Category: ท่องเที่ยว

  • เริ่มแล้ว! เปิดพิชิตยอดภูกระดึง ฤดูกาลท่องที่ยวใหม่ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 68- 31 พ.ค. 69

    เริ่มแล้ว! เปิดพิชิตยอดภูกระดึง ฤดูกาลท่องที่ยวใหม่ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 68- 31 พ.ค. 69

    วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 07.00 น. ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย มีพิธีเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง อย่างเป็นทางการ โดยมี นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการ นักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวรายงานว่า อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดเลย มีพื้นที่รับผิดชอบกว่า 217,000 ไร่ ลักษณะภูเขาหินทรายสูงใหญ่ มียอดราบกว้างประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร เต็มไปด้วยความงดงามของหน้าผา น้ำตก ทุ่งหญ้า ป่าสน และพันธุ์ไม้ดอกหลากหลายชนิด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในทุกปี โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นพักแรมบนยอดเขา 8 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม-เดือนพฤษภาคม และปิดฟื้นฟูธรรมชาติ 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน

    โดยพิธีเปิด นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง ได้เป็นประธาน พร้อมลั่นฆ้องเปิดอุทยานแห่งชาติภูกระดึงอย่างเป็นทางการ พร้อมกล่าวเปิดงานว่า ภูกระดึงถือเป็นสมบัติทางธรรมชาติที่ทรงคุณค่าและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น พร้อมขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวทุกคนช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด งดใช้โฟมและพลาสติก เพื่อให้ภูกระดึงคงความสมบูรณ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนตลอดไป

    ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้เตรียมความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวก การบริการลูกหาบ ร้านค้า ที่พัก และมาตรการความปลอดภัย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความประทับใจ และเพลิดเพลินกับธรรมชาติในฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้อย่างเต็มที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/social/morning/448767&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1toGOwG-hQ1gOKykXtdkxl

  • พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษาฯ ม.อ.  คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประเภทความยั่งยืน

    พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษาฯ ม.อ. คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประเภทความยั่งยืน

    พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษาฯ ม.อ. คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประเภทความยั่งยืน

    วันพุธ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 09.58 น.

    Tag :

    พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษา สยามบรมราชกุมารีฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย ดร.พรรณี สอาดฤทธิ์ รองผู้อำนวยการฯ เข้ารับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 ประเภท “รางวัลแห่งความยั่งยืน” (Thailand Tourism Sustainability Awards) จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธาน พระราชทานรางวัลแก่ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ได้จัดการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ขึ้นตั้งแต่ปี 2539 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อยกย่องเชิดชูผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีการพัฒนาคุณภาพ และรักษามาตรฐานการให้บริการที่มีความเป็นเลิศ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล รางวัลนี้จึงเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศ ที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่หน่วยงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งจะช่วยรับรองการส่งมอบประสบการณ์ทรงคุณค่าและน่าประทับใจ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ เสริมสร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มีความโดดเด่น ทั้งด้านประเพณี วัฒนธรรม อัตลักษณ์ความเป็นไทย ตลอดจนการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อันเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันและยังคงเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก

    รางวัลกินรี ถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านการท่องเที่ยวของประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการบริการ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิด “รางวัลแห่งเกียรติยศ มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเดินหน้าสู่ความยั่งยืน” นับเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นหลักฐานยืนยันถึงความสำเร็จในการพัฒนาของพิพิธภัณฑ์ฯ ม.อ. เพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติและเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของชาวพิพิธภัณฑ์ฯ ม.อ. ตลอดระยะเวลา 17 ปี เรายังคงมุ่งมั่น สร้างสรรค์ ไม่หยุดยั้งการพัฒนาด้านธรรมชาติวิทยา เชื่อมโยงฐานข้อมูลทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อการอนุรักษ์ และให้ความรู้ด้านธรรมชาติวิทยาของคาบสมุทรไทย แก่เยาวชนและสาธารณชนทั่วไป อีกทั้งเรายังเป็นศูนย์กลางทางวิชาการที่เชื่อมโยงระหว่างนักวิชาการและสาธารณชนที่มีปัญหาหรือข้อสงสัยทางธรรมชาติวิทยาอีกด้วย พร้อมยังมีกิจกรรมดี ๆ ที่จะมอบให้กับผู้เข้าชมนิทรรศการและผู้ที่สนใจกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยงานอย่างต่อเนื่องต่อไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/917966&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GYU5p5i7T2XIpOnBqvCCS

