ถึงวันพุธ เวลา 17:30-18:30 น.

    ระยะเวลาการจอง: วันนี้ – 30 กันยายน 2568

    ระยะเวลาการเข้าพัก: วันนี้ – 31 ตุลาคม 2568

    จองตอนนี้และรับคืนพิเศษ พร้อมสะสมคะแนน IHG One Rewards ที่เต็มไปด้วยสิทธิประโยชน์และรางวัลพิเศษสำหรับสมาชิกของเรา

    สอบถามข้อมูลหรือสำรองห้องพัก โทร: +66 (0)2 779 8999 อีเมล: [email protected] เว็บไซต์: https://bit.ly/bkkpp-SuiteDeal


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12749464&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2T0x17k692pOGHL3fKQh5T

  • ภูกระดึงเตรียมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 2569 ปลายฝนต้นหนาว 1 ต.ค. นี้

    ภูกระดึงเตรียมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 2569 ปลายฝนต้นหนาว 1 ต.ค. นี้

    ภูมิภาค

    ภูกระดึงเตรียมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 2569 ปลายฝนต้นหนาว 1 ต.ค. นี้

    วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.09 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง  กล่าวว่า ก่อนเปิดภูกระดึงทางอุทยานฯได้มีการจัดเตรียมสถานที่ และปรับปรุงที่พัก ร้านอาหาร หลังปิดมากว่า 6 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้กลับฟื้นฟู ทุ่งหญ้า ป่าไม้กลับมาเขียวขจี รอรับนักท่องเที่ยวเปิดให้พักในวันที่ 1 ต.ค. นี้ ทางอุทยานฯ ได้ปรับปรุงร้านค้าบนอุทยานฯภูกระดึงให้มีสภาพเรียบร้อย เป็นระเบียบ กลมกลืนกับธรรมชาติ และสะอาดถูกหลักสุขาภิบาล เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว
        
    นายภูวนัย กล่าวต่ออีกว่า ในขณะนี้เราได้เตรียมความพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งมีการซักซ้อมการอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ และได้มีการประชุมผู้ประกอบร้านค้าที่มีจำนวน 100 กว่าคน เพื่อให้เขาได้จัดเตรียมของ ทางเราจะเน้นในเรื่องให้นักท่องเที่ยวช่วยรักษาความสะอาด และให้นักท่องเที่ยวได้เข้าโครงการอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูกระดึง และการนำถุงพลาสติกเข้ามา เราก็จะมีถุงผ้าให้เปลี่ยน เราก็ยังมีนำขยะลงมาจากยอดภูและมีใบประกาศให้เช่นเดิมเหมือนทุกปี   

    ทางอุทยานฯมีมาตรการในการปฏิบัติงาน และมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมทางการแพทย์ฉุกเฉิน โครงการของหายได้คืน lost and found  โดยในปีที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้จัดทำกิจกรรมดีๆ ขึ้นมา เพื่อเป็นการส่งของที่ตกหล่น/หล่นหายในระหว่างเส้นทางท่องเที่ยว และในบริเวณต่างๆ ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง คืนให้แก่เจ้าของ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีและได้รับผลตอบรับที่ดีมาก

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจอุทยานแห่งชาติภูกระดึง – Phu Kradueng National Park หรือ โทร. 042-810833, 042-810834
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/447300&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YNoOPEsNHLZqJErQ-Yq3Y

  • ยกระดับสตรีทฟู้ดไทย! การแข่งขันเฟ้นหา “ข้าวแกง” อันดับ 1 ในปฐพี

    ยกระดับสตรีทฟู้ดไทย! การแข่งขันเฟ้นหา “ข้าวแกง” อันดับ 1 ในปฐพี

    ททท. สมาคมภัตตาคารไทย และพันธมิตร จับมือจัดการแข่งขัน “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงแห่งประเทศไทยสู่สากล” เฟ้นหา “ข้าวแกง” อันดับ 1 ของแผ่นดินไทย!