  • 7

    7

    7-Eleven จับมือ AirAsia เปิดแคมเปญ “แสตมป์บินได้” แลกตั๋วเครื่องบินฟรี! บินได้ทั้งครอบครัว หนุนท่องเที่ยวปลายปี เที่ยวทั่วไทย กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค

    ปลายปีคือช่วงเวลาแห่งการเดินทางที่หลายคนรอคอย อากาศเย็นสบายกำลังดี เหมาะสำหรับการจัดทริปทั้งครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ฤดูกาลที่เมืองไทยเต็มไปด้วยสีสันและเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะขึ้นเหนือสัมผัสสายหมอกและอากาศหนาว ชมดอกไม้เมืองหนาวที่ผลิบานสะพรั่งทั่วดอย เที่ยวใต้ทะเลสวยน้ำใส ฟ้าโปร่งตลอดฤดูกาล หรือจะเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมอบอุ่นและรสชาติอาหารอีสานที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

    7-Eleven ร่วมกับสายการบิน AirAsia เปิดตัวแคมเปญสุดพิเศษ “แสตมป์บินได้” มอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิก ALL member เพียงใช้ M-Stamp มูลค่า 777.- แลกรับตั๋วเครื่องบินฟรี เพียงเป็นสมาชิก ALL member ทั้งบ้าน บินฟรีทั้งครอบครัว กับเส้นทางภายในประเทศยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ–เชียงใหม่, กรุงเทพฯ–ภูเก็ต และกรุงเทพฯ–ขอนแก่น สิทธิ์มีจำนวนจำกัดเพียง 10,000 สิทธิ์ (1 สิทธิ์ / 1 เที่ยวบิน / 1 สมาชิก)

    เสน่ห์ 3 เส้นทางยอดนิยม

    • เชียงใหม่ : สัมผัสอากาศหนาว ชมดอย ดอกไม้ และวัฒนธรรมล้านนา
    • ภูเก็ต : ดื่มด่ำบรรยากาศทะเลใต้ ฟ้าสวย น้ำใส อาหารทะเลสดอร่อย
    • ขอนแก่น : ค้นพบวิถีชีวิตอบอุ่น อาหารพื้นบ้าน และบรรยากาศชุมชนอีสานแท้ ๆ

    สมาชิก ALL member สามารถใช้ M-stamp แลกสิทธิ์ได้ผ่าน 7-Eleven App ระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 เพื่อนำ code ไปใช้ที่ Website www.airasia.com หรือ Application AirAsia Move

    • ระยะเวลาจองตั๋ว: 10 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
    • ระยะเวลาเดินทาง: 26 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569

    โปรโมชันนี้ครอบคลุมเฉพาะค่าโดยสาร (ไม่รวมภาษีสนามบินและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ) โดยที่นั่งอาจไม่มีให้บริการในบางช่วงวันหยุดยาว

    นอกจากการเดินทางจะช่วยเติมเต็มความสุขและสร้างความทรงจำที่งดงามแล้ว โปรโมชันยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับชุมชน ตลอดจนผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่บนเส้นทางการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวในประเทศช่วงปลายปีจึงไม่เพียงสร้างรอยยิ้มให้กับนักเดินทาง แต่ยังช่วยแบ่งปันโอกาสทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนให้กับชุมชนทั่วทุกภูมิภาคของไทย

    การเปิดตัวแคมเปญครั้งนี้ จึงไม่เพียงมอบความคุ้มค่าและสิทธิพิเศษแก่สมาชิก ALL member เท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับบรรยากาศแห่ง ฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี ที่คนไทยนิยมใช้เวลาเดินทางพักผ่อนกับครอบครัวและเพื่อนฝูง พร้อมกันนี้ยังเป็นการร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ และมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคให้กลับมาคึกคักอย่างยั่งยืนอีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 7App

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://gotomanager.com/content/141654/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YS4DK9iz38v6tQT0e7LU9

  • ลำพูน เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    ลำพูน เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    จังหวัดลำพูน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน จัดพิธีเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน ภายใต้แนวคิด “วิถีถิ่น วิถีลำพูน อัตลักษณ์ชาติพันธุ์สู่ท่องเที่ยวสร้างสรรค์”

    เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 07.30 น. ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเชิงสะพานท่าขาม อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานภายใต้โครงการลำพูนเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์วิถีสู่เศรษฐกิจสรรสร้าง กิจกรรมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี ของจังหวัดลำพูน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

    นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธี ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 15 ชุมชน ในจำนวน 5 เส้นทาง ที่ผ่านกระบวนการลงพื้นที่สำรวจและศึกษาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ผ่านกระบวนการประชุมคัดเลือกเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ และกระบวนการอบรมพัฒนาเส้นทาง พัฒนากิจกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ประกอบด้วย

    1. เส้นทาง “เยือนวิถีถิ่นชาติพันธุ์ลำพูน” (พื้นที่อำเภอบ้านธิ – อำเภอแม่ทา)
    2. เส้นทาง “สายไหม 106 วิถีแห่งศรัทธา” (พื้นที่อำเภอบ้านโฮ่ง – อำเภอลี้)
    3. เส้นทาง “หัตถศิลป์ – ดิน – ฝ้าย – ไหม” (พื้นที่อำเภอป่าซาง – อำเภอเวียงหนองล่อง)
    4. เส้นทาง “วิถีชีวิตคนเมืองหล่ายดอย” (พื้นที่อำเภอแม่ทา – อำเภอทุ่งหัวช้าง)
    5. เส้นทาง “เที่ยวดีวิถีคนเมือง 106 ลำพูน ป่าซาง บ้านโฮ่ง” (พื้นที่อำเภอป่าซาง – อำเภอบ้านโฮ่ง)

    นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังการจัดพิธีเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวฯ ยังมีการดำเนินกิจกรรมทัวร์ชุมชน (Fam trip) เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เส้นทางที่ 1 “เยือนวิถีถิ่นชาติพันธุ์ลำพูน” พื้นที่อำเภอเมืองลำพูน อำเภอแม่ทา และอำเภอบ้านธิ ในลักษณะทัวร์ท่องเที่ยว มีองค์กรและเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และสื่อมวลชน รวมจำนวน 70 คน  ร่วมทดลองท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวฯ และเพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ ในวงกว้างแก่ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่อไป

    นภาพร ขัติยะ ผู้สื่อข่าวTopNewsทั่วไทย จ.เชียงใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1337298&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XfT0l51ijPCDMU8hdlGE7

  • สุดยอด! 3อุทยานไทย ติด 1 ใน 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกปี 2025 | เดลินิวส์

    สุดยอด! 3อุทยานไทย ติด 1 ใน 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกปี 2025 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช” โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า “กรมอุทยานฯ ภูมิใจ อุทยานฯ 3 แห่ง ติดอันดับ 1 ใน 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของโลก ปี 2025

    ​30 กันยายน 2568 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังอุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ได้รับการประกาศให้เป็น 1 ใน 100 (Green Destinations Top 100​ Stories)​ แหล่งท่องเที่ยวที่มีเรื่องราวและกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของโลก ประจำปี 2025 ในงานประกาศผลรางวัล Green Destinations Top 100 Awards ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองมงเปอลิเย (Montpellier) ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568​ ที่ผ่านมา​ มีผู้เข้าร่วมงาน​ 361 คนจาก​ 44 ประเทศทั่วโลก​ โดยมีนายเนรมิต สงแสง นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง​ นายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และนายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา​ เป็นผู้แทนกรมอุทยานฯ เข้ารับรางวัล​

    การได้รับคัดเลือกในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกรมอุทยานฯ ในการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติให้เป็นไปตามหลักการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งคำนึงถึงทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รางวัล Green Destinations Top 100​Stories เป็นขั้นแรกก่อนเข้าชิงรางวัล​ Green Destinations Top 100 Awards ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีเป้าหมายเพื่อยกย่องแหล่งท่องเที่ยวที่มีการจัดการอย่างยั่งยืนและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับทั่วโลก​ ตามกำหนดของคณะกรรมการต่อไป