    “ข้าวแกง” เมนูใกล้ตัวที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยแบบแยกไม่ออก วันที่ไม่รู้จะกินอะไร ร้านข้าวแกงอาจเป็นคำตอบ ด้วยความง่ายในการตามหา เพราะมีอยู่แทบทุกซอยหรือหัวมุมถนน ตัวเลือกที่หลากหลายเป็นสิบเป็นร้อยอย่าง สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ตามใจ และราคาที่จับต้องได้ ในยุคนี้ข้าวแกงราด 1 อย่างราคา 20-30 บาทยังคงมีให้เห็นอยู่ ทำให้เราสามารถอิ่มท้องได้แบบสบายกระเป๋า

    ในขณะเดียวกัน ข้าวแกงถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสตรีทฟู้ดที่เป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทย และควรค่าอย่างยิ่งแต่การส่งเสริมให้ไปสู่สายตาชาวโลก

    ด้วยเหตุนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมภัตตาคารไทย และพันธมิตร จึงจัดการแข่งขัน “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงแห่งประเทศไทยสู่สากล” ขึ้น เพื่อเฟ้นหาสุดยอดข้าวแกงอันดับ 1 ในปฐพี

    จึงขอเชิญชวนร้านข้าวแกงทั่วไทย มาร่วมประกวด “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงแห่งประเทศไทยสู่สากล” (Thai Curry Rice Championship 2025) ชิงรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ และรับการอัดฉีดร้านค้าเต็มพิกัดจากแพลตฟอร์มสั่งอาหารยอดนิยม อาทิ LineMan, Grab และ Robinhood

    ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10 ต.ค. 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้

    รางวัล

    • รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ Professional ข้าวแกงไทย และประกาศนียบัตร Professional ข้าวแกงไทย
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 50,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 30,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 4 เงินรางวัล 10,000 บาท
    • รองชนะเลิศทุกอันดับได้รับโล่เกียรติยศ Professional ข้าวแกงไทย และประกาศนียบัตร Professional ข้าวแกงไทย
    • รางวัลพิเศษจากแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ต่าง ๆ

    การแข่งขันจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 17 – 19 ต.ค. 2568 ณ ศูนย์การค้า Phoenix ประตูน้ำ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพมหานคร

    โจทย์

    เมนูที่เปิดให้ส่งเข้าประกวด มีจำนวน 5 เมนู โดยเปิดรับสมัครและประชาสัมพันธ์ในช่องทาง Facebook : สมาคมภัตตาคารไทย และ Facebook : Khao Gaeng Thai Curry Rice Championship 2025 ได้แก่

    1. แกงเขียวหวานไก่
    2. ต้มข่าไก่
    3. พะแนงเนื้อ
    4. ไข่พะโล้
    5. น้ำพริกกะปิ

    โดยการแข่งขันจะแบ่งเป็นรอบคัดเลือก จาก 30 ทีมเหลือ 12 ทีม และรอบชิงชนะเลิศ

    ในรอบคัดเลือก ระยะเวลาการแข่งขัน 30 นาที จัดเตรียมอาหาร 5 อย่าง ได้แก่ แกงเขียวหวานไก่ ต้มข่าไก่ พะแนงเนื้อ ไข่พะโล้ และน้ำพริกกะปิ

    ส่วนรอบชิงชนะเลิศ ร้านค้านำวัตถุดิบมาประกอบอาหาร โดยทั้งหมดต้องมาเตรียมและปรุงที่งานเท่านั้น จำนวน 6 เมนู ได้แก่ แกงเขียวหวานไก่ ไข่พะโล้ และน้ำพริกกะปิ โดยเมนูที่ 4-6 ให้ร้านคิดสร้างสรรค์ โดยต้องเป็นเมนูที่เข้ากันได้กับอาหารที่จัดไว้ 3 เมนู

    ร้านข้าวแกงที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดกติกาเพิ่มเติมและลงสมัครได้ ที่นี่

    ตั้งตารอไม่ไหวแล้วว่า ร้านข้าวแกงเจ้าใด จะคว้ารางวัล “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงแห่งประเทศไทยสู่สากล” มาครอง และเป็นสุดยอดข้าวแกงอันดับ 1 ของแผ่นดินไทย!

    RELATED

    TOP สังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/257535/amp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3w89EcgC1PwWkpuLY8Eyuc