    ​นายอรรถพล​ เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจอย่างยิ่งที่อุทยานแห่งชาติของไทยได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก การได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกคนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสำเร็จของกรมฯ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เราเดินหน้าพัฒนาและแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดี เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกสามารถนำไปปรับใช้ได้”

    สำหรับ​ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี โดดเด่นในเรื่องการจัดการพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่าและกระทิง ซึ่งช่วยลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล โดยคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างยั่งยืน

    รางวัลนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องเชิดชูความสำเร็จ แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่าอุทยานแห่งชาติของไทยเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบ และพร้อมที่จะก้าวสู่ความสำเร็จอีกขั้นในการเข้าชิงรางวัลสร้างสรรค์การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป”

    ขอบคุณข้อมูล – ภาพ เพจ “กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5161927/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2H_wG3frkpDq6fAn3JhVxP

  • ต่างชาติเที่ยวไทยเฉียด 24 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    ต่างชาติเที่ยวไทยเฉียด 24 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    วันนี้(วันที่ 1 ตุลาคม 2568) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ อัปเดท สถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 28 ก.ย. 68 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย แล้วทั้งสิ้น 23,969,579 คน ลดลง 7.52% สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,106,645 ล้านบาท 

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย สูงสุด 5 อันดับแรก

    • อันดับ 1 มาเลเซีย 3,464,213 คน
    • อันดับ 2 จีน 3,380,232 คน
    • อันดับ 3  อินเดีย 1,757,720 คน
    • อันดับ 4  รัสเซีย 1,265,686 คน
    • อันดับ 5 เกาหลีใต้ 1,130,216 คน

    สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 22 – 28 กันยายน 2568 นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มตลาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ที่เพิ่มขึ้น 13.31% จากการฟื้นตัวเพื่อเตรียมเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) 

    นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน จากการเดินทางท่องเที่ยวก่อนมีวันหยุดต่อเนื่องภายในประเทศ (วันชาติจีน 2568) หรือที่เรียกว่า “Golden week” ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 519,457 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า  22,471 คน หรือ 4.52 % คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย เฉลี่ยวันละ 74,208 คน

    โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ นักท่องเที่ยวมาเลเซีย 83,874 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 17.26% นักท่องเที่ยวจีน 79,047 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 11.84% นักท่องเที่ยวอินเดีย 46,339 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 3.41
    % นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ 25,030 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 6.10%  และนักท่องเที่ยวไต้หวัน 21,239 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 51.75%

    ต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การออกเดินทางท่องเที่ยวในวันชาติจีน หรือที่เรียกว่า “Golden week”

    การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอํานวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้นและส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/640271&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OcNh7UClI1bGLi2_Trx0X

  • บางกอกแอร์เวย์ส รับรางวัลพระราชทานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ปี 2568 หนุนท่องเที่ยวไทย

    บางกอกแอร์เวย์ส รับรางวัลพระราชทานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ปี 2568 หนุนท่องเที่ยวไทย

    30 กันยายน 2568 15:37 น. สยามรัฐออนไลน์ เทคโนโลยี-ไอที

    บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส รับสองรางวัลพระราชทานอันทรงเกียรติ ในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หรือรางวัลกินรี ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 (Thailand Tourism Awards 2025) โดยมี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่มีคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอย่างยอดเยี่ยม พร้อมยกระดับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน

    โอกาสนี้ นางจันทร์ทิพย์ ทองกันยา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และนางสาวตรีศรัณย์ สีตกะลิน รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เลขานุการบริษัท และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายสนามบิน เป็นผู้แทนเข้ารับพระราชทานรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็ว ๆ นี้

    ปีนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้รับ รางวัลดีเด่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน สาขาองค์กรภาคเอกชน (Thailand Tourism  Outstanding Awards) และรางวัลแห่งความยั่งยืน (Thailand Tourism Sustainability Awards) ประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน จากโครงการ“บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรีส์”  (Bangkok Airways Boutique Series) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสายการบินฯ ในการดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล

    “บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรีส์” เป็นกิจกรรมการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ภายใต้แนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยปีนี้จัดขึ้นใน 3 จังหวัด ซึ่งมีเอกลักษณ์การท่องเที่ยวอันโดดเด่น ได้แก่ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี, จังหวัดตราด และจังหวัดสุโขทัย กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่สร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติ แต่ยังช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น ตอกย้ำเจตนารมณ์ของสายการบินฯ ในการสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทยสู่ความยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/654608&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MUuO7GhlSHxZggXi30dpg

  • ความหวังท่ามกลางความไม่แน่นอน

    ความหวังท่ามกลางความไม่แน่นอน

    IT & gadget

    ความหวังท่ามกลางความไม่แน่นอน

    ท่องเที่ยวไทยต้องมีแผนระยะยาวรองรับ เลิกหวังพึ่งเพียงความคึกคักชั่วคราว

    หลังจากที่รัฐบาลอนุทินเข้ามาบริหารประเทศเต็มรูปแบบ รัฐมนตรีทุกกระทรวงเข้าทำงานกันอย่างพร้อมเพรียง สัญญาณหลายอย่างในระบบเศรษฐกิจดูจะคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่หลายฝ่ายจับตาคืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพราะนี่คือเสาหลักทางเศรษฐกิจที่ไทยพึ่งพามาอย่างต่อเนื่อง

    ช่วงโควิด-19 ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง การปิดเมืองและปิดน่านฟ้าทำให้รายได้หายไปมหาศาล แต่เมื่อโลกเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติในปี 2566–2567 การท่องเที่ยวก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง

    นักท่องเที่ยวจีน ยุโรป และอเมริกาทยอยกลับมาเป็นปกติ แต่พอเข้าสู่ปีนี้สัญญาณกลับไม่สดใสเหมือนเดิม เพราะเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญปัญหาเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างประเทศ

    ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ค่าครองชีพในประเทศพัฒนาแล้วที่สูงขึ้นอย่างมาก ราคาสินค้าพื้นฐาน เช่น อาหารจานด่วนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตัวเลือกประหยัด วันนี้ในสหรัฐราคาเบอร์เกอร์ของแมคโดนัลด์แตะระดับ 14 ดอลลาร์ ไม่นับรวมร้านอาหารทั่วไปเมื่อรวมค่าทิปและภาษีแล้วแทบจะสูงกว่ารายได้รายวันของแรงงานในบางประเทศ

    ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทำให้ประชาชนยุโรปและอเมริกาจำเป็นต้องตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยออกไปก่อน และ “การท่องเที่ยวต่างประเทศ” ก็มักเป็นอย่างแรกที่ถูกตัดทิ้ง

    งานวิจัยหลายสำนักสะท้อนข้อมูลตรงกันว่า นักท่องเที่ยวในยุโรปและอเมริกาลดแผนการเดินทางลงราว 5–10% โดยเฉพาะในประเทศที่เคยเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของไทยอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส หรือประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งอัตราการจองตั๋วและโรงแรมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

    ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าและกำแพงภาษีระหว่างสหรัฐกับจีนยังคงยืดเยื้อ ทำให้ภาวะเศรษฐกิจโลกขาดเสถียรภาพ ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวก็สั่นคลอนตามไปด้วย

    จีนถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของไทยตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา เทศกาลสำคัญอย่างตรุษจีนและวันชาติ เป็นช่วงที่สายการบิน โรงแรม และร้านค้าต่างเฝ้ารอ เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนโตแบบก้าวกระโดดหลังโควิด

    แต่ในปี 2568 สถานการณ์อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป รัฐบาลจีนพยายามรณรงค์ให้ประชาชนท่องเที่ยวในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน และเมื่อรวมกับแรงกดดันจากสงครามการค้ากับสหรัฐ ทำให้การเดินทางออกนอกประเทศอาจหดตัวลงมาก เช่นเดียวกับญี่ปุ่นก็ไม่แตกต่างกัน จากการสำรวจชี้ว่าคนญี่ปุ่นกว่าครึ่งลดวางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศ

    ภาวะเศรษฐกิจของไทยจึงกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดหลักลดลง  ไทยจำเป็นต้องเลิกหวังพึ่งเพียงความคึกคักชั่วคราวแบบหลังโควิด แต่ต้องมีแผนระยะยาวรองรับ

    เพราะการท่องเที่ยวเป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ที่ขับเคลื่อนไทยไปข้างหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 นี้

    …ข้อคิดเห็นเป็นอย่างไรนั้น ติดตามต่อในสัปดาห์หน้าครับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/tech/gadget/1201056&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24DQY-ucsSM8xEDBEHim7X

  • เกาะล้าน 1 วัน เที่ยวครบ 3 หาดดัง และกิจกรรมสายฟรี!

    เกาะล้าน 1 วัน เที่ยวครบ 3 หาดดัง และกิจกรรมสายฟรี!

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/krPDOn4Dp86r&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Dx0wAVljyJextBn_nZLZb

  • ทราย โฮเทล แอนด์รีสอร์ท เปิดตัว ‘Green Button’ ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ชวนปลูกป่าได้เพียงคลิกเดียว

    ทราย โฮเทล แอนด์รีสอร์ท เปิดตัว ‘Green Button’ ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ชวนปลูกป่าได้เพียงคลิกเดียว

    ทราย โฮเทลแอนด์ รีสอร์ท (SAii Hotels & Resorts) แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทไลฟ์สไตล์ในเครือเอสโฮเทลแอนด์รีสอร์ท (S Hotels and Resorts) เปิดตัวโครงการ ‘Green Button’ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่สุดล้ำบนแอปพลิเคชัน SAii ที่เปลี่ยนการเลือกง่าย ๆ ของผู้เข้าพักให้กลายเป็นการลงมือทำเพื่อสิ่งแวดล้อมโดยฟีเจอร์นี้    ได้เริ่มใช้งานแล้วที่ ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ (SAii Phi Phi Island Village) ทราน ลากูน่า ภูเก็ต (SAii Laguna Phuket) และทราย ลากูน มัลดีฟส์ (SAii Lagoon Maldives) และเตรียมเปิดใช้งานที่ทราย สมุยวิลล่า (SAii Koh Samui Villas) ในเดือนธันวาคมนี้ นับเป็นฟีเจอร์ ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างไร้รอยต่อ

    ฟีเจอร์ ‘Green Button’ ช่วยให้ผู้เข้าพักเปลี่ยนสิ่งเล็กให้กลายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ โดยสามารถเลือกงดเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกวันเพื่อร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูผืนป่าในโครงการ ‘ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว’ ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดูแลของกลุ่มสิงห์เอสเตทและเป็นความร่วมมือระหว่างสิงห์เอสเตท และเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทเพื่อปลูกป่าทดแทนที่ สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โครงการได้ฟื้นฟูพื้นที่ป่ากว่า 1,000,000 ตารางเมตรด้วยการปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นโดย อาทิจามจุรี ปีบ และยางนา ซึ่งไม่เพียงช่วยฟื้นฟูผืนป่า แต่ยังเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และเสริมสร้างระบบนิเวศให้แข็งแรงยั่งยืนสำหรับอนาคต

    ฟีเจอร์ ‘Green Button’ มอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ราบรื่นเพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถกดเข้าร่วมโครงการได้อย่างรวดเร็ว พร้อมมีระบบติดตามผลแบบเรียลไทม์เพื่อความโปร่งใส นอกจากนี้ยังแสดงการวัดผลเชิงปริมาณให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งการลดปริมาณการใช้น้ำและจำนวนของความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้น

    โครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทในการทำให้ความยั่งยืนเป็นเรื่องง่าย มีความหมาย และขับเคลื่อนโดยผู้เข้าพัก ทั้งยังสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวของบริษัทฯ ในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 พร้อมยกระดับความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มขึ้น 30% ในช่วงเวลาเดียวกัน

    มร. ไมเคิล มาร์แชลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความยั่งยืนควรเป็นเรื่องง่าย สนุก และได้ผลตอบแทนซึ่งฟีเจอร์ ‘Green Button’ มอบช่องทางให้ผู้เข้าพักของเรา ได้ร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้โดยตรง ตั้งแต่การประหยัดน้ำและพลังงานระหว่างเข้าพัก ไปจนถึงการปลูกต้นไม้ที่จะเติบโตต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน นี่คือคลิกเล็ก ๆ ที่สร้างผลลัพธ์ยิ่งใหญ่”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1540333&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CQONIULLMYvy21dAkjc-g